Group Blog
  •  ไดอารี่..ส่วนตัว
  •  เปิดร้านขายของ 
  •  D.I.Y.ลองทำดู
กันยายน 2561

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
24
25
26
27
28
29
30
 
 
23 กันยายน 2561
All Blog
ก้าวที่เกือบพลาด



ฉันเคยรู้สึกว่า ตนเองคิดผิดที่เลือกไม่ตามกระแสอยู่ 4 ช่วงเวลา มันคือ ก้าวที่เกือบพลาด เกือบตามโลกไม่ทัน โลกที่จำเป็นต้องเรียนรู้ด้วยซิ


1 ตอนที่โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนออกมาใหม่ๆ รุ่นจอทัชสกรีน ที่เรานิยมใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ตอนนั้นฉันไม่คิดจะเปลี่ยนโทรศัพท์รุ่นใหม่ ที่แพงเกินจำเป็น และไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์  ฉันเข้าขั้นที่เรียกว่าเชยอยู่พรรคใหญ๋  ใครๆก็ใช้กันหมดแล้ว แต่ฉันพึ่งจะมี นั่นเป็นการเริ่มต้นช้ากว่าคนอื่น เพราะมัวแต่ปฎิเสธอยู่นาน  ถ้าฉันยังคงปฎิเสธการใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนอยู่ ฉันก็คงเหมือนคนแก่ๆที่ทุกวันนี้ ใช้โทรศัพท์รุ่นใหม่ไม่เป็น เป็นแค่โทรเข้าโทรออก แล้วไม่รู้ว่าแอปพิเคชั่นต่างๆคืออะไร ใช้ยังไง เป็นอาม่าโง่ๆคนหนึ่ง ที่ไม่ทันสมัย ไม่รู้ว่าลูกหลานเล่นอะไรกันอยู่

แต่ทุกวันนี้ ฉันคิดว่าตนเองรู้จักหลายๆแอปพิเคชั่น ที่อีกหลายคนไม่รู้ว่ามันคืออะไร แล้วใช้งานยังไง เรียกว่า พอแนะนำบางแอป หรือรู้ว่ามันมีไว้ทำอะไร และใช้งานอะไร ทำอะไรได้บ้าง  ฉันเรียนรู้การใช้โทรศัพท์มากกว่าแค่โทรเข้าโทรออก หรือว่าแค่เล่นเฟสไปวันๆ คุยไลน์ไปเรื่อยเปื่อย  แต่ไม่เล่นเกมนะ และซ่อมโทรศัพท์ไม่เป็น ใช้งานเป็นอย่างเดียว

ฉันทำอาชีพเติมเงินโทรศัพท์ ไม่ได้เป็นช่างซ่อมโทรศัพท์ แต่ก็มักจะเจอปัญหาหลายๆเคสเกี่ยวกับโทรศัพท์เข้ามา ไม่ว่าปัญหาการใช้งานเกี่ยวกับตัวเครื่องโทรศัพท์ ปัญหาการใช้งานเกี่ยวกับเครือข่ายโทรศัพท์ การใช้งานอินเตอร์เน็ต ปัญหาไม่ว่าโทรศัพท์กินตังค์ โดยไม่รู้ตัวว่าเงินหายไปไหน เจอบ่อยมาก ไม่ได้ใช้งานแต่ว่าเงินหมด เรื่องพวกนี้เจอประจำ 

และบ่อยครั้งที่ฉันต้องสอนลูกค้าให้ใช้งานโทรศัพท์ตนเอง เพราะบางคนมีโทรศัพท์ไว้แค่เล่นเฟส กับไลน์ แค่นั้นเอง โดยที่ไม่รู้ว่า โทรศัพท์ตนเองก็ส่งเมล์ได้ โอนเงินได้ ดูแผ่นที่ได้ หาข้อมูลบางอย่างได้ และเอามันออกมาจากโทรศัพท์ได้ บางคนยังไม่รู้เลยว่า แอปในโทรศัพท์ตนเองมีไว้ทำอะไร ซื้อมาในเครื่องมีให้แต่ใช้ไม่เป็น และไม่เคยใช้เลยก็มี 



2. การที่ฉันไม่สนใจตลาดออนไลน์ ช่วงแรกๆที่กระแสการซื้อของในเน็ตกำลังมา ส่วนใหญ่มีแต่ข่าวว่าโดนโกงบ้าง โอนเงินไปแล้วไม่ได้ของบ้าง หลอกลวงบ้าง ซึ่งฉันก็เป็นคนหนึ่งที่แอนตี้การซื้อของในเน็ตนะ เพราะมันมีคนโกงเยอะซะจนไม่กล้าซื้อ แถมของที่ได้มาก็ไม่ตรงสเป็คกับที่โฆษณาบ้าง ในเน็ตรูปสวยมาก แต่ของจริงห่วยแตก  หลายกระแส หลายข่าวที่ออกมา ไม่เคยมีภาพพจน์ที่ดีในเน็ตเลย

แม้แต่ปัจจุบัน การซื้อขายในเฟส เป็นที่นิยมมาก แต่เข้าไปดูมันมีแต่ของที่ไม่น่าสนใจ บางอย่างมันดูไร้สาระ และ ความน่าเชื่อถือต่ำมาก เช่นพวกครีมผิวขาว ยาลดน้ำหนัก ยางรัดฟัน มันไม่มีอะไรน่าซื้อหรือน่าเชื่อถือเลย หรือเพราะฉันไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายมั้ง ฉันเลยมองข้าม ทั้งๆที่หลายๆคนก็ร่ำรวยมาจากการขายในเน็ตแหละ

จนทุกวันนี้ ฉันก็รู้สึกว่าตนเองพลาดครั้งใหญ่ ที่มองข้ามตลาดออนไลน์ ฉันเคยชินกับการซื้อขายที่เห็นตรงหน้า ได้ของทันที รับเงินทันที จ่ายทันที ไม่มีการโกงกัน ซื้อขายกันซึ่งหน้า และด้วยความที่ทำงานตรงนี้มาทั้งวัน มันมีความรู้สึกว่า ไม่อยากให้เวลาพักผ่อนตนเองที่เล่นเน็ต ยังต้องเป็นเวลาทำงานอีก มันควรจะมีที่ว่างบ้าง ไม่ใช่งานอยู่เต็มไปหมดทั้งในเน็ตและนอกเน็ต มันจะไม่เหลือพื้นที่ส่วนตัวเลยหรอ

มันเป็นก้าวที่พลาดจริงๆ เพราะทุกวันนี้ ฉันไม่มีความถนัดในการขายในเน็ตเลย เรียกว่าล้าหลัง จนต้องมานั่งเรียนใหม่ ว่าเด็กทุกวันนี้เขาทำการค้ากันยังไง ขายยังไง หลักการมันไม่ได้เหมือนกับที่ทำแบบมีหน้าร้านเลย 

ฉันลองไปเปิดร้านในลาซาด้าดู จะบอกว่าตนเองโง่มากๆ ถึงจะใช้คอมเป็น ใช้โทรศัพท์เป็น ใช้แอป ใช้โปรแกรมต่างๆเป็น แต่มันไม่ง่ายเลย กับการทำโฆษณา หรือการตลาดในเน็ต มันไม่ใช่แนวถนัดเลย เหมือนต้องกินหญ้าเยอะๆหน่อย เผื่อจะฉลาดขึ้นมาบ้าง  นั่งดูคลิปสอนของลาซาด้าอยู่หลายตอน แต่ถ้าต้องเสียเงินเรียน ก็ยังรู้สึกเสียดายตังค์ จึงยังไม่เรียน ยอดขายก็เลยยังไม่มา 

ยังเป็นอะไรที่ต้องมานั่งเรียนรู้อีกเยอะมาก  ถึงแม้จะขายของหน้าร้านมาเป็นสิบปี แต่พอต้องขายในเน็ตจริงๆก็ไปไม่เป็นเหมือนกันนะ เพราะหลายๆอย่างก็ไม่รู้จัก และเทคนิคบางอย่างก็ยากเกินจะเรียนรู้จริงๆ จ้างทั้งหมดก็ไม่ไหวนะ อะไรจะต้องเสียค่าโง่มากมายขนาดนั้น ก็ค่อยๆหัดกันต่อไป



3. ฉันกล้าประกาศตัวเลยว่า เป็นสาวกโซนี่ ถ้าตอนนี้มีเงินให้เลือกระหว่าง Sony Xperia XZ3 กับ iPhone XS Max ฉันก็เลือกSony ถึงแม้ว่าโซนี่ที่ใช้งานอยู่ตัวเก่าX5 มันปัญหาเยอะมาก เครื่องร้อน กล้องไม่ทำงาน แบตหมดเร็ว จนแทบน่าจะโยนมันทิ้งได้แล้ว ทำงานไม่เคยถึงวันเลย แบตหมด แต่ระหว่างถ้าให้เลือกซื้อ ซัมซุงกับโซนี่ ฉันก็เลือกโซนี่ แต่ถ้าโซนี่มีแล้ว เครื่องที่อยากได้ถัดไป ถึงเป็นไอโฟน เพราะมันก็ดีกว่าเลือกซัมซุง จากประสบการณ์ใช้ซัมซุงแล้วไม่ประทับใจ จึงไม่คิดจะซื้ออีกเลย ต่างกับไอโฟน ที่คนฮิตกันมาก มากจนฉันรู้สึกกว่าไม่อยากเป็นสาวกไอโฟน จึงปฎิเสธไอโฟนตลอดมา ไม่ยอมใช้สักที

แต่ในเมื่อโซนี่ไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่ ก็จำเป็นต้องใช้ไอโฟน ไปถอยไอโฟน 7 พลัสมาใช้ ถึงได้รู้ความแตกต่างระหว่าง แอนดรอย กับ ไอโอเอส เป็นอย่างไร แต่ยังไงก็ยังชอบแอนดรอยไม่เปลี่ยนใจนะ พึ่งเห็นความอัฉริยะของไอโฟน พอๆกับ ที่เห็นว่าอะไรก็เสียตังค์ จะโหลดอะไรในไอโฟน ก็ต้องระวัง ในแอนดรอย มันมีความอิสระกว่าเยอะ มีลูกเล่นอะไรให้เล่นมากกว่า แต่ในไอโฟน ก็มีความปลอดภัยที่มากกว่า และเสถียรกว่า แต่ลูกเล่นบางอย่างอยากสนุกก็ต้องเสียเงินอะ ทำให้หมดสนุกพอสมควร จึงยังจำเป็นที่ต้องมีทั้งสอบระบบ ใช้งานพร้อมกัน 

ถือว่าเกือบพลาดที่รู้จักไอโฟนช้าไปหน่อย แต่ถ้าไม่ลองใช้ ก็ไม่รู้เลยนะ ว่าทำไมสาวกไอโฟนถึงได้รักไอโฟนมากมาย พอได้ใช้ถึงเข้าใจว่ามันดีอย่างนี้นี่เอง แบตว่าอึดกว่าโซนี่นะ แต่บางวันไอโฟนครึ่งวันแบตก็หมดได้เช่นกันนะ ถ้าใช้งานจริงๆ ไม่ถึงเที่ยงหิวข้าวแล้วทั้งคู่เลย ต้องชาร์ทแบตแล้ว 



4. ในวันที่ฉันก้าวเข้าสู่มหาวิทยาลัย มันเป็นยุคของการสื่อสาร เป็นยุคที่สื่อต่างๆเป็นผู้ทรงอิทธิพล ใครๆก็ต้องไปเยี่ยมหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ไปดูแท่นพิมพ์ ไปเพื่อเป็นข่าวหน้าหนึ่ง

ฉันจำได้ว่า การได้ดูถ่ายทอดสดกีฬาโอลิมปิคพร้อมกันทั่วโลก มันเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่มากๆ มันเป็นความอัศจรรย์ในช่วงเวลานั้น ที่เราจะได้ดูการถ่ายทอดสด โดยที่ไม่ต้องรอเทปบันทึกรายการที่ส่งมาภายหลังเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว 3 วัน 7 วัน หรือ 1 เดือน กว่าจะได้ดูการแข่งขันที่ทราบผลไปตั้งนานแล้ว

มันเป็นยุคที่คะแนนสอบเข้าเรียนนิเทศศาสตร์สูงเป็นอันดับหนึ่งในสายศิลป์ บางทีสูงจนเกือบจะใกล้เคียงกับหมอเลยทีเดียว ใครๆก็อยากเรียนนิเทศ รวมถึงตัวฉันด้วย มันเป็นความโก้เก๋ ความทันสมัย ในแบบที่พ่อแม่ก็ไม่เข้าใจว่า มันไปเรียนอะไรของมัน ไม่รู้ว่านิเทศคืออะไร

ผ่านมา 20-30 ปี ทุกวันนี้ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร หลายๆฉบับปิดตัวลง แม้แต่ยักษ์ใหญ่ อย่างนิตยสาร Time ที่ยิ่งใหญ่ ยังต้องขายกิจการให้กับ บริษัทในธุรกิจเทคโนโลยี คลาว์น มันเลยยุครุ่งเรืองของระบบสื่อสารมวลชนไปสู่ยุคDigital อะไรๆก็อยู่ในเน็ตหมด ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องใช้เน็ต ธุรกิจในเน็ตรุ่งเรืองมาก จนเกิดเศรษฐีใหม่มากมาย

แล้วความรู้ที่ฉันเคยมีละ ตอนที่เรียนหนังสืออยู่ วินโดว์ยังไม่เข้ามาในประเทศไทยเลยนะ อินเตอร์เน็ตก็ยังไม่มี คอมพิวเตอร์ยังเป็นจอพื้นดำ ตัวอักษรเขียวอยู่เลยนะ โทรศัพท์มือถือขนาดเท่ากับกระเป๋าเดินทาง ใหญ่โตมากและแพงมาก 

มันเหมือนว่าทุกอย่างที่เคยรู้ว่า มันเชยไปหมดแล้ว เหมือนความเชียวชาญ ความชำนาญที่เคยสะสมมาในอดีต มันล้าหลัง มันเชย มันใช้ไม่ได้แล้วกับปัจจุบัน 

ต่อให้ในอดีตเก่งแค่ไหน แต่มันก็ไม่ได้รับความนิยมในสมัยนี้แล้ว มันเป็นความเชียวชาญที่เชยและโบราณมากๆ เหมือนตามเด็กสมัยนี้ไม่ทันแล้ว 

ฉันก็พึ่งเข้าใจคนแก่ๆว่าทำไม เขาถึงดูเหมือนไม่รู้อะไรเลย เพราะสิ่งที่เขาเคยรู้ สมัยนี้ไม่สนใจและไม่รับรู้แล้ว มันเอามาใช้ในยุคปัจจุบันไม่ได้เลย 

สิ่งที่ฉันต้องทำก่อนจะสายเกินไป หรือ อนาคตอาจจะพลาดอะไรไปบางอย่าง ก็คือ การต้องมานั่งเรียนกับเด็กรุ่นใหม่ ในยูทูป มานั่งฟังเด็กสมัยนี้ สอนว่า ตอนนี้มีอาชีพอะไรน่าสนใจบ้าง อาชีพใหม่ๆคืออะไร ความต้องการในปัจจุบันคืออะไร

อย่างคำว่า Big Data คำนี้ในอดีตก็ไม่เคยมี หรืออย่างอาชีพ Influencer หรืออาชีพ IA , นักพัฒนาซอฟแวร์ หรือ แอปพิเคชั่น พวกนี้ก็ไม่เคยรู้จักมาก่อน มันเกิดมาพร้อมกับโทรศัพท์มือถือ ในยุคที่ฉันออกจากโรงเรียนมาทำงานแล้ว ใช้เป็นแต่ไม่เคยรู้ว่ามันพัฒนามายังไง ฉันเติบโตมากับการเป็นUser อย่างเดียวจริงๆ กว่าจะรู้ตัวอีกที ก็เกือบสายไปแล้ว โดนเทคโนโลยี ครอบคลุมหมดแล้ว

ก่อนที่ฉันจะเหมือนกับแม่ของฉัน ที่เคยถามฉัน นิเทศคืออะไร มันเรียนอะไรของมันเนี่ย แม่ไม่รู้จัก  ฉันก็คงต้องถามเด็กสมัยนี้ มันเรียนอะไรของมันเนี่ย ฉันก็ไม่รู้จักเหมือนกัน ถามไปก็ใช่ว่าเด็กมันจะตอบ เพราะบางทีมันก็ขี้เกียจตอบเหมือนฉันสมัยนั้น ปล่อยแม่ไม่รู้ต่อไป  ฉันก็ต้องหาข้อมูล ทำความรู้จักมันเองก่อน จะได้คุยกับเด็กสมัยนี้ได้ แบบไม่งงจนเกินไปนัก

ถ้าฉันไม่เปิดใจทำความรู้จักอาชีพใหม่ๆ ฉันก็คงเป็นยายที่รู้จักแต่โลกใบเก่า อาชีพเดิมๆ ที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านเท่านั้น  ที่ไม่รู้ว่าเด็กสมัยนี้หาเงินได้ยังไงกัน โดยอยู่แต่บ้านทั้งวัน หรือนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือทั้งวัน แต่มีตังค์ใช้ ไม่ได้พกเงินติดตัว แล้วซื้อของได้ยังไง  

เมื่อไม่เข้าใจ ก็มักจะบ่นเด็กว่า เลิกเล่นโทรศัพท์ได้แล้ว เล่นทำไมทั้งวัน อย่างไม่เข้าใจว่า มันเล่นอะไรของมันอยู่ได้ทั้งวัน 




Create Date : 23 กันยายน 2561
Last Update : 23 กันยายน 2561 21:19:18 น.
Counter : 203 Pageviews.

1 comments
(โหวต blog นี้) 
  
เทคโนโลยีก้าวไปไกลมากจริงๆ


สุขสันต์วันครบรอบวันเกิดครับ
โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 15 ตุลาคม 2561 เวลา:0:36:03 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#14



..ฟ้าใส..
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 106 คน [?]



บล็อค..ฟ้าใส.. เป็นเรื่องราวจากชีวิตจริง จากการทำงานจริง จากความชอบส่วนตัว ข้อมูลจึงเป็นเพียงประสบการณ์ส่วนตัว ข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ใช่เนื้อหาข้อมูลทางวิชาการ

อ่านเพื่อความรู้ ความบันเทิง เพื่อพิจารณาธุรกิจบางตัวที่คุณสนใจได้ แต่ไม่ใช่ข้อมูลทั้งหมด ที่สามารถใช้ตัดสินใจได้ คุณต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมมากกว่านี้ เพื่อตัดสินใจในการเลือกดำเนินธุรกิจของคุณ



New Comments