Welcome To ทองหลาง Bloggang ว่างๆ ก็แวะเข้ามา...ยินดีต้อนรับจ้า
ตอนที่ 24









กริชนะขับรถออกจากสถานีตำรวจด้วยความรู้สึกที่เรียกว่าเสียเวลาเปล่า...ด้วยทุกสิ่งทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามที่หวังไว้แต่แรกนั่นก็คือการได้หลักฐานที่จะบ่งบอกถึงเงื่อนงำในการสืบหาสาเหตุแห่งอุบัติเหตุครั้งนั้นความรู้สึกแห่งความไม่พอใจจึงฉายออกมาทางสีหน้าอย่างชัดเจน

“เจ้านายจะกลับเลยไหมคะ”เขมขวัญเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้นุ่มนวลที่สุด

“ตู้เอทีเอ็มอยู่ตรงไหน”

ไม่ตอบคำถามแต่กลับถามไปอีกอย่างทว่าอารมณ์แบบนี้เขมขวัญทำได้แค่เพียงปฏิบัติหน้าที่เลขานุการให้ดีที่สุดนั่นก็คือการพยายามอำนวยความสะดวกให้เจ้านายได้ในทุกๆเรื่อง

“ตรงตู้ยามตำรวจข้างหน้าน่ะค่ะ”เธอชี้มือบอก เห็นชายหนุ่มตั้งใจทำหน้าที่ขับรถโดยไม่เอ่ยอะไร เธอก็ได้แต่เงียบ

“คุณมีเบอร์โทรศัพท์คุณพ่อของคุณหรือเปล่า”กริชนะเอ่ยถามเมื่อถึงที่หมาย

“มีค่ะ...ว่าแต่คุณจะเอาเบอร์พ่อไปทำไม”สีหน้าสงสัยผุดขึ้นเต็มหน้า

“เอามาเถอะ...ผมมีอะไรจะถามคุณพ่อคุณหน่อย”

แม้สงสัยแต่เธอก็ยินยอมบอกเบอร์โทรแก่อีกฝ่ายมหาเศรษฐีระดับเจ้านายของเธอคงไม่คิดเอาเบอร์โทรศัพท์ไปต้มตุ๋นชาวบ้านที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวอย่างครอบครัวของเธอหรอก

“คุณรออยู่ในรถนี่แหละ”กริชนะสั่งหลังได้เบอร์โทรศัพท์เขาจัดการต่อสัญญาณไปยังผู้สูงวัยที่วันนี้กลายมาเป็นพ่อตาอย่างไม่คาดคิดทั้งก้าวเท้าลงจากรถเดินไปยังตู้เอทีเอ็มใกล้ ๆ ป้อมยามนั้น

เขมขวัญมองตามเจ้านายหนุ่มทุกฝีก้าวสงสัยอยู่มากกับเรื่องที่เขาอยากรู้จากปากบิดาของเธอจนถึงกับขอเบอร์โทรศัพท์ แต่ถ้าจะให้ถาม...เธอรู้ดีว่าถึงถามไปก็คงไม่ตอบ ดีไม่ดีเขาอาจรำคาญความอยากรู้อยากเห็นของเธอไปซะอีก...ไม่ถามจะดีกว่า...

กริชนะไปไม่นานก็กลับเข้ามานั่งประจำที่ในตำแหน่งคนขับดูเหมือนอารมณ์ของเขาจะดีขึ้นมานิดหน่อยสังเกตจากสีหน้าที่ไม่ได้บูดบึ้งเป็นยักษ์วัดแจ้งเหมือนก่อนหน้านี้...ค่อยดูดีขึ้นมาหน่อย...

เขาหันมาสบตาจนเธอต้องเมินมองไปทางอื่นกลบเกลื่อนความคิดที่อาจแสดงออกผ่านแววตาคู่นี้แต่ก็ต้องหันมาสบตาชายหนุ่มอีกครั้งเมื่อได้ยินคำบอกเล่าที่จะเรียกว่าเป็นคำสั่งก็น่าจะได้

“ผมอยากจะไปดูจุดที่คุณป้าเกิดอุบัติเหตุ”

ถึงไม่เอ่ยอะไรต่อไปอีกแต่เขมขวัญก็รู้ว่าเขาต้องการให้เธอบอกทาง...ทว่าเวลานี้ถือว่าเย็นย่ำกว่าจะถึงที่ที่เขาต้องการไปดู ก็คงได้แค่ถึง จะสืบค้นหาร่องรอยอะไรคงยากกับความโพล้เพล้ของแสงสว่างระดับนี้ แต่เมื่อเจ้านายต้องการเลขานุการอย่างเธอก็ต้องสนองความต้องการให้จนสำเร็จ

พระอาทิตย์ดวงโตสีส้มแดงลอยคว้างอยู่ในระดับสายตากำลังเคลื่อนต่ำลงมาเรื่อยๆ ทว่าในเวลาเดียวกันก็ยังเปล่งแสงอ่อน ๆที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นกระทบร่างสูงผู้กำลังยืนมองต้นไม้ใหญ่เบื้องหน้าอย่างโดดเดี่ยวด้วยสีหน้าที่แสนเศร้าแสดงความอาลัยโดยไม่ปิดบังอำพรางก่อเกิดเงาสีหม่นทอดยาวไปกับพื้น

เขมขวัญยืนมองภาพนั้นอยู่ห่างๆ ภาพที่เธอเห็นนั้นแตกต่างจากความเป็นจริงเมื่อมีอีกหนึ่งเงาทอดยาวเคียงข้างเงาของร่างสูงนั้นเงาที่เกาะเกี่ยวเขาไว้ด้วยความรักและอาทร ความรู้สึกสงสารก่อเกิดขึ้นในใจกับการสูญเสียสิ่งที่รักไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ แม้สถานที่แห่งนี้จะไม่ได้พรากชีวิตของคนบุคคลหนึ่งไปในทันทีแต่ที่นี่คือต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับเขาและกับเธออย่างที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง...ความสงสัยก็พลันก่อเกิดขึ้นมาในทันทีว่าทำไมต้องเป็นเธอที่คุณป้าเลือกใช้ในการติดต่อสื่อสาร

‘ฉันไม่ได้เป็นฝ่ายเลือกเธอหรอกนะแม่หนู...” เสียงหนึ่งดังแผ่วอยู่เหมือนจะใกล้ก็ไม่ใช่ จะอยู่ไกลก็ไม่เชิง

“แล้วทำไมคะ...ทำไมหนูถึงสามารถเห็นคุณสามารถได้ยินเสียงคุณ ทั้งๆที่หนูไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกันคุณเลย” เขมขวัญเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเบาจนแทบจะมีเพียงลมบางบางผ่านริมฝีปากออกมาเท่านั้น

‘ไม่รู้...อาจเพราะหนูเป็นคนสุดท้ายที่ฉันเห็นและหนูู

คือคนสุดท้ายที่พยายามต่อสายใยชีวิตให้กับฉันถึง

แม้ว่ามันจะถูกตัดมันขาดไปอีกครั้งก็ตาม...แต่ฉันดีใจ

นะที่เป็นหนู’

“ต่อสายใยชีวิต...คืออะไร...แล้วใครกันที่ตัดมันขาดไปอีก”เสียงพึมพำดังขึ้นเมื่อตกอยู่ในห้วงภวังค์...อาจเป็นจริงอย่างที่กริชนะเข้าใจการตายของคุณป้าของเขามีเงื่อนงำแต่เงื่อนงำนั้นจะเริ่มต้นจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นตรงหน้านี้หรือเกิดขึ้นหลังจากนั้นก็สุดจะเดา เมื่อ เสียงสื่อสารที่ไร้ตัวตนยังคงยืนยันด้วยประโยคเดิม

‘อย่าถาม...ฉันไม่รู้...ไม่รู้อะไรเลย’

“กลับบ้านกันเถอะ”

เสียงทุ้ม ๆ ที่ดังอยู่ใกล้ ๆเรียกให้เขมขวัญตื่นจากภวังค์เธอหันไปมองคนที่เข้ามายืนตรงหน้าเมื่อไหร่ไม่รู้ได้ด้วยสีหน้างุนงงแต่พอรวบรวมสติมาได้รอยยิ้มก็ปรากฏ

“ค่ะ เรากลับบ้านกัน”เธอบอกทั้งขยับหมุนตัวไปยังรถที่จอดอยู่ไหล่ทาง ทว่าร่างสูงที่เอ่ยชวนกลับไม่ขยับ“เจ้านายค่ะ...ไปกันเถอะค่ะ”

“เอ่อ...ครับ”กริชนะตอบรับก่อนจะก้าวตามเจ้าของรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรง กว่าปกติยิ้มของเธอสวยนัก สวยจนเขาอยากจะเก็บรอยยิ้มนั้นไว้มองเพียงคนเดียว

“นี่เขมขวัญ...ผมขอเตือนอะไรคุณสักอย่างนะ”

“คะ?” จู่ ๆเจ้านายก็เอ่ยขึ้นเมื่อเข้ามานั่งประจำที่ในรถเรียบร้อยแล้ว

“ห้ามคุณยิ้มแบบเมื่อกี้ให้ใคร...โดยเฉพาะกับผู้ชาย”

“ทำไมคะ” เขมขวัญรู้สึกงงกับคำสั่งนั้น...มันเป็นคำสั่งที่แสนจะจำกัดสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลโดยแท้

“ผมไม่อยากให้ใครเกิดความรู้สึกแบบผม”

“ยังไงคะ...ความรู้สึกอะไร?”คำตอบนั้นยิ่งทำให้งงไปใหญ่ เขาคงไม่ได้รู้สึกว่าเธอกำลังยิ้มเยาะเย้ยเขาหรอกนะ

“รู้สึกอยากจะจูบคุณไง”พูดจบชายหนุ่มก็หันไปติดเครื่อง ขับเคลื่อนรถออกไปจากที่นั่นโดยไม่ได้หันมามองเจ้าของแก้มสีตำลึงสุกนั่นอีกเลย

24

อากาศยามเช้า ณหมู่บ้านในชนบทนั้นสะอาด สดชื่นและสวยงาม...อย่างที่คนเมืองกรุงน้อยคนนักที่จะมีโอกาสได้สัมผัสแต่เวลานี้กริชนะกำลังสัมผัสมันอยู่ริมหน้าต่างที่เปิดกว้างรับสายลมเย็นฉ่ำและกำลังสูดหายใจรับอากาศบริสุทธิ์เหล่านั้นเข้าไปจนเต็มปอดไม่นึกเสียใจเลยสักนิดที่เปลี่ยนใจ ทั้ง ๆที่ในตอนแรกเขาตั้งใจจะกลับมาเก็บของแล้วเดินทางกลับกรุงเทพ ฯ เลย

“จะรีบกลับไปทำไมล่ะพ่อหนุ่มมาถึงก็มาจับไข้ พอฟื้นไข้ก็ออกไปทำธุระปะปังกันทั้งวัน ยังไม่ทันได้พักไม่ทันได้หายคิดถึงเลยไม่ใช่เลย”

คำว่าคิดถึงที่มารดาของเขมขวัญเอ่ยในตอนท้ายคงไม่พ้นหมายถึงบุตรสาวเขาจึงไม่อาจทำใจดำพรากคนที่รักให้ห่างกันไปได้ในตอนนั้นทว่าจะให้เขาอยู่นานกว่านี้ก็คงไม่ได้ ช่วงเวลาหนึ่งวันหนึ่งคืนที่คนในครอบครัวได้พบเจอร่วมเสวนาอาศัยด้วยกันก็น่าจะทำให้ความคิดถึงนั้นเบาบางลงไปบ้าง

ก๊อกก๊อก ก๊อก...

เสียงเคาะประตูทำให้กริชนะต้องผละจากการยืนชมทิวทัศน์ยามเช้าที่ช่องหน้าต่างมายังเตียงนอนเล็กๆ ที่เขายึดครองมาตลอดทั้งคืนโดยไม่รู้ว่าเจ้าของเตียงไปนอนที่ไหน...ในใจอยากแกล้งอ้างสิทธิ์ความเป็นสามีภรรยาให้พักหลับนอนด้วยกันแต่เขาคงทำเช่นนั้นไม่ได้

“ตื่นแล้วเหรอคะ...”

ใบหน้าของคนที่เขาเพิ่งจะขึ้นถึงโผล่เข้ามาให้เห็นแค่ครึ่งตัวเหมือนต้องการเว้นระยะห่างระหว่างกันเอาไว้ให้มากขึ้นกว่าที่มี

“ตื่นนานแล้ว...”

“ถ้างั้นก็ออกไปอาบน้ำอาบท่า ล้างหน้าล้างตาข้างนอกเถอะค่ะ...กินข้าวแล้วจะได้เตรียมตัวกลับกรุงเทพฯต้องขอโทษแทนแม่ด้วยที่เมื่อคืนรั้งคุณไว้” เขมขวัญออกตัวทั้งหลบสายตาคมกล้าที่มองตรงมาด้วยความรู้สึกแปลก ๆ

ไม่รู้ทำไมวันนี้เธอถึงไม่กล้าสู้สายตาเขาเลยหรือจะเป็นเพราะคำพูดของเขาประโยคนั้น ที่เขาบอกว่าอยากจูบ...แต่...จะว่าไปแล้วมันก็แค่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในช่วงอารมณ์เปลี่ยวของผู้ชายเธอจะไปคิดทำไมให้ใจเป็นกังวล ดีไม่ดีเวลานี้เขาอาจจะลืมในสิ่งที่พูดไปหมดแล้วก็เป็นได้

“ผมเข้าใจ...ว่าแต่คุณจะยืนอยู่ตรงนั้นทำไม” เจ้านายหนุ่มถามเมื่อลุกเดินมายังกระเป๋าเดินทางของตนเพื่อค้นหาอุปกรณ์ที่จะใช้

“ขวัญไม่อยากรบกวน...เอาเป็นว่าขวัญไปรอข้างนอกก่อนก็แล้วกัน”พูดจบร่างบางก็ทำท่าจะรีบหลบฉากออกไปก่อน

“เดี๋ยว...” กริชนะร้องห้ามไว้ก่อนที่เจ้าของห้องตัวจริงจะออกไปพ้น “ช่วยเก็บที่นอนให้ที”สั่งแล้วก็มาให้ความสนใจกับกระเป๋าเดินทางของตัวเอง

เขมขวัญจำต้องเดินก้มหน้าเข้ามาทำตามคำสั่ง...แม้จะเข้าใจดีว่าเจ้านายของเธอเป็นคนมีนิสัยค่อนข้างเจ้าระเบียบ และคงไม่เคยหยิบจับงานพวกนี้แต่เธอก็ยังรู้สึกขัดใจอยู่ดีที่ต้องมาทำอะไรในห้องนอนเล็ก ๆตามลำพังสองต่อสองแบบนี้

“ห้องน้ำอยู่ทางไหน นำไปสิ” กริชนะเอ่ยถามเมื่อได้สิ่งของเครื่องใช้ในการชำระร่างกายให้สะอาด

“ทางนี้ค่ะ”

เขมขวัญเดินนำทางเจ้านายหนุ่มออกจากห้องลงบันไดไปชั้นล่างผ่านผู้คนมานั่งสนทนากันยังแคร่ไม้ไผ่ขนาดกว้างที่ใช้เป็นทั้งที่ต้อนรับแขกเหรื่อและที่รับประทานอาหารพอเขาเดินผ่านสายตาเกือบทุกคู่ก็หันมามอง ทั้งส่งยิ้มให้แบบแปลก ๆแต่ที่น่าแปลกกว่านั้นคือ กลางวงล้อมผู้คนยังมีใบศรีพานใหญ่วางอยู่ด้วย...

“พวกเขามาทำอะไรกันเหรอ” กริชนะเร่งฝีเท้าเข้าไปถามคนนำทาง

“ได้ยินแม่บอกว่าจะเลี้ยงพระแม่ธรณี...ให้ท่านช่วยปกป้องคุ้มครองระแวดระวังเภทภัย”

คำตอบที่ได้รับทำให้ชายหนุ่มเลิกใส่ใจทั้งเลิกสนใจกับกิจกรรมที่มองเห็นเหล่านั้นมุ่งเดินไปยังห้องน้ำที่ถูกสร้างห่างจากตัวบ้านพอประมาณ

“อาบน้ำไปนะคะ...ขวัญจะไปช่วยในครัว”เขมขวัญบอกแล้วก็ปลีกตัวไป

ชายหนุ่มยืนพิจารณาสภาพห้องน้ำเก่า ๆ ที่ก่อสร้างด้วยวัสดุหยาบๆ ห่างไกลกับห้องน้ำที่เขาใช้อยู่เป็นประจำดั่งฟ้ากับเหวจนแทบไปกล้าก้าวผ่านธรณีประตูเข้าไปแต่สภาพที่ไม่ได้อาบน้ำมาทั้งวันทั้งคืน นอกเหนือจากการเช็ดตัวมีผลให้เกิดความรู้สึกรำคาญตัวอยู่ไม่น้อย

“เอาเถอะ...คนอื่นยังอาบได้เลย”เมื่อตัดสินในได้ขายาว ๆ ก็ก้าวผ่านประตูเข้าไปทันที

กริชนะอาบน้ำเสร็จก็แต่งตัวในชุดที่พร้อมจะกลับกรุงเทพฯด้วยคิดว่าหลังรับประทานอาหารเรียบร้อย ก็จะออกเดินทางทันที แต่สิ่งที่เขาคิดไว้กลับไม่เป็นอย่างนั้น

“อาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วก็ขอเชิญคุณมานั่งตรงนี้เถอะ”นายแผนบอก ทั้งคนอื่น ๆ ที่นั่งบนแคร่ต่างขยับหลีกทางให้

กริชนะกวาดตามองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าทั้งใบศรีพานนั้น และผู้คนอีกสี่ซ้าห้าคนที่นั่งล้อมวงกัน ด้วยความไม่เข้าใจ หรือคนที่นี่ต้องการให้เขาเข้าร่วมพิธีเลี้ยงพระแม่ธรณีอย่างที่เขมขวัญบอก

“ขวัญเอ๊ย...เสร็จหรือยังออกมาได้แล้ว” แผนบอกอาคันตุกะหนุ่มแล้วก็หันไปตะโกนเรียกบุตรสาว

“จ้าพ่อ...”เสียงตะโกนตอบกลับมาก่อนจะเห็นเจ้าตัวเดินออกจากครัวมาพร้อมมารดา

“ขึ้นไปนั่งข้าง ๆ กันซะเร็วเข้าจะได้เริ่มพิธี”แผนสั่งทั้งชี้มือบอกตำแหน่งการนั่งที่ข้างเจ้าของร่างสูงเสร็จสรรพ

“ฉันต้องร่วมพิธีด้วยเหรอ”เขมขวัญเอ่ยถามด้วยสีหน้างุนงงเพราะทุกทีพิธีการเช่นนี้เธอไม่ค่อยใส่ใจเข้าร่วมสักเท่าไหร่

“ก็ต้องสิวะ...ถ้าเอ็งไม่นั่งใครจะมานั่งเป็นเจ้าสาวล่ะ” แผนตอบเสียงห้วน

“พ่อว่าไงนะ...อะไร...ใครจะมาเป็นเจ้าสาว...งานนี้ไม่ใช่พ่อกับแม่เลี้ยงพระแม่ธรณีหรอกหรือ”สีหน้าของหญิงสาวงุนงงสงสัยไม่ต่างจากชายหนุ่มที่นั่งอยู่ก่อน

“ใครบอกเอ็ง...พ่อกับแม่จะผูกข้อไม้ข้อมือเอ็งกับคุณคนนี้ต่างหากล่ะ...ไหนๆ เอ็งก็บอกว่าเขาเป็นผัวเอ็งแล้ว ทำพิธีสู่ขวัญกันให้ถูกต้องซะผีบรรพบุรุษจะได้ไม่ว่าเอาได้...สรุปก็คือ พ่อกับแม่จัดงานแต่งงานให้เอ็งให้ญาติพี่น้องของเราได้รับรู้เอาไว้ว่าเอ็งไม่ใช่คนโสดอีกต่อไป...ผู้ชายคนอื่น ๆจะได้ไม่มาวอแว” แผนอธิบายซะยืดยาว ทว่าคำอธิบายเหล่านั้นก็ไม่ได้เข้าหูเลยแม้แต่น้อยนอกซะจากคำว่า แต่งงาน...

ในระหว่างเดินทางกลับทั้งกริชนะและเขมขวัญต่างตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเองซึ่งถ้าดูจากสีหน้าออกแต่ละคนล้วนแต่แสดงออกมาในลักษณะที่แตกต่าง...สีหน้าของกริชนะดูราบเรียบดั่งทะเลไร้คลื่นในขณะที่เขมขวัญนั้นยุ่งเหยิงเป็นไต้ฝุ่นที่พัดผ่านทุ่งข้าวจนรวงหักปะปนเธอหันไปมองเจ้านายด้วยความรู้สึกสำนึกผิด เพราะเธอเขาเลยต้องตกกระไดพลอยโจนเพราะเธอเขาถึงต้องมาเสียเงินอีกนับแสนทุกสิ่งทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะเธอจริงๆ...

“ขอโทษนะคะเจ้านาย...ขวัญทำให้เจ้านายต้องรับในเรื่องแย่ๆ แบบนี้” เขมขวัญเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยจะเต็มเสียงนัก“แต่...เจ้านายก็น่าจะปฏิเสธนะคะ...ไม่น่าจะยินยอมโดยไม่คัดค้านอะไรเลย แบบนี้”

“อะไรที่คุณว่ามันแย่...เข้าพิธีแต่งงานกับคุณน่ะเหรอ...ดีออก”ชายหนุ่มเอ่ย ทั้งยิ้มน้อยๆที่มุมปาก สายตายังมองไปบนเส้นทางข้างหน้าไม่ได้หันมาสบตาที่เบิกกว้างเพราะตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน ทว่าเขาก็ยังพูดต่อไปอีก“ไม่ต้องกังวลไปหรอก นั่นก็แค่พิธีการทางประเพณี ไม่ได้มีผลตามกฎหมายคุณก็ยังคงใช้นามสกุลของคุณ ทรัพย์สมบัติของผม ก็ยังคงอยู่ครบไม่มีใครมีสิทธิ์รับสินสมรสอีกครึ่งในกรณีที่เลิกรากัน”

จากความรู้สึกตกใจทำตาโต อ้าปากค้างทั้งหัวใจที่เต้นแรง รู้สึกถึงอาการพองคับอกในคราแรกก็มีอันห่อเหี่ยวลงฉับพลันกับประโยคหลังที่ได้ยิน

“ค่ะ...มันไม่ใช่เรื่องวิตกกังวลใจอย่างที่คุณว่าจริงๆคุณก็ยังเป็นคุณขวัญก็ยังเป็นขวัญแต่...เฮ้อ...” เสียงถอนหายใจอย่างคนรู้สึกหนักอกดังขึ้น

“ทำไม...หรืออยากให้เรื่องเมื่อเช้าเป็นเรื่องจริง...เสียใจด้วยคนอย่างผมไม่ใช่สมภารที่จะมาหวังกินไก่วัดอย่างคุณ ผมมีจุดยืนของตัวเอง”

“ชิ...ใครจะอยากให้เป็นอย่างนั้น...ขวัญก็แค่หนักใจเรื่องเงินที่คุณช่วยใช้หนี้แทนก็เท่านั้น...นี่ถ้ารู้ว่าคุณขอเบอร์พ่อเพื่อจะโอนเงินให้ขวัญคงไม่บอกคุณหรอก” เธอว่าแล้วก็ถอนหายใจอีกเฮือก

“ไม่เอาเงินของผม...คุณก็ต้องแต่งงานกับกำนันคนนั้น...”

“เรื่องอะไรล่ะ...ไม่มีทางที่ขวัญจะตัดสินใจทำแบบนั้นเด็ดขาด”

“แล้วจะทำยังไง งานก็เพิ่งเริ่มทำเงินก็ยังไม่มี ชีวิตตัวเองก็แทบจะเอาตัวไม่รวด แล้วยังมีพ่อแม่อีกปัญหาหนักเอาการอยู่นะ” ชายหนุ่มเอ่ย เขารู้สึกอารมณ์ดีอยู่ไม่น้อยกับการได้ขับรถกินลมชมวิวไปด้วยกันกับภรรยาหมาด ๆ คนนี้

“บางทีอาจจะไม่ขอลืมจากเพื่อน ๆหรือไม่ก็คนรู้จักที่สนิทชิดเชื้อกัน”

“ใครบ้างล่ะ ที่คุณคิดว่าเขามีเงินมากพอที่จะให้ยืมน่ะ หรือจะเป็นนายตำรวจคนนั้น”พอพูดถึงก็ให้รู้สึกหงุดหงิด ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าจะพูดถึงทำไม

“ก็อาจจะเป็นอย่างนั้น เท่าที่ดูก็คงจะมีแต่พี่ก้องที่พอจะช่วยได้และคงจะยินดีช่วยเหลือเต็มที่ล่ะ...แต่...เฮ้อ...คงต้องคิดแล้วล่ะว่าจะใช้หนี้เจ้านายยังไงจะให้หักเงินเดือนเดือนละเท่าไหร่ ถึงจะใช้หนี้หมดเร็วๆโดยที่ตัวเองไม่ต้องเดือดร้อน หรือจะโทรคุยกับพี่ก้องดูอีกทีดีนะ...เฮ้ย...”

จบคำประโยคยาวๆ ประโยคนั้นเขมขวัญก็แทบร้องเสียงหลง เมื่อจู่ๆ ความเร็วของรถถูกเปลี่ยนสปีดชนิดที่น่าจะวิ่งแซงรถไฟความเร็วสูงอย่างชิงกันเซ็งได้สบาย

“จะ...เจ้านายจะรีบไปไหนคะ...ขับเร็วเกินไปแล้วนะ เดี๋ยวก็ได้ถูกจับความเร็วหรอก”

“เงียบไปเถอะ...ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว”คนขับตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงห้วนจัด

‘เป็นอะไรไปอีกล่ะเนี่ย...เมื่อกี้ยังดีๆอยู่แท้ๆ’เมื่อไม่ให้พูดเขมขวัญก็ได้แต่คิดในใจ‘หลานชายคุณป้านี่ท่าจะประสาท’

“ก็ธรรมดาล่ะหนู...รักมากก็หึงมาก” เสียงกลั้วหัวเราะแผ่วเบาราวกระซิบ

“หึงบ้าบออะไรกัน...จะพาไปตายล่ะไม่ว่า”เพราะตกใจ และไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ทำให้เขมขวัญเผลอตอบโต้ออกมา

“เธอว่าอะไรนะเมื่อกี้...ใครจะบ้าไปหึงเธอ...บอกให้เงียบให้หุบปากก็ทำไปสิ เจ้านายสั่งแท้ๆ ยังกล้าขัดคำสั่ง เดี๋ยวก็หักเงินเดือนซะหรอก”

เขมขวัญค้อนขวับให้คนช่างขู่ด้วยความโมโหคิดในใจว่านับจากนี้จะไม่ใส่ใจพ่อเจ้าประคุณอีกต่อไปแล้ว ความสัมพันธ์จะเป็นไปในแบบเจ้านายกับลูกน้องเท่านั้น...ซึ่งจะว่าไปแล้วแล้วเธอก็มีความสัมพันธ์กับเขาเพียงเท่านั้นอยู่แล้วถึงจะอยู่ในรั้วบ้านเดียวกันก็เถอะ จะถือว่าอยู่ใครอยู่มันล่ะ... ‘ขี้หงุดหงิด ขี้โมโหแบบนี้นี้ใครอยากพูดด้วยก็บ้าแล้ว’

นับจากนั้นทั้งคนขับและผู้ร่วมเดินทางต่างเงียบงัน ไม่มีใครเอ่ยถือถามไถ่อะไรต่อกันอีกจนกระทั่งรถเลี้ยวเข้าสู่อาณาเขตของบ้านทรัพย์บริบูรณ์พอรถจอด เขมขวัญก็คว้ากระเป๋าเดินทางของเธอหิ้วลงจากรถ เดินกลับไปยังบ้านตุ๊กตาโดยไม่คิดล่ำลา หรือทักทายใครอีก

****************

ตอนที่ 24 ยังไม่จบนะคะ แต่ขอยกยอดไป รวมกับตอนหน้า...

ขอขอบคุณคอมเม้นท์อันทรงพลังของคุณพี่หมูน้อย ที่ทำให้คนเขียนหายอืด...และหวังว่าจะเป็นเช่นนี้จนจบเรื่อง ฮ่าๆๆๆๆ




Create Date : 20 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2559 6:12:59 น. 1 comments
Counter : 715 Pageviews.

 
บทนี้เร่งให้เหรอ ขอบคุณค่า ...

เจอที่พิมพ์ผิดเยอะ เดี๋ยวหาให้ที่ละที่นะ

เจ้านายค่ะ(คะ)...ไปกันเถอะค่ะ

เต้นแรง กว่าปกติยิ้มของเธอ (วรรคผิดที่ น่าจะวรรคระหว่าง ปกติ-ยิ้ม)

หายคิดถึงเลยไม่ใช่เลย (ไม่ใช่หรือ หรือเปล่า)

ใบศรี หรือ บายศรี พอดีไม่เคยได้ยินใบศรี

นอกซะ(เสีย)จากคำว่า

เอาตัวไม่รวด (รอด)

ชิงกันเซ็ง (เล่นเอานึกไม่ออกว่าหมายความว่าอะไร-ไม่รู้เขาทับศัพท์กันอย่างไร ส่วนใหญ่เห็นว่า ชินคันเซ็น แต่บางทีก็เห็นว่าชินกันเซ็น หรือ ชิงกังเซ็น เหมือนกันนะ





โดย: พี่หมูน้อย IP: 202.28.248.42 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2559 เวลา:9:52:31 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นิยายฝันหวาน
Location :
มหาสารคาม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




เชิญอ่านนิยายสนุกๆ สไตล์นิยายฝันหวาน



Writer By tonglang
: Copyright © 1999-2008
ข้อตกลง
1. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะเป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงผลงาน

2. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

3. ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งเจ้าของบล็อกทันที


Smells like Christmas

Posted by Daniela Andrade on 23 ธันวาคม 2014
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2559
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
20 พฤศจิกายน 2559
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add นิยายฝันหวาน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.