บล็อกของลุงแว่น
Group Blog
 
 
มีนาคม 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
7 มีนาคม 2552
 
All Blogs
 
64 ปี ดวงจำปา บุปผชาติแห่งอินโดจีน


champa_lao.mp3 -

เพลง "จำปาเมืองลาว" ที่นักร้องลาวนำมาขับร้องใหม่


คุณูปการสำคัญประการหนึ่งของการหนีเตลิดเข้าป่าของนิสิตนักศึกษา หลังเหตุการณ์ปราบปรามครั้งใหญ่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519 คือ การเบ่งบานอย่างไม่เคยมีมาก่อนของศิลปวัฒนธรรมภาคประชาชน และการถ่ายเททางวัฒนธรรมภาคประชาชนระหว่างประเทศในภูมิภาคอินโดจีน



การที่ปัญญาชนคนหนุ่มสาวจากรั้วมหาวิทยาลัยต่างๆ หลายพันคน ต้องระเหเร่ร่อนพลัดถิ่นไปอยู่ในป่าเขา จำนวนไม่น้อยเกาะติดอยู่ตามฐานที่มั่นที่ตั้งอยู่ตามตะเข็บชายแดนไทย-ลาว จึงรับเอาศิลปวัฒนธรรมโดยเฉพาะเพลงลาวเข้ามาร้องขับกล่อมตัวเองและมิตรสหาย เพื่อให้ผ่อนคลายความคิดถึงบ้าน ในบรรดาเพลงลาวหลายสิบเพลง เพลงลาวที่ชื่อ “จำปาเมืองลาว” นับเป็นบทเพลงที่น่ากล่าวขวัญถึงที่สุด



เพลงนี้ ประพันธ์เนื้อร้อง โดยท่านมะหาพูมิ จิดพง และทำนองโดยอุตมะ จุลามณี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการลาว โดยใช้เมโลดี้จากทำนองขับทุ้มแบบหลวงพระบาง มาเป็นแนวทำนองหลักของเพลง ประพันธ์ขึ้นในปี 1945 (พ.ศ. 2488) เมื่อครั้งที่ท่านเข้าร่วมการต่อสู้เรียกร้องเอกราชจากฝรั่งเศส เนื้อร้องในภาษาลาว เท่าที่ผู้เขียนสืบค้น พบว่ามีหลายสำนวน แต่ละสำนวนมีจุดแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย ไม่สามารถชี้ชัดลงไปได้ว่า สำนวนใดเป็นสำนวน original

(เนื้อเพลงที่พิมพ์ดัวยตัวหนา คือจุดที่มีเนื้อร้องหลายสำนวน คำในวงเล็บคือเนื้อร้องที่ใช้คำแตกต่างออกไป)







เพลง จำปาเมืองลาว

โอ้ดวงจำปา เวลาซมดอก (น้อง)
นึกเห็นพันซ่อง* มองเห็นหัวใจ
เฮานึกขึ้นได้ ในกลิ่นเจ้าหอม
เห็นสวนดอกไม้บิดาปลูกไว้ ตั้งแต่นานมา
เวลาง่วมเหงา**เจ้าซ่วยบรรเทา เฮาหายโศกา
เจ้า ดวงจำปาคู่เคียงเฮามาแต่ยามน้อยเอย

กลิ่นเจ้าสำคัญ ติดพันหัวใจ
เป็นน่าฮักใคร่ แพง***ไว้เซยซม
ยามเหงาเฮาดม โอ้ ดวงจำปา (โอ้จำปาหอม)
เมื่อดมกลิ่นเจ้า ปานพบเพื่อนเก่า ที่พรากจากไป (ซู้เก่า หรือ ชู้เก่า)
เจ้าเป็นดอกไม้ ที่งามวิไลตั้งแต่ใดมา
เจ้าดวงจำปา มาลาขวัญฮักของเฮียมนี้เอย

โอ้ดวงจำปา บุปผาเมืองลาว
งามดั่งดวงดาว ซาวลาวเพิ่งใจ****
เกิดอยู่ภายใน แดนดินล้านซ้าง
ถ้า (เมื่อ)ได้พลัดพราก หนีไปไกลจาก (ออกหนีไปจาก) บ้านเกิดเมืองนอน
เฮียมจะเอาเจ้า เป็นเพื่อนบรรเทาเท่าสิ้นซีวา
เจ้าดวงจำปา มาลางามยิ่งมิ่งเมืองลาวเอย

...................................................



* พันซ่อง หรือ พันส่อง หรือ พลันส่อง ใกล้เคียงกับสำนวนไทยว่า หวนคิดถึง กระหวัดถึง
**ง่วมเหงา หรือ ง่อมเหงา สำนวนนี้ในบ้านเรายังใช้กันอยู่ในภาษาถิ่นคำเมืองเหนือ แถบเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน เชียงราย พะเยา ฯลฯ ความหมายใกล้เคียงกับคำว่า หงอยเหงา
***แพง สงวน ถนอม มีราคา
**** เพิ่งใจ หมายถึง ภูมิใจ






เนื้อหาของเพลงพูดถึงการพลัดบ้านพลัดถิ่น (เพื่อต่อสู้กับฝรั่งเศส) ถ้อยคำที่ใช้ซื่อใส เรียบง่ายแต่มีเสน่ห์อย่างร้ายกาจ เหมือนเพลงลาวอีกหลายสิบเพลง เป็นที่น่าสังเกตว่า เพลงนี้ใช้ “ดวงจำปา” หรือดอกลั่นทม มาเป็นสัญลักษณ์ของถิ่นฐานบ้านเกิด หรือมาตุภูมิ ทั้งที่ในยุคที่ประพันธ์เพลง ทางการประเทศลาวยังไม่ได้ยกฐานะของดวงจำปาให้เป็นดอกไม้ประจำชาติของลาวด้วยซ้ำ แต่ด้วยข้อเท็จจริงที่ว่า ดวงจำปา หรือดอกลั่นทม เป็นดอกไม้ยอดฮิตที่จะพบเห็นได้ทั่วไป ตั้งแต่เหนือสุดที่พงสาลีจรดใต้สุดที่จำปาศักดิ์ ปากเซ ทำให้ภายหลังเมื่อประเทศลาว ได้ชัยชนะในสงครามเหนือสหรัฐอเมริกา สถาปนาสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวขึ้น จึงได้ยกฐานะให้ “ดวงจำปา” เป็นดอกไม้ประจำชาติอย่างเป็นทางการ เชื่อว่าผู้นำประเทศคงได้รับอิทธิพลจากบทเพลงนี้ไม่น้อย

มาทำความรู้จักดอกไม้ “ดวงจำปา” นี่สักหน่อยท่าจะดี

คนไทยเรียกดวงจำปาว่าดอกลั่นทม คนอีสานก็เรียกจำปาขาว คนเหนือเรียกว่า จำปาลาว คนใต้เรียก จำปา เขมรเรียก จำไป หรือ จำปาซอ คนมาเลย์เรียก บุหงากัมโพซา คนชวาเรียก กัมโพชา

นักทางพฤกษศาสตร์ ว่าไว้ว่าเป็นต้นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในแม็กซิโกและลาตินอเมริกา แพร่หลายเข้ามาทางอินเดีย และต่อเข้ามายังกัมพูชา หรือขอม ที่เคยรุ่งเรืองในอดีต ต่อมาจึงแพร่หลายไปทั่วอินโดจีน แม้แต่ชื่อเรียกในภาษามาเลย์และชวา ก็เป็นการยอมรับอยู่โดยปริยายว่า เป็นดอกไม้จากกัมพูชา ในส่วนของลาวเอง มีประวัติว่า พระเจ้าฟ้างุ้มแห่งอาณาจักรล้านช้างมีพระมเหสีเป็นธิดาเจ้าเมืองเขมร เป็นผู้นำดวงจำปาเข้ามาปลูกในราชวัง ทรงชื่นชอบดอกไม้ชนิดนี้มาก จึงโปรดให้ปลูกดอกไม้ชนิดนี้ทั่วอาณาจักรของตน

เนื้อเพลง “จำปาเมืองลาว” นี้ เนื้อร้องพร่ำรำพันถึงความคิดถึงบ้าน โดยใช้ดวง(ดอก)จำปาที่บิดาปลูกไว้.. เป็นสื่อ คงจะกินใจนักศึกษาปัญญาชนไทยที่พลัดที่นาคาที่อยู่ไม่น้อย ดังนั้น เมื่อพวกเขาทะยอยกลับคืนสู่เมืองในช่วงปี พ.ศ. 2523-2526 เมื่อสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศคลี่คลาย ประกอบกับสถานการณ์ของโลกสังคมนิยมเริ่มมีความสับสน (เวียตนามส่งทัพใหญ่ บุกเข้ายึดกัมพูชา ส่งผลให้จีน ทำสงครามสั่งสอนเวียตนาม ในช่วง ปี 2522 - 2526) พวกเขาจึงได้นำบทเพลงเหล่านี้กลับออกมาเผยแพร่ด้วย

เคยมีคนเข้าใจว่า วงคาราวาน โดยสุรชัย จันทิมาธร (หงา คาราวาน และคณะ) เป็นวงดนตรีวงแรกที่นำเพลงนี้มาเผยแพร่ (พ.ศ. 2526-2527)



นักศึกษา กลุ่ม 1000ดาว ผู้นำดวงจำปาข้ามโขงมาเผยแพร่ในไทยเป็นวงแรก


แต่ข้อเท็จจริงคือ “กลุ่ม 1000 ดาว” ได้นำเพลงนี้มาบันทึกลงแผ่นเสียงและเทป ในชุด “รัตติกาล” ตั้งแต่ปี 2524 ก่อนวงคาราวานเสียอีก กลุ่ม 1000 ดาวนี้ ประกอบไปด้วยนักศึกษาจากธรรมศาสตร์ และมหิดล มีแกนนำได้แก่ ธีระศักดิ์ อัจจิมานนท์ (ตือ กงล้อ) และ กุลศักดิ์ เรืองคงเกียรติ (จิ้น กรรมาชน) และสมัครพรรคพวกอีกหลายคน ที่เคยไปศึกษาวิชาการดนตรีที่เมืองสิบสองปันนา ในประเทศจีน ได้รวมตัวกันออกเทปชุดดังกล่าวหลังจากออกจากป่ามาไม่นาน แต่เนื่องจากความอ่อนหัดทางการตลาด ทำให้เทปชุดนี้ไม่สู้เป็นที่รู้จักมากนัก



เทปชุด "รัตติกาล" ของกลุ่ม 1000 ดาว มีสองศิลปินแห่งชาติเป็นนักร้องรับเชิญ
คือ สุเทพ วงศ์กำแหง และ เพ็ญศรี พุ่มชูศรี
เรียบเรียงเสียงประสานอย่างดี บรรเลงโดยวงออเครสตร้าวงใหญ่
แต่กลับทำยอดขายได้แทบไม่คุ้มทุนที่ลงไป


เพลง “จำปาเมืองลาว” จึงได้ชื่อใหม่ว่า เพลง “ดวงจำปา” นับแต่บันทึกเสียงในเวอร์ชั่นภาษาไทยโดยกลุ่ม 1000 ดาวนี้ มาภายหลัง เมื่อวงคาราวาน และอีกหลายวง นำเพลงนี้มาบันทึกเสียงเผยแพร่อย่างกว้างขวาง จึงใช้ชื่อว่า “ดวงจำปา” ตามไปด้วย

เป็นที่น่าสังเกตว่า เพลง “ดวงจำปา” ที่กลุ่ม 1000 ดาว นำมาขับร้องนั้น ได้มีการแก้ไขเนื้อเพลงหลายท่อนหลายตอน และตัดเนื้อร้องในท่อนสุดท้ายของฉบับดั้งเดิมออกเสียสิ้น เนื้อร้องจึงมีเพียงสองท่อน ดังนี้


โอ้ดวงจำปา เวลาชมดอก
เห็นบ้านห่างไกล เมื่อครั้งอ่อนวัย เรียมนึกขึ้นได้ในกลิ่นเจ้าหอม
ในสวนดอกไม้ กลิ่นเจ้าลอยไป เย้าให้ผึ้งตอม
เวลาเรียมเศร้า บรรเทาหายตรอม ด้วยหอมเจ้าขจร

โอ้บ้านเรียมเอย เรียมเคยแนบนอน
หนาวใจสุดถอน ต้องจรจากมา เคยร้อยจำปานึกพาใจเหงา
ในสวนดอกไม้ เรียมปลูกเจ้าไว้ คู่เคียงเรือนเรา
นึกถึงวันเก่า เคยถนอมเจ้า แนบเนาอุรา
โอ้ดวงจำปา มาลาขวัญรักของเรียมนี่เอย.


เหตุผลที่อยู่เบื้องหลังการดัดแปลงและตัดทอนเนื้อร้องเพลงนี้จนเป็นอย่างที่เห็น ก็เพราะสถานการณ์ทางการเมืองในขณะที่เผยแพร่นั้น แม้จะผ่อนคลายลงบ้างแล้ว แต่ พรบ.ว่าด้วยการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ ยังคงบังคับใช้อยู่ นักศึกษา กลุ่ม 1000 ดาว จึงต้องหลีกเลี่ยงถ้อยคำใดๆ ที่อาจถูกกล่าวหาว่าเป็น “คอมมิวนิสต์” หรือเกี่ยวพันกับประเทศลาว ที่เป็น “คอมมิวนิสต์” แต่เมื่อภายหลัง มีการยกเลิกพรบ.ฉบับดังกล่าว วงคาราวาน และวงดนตรีอื่น ๆ จึงสามารถนำเสนอเนื้อเพลง “ดวงจำปา” ฉบับดั้งเดิมได้ (แต่ก็มีการแก้ไขถ้อยคำจากต้นฉบับ ให้เป็นสำนวนแบบไทยหลายตอน)



จะเป็นเพราะดอก “ดวงจำปา” มีถิ่นกำเนิดในกัมพูชาหรืออย่างไรไม่ทราบ เป็นที่น่าสังเกตว่าเพลงนี้ใช้สรรพนามแทนตัวว่า “เฮียม” หรือ “เรียม” อันมีรากศัพท์มาจากภาษาเขมร ที่แปลว่า เรา หรือพี่ อยู่ถึงสองครั้งสองครา “เจ้าดวงจำปามาลาขวัญฮัก ของเฮียมนี้เอย” หรือในท่อนที่ว่า “เฮียมจะเอาเจ้า เป็นเพื่อนบรรเทาเท่าสิ้นซีวา” ทั้งที่ในท่อนก่อนหน้า ผู้ประพันธ์ใช้สรรพนามบุรุษที่หนึ่งว่า “เฮา” เช่น “เฮานึกขึ้นได้....” หรือ “เจ้าซ่วยบรรเทา เฮาหายโศกา”

ขณะผู้เขียนค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับเพลงนี้ ได้พบว่า นอกจากภาษาไทย และลาวแล้ว เพลงนี้ยังมีเนื้อร้องในภาษาเขมร และภาษาอังกฤษอยู่ด้วย ด้วยคุณค่าและความไพเราะของบทเพลงนี้ เชื่อว่าน่าจะมีเวอร์ชั่นภาษาเวียตนาม และภาษาอื่นอีกแต่ยังหาไม่พบ



ด้วยท่วงทำนองที่เรียบง่าย แต่งดงามด้วยลูกเอื้อนที่เป็นเอกลักษณ์ของการขับทุ้มแบบหลวงพระบาง ฟังได้ไพเราะแม้จะมีเพียงแนวทำนองหลักโดยไม่มีท่อนแยก และด้วยคำร้องที่กินใจ ด้วยถ้อยคำซื่อ ๆ ใส ๆ ไม่ปรุงแต่งจนเกินเลย ทำให้เพลงนี้ได้รับการเผยแพร่ซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายต่อหลายเวอร์ชั่น ในหลายหลากภาษา

ถ้านับจากปีที่เพลงนี้ถูกประพันธ์ขึ้นจนถึงวันนี้ เพลงนี้ก็มีอายุครบ 64 ปีแล้ว “จำปาเมืองลาว” ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามันมิใช่เป็นเพียงดอกไม้และบทเพลงประจำชาติลาวเพียงลำพังอีกต่อไป หากแต่ “ดวงจำปา” ได้คลี่กลีบสล้าง อวดกลิ่นขจรจนกลายเป็นบุปผชาติและบทเพลงแห่งภูมิภาคอินโดจีนไปแล้วอย่างมิพักต้องสงสัย.


Track 6 -

เพลงดวงจำปา เวอร์ชั่นภาษาไทย โดยกลุ่ม 1000 ดาว ปี 2524
เสียงจะยืดนิด ๆ เพราะอัดจากเทปเก่ามาก
แต่โดยรวมแล้ว นับว่าเป็น "ดวงจำปา" เวอร์ชั่นที่เพราะที่สุดเวอร์ชั่นหนึ่ง
เสียดายที่มีข้อจำกัดทางเสรีภาพ ทำให้ต้องแก้ไขตัดทอนเนื้อเพลงจากฉบับเดิมไปบ้าง



champa_caravan.mp3 -

เพลงดวงจำปา เวอร์ชั่น ของวง คาราวาน ประมาณปี 2526-2527


champa_3langs.MP3 -

เพลงดวงจำปา เวอร์ชั่น 3 ภาษา ลาว - เขมร - อังกฤษ
ขับร้องโดยเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ



หมายเหตุ : งานประพันธ์ในบล็อกนี้ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของผู้เขียน ซึ่งได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย

การคัดลอกส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมด เพื่อเผยแพร่โดยทางหนึ่งทางใด โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ผู้เขียนจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด



"ลุงแว่น"
skit@ji-net.com



Create Date : 07 มีนาคม 2552
Last Update : 7 มีนาคม 2552 7:18:20 น. 31 comments
Counter : 4477 Pageviews.

 
ภาพของนักศึกษา กลุ่ม 1000 ดาว ทำให้ความหลังเกิดคุกรุ่นขึ้นมาเฉยๆเลยครับ หน้าตาเหมือนเพื่อนๆของผมในสมัยนั้น โดยเฉพาะทรงกางเกงที่ไม่ต้องใช้เข็มขัด คิดถึงแนวร่วมระหว่างชุมชุน ที่มีหญิงสาวที่ไม่คุ้นหน้ามาร่วมเสวนาด้วย

เพลง "ดวงจำปา" นี้ ยิ่งฟังยิ่งไพเราะ แฝงด้วยความรู้สึกแท้ๆ ที่มีต่อสัญญาลักษณ์ของเมืองลาว สื่อถึงความเป็นอยู่ที่งดงามของผู้คนในแถบนั้น ธรรมชาติ ป่าเขายังอยู่ครบถ้วน ไม่เหมือนเพื่อนบ้านมหาอำนาจทีไม่สามารถสกัดกั้นความโลบของใครบางคน ที่ทำลายป่าจนเหลือน้อยเต็มที

ขอบคุณครับสำหรับเรื่องที่บางคนอาจหลงลืม แต่บางคนเพียงแต่สะกิดนิดเดียวก็ลุกโชนทันทีครับ



โดย: Insignia_Museum วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:8:39:18 น.  

 
เข้ามาaddคืนค่ะยินดีที่ได้เพื่อนเพิ่มอีกคน
พอดีมาส้มนาPMQAที่นครนายก 3 วัน
ไม่ได้up blog และไม่ได้ลาที่ Blog ด้วย
หายมาเฉยๆ กลับบ่ายๆวันนี้ค่ะ
เสียดายน้องๆนักศึกษารุ่นหลังไม่ค่อยสนใจเรื่องบ้านเมืองเหมือนสมัยก่อน


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:11:04:47 น.  

 
ลุงแว่น

บล็อกนี้ถูกใจมากค่ะ...เพราะ

เพลงดวงจำปา เป็นเพลงโปรดสุดริดสุดเดช

เอามาลงบล็อกตัวเองก็สองครั้งแล้ว

และดอกจำปาลาว...ก็เป็นดอกไม้ในดวงใจ

เขียนนิยาย ก็มักแทรกดอกไม้นี้ไว้ ไปไหน ก็ต้องถ่ายรูปจำปาไว้

ที่บ้านต่างจว.ก็ปลูกไว้หลังบ้านหลายต้น


แล้วก็ยังชอบปะเทดลาว....สุดๆ

แล้วก็ยังอินกับเรื่องนักศึกษาในอดีต

ขอบคุณมากๆสำหรับบล็อกนี้ ...ไม่มีอะไรจะอมตะ คลาสสิกเท่าดอกจำปาและตำนานเหล่านี้แล้วค่ะ


อัยย์เพิ่งอัพบล็อกเหมือนกันนะคะ...แวะไปน้า..


โดย: ทากชมพู วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:11:24:05 น.  

 
ขอบคุณครับ
ว่างเมื่อไรจะไปดมดวงจำปา
หน้าร้อนหอมอ่อน เคล้าพรสงกรานต์
เห็นหน้าตือ นึกเหี่ยวใจ
เคยคลุกกันอยู่ช่วงเขาออกจากป่า และหลังทำเพลงชุดนี้
ผมเคยมี แต่ไม่รู้หายไปไหน คุณเยี่ยมมาก รักษาไว้ได้
สะเทือนใจ

ชีวิตเขาเหมือนดาวตกฟ้า
ตกเงียบๆในอกข้า
ขีดเส้นเปลี่ยวเศร้าไว้ที่ปลายตา
เพียงรอยเวลา หวนอาลัย



โดย: สัญจร ดาวส่องทาง วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:12:42:17 น.  

 
เจ้าดวงจำปา
ปลิดก้านดอกลา ต้นใบ
เกลื่อนดิน ขาวแซมเหลือง เรียงราย
แม้ไร้กิ่ง ไร้ใบ ก็ยังงาม

ลั่นทม ตรอมตรม ในใจข้า
กลีบนวล ประหนึ่งว่า แก้มน้อง
นุ่ม หอม ชวนดมดอม
ห้ามใจไว้ มิจับต้อง
กลัวกลีบงาม เจ้าหมอง เพราะมือคน

ใครหนอบอกว่า..เจ้าต้องห้าม
ปลูกในเรือนชาน..แล้วจะช้ำ
มิไยปลูกเอาไว้ อวดดอกงาม...ให้ชื่นชม ประจำ
ทัดดอก แซมหูยาม ดอกโรย

---------------------------------------------------------------------------------------

สวัสดีค่ะลุงแว่น
ขอแจมด้วยกลอน "ปากเปล่า" ที่ไม่ได้ขัดเกลาอะไรนะคะ
ไหลไปตามอารมณ์..อิอิ เหมือนน้ำไหลล้นแก้วอย่างไง อย่างงั้น

สมัยเด็กๆ ได้ฟัง ได้อ่านหนังสือต้องห้าม เพลงต้องห้ามค่อนข้างมากค่ะ..หล่อหลอมเป็นตัวตนส่วนหนึ่ง
หนุ่มสาวปัญญาชนสมัยโน้น..กับสมัยนี้ อาจต่างกันตามยุคตามสมัยนิยม
หากแต่..หลายคนก็ยังคงเปรียบเป็นดอกไม้งามวิไล ที่ใฝ่หาเสรีภาพเฉกเช่นเดิม

ช่วงนี้บล็อกลุงแว่นเข้าสู่โหมดย้อนอดีต เติมเชื้อไฟที่เหลือเพียงควันกรุ่นๆ วูบวาบ..ลามเลียลุกไหม้
โดยเฉพาะคนหัวแข็ง หัวดื้ออย่างแม่กุ้งเลยได้เชื้อ..อย่างดี ^_^

คิดถึงลุงแว่นและลั่นทม...ที่บ้านค่ะ

ปล. ปลูกจำปาลาวไว้สองต้น..แม่มาเยี่ยมแกโวยวายจะให้ขุดไปถวายวัด..
โธ่แม่จ๋า ต้นละพันห้า และหนูก็ชอบของหนูมาก ขอเถอะๆ ว่างๆ ก็เก็บมาทัดหู แม่เราก็ค้อนขวับๆ อิอิ



โดย: กุ้งค่ะ (กลีบดอกโมก ) วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:13:49:53 น.  

 
เก่าจริงๆค่ะ ช่างเก็บ ช่างค้นคว้า มากมาย
เป็นเรื่องประวัติศาสตร์ยุคใหม่อีกซีรี่ย์นึงเลย
เป็นเรื่องที่ทุกคนควรรู้นะค่ะ
น่าสนใจเนื้อร้องมาก
เพลงเพราะจริงๆ
บอกตรงๆว่าเพิ่งเคยได้ฟังที่นี่ที่แรกเลยค่ะ

ข้อจำกัดทางเสรีภาพ..ไม่รู้พวกเราทนฟังคำนี้อยู่ได้ยังไง


โดย: จันทร์ไพลิน วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:14:42:56 น.  

 
มาขออนุญาต ยกบทกลอนที่ลุงแว่นแปะไว้ที่กล่องเม้นต์
ไปไว้ข้างบนนะคะ
ขอบคุณค่ะ


โดย: จันทร์ไพลิน วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:19:22:00 น.  

 
เนื้อหาน่าอ่านมาก เพิ่งเคยเข้าบล๊อกนี้ ชอบมากเลย ขอแอ๊ดไว้นะครับ


โดย: endless man วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:20:26:25 น.  

 

มาเชิญไปชม การแสดงค่ะ


โดย: เกศสุริยง วันที่: 8 มีนาคม 2552 เวลา:0:41:44 น.  

 
อยากให้เมืองไทยย้อนกลับไปเป็นยุคนั้นอีก
เผื่อว่าเสรีภาพที่มีทุกวันนี้จะมีค่ากว่านี้

ชอบมากเลยค่ะขอแอ๊ดด้วยคนค่ะ


โดย: tj-takm วันที่: 8 มีนาคม 2552 เวลา:2:09:08 น.  

 
หวัดดีคุ่ะลุงแว่น

ตอนแรกอ่านแต่เนื้อเพลง คุ้นมาก มั่นใจว่าเคยฟังมาแล้วแน่ ๆ พอได้มาเปิดเพลง อืม เราเคยฟังมาแล้วจริง ๆ เวอร์ชั่นของคุณหงาอ่ะค่ะ

ที่แท้มันคือดอกลั่นทมเนอะ ยังว่าลุงแว่นทำไมเอาแต่รูปดอกลั่นทมมาลง รูปสวยเชียวค่ะ

สมัยเด็ก ๆ จำได้ว่า ไม่มีใครปลูกลั่นทมไ้ว้ในบ้านเลย เวลาไปวัดเท่านั้่นถึงจะได้เห็น

แถมเราไปเก็บดอกที่มันหล่น ๆ ตามพื้น จะเอากลับบ้าน โดนแม่ตีซะนี่บอกว่าห้ามเอากลับ เ้ค้าว่าจะนำความระทมกลับบ้านไปด้วย ไม่รู้อีก ว่าความระทมมันเป็นยังไง พอโตแล้วน่ะแหละถึงได้รู้สึก เจ้าความระทมมาเยือนบ่อยซะจนกลายเป็นเพื่อนสนิท

ตอนอยู่ภูเก็ตก็ปลูกเอาไว้สองต้นค่ะ ดินไม่ค่อยดี ไม่งามเท่าไหร่ ไม่ได้กลับไปดูหลายเดือนแล้ว ไม่รู้ป่านนี้เด๊ดสะมอเร่กันไปหรือยัง

โอ้ดวงจำปา ชะ เออ เอิง เอย


โดย: Oops! a daisy วันที่: 8 มีนาคม 2552 เวลา:8:36:24 น.  

 
เพิ่งเห็นว่าลุงแว่นไปจีบให้มาเม้นท์ตั้งสองครั้ง

เขิลลลลล์ค่ะ มาช้ามาก คนไทยก็เงี้ย

อ้าว พูดอย่างงี้ เดี๋ยวเจอตบ ใครอยากตบซื้อตั๋วเครื่องบินมากันเลยนะคะ อยากหาคู่ซ้อมมวยไทยอยู่เหมือนกัน


โดย: Oops! a daisy วันที่: 8 มีนาคม 2552 เวลา:8:41:43 น.  

 



เพลง คือผู้หญิง อุ้ย ระวิวรรณ จินดา

เหมือน..คงอาจจะเหมือน
ที่ใครคิดไปเพียงเปรียบ
ดอกไม้นุ่มนวลละมุน
อาจจะหวานและอ่อนโยน
เพราะเพียงแค่ผู้หญิง

หรือเธอก็เคยคิดเพียงอย่างนี้
ลองคิดดูใหม่ ใจก็มีเหมือนเธอ
จะโกรธจะร้ายก็ใครจะมัวแต่หวาน
อาจจะแกร่งเกินที่รู้
ร้อนดังไฟ ไร้อารมณ์ยิ้มชื่น
ลุกขึ้นยืนและไม่งอนง้อใคร
ร้ายก็มี รักก็มีไว้ให้
ฉันจริงใจทุกอย่าง
นี่แหละฉัน นี่แหละผู้หญิง


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 8 มีนาคม 2552 เวลา:9:53:06 น.  

 
โอ้โห...บ้านลุงแว่น แฟนคลับเริ่มหนาแน่นแล้วนะคะ


ถามอะไรหน่อยค่ะ

ลุงแว่นเคยเป็นส่วนหนึ่งในตำนานยุคนั้นหรือเปล่าคะ

ดูๆแล้ว...น่าจะเคยเข้าป่งเข้าป่ากะเค้าบ้างนะเนี่ย

...รึเปล่าคะ...?


ป.ล.ที่บ้านอัยย์มีรูปมาใหม่สองรูปค่ะ...มาชวนไปดู


โดย: ทากชมพู วันที่: 8 มีนาคม 2552 เวลา:20:57:05 น.  

 
สวัสดีครับคุณลุงแว่น


ไม่น่าเชื่อเลยครับ
ว่าดอกไม้ดอกหนึ่ง
จะมีที่มาที่ลึกซึ้งและผูกพันกับประวัติศาสตร์การเมืองไทยด้วย

ผมชอบเพลงนี้เวอร์ชั่นที่พี่สีเผือกนำมาร้องแบบอคูสติกครับ

พรุ่งนี้ผมจะลงกาสะลองคำอีกชุดครับ
เรียนเชิญคุณลุงแว่นด้วยนะครับ



โดย: กะก๋า (กะว่าก๋า ) วันที่: 8 มีนาคม 2552 เวลา:22:49:55 น.  

 
... ชอบเพลงนี้เหมือนกันค่ะ ลุงแว่น ... ชอบอะ แต่มันเหงาๆ เศร้าๆ ไงพิกล

... เมนท์บล๊อกลุงแว่นสั้นๆ นี่จะโดนประนามไหมเนี่ยะ ... เห็นแต่ละคนเขียนกันยาวๆ ทั้งนั้นเลย

... แต่ละเรื่องที่นี่ ล้วนเป็นเรื่องที่มีเนี้อหา สาระเยอะมากๆ เจ้าของคงตั้งใจในการอัพแต่ละครั้งน่าดู เลยต้องอ่านแบบจริงๆ จังๆ ไม่งั้นเดี๋ยวจะเสียความตั้งใจเจ้าของเค้าหมดเนาะ


โดย: SIMAKHA วันที่: 9 มีนาคม 2552 เวลา:10:02:47 น.  

 
รักไม่ใช่เหตุผลคนค้นคิด
หรือจริตบิดแกล้งแสร้งเสนอ
รักคือรับนับถือ..เธอคือเธอ
รักเลิศเลอรักจากใจใช่จากคำ.

.
.
.
.


สวัสดีครับคุณลุงแว่น

กลอนบทนี้เพราะจับจิตจับใจจังครับ
เสียดายผมไม่มีรูปเหลือแล้ว
ไม่งั้นผมจะขออนุญาติคุณลุงอัพบล้อกใหม่เลย

เป็นกลอนที่ความหมายดีมากๆครับ
คำก็เพราะ จังหวะก็ลงตัวครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 9 มีนาคม 2552 เวลา:11:00:38 น.  

 
แวะมาแล้วรอบนึงค่ะ
มาฟังอีกรอบจะคุ้นหูกับเสียงของสุรชัยมากกว่าค่ะ
เวอร์ชั่นแรกจะติดๆดับๆกับคอมที่บ้านค่ะ


โดย: tj-takm วันที่: 9 มีนาคม 2552 เวลา:12:10:07 น.  

 
ลุงแว่นคะ ช่วยไปเป็นพยานหน่อยนะคะว่า บล็อกที่อัพใหม่วันนี้ ไม่ใช่โคดสะนา...

ฮือๆ...ไม่จริ๊ง ไม่จริง...


โดย: ทากชมพู IP: 115.67.76.197 วันที่: 9 มีนาคม 2552 เวลา:21:20:54 น.  

 
พิมชอบดอกลั่นทมมากเลยค่ะ และชอบเค้าในชื่อของจำปาลาวมากที่สุดเลยค่ะ

แต่พิมไม่เคยรู้จักเพลงนี้เลย ขอบคุณที่นำมาแนะนำนะคะ


โดย: pim(พิม) วันที่: 9 มีนาคม 2552 เวลา:22:06:48 น.  

 
คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ

[รวมglitterเยอะมาก คลิกเลย!]


ส่ง เข้า นอน นะ คะ …….หลับ สบาย ฝัน ดี ค่ะ

เป็นข้อมูลใหม่สำหรับป้าค่ะ
เพลงก็ไม่เคยได้ฟังมาก่อน …. น่าสนใจมากค่ะลุงแว่น

ร้อนแบบนี้เพลียจัง ป้ากุ๊กตาจะปิดอยู่แล้ว
จะเยี่ยมได้กี่บ้านยังไม่รู้เลย




โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 9 มีนาคม 2552 เวลา:22:52:03 น.  

 
สวัสดีครับคุณลุงแว่น






โดย: กะว่าก๋า วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:10:36:39 น.  

 
สวัสดีครับคุณลุงแว่น


กลอนของคุณลุงเศร้าจับจิตจับใจดีแท้เลยครับ






โดย: ก.ก๋า (กะว่าก๋า ) วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:16:59:26 น.  

 
หวัดดีค่ะ

ขอเชิญลุงแว่นไปชมโลงพระศพนะคะ



โดย: ทากชมพู วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:19:07:26 น.  

 
เพลง จำปาเมืองลาว เพราะดีนะคะ
อยากให้โลกนี้ร่มเย็นเป็นสุขเสมอจัง โดยเฉพาะเมืองไทย


โดย: กิ่งไม้ไทย วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:19:58:36 น.  

 
สวัสดีครับ

วันนี้จะขอเชิญคุณลุงแว่นไปนั่งคุยกันเรื่องเครื่องหมายครับ


โดย: Insignia_Museum วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:20:16:49 น.  

 
แวะมาฟังเพลงค่ะ
สบายดีมั๊ยค่ะ
สวัสดีตอนเช้าๆค่ะ


โดย: จันทร์ไพลิน วันที่: 12 มีนาคม 2552 เวลา:6:36:07 น.  

 
ขอบคุณคะที่แวะไปเยี่ยมเยียนกัน
ขอแอ็ด ลุงแว่นเช่นกันนะคะ


โดย: กิ่งไม้ไทย วันที่: 12 มีนาคม 2552 เวลา:8:08:40 น.  

 
สวัสดีครับคุณลุงแว่น

ผมขออนุญาตนำเม้นท์ของคุณลุงเมื่อวานนี้
มาอัพบล้อกนะครับ

ผมชอบกลอนของคุณลุงมกาๆครับ

ขอบคุณครับ






โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 มีนาคม 2552 เวลา:10:20:10 น.  

 
กลอนวันนี้ก็เพราะอีกแล้วครับคุณลุงแว่น






โดย: ก.ก๋า (กะว่าก๋า ) วันที่: 12 มีนาคม 2552 เวลา:12:20:04 น.  

 
ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆค่ะ เพราะเพิ่งอ่านนิยายเรื่องรอยไหม ซึ่งเรื่องราวเกิดในประเทศลาวหมด คุณพงศกรผู้แต่งก็อ้างอิงถึงประวัติศาสตร์ลาวและเพลงดวงจำปาไว้ และคิดว่าอยากไปเที่ยวหลวงพระบางอยู่ เลยได้อะไรติดใจติดสองไปด้วย ขอบคุณเป็นอย่างสูงสำหรับความรู้ใหม่ดีๆนะคะ


โดย: กรองดาว IP: 124.120.162.30 วันที่: 1 มิถุนายน 2552 เวลา:16:02:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ลุงแว่น
Location :
นครราชสีมา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]




Friends' blogs
[Add ลุงแว่น's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.