Group Blog
 
All Blogs
 

เที่ยวหำหด (ผาหัวนาค) จรดมอหินขาว เท้าแกว่งน้ำตาดโตน

ผาหัวนาค


ผาหัวนาค ชื่อตั้งตามลักษณะหน้าผาที่ยื่นออกมาคล้ายหัวพระยานาคพี่ผู้ใหญ่เค้าบอกและชี้มุมมองนี้ให้ถ่ายรูป


ขอดูหน่อย...ว่าสูงแค่ไหน



มันเป็นสถานที่ฝึกวิชาของเหล่าจอมยุทธ์


มอหินขาว


มอหินขาว บ้านวังคำแคน ต.ท่าหินโงม อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติภูแลนคา มีทุ่งหินประหลาดขนาดยักษ์ท่ามกลางท้องทุ่งมากมายหลายก้อนตั้งโดดเด่นอยู่ หลายๆคนยกให้ทุ่งหินยักษ์นี้เป็น“สโตนเฮนจ์เมืองไทย” ในขณะที่ชาวบ้านแถวนั้นเรียกขานทุ่งหินขนาดยักษ์ว่า “มอหินขาว” ด้วยเอกลักษณ์ความสวยงาม เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ที่สรรสร้างหินรูปทรงแปลกๆ ดุจดังสโตนเฮ้นจ์เมืองไทย สูงจากผิวดินประมาณ 12 เมตร โดยเสาแต่ละต้นมีขนาดใหญ่รูปร่างแตกต่างกันออกไป เสาหินบางต้นมีชาวบ้านนำพระพุทธรูปไปประดิษฐานไว้ที่ด้านล่างเพื่อให้ผู้ที่ผ่านไปผ่านมาสักการบูชา โดยจะมีหินทรายก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งเป็นสีขาวและโดดเด่นในพื้นที่ และเป็นที่มาของคำว่า มอหินขาว บ้างก็เชื่อกันว่าในทุกคืนวันพระจะมีแสงสีขาวส่องขึ้นมาบริเวณก้อนหินใหญ่ 5 ก้อน คนเฒ่าคนแก่สมัยนั้นเลยเรียกที่นี่ว่ามอหินขาว ด้วยความแปลกตาด้วยแท่งหินขนาดยักษ์ 5 ต้นตั้งเรียงรายท่ามกลางท้องทุ่งสีเขียว และยังเหมาะสำหรับชมบรรยากาศนับดาวในยามค่ำคืน ทำให้มอหินขาวแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ได้บรรจุไว้ในโครงการ 12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน ของการท่องเที่ยว


ถัดไปอีกจุดห่างออกไป 500 เมตร จะเเป็นลานก้อนหินขนาดใหญ่รูปทรงต่างๆ กระจัดกระจายอยู่รอบๆ บริเวณ มีรูปร่างแปลกแตกต่างกันออกไป เช่นรูปร่างคล้ายเรือ เจดีย์ หอเอียงเมืองปิซ่า และคล้ายกระดองเต่า บางก้อนสามารถปีนขึ้นไปชมวิวจากบนหินได้ด้วย


มอหินขาว เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติภูแลนคา อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ประมาณ 600 เมตร ทิศเหนือติดกับเขตอำเภอหนองบัวแดงและ อำเภอ เกษตรสมบูรณ์ สามารถมองเห็นอ่างเก็บน้ำลำประทาวที่อยู่ไกลลิบ ๆ


เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบสภาพอากาศ แบบธรรมชาติ มองไกลออกไปมีทิวทัศน์ที่สวยงาม มีลมพัดเย็นสบายตลอดทั้งวัน ลักษณะของแท่งหินเป็นหินสีขาวขนาดใหญ่ แต่ละแท่งมีความกว้างประมาณ 4 – 5 เมตร สูงประมาณ 15 – 20 เมตร และตั้งเรียงรายกันเป็นแถว สันนิษฐานว่าก้อนหินขนาดยักษ์เหล่านี้มีอายุประมาณ 175 – 195 ล้านปี เกิดจากการสะสมของตะกอนทรายแป้งและดินเหนียว


ลานหิน เสาหินและแท่งหินที่มอหินขาวส่วนใหญ่เป็นหินทรายสีขาว นอกจากนี้ก็ยังมี หินทรายแป้ง หินโคลน หินทรายสีม่วง ซึ่งสันนิษฐานว่าก้อนหินขนาดยักษ์เหล่านี้มีอายุประมาณ 175-195 ล้านปี เกิดจากการเคลื่อนไหวของเปลือกโลกที่ทำให้ชั้นหินเกิดการโค้งงอและแตกหักเมื่อผสมกับการกัดเซาะของน้ำฝนและการไหลของน้ำตามผิวดิน ลานหินที่นี่จึงค่อยเปลี่ยนลักษณะเป็นเสาหินและแท่งหินอย่างที่เห็นในปัจจุบัน


พื้นที่มอหินขาวในปัจจุบันทางจังหวัดชัยภูมิยังไม่ได้เปิดพื้นที่มอหินขาวให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ เพราะว่ายังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องปรับปรุง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการปรับปรุงทางขึ้น การจัดภูมิทัศน์ การฝึกอบรมไกด์ท้องถิ่น การทำป้ายสื่อความหมาย การทำเส้นทางท่องเที่ยว และการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้พร้อมมากขึ้น แต่มอหินขาวสามารถขับรถขึ้นไปเที่ยวและพักค้างแรมได้ เพราะลานกว้างไว้ให้กางเต็นท์พร้อมมีห้องน้ำอำนวยความสะดวก ซึ่งผู้สนใจควรสอบถามรายละเอียดก่อนออกเดินทางที่ อุทยานแห่งชาติภูแลนคา
0-4481-0902-3


การเดินทางจากจังหวัดชัยภูมิ ใช้ทางหลวงหมายเลข 2051 ตามถนนสายชัยภูมิ – น้ำตกตาดโตน ระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร แยกเลี้ยวซ้ายเข้าเส้นทางไปท่าหินโงม เป็นทางลาดยางขึ้นเขาประมาณ 12 กิโลเมตร ถึงสามแยกทางไปบ้านแจ้งเจริญ – โสมเชือก 6.5 กิโลเมตร ผ่านบ้านวังคำแคน จะถึงบริเวณที่ตั้งของหินขนาดใหญ่ จำนวนหลายแท่งและกลุ่มหินอีกจำนวนมาก ขนาดลดหลั่นกันใหญ่บ้างเล็กบ้าง ขึ้นอยู่ประปรายในพื้นที่เทือกเขา “ภูแลนคา” รวมระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร


น้ำตกตาดโตน




น้ำตกตาดโตน เป็นน้ำตกที่สวยงามใกล้ที่ทำการอุทยานฯ มีน้ำไหลตลอดปี โดยเฉพาะในฤดูฝนจะสวยงามเป็นพิเศษ มีความสูงประมาณ 6 เมตร และกว้าง 50 เมตร ด้านบนเป็นธารน้ำไหลผ่านลานหินสองฝั่งธาร ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ เหมาะที่จะนั่งพักผ่อนชมธรรมชาติและเล่นน้ำ บริเวณก่อนเข้าถึงตัวน้ำตกมีร้านอาหารบริการ และห้องน้ำที่สะอาดบริการนักท่องเที่ยว บริเวณตัวน้ำตกมีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการ และดูแลนักท่องเที่ยวตลอดจุด และบริเวณน้ำตกมี ศาลเจ้าพ่อตาดโตน (ศาลปู่ด้วง) มีประวัติว่า เจ้าพ่อตาดโตนเป็นคนเชื้อสายเขมรอพยพเข้าเมืองไทย ในเวลาใกล้เคียงกับพ่อพระยาแล (พระยาภักดีชุมพล) ท่านบำเพ็ญตนเป็นชีปะขาวยึดมั่นใสมถะ กรรมฐาน ปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด และช่วยรักษาคนไข้ เป็นที่นับถือเลื่อมใสของราษฎรมาก เมื่อถึงแก่กรรมจึงมีการสร้างศาลขึ้นเพื่อเป็นที่เคารพสักการะไว้หลายแห่ง นอกจากที่น้ำตกตาดโตนแล้วยังมีศาลปู่ด้วงที่ช่องสามหมอ และที่วัดชัยภูมิพิทักษ์อีกด้วย มักมีประเพณีรำผีฟ้า ผีทรงบวงสรวงเจ้าพ่อเป็นประจำ


ระหว่างทางเดินไปน้ำตก...มันร้อนอ่ะ...ก็เลยถ่ายรูปเล่นไปพลาง...แก้ร้อน




 

Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2553 10:46:59 น.
Counter : 873 Pageviews.  

พืชสวนโลก (เชียงใหม่) น้ำพุร้อนโป่งเดือด (แม่ฮ่องสอน)


งานพืชสวนโลก ที่ จ.เชียงใหม่



นี่ก็เป็นสะพานเล็กๆตกแต่งพื้นที่ให้ดูสวยงาม สะพานนี้แหละที่เราอยากได้ไว้ที่บ้านซักอัน...อิอิ



“หอคำหลวง” เป็นส่วนแสดงสำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดในงาน เป็นพื้นที่จัดแสดงส่วนกลางที่โดดเด่นและสง่างามที่สุด เพื่อจัดแสดงพระอัจฉริยภาพด้านการเกษตร



ส่วนจัดแสดงดอกไม้ที่มาจากประเทศ Holland



เส้นทางสู่น้ำพุร้อนโป่งเดือด อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ปูพื้นด้วยไม้และที่สำคัญไม่ตัดต้นไม้ที่ขวางทางทิ้ง ดีจังเลย



น้ำพุร้อนโป่งเดือด หรือ โป่งเดือดป่าแป๋ อยู่ในอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง เขตพื้นที่ อ. แม่แตง จ.เชียงใหม่ นับเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่น่าสนใจ มีชื่อทางธรณีวิทยาว่า “ไกเซอร์” เกิดขึ้นจากอิทธิพลของแหล่งความร้อนใต้เปลือกโลกที่อยู่ในบริเวณนี้ ซึ่งมีแรงดันใต้ผิวดินมากกว่าบ่อน้ำร้อนธรรมดา น้ำที่พุ่งขึ้นมาจะขังรวมกันอยู่เป็นแอ่ง เรียกว่า แอ่งเดือด มีอุณหภูมิ ประมาณ 90-99 ํC ในอดีตน้ำพุแห่งนี้เคยพุ่งขึ้นสูง 5 เมตร ซึ่งว่ากันว่า เป็นน้ำพุร้อนที่ใหญ่และสูงที่สุดในเมืองไทย แต่ตอนนี้น้ำพุร้อนพุ่งสูงได้ไม่เกิน 1 เมตรเท่านั้น…
น้ำพุร้อนแห่งนี้เกิดขึ้นมาได้ ก็เนื่องจากใต้ดินบริเวณนี้ยังคงมีน้ำใต้ดินเพียงพอ น้ำใต้ดินที่มีอยู่ส่วนใหญ่ก็ได้มาจากน้ำฝน น้ำฝนจะซึมลงสู่ดินได้ หากดินนั้นมีความพรุนมาก และความพรุนของดินจะมีมาก ถ้าบริเวณนั้นมีต้นไม้...และพื้นดินไม่ถูกเหยียบย่ำ
ดังนั้น ถ้าปริมาณต้นไม้ลดลง พื้นดินบริเวณน้ำพุถูกเหยียบย่ำมากขึ้น ความพรุนของดินย่อมจะลดลง แน่นอนว่าปริมาณน้ำใต้ดินจะลดลงตามไปด้วย...รอยแตกของผิวดินที่นำน้ำลงไปสู่แหล่งพลังงานความร้อนอาจเกิดการอุดตัน และถูกปิดในที่สุด..เมื่อถึงวันนั้น น้ำพุร้อนที่ปรากฏในวันนี้ อาจเป็นพียงตำนานให้กล่าวถึงเท่านั้น
ปัจจุบันรอบๆ บริเวณโป่งเดือด ได้ทำรั้วกั้น และห้ามนักท่องเที่ยวลงไปเหยียบพื้นดินบริเวณน้ำพุ ซึ่งก็คงช่วยได้บ้าง แต่ก็ยังเห็นนักท่องเที่ยวบางคนแอบลงไปเพื่อหวังจะดูน้ำที่เดือดปุดๆ อย่างชัดๆ ซึ่งนับเป็นนักท่องเที่ยวที่ไม่มีหัวใจอนุรักษ์กันเลย
เพราะถ้านักท่องเที่ยวคนไหนอยากจะสัมผัสน้ำแร่ ที่นี่ก็มีที่อาบน้ำแร่ไว้บริการ ลองติดต่อไปได้ที่ อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง โทรศัพท์ 0-5347-1669 ซึ่งนักท่องเที่ยวยังสามารถเดินป่าศึกษาธรรมชาติ หรือเดินป่าไปชมหมู่บ้านกระเหรี่ยง หรือ ล่องแก่งแม่น้ำปาย ได้ แต่อย่าเผลอละเลยกฎเกณฑ์ของสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่ง ทั้งนี้ก็เพื่ออนุรักษ์ให้แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติได้มีอยู่และยั่งยืนต่อไปตราบนานเท่านาน


ถ่ายรูปใกล้ๆก็ได้นะ




 

Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2553 20:25:40 น.
Counter : 226 Pageviews.  


PuccaKa
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




PanDa-MaMee