Google
เราอยากให้ทุกคนห่วงใยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ใช้ชีวิตบนโลกนี้
Group Blog
 
All Blogs
 

วิธีตกแต่งบ้านแบบมืออาชีพ : การเลือกใช้พื้นไม้

การเลือกใช้พื้นไม้

พื้นไม้ เป็นงานตกแต่งภายในที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าส่วนอื่น ดังนั้น หากเราจะเลือกใช้พื้นไม้เพื่อนำมาตกแต่งก็ควรที่จะมีข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องของพื้นไม้เอาไว้บ้าง

พื้นไม้ในปัจจุบันนี้พอจำแนกเป็นกลุ่มใหญ่ๆมีดังนี้

1 ประเภทไม้พื้นที่ต้องไปขัด และเคลือบผิวที่หน้างาน
2 ประเภทไม้พื้นสำเร็จรูป

การที่จะเลือกใช้ไม้พื้นประเภทใดควรพิจารณาจากวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้เป็นหลัก โดยถ้าเป็นการใช้สำหรับคอนโดหรือบ้านจัดสรรของโครงการ ซึ่งตอนรับโอนมางานสีภายในโดยเฉพาะสีผนังเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว ดังนั้นหากไม่ต้องการให้เกิดความสกปรกขึ้น โดยเฉพาะฝุ่นจากการขัดไม้ในระหว่างทำงานพื้น ลูกค้าก็มักจะเลือกใช้เป็นไม้พื้นสำเร็จรูปหรือในกรณีที่เป็นบ้านที่อยู่อาศัยแล้วแต่ต้องการปรับปรุงใหม่เป็นบางส่วนเช่น ต้องการเปลี่ยนจากพื้นพรมเป็นพื้นไม้ สินค้าไม้พื้นสำเร็จรูปน่าจะเหมาะสมกว่า

สำหรับประเภทขัดทำ-สี ลูกค้าส่วนใหญ่เลือกเพราะยังเชื่อมั่นว่าไม้ประเภทดังกล่าวน่าจะใช้งานได้ทนทานกว่าโดยเฉพาะถ้าต้องการขัดใหม่เมื่อใช้งานไป สักระยะหนึ่งดังนั้นถ้าในกรณีของหน้างานเป็นบ้านปลูกเอง และสามารถจัดขั้นตอนของงานปูและขัดพื้นก่อนทำสีผนังเที่ยวสุดท้ายได้ หรือในกรณีที่ลูกค้าอาจจะมีโครงการที่จะทำเฟอร์นิเจอร์แบบบิลท์-อินซึ่งส่วนใหญ่สีผนังจะต้องทำใหม่อยู่แล้วลูกค้าก็อาจจะเลือกใช้เป็นไม้พื้นประเภทขัด ทำสี


การแบ่งตามลักษณะการใช้งานพอจะจำแนกได้เป็น3 ชนิด คือ

- ชนิดไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้มะค่า ประดู่ แดง เต็ง ฯลฯ
- ชนิดไม้กึ่งเนื้อแข็ง เช่น ไม้สัก ยางพารา โอ๊ค บีช เมเปิล ฯลฯ
- ชนิดไม้เนื้ออ่อน เช่น ไม้สนบางจำพวก ก้ามปู จามจุรี บาร์ซา ฯลฯ

โดยส่วนใหญ่ถ้าเป็นชนิดไม้เนื้อแข็งสีจะเป็นโทนสีเข้มหรือมืด แต่ถ้าเป็นไม้กึ่งเนื้อแข็งและไม้เนื้ออ่อน โทนสีส่วนใหญ่จะเป็นสีออกปานกลางหรือสีอ่อนสว่างๆ แต่ส่วนใหญ่ไม้เนื้ออ่อนไม่ค่อยนิยมนำมาทำพื้นกันเพราะนิ่มเกินไป

ดังนั้นไม้พื้นที่ใช้กันอยู่หลักๆจะเป็นชนิดไม้เนื้อแข็งหรือกึ่งเนื้อแข็ง ส่วนจะเลือกใช้ชนิดไหนก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้ใช้จะเน้นเรื่องใดเป็นหลัก ถ้าต้องการในเรื่องความแข็งของหน้าไม้เป็นหลักก็ควรจะใช้เป็นไม้ชนิดเนื้อแข็ง เพราะจะสามารถกันเรื่องรอยขีดข่วนได้ดีว่าเนื่องจากเป็นเนื้อแข็งและสีเข้มทำให้ไม่ค่อยเห็นรอย แต่ถ้าหากต้องการให้บ้านออกมาดูสว่าง และต้องการใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ดูสีอ่อนๆหรือสีที่ดูทันสมัยก็น่าจะเลือกใช้เป็นไม้ชนิดกึ่งเนื้อแข็ง ส่วนที่จะเป็นไม้ตัวไหนหรือสีอะไร ก็ขึ้นอยู่กับความชอบและความต้องการว่าต้องการให้งานตกแต่งออกมาในสไตล์ไหน

ถ้าต้องการให้ออกมาดูเป็นแนวโมเดิร์นกึ่งคลาสสิค น่าจะเป็นพวกไม้โอ๊ค หรือสักทองเพราะโทนสีจะออกมาเป็นโทนน้ำตาล และมีลายไม้ค่อนข้างชัด

ถ้าต้องการให้ห้องออกมาดูนุ่มๆและอบอุ่น ไม้พื้นน่าจะเป็นพวกไม้บีช ซึ่งจะมีสีออกชมพูส้มๆ

ถ้าต้องการให้ห้องออกมาดูสว่างมากๆ ไม้พื้นฮาร์ด เมเปิล จะให้ความรู้สึกได้ดี เนื่องจากโทนสีจะเป็นสีขาวครีม

สำหรับโทนสีของไม้ยางพารา ซึ่งออกมาเป็นสีโทนเหลือง ส่วนใหญ่ลูกค้าจะพิจารณาเลือกใช้ เนื่องจากต้องการพื้นไม้ที่สีอ่อนในงบประมาณที่ไม่สูงเกินไป


องค์ประกอบที่ใช้ช่วยในการตัดสินใจเลือกพื้นไม้

1. ควรคิดภาพรวมๆให้ได้ก่อนว่าอยากใช้เฟอร์นิเจอร์ออกโทนสีอะไร สไตล์ไหน ต้องการให้ห้องออกมาแนวไหนเพื่อที่จะเป็นตัวเลือกของชนิดไม้ จนกระทั่งเหลือชนิดเดียวหรือสองชนิด
2. เมื่อได้ชนิดของไม้ที่อยากได้แล้วก็คิดถึงว่า ไม้ประเภทไหน (สำเร็จรูป หรือขัด-ทำสี) น่าจะเหมาะสมกับลักษณะของการใช้งาน การติดตั้ง และการดูแลรักษาของเรา

ส่วนใหญ่ถ้าเป็นไม้ประเภท ขัด-ทำสีน่าจะหาได้สำหรับไม้ทุกชนิด แต่ถ้าเป็นประเภทสำเร็จรูปอาจจะมีการผลิตเพียงบางชนิดไม้ (เนื่องจากส่วนใหญ่ของไม้พื้นสำเร็จรูปในปัจจุบันเป็นการผลิตเพื่อส่งออกต่างประเทศ) บางชนิดไม้ก็อาจจะไม่มีการผลิตซึ่งเราก็อาจจะต้องปรับแนวทางความต้องการให้สอดคล้องกับสินค้าที่มีในท้องตลาดด้วย
3. หาข้อมูลของไม้พื้นตัวที่เราหมายตาไว้จากบริษัทฯหรือร้านค้าที่สามารถที่จะให้ข้อมูลกับเราได้ทั้งในเรื่องของราคา ข้อมูลการติดตั้ง การเตรียมสภาพของหน้างาน เช่นปูนจะต้องทำเป็นผิวเรียบขัดมันหรือไม่ควรจะต้องลดระดับจากระดับที่ต้องการลงมาเท่าไร ฯลฯ หลังจากได้ข้อมูลต่างๆแล้วก็ลองประมวลดูว่าเป็นไปได้หรือไม่กับไม้พื้นตัวที่เราเลือกใช้
4. ถ้าเป็นไปได้ควรจะเตรียมการดังกล่าวล่วงหน้าอย่างน้อยประมาณ3เดือนเพื่อความพร้อมของหน้างาน และเพื่อจะได้ไม้พื้นที่ตรงกับความต้องการของเราอย่างแท้จริง

คำถามเกี่ยวกับเรื่องพื้นไม้

ถาม -ไม้พื้นชนิดที่สีอ่อนๆเช่นพวกไม้โอ๊ค บีช เมเปิล ยางพารา สน และอื่นๆ ปลวกกินหรือไม่
ตอบ -ถ้ามีตัวปลวกขึ้นมาแสดงว่าพื้นไม้ชนิดนั้นปลวกสามารถกินได้ แต่สามารถป้องกันและกำจัดปลวกได้ โดยสามารถปรึกษากับบริษัทที่เชี่ยวชาญการกำจัดปลวก
สำหรับพื้นไม้ชนิดที่เป็นไม้สักจะมีปัญหาเรื่องปลวกน้อยกว่าไม้ชนิดอื่น

ถาม -จะต้องเตรียมพื้นผิวหรือ หน้างานอย่างไรในการปูพื้นไม้
ตอบ -โดยทั่วไปบริเวณที่จะปูพื้นไม้ควรเตรียมพื้นปูนไว้เป็นผิวเรียบขัดมัน พร้อมปรับระดับให้พื้นเรียบเสมอมากที่สุด เนื่องจากระดับพื้นมีผลต่องานที่ออกมาว่าเรียบร้อยหรือไม่
-ส่วนระยะของการลดระดับขึ้นอยู่กับประเภทของพื้นไม้ ความหนา และรอยต่อของพื้นที่ข้างเคียง ดังนั้นควรขอคำปรึกษากับนักออกแบบหรือเจ้าหน้าที่ของผลิตภัณฑ์

ถาม -ขั้นตอนของงานปูพื้นไม้ กับงานอื่นๆ ควรจัดลำดับก่อนหลังกันอย่างไร
ตอบ -ขึ้นอยู่กับประเภทของพื้นไม้ที่จะปูดังนี้
ถ้าเป็นพื้นไม้ประเภทขัด-ทำสี ควรจะปูก่อนทำการติดตั้ง เฟอร์นิเจอร์ประเภท บิลท์-อิน เพราะงานจะดูเรียบร้อยกว่าการปูหลังจากติดตั้งเฟอร์นิเจอร์แล้ว และถ้าเป็นไปได้บริเวณที่จะทำการปูไม้พื้นประเภทขัด-ทำสี ควรจะเหลือสีผนังและสีฝ้าไว้ 1 เที่ยว เนื่องจากตอนขัดพื้นจะมีฝุ่นทำให้ผนังเลอะเทอะ
ถ้าเป็นพื้นไม้ประเภทสำเร็จรูป ควรจะเข้าปูและติดตั้งเกือบจะเป็นงานสุดท้ายก่อนพรมและวอลเปเปอร์(ถ้ามี) หากมีเฟอร์นิเจอร์ประเภทบิลท์-อิน ควรจะเข้าหลังจากเฟอร์นิเจอร์
เสร็จหรือเกือบเสร็จเรียบร้อย เหลือเพียงงานสีนิดหน่อยเพื่อที่พื้นจะได้ไม่เสียหาย

ถาม - ไม้เมืองหนาวมีปัญหาเรื่องโก่งและระเบิดมากจริงหรือไม่
ตอบ - ไม่จริงเพราะปัญหาเรื่องโก่งและระเบิดไม่ใช่เพราะเป็นไม้จากเขตเมืองหนาวหรือจากเขตร้อนชื้น แต่เกิดขึ้นเพราะไม้พื้นที่นำไปใช้ผลิตมาไม่ได้มาตราฐาน




 

Create Date : 15 กันยายน 2552    
Last Update : 16 กันยายน 2552 14:15:17 น.
Counter : 122 Pageviews.  


Valentine's Month


 
Apple Bloom1599
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ยินดีให้คำแนะนำปรึกษาในเรื่องงานระบบบำบัดน้ำเสีย และรับงานบำบัดน้ำเสียทั่วประเทศ พร้อมทั้งจำหน่ายและติดตั้งงานหินสังเคราะห์ด้วยทีมช่างและวิศวกรมืออาชีพ เราเน้นงานคุณภาพ บริการเยี่ยม ราคาย่อมเยา ติดต่อ
Email: rrdptl@gmail.com

(เราไม่ได้จำหน่ายเคมีภัณฑ์หรือวัสดุอุปกรณ์ สำหรับงานบำบัดน้ำเสีย)

Friends' blogs
[Add Apple Bloom1599's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.