แม่ไอ้ทิ กะอิ กะอิ กะอิ
Group Blog
 
 
มิถุนายน 2551
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
5 มิถุนายน 2551
 
All Blogs
 

เรื่องของกะทิ

วันนี้เป็นครั้งแรกที่มาเขียน Blog รู้เลยแหละว่าเรานี่ low tech เจง ๆ

เหตุเมื่อเดือนกรกฎาคม 2547 ได้มั้ง จำได้คร่าว ๆ ได้หมามาสองตัว สภาพดูไม่ได้เลย เหมือนไม่ใช่หมา รับเลี้ยงเพราะสงสาร
มีตัวผู้ กะ ตัวเมีย ขนแทบจะไม่มีมีแต่เรื้อน เดินก็มะค่อยไหว ร่างกายก็แสนโทรม... อายุไม่ถึงเดือนได้ ... วันที่เค้าเอามาให้ก็รับไว้ด้วยใจหวั่น ๆ หวั่นว่ามันจะรอดไหม...
วันที่สองของการมาถึงของหมาสองตัว ก็หาชื่อเหมาะสมให้ได้ ตัวผู้ขนที่ขาวมัว ๆ ให้ชื่อ กะทิ อีกตัวขนสีน้ำตาลและเป็นตัวเมีย ให้ชื่อน้ำตาล สองตัวนี้เป็นพี่น้องกัน ฉไนโตมายังกะคนละครอกเด่วมาดูกัน

มองหน้าคนข้าง ๆ พยักเพยิด เอาละหว่าอาบน้ำให้ดีกว่าเผื่อมันจะดูดีขึ้น ตัดสินใจจับมันอาบน้ำ ลงทุนสละผ้าขนหนูให้.... แต่หารู้ไม่ว่าหมาอายุไม่ครบเดือน และอาการกระเสาะกระแสะ จากพิษยุงที่กัดที่ site งานก่อสร้างมาร่วมเดือน จะทำให้กะทิ น้ำตาลเฉียดตายมาแล้ว

สุดท้ายเป็นเวงหรือกำ..ต้องพากันไปหาหมอให้วุ่นวาย เฉียดตายมาหวุดหวิด.....


ก่อนจะมาถึงเรื่องรักษาพยาบาล ขอเล่าที่มาของกะทิก่อน
จะว่าไปกะทิถือได้ว่าเป็นหมาที่มีเชื้อ ... ผู้ดี... กะทิ น้ำตาล เป็นลูกของแม่ที่มีลูกทั้งหมด 7 ตัว เกิดข้าง site งานละแวกบ้านผู้มีเงิน....กะทิจึงมีเชื้อสายฝาหรั่งกะไทยปนเปกัน.... เดานะว่าพ่อคงเป็นลาบาดอร์ แม่เป็นพันธ์ไทยหลังอาน

ด้วยน้ำใจของดาราสาวท่านหนึ่งที่อดีตเป็นแฟนกับคนที่แม่ไอ้ทิรู้จัก เธอเป็นคนที่มีเมตตาสัตว์มาก จึงหาคนอาสาที่จะเลี้ยงลูกหมาครอกนี้ อ้ายเราก็เพิ่งมีบ้านหลังเล็ก ๆ เป็นของตัวเอง จึงอาสารับไว้ ฉองตัว อิอิ อดีตหมาดารานะเนี้ยะ....

.......จากที่โดนจับอาบน้ำในภาวะที่ยังไม่แข็งแรง กะทิ น้ำตาล จนเกือบวายชนม์ จนต้องนำส่ง รพ. สัตว์ พักรักษาตัวหนึ่งอาทิตย์ ... เสียค่าใช้จ่ายไปหลายตังค์...แต่โชคดี ที่เจ้าของเก่า อิอิ (ดารา) เค้ายินดีสนับสนุนค่าใช้จ่าย ... เพราะกลัวเราเอามันไปทิ้งมั้ง ขนาดอยู่ด้วยกันไม่ถึงเดือน ต้องเสียตังค์เยอะ เด่วจะพาลไม่เลี้ยง หารู้ไม่ (คิดไว้เช่นกัน) แต่ไม่คิดทิ้งแต่จะขอผ่อนค่าใช้จ่ายกะคุณหมอ......พ่อกะแม่ทิเป็นคนรวยซะเมื่อไรละ แค่รักหมาก็พอแย้ว

ตอนเด็ก ๆ ทั้ง กะทิ น้ำตาล แทบจะไม่มีความแตกต่างเพราะ ขนไม่ค่อย ขี้เรื้อนเพียบ...แต่อาการอ้อน ๆ นั้นมีทั้งคู่...เพื่อนบ้านให้การต้อนรับอย่างดี...บ้านเราจึงได้ชื่อว่า "บ้านหมาสองตัว" ดูสิมาอยู่ไม่เท่าไหร่ เป็นที่รู้จักของคนในหมู่บ้าน ชื่อแม่ทิคนยังไม่ค่อยจำเลย

แววซุกซนเริ่มออก ฉี่ไม่เป็นที่ ขี้ไม่เป็นทาง...เปลืองผ้าขี้ริ้วเป็นที่สุด....ถนัดรอดรั้วบ้าน ขุดคุ้ยดิน กระถางต้นไม้ อ่างบัว พวกท่าน ๆ สี่ขาจัดการหมด ... ทำรั้วทุกอย่างป้องกันต้นไม้ ท่านทั้งสองก็มีวิชาตัวเบากระโดดข้ามได้ สงสัยเป็นศิษย์ชอลิ้วเฮียง..... ไอ้เรานะอยากร้องไห้ เลี้ยงไม้ เลี้ยงบัว พอจะออกดอก ทั้งสองตัวก็มาฉลองซะก่อน ทำงัยได้รักมันแล้วทั้งสองตัว ยกเว้นต้นที่มีหนาม มันฉลาดแฮะไม่แตะต้องเลย

กะทิ มาอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน พ่อมีอันต้องไป ตปท. พวกเรา (แม่ กะทิ น้ำตาล) จึงอยู่บ้านกันเพียงลำพัง......

จะว่าเป็นสวรรค์หรือว่านารกดีละ... นารกเจง ๆ เพราะแม่ไม่สามารถรับภาระของทั้งสองได้ บ้านจึง ร้ก รก รก ซะมากในช่วงนั้น บวกกับอาการเหงาที่แม่ต้องนอนคนเดียว... ก็มันเหงา... กะทิ กะ น้ำตาล จึงได้ฝึกนอนเตียงตั้งแต่นั้นมา..... ตื่นสาย ไร้ความอดทน อิอิ กะทิได้รับถ่ายทอดไปเต็ม ๆ ดีนะน้ำตาลมีภูมิจึงไม่ซึมซับพฤติกรรมเท่ากะทิ...

นอกจากพฤติกรรมรก รก ขี้เกียจแล้ว พฤติกรรมการกินก็เช่นกัน... แม่ทิชอบกินทุเรียน กะทิ กะ น้ำตาล จึงได้ฝึกกินทุเรียนด้วย... ทุเรียนจึงไม่เคยเหลือทิ้งเสียของเล้ย......

จนกระทั่งพ่อทิกลับจาก ตปท. จึงรู้ว่า ลูกทั้งสอง เสียหมาแย้ว.... จะฝึกใหม่ทันไหมเนี้ยะ.... เรียกให้เข้าบ้านก็วิ่งหนี บอกให้หนีก็กระโดดหา ช่างเป็นอะไรที่ตรงกันข้ามทุกอย่าง บอกได้ถึงไอคิว..

กะทิ น้ำตาลเริ่มฉายแววที่แตกต่าง ๆ กะทิ ฉลาดให้เรื่อง โง่ โง่ โง่อย่างไร หากมีงูเข้าบ้านกะทิจะอยู่ห่างที่ซู้ด สุดลูกหูลูกตา.... แต่น้ำตาล ถึงจะเป็นสาวก็หาท้อไม่... สู้สุดฤทธิ์จนงูยอมจำนนด้วยชีวี.... อ้ายเราก็กลัวว่าญาติโกโหติกาของงูจะมาเอาคืน.... กะทิหรือกล้าสู้แต่ จิ้งจก ไล่งับแมลงัน ... อันนี้ละฮับคุณแม่ที่ผมทำได้ อิอิ สมกับเป็นหมาลูกผู้ชายเจง ๆ ...


ด้วยวัย 6 เดือน กะทิมีความรักครั้งแรก กับหมาสาวที่ชื่อเหมือนนางสาวไทยที่รักเด็กเมื่อหลายสิบปีก่อน (ถูกมะ) เธอชื่อ "ปุ๋ย" เป็นหมาของคนงานก่อสร้างแถวละแวกบ้าน... กะทิได้เสียความหนุ่มให้สาวใหญ่ "ปุ๋ย" ด้วยความบังเอิญ ถือได้ว่ามีชัยชนะระหว่างหมาละแวกนั้น ... จึงเดินกร่างกลางซอยได้พักใหญ่.... จะว่าไปเหมือนหนุ่ม 16 มีภรรยาอายุ 30 วัยละอ่อนกับปลาช่อนแก่ แป่ว แม่ปลาชอน กะทิจึงหลงเสนห์ปุ๋ยเสมือนคนมีรักแรกทั่วไป อยากแต่ออกนอนบ้าย คุ้ยรั้ว คุ้ยประตู ออกไปก็ไม่อยากกลับบ้าน นอนเฝ้าสาว หรือหยอกล้อกันจนกว่าจะหมดเวลา

ความรักครั้งนี้ช่างสั้นนัก... จากนั้นไม่นาน สาวปุ๋ย ต้องย้ายไปกับเจ้าของ เพราะภาระงานของเจ้าของเสร็จสิ้น กะทิจึงเดียวดายไร้ปุ๋ย อกหักเพียงครั้งกะทิยังไม่ตาย แต่ก็ตราตรึงใจกะทิ.... ... รักนั้นจึงเป็นรักเดียวในรอบหลายปีของกะทิ....




 

Create Date : 05 มิถุนายน 2551
2 comments
Last Update : 6 มิถุนายน 2551 20:45:47 น.
Counter : 890 Pageviews.

 

หาทางอัพรูปได้เมื่อไหร่บอกด้วยนะครับ

แวะมาทักทายรอเจ้ากะทิครับ

 

โดย: experimental 5 มิถุนายน 2551 22:38:51 น.  

 

ขอบคุณมาก ๆ นะค่ะ ที่แวะเวียนมาอ่าน ยังหาวิธีเอารูปขึ้นไม่ได้เลยค่ะ...
เพิ่งมีงานเขียนเป็นครั้งแรก ภาษาอาจจะเยิ่นเย้อนะค่ะ...

 

โดย: Katijang (Silarin ) 6 มิถุนายน 2551 20:53:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Silarin
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Silarin's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.