เล่าประสบการณ์ เลี่ยมกรอบพระ ครั้งแรกในชีวิต

กรอบพระ หลวงปู่ทวดเม็ดแตง

วันนี้ผมอยากจะมาเล่าประสบการณ์การเลี่ยมกรอบพระทองคำครั้งแรกของผมให้เพื่อนๆฟัง พอดีช่วงนี้วัตถุมงคล/พระเครื่อง/สายมูต่างๆกำลังมาแรก (บอกก่อนว่าผมเป็นคนละเอียดมากๆ เวลาจะซื้ออะไรเป็นครั้งแรกแต่ละทีนี่ผมถามเยอะและคิดนานมาก เพราะฉะนั้นกว่าจะตัดสินใจเลือกร้านเลี่ยมพระได้นี่ ถามไปหลายที่และหาข้อมูลเยอะมากเลย บทความนี้เลยอาจจะยาวหน่อยครับเพื่อนๆ)

ปล. สำหรับคนที่ขี้เกียจอ่านต่อเพราะมันยาวผมขออนุญาตเฉลยไว้ให้ก่อนเลยละกันนะครับว่าหลังจากค้นหาร้านมาสักพักใหญ่ๆ ในตอนจบผมเลือกร้านท้าวสยาม (ดูคำแนะนำในเรื่องกรอบพระของร้านเค้าได้ครับ ผมว่ามันมีประโยชน์ดี) แต่ส่วนเรื่องราวการทำ research ค้นหาข้อมูลร้านเลี่ยมพระของผม และ หลักเกณฑ์ในการพิจารณา (เผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน) นั้นลองอ่านกันต่อได้เลยครับผม

เมื่อย้อนกลับไปน่าจะปีหรือสองปีก่อน ช่วงที่พวกแฟชั่นตะกรุด สร้อยข้อมือไลลากำลังมาแรง ตอนนั้นผมเห็นว่าใครๆต่างก็ใส่อะไรแบบนี้กันหมด ไม่ว่าจะที่ทำงาน ร้านอาหาร แม้กระทั้งเพื่อนก็ยังใส่ โดยเฉพาะเพื่อนผู้หญิงนี่คนหนึ่งหลายเส้นหลายอันเลย ผมก็เลยอยากมีของบูชาติดตัวเหมือนคนอื่นเค้าบ้าง ก็พอดีนึกขึ้นได้ว่าพ่อผมเคยให้เหรียญเม็ดแตงหลวงปู่ทวดเนื้อเงิน เป็นพระองค์เล็กๆขนาดเท่าปลายนิ้วโป้ง ในตอนนั้นผมรู้แค่ว่าพ่อเช่าเหรียญนี้มาหลายหมื่นและค่อยข้างมั่นใจว่าเป็นของแท้ ผมก็เลยตั้งใจในตอนนั้นเลยว่าจะเชิญท่านมาบูชาติดตัว


เอาหละพอตั้งใจแล้ว ผมก็เริ่มศึกษาหาร้านทำกรอบพระเลยครับ ตอนแรกผมก็เริ่มต้นหาจาก Facebook ก่อน ก็แบบลอง search ร้านกรอบพระ ในช่องค้นหาไปตรงๆเลย ในตอนนั้นก็เจอร้านเยอะมากๆ เลือกไม่ถูกเลย ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดี ผมก็เลยลองกดเข้าไปดูแต่ละร้านที่มี like เยอะๆดู ซึ่งก็มีตั้งแต่หลักแสน like จนถึงหลักพัน (ในใจก็แอบคิดว่าร้านพวกนี้มันดังจริงๆหรือซื้อไลค์มาวะเนี่ย) ในตอนนั้นผมรู้สึกว่าทุกร้านก็ของคล้ายๆกันหมด ราคาก็ใกล้เคียงบ้างต่างกันบ้าง คือไม่รู้ว่าจะหาจุดราคาอ้างอิงตรงไหนเลย อะไรคือมาตรฐานสำหรับของพวกนี้ นอกจากนี้บางร้านก็ตอบเร็วเป็นจรวจ แต่บางที่ก็ตอบช้าเป็นวันๆ ผมก็เลยเลือกคุยแต่กับร้านที่ตอบเร็วๆ (แต่ส่วนมากจะอยู่ที่ 1 – 3 ชั่วโมงกว่าจะตอบ) แต่ที่เหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งเลยคือ ร้านส่วนมากไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรเลย นอกจากส่งแค่ราคามาดื้อๆกับน้ำหนัก ซึ่งผมก็ไม่รู้จะถามอะไร แล้วก็ไม่รู้ว่าอะไรคือเกณฑ์ที่ใช้วัดคุณภาพว่ากรอบพระของร้านไหนดี ผมหาจนเหนื่อยก็เลยเลิกหาแล้วไปนอน

หลังจากนั้นเป็นวันหยุดงานพอดี ผมก็เลยลองเข้าห้างดูเพื่อไปหาพวกร้านทำกรอบพระ ตอนนั้นจำได้ว่าไปเซนทรัลปิ่นเกล้า ชั้นล่างซึ่งก็มีร้านทองเรียงกันเป็นตับๆ เอาหละผมก็เริ่มส่องดูว่าร้านไหนรับเลี่ยมพระบ้าง ก็หันไปเห็น Aurora พอดี ในใจก็คิดเอาวะร้านนี้แหละชื่อดังดี ก็เลยเข้าไปถามดูซึ่งพนักงานเค้าก็ตอนรับผมดีมาก ผมก็เอาพระให้เค้าดูแล้วเค้าก็เอากรอบพระมาเทียบให้ สินค้าของร้านนี้เค้าแพ็คใส่ถุงเล็กๆชิ้นต่อชิ้นแล้วก็แป๊ะสติกเกอร์บาร์โค้ดไว้ ในป้ายจะมีบอกทั้งน้ำหนักและค่าแรงซึ่งต่อให้เป็นแบบเดียวกัน แต่กรอบพระแต่ละอันราคาไม่เท่ากัน ซึ่งเค้าก็บอกว่าน้ำหนักและค่าแรง(ค่ากำเหน็ด)ทำมาแต่ละรอบไม่เท่ากัน โดยถ้าเป็นกรอบพระแกะลายบางๆน้อยที่ผิว ค่ากำเหน็ดอยู่ประมาณ 1300+/- 

หลังจากนั้นผมเลยลองเดินไปถามร้านข้างๆดูรู้สึกจะเป็น NGG gold พนักงานก็ตอนรับผมดีมากอีกเหมือนกัน เค้าก็เอากรอบพระออกมาให้ผมดู แต่ทีนี้ผมสังเกตบาร์โค้ดและเห็นว่ามีข้อมูลค่ากำเหน็ดและน้ำหนักเหมือนร้านก่อนหน้า แต่ที่ต่างคือเค้าเขียนว่า 75% ซึ่งมันก็ทำให้ผมเริ่มงง เพราะก่อนหน้านี้ผมคิดว่าทองอะไรก็เหมือนกันหมดไม่ใช่หรอ ร้านเค้าก็เล่าให้ฟังว่า ทอง 90 ที่คนเรียกๆกันมันคือ ทอง 75% นี่แหละ!!! แต่ส่วนเรื่องราคานั้นก็พอๆกับร้านอื่นแหละ แต่จะมีกรอบพระอันหนึ่งที่มีการติดซุ้มหัวสิงห์ ซึ่งอันนั้นค่าแรงจะแพงกว่าแบบปกติ อยู่ที่ประมาณ 1700 – 1900 มั่งถ้าจำไม่ผิด



สรุปจากการถามร้านทองก็ทำให้ผมได้รู้เพิ่มว่า ร้านทองส่วนมากน่าจะราคาและตัวงานคล้ายๆกันแหละ อีกทั้งปัจจัยในเรื่องราคาก็จะมีทั้ง น้ำหนักทอง ค่าแรง และ ยังมี %ทอง ที่อาจจะต่างกันรึป่าว พอรู้อย่างงี้แล้วผมก็ผมก็เลยลองหาข้อมูลมาขึ้น โดยผมก็ลองจากเริ่ม search ใน Google (รอบนี้ไม่ใช้ Facebook ละ) ซึ่งผมก็เจออยู่หลายร้านเหมือนกัน แต่ไม่เยอะเท่าใน Facebook แล้วผมก็ได้เจอบทความนึงรู้สึกจะเป็นของเว็บโต๊ะช่างคลับ ซึ่งเค้าก็มีให้ความรู้เกี่ยวกับแบบกรอบพระอยู่มากมาย แล้วผมก็ไปเจอคำๆหนึ่งเรียกว่า “ค่าซิ้” ซึ่งเค้าบอกว่าเป็นค่าสึกหรอจากการที่ใช้ตะไบเลื่อยทองและมีผงทองหาย เอาแล้วไง!! ศัพท์ใหม่นี้ก็ทำให้ผมเริ่มปวดหัวอีกรอบ

เอาหละทีนี้ผมรู้ศัพท์เกี่ยวกับกรอบพระอยู่ 4 คำละ น้ำหนัก / ค่าแรง / ค่าซิ้ / %ทอง หลังจากนั้นผมก็เริ่มปฏิบัติการไล่ถามทีละร้านที่คิดว่าอยากจะลองถามเลย (ปล. ผมเลือกร้านที่มีตัวอย่างผลงานสวยๆที่ถูกใจผม) คือเอาจริงๆขั้นตอนนี้เป็นอะไรที่ผมลำบากใจมาก แบบรู้สึกตลอดเวลาว่าร้านมันต้องด่ากุอยู่แน่ๆเลย แบบคงคิดว่าจะถามอะไรนักหนา ซึ่งก็เป็นอย่างที่ผมคิดเลย (น่าจะโดนด่าในใจ) เพราะว่า ร้านบางร้านก็เต็มใจตอบ เช่น โต๊ะช่างคลับ ในขณะที่บางร้านพอเห็นว่าผมถามเยอะไปก็เลยน่าจะรำคาญก็เลยไม่ตอบผมเลย แต่ส่วนมากจะดูตอบแบบกั๊กๆ

สุดท้ายผมไปเจออยู่ร้านหนึ่ง (ผมเปิดตรง Google tab image ดูแล้วก็ไปเจอรูปหนึ่งถูกใจก็เลยลองเข้าไปดู) ร้านนี้ชื่อท้าวสยาม ผมก็ลองไล่ๆผลงานดู เออโอเคงานสวยดี ผมก็เลยลองทักไปหาดู ผมพิมพ์คำถามไปเยอะเหมือนเดิม แต่ทีนี้ร้านเค้าคงขี้เกียจพิมพ์ตอบ (เพราะผมถามไปเยอะมากเลย 555) เค้าก็เลยขอเบอร์โทรผม แล้วร้านเค้าก็โทรมาหาผม ผมก็แบบทำตัวไม่ค่อยถูกปกติเป็นคงชอบพิมพ์คุยมากกว่าเพราะจะได้ถามได้เต็มที ตอนนั้นในใจผมก็เริ่มคิดละว่าร้านจะรำคาญผมป่าววะ 555 แต่ผิดคาด ร้านเค้าช่วยตอบคำถามผมหมดเปลือกเลย แถมยังช่วยอธิบายสอนผมเพิ่มเติมด้วย

หลังจากคุยเสร็จผมก็รู้เพิ่มว่า 1. น้ำหนักนี่ต้องเป็นน้ำหนักตามตาชั่งจริงๆเลย เพราะบางร้านก็บวกซิ้ทับในน้ำหนักไปอีก 2. ค่าซิ้นี่ก็คิดเป็น % แล้วแต่ประเภทตัวงานถ้าเป็นงานเพชรจะต้องคิดค่าซิ้มากกว่า 3.ค่าแรงนี่ขึ้นอยู่กับตัวงานเช่นกัน ให้ถามไปด้วยว่าเป็นค่าแรงรวมอัดพลาสติกกันน้ำยัง 4. %ทอง นี่ให้ถามเลยว่ายิงเช็คจริงได้กี่%

ด้วยความที่ผมเหนื่อยกับการหาร้านแล้ว และ ร้านท้าวสยามนี่ก็อุตส่าห์ยอมตอบผมอย่างจริงใจซะหมดเปลือก ผมก็เลยเอาวะ ลองร้านนี้ดูเลยละกัน โอเคผมก็โทรไปหาที่ร้านแล้วก็เดินทางไปเลี่ยมดู ร้านเค้าอยู่ติดถนนใหญ่ อีกอาคารจอดรถอยู่ใกล้ๆ เดินทางง่ายดี พอไปถึงที่ร้านเจ้าของเค้าก็ตอนรับอย่างดี ดูเป็นมิตร ผมไม่รู้สึกประหม่าเท่าไร เค้าก็คุยกับผมเรื่องแบบกรอบพระ (เค้าบอกว่างาน stock กับ งานสั่งทำ คิดราคาเท่ากัน ผมก็เลยเลือกเป็นงานสั่งทำแทน จะได้เลือกแบบได้) เค้าก็เอาตัวอย่างและวาดสเก๊ตแบบหลายอันให้ดูสดๆเลย สุดท้ายด้วยความหน้าตาดูวัยรุ่นของผม เค้าก็เลยแนะนำให้เอากรอบพระแบบขัดเงาเรียบๆจะดีกว่า เพราะมันดู modern วัยรุ่นมากกว่า ซึ่งผมก็โอเควางมัดจำ โดยตอนนั้นรู้สึกผมรอสั่งตัดกรอบใหม่ประมาณอาทิตย์นึงแล้วเค้าก็นัดผมให้นำพระเข้าไปเลี่ยมพลาสติกใส่กรอบ (ผมไม่ได้ฝากพระไว้) ก่อนที่จะเลี่ยมเค้าก็ให้ผมถ่ายรูปพระอะไรให้เรียบร้อยเพื่อให้มั่นใจว่าพระของลูกค้าจะได้กลับไปในสภาพสมบูรณ์ 100% โดยรวมถือว่าสวยถูกใจ คุณภาพโอเค ราคาไม่แพง (ผมเทียบร้านอื่นมาเยอะ 555)

โอเคคับจบแล้วสำหรับมหากาพย์ประสบการณ์การเลี่ยมกรอบพระทองคำครั้งแรกของผม ขอบคุณเพื่อนๆที่ทนอ่านมาจนถึงตอนนี้นะครับ
 



Create Date : 07 มีนาคม 2564
Last Update : 7 มีนาคม 2564 16:39:39 น.
Counter : 85 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

สมาชิกหมายเลข 6200887
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]