www.Bunchon.net ห้องสมุดส่วนตัวบนโลกไซเบอร์แห่งใหม่ เปิดกว้างสำหรับนักอ่าน และนักเขียนทุกคน
 
 

เรียนเชิญร่วมสนทนากับผม,หมอปานเทพ,เพื่อนฝูงร่วมวงการนายทหารนักเขียนได้ที่ www.bunchon.net ครับ

เปิดให้พูดคุยแลกเปลี่ยนกันในเรื่องสบาย...สบาย

ไม่เครียด ไม่แบ่งฝ่าย ไม่ห่วงเรื่องเชย เรื่องผิด ไม่เอาแพ้เอาชนะ ฯลฯ

เหมือนมาล้อมวงรอบกองไฟตอนหัวค่ำไง...

เชิญครับ...

www.bunchon.net




 

Create Date : 02 เมษายน 2553   
Last Update : 2 เมษายน 2553 3:33:02 น.   
Counter : 422 Pageviews.  


ขอเชิญร่วมก่อกองไฟ รับหนังสือพร้อมลายเซ็นต์จากเสธ.บัญชร ที่ www.bunchon.net

1 กันยายน 2552

ก่อกองไฟ

เริ่มจากครั้งนี้เป็นต้นไป “ก่อกองไฟ”จะทำหน้าที่คล้ายบทบรรณาธิการเพื่อชวนสนทนาเรื่องราวทั่วๆไปที่น่าสนใจในรอบ 15 วันที่ผ่านมา รวมทั้งความเคลื่อนไหวของ bunchon.com เพื่อให้เพื่อนสมาชิกได้รับทราบและเข้าใจในความเปลี่ยนแปลงปรับปรุงที่คงต้องมีอยู่ตลอดเวลา

“ก่อกองไฟ”ตอนแรกนี้ตรงกับต้นเดือนกันยายนซึ่งจะเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของผู้คนจำนวนหนึ่ง ในฐานะที่มีประสบการณ์มาก่อนจึงอยากชวนสนทนาเรื่องนี้เผื่อจะได้มีข้อคิดสำหรับบางท่าน

สิ้นเดือนกันยายนทุกๆปีจะมีผู้คนจำนวนหนึ่งในบ้านเราคือบรรดาข้าราชการและคนทำงานภาคเอกชนหลายแห่งที่ครบกำหนดเกษียณอายุใน 30 กันยายน

มีใครต่อใครเขาเตือนกันมากแล้วว่า สำหรับข้าราชการโดยเฉพาะชั้นผู้ใหญ่ที่เคยมีอำนาจบารมีจะต้องทำใจให้ได้ว่า จากนี้ไปจะไม่มีใครมาแวดล้อมเอาใจเหมือนยามที่อยู่ในอำนาจแล้ว ซึ่งก็มีความสำคัญไม่น้อย เพราะเห็นมามากแล้วสำหรับคนที่ทำใจไม่ได้ การพ้นจากงานประจำแทนที่จะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของการพักผ่อน หลังตรากตรำมาเกือบตลอดชีวิต แต่กลับกลายเป็นคืนวันแห่งความเจ็บปวดทรมานจากความว้าเหว่เพราะไม่ได้อยู่ในสังคมที่มีผู้คนแวดล้อมเหมือนที่เคยเป็นมา

ใครทำใจผ่านจุดนี้ได้จะพบกับความสุข

ไม่อยากเรียกว่าคำแนะนำ แต่ขอเรียกว่าเป็นประสบการณ์ส่วนตัวที่ขอนำมาเล่าสู่กันฟังเผื่อจะเป็นประโยชน์

ลองนึกทบทวนดูซีครับว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ใช่หรือไม่ว่า เวลาทั้งหมดของเราทั้งในและนอกเวลาราชการต้องทุ่มเทอุทิศให้กับงานในหน้าที่รับผิดชอบจนแทบไม่มีเวลาให้กับหลายเรื่องราวที่อยากทำ...

อยากใช้เวลาให้ใกล้ชิดกับครอบครัว อยากไปเที่ยวที่ไหนๆกับคู่ชีวิต อยากเล่นกอล์ฟ อยากอ่านหนังสือ อยากวาดรูปสีน้ำ อยากหัดร้องเพลง ฯลฯ

เอาละครับ...จากนี้ไปมีเวลาเต็มที่แล้ว เอารายการที่เคยอยากทำมากางไว้ข้างหน้าแล้วไล่เรียงดู จากนั้นก็เริ่มเลยแล้วคุณจะพบด้วยตัวเองว่า ไม่ต้องมีข้าทาสบริวารมาคอยรับใช้ ชีวิตก็มีความสุขได้

ไม่แน่นักว่า ความสุขในช่วงรับราชการกับความสุขในชีวิตใหม่หลังเกษียณ อย่างใดจะสุขกว่ากัน

นี่คือเรื่องราวที่สอดคล้องกับช่วงเวลาที่นำมาแลกเปลี่ยน ท่านผู้ใดเห็นดีด้วย เรื่องแรกที่อยากแนะนำคือลองชวนคุณพ่อคุณแม่คุณปู่คุณย่า ฯลฯ ให้หันมาเล่น Internet ดู เพื่อให้ท่านได้พบกับตัวเองว่า ความสุขมิได้จากไปพร้อมๆกับหน้าที่การงานเลย

โลกยังกว้างและไม่เป็นอุปสรรคของชีวิตหลังเกษียณที่จะท่องไปให้ทั่วแต่อย่างใด ...ไม่ว่าจะโลกแห่งความเป็นจริง หรือโลกไซเบอร์

หันมาเรื่องใกล้ตัว...

bunchon.net เพิ่งอายุครบ 1 เดือนเท่านั้นเอง ยังไม่ทันถอดป้ายมือใหม่หัดขับเลย ดังนั้น ยังคงต้องฝากเพื่อนสมาชิกให้ช่วยกันแนะนำด้วยว่า อยากให้ปรับปรุงแก้ไขหรือเพิ่มเติมอะไรเพื่อให้เป็น “กองไฟ”กองเล็กๆที่เราจะได้มานั่งล้อมวงเล่าเรื่องสู่กันฟังเหมือนอย่างที่ตั้งใจไว้

ทีมงานได้จัดทำแบบสอบถามความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกเพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุง “กองไฟ”กองนี้ของเรา ผมมีหนังสือเล่มเล็กๆที่เป็นความภาคภูมิใจในครั้งหนึ่งแห่งชีวิตคนเขียนหนังสือมอบให้เป็นที่ระลึกแน่นอนพร้อมลายเซ็น

หนังสือชื่อ “จากใต้สู่อีสาน”...

ยังจะต้องเดินหน้าปรับปรุงกันไปเรื่อยๆ

นึกถึงข้อเขียนตอนหนึ่งของ อาจินต์ ปัญจพรรค์ นักเขียนในดวงใจที่เคยอ่านเจอเมื่อหลายสิบปีแล้ว ท่านเขียนคำนำในหนังสือชุดเหมืองแร่ของท่านว่า “เขย่าไว้ อย่าให้นอนก้น”

ช่วยกันเขย่าครับ พี่น้องครับ...

คารวะ

บัญชร ชวาลศิลป์

ขอเชิญร่วมก่อกองไฟ รับหนังสือพร้อมลายเซ็นต์จากเสธ.บัญชร

ได้ที่ //www.Bunchon.net

//www.bloommedia.co.th/webboard/viewforum.php?f=19




 

Create Date : 07 กันยายน 2552   
Last Update : 8 กันยายน 2552 23:54:28 น.   
Counter : 209 Pageviews.  


www.Bunchon.net - พลเอก บัญชร ชวาลศิลป์

www.Bunchon.net


ห้องสมุดส่วนตัวบนโลกไซเบอร์แห่งใหม่
เปิดกว้างสำหรับนักอ่าน และนักเขียนทุกคนความเป็นมา

ผมเริ่มเขียนหนังสือออกสู่สาธารณชนครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2524 นับถึงตอนนี้ก็ยาวนานพอสมควรแล้ว หนังสือที่เขียนออกไปมีจำนวนไม่น้อยทีเดียว ดีบ้างไม่ดีบ้าง สนุกบ้างไม่สนุกบ้างก็เป็นธรรมดา แต่ที่มีอยู่เต็มเปี่ยมคือความตั้งใจจริงที่อยากถ่ายทอดประสบการณ์ตลอดจนความรู้สึกนึกคิดไปสู่ท่านผู้อ่านที่ผมถือว่าเป็น “ผู้มีอุปการคุณ”

ไม่มีผู้อ่านแล้วผู้เขียนจะทนเขียนอยู่ได้อย่างไร
งานเขียนเริ่มแรกของผมในนาม “วิชัย ภูเวียงกล้า”ชุด “สอยดาวมาร้อยบ่า”อุบัติขึ้นในยุคที่สังคมทหารกับพลเรือนคล้ายแยกออกจากกันอย่างเด็ดขาดและมีความหวาดระแวงกันอยู่ในที อันเป็นธรรมชาติของสังคมยุคสงครามเย็นที่มีเรื่องของ “เผด็จการ-คอมมิวนิสต์”เป็นเหมือนลมหายใจของผู้คนในยุคนั้น

เป็นเรื่องเหนือความคาดหมายจริงๆครับที่ “สอยดาวมาร้อยบ่า”ได้รับการตอบรับอย่างเป็นเรื่องเป็นราว สร้างความชื่นอกชื่นใจให้กับผมจนมีกำลังใจหาเรื่องหามุกชีวิตทหารมาเขียนติดต่อกันยาวนานพอสมควร กระทั่งต่อมามีการรวมเล่มและนำไปสู่ภาพยนตร์ “นายร้อยสอยดาว”และละครโทรทัศน์ในชื่อเดียวกันนี้ทางช่อง 7 อีกต่างหาก

งานเขียนชุดนี้ทำให้ผมเข้าใจว่า แท้จริงแล้วสังคมไทยไม่ได้รังเกียจทหารเลย แต่พวกเขาไม่รู้ว่าพวกเราคือใคร ใช้ชีวิตกันอย่างไร มีความคิดแบบไหน ฯลฯ ซึ่งเมื่อผมนำความจริงมาบอกเล่าว่า เบื้องหลังการถ่ายทำพวกผมก็เหมือนพวกท่านนั่นแหละครับ

เหมือนกับชีวิตของคนเรานั่นแหละ บางครั้งการไม่ได้พบปะสังสรรค์กัน ต่างคนต่างอยู่ก็มักนำไปสู่ความสงสัยซึ่งส่วนใหญ่มักกระเดียดไปในทางไม่ค่อยดี แต่พอได้คุยกันทุกอย่างพลันคลี่คลาย

จากนั้น งานเขียนของผมก็ขยายวงไปยังเรื่องอื่นๆที่กลั่นมาจากประสบการณ์ด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเรื่องของน้องหมาที่กลายมาเป็นพ็อกเก็ตบุค
หลายเล่มด้วยกัน เรื่องของชีวิตกลางแจ้งในเกมตกปลากลางทะเลลึก เรื่องของชีวิตครอบครัว บันทึกประสบการณ์ครั้งทำศึกในภาคใต้ ประสบการณ์ของตัวเองตั้งแต่เป็นร้อยตรีจนได้เป็นนายพล เป็นต้น

นอกจากนั้น ต่อมาผมยังขยายไปสู่การจัดรายการวิทยุ และโทรทัศน์อีกด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ผมถือเป็นความสุขชนิดหนึ่ง ครั้งใดที่นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือหน้าไมค์ในห้องส่งวิทยุ รวมทั้งหน้ากล้องโทรทัศน์ก็รู้สึกคล้ายนั่งล้อมวงอยู่กับเพื่อนมิตรแล้วร่วมพูดคุยสนทนากันด้วยเรื่องราวหลากหลาย แลกเปลี่ยนประสบการณ์และความคิดเห็นกันอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย

ผมชอบเปรียบเทียบว่าเหมือน “นั่งคุยกันรอบกองไฟ”ยามค่ำคืนหลังจากไปทำอะไรต่อมิอะไรมาด้วยกันตลอดช่วงวันอันยาวนาน

แต่ก่อนหน้าที่จะมีอินเทอร์เนต ที่บอกว่า “นั่งคุยกัน”คงไม่สมจริงนัก เพราะกลายเป็นว่าฟังผมพูด อ่านที่ผมเขียนแต่เพียงฝ่ายเดียว ดังนั้น มาถึงตอนนี้ ความมุ่งหวังของผมจะเป็นจริงแล้ว เพราะจากนี้ไป เราจะมี “กองไฟ”เล็กๆให้นั่งล้อม มีเครื่องดื่มของโปรดอยู่ในมือ

แล้วคุยกัน...

ความมุ่งหมายของผมอีกประการหนึ่งคือ มีเสียงเรียกร้องพอสมควรว่าอยากให้จัดพิมพ์ผลงานของผมใหม่ ไม่ว่าจะชุดสอยดาวมาร้อยบ่า หรือชุดคนรักหมา ฯลฯ แต่ในสภาพทางธุรกิจทุกวันนี้คงมีเรื่องต้องใคร่ครวญไม่น้อย ดังนั้น ในเมื่อเรามีที่ทางของเราแล้ว ผมก็จะนำผลงานทั้งหมด ทั้งที่เคยรวมเล่ม และไม่เคยรวมเล่ม หรือบางเรื่องอาจไม่เคยตีพิมพ์ที่ไหนมาก่อน มาลงไว้ เพื่อขอบคุณมิตรสหายที่ให้เกียรติสนใจ

และท้ายสุดมี Blog เป็นกองไฟให้นั่งล้อมวงคุยกันด้วยครับ ช่วงแรกๆผมอาสาจะหาเรื่องมานำคุยก่อน และเชื่อว่าสักพักท่านคงช่วยกันหาเรื่องคุยด้วย

เรื่องอะไรก็ตามถนัด ความคิดเห็นอาจแตกต่างกันได้ แต่ไม่ต้องทะเลาะกัน เก็บกองไฟเล็กๆของเรากองนี้ไว้เป็น “ที่พักใจ”หลังตรากตรำเหน็ดเหนื่อยกันมาทั้งวัน จะได้นอนหลับฝันดีไง ....

ครับ...กองไฟถูกจุดขึ้นแล้ว แสงอ่อนโยนสาดส่องไปทั่วขับไล่ความมืดและความหนาวเหน็บ นานๆเสียงปะทุของเปลวไฟก็ดังขึ้นครั้งหนึ่ง เครื่องดื่มในมือเรียบร้อยแล้วนะครับ...

เชิญร่วมสนทนา....

ด้วยจิตคารวะ
บัญชร ชวาลศิลป์






 

Create Date : 29 สิงหาคม 2552   
Last Update : 5 กันยายน 2552 11:42:37 น.   
Counter : 1283 Pageviews.  


ประวัติการเขียนหนังสือ - พลเอก บัญชร ชวาลศิลป์

มาจากครอบครัวนักอ่านจึงได้รับการปลูกฝังให้รักการอ่านมาตั้งแต่ครั้งเยาว์วัย เริ่มงานขีดเขียนครั้งแรกเกี่ยวกับวิทยาการของทหารปืนใหญ่ในนิตยสารทหารปืนใหญ่ และมาเริ่มเขียนออกสู่สาธารณชนครั้งแรกด้วยนามปากกา"วิชัย ภูเวียงกล้า"เมื่อปี ๒๕๒๔ โดยการชักชวนจาก คำนูณ สิทธิสมาน นักข่าวประจำนิตยสาร"ข่าวจตุรัส"ในขณะนั้นด้วยเรื่องสั้นแนวหรรษาชีวิตนักเรียนนายร้อย และชีวิตทหาร ซึ่งได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว เนื่องจากในยุคนั้น สังคมทหารมีลักษณะลึกลับและแปลกแยกจากสังคมส่วนใหญ่อย่างเด่นชัด

จากข้อเขียนเป็นตอนๆที่ได้รับความนิยมและกล่าวขวัญถึงอย่างกว้างขวางในนิตยสารรายสัปดาห์"ข่าวจตุรัส" สำนักพิมพ์ชาติอธิปไตยจึงได้ขอลิขสิทธิ์ไปจัดทำเป็นพ็อกเก็ตบุคได้ ๒ เล่ม และต่อมาสำนักพิมพ์ต่วยตูนได้นำไปรวมเล่มอีก ๓ เล่ม โดยใช้ชื่อชุดว่า"สอยดาวมาร้อยบ่า" ซึ่งต่อมา ประยูร วงศ์ชื่นได้ขอซื้อลิขสิทธิ์และมอบให้ผู้ประพันธ์ทำหน้าที่เขียนบทภาพยนต์ในชื่อ"นายร้อยสอยดาว"ออกฉายทั่วประเทศเมื่อปี ๒๕๒๘ ภาพยนต์ประสพความสำเร็จเป็นอย่างดี

๒๕๔๔ ประยูร วงศ์ชื่น ได้นำ"นายร้อยสอยดาว"มาจัดทำเป็นละครโทรทัศน์ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกอีกครั้งหนึ่ง

จากความสำเร็จในเรื่องสั้นแนวหรรษาชุด"สอยดาวมาร้อยบ่า"ดังกล่าว ทำให้เกิดกำลังใจสร้างสรรค์งานเขียนมาอย่างต่อเนื่อง และฉีกแนวออกไปอย่างกว้างขวางทั้งบันทึกประสพการณ์ในสงครามกับ พคท.ภาคใต้ใน"กระดูกเข้าบัว"และ"ดับไฟใต้"โดยนำลงเป็นตอนๆในมติชนสุดสัปดาห์และต่อมาได้จัดทำเป็นพ็อกเก็ตบุคในเวลาต่อมา

ประสพการณ์จากการเลี้ยงสุนัข มีพ็อกเก็ตบุค ๓ เล่มคือ"หมารักคน" "ดอกฟ้ากับหมาวัด"และ "หมาต่างมุม"

ประสพการณ์เดินทางท่องเที่ยว มี ๔ เล่มคือ"โค้งคันเหนือคมคลื่น" "ระบำดอกฝนที่ระนอง" "ราชินีเหนือเกลียวคลื่นที่เกาะเขียว" และ "ปลายรุ้งที่สิมิลัน"

ประสพการณ์ชีวิตครอบครัว มี ๓ เล่มคือ"คือบ้านที่มีชีวิต" "บ้านเล็กเปี่ยมรัก"และที่กำลังจัดทำต้นฉบับ (๒๕๔๔)เป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ซิดนีย์กับครอบครัว
ฯลฯ

ระยะหลังๆใช้ชื่อจริงในการเขียนงานทุกชิ้น สำหรับในนามปากกา"วิชัย ภูเวียงกล้า"นั้น สำนักพิมพ์ภรรคทัศได้นำเรื่องสั้นชุด"สอยดาวมาร้อยบ่า"มาจัดพิมพ์ใหม่อีกครั้งทั้ง ๕ เล่ม และยังได้จัดทำเป็น"โครงการ ๒"เริ่มจากเล่มที่ ๖ "เรียบร้อยโรงเรียนเสธ."(วางแผงกลางปี ๒๕๔๔) ซึ่งเป็นแนวหรรษาในแวดวงทหารเช่นเดิม งานชุดนี้จึงเป็นการหวนกลับมาใช้นามปากกาวิชัย ภูเวียงกล้า อีกครั้งหลังว่างเว้นไปเกือบ ๒๐ ปี

นวนิยายเรื่องแรกในชื่อ"ไฟรัก ไฟสงคราม"โดยอิงจากประวัติศาสตร์ครั้งกบฏบวรเดชเมื่อปี ๒๔๗๖ นำมาผูกโยงข้ามภพกับสงคราม พคท.ที่ตนได้มีโอกาสเข้าร่วมอย่างถึงเลือดถึงเนื้อเมื่อไม่นานมานี้-อยู่ระหว่างการจัดพิมพ์

ระลึกอยู่เสมอว่าเป็นคนลพบุรี และอยากมีโอกาสตอบแทนบุญคุณแผ่นดินเกิด.

สรุปงานเขียนรวมเล่ม
๑. กระดูกเข้าบัว
๒. ดับไฟใต้
๓. หมารักคน
๔. ดอกฟ้ากับหมาวัด
๕. หมาต่างมุม
๖. คือบ้านที่มีชีวิต
๗.บ้านเล็กเปี่ยมรัก
๘. โค้งคันเหนือคมคลื่น
๙. ระบำดอกฝนที่ระนอง
๑๐. ราชินีเหนือเกลียวคลื่นที่เกาะเขียว
๑๑. ปลายรุ้งที่สิมิลัน
๑๒. สอยดาวมาร้อยบ่า
๑๓. นายร้อยสุกดิบ
๑๔. นายร้อยอลเวง
๑๕. คู่หูพลิกล้อค
๑๖. ท.ทหารอดทน
๑๗. เรียบร้อยโรงเรียนเสธ.
๑๘. รบไปกินไป
๑๙. ไอ้หนูอัจฉริยะ(เรื่องแปล)
๒๐. แผนเด็ดปีกพญาอินทรี(เรื่องแปล)
๒๑.จากใต้สู่อีสาน (ชีวประวัติ ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์)
๒๒. ประวัติและผลงาน พลเอก วิมล วงศ์วานิช
๒๓. ประวัติและผลงาน พลเอก ประมณฑ์ ผลาสินธุ์
๒๔. ประวัติและผลงาน พลเอก มงคล อัมพรพิสิฏฐ์




 

Create Date : 29 สิงหาคม 2552   
Last Update : 5 กันยายน 2552 11:43:04 น.   
Counter : 799 Pageviews.  


ประวัติส่วนตัว - พลเอก บัญชร ชวาลศิลป์


เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขชาวลพบุรีโดยกำเนิด เกิดที่อำเภอท่าวุ้งเมื่อ ๓๐ ก.ย.๒๔๘๙ เข้ารับการศึกษาครั้งแรกในชั้นประถมที่ปี ๑ ที่โรงเรียนกำจรวิทย์ และโรงเรียน ป.พัน ๑๐๑ จากนั้นได้ติดตามบิดาซึ่งเป็นตำรวจไปยังจังหวัดต่างๆ และจบการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อย จปร.เมื่อปี ๒๕๑๒ (นักเรียนเตรียมทหารรุ่น ๖ – จปร.๑๗)โดยเลือกรับราชการในเหล่าทหารปืนใหญ่ จึงกลับมารับการศึกษาที่โรงเรียนทหารปืนใหญ่ โคกกระเทียม ลพบุรี อีกครั้ง

เมื่อจบการศึกษาทางราชการได้ส่งไปปฏิบัติงานที่กองพันทหารปืนใหญ่ที่ ๕ นครศรีธรรมราช จากนั้นได้อาสาสมัครไปปฏิบัติการรบในสาธารณรัฐเวียตนาม หลังจากกลับเมืองไทยก็เข้าพิธีสมรสกับ ศรีนคร มะกรวัฒนะ ชาวนครศรีธรรมราชซึ่งพบรักกันก่อนไปรบที่เวียตนาม

ผ่านการสอบคัดเลือกจากนายทหารปืนใหญ่ทั่วประเทศได้ไปศึกษาหลักสูตรทหารปืนใหญ่ที่สหรัฐอเมริกา หลังจากสำเร็จการศึกษาก็ได้รับการมอบหมายให้ทำหน้าที่อาจารย์วิชาทหารปืนใหญ่ จึงได้กลับมารับราชการที่โคกกระเทียม และมีบุตรสาวคนแรกที่นี่

ต่อมาได้รับคัดเลือกให้ไปทำหน้าที่ก่อตั้งกองพันทหารปืนใหญ่แห่งใหม่ของภาคใต้จึงกลับไปรับราชการที่นครศรีธรรมราชอีกครั้งในปี ๒๕๑๙ ซึ่งเป็นช่วงที่การต่อสู้ในสงครามกลางเมืองกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยกำลังรุนแรงสูงสุด

หลังจากรับราชการภาคใต้ได้ ๒ ปีก็ผ่านการสอบคัดเลือกเข้ารับการศึกษาต่อในโรงเรียนเสนาธิการทหารบก ใช้เวลาศึกษา ๑ ปี เมื่อจบก็เลือกกลับไปรับราชการในภาคใต้อีกครั้ง และจะปฏิบัติงานอยู่ถึง ๑๐ ปีในยุคปลายสงครามต่อสู้คอมมิวนิสต์ ก่อนจะย้ายเข้ามารับราชการในกรุงเทพ จนได้รับพระราชทานยศพลเอกเมื่อเมษายน ๒๕๔๙

ลาออกจากราชการเมื่อ ๑ พ.ค.๒๕๔๙ ด้วยเหตุผล “เพื่อประกอบอาชีพอื่น”




 

Create Date : 29 สิงหาคม 2552   
Last Update : 5 กันยายน 2552 11:43:19 น.   
Counter : 521 Pageviews.  



Gen.Bunchon
 
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




www.Bunchon.net
ห้องสมุดส่วนตัวบนโลกไซเบอร์แห่งใหม่
เปิดกว้างสำหรับนักอ่าน และนักเขียนทุกคนความเป็นมา
[Add Gen.Bunchon's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com