Group Blog
 
<<
มีนาคม 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
7 มีนาคม 2552
 
All Blogs
 

วิธีการรับมือเมื่อลูก "วีน"

หมายเหตุ : เขียนจากประสบการณ์ มิได้อ้างอิงจากตำราเล่มใดทั้งสิ้น

เคยไหมคะที่ลูกของคุณทำหน้าแบบนี้


แบบนี้


หรือแบบนี้


เราเรียกอาการเหล่านี้ว่า "ขี้วีน" เด็กเล็กในช่วงวัย 2-4 ขวบ มักจะพบอาการเหล่านี้ได้บ่อย หากพ่อแม่ไม่หาวิธีกำหราบ เอ๊ย...จัดการให้ดี เด็กอาจจะกลายเป็นคนขี้โมโห โกรธง่าย อาละวาด และเอาแต่ใจตัวเองได้ในอนาคต หรือไม่อย่างนั้นพ่อกับแม่ก็อาจจะกลายเป็นโรคประสาทไปก่อนก็ได้ค่ะ

แต่อย่างไรก็ตาม การจัดการกับเด็กขี้วีนเหล่านี้ก็ไม่ได้ทำกันได้ง่ายหรือจัดการเพียงครั้งเดียวแล้วจะสำเร็จไปตลอดชีวิต การแก้ปัญหาจะต้องถูกทำควบคู่ไปกับการสอน และทุกอย่างต้องดำเนินไปภายใต้สถานการณ์ที่เป็นมิตร ปราศจากอารมณ์โกรธ

กว่าที่เด็กจะเติบโตขึ้นมาในวัยนี้ พ่อแม่ก็คงจะรู้นิสัยของลูกตัวเองบ้างแล้วว่าเป็นอย่างไร เช่น เป็นเด็กที่มีพื้นอารมณ์เย็นหรือร้อน ชอบอะไรหรือไม่ชอบอะไร ไว้วางใจใครในบ้านบ้าง เป็นต้น เพราะคนที่จะรับมือกับเด็กขี้วีนได้นั้น ควรเป็นคนที่เขาไว้ใจ และใจเย็นมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก

เราจะไม่เลือกวิธีการทำร้ายร่างกายมาใช้ในกรณีนี้ เพราะการตีไม่ช่วยอะไร นอกจากจะทำให้เจ็บ ผู้ใหญ่ที่ตีเด็ก สาเหตุใหญ่ก็มาจากการที่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ และมักอ้างว่าตีเพื่อให้เด็กหลาบจำ ซึ่งการอ้างเช่นนั้นเป็นการแก้ตัวเพื่อให้ตัวเองดูดีขึ้นเท่านั้น เพราะการตีเป็นเพียงเครื่องมือที่ผู้ใหญ่มักใช้เพื่อแสดงอำนาจให้เด็กรู้สึกว่าตนด้อยกว่าผู้ใหญ่ในทุกด้าน เขาสมควรกลัวและหยุดการกระทำที่ผู้ใหญ่ไม่ชอบซะ ซึ่งความคิดเช่นนี้ "ผิด" และนอกจากนั้นการตียังเป็นเสมือนการอนุญาตให้เด็กใช้วิธีรุนแรงได้เมื่อตัวเองรู้สึกโกรธ ซึ่งเมื่อเด็กโตขึ้นก็มักจะมีพฤติกรรมการแสดงออกที่รุนแรงตามไปด้วย เช่น ชอบรังแกเพื่อน แก้ปัญหาโดยการใช้กำลัง เป็นต้น


เมื่อลูกวีน สิ่งที่คุณควรทำเป็นลำดับขั้นตอนคือ :-

1. หาสาเหตุที่ทำให้เขาไม่พอใจ โดยการสังเกตหรือถามเขาตรงๆ

2. แก้ไขสถานการณ์ที่ทำให้เขาไม่พอใจนั้นด้วยเหตุผล หากเป็นเรื่องที่อันตรายต่อร่างกาย ชีวิต หรือทรัพย์สิน ให้กันตัวเด็กออกไปยังที่ปลอดภัยก่อน

3. เมื่อแยกคนออกจากสถานการณ์แล้ว ให้ประกบตัวลูกไว้ทันที สิ่งที่ควรทำอย่างยิ่งคือ "การกอด" หากเป็นเด็กเล็กให้อุ้มขึ้นมากอดไว้ในอก ถ้าโตจนอุ้มไม่ไหวให้เขานั่งลงอ้อมกอด หรือคุณคุกเข่าแล้วกอดเขาไว้

4. ใช้คำพูดและน้ำเสียงที่นุ่มนวล พยายามอธิบายด้วยคำพูดที่เข้าใจง่าย สั้น กระชับต่อสิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งที่เขาควรทำและสิ่งที่เขาไม่ควรทำ หรืออธิบายความรู้สึกของคุณให้เขารู้ว่า ทำไมคุณจึงต้องจัดการกับปัญหาเหล่านั้นอย่างที่ได้ทำลงไปแล้ว

5. ส่วนใหญ่เมื่อเด็กวีนมักจะมีน้ำตาหรือเสียงร้องตามมาด้วย หากเป็นเช่นนั้นให้กอดไว้จนหยุดร้องหรือเงียบเสียงลงก่อนจึงค่อยอธิบาย แต่ถ้าถึงขั้นทุบตีบุพการี ร้องดิ้นลงนอนบนพื้น หรือตีอกชกตัว การ "กอด" ก็ยังช่วยได้ โดยการรวบมือของเขาไว้แล้วกอดเข้าไว้ในอก หากสู้แรงไม่ไหวให้เขาใช้กำลังอย่างเต็มที่ "ปล่อย" ให้ดิ้นจนอ่อนแรงแล้วกลับไปทำตามข้อ 3 อีกครั้ง

6. หากคุณรู้สึกว่าลูกร้องคร่ำครวญนานเกินไปจนสติสตังของคุณใกล้ระเบิด ให้ปลีกตัวคุณเองออกจากสถานการณ์ โดยการฝากลูกไว้ให้อยู่ในความดูแลของคนที่ไว้ใจได้ เพื่อคุณจะได้ไประงับสติอารมณ์ในห้องน้ำตามลำพังสักพัก

7. หลังจากใจเย็นลงแล้วให้กลับมาหาลูกอีกครั้ง ถ้าเขาหยุดวีนให้ทำตามข้อ 4 ใหม่ หากยังไม่หยุดให้ทำตามข้อ 5 และถ้ายังไม่มีอะไรดีขึ้นกลับไปทำข้อ 6 อีกครั้ง

8. เมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ เด็กมีสติพร้อมรับฟังและคุณมีอารมณ์อันสงบเยือกเย็นแล้ว ให้เริ่มการสอน พูดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านไป บอกเขาว่าสิ่งที่เขาทำถูกหรือผิดอย่างไร สิ่งไหนควรทำ สิ่งไหนไม่ควรทำ รวมถึงความรู้สึกของคุณว่าคุณชอบหรือไม่ที่เขาทำอย่างนั้น อาจจะมีชมเชยในกรณีที่เขาสามารถสงบสติอารมณ์ได้เร็วขึ้นกว่าครั้งก่อน เป็นต้น

จากนั้นก็ให้ถามความรู้สึกของเขาบ้างว่าเป็นอย่างไร เหนื่อยไหมที่วีน หากเหนื่อยทีหลังก็อย่าทำอีก มีปัญหาอะไรให้พูดจากันดีๆ พ่อแม่ยินดีรับฟังลูกเสมอ เราจะไม่ทำร้ายกัน พ่อแม่ไม่ตีลูก ลูกก็ไม่ควรทุบตีพ่อแม่เช่นกัน การใช้เสียงเพื่อเอาชนะหรือเรียกร้องความสนใจ มันไม่มีประโยชน์ เพราะพ่อกับแม่ฟังหนูไม่รู้เรื่อง

9. สุดท้ายให้สอนเขาพูด "ขอโทษ" ที่แสดงอารมณ์รุนแรงและพฤติกรรมวีนออกมา หลังจากวีนเสร็จเกาทัณฑ์มักจะพูดกับพ่อแม่ด้วยน้ำตาว่า "ป่าป๊า หม่าม๊า น้องทัณฑ์ขอโทษ ทัณฑ์ไม่ได้ตั้งใจ" เหอะ...อย่าเพิ่งสงสาร เพราะพูดงี้ทุกครั้ง แล้วก็ยังวีนครั้งต่อไปอยู่ดี เชอะ

วัยนี้เป็นวัยที่เริ่มจะเรียนรู้เหตุ-ผล หากเราอยากให้ลูกเป็นเด็กดีมีเหตุผล เราก็ต้องสอนเขาด้วยว่าการกระทำอย่างไหนที่จะเป็นผลดี อย่างไหนเป็นผลร้าย จำไว้เสมอว่าการสอนให้ลูกรู้จักหรือเข้าใจในเรื่องใดๆ นั้นไม่ง่าย และไม่สามารถทำให้สัมฤทธิ์ผลได้ในครั้งเดียว ขอให้พ่อแม่ใช้ความอดทน มีเมตตา และทุ่มเทอย่างสุดกำลังเพื่อช่วยให้ลูกของเราเติบโตขึ้นเป็นคนดีต่อไป









ให้กำลังใจพ่อแม่ทุกคนและตัวดิฉันกับสามีด้วย...เพราะเรามีลูก "ขี้วีน"





 

Create Date : 07 มีนาคม 2552
27 comments
Last Update : 8 มีนาคม 2552 12:32:29 น.
Counter : 5155 Pageviews.

 

โปรดใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวัง555

 

โดย: พลังชีวิต 7 มีนาคม 2552 23:20:58 น.  

 

วีนได้น่ารักจัง หน้าบูดเชียว

 

โดย: patra_vet 8 มีนาคม 2552 0:06:01 น.  

 

ลูกเราทำหน้าวีนยิ่งกว่านี้อีกค่ะ เฮ้อออ

 

โดย: kizz_j 8 มีนาคม 2552 0:30:23 น.  

 

ต้องเตรียมรับมือไว้ ขอบคุณค่ะ

 

โดย: AM NUCH 8 มีนาคม 2552 8:01:33 น.  

 

อ้าว น้องเกาทัณฑ์ กลายเป็น ดาราขาวีนไปแล้วเหรอครับ เห็นรูปแล้วนั่งขำ เวลา เด็ก ๆ วีน

 

โดย: kateking(แม่คิงคอง) (kateking ) 8 มีนาคม 2552 11:24:54 น.  

 

น้องทัณฑืโชคดีที่มีพ่อแม่ใจเย็นค่ะแม่แหม่ม แถมคนรอบข้างก็เข้าใจน้องทัณฑ์อิอิหลานรักจริงๆ
ของพี่อะตอมตอนนี้ไม่ค่อยวีนแล้วค่ะตั้งแต่มีน้อง สงสัยแม่แหม่มต้องมีน้องให้น้องทัณฑ์ป่าวเนี้ยจะได้เลิกวีนอิอิ
ตอนนี้พี่อะตอมจะกลายเป็ฯเด็กขี้งอนมากกว่า บางทีมีบ่นๆบอกปะป๊าไม่รักพี่อะตอม เพราะปะป๊าเอ็ด ต้องอธิบายกันยาวเลยกว่าจะหายงอน

 

โดย: aehtom IP: 118.173.237.94 9 มีนาคม 2552 12:45:53 น.  

 

เป็นช่วงวัยของเขาค่ะ คุณแหม่ม แม่เรไรมีลูก ๒ คน
คนโตผ่านช่วงนี้ไปแล้ว มีบางครั้งบางคราวที่เขาจะวีนขึ้นมาบ้าง แต่ก็มีเหตุผลมากขึ้น

ตอนนี้เจ้าคนเล็ก ซึ่งวัยเดียวกับเกาฑัณฑ์ที่แหละ ยังต้องสู้รบปรบมือกันอยู่

ต้องบอกว่าอาการวีนของเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกันด้วยค่ะ ของแม่เรไร ๒ คนเนี่ยไม่เหมือนกัน การรับมือก็ต้องต่างกันด้วย อย่างเจ้าคนเล็กของแม่เรไร เขาจะฉลาดมาก ถ้าใช้วิธีกอดในช่วงที่เขาวีนจัด เขาจะสู้และบอกว่าไม่ต้องมารักหนู ทุกคนไม่ต้องมารักหนู ต้องปล่อยให้เขาสงบก่อนจึงจะคุยกันได้

บางทีเขาก็จะรู้ทันพ่อแม่ พอเขาเริ่มวีน และพ่อแม่ไม่ยอมเขาจะอ่อนลงและรีบบอกว่า มาม๊ะอย่าโมโหซี หนูเชื่อฟังแล้วนะ แถมยังลอยหน้าลอยตาอีกต่างหาก

พอผ่านชั้นอนุบาล ๑ ไป เขาจะกลายเป็นอีกคนหนึ่งแล้วค่ะ
ตอนนี้ชวนกันใจเย็นๆ ไว้ก่อน และจะเจออะไรอีกมากมายค่ะ

 

โดย: เรไร IP: 203.131.212.43 9 มีนาคม 2552 12:53:14 น.  

 

ขอบคุณคุณแม่ทุกคนที่เข้ามาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันค่ะ

เกาทัณฑ์ก็ยังเปลี่ยนไปได้ทุกวัน บางครั้งวิธีที่เคยใช้แต่กลับเอามาใช้อีกไม่ได้ เพราะเธอเปลี่ยนอีกแล้ว รู้สึกเหมือนมีลูก 3 คนในคนๆ เดียวเลยค่ะ ^^"

 

โดย: tiara IP: 124.157.234.89 9 มีนาคม 2552 14:22:59 น.  

 

ช่วงก่อนๆแม่ขิงเองก็วิตกกะน้องเค้กเหมือนกันค่ะที่ขี้วีนแต่ตอนนี้ก็ดีขึ้น ใช้เหตุผลเข้าคุยด้วย คงจะเป็นช่วงวัยของเค้าจริงๆค่ะ เป็นกำลังให้คุณแม่นะคะ

 

โดย: แม่ขิง+น้องเค้ก IP: 202.143.171.156 9 มีนาคม 2552 14:48:52 น.  

 

อ่านแล้วได้ประโยชน์มากเลยค่ะ..

ตะโก้ก็ขี้วีน..รังแกคนอื่นด้วย..

พี่ผิดไป..ตรงไปตีเขาเหมือนกัน..เพราะห้ามแล้วตะโก้ยังท้าทาย..ก็เลยตีซะ..2-3 ที..แต่ก็ไม่หยุดนะค่ะ

ต้องเปลี่ยนไปหาจุดสนใจอย่างอื่น..รู้สึกว่ามานไม่ค่อยถูกเท่าไร..

เดี๋ยวจะลองเอาวิธีของเกาทัณฑ์ไปใช้บ้างดีกว่า..

ขอบคุณมากๆๆ..สำหรับข้อมูลนะค่ะ..

 

โดย: ขนมตะโก้ 10 มีนาคม 2552 10:23:49 น.  

 

แม่ก้อย ลองใช้วิธีเพิกเฉยดูสิคะ หากเขาเริ่มท้าทายหลังจากที่เราเตือนแล้ว ให้ลองเมินดู แต่ก่อนจะเมินให้บอกเขาก่อนว่า "แม่เตือนลูกแล้ว ถ้าลูกไม่เชื่อ ต่อไปแม่จะไม่อยู่ด้วย เพราะสิ่งที่ลูกทำมันไม่ดี แม่ไม่ชอบ" เตือนขนาดนี้แล้วยังทำก็บอกต่อไปว่า "ถ้าอย่างนั้นลูกก็ต้องอยู่คนเดียว แม่จะไม่อยู่ด้วย" คราวนี้เดินหนีเลยค่ะ แต่ต้องมั่นใจว่าลูกอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัย ควรเลือกใช้วิธีนี้ในบ้านก่อนนะคะ เพราะเรามั่นใจได้ว่าเขาจะอยู่คนเดียวได้ ไม่เป็นอันตราย

บางทีแหม่มก็เลือกใช้วิธีนี้กับเกาทัณฑ์ เพื่อที่จะได้ให้โอกาสเขาได้คิดว่า "เราทำอะไรผิด ทำไมแม่ที่เคยอยู่กับเราถึงเดินหนีเราไป" พอเขาอยู่คนเดียวสักพัก เขาจะเดินมาหาเราค่ะ แสดงว่าลูกเริ่มยอมเราแล้ว คราวนี้ก็เริ่มสอนได้เลย หากเดินมาหาแบบยังงอแงก็ต้องรอให้เขาหยุดร้องก่อน การกอดพอจะช่วยได้ค่ะ ต่อไปก็เริ่มเข้ากระบวนการได้

การวีนมักเป็นพฤติกรรมการทดสอบอำนาจระหว่างกัน ลูกก็อยากจะเอาชนะพ่อแม่ ส่วนพ่อแม่ก็ต้องการควบคุมลูก ดังนั้นหากเริ่มด้วยความรุนแรง มันก็มักจะจบลงที่ความรุนแรง คือลูกเจ็บตัว พ่อแม่เจ็บใจ เราต้องใจเย็นมากๆๆๆๆๆ พยายามเข้าอกเข้าใจเขา หากอารมณ์มันปรี๊ดก็ต้องหาวิธีลดความโกรธลงก่อน เอาใจช่วยนะคะ ^^

 

โดย: tiara IP: 124.157.234.89 10 มีนาคม 2552 14:19:48 น.  

 

สวัสดีค่ะ

เข้ามาอ่านแล้วดีจังค่ะ มีลูกเล็กเช่นกัน ก็กำลังโตน่ะค่ะ ตอนนี้อายุ 5 ขวบพอดีเลย ก็มีวีนบ้างค่ะ เป้นปัญหาอยู่เหมือนกัน เพราะ บางทีไม่รู้จะแก้ไขยังไง แต่ก็พยายามใจเย้นที่สุด ไม่ตี แต่จะพูดเหตุผล และ กอดๆๆๆๆค่ะ ก็ได้ผลดีนะคะ แต่ก็ไม่รุ้ว่า เค้าจะเข้าใจเหตุผลที่เราให้หรือเปล่า

คุณแหม่มเก่งจังค่ะ ยินดีด้วยกับงานเขียนที่จะออกเร็วๆนี้นะคะ

 

โดย: วินนี่ย์หมีพูห์ 11 มีนาคม 2552 20:28:56 น.  

 

ขอบคุณที่มาเยี่ยมเราค่ะ ^^

แหม่มไม่เก่งหรอกค่ะ ยังคงถูกหมันทูจัดการอยู่ทุกวัน ก็ได้แต่ภาวนาว่าเขาจะเป็นเด็กดี มีเหตุผล และโตขึ้นด้วยความรักของเรา คิดอย่างนี้แล้วก็พอจะสู้ต่อไปไหวค่ะ

ฝากงานเรื่องนี้ให้ช่วยอ่านหน่อยนะคะ แม่ลูกหนึ่งภูมิใจเสนอ อิอิ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

 

โดย: tiara IP: 125.27.164.37 11 มีนาคม 2552 20:42:25 น.  

 

อ่านเรื่องของน้องทัณฑ์แล้วทำให้มีกำลังใจในการเลี้ยงลูกมากเลยค่ะ มีประโยชน์มากๆ เป็นพ่อแม่ที่มีความอดทน และทุ่มเทเพื่อลูกจริงๆ ขอคาราวะ แล้วจะแวะมาใหม่นะคะ

 

โดย: แสงธรรมนำทาง 6 เมษายน 2552 15:57:17 น.  

 

ด้วยความยินดีค่ะแล้วมาอีกนะคะ

สำหรับเราพ่อแม่ ถ้าตั้งใจมีเค้าแล้วเราก็มีทางเลือกทางเดียวคือ "อดทน" แล้วเลี้ยงเขาอย่างดีที่สุดค่ะ

 

โดย: tiara 6 เมษายน 2552 16:11:41 น.  

 

ลูกสาวดิฉันก็ชอบทำหน้าแบบรูปสุดท้ายเหมือนกันค่ะ
เห็นแล้วบางทีก็ขำๆ

 

โดย: ตรีนุช3903 9 เมษายน 2552 3:38:26 น.  

 

ติดตามอ่านตั้งแต่ช่วงแรก ๆ มาแล้วค่ะ
ชอบมาก ๆ เพราะว่าลูกชายตอนนี้ก็ 2 ขวบ มาได้ 20 วันแล้วค่ะ กำลังหาวิธีเลี้ยงอยู่เหมือนกัน
ขออนุญาตติดตามอ่านเรื่อย ๆ นะคะคุณ tiara

 

โดย: Pui IP: 202.29.52.252 20 กรกฎาคม 2552 10:11:04 น.  

 

ยินดีเลยค่ะ ดิฉันก็ยังคงเอาลูกมาเผาอย่างนี้ไปเรื่อยๆ นั่นแหละค่ะ

 

โดย: tiara 21 กรกฎาคม 2552 9:15:48 น.  

 

สวัสดีค่ะ
น้ำก็เป็นคุณแม่ที่มีลูกสาวขี้วีน เค้าชื่อต้นข้าวค่ะ
ต้นข้าวเป็นเด็กที่เอาแต่ใจ และขี้วีน มาก ๆๆ อะไรนิดอะไรหน่อยถ้าไม่เป็นไปอย่างที่คิดเค้าจะร้องไห้ จนบางครั้งน้ำก็เหนื่อยเพราะเค้ามีน้องเล็กวัย 10 เดือนอีกคน จะว่าเราเอาใจน้องมากกว่าต้นข้าวก็ไม้ฃ่ใช่เพราะมีมีน้องต้นกล้า ทางบ้านก็ยิ่งเอาใจต้นข้าวมากกว่าเดิม จนน้องกล้าแทบจะไม่ได้รับความสนใจจากปู่ย่าเท่าไร เพราะกลัวต้นข้าวจะเสียใจ เวลาต้นข้าวร้องไห้ น้ำก็รู้สึกเสียใจว่าเราเลี้ยงลูกไม่ดีหรืองัยทำมัย ถึงพูดกันยากเย็นแสนเข็ญ พูดแล้วก็จะร้องไห้ อิอิ ว่าง ๆ คุณแม่น้องทัณฑ์มีเทคนิคอะไรดี ๆ อีกแนะนำน้ำด้วยนะค่ะ ขอบคุณล่วงหน้านะค่ะ namhkt@hotmail.com

 

โดย: น้ำ IP: 117.47.82.147 6 ตุลาคม 2552 13:21:04 น.  

 

เห็นใจคุณน้ำจัง เราก็ไม่ได้เก่งกล้าสามารถเรื่องเลี้ยงลูกเท่าไรหรอกนะคะ แถมยังมีลูกคนเดียวด้วย ปัญหาที่คุณน้ำเจออาจจะเป็นเรื่องของการอิจฉากันระหว่างพี่น้อง คือพ่อแม่ยังไม่เข้าใจลูกคนโตดี ลูกคนเล็กก็ตามออกมาแล้ว

แหม่มไม่ได้โทษว่าคุณน้ำทำอะไรผิดนะ บางทีมันเป็นเรื่องของเวลาที่พ่อแม่ต้องใช้กับลูกเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจกันมากขึ้น ตอนนี้น้องทัณฑ์ดีขึ้นเยอะเลยค่ะ เขาสามารถระงับอารมณ์โกรธและเอาแต่ใจได้แล้ว

อย่าให้น้ำตาและอาการกรีดร้องของลูกมาควบคุมทุกคนในบ้านนะคะ ยิ่งถ้าเลี้ยงกับปู่ย่าตายายด้วยแล้วต้องระวังให้ดี บ้านเรามีคุณลุงเป็นกุมารแพทย์ คุณลุงรู้ว่าอาจจะเกิดปัญหาการตามใจจนเกินขอบเขต คุณลุงเลยประกาศว่าห้ามทุกคนยุ่งเรื่องการเลี้ยงดู ต้องให้สิทธิพ่อแม่เป็นคนตัดสินใจเท่านั้น

แหม่มเป็นแม่ที่ค่อนข้างเข้มงวดเรื่องระเบียบวินัย ถ้าเธอไม่ทำตามที่สอนหรือตกลงกันไว้ เธอจะไม่ได้ในสิ่งที่เธอต้องการเหมือนกัน แรกๆ ก็มีวีนกันบ้านแตกค่ะ แต่เวลาผ่านไปสักพักเขาจะเริ่มยอมรับว่าแม่ไม่ยอมจริงๆ นะ แหม่มใช้วิธีเมินเฉยกับลูกบ่อยมากเพราะเราไม่ตี จนมีบางช่วงที่เขาบอกว่า "ไม่รักมามาแล้ว ไม่เอามามา" แล้วเขาก็เอาพ่อคนเดียว แม่บอกไม่เป็นไร ลูกไม่เอาแม่ก็ไม่เป็นไร แต่ลูกก็เป็นลูกของแม่อยู่ดี

เลี้ยงกันไป งอนกันไป แต่เขาจะรับรู้ว่าเรารักเขามาก เพราะแหม่มเลี้ยงใกล้ชิดค่ะ เราดูแลเรื่องอาหาร เสื้อผ้า สุขภาพ และเล่นเป็นเพื่อนเขา เล่นกันไปก็สอนกันไป อย่าสอนตอนเขาอารมณ์ไม่ดีนะคะ เพราะเขาจะไม่รับรู้อะไรเลย พยายามสอนตอนเขาอารมณ์ดี แหม่มชอบพูดกับเขาว่า "แม่รักหนูมากนะ แล้วเกาทัณฑ์รักแม่ไหม รักเท่าไหน"

มันไม่มีกฎตายตัวในการเลี้ยงลูก แต่หนังสือ how to ของกุมารแพทย์ทั้งหลายก็พอช่วยได้ค่ะ สิ่งสำคัญพ่อแม่ต้องคุยกันให้มาก เลี้ยงลูกไปในทิศทางเดียวกัน อย่าขัดกันเอง หากมีสองคนคงต้องแบ่งเวลาให้ดีมังคะ แหม่มก็ไม่เคยมีลูกสองคน แนะนำคงลำบาก เอาใจช่วยค่ะ น่าจะดีขึ้นเมื่อเขาโตขึ้น แต่ถ้าพฤติกรรมอันไหนไม่ดีต้องรีบแก้ไขนะคะ อย่าปล่อยไปเฉยๆ ยิ่งโตจะยิ่งแก้ยาก

 

โดย: tiara 6 ตุลาคม 2552 16:42:08 น.  

 

เพิ่งจะมีโอกาสได้เข้ามาอ่านข้อความของคุณ tiara ค่ะ รู้สึกว่าดีมาก เพราะมีลูกชายคนเล็ก ตอนนี้ก็มีอาการที่ว่าชอบร้องวี้ด และร้องไห้งอแง และบางทีก้ขอบชักดิ้นชักงอเวลาที่ไม่ได้่งใจ (หรือเป็นเพราะน้องยังพูดได้น้อยกว่าเด็กรุ่นเดียวกันก็ไม่ทราบ) และก้พูดไม่ค่อยชัดอีกต่างหาก แรกๆ เวลาเกิดอาการที่กล่าวมา ก็จะพูดกับลูกดีๆก่อน (ไม่ค่อยได้กอด)พอพูดดีๆ แล้วยังเป็นอยู่ก็เริ่มดุ นิดๆ และขั้นสุดท้ายก้มีตีบ้าง บางทียิ่งเราตี หรือพูดดุ ลูกจะเดินหนีขึ้นข้างบน เราก็ทำเสียงดังให้ลูกลงมาข้างล่าง หรือบางทีลูกก็จะมาหาของและทำปาเขวี้ยงของ และมีบางทีกำลังจะดึงของให้หล่นลงมา และใช้สายตามองมาที่แม่ แบบว่า ท้าทายเรา เราก็ไม่ยอม บางครั้งเราก้แพ้ลูก พอลูก ทำของหล่นได้ บางทีก้วิ่งและร้องไห้ต่อ หรือบางทีก็วิ่งหนีไปเลย บ่อยครั๋งที่แม่แม่จะตามไปตี หรือบอกว่า มาเก็บของเดี๋ยวนี้เลย ห้ามทำแบบนี้นะ........ ตอนแรกไม่รู้ว่าจะแก้วิธีไหน เพราะที่บ้านมีทั้งอากง อาม่า ป่าป้า .....ซัึ่งแต่ละคนก็จะมีวิธีการปราบ แต่จะเน้นเรื่องที่ว่าต้องใช้ไม้ช่วยเพราะไม้ไม่ทำให้เด็กเสีย ...และลูกของเราเลี้ยงเหมือนเด็กคนอื่นไม่ได้ คนละสไตล์ ต้องใช้ไม้ช่วย ซึ่งลูกคนโต ห้าขวบครึ่ง จะกลัวและคนเล็ก สามขวบครึ่ง จะกลัวเป็นบางครั้ง คนโตจะชอบการให้กอดมากๆ เวลาทำอะไรผิด หรืออ้อน อยากให้เรากอด แต่คนเล็กไม่ค่อย และชอบเล่นแรงๆ เช่น เตะ ต่อย กระโดดทับ ตัวเล็กแต่ต่อยเจ็บมากๆ บางทีเล่นอยู่ดีๆ พอถึงเวลาเลิกก็ไม่ยอม ร้องจะเปิดประตูออกไปข้างนอก จะเรียกหาคนอื่นแทน เป็นต้น จะพยายามลองใช้วิธีของคุณtiara ดูค่ะ จะพยายามอดทน เพราะบางทีทำแล้วไม่สำเร็จ อารมณ์ก้กระเจิงอยู่ค่อนข้างบ่อย ลูกคุณ tiARA น่ารักมากค่ะ

 

โดย: นุ้ย IP: 124.121.51.38 15 มิถุนายน 2553 10:52:53 น.  

 

nui_juija @hotmail.com
เผื่อคุณ tiara มีข้อแนะนำดีๆ ให้ค่ะ

 

โดย: นุ้ย IP: 124.121.51.38 15 มิถุนายน 2553 11:15:14 น.  

 

ดีใจที่บทความนี้มีประโยชน์สำหรับคุณนุ้ยค่ะ

ใจเย็นๆ นะคะ ใช้หลักเมตตาให้มาก การเลี้ยงลูกต้องไม่ทำให้เขา "กลัว" พ่อแม่ แค่ "เกรงใจ" เรา เด็กก็จะเป็นเด็กที่น่ารักมากแล้วค่ะ

เด็กทุกคนจะมีสัญญาชตญาณของ "ความกลัวพ่อแม่ผิดหวัง" เพราะฉะนั้นเราไม่ต้องขู่ให้เขากลัว เขาก็จะกลัวเราโดยพื้นฐานอยู่แล้ว แต่เราต้องรู้จักใช้ความกลัวนั้นให้เป็นประโยชน์ โดยการสอนให้รู้ว่าพ่อแม่ชอบให้ลูกทำอย่างไร ไม่ชอบให้ทำอย่างไร เมื่อเข้าใจตรงกันดี ต่อไปเมื่อเกิดพฤติกรรมพึงประสงค์ก็ตอบแทนโดยการให้รางวัล หากมีพฤติกรรมไม่พึงประสงค์เราจึงลงโทษอย่างมีแบบแผน นี่เป็นหลักทางจิตวิทยาโดยตรง ซึ่งพ่อแม่สามารถหาหนังสืออ่านได้ค่ะ โชคดีนะคะ

 

โดย: tiara 15 มิถุนายน 2553 11:17:59 น.  

 

ขอบคุณมากเลยค่ะ จะลองไปปฎิบัติดูกับลูกชายนะคะ

 

โดย: เม IP: 124.122.153.224 26 มิถุนายน 2553 21:16:09 น.  

 

ยินดีค่ะ

 

โดย: tiara 27 มิถุนายน 2553 9:15:44 น.  

 

แต่ละรูป ได้อารมณ์มากกกเลย 55555
ตอนนี้น้องทัณฑ์โตขึ้น...หายแล้วใช่ไหม อาการขี้วีนอะ ^^

 

โดย: P'mon IP: 180.183.64.130 6 กุมภาพันธ์ 2555 11:31:32 น.  

 

หายแล้วครับ ควบคุมอารมณ์ได้ดีมาก

 

โดย: tiara 6 กุมภาพันธ์ 2555 14:19:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


tiara
Location :
ภูเก็ต Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 364 คน [?]




blog นี้ตั้งใจทำขึ้นเพราะต้องการให้ความรู้เรื่องการทำขนมอบเป็นวิทยาทานแก่คนทั่วไป ส่วนเรื่องลูกเป็นพื้นที่สำหรับเก็บบันทึกไว้ให้เกาทัณฑ์ และจะมีโฆษณางานเขียนของ tiara อีกเล็กน้อย หากสิ่งใดเป็นประโยชน์ในการนำไปปรับใช้ก็ยินดีที่จะแบ่งปันค่ะ

ปล. tiara ไม่ได้เปิดสอนคลาสชงกาแฟสดและทำเบเกอรี่แต่อย่างใด ความรู้มีอยู่ใน blog สามารถเรียนฟรีได้เลยค่ะ ^^
ผลงานของ tiara

...เรื่องยาว...

...เรื่องสั้น...

"จอมยุทธ์ผู้ตามหาหงส์ขาว"
"Don't read my mind!"
"ลิลลี่สีขาวกับสาวน้อยของผม"
"หนุ่มรับเหมากับสาวแบรนด์เนม"
Friends' blogs
[Add tiara's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.