My A to Z

วันนี้...เริ่มหายขี้เกียจแล้วครับ ก็เลยมาอัพบล็อกให้หลายๆ คนอ่านกัน

วันนี้อยากเขียนอะไรหลายอย่าง ที่ใกล้ตัวและหลงลืมไป

จากสิ่งง่ายๆ อย่างการท่อง A ถึง Z ดูซิว่า A to Z ของผมผมจะนึกถึงอะไรบ้าง...

อ้อ สำหรับคุณก็ลองคิดตามไปด้วยนะครับ

A : Ant ที่ไม่ใช่มด แต่เป็นเพื่อน เป็นพี่สาว และเป็นสถาปนิกสาวที่เจ๋งมากๆ ในความคิดผม คิดถึงเจ๊หวะ

B : Boy เพื่อนที่สวยที่สุด จนไม่ควรอยู่ในโลกนี้จริงๆ เออ แกทำได้หวะ สวยจนคนทั้งธรรมศาสตร์มองเหลียวหลัง และชอบคิดว่าเราเป็นสามีที่หน้าเห่ยของแกตลอดเลย

C : Coco Lee ทำไมผมถึงชอบ Before I fall in love และ Reflection Version ที่เธอร้องมากมายกันนะ

D : Destiny ผมเชื่อในโชคชะตา คุณล่ะ เชื่อไหมครับ

E : Extra น้องชาย ลูกคุณอา ที่น่ารักและอายุห่างจากผม 20 กว่าปี

F : Flower ใครจะรู้ว่า ดอกไม้นานาพันธุ์คืองานศิลปะจากสวรรค์ที่ผมชอบที่สุดที่ได้อยู่กับมัน

G : Go เพื่อน และพ่อ บนเรือ Nippon Maru ที่ทำตัวเหมือนลูกชาย Miss you so much !!!

H : Home บ้านไม้สักโบราณอายุกว่า 70 ปี ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่บ้านเกิดที่รักที่สุดของผม ถ้าจะตายก็ขอตายที่นี่ครับ

I : Irisdescent คำที่มีสีสันมากมาย และดูไฮโซกว่าคำว่า Rainbow ที่เป็นสีที่ผมเลือกไม่ถูกว่าชอบสีไหนมากกว่ากัน

J : Joy Luck Club ที่ฝากท้องของพี่สาวที่น่ารัก อย่างพี่ต้อมกับพี่ดา ณ ถนนพระอาทิตย์

K : Kathathep ชื่อจริงที่คุณพ่อสรรหามาตั้งให้ ชอบชื่อนี้คร้าบ

L : La Villa ชิวและฮิปสุดของการไปนั่งทานฟูจิ และซื้อเครื่องประทินผิวอย่างร้าน ญัว

M : Matong ชื่อเล่นที่ประหลาด ที่พ่อและแม่ตั้งให้ตั้งแต่เกิด แต่ชอบมีคนถามว่า...แกแอบตั้งเองใช่มั้ย ? ไม่ใช่นะครับ เฉลยแล้วๆ ว่า พ่อกะแม่ตั้งมาจริงๆ นะ สาบาน

N : Nippon Maru เรือลำที่ใหญ่ที่สุดในชีวิต ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของผม คิดถึงจัง...SSEAYP Family ของเรา

O : O โอ เพื่อนรัก 21 ปีแล้วหวะ ที่เรารู้จักกันมา ยังนึกถึงตอนที่เราเดินไปหาพ่อแกที่ฟาร์มปลา ในชุดลูกเสือตอน ป.4 อยู่เลย แกทำให้เราชอบเดินไปเลย...ยินดีด้วยกับลูกชายคนแรกนะเพื่อน ยังไงจะรีบตามไปอังกฤษนะ เพื่อนรัก

P : Pach เจ้าหญิงเห็ด หรือ น้องปัจ หรือ พัดชาลูกเขียว และอีกหลายๆชื่อ...เอาเป็นว่า นอกจากพ่อแม่ และครอบครัวเราแล้ว เรารักแกที่สุดหวะ E(Excellent) อ้วน

Q : Q จริงๆ แล้วเป็นคำพ้องจะชัดเจนสุดครับ ผมให้ความสำคัญกับการต่อคิวมากเลย ถ้าบังเอิญคุณแซงคิวแล้วโดนด่า ลองหันมาถามสิครับ ว่าใช่ Polar Bear หรือเปล่า ผมจะอภัยให้

R : River สระว่ายน้ำหน้าบ้านผม ที่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนตื่นขึ้นมากลางรีสอร์ททุกวัน และที่สำคัญ ผมอาบน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาทุกวันครับผม

S : Serm ชื่อฮีโร่ในดวงใจของผม ซึ่งแม้แต่ร้าน S&P ผมก็ว่าเอามาจากชื่อพ่อผมเนี่ยแหละ เอ...แล้ว P ล่ะ มาจากไหน ? ก็ชื่อจริงแม่ไงครับ แต่ไม่บอกเดี๋ยวล้อชื่อแม่ผม ห้ามล้อนะ แม่ผมน่ารักสุดๆ
+ S : Serendipity หนังรักที่ผมคลั่งไคล้ที่สุด

T : Toy Tor Tem ชื่อเล่นคุณแม่ น้องชายอีก 2 คน ตระกูล T หมดบ้านเลย

U : Urban ช่ายดิ ใครๆก็ว่าเรา...บ้านนอก

V : Vic พี่ชายที่ทำให้ผมทึ่ง...ว่าโลกแห่งตุ๊กตาไม่ได้เป็นของเด็กผู้หญิงเท่านั้น

W : We เรา........ผมคิดถึงคุณนะครับ W...

X : XXX โค้ดจากการ์ตูนเล่มโปรด โคนัน...ก่อนนอนขอ XXX สักทีนะครับ

Y : Yesterday เมื่อวานคือบทเรียนที่ดีและมีค่าของผม แต่ไม่นานก็เช้าแล้ว...ผมมักจะจำทุกเมื่อวานได้หมด แต่ก็ไม่ลืมที่จะพยายามทำวันนี้และพรุ่งนี้ให้ดีขึ้น เพื่อต่อไป วันเหล่านั้นจะเป็น เมื่อวานที่น่าจดจำ

Z : Zoom ชอบจังเวลาถ่ายรูป....เข้ามาใกล้ๆ อีกนิด แล้วจะเห็นว่าผมเป็นคนยังไง...อยากรู้ก็ต้องเข้ามาอ่านกันบ่อยๆ นะครับ






 

Create Date : 23 สิงหาคม 2550   
Last Update : 23 สิงหาคม 2550 12:03:43 น.   
Counter : 349 Pageviews.  


เธอชื่อเฮเลน : Helen The Baby Fox : หลับให้สบายนะ เฮเลน

เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนักในการปรับตัวเข้ากับเพื่อนๆ ในโรงเรียนแห่งใหม่ สังคมใหม่ เมืองใหม่ ในที่ที่ไร้ไออุ่นของแม่เช่นนี้ ทะอิจิ เด็กน้อยได้แต่นั่งคิดถึงวันเวลาดีๆ ที่อยู่กับแม่ ตลอดจนเรื่องของโปสการ์ดที่แม่ส่งมาเวลาที่แม่ไปทำงานเช่นนี้...ปลาน้อยที่นับเลขได้ และเกาะที่เต็มไปด้วยทุ่งหญ้าและดอกไม้บานสะพรั่ง เด็กน้อยฝันอยากเห็นสักครั้งก็ยังดี



แต่ตอนนี้...เมื่อพ้นจากภวังค์ ทะอิจิ ก็เหงาจับใจ เพราะแม่ไปทำงานไกลถึงต่างประเทศ แม่คงสนุกกับการถ่ายภาพจนลืมผมหรือเปล่านะ ? เด็กน้อยคิด

แล้วทำไมเจ้ามาอยู่ตรงนี้ตัวเดียวล่ะ ?

จิ้งจอกน้อยเอ๋ย...เจ้าก็ถูกแม่ทิ้งเหมือนชั้นหรือเปล่านะ...เอาละ ไปหาคุณตำรวจกันดีกว่าให้ช่วยตามหาแม่เจ้า จะได้ไม่ต้องเหงาเหมือนชั้นไง...

นี่เป็นเพียงบทเริ่มต้นของความประทับใจ กับหนังที่ผมก็ต้องร้องไห้อีกตามเคย (ไม่ได้เป็นคนเจ้าน้ำตานะครับ...แต่มันก็อดร้องไห้ไม่ได้อีกแล้ว ก็เพราะมันมีเรื่องนะสิ...อ่านต่อกันนะครับ)

เรื่องราวมันมีต่อว่า...หลังจากเด็กน้อยหาแม่ของเจ้าจิ้งจอกไม่พบ ก็เลยต้องนำกลับมาบ้าน ซึ่งบ้านนี้ก็เป็นสัตวแพทย์ ว่าที่พ่อใหม่ หรือกิ๊กของแม่ของทะอิจิ ที่มีลูกสาววัยรุ่นอยู่ด้วย เด็กน้อยก็เลยยังไม่สนิทใจมากนัก

ทะอิจิ รั้นที่จะดูแลเจ้าจิ้งจอกน้อย...พยายามทุกวิถีทางที่จะดูแลมัน จนวันนึงเค้าก็ได้รู้ว่า...มัน หูหนวก ตาบอด และเป็นใบ้ !!!

เฮเลน...ใช่แล้ว มันช่างเหมือนกับเฮเลน เคลเลอร์ นักสังคมสงเราะห์ผู้พิการ หูหนวก ตาบอดและเป็นใบ้

และทะอิจิเอง ก็เหมือนกับ แอน ซัลลิแวนน์ ครูของเฮเลน

เด็กน้อยทำทุกวิถีทางเพื่อให้เฮเลนอยู่รอด และตอบสนองกับสิ่งแวดล้อมรอบตัว...เขาทำทุกอย่างเหมือนที่ "แม่" ควรจะทำ และสอนให้เฮเลนรู้สึกถึง...ความสุขและรู้จักโลกใบนี้มากกว่าที่เฮเลนควรจะตายไปอย่างไร้ค่า

ปาฎิหาริย์ ยังมีในหนังเรื่องนี้...อยากให้ลองดูเองกันก่อนนะครับ แล้วค่อยมาคุยกันต่อ

ผมไม่ได้อยู่สัก 4-5 วัน ลองหามาดูนะครับ แล้วเรามาคุยกันต่อนะครับ





 

Create Date : 06 สิงหาคม 2550   
Last Update : 6 สิงหาคม 2550 2:07:47 น.   
Counter : 460 Pageviews.  


การประกวดนางงาม(อนุ)จักรวาล : Miss Mini Universe

ใครว่าขั้วโลกของผมมีแต่ต้นไม้ครับ

วันนี้ก็มีเรื่องสวยๆ งามๆ มาอัพเดทกันด้วยครับผม

ดูหัวข้อแล้ว ไม่ต้องสงสัยว่าเป็นการประกวดนางงามเมียน้อย หรืออนุภรรยาแต่อย่างใด แต่เป็น...

"การประกวดนางงามของตุ๊กตาบาร์บี้นั่นเอง"


Miss Mini Universe ได้จัดประกวดขึ้นในปีนี้เป็นปีแรก และเริ่มต้นที่ประเทศนามิเบียเป็นเจ้าภาพ กว่าผมจะมาอัพเดทก็เข้าสู่โค้งสุดท้ายของการประกวดกันแล้วครับ ซึ่งแน่นอนว่า...รอบชิงชนะเลิศในวันที่ 9 สิงหาคมนี้ เราก็จะได้มิสมินิยูนิเวิร์สคนแรก หรือที่ผมเรียกว่า นางงามอนุจักรวาลคนแรก ที่จะได้ครอง มินิ มิกิโมโต้ ที่นางงามจักรวาลคนล่าสุด ริโย โมริ จากญี่ปุ่น ย่อส่วนลงมามอบมงกุฏด้วยตัวเอง

น่าตื่นเต้นไหมครับ ?

เอางี้ครับ เพื่ออรรถรสในการอ่าน ลองเปิด //www.missminiuniverse.com ไปด้วยครับ จะเห็นภาพแจ่มชัดในมโนสติมากขึ้น

จะเห็นได้ว่า ผู้เข้าประกวดแต่ละประเทศ...ดูเผินๆ แล้วเหมือนคนมาประกวดจริงๆเลยก็ว่าได้ อีกทั้งชุดราตรีเอย ชุดว่ายน้ำเอย แม้กระทั่งชุดประจำชาติก็มีหมด รวมไปถึงภาพเฮดช๊อต ที่สวยงามกว่าการประกวดนางงามจักรวาลของจริงเสียอีก ยิ่งไปกว่านั้น การประกวดนี้มีรอบสัมภาษณ์ และมีการโหวตนางงามขวัญใจช่างภาพอีกด้วย มืออาชีพจริงๆ

เดาสิครับว่า...ใครเป็นเจ้าของสิทธิ์ในการประกวดครั้งนี้ ?

USA ?

Japan ?

หรือจะ UK ?

เฉลยดีกว่าครับ Thailand แดนสยามของเราเนี่ยแหละ และที่สำคัญ ผู้ริเริ่มก็เป็นชายหนุ่ม กองบก.หนังสือชื่อดังเล่มหนึ่งนั่นเอง ซึ่งจากการรวบรวมพลพรรครักการประกวดนางงามจักรวาล และแฟชั่นก็เลยตอบสนองแรงบัลดาลใจและความชอบส่วนตัวจนออกมาเป็นเว็บไซต์และการประกวดที่เปี่ยมล้นไปด้วยจินตนาการและความเสมือนจริง...สำหรับผม การประกวดนี้น่าลุ้นมากกว่าของจริงเสียอีก เพราะผมโหวตใจขาดดิ้น ให้กับ Thailand และ Costa rica และที่สำคัญ ชายหนุ่มคนนี้ จัดการประกวดเอง เซทผมเอง หาชุดเอง ถ่ายภาพเอง สะสมเอง และทำมันออกมาเองทุกประการ ยกเว้นการตัดสินที่ได้กรรมการที่ทรงคุณวุฒิในวงการแฟชั่นล้านเรา แฟนพันธุ์แท้บาร์บี้และนางงามจักรวาล ตลอดจนคะแนนโหวตของผู้เข้าชม

ตอนนี้มาดูผู้ได้รับรางวัลพิเศษกันก่อนจะถึงตำแหน่งสำคัญ อย่าง Miss Mini Universe คนแรกกันก่อนนะครับ




ขวัญใจช่างภาพแสนหวานจาก Thailand !!!



เอาละ...ควบตำแหน่งชุดประจำชาติยอดเยี่ยมไปด้วยเลย นะครับ น้องจันทร์จิรา รัตนาวรรณ From Thailand !!!



และนี่...นางงามจักรวาลตัวจริงและรองทั้ง 4 ที่จำแลงแปลงกาย และย่อส่วนลงมาเป็นบาร์บี้ ริโย โมริและคณะ ที่เตรียมจะมามอบมงกุฎแก่มิสมินิยูนิเวิร์สคนแรก



หรือนี่ Costa Rica ขวัญใจผม







ลองเข้าไปชมกันนะครับ ผมว่านอกจากจะได้ชื่นชมความงามของตุ๊กตาแล้ว ผมว่าเรายังได้ชื่นชมความพยายามของคนไทย ที่ทำอะไรสักอย่าง...ด้วยใจรักได้อีกด้วย ซึ่งผมว่าเป็นความงามที่น่าชื่นชมไม่แพ้กัน

ในขั้วโลกของผม...ผมอยากให้พวกเธอมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ จังเลยครับ เพราะนอกจากบุคลิกที่แสดงถึงตุ๊กตาที่เป็นสาวงามของชาตินั้นๆ แล้ว ความงดงามในแบบของเธอทั้ง 89 ประเทศ คงทำให้ขั้วโลกของผมน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะเลยทีเดียว

ถึงแม้ตอนนี้ จะเหลือเข้ารอบเพียง 5 สาวงาม ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย แต่เราก็ยังสามารถยลโฉมสาวงามประเทศต่างๆ ในแต่ละชุดได้อยู่เสมอ และส่งแรงใจไปให้เธอได้ในเว็บไซต์

แนะนำ และอยากให้เข้าไปชมนะครับ เพราะผมว่า คนทำพยายามเก็บรายละเอียดได้ดีมาก ทุกๆ คลิ๊ก มีรายละเอียดที่คุณคาดไม่ถึงครับ และแน่นอน ชุดราตรี 89 ชุด ชุดว่ายน้ำที่หลากหลายของแต่ละรอบการประกวด ชุดยูนิฟอร์มสีขาวของการประกวด หรือแม้กระทั่งมงกุฏ มินิ มิกิโมโต้ ก็สร้างสรรค์มากำนัลแก่คุณๆ ที่แวะไปเยี่ยมชม

เห็นไหมครับ...ขั้วโลกผมก็มีความสวยงามไม่แพ้ขั้วโลกไหนๆ เลยทีเดียวครับ เป็นกำลังใจให้คนไทยกันด้วยนะครับ




 

Create Date : 04 สิงหาคม 2550   
Last Update : 4 สิงหาคม 2550 3:11:00 น.   
Counter : 809 Pageviews.  


The Way Home : คุณยายผมดีที่สุดใน (ขั้ว) โลก...ของผม

กว่า 4 ปีมาแล้ว ที่ผมต้องเสียน้ำตาแบบไม่สามารถยั้งได้ ร้องไห้ฟูมฟายอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ก็เพราะ...หนังเรื่องนี้





หลายๆ คนคงจะพอคุ้นตากับหนังเรื่องนี้กันมาบ้างแล้วล่ะครับ เพราะนอกจากจะมาฉายบ้านเราแล้วก็ยังมีเป็น CD ให้เก็บกันบ้างแล้ว แต่ก็ค่อนข้างนานพอดูแล้วล่ะครับ

สำหรับคนที่ยังไม่เคยดูนะครับ...เรื่องมันมีอยู่ว่า...ซังวู เด็กน้อย วัย 7 ขวบจากเมืองหลวง ปกติแล้วเจ้าเด็กน้อยคนนี้จะอยู่กับคุณแม่ที่แยกทางกับคุณพ่อไปแล้วและหาเลี้ยงเพียงลำพัง ดังนั้น เมื่อยามเข้าตาจนเงินไม่พอใช้ คุณแม่ก็เลยต้องเก็บเสื้อผ้าของเจ้าเด็กน้อย แล้วพามาฝากคุณยายที่เป็นใบ้ที่บ้านนอก...ให้ช่วยเลี้ยงแทน ในขณะที่ตนกลับไปทำงานในเมืองหลวง



อย่าเพิ่งคิดว่าเจ้าเด็กน้อยซังวู จะว่านอนสอนง่ายและอ่อนน้อมเหมือนเด็กน้อยทั่วไป ตรงกันข้าม ซังวูเป็นเด็กที่ใช้ชีวิตเวลาแม่ไปทำงานคนเดียวมาตลอด ดังนั้น ซังวูจึงแข็งกร้าว เอาแต่ใจ และไม่ได้เห็นคุณยายวัย 77 ปีเป็นที่น่าเคารพเลยแม้แต่น้อย

ลองนึกสภาพ ชนบทและหลังเขาเลยก็ว่าได้ (เพราะบ้านคุณยายอยู่บนเขา...เดินก็ยังต้องใช้ไม้เท้าเลย)...ซังวู เอาแต่ใจถึงขนาดอยากกินเคเอฟซี แล้วคุณยายที่ใช้ชีวิตแบบพอเพียงมาทั้งชีวิตจะไปหาได้ที่ไหน แน่นอน...ซังวูไม่เคยพอใจในสิ่งที่ยายทำให้ ได้แต่เกรี้ยวกราด และต่อว่า...โง่บ้างละ ยายแก่งี่เง่าบ้างละ (เห็นแล้วอยากตบศีรษะจริงๆ)




เอาเถอะน่า...น้ำหยดลงหินทุกวันหินก็ยังกร่อนได้ฉันใด จิตใจของเจ้าเด็กน้อยก็เปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน เด็กน้อยก็เหมือนผ้าขาว เราแต่งแต้มสีอะไรลงไป เด็กก็จะเป็นตามนั้น คุณยายถึงจะเป็นใบ้ แต่ก็ได้สื่อเอาความรัก ความอบอุ่นเอาไว้ในใจหลานอย่างเปี่ยมล้น และที่สำคัญ ซังวูก็รักยายมากขึ้นจนแทบล้นเช่นกัน และวิถีชีวิตที่นี่ก็สอนให้ซังวูเรียนรู้มากมายเช่นกัน



น่าสนใจกับพล็อตที่ว่า...หลานที่พูดได้ กับคุณยายที่เป็นใบ้ การสื่อสารของหนังที่น่าสนใจ ไม่ใช่แค่บทพูด แต่เป็นการสื่อสาร 2 ทาง โดยฝ่ายหนึ่งใช้คำพูด และอีกคนหนึ่งใช้การกระทำ ผมชอบอีกอย่างหนึ่งคือ เด็กน้อยที่พูดมาตลอด แต่กลับใช้วิธีของคุณยาย...ที่เป็นใบ้สื่อสารในภายหลัง เหมือนกับจะบอกว่า...รักนะ...แต่ไม่แสดงออก



ไม่อยากเล่าหมดครับ...เดี๋ยวคนที่อยากหามาดูจะหมดสนุก ผมแนะนำว่าถึงจะเก่า แต่เป็นหนังเกาหลีอีกเรื่องหนึ่งที่ควรดูครับ

สงสัยไหมครับ...ว่าทำไมผมถึงร้องไห้

เพราะเด็กชายซังวู เหมือนผมมากถึงมากที่สุดน่ะสิครับ

ยิ่งผมอยากตบกบาล (เริ่มคุมอารมณ์ไม่อยู่แล้วครับ ตอนแรกบอกตบศีรษะ อิอิ) เจ้าเด็กน้อยซังวูเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งอยากจะเขกกะโหลกตัวเองมากขึ้นเท่านั้น

ผมเองมียายทั้งหมด 4 คน แต่ไม่ใช่เพราะคุณตาของผมเจ้าชู้ แต่เป็นเพราะ...

คุณยายของผมแท้ๆ อยู่ที่กรุงเทพ และได้ฝากคุณแม่ไว้กับพี่สาวลูกพี่ลูกน้อ' ที่เปรียบเสมือนเพื่อนและพี่สาวที่ล่องเรือขายข้าวมาตั้งแต่สมัยสาวๆ คุณยายไม่มีลูกเพราะคุณตาเป็นหมันนั่นเอง คุณแม่เลยมาดูแลคุณยายท่านที่เลี้ยงผมมาที่ปทุมตั้งแต่เด็ก และในรั้วบ้านเดียวกันก็มีคุณยายอีก 2 ท่าน เป็นโสดและก็ดูแลผมมาตลอดซึ่งก็เกี่ยวดองกันมาเป็นเครือญาติตั้งแต่สมัยคุณทวด ซึ่งก็ตกทอดมาเป็น 3 ใบเถา สามตระกูล ตั้งแต่สมัยคุณทวด จนมาถึงคุณยาย ก็เลยทำให้มีคุณยายทั้งหมด 4 คน !!!

ทุกท่านก็มีบุญคุณกับผมทั้งหมดครับ แต่คุณยายแท้ๆ ของผมเสียไปแล้ว และอีก 2 ท่านที่เป็นโสด ก็อยู่บ้านคนละหลังกัน แต่ติดกัน...แต่ที่จะพูดถึงคือคุณยายคนที่เลี้ยงผมมาตั้งแต่เกิด...มาอ่านวีรกรรมที่ผมทำไว้กับท่านกันดีกว่าครับ

ถ้าลองไปดูเจ้าเด็กน้อยซังวูแล้ว จะเห็นอิทธิฤทธิ์ มากมายที่ก่อกรรมทำเข็นกับคุณยาย ไม่ว่าจะด่า ว่า หรือแกล้งสารพัด แม้ในใจจะรู้ว่า "รัก" แต่แกล้งยายมันก็บาปอยู่ดีน่ะแหละ แต่...ที่เด็กน้อยทำ ผมก็เคยทำมาหมดแล้ว...แล้วมันก็ทำมาจนอายุ 25 แล้วด้วยสิ

ซังวู 7 ขวบ คุณยาย 77 ปี

ผม 25 ปี คุณยาย 82 ปี และผมก็ยังน่าตบกบาล เป็นเจ้าเด็กน้อยซังวู จนทุกวันนี้

บอกได้เลยว่ารักและห่วงแกมากครับ

แล้วก็เป็นคนดูแลแกเองนั่นแหละ(จริงๆ แล้วแกดูผมซะมากกว่า) ต่างกับคุณยายเจ้าซังวูก็ตรงที่ คุณยายผมบ่นเก่งที่สุดในโลกนะซีครับ ไม่ได้เป็นใบ้

ไม่ต่างกับซังวู ทั้งที่รักคุณยาย แต่ก็เถียง บ่น ว่า และแกล้งคุณยายต่างๆ นานา แต่นั่นก็เพราะอารมณ์เด็กๆ นั่นแหละ ถึงแม้ตอนนี้จะคิดได้ และเริ่มแก่แล้วก็เถอะก็ยังมีหลุดมาบ้างประปราย...และไม่ใช่แค่นั้น น้องชายอีก 2 ท่านก็แสบไม่แพ้กัน แต่ผมว่า ผมนี่แหละ...ทำกะยายไว้เยอะที่สุด

นี่แหละ เหตุผลสำคัญที่ร้องไห้จากหนังเรื่องนี้...ดูกี่ทีก็เหมือนมองตัวเองอยู่ตลอด ที่แปลกไปกว่านั้น แต่ละช๊อตของหนัง...ผมน่ะทำมาหมดแล้ว ยกตัวอย่างเช่น ค่ำมืดดึกดื่น ปวดท้องเข้าห้องน้ำ ผมก็ปลุกคุณยายที่อยู่ห้องเดียวกัน ไปห้องน้ำที่อยู่หลังบ้าน แต่ก็อายเวลาที่ยายรออยู่หน้าห้อง อีกใจก็กลัวผี ก็เลยบอกให้ยายหลบๆไป แต่ก็ถามตลอดว่า ยาย...อยู่ไหมเนี่ย ซึ่งประหลาดมาก ในหนังมีเหมือนกันเด๊ะ...ต่อมน้ำตาแตกในทันใด หรือจะเป็นการช่วยคุณยายร้อยด้ายใส่รูเข็ม ตลอดจนเวลาคุณยายโดนซังวูด่า...ผมก็มานั่งซับน้ำตาแล้วคิดว่า...เราทำอะไรลงไปเนี่ย !

จะว่าไป...คุณยายบ่น ว่า หรือเซ้าซี้เรา มันก็เรื่องของเราทั้งนั้นเลยครับ จริงๆ แล้ว แกก็อยากให้เราเป็นคนดี แล้วก็ทำดีๆ นั่นแหละ แต่บางครั้ง มันก็กลายเป็นความน่าเบื่อ น่ารำคาญไป

ผมเคยร้องไห้ เฝ้าไข้คุณยาย กลัวยายเป็นอะไรไป ตอนนี้แกแข็งแรงขึ้นก็ได้ใจ แกล้งแกเหมือนเดิมบ้างพอเป็นพิธี เพื่อเช็คว่า ยายยังโอเคอยู่ไหมนะ ตอนนี้ยอมรับว่าพยายามอย่างมาก จะไม่เอาเสียงบ่นมาเป็นอารมณ์ เพราะกลัวว่าวันนึงไม่มีแกมาบ่น แล้วเราจะเป็นอย่างไร...รัก แล้วต้องแสดงออก ไม่อยากมาเคาะโลงขอโทษแกในโลกหน้า

คุณยายผม 82 ปีแล้วครับแต่ยังซักผ้า รีดผ้า ล้างจาน แล้วก็หุงหาอาหารให้หลานอยู่เลย หรือกระทั่งไปซื้อก๋วยเตี๋ยวมาให้ผมทาน ซึ่งต้องเดินไกลพอดู รวมไปถึง การลุกขึ้นมาเปิดประตูบ้านตอนตี 1 ตี 2 ตอนผมกลับบ้านแทบทุกวัน
(จริงๆ แล้วก็แบ่งหน้าที่กันไปนะครับ แต่คุณยายชอบมาทำตัดหน้าทุกทีเลย แต่ผมว่าเรื่องนี้เป็นเคล็ดลับอายุยืนยาวนะครับ คือแกได้ออกกำลังไปในตัว)

ถึงคุณยายจะบ่นเก่ง และมัธยัธมาก แต่ถ้าตัด 2 เรื่องนี้ออกไป คุณยายผมดีที่สุดในโลกแบบไม่มีที่ติเลยครับ

เวลาเหลือน้อยแล้ว...เดาไม่ออกเลยว่าชีวิตผมจะเป็นอย่างไร 25 ปี นอนกับคุณยายมาตลอด ทุกวันนี้ก็ยังนอนกับคุณยาย...ถ้าวันนึงต้องนอนกับพื้นห้องว่างๆ ผมคงต้องร้องไห้เป็นสายเลือดแหงๆ

เชื่อไหมครับ...ก่อนนอน ต้องดูคุณยายตลอดว่าหายใจไหม หรือทุกครั้งที่ยายหลับก็ต้องดูตลอด...ยอมรับครับว่ากลัว...การลาจาก เพราะผมไม่รู้เลยว่า จะได้เจอคุณยายที่ดี และรักผมมากขนาดนี้ได้ที่ไหนอีก

ไม่ว่าใครจะว่ายังไง...คุณยายผมก็ดีที่สุดใน (ขั้ว) โลกของผมแน่นอนครับ และผมจะตั้งใจทำตัวเป็นเด็กดีของยายให้เต็มที่ให้ได้สักที

มาดูแลคุณยาย และบุพการีกันก่อนจะสายไปนะครับ...

รักยายนะครับผม...

ปล.เมื่อกี้แกยังลุกมาถามเลย ว่ายังไม่นอนอีกเหรอ...เฮ้อ ทำไมถึงทำกะคุณยายแกไปแบบนั้นนะ...ไอ้เด็กบ้า...ขอโทษนะครับ...ยาย


หามาดูกันเถอะครับ...แล้วคุณจะรู้ว่าน้ำตาไม่ได้มีไว้เฉพาะตอนอกหักเท่านั้น...ฮือ ฮือ




 

Create Date : 03 สิงหาคม 2550   
Last Update : 3 สิงหาคม 2550 4:16:13 น.   
Counter : 1190 Pageviews.  


Oxygen Shopping@JJ Market ตอนที่ 1 : ดอกไม้จีน งามอย่างมีคุณค่า

หลังจากที่ตั้งใจ จะลดภาวะโลกร้อนให้กับขั้วโลกของผม

คุณพ่อ ก็จัดแจงเตรียมดินใบก้ามปู มะพร้าวสับ มาให้ 4 กระสอบ และน้องชายนายเต็มก็เป็นคนเข็นกลับมาให้ที่บ้านเมื่อคืนวาน พร้อมกับน้องชายอีกคนบอกว่าหลังจากสอบ น้องต่อก็จะกลับมาสร้างขั้วโลกของเราให้สะอาดตาและสวยงามขึ้นเพื่อฉลองวันแม่...หลังจากที่ปล่อยให้คุณแม่บ่นมานานเรื่องการปล่อยขั้วโลกให้เป็นรังหนู

ผมเองก็รับหน้าที่ดูแลพื้นที่สีเขียวของบ้าน แน่นอนว่า...ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น ผมติดนิสัยนี้มาจากคุณพ่อนั่นเอง และคุณพ่อก็ได้สายเลือดรักต้นไม้มาจากคุณปู่คุณย่าที่ทำนามาแต่ดั้งเดิม เป็นเกษตรกรเต็มขั้นกันเลยก็ว่าได้ ไม่แปลกที่บ้านของผมกี่หลังต่อกี่หลังก็เหมือนกับป่าผืนย่อมๆ หรือแม้กระทั่งการไปอยู่อพาร์ทเม้นท์สมัยเรียน หรือย้ายไปอยู่คอนโดสมัยทำงาน ระเบียงห้องผมก็สังเกตง่าย แหงนหน้ามองเห็นต้นไม้แน่นๆ นั่นแหละ...ใช่เลย

วันนี้...วางแผนว่าจะไปมหาวิทยาลัยตอนเย็น แต่ก่อนไป ขอแวะ Shopping Oxygen กลับไปสู่ขั้วโลกของผมก่อน

จริงๆแล้วตั้งใจจะมาหาไม้หัวประเภท ปทุมมาและกระเจียวครับ แต่ไปสายแล้วเลยมีให้เลือกน้อย ที่สำคัญกว่าจะได้เห็นดอกก็หน้าฝนปีหน้า ความตั้งใจแรกเลยถูกพับเก็บไป ก็เลยไปหาซื้อบัวรดน้ำไม้ และต้นออมเงิน ออมนาค มาฝากพี่ๆ ที่คณะ

หลังจากนั้นก็แวะไปเดินเรื่อยเปื่อย และแล้วฝนที่ตั้งเค้าก็เทกระหน่ำลงมา โชคดีที่ใส่กางเกงสารพัดนึกสามารถเปลี่ยนเป็นกางเกงหนีน้ำได้ทัน แล้วก็มาหยุดตรงกระถางดินเผาที่ดีไซน์เก๋ไก๋มากๆ เป็นทรงลูกมะขวิดครับ แถมผมก็ได้นกน้อยเซรามิคอีก 2 ตัว ตอนนี้ก็เอากาวติดไว้กับกระถางมะขวิดเรียบร้อยแล้ว พอปลูกต้นไม้เสร็จแล้วจะเอารูปมาฝากกัน

เดินสูด Oxygen หลังฝนไปเต็มปอดแล้วก็มาสะดุดตา ก่อนที่ตลาดจะปิดกับดอกไม้จีนแคระ ราคา 300 บาทขาดตัว โห นี่ราคาส่งนะเนี่ย ผมเลยตัดใจไม่ซื้อ เพราะกลัวซื้อแล้วจะกลายเป็นโรคทรัพย์จางไปเสียก่อน

และแล้วฟ้าดินก็เห็นความมานะอดทนของผม ก่อนกลับท่านจึงประทานดอกไม้จีนต้นใหญ่ แบบ Original มาให้ผม ตรงร้านสุดท้ายก่อนเดินออกประตูกำแพงเพชร

ดอกไม้จีนที่ผมเคยดูในสารคดี เป็นลิลลี่ชนิดหนึ่ง และไม่คิดว่าจะมีขายเลยครับ เพราะเดินมาหลายสิบปี ไม่มีสักร้าน และที่สำคัญ ผมสามารถซื้อมาได้ในราคา 100 บาท แถมดอกยาวและหน่ออีก 6 หน่อ คุ้มค่าที่สุด...น่าตื่นเต้นหรือเปล่าครับ

อยากรู้ไหมครับ...ว่าทำไมถึงน่าตื่นเต้น

เรามารู้จักดอกไม้จีนกันดีกว่าครับ แล้วคุณจะรู้ว่า...งามอย่างมีคุณค่า เป็นอย่างไร ?

หลายๆคนคงคุ้นเคยกับดอกไม้จีนในจานอาหาร โดยเฉพาะช่วงตรุษจีน ผมได้ทานมาตั้งแต่เด็ก เวลาไหว้เจ้าที ก็จะมีต้มดอกไม้จีนเป็นอาหารยืนพื้นของที่บ้าน และกว่าผมจะรู้ว่าดอกไม้จีน มีหน้าตาเหมือนลิลลี่ก็ไม่นานมานี้เอง และเพิ่งได้เห็นต้นเป็นๆ ก็วันนี้เอง




ดอกไม้จีน หรือ Day Lily หรือเรียกกันว่า กิมจำเช่า ถ้าจะให้เดา ผมว่ามันต้องมีความหมายเกี่ยวกับทอง สักอย่างแน่ๆ เพราะมีคำว่ากิม ซึ่งแปลว่าทอง ผมเดาว่าน่ามาจากสีเหลืองส้ม ที่เหมือนกับทองของกลีบดอกนั่นเอง ที่สำคัญ ผมว่าคุณค่านั้นมากมาย เรียกได้ว่ามีคุณค่ามากๆ ไม่ว่าจะเป็น บำรุงประสาท บำรุงเลือด เพิ่มการคัดหลั่งของฮอร์โมน บำรุงตับ แก้ร้อนใน ถอนพิษ บรรเทาอาการปอดบวม ริดสีดวง ตลอดจนอาการไอเป็นเลือด ส่วนที่นำมาใช้ก็คือดอกตูมของดอกไม้จีนนั่นเอง



หลังจากเก็บดอกตูมมาแล้วก็นำมาตากแห้ง ก็สามารถเก็บไว้ได้นาน โดยที่นำมาปรุงอาหารได้สารพัด เคล็ดลับอยู่ที่เกสรที่ไม่ควรเด็ดทิ้ง เพราะมีประโยชน์อย่างที่กล่าวมา นอกจากนี้ดอกไม้จีนยังอุดมไปด้วย แคโรทีน แบบเดียวกับแครอท ตามที่ผมคิดเองเออเอง ผมว่าเพราะดอกไม้จีนมีสีส้มนั่นเอง



พอจะคุ้นๆ กันแล้วใช่ไหมครับ แต่ที่น่าอัศจรรย์กว่านั้นก็คือ ความสวยงามของดอกไม้จีน หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Chinese Lily ที่ผมเชื่อเหลือเกินว่า ใครเห็นก็ต้องชอบ ที่สำคัญปลูกได้ในบ้านเรา หรือแม้กระทั่งกรุงเทพมหานคร ที่ร้อนระอุครับ







ดอกไม้จีน หาซื้อได้ ที่สวนจตุจักร วันพุธ และพฤหัสบดี ที่เรียกได้ว่าเป็นตลาดต้นไม้ที่ครบที่สุดเลยก็ว่าได้ครับ และร้านก็หาง่ายมากๆ ครับ เป็นร้านแรก ติดกับร้านกาแฟดอยตุง ตรงประตูทางเข้าถนนกำแพงเพชร สังเกตง่ายมากครับ ที่สำคัญมีเพียงร้านเดียวด้วยครับ

ดอกไม้จีน เป็นดอกไม้เมืองหนาว ที่สามารถปรับตัวเข้ากับอากาศร้อนของกรุงเทพมหานครของเราได้ครับ หากนำไปปลูกก็ควรจะหาที่ร่มรำไร แต่ก็ต้องได้แดดครึ่งวันเช้า จะดีที่สุด เพราะไม้ดอกก็จำเป็นต้องได้แดดครับ สามารถปลูกในกระถางได้ด้วยครับ ที่สำคัญดินควรจะเป็นดินร่วนซุยผสมมะพร้าวสับ เพื่อให้ดินโปร่ง อัตราส่วน ดิน 1 ส่วน มะพร้าวสับ 3 ส่วน ก็ได้ครับ ชอบน้ำปานกลางครับ สามารถขยายพันธ์ด้วยการแยกหน่อไปปลูกครับ



เมื่อแตกหน่อแล้ว ดอกไม้จีนก็พร้อมจะออกดอกได้ตลอดปีครับ ปุ๋ยต้นไม้ทั่วไป ให้บ้างก็จะทำให้ดอกและต้นสมบูรณ์ครับ ซึ่งผมเชื่อว่า ต้นไม้ที่งามอย่างมีคุณค่า (ไม่ใช่มิสไทยแลนด์เวิร์ลนะครับ) แบบนี้น่านำไปปลูกกันเยอะๆครับ เพราะสามารถเก็บดอกตูมมาปรุงอาหารได้เลยครับ ไม่ว่าจะเป็นต้มจืดวุ้นเส้น หรือจะผัดน้ำมันหอยก็อร่อยไม่แพ้กัน



นอกจากกิจกรรม Oxygen Shopping ของผมวันนี้แล้ว ยังแถมแนะนำรายการอาหารอีกด้วย...จะว่าไปแล้วก็หิวอยู่เหมือนกันครับ ขอตัวไปหาอะไรในครัวมาใส่ท้องที่ร้องไม่เป็นศัพท์ก่อนนะครับ

แล้วติดตาม Oxygen Shopping ตอนต่อไปนะครับ...อย่างน้อยทุกคนก็คงจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์จากต้นไม้น้อยใหญ่ที่งอกงามในขั้วโลกของคุณ และที่สำคัญช่วยลดภาวะโรคร้อนได้อีกด้วยครับ ผมยินดีแนะนำ เสาะหา และรับฟังเรื่องราวเกี่ยวกับต้นไม้ที่คุณสนใจ ตลอดจนการเพิ่มพื้นที่สีเขียวง่ายๆ ในบ้านและโต๊ะทำงานด้วยครับ

เชื่อไหมครับว่า...ต้นไม้เล็กๆ เหล่านี้ บางทีก็มีประโยชน์ซ่อนอยู่มากมายกว่าที่คุณคิดนะครับ




 

Create Date : 01 สิงหาคม 2550   
Last Update : 1 สิงหาคม 2550 22:45:42 น.   
Counter : 1646 Pageviews.  


1  2  

นายกระท้อนห่อ
 
Location :
ปทุมธานี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




บางครั้ง การได้เปิดมุมมองของตัวเอง ให้มีพื้นที่ว่างพอเพื่อจะรับเอามุมมองของคนอื่นๆ ที่อยู่คนละขั้วของตัวเองเข้ามาบ้าง ก็อาจทำให้เรา สามารถมองโลกได้กว้างขึ้น หรือมีความสุขกับทุกลมหายใจของชีวิตได้มากขึ้น ยินดีต้อนรับสู่ขั้วโลกฝั่งของผม...ที่คาดว่าอยู่คนละขั้วกับคุณ แต่ยังไงก็โลกใบเดียวกันนะครับ
[Add นายกระท้อนห่อ's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com