|
รีไซเคิลปั่นสุข การจัดการขยะ หาดใหญ่สงขลา
รีไซเคิลปั่นสุข การจัดการขยะ หาดใหญ่สงขลา
หากมองไปในอนาคตอีก 50 ปีข้างหน้า เมืองหาดใหญ่สงขลา จะต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายอีกเรื่องนั่นคือ ปัญหาการจัดการขยะ จะทำอย่างไร เมื่อมีปริมาณขยะ จำนวนมากให้ จัดการ
ผู้เขียนคิดว่า ไม่ว่าจะดำเนินนโยบายอะไรออกมา หากมีความขัดแย้ง กับนิสัยของคนไทย มันจะไม่ได้ผล เช่น การเอาขยะไปเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า แต่ปัญหาคือ ขยะเปียกกับขยะแห้ง ก็มีการผสมปนกัน ครั้นจะให้ผู้คนคัดแยกขยะเปียกกับขยะแห้งคงจบแห่ เพราะเราไม่ได้มีวินัยขนาดนั้น หรือจะทิ้งขยะนัดตามวัน หรือทิ้งวันคี่วันคู่ ก็คงจบแห่ หรือเอาแบบประเทศเยอรมัน ที่การทิ้งขยะแล้วต้องคิดสแตมป์ เป็นค่าทิ้งขยะ ก็คงจบแห่อีกเช่นเคย ขนาดว่าเทศบาล ขอเก็บบ้าน ละ 20 ต่อเดือนยังถูกต่อต้าน ดังนั้นการออกนโยบายใดๆ เราต้องเข้าใจนิสัยของคนไทยก่อน แล้วเอามาเป็นนโยบาย ในการจัดการขยะ และสิ่งที่ผู้เขียนคิดว่าน่าจะใช้งานได้ และใช้งานได้ดี นั่นคือ คนไทย แม้ว่าจะ ไม่ได้เป๋นพวกมีวัยนัยแบบเยอรมัน หรือญี่ปุ่น แต่ข้อดีของคนไทย ที่ดีสุดๆ นั่นคือ คนไทย เป็นคนที่ ใจดี และขี้สงสาร และโอบอ้อมอารีย์ และชอบช่วยเหลือผู้อื่น และผู้เขียนคิดว่าจะใช้จุดแข็งของพวกเราคนไทย ในข้อนี้ มาจัดการปัญหาขยะ
โครงการที่เคยได้ผลมากๆ คือ โครงการ "ตู้ปั่นสุข" ที่ในตอนนี้เกิดโรคระบาด โครงการ "ตู้ปั่นสุข" จึงได้ถูกคิดขึ้นมาอย่างสร้างสรรค์ นั่นเพราะโครงการนี้ เข้าใจนิสัยของคนไทยอย่างแท้จริง เพราะคนไทยเป็นพวกใจดี และขี้สงสาร ผู้คนจึงเอาของกิน หรือจองใช้ที่จำเป็นไปใส่เอาไว้ ให้ผู้คนได้ใช้ ได้กิน ด้วยสโลแกน "วางได้ หยิบได้"
ผู้เขียน จึงต้องการจัดการปัญหาขยะล้นเมืองโดยใช้ลักษณะนิสัยพื้นฐาน ของคนไทยมาใช้ จึงขอตั้งชื่อโครงการว่า "รีไซเคิลปั่นสุข" หยิบได้วางได้
ขยะรีไซเคิล เกี่ยวอะไรกับความสงสาร ผู้เขียนขออธิบาย ให้เข้าใจง่ายๆดังนี้ อาชีพการเก็บขยะขาย ส่วนมใหญ่มักจะเป็นอาชีพที่เกี่ยวข้องกับผู้คน ที่ขาดโอกาส หรือผู้มีรายได้น้อย หรือกลุ่มคนเปราะบาง ในบางครั้ง เรามักเห็นลุงแก่ๆ กรือป่าแก้ไข เดินคุ้ยหาขยะที่พอจะขายได้ ตามกองขยะข้างถนน ที่มีแต่เชื้อโรค หรือแม้แต่คนแข็งแรงดี ก็มีคุ้ยขยะเช่นกัน ผู้เขียนไม่ได้ดูแคลนอาชีพนี้แต่อย่างใด เพียงแต่จะดีกว่าไหม ที่เราจะแยกขยะไว้ให้ คนเปราะบางกลุ่มนี้ เก็บขยะรีไซเคิลได้ง่ายๆ สิ่งนี้เชื่อมโยงกับสิ่งที่เรียกว่า "ความสูงสาร"
แต่โตรงการนี้ จะสำเร็จไม่ได้ หากขาดการรับรู้ในวงกว้าง ผู้เขียนจึงอยากให่หน่วยงานภาครัฐ หรือเอกชน นำแนวคิดนี้ไปขยายต่อในวงกว้าง
ผู้เขียนขอแยกรูปแบบโครงการนี้ เป็น 3 ระดับ คือ ระดับประชาชน ระดับเอกชน ระดับภาครัฐ
1.ระดับปรัชาชน เมื่อประชาชนรับรู้รูปแบบโครงการรีไซเคิลปั่นสุขในวงกว้างแล้ว ประชาชน ในระบบบ้านแต่ละหลังสามารถร่วมโครงการได้ ตามรูปคือ รีไซเคิลปั่นสุข แจกฟรี จากรูป จะเห็นว่า มีกระดาษลังนิดหน่อย มีกระป๋องกาแฟ มีขวดน้ำ ขยะรีไซเคิลจำนวนนี้ มีมูลค่าไม่มาก แต่การจะเก็บรวบรวมให้ได้ปริมาณมากเป็นเรื่องยาก แะบ้านเรือนประชาชนส่วน ใหญ่มักไม่มีที่เก็บ ขยะรีไซเคิลเหล่านี้จึงมักถูกทิ้งรวมกันจนยากต่อการกำจัด ดังนั้น โครงการรีไซเคิลปั่นสุขจึงเข้ามาแก้ปัญหานี้ และโจทย์ความขี่สงสารผู้คนของคนไทย
2. ระดับเอกชน ในที่นี้หมายถึงบริษัท ห้างร้านต่างไป บริษัทมหาชน รัฐวิสาหกิจ ต่างๆ แต่ที่คาดหวังจริงๆ คือ บริษัท cpall เจ้าของเซเว่นอีเลเว่น ที่ในปัจุบันก็จะมี ถึงขยะแยกรีไซเคิลอยู่แล้ว แต่ก็ไม่เคยได้ใช้งาน นั่นเพราะขาดแรงจูงใจ และจาดคนที่เิาไปใช้งานจริง ดังนั้นเราควรปรับ ถังขยะรีไซเคิลพวกนี้ให้เป็นโครงการ "รีไซเคิลปั่นสุข" และมีป้ายแสดง เขียนว่า ยิบได้ วางได้ แจกฟรี พี่ๆเทศบาลก็ยิบได้นะคะ เนื่องจากขยะในเซเว่นมักมีขยะเป็น ขวดพลาสติก ขวดแก้ว และกระป๋องโลหะ ดังนั้น แยกไว้ 3 ถัง ก็น่าตะเพียงพอ ส่วนขยะอื่นๆ ก็แยกเป็นขยะทั่วไปไปเลย
3.ระดับหน่วยงานภาครัฐ ในที่นี้หมายถึง โรงเรียน หน่วยงานราชการ เทศบาล อบต. อบจ. ฯลฯ ที่จะต้องมีจุดแยกขยะ รีไซเคิลฟรี ภายใต้โครงการรีไซเคิลปั่นสุข โดยผู้เขียนได้คาดหวังไว้กับ "โรงเรียน" เพราะเป็นการฝึกเด็กๆ ให้รู้จัดการคัดแยกขยะ และขยะที่คัดแยกพวกนี้น ได้ต่อยอด เป็นรายได้ให้กับกลุ่มคนเปราะบาง ที่เก็บขยะขายตามกองขยะ ข้างถนน ไม่ต้องไปรื้อ กองขยะให้เสียสุขภาพ เพราะในกองขยะมีแต่เชื้อโรค ในหน่วยงานภาครัฐต่างๆ มักมีพื้นที่กว้างขวาง ดังนั้น จุดแจกขยะฟรี ตามโครงการรีไซเคิลปั่นสุข ต้องแยกขยะให้ละเอียดกว่าเซเว่นฯ เช่น ขวดแก้ว กระดาษ โลหะ แก้ว พลาสติก ฯลฯ และเขียนป้ายว่า รีไซเคิลปั่นสุข แจกฟรี หยิบได้ วางได้ พี่ๆเทศบาล ก็หยิบได้นะครับ
เนื่องจาก โครงการ "รีไซเคิลปั่นสุข" ผู้เขียนได้ใช้ข้อดีของคนไทยในการขับเคลื่อน นั่นคืคนไทย ใจดี และขี้สงสาร ดังนั้น โครงการหนึ่งที่ดีมากๆ ที่เกิดขึ้นมาแล้ว นั่คือ โครงการ "จิตอาสา" บางคนอาจจะเรียกว่า โครงการ "ทำดีเพื่อพ่อ" เป็นโครงการที่ดึงเอาลักษณะนิสัยของคนไทย ที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่น โครงการแบบนี้ต้องทำต่อ เพื่อปลูกฝังจิตสำนึก ให้ผู้คนได้ช่วยเหลือกัน ซึ่งจะส่งผลให้โครงการรีไซเคิลปั่นสุข ประสบผลสำเร็จได้อย่างสวยงาม
| Create Date : 31 ธันวาคม 2568 |
|
0 comments |
| Last Update : 1 มกราคม 2569 12:36:45 น. |
| Counter : 127 Pageviews. |
|
 |
|