Welcome To ทองหลาง Bloggang ว่างๆ ก็แวะเข้ามา...ยินดีต้อนรับจ้า
ตอนที่ 17


17

ระหว่างเดินทาง...เขมขวัญนั่งกอดอกนิ่งสายตามองไปยังถนนเบื้องหน้าพร้อมสมองที่ครุ่นคิดถึงสิ่งต่าง ๆที่อาจหรือมักจะเกี่ยวพันกับตัวเธอแต่ที่กังวลมากที่สุดเห็นจะไม่พ้นสิ่งที่มองไม่เห็น หลายคนไม่อาจรู้สึกทว่าเธอกลับสัมผัสได้ ทำให้เกิดคำถามในใจ ทำไมต้องเป็นเธอ...ทำไมไม่เป็นคนข้าง ๆที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาขับรถคนนี้ความสัมพันธ์ของพวกเขานั้นใกล้ชิดและแน่นแฟ้นมากกว่าเป็นไหน ๆ

“นั่งเงียบเชียว กำลังคิดอะไรอยู่”

“คะ?”

จู่ ๆความเงียบก็ถูกทำลายให้คนที่กำลัง ๆ คิดอะไรเพลิน ๆ ถึงกับสะดุ้ง

“คิดอะไรอยู่...นั่งเงียบมาเป็นนานสองนาน...”กริชนะอนุเคราะห์ถามซ้ำด้วยประโยคใหม่ ทว่าความหมายเดิม

“ปะ...”

“อย่าบอกว่าเปล่า”ดักคำตอบยอดฮิตในเชิงปฏิเสธเอาไว้ทันก่อนที่มันจะหลุดออกจากริมฝีปากอิ่มนั้น

“ก็คิดไปเรื่อยเปื่อยล่ะค่ะ เรามีเรื่องให้ต้องคิดออกเยอะแยะ”ตอบไปแล้วก็เผลอค้อนแถมให้ไปด้วย

“มันก็จริงอย่างที่คุณว่า...เรามีเรื่องให้ต้องคิดออกเยอะแยะ...เฮ้อ...”

เขมขวัญหันไปมองเจ้าของเสียงถอนหายใจเมื่อครู่...นึกแปลกใจอย่างเขา เกิดมาบนกองเงินกองทอง เพียบพร้อมในทุกคุณสมบัติไม่เห็นจะมีเรื่องอะไรให้ต้องหายใจออกมาดังๆ อย่างนั้น

“แล้วเจ้านายกำลังคิดอะไรอยู่คะ”คิดว่าจะไม่สนใจ แต่ก็เผลอถามออกไปจนได้

“เรื่องคนรอบข้าง”

“คนรอบข้าง...” เขมขวัญทวนคำตอบนั้น“คุณกังวลเรื่องบริษัทหรือคะ...มันก็น่าอยู่หรอก บริษัทใหญ่โตการบริหารงานก็ย่อมยากเป็นธรรมดา”

“ผมไม่ได้หมายถึงบริษัท...”กริชนะย้ำหนักๆ พลางหันมาสบตากลมโต

“เอ่อ...ก็อย่าคิดมากเลยค่ะเพื่อนคุณเขาคงไม่ว่างจริง ๆ ถึงมากับเราด้วยไม่ได้”เขมขวัญเอ่ยปลอบโยนตามความเข้าใจ

“ไม่ได้หมายถึงเพื่อน...แต่หมายถึง...”

ดวงตาคมมีแววซึ้งหันมาสบตากลมโตนั้นอีกรอบดูเหมือนจะมีความหมายบางอย่างในดวงตาคู่นั้น แต่มันก็ยากที่จะอ่านออกเขมขวัญรู้แต่ว่า เธอไม่อาจมองมันได้นานโดยที่หัวใจไม่กระตุก

“เอ๊ะ!”

สายตาของเขาที่มองมาทำให้ต้องเบือนหน้าหลบในทันที...เกิดความรู้สึกแปลก ๆ ตรงหัวใจ มันรู้สึกจี๊ดๆเหมือนไฟซ๊อต สั่นไหว และร้อนผ่าวไปทั้งหน้า ที่พูดถึงคงไม่ได้หมายถึงเธอหรอก...ประโยคแบบนี้มันมีความหมายได้ตั้งหลายคน

“เอ่อ...ระ...เราจะไปที่ไหนกันคะ”จำต้องเปลี่ยนเรื่อง ให้ไกลตัวสักหน่อย

“สระบุรี” กริชนะตอบ ทั้งหันไปสนใจถนนตรงหน้า

เขมขวัญหันซ้ายแลขวา...มองความคุ้นตาสองฝากฝั่งถนนรู้สึกสบายใจเหมือนได้กลับมาเยือนบ้านเกิด...แล้วก็อดยิ้มไม่ได้เพราะที่จริงแล้วไม่เพียงแค่เหมือน แต่มันใช่เลยล่ะ...

“ก็ไม่ได้ไกลจากกรุงเทพมากจนถึงกับต้องค้างคืนนี่คะ”

“ผมไม่ได้มีธุระในตัวจังหวัดที่ที่ผมจะไปอยู่ไกลกว่านั้น” เขามองมายังเพื่อนร่วมทางอีกครั้งแล้วเอ่ยต่อ“ผมจำเป็นต้องให้คุณนำทาง...เพราะคุณต้องคุ้นเคยที่แห่งนั้นมากกว่าใคร”

“ฉันคงจะคุ้นเคยเฉพาะอำเภอบ้านเกิดเท่านั้นแหล่ะค่ะ...ถ้าเป็นอำเภออื่นก็คงไม่ต่างกับคุณ”เขมขวัญออกตัว

“น่าจะไม่มีปัญหาเพราะผมดูจากประวัติของคุณแล้ว ที่นั่นเป็นบ้านเกิดของคุณพอดี”

น้ำเสียงราบเรียบทว่ากลับทำให้อีกฝ่ายหัวใจเต้นแรง ทั้งยังเปิดยิ้มกว้างด้วยความดีใจ...“หมายความว่าที่ที่เรากำลังจะไปคือ...”

กริชนะแค่พยักหน้าตอบรับเขาไม่ได้เอ่ยอะไรหลังจากนั้นอีก นอกจากถามเส้นทาง แม้บรรยากาศในรถจะเงียบเชียบทว่าสัมผัสได้ กับความรู้สึกที่เรียกว่าสุขใจอย่างบอกไม่ถูกส่วนเรื่องที่จะถามถึงธุระของเขานั้น เขมขวัญไม่กล้าพอหากเขาต้องการจะให้รู้ก็คงบอกไปนานแล้ว

หลังจากที่รถเบนเข็มออกจากเส้นทางสายหลักเข้าสู่เส้นทางที่คดเคี้ยวสูงต่ำของเนินและซอกซอยของภูเขา ทิวทัศน์สองข้างทางเริ่มหนาตาด้วยต้นไม้หลากสีสันตามฤดูกาลเป็นความคุ้นเคยจากที่เห็นและสัมผัสมายาวนานยิ่งรถแล่นไปไกลเท่าไหร่ ความรู้สึกสุขใจยิ่งเพิ่มมากขึ้น...ใกล้ถึงบ้านเข้าไปทุกที

เขมขวัญครึ้มอกครึ้มใจอดยิ้มกับตัวเองไม่ได้เมื่อจินตนาการถึงสีหน้าของคนในครอบครัวทุกคนคงดีใจและประหลาดใจไม่น้อยที่จู่ๆ ในการมาเยือนโดยไม่ออกล่วงหน้าครั้งนี้...แค่กลับไปให้เห็นอย่างเดียวไม่ค่อยหนุกเท่าไหร่...หาอะไรอำเพิ่มดีกว่า...เธอคิดอย่างเพลิดเพลิน...แต่แล้วคิ้วเรียวก็ต้องขมวดเมื่อเธอมองดูเส้นทางที่กำลังดำเนินไป

“ทำไมคุณขับรถมาทางนี้ล่ะ”

“ขับตามจีพีเอส...”

คำตอบสั้น ๆที่ให้ความกระจ่างนั้นทำให้เขมขวัญต้องผ่อนลมหายใจออกจากอก ไม่ใช่เพราะโล่งใจแต่แค่ต้องการระบายความกังวลบางอย่างออกมา เธอหันกลับไปมองเส้นทางที่ผ่านมาระยะทางขนาดนี้ ถ้าจะให้เขาถอยกลับคงได้ยาก

“ปกติเส้นทางนี้ไม่ค่อยจะมีใครสัญจรสักเท่าไหร่...เขาจะไปกันอีกเส้นทางมากกว่า”

“ทำไม...” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันในเชิงถาม

“มันเปลี่ยว...”

“พูดยังกะว่าเส้นทางนี้วิ่งผ่านดงโจรซะงั้น...”รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปาก ดั่งขบขันความกังวลใจที่มีเคลื่อนใบหน้าของอีกฝ่าย

“มันก็เคยมีข่าวอยู่นะ...แต่ช่างเถอะมันนานมาแล้ว คงไม่มีอะไรหรอก” เธอเอ่ยเบาๆ ในเชิงปลอบใจตัวเองไปในตัวทั้งยิ้มรับสถานการณ์ที่...เธออาจจะนึกกลัวไปเอง

“บอกกริชนะหยุดรถ...”

เสียงดังแว่วผ่านเข้าสู่โสตประสาททำให้รอยยิ้มที่เกลื่อนอยู่เต็มใบหน้าค่อยๆ จางลง เขมขวัญหันซ้าย แลขวา...ไม่นะ...อย่าบอกนะว่าคุณป้าจะตามมาถึงที่นี่...

“เป็นอะไรไปอีกล่ะคุณ”กริชนะหันมาส่งสายตาดุ ๆ ให้คนที่เริ่มทำให้เขาขาดสมาธิ...อีกแล้ว...

“เอ่อ...คือ”แล้วจะบอกไปยังไงว่าเธอได้ยินเสียงประหลาดของคนที่ไร้ตัวตนอีกแล้วงานนี้เล่นเอาถึงกลับควานหาผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อ ทั้ง ๆที่บรรยากาศในรถสุดแสนจะเย็นสบาย

“ทำท่าหลุกหลิกยังกับมีคนกำลังตามฆ่าซะยังงั้น”

เขมขวัญไม่อยากจะบอก...เสียงที่ได้ยินตอนนี้มันน่ากลัวซะยิ่งกว่าถูกตามฆ่าเป็นไหนๆ

“บอกให้กริชหยุดรถ...”

“เอ๊ะ!...”

“เดี๋ยวนี้!”

คำสั่งสุดท้ายเล่นเอาหญิงสาวถึงกับสะดุ้งสุดตัว...“หยุดรถค่ะ...หยุดเดี๋ยวนี้” เธอโพล่งออกไปอย่างลืมตัว ดวงตาเบิกกว้างหัวใจเต้นกระหน่ำเมื่อมองเห็นสิ่งที่ดูเหมือนจะผิดปกติอยู่ไม่น้อยบนเส้นทางข้างหน้านั้น...

กริชนะชะลอรถ เบนเข้าจอดข้างไหล่ทางตามคำที่น่าจะเรียกว่าสั่งมากกว่าขอร้อง...สำหรับคนที่ไม่เคยถูกออกคำสั่งก็ย่อมทำให้เกิดความรู้สึกที่เรียกว่าไม่พอใจอยู่พอควรเขาหันไปมองคนออกคำสั่งอย่างเอาเรื่อง...

“ให้ผมจอดรถทำไม...เวียนหัว...หรือปวดฉิงฉ่องล่ะ”

“อย่าเพิ่งมาทำตาดุ...ดูข้างหน้านั่นก่อน”นิ้วเรียวชี้ไปยังบางสิ่งที่อยู่ห่างออกไปกว่าราว ๆ ร้อยเมตร

คิ้วเข้มขมวดหมุนเมื่อจ้องมองต้นไม้ใหญ่ที่นอนขวางถนนอยู่ตรงหน้าเวลานี้ไม่ใช่ฤดูกาลที่จะเกิดฝนฟ้าพายุสักหน่อยแล้วไม้ใหญ่ต้นนี้มันจะหักโค่นลงมาขวางถนนได้อย่างไรกัน

“ลงจากรถเถอะค่ะเอาเฉพาะของสำคัญติดตัวไป” เขมขวัญบอกเสียงเบาเหมือนกระซิบเธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเช็คสัญญาณ แล้วก็ต้องถอนใจ...กลางหุบเขาแบบนี้มันยากที่จะมีคลื่นสัญญาณโทรศัพท์หลุดเข้ามาแม้แต่ขีดเดียว

“มีอะไรเหรอ...ก็แค่ต้นไม้ล้มเดี๋ยวผมลงไปสำรวจดูว่าพอจะขับผ่านไปได้หรือเปล่า” ว่าพลางขยับตัวทำท่าจะออกไปตามที่พูดทว่าต้องหยุดชะงักเมื่อมีสิ่งหนึ่งรั้งเขาเอาไว้เขามองมือที่ยึดชายเสื้อนั้นก่อนจะเปลี่ยนมามองเจ้าของมือในเชิงถาม

“คุณมีปืนไหม”

“ไม่...”

“งั้นก็อย่าเข้าไปใกล้แถวนั้นเด็ดขาด”เขมขวัญเตือนเสียงเข้ม

“ทำไม...”

“ไม่มีเวลาอธิบาย...เรารีบไปจากที่นี่กันก่อน”

“แล้วรถล่ะ”

“ล็อก...แล้วก็จอดทิ้งไว้ที่นี่แหล่ะค่อยกลับมาเอา” เขมขวัญบอก เธอคว้ากระเป๋าใบเล็กของเธอพร้อมขวดน้ำดื่มในรถติดมือมาด้วยก่อนจะเปิดประตูออกไปยืนรออย่างกระวนกระวาย

“เร็วสิคุณ...”สายตาเธอยังจ้องไปที่ต้นไม้ต้นนั้น แล้วก็ต้องรีบวิ่งไปเปิดประตูด้านคนขับคว้าตัวเขาดึงออกมา

“เดี๋ยวสิ...ผมถอดกุญแจรถก่อน”

“พวกมันมาแล้ว... ตามฉันมา...เร็ว”

ประตูรถปิดโครมพร้อมกดรีโหมดล็อกอัตโนมัติ ก่อนที่กริชนะจะถูกเจ้าของร่างเล็ก ๆแต่ปราดเปรียวนั้นดึงให้วิ่งเข้าไปสู่ป่าข้างทาง ลับหายไปในม่านไม้สีเขียวที่หนาตา

“เฮ้ย...พวกมันหนีไปแล้วเร็วเข้ารีบตาม”

เสียงที่ได้ยินแว่วตามหลังนั้นพอจะสร้างความเข้าใจให้กริชนะได้บ้างแต่นั่นก็ยังไม่กระจ่างพอและดูเหมือนว่าคนที่จะสามารถให้ความกระจ่างได้จะยังไม่ยอมหยุดลากเขาให้วิ่งตามเข้าไปในป่า...ลึกเข้าไปซะทุกที

แม้คำร่ำลือถึงความเฮี้ยนของเจ้าของเรือนหลังงามจะเป็นที่โจทย์ขานไปทั่วในหมู่คนรับใช้ในบ้านถึงจะกลัวแสนกลัวแค่ไหน ทว่าหน้าที่ของคนสวนก็ต้องปฏิบัติดูแลไม่ให้ขาดตกบกพร่อง...ถึงจะเป็นลูกหลานคนเก่าแก่ที่อยู่รับใช้มาเนิ่นนานแต่จะเค้าเหล่าจะมีสิทธิ์ยับยั้งหากเขาจะถูกไล่ออกเพราะละเลยหน้าที่ งานสมัยนี้ใช่จะหาได้ง่ายๆ ให้ผีหลอกจับไข้หัวโกร๋นยังดีกว่าตกงานเป็นไหน ๆ สมยศปลอบใจตัวเองเพื่อเพิ่มพลังความกล้าที่จะเดินผ่านซุ้มไม้เลื้อยเข้าสู่อาณาบริเวณสวนหน้าเรือนไม้หลังงาม

เขาวางอุปกรณ์ต่าง ๆที่ต้องใช้กองลงกับพื้น เขาแหงนหน้ามองท้องฟ้าประดับประดาด้วยเมฆก้อนใหญ่ลอยคว้างให้แสงแดดอ่อนๆ พอส่องผ่านมาได้ บรรยากาศไม่ร้อนไม่หนาวเหมาะกับการออกแรงทำงานกลางแจ้งที่สุด...ก็เอาซี้...ฟ้าแจ้งออกอย่างนี้ผีที่ไหนกล้าโผล่มาก็ลองดู...

พอได้กำลังใจจากฟ้าแล้วคนสวนประจำบ้านก็เริ่มกวาดตามองรอบบริเวณ หน้าที่ของเขาวันนี้คือ รดน้ำ พรวนดินตัดแต่งกิ่งต้นไม้ให้แล้วเสร็จสวยงาม แต่จะเริ่มตรงไหนก่อนพรวนดินใส่ปุ๋ยก่อนหรือว่าจะตัดแต่งกิ่งก่อนไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนสวนผู้เจนงานอย่างเขา ทว่าเสียงหนึ่งที่ดังขึ้นใกล้ ๆนี่สิมันทำให้มือที่กำลังเอื้อมลงไปหยิบกรรไกรแต่งกิ่งต้องชะงัก

ตะแล็ก แต๊กๆๆๆๆ…เสียงคล้ายคนกำลังคั่วเมล็ดข้าวโพดดังแว่วพอจับทิศทางได้ว่ามันดังมาจากข้างในเรือนไม้หลังงาม

“เอ...คุณขวัญเดินทางไปต่างจังหวัดกับคุณกริชนี่นา...แล้วใคร...ทำอะไรอยู่ในนั้น”สมยศถามตัวเอง

จะเป็นขโมยหรือเป็นอย่างที่กลัวคงต้องพิสูจน์ด้วยตา...สมยศเปลี่ยนใจจากที่จะคว้ากรรไกรมาจับเสียมด้ามยาวขนาดเหมาะมือแทนหากสิ่งที่ทำให้เกิดเสียงอยู่ภายในบ้านเป็นขโมยเขาจะหวดมันให้น่วมด้วยเสียมด้ามนี้...คิดพลางเดินย่องไปทางหน้าต่างกระจกสีชาอันเป็นแหล่งต้นเสียงโดยลืมคิดไปถึงว่าหากเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่ขโมยล่ะ...

ตะแล็ก แต๊กๆๆๆๆ

ดวงตาที่จ้องเขม็งผ่านกระจกใสเข้าไปภายในถึงกับเบิกกว้างมากกว่าเดิมกว่าสองเท่าเมื่อสิ่งมองไม่เห็นก่อบังเกิดให้เห็นอย่างไม่น่าเป็นไปได้...ไอหมอกหรือจะเรียกว่ากลุ่มควันก็คงไม่ผิดกำลังรวมตัวกันจนก่อให้เกิดเป็นรูปร่างชัดเจน...ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถระบุได้ว่าที่นั่งอยู่ภายในห้องนั้นเป็นเพศหญิง และกำลังสาละวนสนใจอยู่กับเครื่องพิมพ์ตรงหน้าเครื่องพิมพ์ดีดที่ขยับขับเคลื่อนได้เองโดยไร้การสัมผัสจับต้อง

ณัฐชาจูงมือกันต์วิ่งเข้าสู่ป่าลึกด้วยความหวาดหวั่นถึงภัยที่กำลังตามคุกคาม...อักษรปรากฏชัดเจนบนกระดาษที่กำลังขยับไปตามจังหวะการเคาะของพิมพ์ดีดทั้งคันโยกที่ใช้เลื่อนกระดาษก็เลื่อนไปมาอย่างคล่องแคล่วชำนาญการ

“เอ...พล็อตหลงป่านี่จะเกลื่อนไปไหมนะ...เรื่องไหนๆ ก็มีแต่พระเอกนางเอกหลงป่า หรือไม่ก็ติดเกาะ...แต่ช่างเถอะถึงยังไงมันก็ขายได้ทุกงานล่ะ...ใส่รายละเอียด เพิ่มความน่าตื่นเต้นเข้าไปหน่อยดีกว่าจะเอาเจอพายุดี หรือจะให้โจรตามมาทันดีนะ...” ร่างที่เหมือนจะโปร่งใสเป็นกระจกฝ้าล่องลอยไปมาคล้ายคนกำลังใช้ความคิด

สมยศมองไม่เห็นข้อความในกระดาษแผ่นนั้นนอกจากกลุ่มพลังงานและการเคลื่อนไหวได้เองของเครื่องพิมพ์ดีดแต่เพียงเท่านี้ก็ทำให้เขาเกิดอาการเย็นวาบไปทั้งสมอง

“มะ...มะ...มันขยับเองได้ยังไง!” น้ำเสียงตะกุกตะกัก

เสียงพึมพำ แม้เพียงแผ่วเบาแค่ติดอยู่แค่ริมฝีปากกลับทำให้สิ่งที่อยู่ภายในหยุดชะงักกิจกรรมทั้งหมด ก่อนที่ใบหน้าคุ้นตานั้นจะหันมาทางผู้ส่งเสียงรบกวนอย่างช้าๆ

“คะ...คะ...คุณผู้หญิง!”

“แย่จริง...เข้ามาเห็นจนได้...”แล้วร่างนั้นก็อันตรธานหายวับไปในพริบตา

หายไปพร้อมกับดวงตาของสมยศที่กำลังสัมผัสเห็นแสงแดดอ่อนๆ ในการให้ความสว่างและความอบอุ่น ขณะนี้มันกลับดำมืดลง...มืดลงไปจนสมยศไม่อาจรับรู้อะไรได้อีกแม้สติสัมปชัญญะของตัวเอง

ในขณะเดียวกัน...

“นี่คุณจะลากผมไปถึงไหน...ไกลขนาดนี้แล้วพวกมันตามไม่ทันหรอก”กริชนะประท้วง ทั้งพยายามขืนแรงให้คนนำทางชะลอความเร็วลง

เขมขวัญลดฝีเท้าลงทว่ายังไม่วางใจที่จะหยุดในทันที แต่ยังนำเจ้านายหนุ่มเดินลัดเลาะไปตามซอกเขามานั่งพักเหนื่อยอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่สถานที่ที่คิดว่าปลอดภัยที่สุดโชคดีที่ป่าแถวนี้อยู่ใกล้บ้าน ทำให้เธอคุ้นเคยพอสมควร

“พวกนั้นเป็นใคร”กริชนะเอ่ยถามขณะรับขวดน้ำดื่มมาเปิดดื่มอย่างกระหายนานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้ใช้แรงไปพร้อมกับความตื่นเต้นเช่นนี้

“ไม่รู้...”

“อ้าว...”สีหน้าคนเป็นเจ้านายมืดลงกับคำตอบที่ได้ยิน “ไม่รู้ว่าใครแล้วมาลากผมเข้าป่าเข้าดงนี่นะ”

“เขาอาจเป็นโจรดักปล้นรถระหว่างทางถนนสายนี้เคยมีประวัติแบบนี้มาก่อน”

“แล้วถ้าไม่ใช่ล่ะ”

“จะไม่ใช่ได้ยังไง ก็เล่นลากซุงมาขวางถนนแบบนั้น...โจรแหงๆ” เขมขวัญยังยืนยัน

“ซุงนั่นอาจบังเอิญล้มขวางถนนอยู่” กริชนะแย้ง

“แล้วที่วิ่งไล่ตามเรามาล่ะ”

“ก็อาจจะมาบอกให้ระวังเรื่องซุง”

“เชอะ...มองโลกในแง่ดีเกินไปไหมคะเจ้านาย...จะยังไงก็ช่างเราก็ต้องกันไว้ก่อนดีกว่าแก้ทีหลัง” เขมขวัญตัดบท จะบอกว่าคุณป้าสั่ง...เขาคงเชื่อตายล่ะ...

“เราต้องรออยู่ที่นี่นานแค่ไหนถึงจะกลับออกไปเอารถได้”กริชนะนึกห่วงเอกสารสำคัญที่ยังเก็บเอาไว้ในนั้น

“เดี๋ยวนะ...สักครู่”เขมขวัญไม่ตอบคำถาม แต่กลับคว้าโทรศัพท์ออกมาดูสัญญาณที่น่าจะพอติดต่อใครได้บ้างทว่ากลางหุบเขาสูงเช่นนี้คงยากจะมีในสิ่งที่ต้องการ “ไม่มีสัญญาณเลย”

“กลับไปที่รถ...” กริชนะเสนอ

“ไม่ได้!...เชื่อเถอะ ยังไงพวกนั้นก็ไม่ใช่คนดี และมันก็ยังจะวนเวียนอยู่แถวนั้น”

“แล้วถ้าไม่กลับไปที่รถเราจะเดินทางต่อไปยังไงล่ะ” สีหน้าชายหนุ่มดูกังวลอยู่มาก

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง...อย่าลืมสิคะว่าแถวนี้น่ะถิ่นฉัน...”

กริชนะหันมาสบตาคนที่พยายามสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยแก่เขายังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเชื่อดีหรือไม่ทว่าคำพูดบางอย่างของเธอก็ไม่อาจมองข้ามได้...ยังไงเสียกันไว้ก่อนก็ย่อมจะดีกว่าแก้ไขทีหลังอยู่แล้ว...เอาเถอะตัวเล็ก ๆแค่นี้คงไม่คิดหลอกจับเขาไปเรียกค่าไถ่หรอกน่า...

“ก็ได้...ผมเชื่อใจคุณ”

คำตอบของกริชนะทำเอาหญิงสาวถึงกับต้องผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก...ไม่อยากคิดเลยว่าการกลับมาบ้านเกิดในคราวนี้จะมีเซอร์ไพร์ส...คงเป็นเซอร์ไพร์สที่เธอและครอบครัวต้องจดจำกันไปอีกยาวนานทีเดียว




Create Date : 30 มกราคม 2559
Last Update : 30 มกราคม 2559 11:03:42 น. 3 comments
Counter : 605 Pageviews.

 
โอ๊ยยยใจหายใจคว่ำ ...คราวนี้อย่าหายไปนานอีกนะไรท์เตอร์ อน
ย่าปล่อยให้สองคนหลงป่านานนะ


โดย: panon IP: 27.55.226.3 วันที่: 30 มกราคม 2559 เวลา:12:34:54 น.  

 
ห่างหายไปนานเลยนะค่ะ คิดถึงค่ะ มาเร็วๆนะค่ะ อย่าให้รอนานนะค่ะ


โดย: ดอกฝิ่น IP: 171.96.173.32 วันที่: 30 มกราคม 2559 เวลา:16:01:20 น.  

 
คิดถึงอะไรจริง อะไรจัง

ตื่งเต้งจังเลยเรื่องเน้


โดย: พี่หมูน้อย IP: 171.5.245.189 วันที่: 30 มกราคม 2559 เวลา:19:27:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นิยายฝันหวาน
Location :
มหาสารคาม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




เชิญอ่านนิยายสนุกๆ สไตล์นิยายฝันหวาน



Writer By tonglang
: Copyright © 1999-2008
ข้อตกลง
1. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะเป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงผลงาน

2. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

3. ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งเจ้าของบล็อกทันที


Smells like Christmas

Posted by Daniela Andrade on 23 ธันวาคม 2014
Group Blog
 
<<
มกราคม 2559
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
30 มกราคม 2559
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add นิยายฝันหวาน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.