Diary of LIFE
Group Blog
 
All blogs
 

ขนมปัง กับ ความสัมพันธ์

Finally ฉันก็ทำขนมปังสำเร็จ!!!!!!

สารรูปน้องอาจไม่ได้สวยมงลงเพราะการขึ้นรูป แทนที่จะเป็นครัวซองค์ตามสูตรกลับดูคล้ายราหูอมจันทร์ซะงั้น แต่ด้วยรสชาติ เนื้อสัมผัส และที่สุดของแจ้คือ "ปราศจากกลิ่นยีสต์ขี้นอืด" น้องจึงสมควรได้รับการจารึกไว้ ณ โอกาสนี้ 🥰
.......
2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มี 2 เหตุการณ์ที่เดินคู่ขนานกันไปภายใต้อัตรา Passion สวนทางกัน ขณะที่ฉันฝักใฝ่กับการนวดขนมปังและฟินกับกลิ่นหอมของแป้ง เนย ยีสต์ในมือ อดทนต่อความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า แต่พร้อมที่จะลองสูตรใหม่ๆ เสมอ ฉันกลับหมดความอดทนที่จะต่ออายุความสัมพันธ์ 2 ปีกว่าให้ยืนยาวต่อไป
.......
เมื่อสมองได้พักจาก "ความคิด" ทั้งบวกและลบ จนได้พบ "ความสงบ" ที่สูญหาย ฉันเริ่มมองเห็น "ชีวิต" ในมุมที่ชัดเจนมากขึ้น ...ฉันอยากทำขนมปัง เพราะอยากกินขนมปังทำเอง และมั่นใจว่าฉันทำได้
...ฉันต้องการ "ความสุข และความมั่นคง" ทั้งงาน เงิน และ ความสัมพันธ์
..........
อย่างที่ฉันพูดไว้ "ทุกสิ่งมีเวลาของมัน" ต้องรู้จัก "ยอมรับ" เมื่อก้าวผ่านจุดสำคัญนั้นไปแล้ว หากยัง "ยื้อ" โดยไม่สนใจใดๆ ผลลัพธ์ที่ตามมาอาจจะแย่กว่าที่คิด

ทุกขั้นตอนการทำขนมปังมี "เวลา" และ "ความพอดี" ที่ละเอียดอ่อน ต้องอาศัย "ความเข้าใจ" ตัวแปรต่างๆ และ "โฟกัส" ถูกจุด แม้ผลที่ได้อาจไม่ดีอย่างที่ตั้งใจ อย่างน้อยก็ยังไม่เสียเปล่า ฉันจึงตัดสินใจใช้การเรียนรู้และประสบการณ์ โดยมีสูตรเป็นแนวทาง

...ตั้งเวลานวดแป้งไม่เกิน 15 นาที โดยไม่โฟกัสที่ "การขึ้นฟิล์ม" ให้ได้ จนต่อเวลานวดหลายรอบอย่างเคย เพียงแค่นวดได้เนียน ผิวตึงก็พอแล้ว เพื่อไม่ให้เนื้อขนมปังเหนียว แห้ง แข็ง ต้องเททิ้ง

...พักแป้งรอบแรกไม่เกิน 40 นาที และรอบสอง 30 นาที ดูที่การขึ้นฟูให้อยู่ระดับที่รับได้ ไม่ยึดติดกับการขึ้นฟู 2 เท่าเป๊ะ เพื่อไม่ให้ยีสต์ทำงานเกินจนขนมปังเหม็น เปรี้ยว ต้องเททิ้ง

...อบไฟประมาณ 170 องศา 20 นาที ไม่เปิดพัดลม อาศัยการสลับชั้นวางเพื้อให้ขนมสุกทั่วถึง

ขอบอกว่าฉัน "ไม่แน่ใจ" ว่าจะเวิร์คมั้ย แต่ฉันเชื่อว่าความล้มเหลวได้สอนอะไรบางอย่างจนรู้สึกว่า มันคง "ไม่มีอะไรแย่" เกินจะลอง
.............
ในที่สุด ดั่งฝันฉ้นท์ใด!!! ฉันได้กิน "ขนมปังราหูอมจันทร์" อุ่นๆ จากเตาอย่างมีความสุขโดยไม่ทาอะไรเลยเพื่อสัมผัสรสชาติความสำเร็จให้สาใจ 😁

อย่ากลัวที่จะ "หยุด" หาก "ความรู้สึก" และ "ประสบการณ์" กระซิบบอก

เหลือบดูโทรศัพท์...สื่อความสัมพันธ์ทางไกล นึกขอบคุณปนโล่งใจที่ไม่มีข้อความใดๆ จาก "เขา"และขอให้เป็นเช่นนี้ตลอดไป

คำกล่าวลา "Wish you all the best" ไม่จำเป็นหรอก เพราะฉันได้ยินทุกครั้งที่ต้องการยุติความสัมพันธ์ และมันก็ทำให้ฉันกลับไปสู่วังวนของการใช้ "ความสุข" เป็นเชื้อเพลิงขับเคลื่อน "ความอดทน" หล่อเลี้ยงความสัมพันธ์ให้คงอยู่

ขณะที่เขาใช้เพียง "การแก้ตัว" รับคำส่งเดชแล้วก็กลับไปทำพฤติกรรม "บั่นทอน" วนเวียนซ้ำๆ เป็นเดจาวูจนนับไม่ถ้วน

ส่วนฉันก็ "บั่นทอน" ความสุขของตนเองเพียงเพราะ "ความกลัว" ที่จะไม่มีใครจนมันผ่านจุด "พอดี" มาไกล ไกลจนควรต้องบอกตัวเองว่า "พอเถอะ" ซะที "ทุกสิ่งมีเวลาของมัน"
................
การทำขนมปังทำให้ฉันได้อยู่กับตัวเองในมุมแตกต่างซึ่งพาฉันก้าวข้าม "ความกลัว" ที่ไร้เหตุผล และหันกลับมามองว่าแท้จริงแล้ว "ฉันต้องการอะไร"

หากต้องล้มเหลว มันก็แค่ต้อง "เริ่มต้นใหม่" อีกครั้ง...เท่านั้นเอง

เมื่อรู้ว่า "อะไร" คือปัญหา ถ้าไม่ปรับก็ต้องเปลี่ยน

ฉัน "ไม่กลัว" ที่จะ "ก้าวต่อไป" ด้วยความมั่นใจและมั่นคงอีกแล้ว

...........




 

Create Date : 14 กันยายน 2563    
Last Update : 15 กันยายน 2563 12:52:45 น.
Counter : 136 Pageviews.  

Wheel of Fortune

ฉันเป็นคนหนึ่งที่หลงใหลศาสตร์ลึกลับของดวงดาวและสถิติ...หรือจะพูดตรงๆ คือ "ชอบดูดวง" นั่นแหล่ะ

จริงๆ แล้วฉันดูดวงไม่บ่อย "ถ้า" ไม่มีอะไรในใจ ด้วยความที่ฉันเป็นคน "รอไม่เป็น เย็นไม่ได้" จึงไม่สามารถอดทนให้ชีวิตเผยคำตอบตามวิถีธรรมชาติ

ในช่วง 2 ปีมานี้ ฉันดูดวงปีนึง 3-4 ครั้ง ด้วย 2 เหตุผลที่มาบรรจบกันพอดี คือ ปัญหาการทำงานร่วมกับ "แกงค์ชะนีสามแม่ครัว" นำโดย "เจ๊อึ่ง" ผู้ที่ "หลักกู อยู่ เหนือหลักเกณฑ์" สามารถพลิกดำ ให้เป็นขาว ได้โดยไม่สนใจถูกผิด ตราบเท่าที่ยังมีภาพลักษณ์ working woman เป็นเปลือก "อำแดงบ่าง" คุณป้าอารีผู้หน้าอย่างหลังอย่าง และ "นางห่าน" นางร้ายเกาหลี ที่แอ๊บว่าถูกกลั่นแกล้ง ตีหน้าเศร้าเล่าความตอแหลเสมอ
...การทำงานกับคนพวกนี้เหมือนอยู่กลางฝูงอีแร้งที่ฉัน "ห้ามพลาด" แม้แต่ก้าวเดียว

เหตุผลต่อมาคือ "บ้านทไวไลท์" อยู่ใกล้สถานที่จัดงานดูวงการกุศลแบบสุดๆ ฉันเลยได้พึ่งพาศาสตร์แห่งการพยากรณ์บ่อยขึ้น และยังคงติดตามใช้บริการ แม้ว่าจะโดนเฉดหัวออกจากบ้านลับแลนี้แล้วก็ตาม 😁

ถามว่า "แม่นมั้ย" ฉันตอบตรงๆ ได้ว่า แล้วแต่ประสบการณ์แต่ละคน...
"ดวงชะตา" ลิขิตเค้าโครงชีวิต แต่ "เรา" คือผู้เขียนเรื่องราวต่อด้วยตัวเอง
"หลายเรื่อง" ที่ฉันได้รับการแจ้งเตือนก็เกิดขึ้นจริง
"หลายเรื่อง" คำตอบก็เปลี่ยนไป
"หลายเรื่อง" ยังรอดูคำตอบสุดท้ายที่ปลายฟ้า แต่ว่า coming soon 😉😊

...สำหรับฉัน การไปหา "หมอดู" เหมือนการบำบัดจิตใจเวลาที่เราต้องทุกข์ทนกับปัญหาที่ "หมอ" ไม่สามารถช่วยได้

หมอดูที่ฉันพบมักให้มากกว่า "คำพยากรณ์" เพราะมี option เสริมคือ ความสบายใจของการแลกเปลี่ยนมุมมองที่บางครั้งก็เส้นผมบังภูเขาเหลือเกิน
ที่สุดแล้ว "คำทำนาย" ให้แนวทาง ไม่ใช่ "คำสั่ง" เรารับฟังแล้วเก็บไว้ใคร่ครวญ รู้ ย่อมดีกว่า ไม่รู้...แต่ "ชีวิต" เป็นอย่างที่มันควรจะเป็น ไม่ใช่อย่างที่เราต้องการให้เป็น

ยามที่ชีวิตติดอยู่ในหลุมดำของดราม่า สิ่งที่ควรหลงเหลือไว้ปลอบประโลมใจคือ "ตัวตน" และ "ความหวัง" เพื่อรอวันที่จะได้ก้าวสู่จุดที่แสงตะวันสาดส่อง...อีกครั้ง ☀️




 

Create Date : 01 กันยายน 2563    
Last Update : 1 กันยายน 2563 14:03:34 น.
Counter : 140 Pageviews.  

การ "ลาออก" ที่ไม่เซอร์ไพรซ์

Life Actually is....

"วันนี้" เมื่อ 1 เดือนที่แล้วฉันถูกโทรตามตัวให้ไปเซ็น "ลาออก" ไม่สำคัญว่าเต็มใจหรือไม่ แต่ด้วย "เหตุผล" ที่ถูกใคร่ครวญมาอย่างดีจากผู้บริหาร ฉันก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากยิ้มอ่อน มองบน แล้วเดินเชิดหน้าเข้าไปเซ็นเอกสารและรับเงินชดเชยตามกฎหมาย

"เหตุผล" ที่ "ไม่มีเหตุผล" รวมถึงคำอธิบายว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร...อะไรที่ทำให้คนที่ทำสารพัดโดน "อีแร้ง" จิกงานสารพันจนถึงค่ำมืด อะไรก็ให้ฉันทำ `สุดท้ายได้รับการประเมินเกรดต่ำ แล้วอ้ำอึ้งบอกว่า "ไม่ meet expectation" แต่ไม่เคยมีคำตอบว่า "expectation คืออะไร" ตั้งแต่วันที่รับซองประเมิน

...เป็นการประเมินอัปยศที่ไม่มีใครยอมรับว่า "เลข 4" นี้มาจากมือของตัวเอง
ใครทำอะไรไว้รู้ดีอยู่แก่ใจ ให้ "กรรม" ตามไปวางบิลนะคะ ^^
.........
การถูกเลิกจ้างเป็นฝันร้ายของมนุษย์เงินเดือน แต่การทำงานกับ "คนเฮงซวย" ที่ชอบเอาเปรียบ เล่นพรรคเล่นพวก ตอแหลลงตับได้ทุกเรื่อง อาจจะเป็นฝันร้ายกว่าเพราะมันสามารถบั่นทอนความสุขในชีวิตเราไปเรื่อยๆ

บางที การ "แสร้งว่าลาออกเอง" อาจจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับฉัน และคนในองค์กรแห่งนี้ที่ภาพลักษณ์ภายนอกดูดี ซึ่งไม่ใช่เครื่องการันตี "คุณธรรม และ จริยธรรม" ในจิตใจและสามัญสำนึกของใคร ไม่ต่างจาก "เปลือก" ที่รอวันกะเทาะ
............

"ชีวิต" ยังต้องเดินต่อไป
และฉันเชื่อว่า เส้นทางนี้ขีดไว้เพื่อให้ฉัน"เรียนรู้" และ "ใช้เวลา" กับบางสิ่งที่ฉันยังติดค้าง หรือ ยังต้องค้นหา
ฉันเองก็ไม่รู้ว่า "ชีวิต" ต่อไปจะเป็นยังไง
และฉันก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่า
...ฉันจะพบอะไรในเส้นทางต่อจากนี้
..........

#ปล. 1 การ "แสร้งว่าลาออก" ของฉันมีผลฟ้าผ่า ไวชนิดที่เพื่อนร่วมงานยังต้องโทรมาร่ำลาและอวยพรแบบงงๆ เพราะเพิ่งคุยงานกันหลัดๆ

#ปล.2 ที่ตลกร้ายคือ วันที่ "การลาออก" มีผล ตรงกับ วันทำงาน "ครบ 3 ปี" พอดี๊ พอดี เพื่อนๆ เลยพากัน`แสดงความยินดีโดยไม่รู้ว่าฉันโดน "กำจัด" จากบ้าน Twilight `ไปเงียบๆ แล้ว

#ปล.3 ในโอกาสที่ฉันได้รับการประเมิน "ต่ำ" นี้ มี "พนักงานคนนึง" ที่มาสายทุกวัน ทำงานไม่ทันตลอด ได้รับการชื่นชมด้วยการ "โปรโมท"

...ยังงงอยู่ว่าใช้ "expectation" ประเมินด้วยมั้ย เพราะที่จริงเราใช้  KPI เหมือนกันเป๊ะ แต่ "ความสนิทสนม" กับผู้บริหารไม่เท่ากันแค่นั้นเอง 




 

Create Date : 16 กรกฎาคม 2563    
Last Update : 16 กรกฎาคม 2563 17:35:48 น.
Counter : 103 Pageviews.  

"สาจ๋า"

เรื่องเล่าจากกาลครั้งหนึ่ง…

วันนี้หลังจาก “คุณนายทองย้อย และคณะ” ไปปาร์ตี้หมูจุ่มมื้อกลางวันแบบเหนือกาลเวลา จนเข็มนาฬิกาเดินไปถึง 14.00 น. คุณนายทองย้อยก็เอื้อนเอ่ยอย่างรื่นเริงว่า...

”เราไปเอาท์ติ้งกันเถอะ ตอนนี้ตั๋วไปอังกฤษถู๊ก ถูก ไปกันปลายปีนี้ เก็บเงินกันทันมั้ยจ๊ะ”

“หนูไปไม่ได้หรอกพี่ ต้องไปเที่ยวกับที่บ้าน” `นุชชี่เอ่ยก่อน

“วันลาเหลือตั้งเยอะนี่ ทริปเราลางานแค่ 2-3 วันเอง” คุณนายทองย้อยยังลำไยต่อไป

“หนูไม่มีเงินด้วยพี่ เก็บเงินไม่ทันหรอก” นุชชี่พยายามขอความเห็นใจ

“มีเวลาตั้งหลายเดือนนะ” คุณนายทองย้อยยังเร้าหรือต่อไป

“ไปเถอะ พี่ทองย้อยออกเงินค่าตั๋วให้เลยนะ” น้องบาร์บี้ที่มาทำงานสายทุกวันช่วยเสริม

การเจรจาดูเวิ่นเว้อข้างหูฉันที่กำลังปั่นงาน…ฉันจึงยิ้มเบาๆ และพูดว่า “นุชชี่อยู่ช่วยพี่ทำงานละกันนะคะ เราอาจจะมีมีงานด่วนต้องทำ”

เหมือนน้ำสาดลงตรงวงสุมหัว…คุณนายทองย้อย หัวหน้าทีมรีบแก้ตัวพัลวันว่าไม่น่าจะมีงานอะไรนี่ แล้วเดินปลิวกลับไปที่ห้องทำงาน แต่ฉันไม่อาจรู้ว่า ได้หยิบ ”สำนึก” ติดมือกลับไปด้วยมั้ย

เรื่องบางอย่างคุณอาจมีสิทธิ์ทำได้ แต่ควรสำเหนียกด้วยว่าที่คนอื่นเขาไม่ทำกันนั่นเพราะอะไร ยิ่งคุณเป็นระดับผู้บริหารหน่วยงาน ก็ควรจะตะหนักคำว่า "business accument" ` คืออะไร

...อาจเป็นไปได้ว่า เพราะ“สามัญสำนึก” ไม่ได้มีขายเหมือนยาสามัญประจำบ้านและไม่สามารถ “รีฟิล” ได้เหมือนน้ำในร้านอาหารบางที

…บางทีก่อนจะหา “สามี” คุณทองย้อยควรจะหา “สามัญสำนึก” ให้เจอก่อนก็เป็นได้




 

Create Date : 16 กรกฎาคม 2563    
Last Update : 16 กรกฎาคม 2563 17:35:13 น.
Counter : 88 Pageviews.  


Beautiful Solitude
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Beautiful Solitude's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.