โอ่ย ไม่ไหวแล้ว ชอบเพลงนี้จังเลยวุ้ย ฟังจะร้อยรอบแล้วเนี่ย ร้องได้ไงเนี่ย




 

Create Date : 25 เมษายน 2551   
Last Update : 25 เมษายน 2551 22:14:14 น.   
Counter : 264 Pageviews.  


Knowing it’s a easy part saying it out loud it’s a hard part



รู้มั๊ยว่า เรื่องราวของชีวิตเราจะสับสนน้อยกว่านี้ ซับซ้อนน้อยกว่านี้ วุ่นวายน้อยกว่านี้ และจะมีความสุขกับชีวิตมากกว่านี้ แค่เราเพียงรู้จักตัวเองให้มากพอ และที่สำคัญเราต้องกล้าพอที่จะแสดงความรู้สึกนั้น ๆ ออกไปให้ใคร ๆ รับรู้ เหมือนที่มีประโยคสั้น ๆ แต่ได้ใจความเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่สุดคือ “Knowing it’s a easy part but saying it out loud it’s a hard part“

คนมากกว่าครึ่งบนโลกใบนี้ รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร แต่ปัญหาคือ ไม่กล้าพูดมันออกไป เพราะเค้าคิดถึงคนอื่นมากกว่าตัวเอง แต่แท้ที่จริงแล้ว ขอให้รู้ไว้เลยว่า “ไม่มีใครทำให้ใครมีความสุขที่แท้จริงได้ ถ้าตัวเค้าเองไม่มีความสุขที่จะทำมัน”

ผมเองรู้เสมอว่าตัวเองต้องการอะไร แล้วพูดมันออกไปให้คนอื่นรู้เสมอเช่นกัน นั่นคือเหตุผลว่าทำไม ใคร ๆ ถึงมองว่าผมเป็นคนมีความสุขเสมอ แล้วคุณล่ะรู้มั๊ย แล้วคุณล่ะกล้าที่จะพูดมั๊ย ที่สำคัญแล้วคุณล่ะกล้าที่จะทำให้ตัวเองมีความสุขมั๊ย

ชีวิตคนเราไม่ได้ยืนยาวอย่างที่คาดไว้เสมอไปหรอกนะ มีเหตุผลมากมายที่จะทำให้ชีวิตเราสั้นกว่าที่ควรจะเป็น ผมมักมีคำพูดที่คนหลาย ๆ คนไม่ชอบฟัง เพียงแต่มันเป็นความจริงอยู่เสมอคือ “ผมสัญญากับใครหรือแม้กับตัวเองไม่ได้หรอก ว่าพรุ่งนี้เมื่อผมเดินออกจากบ้านไป แล้วผมจะได้กลับมาเหมือนทุกวัน”

ผมก็คิดเหมือนคนที่มีข่าวอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์คิดกันนั่นแหละว่า พรุ่งนี้ก็คงเหมือนวันนี้ เมื่อวันนี้ฉันออกไปทำงานเดี๋ยวตอนเย็นฉันก็จะกลับบ้านแล้วก็ทำอะไรแบบที่เคยทำ แต่! ความจริงมันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไปนะ คุณก็รู้ดี

ชีวิตนี้มีแค่ชีวิตเดียว ถึงจะมีชาติหน้าจริง ๆ แต่ดวงวิญญาณดวงนี้ ก็ไม่ได้ตามเราไปถึงชาติหน้าอยู่ดี เพราะฉะนั้นเมื่อเรามีชาติเดียว โอกาสเราก็จึงมีแค่หนเดียว แล้วคุณจะไม่ทำโอกาสที่คุณมีอยู่หนเดียวนี้ ให้มีความสุข และมีคุณค่าที่สุดที่ได้เกิดมาเป็นคุณอย่างที่เป็นอย่างทุกวันนี้เหรอครับ

ถ้าคุณไม่ทำคงไม่มีใครว่าคุณหรอก และเช่นกัน คุณก็ห้ามผมไม่ได้เช่นกัน ถ้าผมจะทำให้ตัวผมเองมีความสุขที่สุด เท่าที่ผมยังมีโอกาสอยู่บนโลกใบนี้

จงมีกำลังใจนะจ๊ะ คนดี โย้ว โย้ว




 

Create Date : 01 มีนาคม 2551   
Last Update : 25 เมษายน 2551 22:15:00 น.   
Counter : 189 Pageviews.  


จดหมายที่ไม่มีวันส่งถึง....



นานหลายปีแล้วนะ ฉันยังเก็บจดหมายฉบับนี้ไว้อยู่ จดหมายที่เขียนขึ้นในวันที่รู้ทั้งรู้ว่าผู้รับจะไม่มีวันได้เปิดอ่าน

ในวันนี้เมื่อหันกลับมาอ่านมันอีกครั้ง ความรู้สึกมันไม่เหมือนตอนที่เขียนอีกต่อไปแล้ว มันก็เป็นแค่หลักฐานชิ้นหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า ฉันเคยรัก...มากแค่ไหน

หากแม้มีใครสักคนที่อยู่ในโลกปัจจุบันของฉันได้เปิดจดหมายฉบับนี้ขึ้นอ่าน ในเวลานี้ หรือในวันต่อไปข้างหน้าต่อจากนี้ ขอให้เธอจงรู้ว่า คนที่ได้ชื่อแทนตัวว่า “หนู” ในจดหมายฉบับนี้ ไม่มีตัวตนในความคิดคำนึงของฉันอีกต่อไปแล้ว รู้ไว้นะจ๊ะ คนดี


คำขอโทษที่ไม่มีวันเพียงพอ


วันที่ 3 มิถุนายน 2545

ถึง My Love

ตลอดช่วงเวลาที่เราหันหลังให้กันมีช่วงหนึ่งที่พี่สับสนกับตัวเองอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนสับสนที่ไม่รู้จะทำอย่างไรกับตัวเอง กับเรา กับหนูดี เพราะการหันหลังให้กันมันไม่ใช่คำตอบที่พี่อยากเห็นเลย และยิ่งไม่ใช่ใหญ่โดยเฉพาะกับคนสองคนที่ยังมีใจให้กันอยู่อย่างนี้ ยังรักหนูอยู่อย่างนี้ พี่สับสนเพราะพี่ไม่เคยเดินจากคนที่พี่ยังรักและอยากจะใช้ชีวิตร่วมด้วยอย่างนี้

มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นระหว่างเราโดยเฉพาะความสุข ที่พี่ก็ไม่เคยคาดหวังมาก่อนว่ามันจะดีได้อย่างนี้ ถึงแม้จะมีบางครั้งที่หนูจะทำให้พี่รู้สึกหมดความสำคัญไป รู้สึกเหมือนหนูไม่แคร์ รู้สึกเหมือนโดนทำร้าย ทั้ง ๆ ที่พี่ก็เป็นคนหนึ่งที่เข้าใจหนูที่สุด แต่กลับเป็นคนทำให้เรื่องราวที่ดีของเราต้องหยุดลงแบบนี้ (หยุดไม่ใช่จบ) ไม่ว่าจดหมายฉบับนี้จะได้ส่งหรือไม่ก็ตาม ไม่ว่าหนูจะรู้ว่ามีจดหมายฉบับนี้เกิดขึ้นหรือไม่ก็ตาม สิ่งที่พี่อยากทำที่สุดในวันนี้ก็คือขอโทษ

ขอโทษ ที่ไม่เข้าใจหนูมากกว่านี้
ขอโทษ ที่เดินจากมาทั้ง ๆ ที่ยังรักอยู่
ขอโทษ ที่ไม่อดทนมากกว่านี้
ขอโทษ สำหรับน้ำตาทุกหยดที่ไหลออกจากดวงตาของหนู
ขอโทษ ที่ไม่กอดหนูให้แน่นพอ
ขอโทษ ที่ไม่บอกรักหนูให้มากกว่านี้
ขอโทษ สำหรับทุกสัมผัสที่ควรจะนุ่มนวลกว่านี้และเนิ่นนานกว่านี้
ขอโทษ ที่คาดคั้นเรื่องราวมากมาย
ขอโทษ ที่ไม่ค่อยได้ชมหนูเวลาหนูแต่งตัวสวย ๆ
ขอโทษ สำหรับความเหนื่อยล้าทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับเรา
ขอโทษ ที่วันนั้นในโรงหนังพี่ไม่ได้สัมผัสหนูอย่างที่เคย (หนูอาจจำไม่ได้)
ขอโทษ ที่ไม่ได้กุมมือหนูเท่าที่ควรเวลาเราเดินด้วยกัน
ขอโทษ ที่ทำให้หนูวิ่งมากไปหน่อยเวลาตีแบตฯ ด้วยกัน
ขอโทษ ที่ไม่ได้กอดหนูที่สนามบินทั้ง ๆ ที่อยากจะกอดใจจะขาดอยู่แล้ว
ขอโทษ ที่ก่อนขึ้นเครื่องบินพี่ร้องไห้
ขอโทษ ที่หัวเราะทั้งน้ำตาในระหว่างที่เขียนจดหมายฉบับนี้

ขอโทษ




 

Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2551   
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2551 22:32:14 น.   
Counter : 197 Pageviews.  


หัวใจคือ สวนหลังบ้าน ความรักคือ ดอกไม้ในสวนหลังบ้าน



ผมชอบเปรียบเทียบว่า หัวใจ คือ สวนหลังบ้าน ความรัก คือ ดอกไม้ที่ปลูกอยู่ในสวน ในวันที่เรายังไม่มีความรัก เราค่อย ๆ ปลูกดอกไม้ขึ้นทีละต้น ทีละต้น จนเต็มไปทั้งสวน รอให้ใครสักคนเข้ามาชื่นชม

เมื่อวันที่เธอเดินเข้ามาในสวนหลังบ้านของฉัน มันเต็มไปด้วยดอกไม้นา ๆ ชนิด สีสวยสดใส เธอเดินชื่นชมดอกไม้อย่างระมัดระวัง เพราะกลัวจะไปเหยียบต้นไม้เข้า เธอเด็ดขึ้นมาชื่นชมทีละดอก ทีละดอก เราช่วยกันรดน้ำ พรวนดิน และปลูกทดแทนต้นที่ถูกเด็ดออกไป สวนหลังบ้านของฉันในวันนั้นมีดอกไม้พรรณใหม่ ๆ แปลกตาที่ฉันไม่เคยได้เห็นเพราะเธอนำมาปลูกใหม่ ฉันอยากให้มันเป็นอย่างนี้เสมอไป ได้อยู่ในสวนดอกไม้ที่มีเธออยู่ด้วย

แต่โลกมันก็มีฤดูกาลของมัน
หน้าฝน ฝนก็โปรยลงมาให้ความชุ่มฉ่ำ เธอไม่จำเป็นต้องรดน้ำมันก็ได้ เพราะฝนช่วยทำหน้าที่นั้นให้เธอแล้ว
หน้าหนาว มีความชุ่มฉ่ำหลงเหลือมาจากหน้าฝน รดน้ำมันบ้างไม่จำเป็นต้องรดทุกวัน ดอกไม้มันก็อยู่ได้ดี
หน้าร้อน ดอกไม้มันต้องการการดูแลอย่างสม่ำเสมอ บางครั้งก็มีตายบ้างเพราะความร้อน แต่ถ้าเธอดูแลเธอก็สามารถปลูกมันขึ้นมาใหม่เพื่อเต็มเติมให้สวนหลังบ้านของฉันงดงามดังเก่า

แต่ไม่ว่าหน้าใดก็ตาม ถ้าเธอเข้ามาชื่นชมเพียงอย่างเดียว เด็ดมันไปทุกวัน ไม่เคยเอาใจใส่ดูแล ดอกไม้มันก็ยังพอจะมีอยู่ให้เธอชื่นชมบ้าง เพราะฉันก็คอยดูแลมันอยู่ แต่ถ้านอกจากไม่ดูแลแล้ว เธอยังเดินไม่ระวังเหยียบย่ำมันซ้ำลงไปอีก วันนึงดอกไม้ในสวนหลังบ้านของฉันก็คงต้องตายลงไม่เหลือให้เธอชื่นชมอีก เธออาจจะถามว่า อ้าวแล้วทำไมเธอไม่ดูแลเองล่ะ ฉันก็จะบอกว่า ฉันก็ดูแลมันบ้าง แต่เวลาส่วนใหญ่ฉันก็ให้ไปกับการดูแลสวนหลังบ้านของเธอนั่นไง

เมื่อวันที่เธอจากไปพร้อมกับปล่อยให้สวนดอกไม้ของฉันต้องตายลง ณ ตอนนั้นอย่าว่าแต่สวนหลังบ้านเลย ตัวฉันเองยังดูแลตัวเองได้ไม่ดีเลยด้วยซ้ำ แต่ละวันฉันต้องประคองตัวเองเพื่อออกไปสู่โลกของความเป็นจริง ออกไปสู่สังคม

ในวันนี้ฉันกลับมาเป็นคนเก่าแล้ว เดินออกไปสวนหลังบ้านทุกวัน ค่อย ๆ สร้าง ค่อย ๆ ทำ ปลูกมันขึ้นมาใหม่ทีละต้น ทีละต้น ไม่รู้ว่าจะนานมั๊ย ดอกไม้ถึงจะเต็มสวนอีกครั้ง ในระหว่างที่ทำสวนอยู่นั้นฉันได้ยินเพลง ๆ หนึ่งดังมาจากห้องรับแขก “Your Love” ของ Jim Brickman ในเพลงพูดถึงของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ที่ดีที่สุด ตอนนี้ใกล้วันเกิดของฉันเต็มทีแล้ว ฉันก็อยากได้ของขวัญเหมือนกัน ของขวัญที่อยากได้ที่สุดคือ คนช่วยปลูกดอกไม้ เพราะฉันอยากจะลองวิธีใหม่ จากที่เคยค่อย ๆ ปลูกอยู่คนเดียว ค่อย ๆ ทำไปคนเดียว ฉันอยากสร้าง อยากทำไปพร้อม ๆ กับใครสักคนนึง ช่วยกันทำให้สวนดอกไม้งดงามที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่มีสวนดอกไม้ของเธอหรือของฉันอีกแล้ว มีแต่ของเราเท่านั้น




 

Create Date : 21 เมษายน 2550   
Last Update : 21 เมษายน 2550 13:38:32 น.   
Counter : 180 Pageviews.  


รู้มั๊ย พระเจ้าเคยสร้างไว้ให้ผู้หญิงเป็น ผู้นำ



วันนี้ประมาณบ่ายโมงในระหว่างที่ผมกำลังล้างตู้ปลาอยู่ จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงคนนึงร้องไห้ ฟูมฟาย ดังมาจากชั้นล่างของคอนโดฯ มีใจความประมาณว่า “ทำไมผู้หญิงต้องจำยอมกับการที่ผู้ชายไปมีใครต่อใคร ทำไมชั้นต้องกล้ำกลืนฝืดทนและยอมรับความเจ็บปวดนี้ด้วย” ทำให้ผมคิดถึงเรื่องเล่าเรื่องนึง จำไม่ได้แล้วล่ะว่าได้ยิน หรือได้อ่านมาจากไหน แต่มันน่าสนใจมากทีเดียว

เชื่อมั๊ยครับ เมื่อครั้งที่พระเจ้าสร้างโลก ท่านสร้างผู้หญิงให้เกิดมาเป็นผู้นำ เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะเธอฉลาดกว่า เธอแข็งแกร่งกว่า (ดูได้จากการที่เธอต้องรับภาระในการก่อกำเนิดชีวิตมนุษย์) เธอละเอียดกว่า เธอรอบคอบกว่า ผู้ชายมีอย่างเดียวเอง คือ กำลัง

ด้วยความเป็นผู้นำ เธอต้องทำงานทุกอย่าง ตัดฟืน ล่าสัตว์ สร้างบ้าน แบกของ ผู้ชายมีหน้าที่ทำตามคำสั่ง แต่ก็ทำอะไรได้ไม่มากเท่าไหร่หรอก เพราะมีแต่กำลังไง ด้วยความฉลาด ผู้หญิงจริงนัดประชุมกันว่า ถ้าเป็นอย่างนี้เราไม่ไหวแน่ จำจะต้องมีอุบายบางอย่างเพื่อทำให้ตัวเองสบายขึ้นนั่นก็คือ ต้องยกย่องผู้ชายให้เป็นผู้นำ ผู้หญิงจะได้อยู่บ้าน ทำงานบ้าน เลี้ยงลูก ส่วนงานหนัก ๆ ทั้งหลายผู้นำคือผู้ชายต้องเป็นคนทำ ฉลาดมั๊ย แล้วพวกเธอก็ทำสำเร็จซะด้วย

กาลเวลาผ่านเลยมานับล้านปี ผู้หญิงต้องทนเป็นเบี้ยล่างให้กับผู้ชายอยู่เสมอก็เพราะผู้ชายถูกวางไว้ให้เป็น “ผู้นำ” จวบจนปัจจุบันผู้หญิงบางส่วนเริ่มรับสภาพไม่ได้จากการถูกกดขี่ข่มเหงทั้งร่างกายและจิตใจ เธอพยายามเรียกร้องสิทธิต่าง ๆ ไม่ใช่ว่าต้องการจะกลับมาเป็นผู้นำ แต่อย่างน้อยก็แค่ความเท่าเทียมกันก็พอ

แต่! มันสายไปแล้ว เพราะผู้หญิงส่วนใหญ่ถูกสอน ถูกสั่ง ถูกครอบงำ ด้วยจารีตประเพณีให้เธอเชื่อว่า ผู้ชายคือผู้นำไปซะแล้ว

อยากจะบอกว่า ที่ผู้ชายไม่เคยต้องทนกับสิ่งที่ผู้หญิงคนที่ร้องไห้ฟูมฟายคนนั้นต้องทน ก็เพราะว่า ผู้ชายไม่ยอมทนกับสิ่ง ๆ นั้นไงครับ ไม่เคยแม้แต่จะคิดที่จะต้องทน ไม่เคยเปิดโอกาสในสังคมได้สร้างค่านิยมว่าผู้ชายต้องทนกับสิ่ง ๆ นั้น เพราะฉะนั้นคุณผู้หญิงครับ จริง ๆ คุณมีทางเลือก เลือกที่จะเชื่อว่าตัวคุณเองเป็นผู้นำ อย่างน้อยก็เป็นผู้นำให้กับตัวเองได้ สิ่งที่คุณไม่มีอยู่สิ่งเดียวนั่นคือ กำลัง แต่คุณมีสมองไง อย่าลืม อย่าให้ความเชื่อว่าผู้หญิงต้องต้อยต่ำกว่าผู้ชายมาทำให้ชีวิตต้องอยู่ในวงจรอุบาทเช่นนี้ เพราะรู้มั๊ยว่า ครั้งหนึ่งคุณคือ ผู้นำ นะครับ




 

Create Date : 16 เมษายน 2550   
Last Update : 16 เมษายน 2550 22:02:44 น.   
Counter : 287 Pageviews.  


1  2  

NattForester
 
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ฉัน ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นของเธอ
แล้วเธอ ก็ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นของฉัน
เรา ต่างเกิดมาเพื่อเป็นตัวของตัวเอง
ฉะนั้น ถ้าบังเอิญเราเข้ากันได้ดี
นั่นคือสิ่งที่สวยงามที่สุดแล้ว
[Add NattForester's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com