คนรักกัน...ยังไงก็ยังรักกัน

แต่คนไม่รักกัน...ทำยังไงมันก็ไม่รักกัน

มองฟ้าอย่างสดใสแล้วรักตัวเองดีกว่า

Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2549
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
31 ตุลาคม 2549
 
All Blogs
 

หมายเหตุ งานมหกรรมหนังสือฯ (1)

เก็บตกจากงานมหกรรมหนังสือฯ และเรื่องราวอันเนื่องมาจากงานหนังสือฯ

เป็นครั้งที่สองแล้ว ที่เราไปงานหนังสือได้แค่วันเสาร์อาทิตย์ เนื่องจากทำงานประจำ (กับเขา) แล้ว

อดจะรู้สึกใจหายนิดหน่อยไม่ได้ เพราะแต่ก่อน เคยไปแทบจะทุกวัน เดินดูนั่นนี่ นั่งคุยกับคนโน้นคนนี้ด้วยความสนุกสนาน ไม่ว่าจะวิจารณ์หนังสือใหม่ที่ออกในงาน หรือเมาท์เหล่าบรรดานักเขียนในแวดวงเดียวกัน ถือเป็นงานที่เราสามารถแลกเปลี่ยนข่าวสารในวงการได้มากที่สุดทีเดียวนั่นแหละ

แต่ไม่เป็นไร ถึงแม้เราจะไปได้ไม่กี่วัน แต่หนังสือที่ได้ในงานครั้งนี้ก็มากขึ้นกว่าครั้งก่อนอีก (และแน่นอน เราคิดว่ามันจะเพิ่มขึ้นทุกปี) เราคิดว่า เราคงต้องตั้งงบซื้อหนังสือในงานใหม่แล้วล่ะ เป็นครั้งละหมื่น (เพราะปีนี้มันเกินไปแล้ว แต่เราจะไม่ทำบัญชีว่าหมดเท่าไหร่แน่ เพราะเราแน่ใจว่า ยอดของมันจะทำให้เราเป็นลมตายได้)

ตอนนี้เรากำลังรอหนังสือจากงานวันสุดท้ายที่เราไม่สามารถบ้าพลังขนมาได้ เพราะมางานคนเดียว น้องสาวอยู่บ้านไม่ได้มาช่วยขน เราเลยส่งไปรษณีย์มาแทน มีอยู่สองกล่อง ส่วนใหญ่เป็นพวกเก็บตกนิดๆ หน่อยๆ กับโรมานซ์เก่าๆ ที่ตามเก็บ แต่เอาไว้รอทำรายการสรุปยอดความเสียหายทีเดียวดีกว่า

บ๊อกวันนี้เลยขอเล่าเรื่องเก็บตกเล็กๆ น้อยๆ ความเป็นไปของเราในงานหนังสือครั้งนี้แล้วกัน

ประเด็นเด่นในงานนี้กับตัวเรา คงหนีไม่พ้น เรื่อง "อ้วน" นั่นเอง เนื่องจากว่า เราไม่ได้เอาศีรษะ (และตัว) ของเรามาให้ชาวบ้านชาวช่องเขาเห็นนานแล้ว ฉะนั้น เมื่อทุกคนได้พบเราอีกครั้ง จึงหลุดออกมาดังนี้

"มิงค์ ทำไมอ้วนจัง"

"มิงค์ แกอ้วนมาก"

"มิงค์ เราอ้วนมาก อ้วนมาก อ้วนมากจริงๆ"

แม้จะพูดแตกต่างกันไปบ้าง แต่ความหมายก็เหมือนกันนั่นแหละ ไล่ไปตั้งแต่นักเขียนด้วยกัน จนถึงนักเขียนผู้ใหญ่ ไม่เว้นแม้แต่ บก. และเฮียเจ้าของสำนักพิมพ์ที่เคารพทีเดียวแหละ จะมีคนเดียวที่ไม่ได้พูด คงจะเป็นพี่ประวิทย์กระมัง (ขอบคุณค่า)

เออ แต่ก็นะ น้องสาวเรามันไปกับเราเมื่ออาทิตย์แรกของงาน มันเองก็ทนไม่ได้ เพราะอายแทนพี่มัง เมื่อวานนี้มันจึงเคี่ยวเข็ญบอกเราว่าได้เวลาลดแล้ว บังคับให้เราไปตีแบด และว่ายน้ำกับมัน พร้อมกับจัดตารางอาหารมาให้ ซึ่งเราก็ต้องจำใจทำตาม

นอกเหนือจากนั้นแล้ว ปีนี้ เราก็ไปนั่งแหมะอยู่ที่บูธนวนิตา ช่วยบก.พี่เล็กขายหนังสือเป็นค่าขนมที่เราโดนหลอกให้กินเข้าไป อารมณ์มันต่างกับตอนไปขายหนังสือที่บูธสถาพร หรือ ณ บ้านฯ มากเลย แต่ก็สนุกดีนะ ฉะนั้นจึงปรากฏว่าปีนี้ ก๊กเราเลยพากันไปสุมอยู่ในบูธนวนิตาเล็กๆนั่นกันอย่างครึกครื้น เมาท์กันบ้างเล็กน้อยพองาม ได้ไปกินกาแฟกับเค้กพร้อมกับเมาท์ชาวบ้านนิดหน่อยที่ settrade

ไปทานข้าวกันข้างนอก แล้วก็พากันกินแบบไม่ลืมหูลืมตา ซื้อหนังสือมาเป็นตั้งๆ แล้วก็แบกจนหลังแอ่นกลับบ้าน

ดูท่าปีนี้แม่เราคงจะปลงได้แล้วเรื่องการซื้อหนังสือของเรา เพราะแม่ไม่ได้ว่าอะไรเลย นอกจากถามเฉยๆ ว่าซื้ออะไรมาบ้าง เราเองก็ใช้วิธีซื้อหนังสือที่แม่น่าจะถูกใจมากันเอาไว้ก่อน แม่เราเลยเปิดอ่านหนังสือที่เราเลือกมาให้สนุกไป นับว่าวิธีเอาของกำนัลเข้าแลกนี้ได้ผลพอสมควร ตอนนี้เราคร่ำครวญกับแม่ว่า ไม่มีตู้กับชั้นเก็บหนังสือแล้ว อยากซื้อใหม่ แม่บอกว่าให้น้าวิทย์ (ช่างไม้แถวบ้าน) ต่อตู้ให้ใหม่สิ แต่เราก็คิดว่า บนบ้านไม่มีที่วางตู้อีกแล้ว อย่างห้องเรา ถ้าแม่ไม่เอาเตียงมาวางไว้ตั้งสามหลัง มันคงมีที่ให้เราวางตู้หนังสือบ้าง แต่นี่แม้แต่ทางเดินยังแทบไม่มีเลย

เพราะนอกจากเตียง ก็ยังมีตู้วางทีวี ที่จริงๆ แล้วเอาไว้เก็บเครื่องทองเหลือง แล้วก็โต๊ะวางคอมพ์ ที่เราไว้ใช้ทำงาน รวมไปถึงโต๊ะเล็กวางปรินท์เตอร์ที่มีขนาดใหญ่เท่าบ้าน (ในความรู้สึกของเรา)

ตอนนี้หนังสือกองยักษ์ที่ซื้อมา ระเห็จไปอยู่บนเตียงว่างๆ เตียงหนึ่ง เมื่อคืน แม่เก็บตู้ใหญ่ใบหนึ่ง เอาพวกเครื่องกระเบื้อง กับของกระจุกกระจิกออกมา แล้วเช็ดตู้ เราถามว่าจะทำอะไร แม่บอกว่า จะเคลียร์ไว้ใส่หนังสือเราไปพลางๆ ก่อน นอกจากนี้ ยังมีตู้โชว์หกเหลี่ยมที่แม่ซื้อมาไว้ใส่อะไรก็ไม่รู้ (แม่ว่า ซื้อมาก่อน จะใส่อะไรค่อยคิดอีกที) เป็นตู้ที่ยังไม่ได้ใส่กระจก และลวดลายฉลุ โดนแมวๆ ของเรา ซึ่งเข้าไปเล่นในตู้ ทำหักไปแล้วหลายชิ้น แม่บอกว่า จะใส่กระจก แล้วจะยกให้ใส่หนังสือเป็นการชั่วคราว (อีกเช่นกัน)

อาทิตย์ที่แล้ว แม่บอกเราว่าให้ซื้อหนังสือน้อยลง แล้วเก็บเงินไว้ จะได้ปลูกบ้านใหม่ เราจะได้มีที่เก็บหนังสือ เพราะแม่จะทำห้องสมุดส่วนตัวให้เรา มันก็เป็นความฝันที่ดีหรอกนะ แต่ว่า เก็บเท่าไหร่ กี่ปีถึงจะได้ล่ะแม่ ก็แผนปลูกบ้านใหม่ของแม่มันอลังการมากเลยนะ แล้วลูกสาวแม่น่ะ เงินเดือนนิดเดียวเอง จะบังคับให้ลูกแม่อดซื้อหนังสือนี่ท่าจะยากนะแม่นะ

บ้านเราจริงๆ แล้วใหญ่มาก สำหรับบ้านในชนบทน่ะ เป็นเรือนไม้ใต้ถุนสูง ริมแม่น้ำแม่กลอง ถึงแม้มันจะใหญ่ แต่มันก็คับแคบไปถนัดตา เพราะว่าแม่เราขนซื้อตู้มาเต็มบ้าน มีคนอยู่ตอนนี้ 4 คน แต่มีตู้เสื้อผ้าใบใหญ่ๆ 7 ใบ (ซึ่งเวลายกย้าย ต้องใช้แรงงานชายฉกรรจ์ถึง 10 คนยก) นอกจากนั้นยังไม่นับตู้ที่เอาไว้เก็บเครื่องถ้วยชาม เครื่องนอน และอีกมากมาย นอกจากนี้แม่เรายังเป็นคนบ้าสมบัติ ขนซื้อของที่แกชอบคิดเผื่อไว้เสมอๆ ว่า "อาจจะ" ได้ใช้อีก บ้านทั้งหลัง เลยเหลือที่เล็กนิดเดียว

ก่อนจะหมดงาน พอดีที่โลตัสเซลล์เฟอร์นิเจอร์บางชิ้น เพื่อนที่ทำงานเราหยิบโบร์ชัวร์มาฝาก เราเห็นบีนแบ๊กลดราคา เลยรีบขับรถไปซื้อมา เราอยากได้มานานแล้ว เพราะมันนั่งสบายดี เรากะซื้อมานอนอ่านหนังสือให้สบายใจ แล้วก็ได้ใช้จริงๆ ตอนนี้นอกจากใช้นอนนั่งอ่านหนังสือแล้ว เรายังใช้เล่นเน็ตด้วย เพราะมีโน้ตบุ๊คอยู่อีกตัว ตอนนี้ชีวิตเราจึงสุขโขเป็นอย่างมาก แต่ทว่าสถานการณ์ในกระเป๋าเงินเรากลับน่าเศร้าอย่างยิ่ง ต้นปีหน้า เราจะไปเชียงใหม่ เพราะเพื่อนสนิทรับปริญญา (มันเรียนสัตวแพทย์จึงจบช้ากว่าเรา 2 ปี) ก็จะพาน้องสาวเราไปเที่ยวงานราชพฤกษ์ฯ ด้วย เรายังสงสัยว่าเราจะเอาเงินที่ไหนไปหว่า เอ่อ ไว้ค่อยคิดตอนนั้นแล้วกัน

อ้อ เกือบลืม ในงานนี้เราได้เจอ "ฝ้าย" น้องสาวที่สนิทกันสมัยอยู่ชมรมอนุรักษ์ฯ ที่มช. ด้วย สอบถามได้ความว่ามันมาทำงานพิเศษเป็นพนักงานขายหนังสือที่บูธสถาพร ดีใจมาก เพราะไม่ได้เจอมันนานแล้ว เหมือนอดีตได้ย้อนกลับมานิดหน่อย เห็นหน้ามัน ก็นึกถึงคนอื่นๆ ในชมรมขึ้นมาทันที คิดถึงทุกคนมากๆ ช่วงชีวิตสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เวลาที่เราใช้ในชมรมนั้น เป็นเวลาที่ยอดเยี่ยมไม่รู้ลืมจริงๆ วันสุดท้ายในงาน เราเลยเอาหนังสือที่เราเขียนสองเล่มแล้วเซ็นให้มันไป (ฝ้ายอ่านแล้วก็อย่าสงสัยเลยนะว่า พี่เขียนได้ยังไง ทั้งๆ ที่เรื่องมันไม่เข้ากับหน้าพี่อย่างมาก เอาเป็นว่าอ่านแล้วลืมๆ หน้าพี่ไปบ้างนะน้องนะ)

ออกจะเป็นบันทึกที่สับสนนิดหน่อย แต่เรานึกอะไรได้ก็ใส่มา เลยออกจะไม่เป็นระบบมากนัก แต่ก็นับว่า งานหนังสือฯ ครั้งนี้ให้อะไรประทับใจเราหลายอย่าง

เดี๋ยวหนังสือเราอีกสองกล่องมาถึงมือ จะได้ฤกษ์สำรวจความเสียหายจริงๆ จังๆ เสียที

ปล. พี่ปุ้ยคะ เห็ดอบกรอบของพี่รสชาติมันประทับใจหนูมากๆ ตอนโดนพี่เล็กหลอกกินเข้าไปไม่ได้มองหรอกว่าเป็นรสวาซาบิ แต่ถึงกระนั้นหนูก็ยังกินจนหมด ขอบคุณที่ซื้อมาฝากพี่เล็กนะคะ หนูเลยได้กินไปตามระเบียบ (หนูเป็นพวกหนูทดลองที่โดนพี่เล็กหลอกให้กินของแปลกๆ น่ะค่ะ)




 

Create Date : 31 ตุลาคม 2549
11 comments
Last Update : 31 ตุลาคม 2549 11:09:31 น.
Counter : 331 Pageviews.

 

สวัสดีเจ้าค่ะ...
ไม่ทราบว่างานสัปดาห์หนังสือหมดวันที่เท่าไหร่ เจ้าค่ะ

 

โดย: กลกาล 31 ตุลาคม 2549 12:03:43 น.  

 

ดูท่าปีนี้แม่เราคงจะปลงได้แล้วเรื่องการซื้อหนังสือของเรา เพราะแม่ไม่ได้ว่าอะไรเลย นอกจากถามเฉยๆ ว่าซื้ออะไรมาบ้าง เราเองก็ใช้วิธีซื้อหนังสือที่แม่น่าจะถูกใจมากันเอาไว้ก่อน แม่เราเลยเปิดอ่านหนังสือที่เราเลือกมาให้สนุกไป นับว่าวิธีเอาของกำนัลเข้าแลกนี้ได้ผลพอสมควร

^
^

เอ่อ มุกเดียวกับพี่เลยฟ่ะ 555

ดีใจที่ได้เจอมิ้งค์จ้ะ เสียดายที่ได้คุยกันแป๊บเดียว ^^

 

โดย: Clear Ice 31 ตุลาคม 2549 12:55:39 น.  

 

อยากกินเห็ดรสวาซาบิบ้างอะค่ะ

มาแอบอ่าน

สีตัวอักษรกลืนกับพื้นบล็อกไปหรือเปล่าคะ? อ่านยากนิดหนึ่งอะค่ะ

 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ 31 ตุลาคม 2549 14:14:59 น.  

 

จาเอามุกนี้ไปใช้กับแม่เราบ้างดีกว่า อิๆๆๆ

 

โดย: wanwitcha 31 ตุลาคม 2549 14:20:21 น.  

 

ผิดกับข้าพเจ้า แม่อยากได้อะไร แม่ซื้อเองเลย
แต่ลูกที่ดีจะคอยบอกว่าเล่มนี้มีแล้ว ไม่ต้องซื้อซ้ำ ซึ่งก็หลายเล่มเหมือนกัน

 

โดย: ผู้สาวเมืองยศ 31 ตุลาคม 2549 15:58:04 น.  

 

เราเกิดปัญหาเดียวกับมิ้งคืออ้วน งือๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เรามาลดด้วยกันดีกว่า

งานหนังสือเจอกันเเวบเดี๋ยวเอง ตัวมิ้งน่ากอดดีออก อิอิ

 

โดย: ปุณณัตถ์ 31 ตุลาคม 2549 18:26:39 น.  

 

อยากได้ห้องหนังสือมั่ง
ตอนนี้ ไม่รู้จะเอาหนังสือไปเก็บไว้ไหนแล้ว

 

โดย: piccy 31 ตุลาคม 2549 21:13:40 น.  

 

ใครเป็นคนทักว่า mink อ้วนก่อนง่ะ? เพราะวันเสาร์พี่ทักเราแค่คนที่สิบเอง !!!!!!!!
อิอิอิ ..ล้อเล่นนะ..
ปล.บ้าน mink ติดกับบึงพรายหรือเปล่า? เห็นใกล้แม่กลองนี่ ...

 

โดย: เมฆชรา 31 ตุลาคม 2549 21:45:29 น.  

 

5555 เห็ดรสวาซาบิ เราได้แต่มองมิงค์กินตาปริบ ๆ

 

โดย: เลมืด IP: 58.9.54.113 1 พฤศจิกายน 2549 5:23:56 น.  

 

อยากเห็นนนนนนนนน

อยากเห็นมิ้งอ้วนนนนนนนนน

5555555555555555

 

โดย: ปป IP: 203.154.148.50 11 เมษายน 2550 15:17:01 น.  

 

แวะมาดุ คนเที่ยวงานหนังสือ อิอิ

ไมได้เจอพี่มิ้งเลย ฮาๆๆ

อยยากเห็นจริงๆ อิอิ

คนเยอะมากจริงๆงานหนังสือ

 

โดย: มิ้นท์ (MiNT_DoReMoN ) 14 เมษายน 2550 22:25:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ไวรัลยา
Location :
ราชบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]







อัพบ๊อกใหม่

นิยาย : กลิ่นแก้วกลางสวน บทที่ 9

ผลงานตีพิมพ์ :คืนจันทร์...ทอใจ




นัก (อยาก) เขียน ภาวนาขอให้นิยายเสร็จสักที (แต่ก็ไม่สำเร็จ)

เลยขอดองกันไว้ก่อน เริ่มเรื่องใหม่ เอาไว้ว่างๆ จะกลับมาเคลียร์พี่รุตม์กะเจ้าแก้วนะคะ

กลิ่นแก้วกลางสวน (อัพถึงตอนที่ 9 ค่ะ) ตอนนี้เปิดให้อ่านได้ทั่วไปไม่ล็อคแล้วนะคะ



"With Flowers"
SEVEN









รัก...ไม่ใช่ความผิดพลาดทางเทคนิค
ไม่ใช่ความหลงผิด ไม่ใช่ความพลั้งเผลอ
ถ้าจะพลาด ก็พลาดที่ตกหลุมรักเธอ
ผิดที่เพ้อหวังว่าจะได้เจอความสมใจ

********

กับคนบางคน เฝ้ารอแต่โชคชะตา
จะพัดพาให้เธอมาพบ
หวังว่าเส้นทางเราสองจะบรรจบ
ได้ประสบกับรักแท้ที่ฝันคอย

Friends' blogs
[Add ไวรัลยา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.