|
โรงเรือนปลูกผักทำด้วยท่อพีวีซี ทำเสร็จเมื่อเดือนกันยายน 2559 นี้ครับ โครงสร้างทำด้วยท่อพีวีซีขนาด 6 หุน(เกรดความหนา13.5) ใช้งบประมาณค่าวัสดุทั้งหมด 3,000 บาท เป็นค่าท่อ ข้อต่อท่อ พลาสติคมุงหลังคา มุ้งตาข่ายไนล่อน สกรู กาวยึดท่อ พื้นที่โรงเรือนประมาณ 3x3 ตารางเมตร ครับ (มาณพ วีเกษ 9 ต.ค.2559)
 ออกแบบให้มีช่องระบายอากาศร้อนจากแผ่นพลาสติคมุงหลังคาครับ เนื่องจากโรงเรือนของผมทำไว้เตี้ยไปหน่อยกลัวบังทางลมเข้าบ้าน ปกติโรงเรือนปลูกผักขนาดเล็กไม่ต้องมีช่องระบายอากาศที่หลังคาก็ได้ครับ ใช้การระบายอากาศจากผนังด้านข้างก็พอ มุมมองจากด้านหลังคาด้านสูง หลังคาออกแบบให้เอียง 20 องศา มุมโค้งหลังคามีรัศมีความโค้งประมาณ 50 ซ.ม. ช่องห่างระหว่างเสาแต่ละต้นประมาณ 75 ซ.ม. ช่องระบายอากาศที่หลังคากว้างประมาณ 25-30 ซ.ม. ขอขอบคุณ คุณอดิศักดิ์ (คุณไกด์) ได้เขียนบทความเผยแพร่ความรู้ในเวปไซท์ ให้ความรู้แนะนำว่าควรดัดท่อPVC ด้วยเครื่องเป่าลมร้อนให้ท่อคงรูปร่างเดิม ซึ่งจะสะดวกต่อการสร้าง และให้คำแนะนำวิธีการทำแคล๊มป์ยึดแผ่นพลาสติคมุงหลังคา ความรู้ที่ได้ทำให้ผมไปต่อได้มีความมั่นใจว่าผมสามารถจะสร้างโรงเรือนได้แน่นอน แรงบันดาลใจที่ต้องการทำโรงเรือนปลูกผักเล็กๆไว้หลังบ้าน กองทัพหอยทากมันยกมาถล่มทุกเย็น ประมาณสามทุ่มมันอิ่มแล้วก็แยกย้ายไปนอน เย็นวันต่อมามันก็ยกทัพมาใหม่โดยไม่ต้องมีการนัดหมาย ถึงแม้น้ำลายหอยทากจะเป็นเครื่องสำอางได้แต่ผมก็ไม่อยากกินผักที่มีน้ำลายหอยทาก จะฆ่าหอยทากก็ยังกลัวบาป ค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เนต พบว่าเมืองไทยเป็นเมืองร้อนถ้ามีช่องระบายอากาศร้อนจากแผ่นพลาสติคมุงหลังคาก็จะช่วยลดอุณหภูมิลงได้ เลยเลือกแบบตามรูปนี้ครับ กรณีของโรงเรือนขนาดเล็กถ้าจะไม่ทำช่องระบายอากาศที่หลังคาก็ได้โดยใช้เป็นลักษณะหลังคาโค้งธรรมดาจะสร้างได้ง่ายสะดวกดีครับ ก่อนอื่นขอแนะนำวิธีการทำแคล๊มป์ยึดพลาสติคก่อนครับ เนื่องจากเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ต้องแก้ปัญหาการยึดแผ่นพลาสติคและมุ้งตาข่ายเข้ากับโครงสร้าง หากใช้แคล๊มป์สำเร็จรูปบางรุ่นในท้องตลาดอาจเจอปัญหามันคลายตัวเด้งหลุดออกครับ เราเป็นโรงเรือนขนาดเล็กใช้จำนวนไม่มากนักขอแนะนำให้ทำใช้เองครับ เริ่มด้วยการตัดท่อพีวีซีขนาด 6 หุน ตัดเป็นท่อนยาว 3 ซ.ม แล้วใช้เลื่อยตัดเหล็กผ่าตามแนวเส้นรอบวงทิ้งไปประมาณ 1 ใน 8 ของเส้นรอบวง ( 45 องศา) ตามรูปข้างบนนี้ครับ ตัดมุมทิ้งนิดหน่อย ใช้ตะไบลบมุมที่คมออกทั้งหมดเพื่อไม่ให้มันไปบาดแผ่นพลาสติค ใช้เวลาตัวละประมาณ 15 นาที เอาไปกดยึดกับท่อ 6 หุนทิ้งไว้ซัก 1 คืนให้คลายตัวมันจะอ้าออกมากขึ้นใช้งานได้พอดีครับ ใจเย็นๆค่อยทำไปยิ้มไปไม่ต้องรีบร้อน ได้แคล๊มป์สำหรับยึดแผ่นพลาสติคพร้อมใช้งานแล้ว แคล๊มป์ = CLAMP แปลว่าอุปกรณ์จับยึด อันนี้ใช้ยึดมุ้งตาข่ายได้ด้วย ในการกดแคล๊มป์เข้าไปกับโครงสร้างโรงเรือนปลูกผักให้ใช้กระดาษหนาๆรองก่อนแล้วใช้อุ้งมือกดแคล๊มป์เข้าไปครับเพื่อไม่ให้พลาสติคมุงหลังคายืดชำรุด ใช้กระดาษกล่องขนมขบเคี้ยวก็ใช้ได้ดี ถ้ากดยากมากแก้ไขโดยตัดแผ่นพลาสติคเล็กๆทับบนกระดาษเพิ่มความลื่นครับ สำหรับการยึดแคล๊มป์มุ้งตาข่ายไนล่อนให้เพิ่มกระดาษพันรอบโครงสร้างก่อนครับเพื่อลดความลื่นนอกนั้นทำเหมือนกับการยึดแผ่นพลาสติคมุงหลังคา ดูลักษณะการยึดแคล๊มป์ ไม่ต้องติดถี่มากเอาเท่าที่จำเป็น เราสามารถขยับหมุนได้เล็กน้อย นอกจากนี้เราอาจยึดมุ้งตาข่ายด้วยวิธีใช้เศษพีวีซียึดด้วยสกรูก็ได้ครับลองดูตรงขอบประตูผมใช้สกรูเบอร์ 7 สองตัว เจาะนำด้วยดอกสว่านเล็กๆก่อนค่อยขันสกรูเข้า ผมเจาะด้วยดอกสว่านเบอร์ 1/16 นิ้ว ดอกเล็กสุด
เห็นรูปโรงเรือนปลูกผักที่สร้างเสร็จแล้ว รู้วิธีการยึดแผ่นพลาสติคแล้ว เชื่อว่าทุกท่านสามารถสร้างโรงเรือนในรูปแบบของท่านเองได้ ของผมทำเตี้ยไปหน่อยเพราะกลัวจะไปบังทางลมเข้าหน้าต่างหลังบ้าน ถ้าทำเป็นหลังคาโค้งธรรมดาไม่มีช่องระบายอากาศด้านบนควรทำให้สูงกว่าของผมอีกหน่อยครับป้องกันความร้อนไม่ให้โดนผักได้ดีขึ้น คราวนี้มาดูขั้นตอนที่ผมได้ลงมือสร้างขึ้นมา รายละเอียดบางอย่างก็ทำไปคิดไปครับ เริ่มแรกก็วาดฝันก่อน ร่างแบบ เขียนแบบ ยังไงก็ได้ เอาให้เราดูเข้าใจคนเดียวก็พอ แล้วมาคำนวณหาปริมาณท่อและวัสดุต่างๆ เราใช้ท่อพีวีซีและข้อต่อขนาด 6 หุนทั้งหมดครับเพื่อความสะดวก ใช้ขนาดหนาเกรด 13.5 จะได้แข็งแรงยึดสกรูได้ง่าย เครื่องเป่าลมร้อน ลักษณะคล้ายไดร์เป่าผม ช่างเดินสายไฟฟ้าในอาคารเขาจะใช้เครื่องเป่าลมร้อนดัดท่อพีวีซีให้โค้งเข้ากับผนังอาคารแล้วร้อยสายไฟฟ้าเข้าไป ของผมเป็นขนาด 1500 W ราคาประมาณ 700 บาท คุณพ่อผมไม่มีเครื่องเป่าลมร้อนท่านใช้เตาแก๊สในครัวดัดท่อครับถ้าท่อไม่ยาวเกะกะมากก็สามารถทำได้ เริ่มงานดัดท่อโครงหลังคาก่อนครับ ใช้ปากกาเคมีร่างแบบแนวดัดท่อลงบนพื้นห้อง เอาวัสดุหนักๆทับปลายท่อไว้ด้านหนึ่ง เป่าลมร้อนลงบนท่อพีวีซีช่วงที่ต้องการดัดโค้ง สักครู่ท่อจะเริ่มอ่อนตัว ใช้มือค่อยๆดัดให้โค้งตามแนวที่ร่างไว้ พอโค้งได้ที่เอาผ้าชุบน้ำเย็นมาลูบท่อให้หายร้อน ท่อจะคงรูปร่างเดิมไว้ตามที่เราต้องการ ถ้าหากท่อไม่โค้งตามแนวที่ร่างไว้ เริ่มเป่าลมร้อนแก้ไขซ้ำใหม่ได้เรื่อยๆครับ กรณีที่ต้องการต่อเพิ่มความยาวท่อพีวีซีก็สามารถใช้เครื่องเป่าลมร้อนเป่าบานท่อออกได้ครับ ดัดท่อเสร็จแล้วครับ นำท่อโค้งทั้งสองข้างมาเชื่อมต่อกัน จุดที่ไม่ใช่มุมฉากผมจะใช้วิธียึดด้วยสกรูครับ ตามแบบจะเป็นช่องระบายอากาศจากแผ่นพลาสติคมุงหลังคา ท่อนบนจะเจาะรูใหญ่กว่าตัวสกรูเล็กน้อย ท่อท่อนล่างใช้ดอกสว่านขนาด 1/16 นิ้วเจาะนำ แล้วใช้สกรูเบอร์ 7 ขันเข้าไปจะแน่นตึงพอดี เริ่มต่อท่อเป็นฐานรูปสี่เหลี่ยมจัตตุรัสที่พื้นก่อน ใส่ข้อต่อตามจุดที่เราจะเสียบเสาโครงสร้างหลังคา เหมือนกับเราจะปลูกบ้านก็ต้องเทคานคอดินเสียก่อน ผมไม่ฝังท่อลงในดินเพราะยอมให้โรงเรือนปลูกผักปลิวไปตามลมแรงๆได้ จะได้ไม่พังง่ายครับ จากรูปยกท่อโครงหลังคามาเสียบกับฐาน บางจุดจะเสียบธรรมดาไม่ใส่กาวก็ได้ครับ ค่อยๆเสียบลงไปที่ละอันเริ่มจะดูเป็นโรงเรือนปลูกผักขึ้นมาบ้างแล้ว การติดตั้งแปหรือขื่อ เพื่อยึดท่อหลังคาโค้งเข้าด้วยกัน ผมใช้แคล๊มป์ 6 หุนที่ช่างไฟฟ้าใช้เดินท่อร้อยสายไฟ เอามายึดติดท่อขื่อด้วยสกรู การติดตั้งกับโครงหลังคาก็เพียงแค่นำไปกดให้เข้าล็อคสามารถขยับขึ้นลงได้ บางท่านอาจใช้ลวดมัดหรือบางท่านอาจใช้สกรูยึดท่อโดยไม่ใช้แคล๊มป์ก็ได้แล้วแต่จะชอบครับ หลังจากติดตั้งขื่อเข้าไปโครงหลังคาเริ่มจะมั่นคงขึ้น ขั้นตอนต่อไปจะเริ่มขึงพลาสติค เริ่มแรกจะใช้ที่หนีบกระดาษขนาด 25 ม.ม ยึดพลาสติคไว้ชั่วคราว เมื่อขยับจนได้ตำแหน่งเหมาะสมแล้วก็เริ่มยึดด้วยแคล๊มป์ที่เตรียมไว้ เว้นช่องระบายอากาศตรงกลางหลังคาไว้ พลาสติคที่ใช้มุงหลังคาต้องใช้ชนิดที่ทำมาเพื่อมุงหลังคาโรงเรือนโดยเฉพาะครับ ไม่ใช่พลาสติคปูบ่อปลา จะเป็นพลาสติคที่มีสารป้องกันรังสี UV เพื่อให้ทนทานไม่ฉีกขาดง่าย ในท้องตลาดจะมีแบบ UV 3% ,7% ความหนา 0.1ม.ม(100ไมครอน) 0.15ม.ม(150 ไมครอน) 0.2 ม.ม (200ไมครอน) ของผมใช้แบบใส่สาร anti UV 3% หนา 0.1 ม.ม สำหรับหน้ากว้างของม้วนพลาสติคจะมีตั้งแต่ 3 เมตร, 4,5,6, 10 , 12 ไปจนถึง 20 เมตร ที่ลำปางร้านขายอุปกรณ์การเกษตรทั่วไปจะมีขายหน้ากว้าง 3 และ 4 เมตรให้เลือกซื้อ ร้านจะแบ่งขายปลีกตามความยาวเมตรละประมาณ 70 บาท โรงเรือนของผมต้องใช้หน้ากว้าง 4 เมตร ความยาวอย่างน้อย 4 เมตรครับ หน้าที่ของพลาสติคมุงหลังคา ตามที่ได้อ่านค้นหาความรู้ตามเวปไซท์ 1. ป้องกันน้ำฝนสัมผัสกับใบผัก ในน้ำฝนจะมีสิ่งสกปรกและเชื้อโรคเช่นแอนแทรกโนส ราสนิม ทฤษฎีการปลูกผักเชิงอุตสาหกรรมสมัยใหม่ไม่ต้องการให้น้ำฝนสัมผัสใบผักเลย เพราะใบผักจะช้ำติดโรค แต่ยอมให้น้ำฝนไหลอาบมาตามพื้นดินได้ 2. ลดอุณหภูมิแสงแดดลง หากเป็นหน้าร้อนอาจมุงซาแรนเพิ่ม 3. พลาสติคบางรุ่นช่วยกรองคลื่นแสงให้ใบพืชได้รับเฉพาะช่วงคลื่นสีที่พืชต้องการเท่านั้น 4. ช่วยกระจายแสงออกทุกทิศ ทำให้ใบผักได้รับแสงมากขึ้นจากทุกทิศทางรอบตัว 5. พลาสติคบางรุ่นใส่สารกรองคลื่นแสง เพื่อขัดขวางแมลงไม่ให้มองเห็นใบผัก 6. ช่วยกักเก็บอุณหภูมิในตอนกลางคืนของฤดูหนาว ขั้นตอนต่อไปสร้างกรอบประตูและบานประตู เป็นบานเปิดจากด้านข้าง ใช้สกรูยึดกรอบประตูเข้ากับโครงหลังคา เมื่องานโครงสร้างเสร็จทั้งหมดแล้ว ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนขึงมุ้งตาข่ายไนล่อน บริเวณช่องระบายอากาศผมใช้ขนาดหน้ากว้าง 90 ซ.ม ส่วนผนังด้านข้างและประตูผมใช้ขนาดหน้ากว้าง 150 ซ.ม เทคนิคการติดตั้งก็คล้ายกับการมุงแผ่นหลังคาพลาสติคครับ เพียงแค่ต้องระมัดระวังมากกว่าพลาสติค ถ้าหากแคล๊มป์เด้งหลุดให้ใช้กระดาษพันท่อตรงจุดยึดแคล๊มป์เพื่อลดความลื่นระหว่างมุ้งตาข่ายและท่อพีวีซี บางท่านอาจไม่ใช้มุ้งตาข่ายไนล่อนแต่ใช้ซาแรนก็ใช้ได้ครับ แต่อย่าใช้พลาสติคมุงผนังด้านข้างเพราะเราต้องการให้มีการถ่ายเทอากาศตลอดเวลา เราจะใช้พลาสติคมุงทั้งหมดทุกด้านก็ต่อเมื่อเรามีระบบอีแวปเพิ่มความชื้นเท่านั้นครับ มุ้งตาข่ายไนล่อนที่ผมใช้เป็นแบบเอนกประสงค์ราคาประหยัดขนาดตา 16 ช่องต่อระยะ 1 นิ้วเท่านั้นป้องกันหอยทากได้ตามวัตถุประสงค์ของผม กันยุงได้แต่กันพวกเพลี้ยไม่ได้ครับ กรณีที่ต้องการให้มุ้งป้องกันเพลี้ยและแมลงทุกชนิด ต้องใช้ผ้ามุ้งสำหรับโรงเรือนปลูกผักขนาดตา 32 ช่องต่อระยะ 1นิ้ว บานประตูเป็นแบบเปิดออก ผมทำตัวป้องกันลืมปิดประตูโดยใช้ขวดน้ำผูกเชือกคล้องผ่านรอกดึงประตูด้วยน้ำหนักถ่วง ขอแนะนำให้ทำครับเพราะทำได้ง่ายใช้งานสะดวกดีครับ ดูการใช้แคล๊มป์ยึดอีกครั้งครับ ชายขอบมุ้งตาข่ายด้านล่างก็เอาอิฐหรือดินทับไว้ครับ ก็คิดว่าเทคนิคขั้นตอนต่างๆได้ถ่ายทอดออกมาทุกอย่างสมตามความตั้งใจแล้วครับ หวังว่าทุกท่านคงจะนำไปประยุกต์สร้างขึ้นที่หลังบ้านได้นะครับ เพื่อนๆที่สนใจสอบถามผมในตอนที่ผมเริ่มนำรูปลงในเฟสบุค ส่วนใหญ่ต้องการให้ญาติผู้ใหญ่ได้มีกิจกรรมปลูกดอกปลูกผักที่บ้าน ข้อดีของการสร้างโรงเรือนคือป้องกันยุงในช่วงหัวค่ำและป้องกันหอยทากศัตรูตัวฉกาจของพืชผัก จะทำให้เรามีเวลาที่จะดูแลพืชผักมากขึ้นในช่วงค่ำ หรือจะจิบเครื่องดื่มนอกบ้านเย็นๆรับลมธรรมชาติก็ได้เลยครับไม่ต้องกลัวยุง ด้วยงบประมาณเพียงแค่ 3,000 บาท ผมหวังว่าคงจะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านคงจะสร้างความสุขให้ทุกๆท่านได้ใกล้ชิดกับสมาชิกครอบครัวมากขึ้นนะครับ ----------------------------------------------สวัสดี------------------------------------------------ มาณพ วีเกษ 10 ต.ค 2559 manop.v@egat.co.th
| Create Date : 09 ตุลาคม 2559 |
|
11 comments |
| Last Update : 15 ตุลาคม 2559 22:19:35 น. |
| Counter : 53808 Pageviews. |
|
 |
|