ตามติดชีวิตนักเรียนวิทยาลัยการเกษตร ผ่านอนิเมะเรื่อง Silver Spoon [Part 1]

 
 


::: ตามติดชีวิตนักเรียนวิทยาลัยการเกษตร
ผ่านอนิเมะเรื่อง Silver Spoon [Part 1] :::

 

 
ก่อนหน้านี้เรารู้สึกเบื่อๆ เลยหยิบอนิเมะเรื่องเก่าเรื่องโปรดในใจที่เคยดูเมื่อหลายปีก่อน
อย่าง "Gin no Saji" หรือ "Silver Spoon" มาปัดฝุ่นดูใหม่อีกครั้ง
ซึ่งก็เหมือนนั่งดูใหม่อีกรอบเพราะจำอะไรไม่ค่อยได้แล้ว เรื่องนี้ดูเผินๆ อาจจะเหมือนไม่มีอะไร
ดูเป็นแนว slice of life เล่าเรื่องชีวิตประจำวันทั่วไป แต่พอได้ดูจริงจังแล้วรู้สึกเกินคาดกว่าที่คิดไว้เยอะมาก
มันไม่ใช่แค่เล่าเรื่องราวทั่วไปของนักเรียนวิทยาลัยการเกษตรเท่านั้น
แต่ยังแฝงไปด้วยเรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลังชีวิตของผู้คนในวงการเกษตรกรรมและปศุสัตว์อีกด้วย 
 
เราเลยอยากรีแคปเก็บไว้เป็นความทรงจำ หรือหากใครสนใจก็อ่านสนุกๆ กันได้ค่ะ
ตอนแรกคิดไว้ว่าจะเขียนสรุปรวมในบล็อกเดียว
แต่พอมาดูแล้วพบว่ามันมีประเด็นหลายเรื่องที่น่าสนใจในแต่ละตอน และคิดว่าน่าจะยาวจนเกินไป
ในพาร์ทนี้เลยขอแบ่งเป็น ตอนที่ 1-3 ก่อนนะคะ

 

เรื่องราวชีวิตประจำวันของนักเรียนวิทยาลัยการเกษตรโอเอโสะ ในจังหวัดฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น
โดยอนิเมะจะเล่าผ่านตัวละครหลักอย่าง “ฮะจิเคน ยูโก” เด็กหนุ่มหัวกะทิที่ย้ายมาจากโรงเรียนในเมืองซัปโปโร
ซึ่งอนิเมะเปิดเรื่องมาให้เห็นว่าพ่อหนุ่มคนเมืองคนนี้ไม่รู้เรื่องราวอะไรเกี่ยวกับการเกษตรหรือสัตว์เลยสักนิด

แล้วอะไรนำพาให้ไอ้หมอนี่มาเรียนที่นี่กันนะ?

 



อนิเมะค่อยๆ เผยให้เห็นว่าฮะจิเคนเป็นคนที่ไม่มีเป้าหมายอะไรเลย
และสิ่งที่เขาคิดไว้ว่าการเป็นที่หนึ่งในที่แห่งนี้คงไม่ยากอะไรนัก แต่เปล่าเลย…
ทุกคนที่นี่ด้วยความที่เป็นลูกหลานเกษตรกรกลับมีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านการเกษตรและปศุสัตว์มากกว่าเขา
อีกทั้งต่างคนต่างมีความฝัน และเส้นทางเดินของตัวเองอย่างชัดเจน
 
เขาแตกต่างจากคนอื่นอย่างสิ้นเชิง…



 
ระหว่างที่ฮะจิเคนและเพื่อนเดินไปโรงอาหารเพื่อกินข้าวเช้า
ก็ได้บังเอิญสังเกตเห็น “ช้อนเงิน” แขวนบนผนังอยู่เหนือประตูโรงอาหาร
ซึ่งเราไม่แน่ใจว่าเป็นสัญลักษณ์ของวิทยาลัยแห่งนี้ด้วยรึเปล่า? 
 
แต่มีตัวละครในเรื่องได้อธิบายความหมายของช้อนเงินไว้ว่า

“ที่ยุโรป เขาจะให้ช้อนเงินกับเด็กที่เพิ่งเกิดน่ะ
เป็นการบอกว่าเด็กคนนั้นจะไม่ต้องอดอยากไง”
 
อีกทั้ง Silver Spoon ยังเป็นชื่อภาษาอังกฤษของอนิเมะเรื่องนี้อีกด้วย
ซึ่งหลังเราดูจบถึงได้เข้าใจแล้วว่าอนิเมะเรื่องนี้ต้องการสื่อสารอะไรกับเราบ้าง


 
ที่เราแอบขำในตอนนี้คือปกติแล้วนักเรียนวิทยาลัยนี้จะมีการฝึกปฏิบัติดูแลปศุสัตว์
โดยสัปดาห์แรก กลุ่มของฮะจิเคนต้องมาฝึกที่เล้าไก่ ระหว่างที่กำลังเก็บไข่กันอยู่นั้น
แม่ไก่ก็ดันออกไข่มาพอดิบพอดีต่อหน้าต่อตาพ่อหนุ่มคนเมือง
ฮะจิเคนถึงกับตกใจและรีบถามเพื่อนทันที

“ปกติแล้วไข่…มันออกมาทางไหนกันเหรอ?”
“ก็รูทวารไง”




ใช่ค่ะ…แล้วพี่แกก็ไม่ยอมกินไข่ไก่ไปเกือบทั้งตอน 55555555

จนกระทั่งเย็นวันหนึ่งหลังเสร็จฝึกปฏิบัติดูแลปศุสัตว์ อากาศข้างนอกลมแรงมาก
ห้องเรือนกระจกพัง หลายคนกลัวว่าแปลงผักผลไม้ด้านในจะตายเพราะน้ำแข็งตอนกลางคืนแน่ๆ
ครูเลยให้กลุ่มของฮะจิเคนไปช่วยขึงผ้าคลุมเรือนกระจก
ซึ่งกว่าจะเสร็จนั้นก็เลยเวลาข้าวเย็นในโรงอาหารแล้ว
ของที่หากินได้แถวนั้นก็มีแค่ข้าวสวยร้อนๆ ผักดอง และไข่ไก่!! 

คำถามคือ…ฮะจิเคนที่เลี่ยงการกินไข่มาเกือบทั้งตอนนั้น จะทำยังไง?
แต่ถ้าไม่กิน แกก็ต้องอดนะเพื่อน!! (เราตะโกนในใจ)

สุดท้ายแล้ว พ่อหนุ่มของเราก็ต้องกินด้วยความหิวนั่นแหละ
ยอมพ่ายแพ้ต่อความหิวและความอร่อยในที่สุด 555555


 

ตอนที่ 2 ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษมากนัก
ฮะจิเคนตัดสินใจเข้าชมรมศิลปะการบังคับม้า
ทำให้เนื้อเรื่องในตอนนี้เน้นไปที่เรื่องของม้าซะเป็นส่วนใหญ่
และเป็นครั้งแรกที่เขาได้ลองขึ้นไปนั่งบนหลังม้าอีกด้วย



“ม้าน่ะ อาจจะดูน่ากลัวถ้าเราแค่ดูอย่างผิวเผิน
แต่จริงๆ แล้วมันเปราะบางและขี้ขลาดมากนะ”


“กลัวแม้แต่แสงที่สะท้อนแวบไปมาที่อยู่ในธรรมชาติเลยล่ะ”

“เพราะว่าพวกมันขี้อายมากๆ ถึงได้ชอบแอบสอดส่องผู้คน
เพราะเป็นพวกกินพืช เลยชอบอยู่เป็นกลุ่ม”

“ทั้งขี้อาย ละเอียดอ่อน แล้วก็รักพวกพ้องมากทีเดียว”






“เพราะมีเผ่าพันธุ์ที่ต่างจากตัวเอง ต่างค่านิยม ต่างวิธีการดำรงชีวิต
จึงมีสิ่งที่เราได้มา เพราะได้พบกับสิ่งที่เราไม่รู้จักอยู่”

“ดังนั้น พวกเราซึ่งเป็นมนุษย์จึงควรขอบคุณสัตว์เหล่านี้
ที่ช่วยให้เราได้เห็นทิวทัศน์ที่ไม่อาจได้มาด้วยตนเองเพียงลำพัง
และดูแลพวกเขาในทุกๆ วันนะครับ”


 

มาถึงตอนที่ 3 ซึ่งเป็นตอนที่เรามองว่า
อนิเมะเริ่มพาคนดูเข้าประเด็นจริงจังมากขึ้น 

จุดเริ่มต้นของการโต้เถียงมาจากการที่เพื่อนสาวอย่างมิคาเงะ
ได้พาสองหนุ่มเพื่อนร่วมชั้นอย่างฮะจิเคนและโคมาบะ มาชมการแข่งม้าบังเอย์
ซึ่งนั่นทำให้ฮะจิเคนได้รู้ว่าหากม้าที่แข่งแพ้หรือไม่สามารถแข่งได้แล้ว
การจัดการม้าหลังจากนั้นเป็นเรื่องที่โหดร้ายและไม่ยุติธรรมในความคิดของเขา 



“ถ้าม้าตัวไหนทำผลงานได้แย่ ก็โดนคัดทิ้งไปยังไงล่ะ”

“ถ้าโชคดีก็คือได้เป็นม้าเทียมเกวียนให้คนนั่งไปมาตามงานเทศกาลต่างๆ
แต่ส่วนใหญ่ก็กลายเป็นเนื้อม้าไปล่ะนะ”

“ก็ม้าพวกนั้นพยายามเต็มที่แล้วนะ” ฮะจิเคนถามด้วยความไม่เข้าใจ
“แล้วตอบแทนด้วยการกินมันเนี่ยนะ?”



“ทั้งหมดแหละ ไม่ว่าแข่งม้าหรือในวงการปศุสัตว์
ความพยายามน่ะ ไม่มีผลตอบแทนกลับมาหรอก”

“เพราะผลลัพธ์คือทุกอย่างยังไงล่ะ”


และนั่นเป็นคำตอบของเพื่อนทั้งสองคนที่ใช้ชีวิตในวงการปศุสัตว์มาตั้งแต่เกิด…
แน่นอนว่าฮะจิเคนที่ใช้ชีวิตในเมืองมาตลอดรับไม่ได้กับเรื่องแบบนี้



“จะรับได้หรือรับไม่ได้ก็ไม่เกี่ยวกัน แต่ไก่รมควันที่นายกินไป
มันคือไก่ที่โดนคัดทิ้งเพราะว่าออกไข่ให้เก็บไม่ได้อีกต่อไป
แล้วนายก็ยัดมันลงท้องไปแล้วยังไงล่ะ”


“ฮะจิเคน…นายน่ะ น่าจะเป็นพวกที่ยึดติดกับอันดับหนึ่งไม่ใช่เรอะ” 
“แล้วทำไมถึงมาบอกให้ยอมรับความพยายามด้วย
ไหนจะเรื่องที่มาเข้าวิทยาลัยเกษตรโดยไม่มีเป้าหมายอะไรแบบนี้อีก
มีอะไรรึเปล่า”

โคมาบะถามด้วยความสงสัย ซึ่งอนิเมะก็พาคนดูย้อนไปในความทรงจำของฮะจิเคน
ในตอนที่เจ้าตัวคุยกับครูประจำชั้นสมัยม.ต้นด้วยสายตาว่างเปล่า และดูไร้ชีวิตชีวา
ทั้งยังขอให้ครูช่วยแนะนำโรงเรียนม.ปลายที่ไกลๆ ที่ไหนก็ได้ แต่ด้วยความปราถนาดีของความเป็นครู
ครูประจำชั้นก็ยังแนะนำจนวินาทีสุดท้ายให้ฮะจิเคนเลือกที่ที่จะสามารถทำตามฝันตัวเองได้ 

สิ่งที่เขาตอบกลับไปมีเพียงแค่ว่า…
ความฝันในอนาคตอะไรนั่น มันไม่มีหรอกครับ

“อ๋อ สรุปก็คือนายแพ้ก็เลยหนีมาที่นี่งั้นรึ”
“งี่เง่าสิ้นดี”


โคมาบะทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้
ฮะจิเคนที่กำลังอารมณ์กรุ่นๆ ก็สวนกลับอย่างไม่ยอมแพ้

“เกิดเป็นชาวไร่นี่ดีจังเลยนะ ไม่ต้องก้มหน้าก้มตาเรียนก็ได้เข้าวิทยาลัยแบบชิวๆ”
“แถมเรียนจบแล้วก็มีงานที่บ้านอ้าแขนรอให้ทำต่ออีกด้วย”



การโต้เถียงของทั้งคู่สะท้อนความคิดของแต่ละฝ่ายอย่างชัดเจน
ต่างคนต่างทำร้ายจิตใจของอีกฝ่าย
โดยที่ไม่ได้รู้เบื้องหลังของแต่ละคนเลยสักนิด

คนหนึ่งเป็นเด็กที่ใช้ชีวิตในเมืองที่โฟกัสแต่เรื่องเรียนและพยายามอย่างหนัก
แต่ผลตอบแทนที่ได้รับกลับกลายเป็นความล้มเหลวจนกลายเป็นปมในใจ
และสูญเสียเป้าหมายในชีวิต
ส่วนเด็กอีกคนโตมากับชีวิตในฟาร์มที่ต้องทำงานอย่างหนัก
ฐานะทางบ้านก็ไม่ค่อยดี ถึงแม้จะมีความฝันแต่ก็ไม่อาจทำตามฝันนั้นได้



อีกประเด็นที่น่าสนใจคือหลังจากการโต้เถียงของสองหนุ่ม
มิคาเงะได้พาทั้งคู่มาดูคอกม้าของลู่บังเอย์ที่ลุงของมิคาเงะกำลังดูแลม้าอยู่
และได้พาเด็กๆ ทั้งสามลองมาดูคลีนิกม้าอีกด้วย ซึ่งนั่นทำให้พวกเขาได้เจอกับสัตวแพทย์
ฮะจิเคนจำได้ว่ามีเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งที่ใฝ่ฝันอยากเป็นสัตวแพทย์
จึงได้สอบถามบางสิ่งบางอย่างกับคุณหมอ

“หมอครับ อะไรคือสิ่งสำคัญของการเป็นสัตวแพทย์ครับ?”

“เอ่อ...วิทยาลัยดีๆ กับเงินทุนเองมันก็ของตายล่ะนะ ความอดทนอดกลั้นก็ใช่”
“แต่ถ้าตามความคิดของฉันนะ...คือทำใจจะฆ่าได้รึเปล่า”
“ยิ่งถ้าต้องรักษาสัตว์ใหญ่ โดยเฉพาะพวกที่เป็นปศุสัตว์ด้วยแล้วล่ะก็นะ
ต้องเลือกว่า ‘จะปล่อยไปหรือจะการุณยฆาตดี’ ประจำเลยล่ะ”



“ถ้าสรุปตามความคิดก็คือ การที่คนเรามีความใฝ่ฝันอะไรซักอย่าง
มันคือการเตรียมใจเพื่อต่อสู้กับความจริงไงล่ะ”

ระหว่างทางกลับ พวกเขาได้เจอกับครอบครัวที่จัดงานศพให้กับม้าแข่งตัวหนึ่งที่ตายกะทันหัน
ซึ่งถือว่าเป็นโชคดีที่ม้าตัวนี้ได้จัดงานศพดีๆ แบบนี้
ถึงแม้จะเป็นม้าธรรมดาที่ไม่โดดเด่นอะไร แต่ด้วยความรักของเจ้าของ
จึงอยากให้ม้าที่พวกเขารักและผูกพันได้มีงานศพและนำพาดวงวิญญาณของสัตว์ที่รักไปสู่ภพภูมิที่ดี



“สำหรับพวกเราที่หากินกับม้าแล้ว
ใจจริงก็อยากทำงานศพให้พวกมันแบบสมศักดิ์ศรีอยู่หรอก”

“แต่เศรษฐกิจมันไม่ค่อยดีเท่าไหร่…”


ลุงของมิคาเงะได้เอ่ยขึ้นมา






“ชีวิตปศุสัตว์มันก็บ้าๆบอๆ แบบนี้แหละ
เกิดมาก็เลือกเองไม่ได้ว่าจะอยู่หรือว่าจะตาย”

“ชีวิตของพวกมันน่ะขึ้นอยู่กับแค่ทิฐิของคนเราเท่านั้น”


เพียงแค่ช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมง
ฮะจิเคนได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างและเข้าใจชีวิตการทำงานในปศุสัตว์มากขึ้น
พวกเขาไม่ใช่คนเลือดเย็น หรือไร้ความเมตตา
ยิ่งเป็นสัตว์ที่ตัวเองเลี้ยงด้วยนั้นแน่นอนว่าต้องมีความผูกพันไม่มากก็น้อย
แต่นอกเหนือจากความรักความผูกพัน ยังมีเรื่องของเงินทุน
ค่าใช้จ่ายที่ต้องแบกรับมากมาย ความไม่คุ้มค่าต่างๆ อีกด้วย



“ขอโทษนะ ตอนนั้นไม่น่าพูดเลยว่ามีงานที่บ้านอ้าแขนรอรับ เลยจริงๆ”

ฮะจิเคนจึงได้ขอโทษโคมาบะอย่างไม่ลังเลในสิ่งที่ตัวเองได้เคยเผลอพูดออกไป
และโคมาบะก็ได้ขอโทษกลับมาเช่นกันที่ตัวเองก็พูดเกินไป
โดยที่ยังไม่ได้เข้าใจความรู้สึกของฮะจิเคนเหมือนกัน

ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน… 

ตอนที่ 3 ก็จบไว้ประมาณนี้ก่อนค่ะ เป็นสามตอนแรกที่ทำให้เรารู้สึกว่าถึงแม้ฮะจิเคนจะเป็นคนเมือง
ที่ดูผิวเผินเหมือนคนที่ไม่ใส่ใจอะไร เหมือนเป็นคนที่สนใจแต่เรื่องของตัวเองเท่านั้น
แต่จริงๆ แล้วเขาไม่ใช่คนใจแคบหรือเข้าใจอะไรยากเลย เพียงเพราะไม่เคยสัมผัสชีวิตในมุมนี้
เลยอาจมีความไม่เข้าใจอยู่บ้าง แต่ถ้าได้เรียนรู้จากผู้คนต่างๆ มากขึ้น
เขาก็พร้อมจะเปิดใจรับและขอโทษในสิ่งที่ตัวเองผิดไปอย่างไม่ลังเล
ซึ่งทำให้คนดูรู้สึกเหมือนเป็นฮะจิเคนไปด้วยเหมือนกัน

ช่วงท้ายๆ ตอนที่ 3 แอบมีหย่อนประเด็นเกี่ยวกับลูกหมูน่ารักตัวน้อยตัวนี้อีกด้วย 




สุดท้ายนี้…อยากบอกว่าจริงๆ ในอนิเมะมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับเรื่องสัตว์เยอะมาก
ทั้งเรื่องการแปรรูปอาหาร การเลี้ยงสัตว์ในระบบปิด แต่รีแคปไม่ไหว
เลยเลือกแต่ประเด็นใหญ่ๆ และที่ชอบมาเท่านั้นค่ะ
แต่ในตอนต่อๆไป อนิเมะจะมีขยายประเด็นเล็กน้อยพวกนี้มากขึ้น
คงได้หยิบมาพูดถึงบ้างไม่มากก็น้อยค่ะ

ไว้เจอกันใหม่ในพาร์ทต่อไป 

ขอบคุณมากค่ะ

4

 


 

 




 

Create Date : 08 มกราคม 2567
6 comments
Last Update : 8 มกราคม 2567 14:48:36 น.
Counter : 394 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณทุเรียนกวน ป่วนรัก, คุณnonnoiGiwGiw, คุณtoor36, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา

 

สวัสดีครับคุณจอม
ขอบคุณสำหรับข้อความที่บล๊อก(นู้น)นะครับ




Silver Spoon เป็นอนิเมะที่น่าดูมากครับ
ยิ่งตอนที่ได้รู้ว่าเป็นเรื่องที่กลั่นกรองจากประสบการณ์จริงบางส่วน
ของอาจารย์ผู้เขียนยิ่งน่าสนใจเข้าไปใหญ่ ^^

บล๊อกนี้มีความตั้งใจเขียนมากครับ
มีการเล่าสิ่งที่เป็นใจความหลักแต่ละตอนอย่างดีเลย
ปกติผมชอบเรื่องแนว slice of life / coming of age อยู่แล้วด้วย
อยากดูนะ แต่อยากอ่านมังงะก่อน เลยไม่ได้ดูอนิเมะซะที แหะ ๆ
แต่จริง ๆ ผมก็พอทราบเนื้อเรื่องอยู่แล้วล่ะครับ
ถึงยังไม่ได้ดูอนิเมะก็อ่านบล๊อกนี้ได้ (แบบไม่กลัวสปอยล์ :D)

.....


ผมก็เป็นเหมือนกันครับ มังงะหรืออนิเมะ ที่เคยดูนานแล้ว
พอวันหนึ่งอยากเขียนถึงต้องกลับไปดูใหม่อีกรอบ
คือไม่ใช่จำเนื้อหาไม่ได้นะ แต่จำพวกประเด็นที่เราอยากเล่าไม่ได้
เลยต้องดูใหม่เพื่อเก็บตกอะไรพวกนี้
แต่การดูใหม่อีกรอบก็ดีเหมือนกันครับ
ถ้าของมันดี ดูซ้ำกี่รอบมันก็ยังดีอยู่ แถมอาจยิ่งชอบกว่าเดิมด้วยเนอะ
อย่าง Silver Spoon ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นใช่มั้ยครับ ^^

ไว้รออ่านตอน 2 นะครับ

 

โดย: ทุเรียนกวน ป่วนรัก 8 มกราคม 2567 23:30:49 น.  

 

ว้าวววว บล็อกสวยมากเลยค่ะ
ชอบความแบล็กกราวด์ดอกไม้
ปีนี้กะว่าจะหามาใส่บล็อกบ้าง
ขอบคุณที่ไปส่งกำลังใจนะคะ
แวะมาทักทายก่อน เดี๋ยวจะกลับมาใหม่นะคะ

 

โดย: nonnoiGiwGiw 9 มกราคม 2567 17:32:16 น.  

 

ผมไม่เคยดูเรื่องนี้แบบเป็นอนิเมเลยครับ เคยแต่อ่านแบบฉบับหนังสือการ์ตูนเท่านั้น ก็ทำให้เราได้รับรู้ชีวิตเกษตรกรซึ่งมันทำให้เรารู้สึกเลยว่า ทำการเกษตรมั้น มันไม่ง่ายเลย ดังนั้นใครที่ฝันว่าจะทำเกษตรแบบเกม Harvest Moon จงคิดใหม่เสีย

ฮะจิเคนเจอความจริงที่ตัวเองไม่เคยรู้มาก่อนไม่แปลกที่จะช็อคครับ เรื่องม้าผมพอจะได้ยินมาบ้าง แต่เรื่องอื่นหลายๆ เรื่องยอมรับเลยว่าได้รู้จากเรื่องนี้เป็นครั้งแรก


บล็อกนี้ตั้งใจเขียนมากๆ เลยนะครับ เป็นกำลังใจให้ครับ เอาจริงๆ Silver Spoon ถึงผมจะบอกว่าเคยอ่านแบบมังงะ แต่ก็นานมากแล้ว แถมยืมเขาอ่านอีกต่างหาก (ลืมไปเยอะเหมือนกัน)

 

โดย: toor36 9 มกราคม 2567 22:19:20 น.  

 

สวัสดี จ้ะ คุณจอม

ขอบใจที่ไปอ่านบล็อก ผัดสายบัว หมูและกุ้ง จ้ะ
ส่วนใหญ่จะเห็นการขายสายบัวกระทิต้มกับปลาทู แต่ครูชอบผัด
กินมากกว่า จ้ะ อิอิ ถ้าลองกินผัดสายบัวบ้าง อาจจะชอบก็ได้นะจ๊ะ

อ่านงานเขียน อนิเมะ แล้ว ก็ได้เห็นความคิดของตัวละครดี ได้
ข้อคิด ความเห็นต่าง ถ้าเข้าใจกันได้ ก็จะจบสวย จ้ะ
โหวดหมวด งานเขียน ฯ

 

โดย: อาจารย์สุวิมล 9 มกราคม 2567 22:41:12 น.  

 

ขอบคุณที่มาพูดคุยครับ จากบล็อก
ใช่แล้วครับ โอฮานะ จากเรื่อง Hanasaku Iroha สาวเรียวกังหัวใจเกินร้อย น้อนก็มีความอดทนดีชะมัด

 

โดย: คุณต่อ (toor36 ) 13 มกราคม 2567 17:38:10 น.  

 

สวัสดีครับคุณจอม

ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมบล็อกนะครับ

ผมเคยเห็นการ์ตูน silver spoon แต่ยังไม่เคยอ่านหรือดูเมะเลย
ขอบคุณทีนำมาให้ได้ทำความรู้จักครับ
ตอน 1-2 สนุกตาม
ตอน 3 จริงจังกับชีวิตเลย แต่ว่าดีนะครับ
ไม่ทราบว่ามังงะ กับเมะนำเสนอคล้ายกันไหมครับ

 

โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา 17 มกราคม 2567 21:38:18 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


สมาชิกหมายเลข 7923254
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






✿ เราชื่อ "จอม" ค่ะ มนุษย์ออฟฟิศวัย 30 ปี
ที่เริ่มจะปวดหลัง ╥﹏╥

✿ โลกส่วนตัวสูง ไม่ชอบความวุ่นวาย
และที่สำคัญชอบนอนกลิ้งอยู่ในห้อง!

✿ ชอบดูอนิเมะ อ่านนิยาย เล่นเกม
และนั่งเพ้อไปวันๆ

✿ มือใหม่หัดเขียนบล็อก อยากลองฝึกเขียน
เพื่อบันทึกความคิดและใส่ใจความรู้สึกของตัวเอง
ให้มากขึ้น ❤


´¨`*:•. •.★*... ...*★.• *★ .•°•.°´¯
Bouncing Heart Explosion


Group Blog
 
 
มกราคม 2567
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
8 มกราคม 2567
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add สมาชิกหมายเลข 7923254's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.