หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2556
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
23 สิงหาคม 2556
 
All Blogs
 
หมู่เคน : ปกรณ์ ปิ่นเฉลียว

เรื่อง : หมู่เคน
ผู้เขียน : ปกรณ์ ปิ่นเฉลียว
ปีที่พิมพ์ : ปี 2509
สำนักพิมพ์ : ประพันธ์สาส์น




      งานเขียนของปกรณ์ ปิ่นเฉลียว พี่ชายคนโต ของจินตนา ปิ่นเฉลียว หรือจินตวีร์ วิวัธน์ มีความโดดเด่นอย่างยิ่ง ในงานเขียนเรื่องสั้นสะท้อนชีวิตข้าราชการตำรวจ และการหักมุมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
หมู่เคน เป็นรวมเรื่องสั้นชุดตำรวจภูธรของท่าน ขนาดพ็อคเก็ตบุคสั้นๆ ประกอบด้วยเรื่องสั้นเพียง 11 เรื่อง ได้แก่ เรื่อง หมู่เคน หมู่หนิด เด่นไชยที่รัก ตัณหา หมวก ชบา นักโทษ ฯลฯ และต่อมาได้รับการรวมเล่มเป็นชุดปกแข็ง เป็นภูเขียว หมู่เคน และคมคน ซึ่งเสียดายที่ผมยังไม่สามารถหาอ่านชุดที่เหลือของท่านได้

         ขอยกตัวอย่างบางเรื่องมาพอสังเขปนะครับ

        หมู่เคน : เรื่องราวเล่าถึงสิบตำรวจเอกเคน กรุงเก่า ที่เข้าเป็นตำรวจตั้งแต่ปี 2490 ต่อมาเคนก็ก้าวหน้าในหน้าที่การงานในการปราบปรามเหล่าร้าย จนได้รับฉายา ว่า “เคน... พระกาฬ” จนได้ยศ สิบโท เมื่ออายุ ยี่สิบห้าปี ต่อมาสร้างวีรกรรมเพิ่มอีกจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่ก็ทำให้เขากลายเป็นสิบเอกในที่สุด แต่แล้ว โชคชะตาก็บิดฝันเมื่อ...

      เย็นวันนั้น มีหญิงสาวคนหนึ่งขึ้นมาบนโรงพักแจ้งความเรื่องของหายกับเคน แม้จะมีหน้าตาสะสวย แต่ลักษณะท่าทางและรสนิยมการแต่งกายทำให้เคนเข้าใจว่า หล่อนคงเป็นผู้หญิงพรรณ์อย่างนั้น
มันทำให้เคนเกิดความคึกคะนอง ปากเปราะเอ่ยเกี้ยวพาราสีหญิงสาวผู้นั้น...

      อีกสามวันต่อมา เคนจึงทราบว่า หญิงสาวคนนั้นเป็นเมียน้อยสุดสวาทขาดใจของนายพลตำรวจใหญ่ผู้หนึ่ง เขาทราบพร้อมๆกับคำสั่งย้ายให้เขาออกจากสถานีตำรวจนครบาลไปประจำอยู่ ณ สถานีตำรวจภูธรอำเภอกันดารอย่างยิ่งอำเภอหนึ่งทางอีสาน!

         นั่นคือเหตุการณ์ในเวลาต่อมา เมื่อผู้เขียนได้พบกับเคนอีกครั้ง เมื่อต้นเดือน กรกฎาคม 2505 ในเอาเภอบ๊วยๆ ที่เขาประจำอยู่

      สิบตำรวจเอกเคนยังเป็นหมู่เคนเหมือนเดิมทั้งที่อายุปาเข้าไปเกือบสี่สิบปีแล้ว


   “ที่นี่เห็นจะไม่มีค่อยมีงานหรือคนกระทำผิดให้จับกุมกระมัง ถึงยังไม่ได้เป็นจ่ากับเขาสักที?”
      “ตรงข้ามเลยครับ...”

      เคนเล่าให้ฟังว่า เขาออกเดินทางไปจับกุมคดีผู้ร้ายในหมู่บ้านกันดารต้องขี่ม้าเข้าไปเพียงคนเดียว ที่นั่น ชายคนหนึ่งทำตัวเป็นหมอเถื่อน มันเคยเป็นเด็กร้านขายยาในเมืองมาก่อน หลังจากลาออกจากร้านยา คงจะคิดรวยทางลัด เลยซื้อเข็ม หลอดฉีดยา ฯลฯ ตั้งตัวเป็นนายแพทย์คอยรักษาคน แถมกำนันในตำบลนั้นก็ยังรู้เห็นเป็นใจอีกด้วย

       ในที่สุดหมู่เคนก็จับชายผู้ร้ายได้ และกำลังจะพาตัวหมอเถื่อนผู้นี้ไปดำเนินคดี ในขณะที่เมียหมอเถื่อนเองก็ร้องไห้วิงวอนให้หมู่เคนปล่อยตัวผัวของหล่อน

       กำลังอุตลุดกันนัวอยู่นี้เอง พอดีมีชายคนหนึ่ง วิ่งทะเร่อทะร่าขึ้นกะไดมา เขากระหืดกระหอบบอกพ่อหมอหนุ่มโดยไม่ดูตาม้าตาเรือทันทีว่า ขอให้หมอรีบไปรักษาลูกชายคนเล็กของเขาที่บ้านเร็วๆหน่อย เด็กกำลังจะขาดใจตายอยู่แล้ว!


       แล้วหมอเถื่อนก็ขอร้องหมู่เคน ขอเวลาไปรักษาเด็กคนนี้ก่อน
          “ทุกอย่างอยู่ที่การตัดสินใจของหมู่เพียงคนเดียว ยอมหรือไม่ยอม เท่านั้นแหละ หมู่จะว่าอย่างไร”

          “ทำไมไม่ไปตามอนามัยตำบลมารักษาเด็ก”
           “คุณพระช่วย!” เขาร้องด้วยความพิศวงสุดขีด แต่มันก็ออกมาจากใจจริง

         “หมู่เป็นตำรวจอยู่ที่นี่มาตั้งนาน ไม่รู้หรอกหรือว่าตำบลเราไม่มีอนามัย ไม่มีหมอ ถ้าชาวบ้านเกิดเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมา เราต้องหามกันใส่เกวียนนำไปรักษายังอำเภอหรือโรงพยาบาลจังหวัด กว่าจะถึง ไอ้เกวียนและหนทางนั่นเอง มันฆ่าคนไข้เสียก่อน...”

           “โดยเหตุนี้กระมัง ผมถึงไม่ได้เป็นจ่ากับเขาสักที”




เคนจึงตัดสินใจยอมให้หมอเถื่อนไปรักษาเด็กคนนั้น และตามไปควบคุมตัวด้วย เขาเห็นหมอเถื่อนสามารถรักษาเด็กอย่างคล่องแคล่ว จนท้ายที่สุดอาการของเด็กก็ดีขึ้น และจากนั้น

เขาก็หันมาทางผม ก้มหัว และยื่นข้อมือออกมาให่ผมสวมกุญแจ!

สิ่งที่เคนตอบกับผู้เขียนในตอนท้ายของเรื่องก็คือ

“ไอ้ระยำ! เย็นวันนั้นเอง ผมขี่ม้ากลับโรงพักคนเดียว รายงานกับผู้บังคับกองว่า ผมตามจับตัวหมอเถื่อนรายนี้ไม่ได้ ผู้ต้องหารู้ตัวหลบหนีไปเสียก่อน... ตลอดระยะทางกลับกระทั่งไปยืนปั้นน้ำเป็นตัวให้ผู้กองฟัง ความรู้สึกผมปั่นป่วน ชุลมุนชุลเก มีทั้งความเสียใจ ดีใจ เจ็บใจ เคียดแค้น และขื่นขมละอายใจ สลับกันไปๆมาๆ แหละนี่เองคือสิ่งที่ผมได้บอกคุณมาแล้วในต้นว่า การจับกุมผู้กระทำผิดที่นี่ ไม่เหมือนกับที่นครบาล มันไม่เหมือนกันอย่างไร และทำไมถึงไม่เหมือน? ผมเองก็ไม่เข้าใจมาจนบัดนี้ และคงจะไม่เข้าใจอยู่ตลอดไป”

 

 


           งานเขียนสไตล์นี้เป็นการนำประสบการณ์ชีวิตมาหลอมรวมและเขียนเป็นเรื่องราวออกมาให้ผู้อ่านได้รับรู้ในประสบการณ์ชีวิตนายตำรวจ เช่นเดียวกับประสบการณ์ชีวิตในเหมืองแร่ ของอาจินต์ ปัญจพรรค์ ที่สรรค์สร้าง เรื่องสั้นชุดเหมืองแร่ อันโด่งดัง อ.อุดากร ที่สร้าง เรื่องสั้น“ตึกกรอส”ขึ้นจากประสบการณ์นักศึกษาแพทย์ หรือ ประสบการณ์ชีวิตการเป็นครู ที่นิมิตร ภูมิถาวร สร้าง “แด่คุณครูด้วยคมแฝก”ขึ้นมา เป็นต้น

 

 

 

         เมื่อเทียบกับปัจจุบัน เรื่องสั้นในยุคนั้นอาจจะไม่มีพลอตที่หวือหวา ตื่นเต้นหักมุมหลายซับซ้อนเหมือนนักเขียนรุ่นใหม่ แต่นี่คืออีกหนึ่งต้นธารของงานเขียนวรรณกรรมเรื่องสั้น ที่น่าสนใจอยู่มิใช่น้อย

         ผมขอจบการรีวิวหมู่เคน ด้วยคำขอบคุณของผู้เขียนในหน้าแรกของหนังสือที่ ได้ใจ คนอ่านไปเต็มๆเลยครับ

ปล. แม้จะไม่ใช่การรีวิวงานของคุณจินตวีร์ วิวัธน์ โดยตรง แต่เป็นงานเขียนของพี่ชายท่าน แต่ผมก็คิดว่า หมู่เคน น่าจะจัดไว้ อยู่ในกล่มของจินตวีร์วรรณกรรมด้วยเลยขอนำมาไว้ในห้องนี้แล้วกันนะครับ

>




Create Date : 23 สิงหาคม 2556
Last Update : 23 สิงหาคม 2556 13:41:54 น. 12 comments
Counter : 1256 Pageviews.

 
น่าอ่านจังเลยค่ะ แต่น่าจะหายากแล้วแน่ๆ ยังไม่เคยอ่านงานของพี่ชายคุณจินตวีร์เลย เข้าใจว่าน่าจะมีจุดเด่นตรงฝากอะไรไว้ในคิดของคนอ่านได้ไม่มากก็น้อยนี่แหละค่ะ จำพวกศีลธรรมกับหน้าที่อะไรเทือกนั้นน่ะ


โดย: Kitsunegari วันที่: 23 สิงหาคม 2556 เวลา:16:16:06 น.  

 
ยังไม่เคยอ่านครับ แต่จำได้ว่าเป็นพี่ชายคุณจินตวีร์


โดย: อุ้มสม วันที่: 23 สิงหาคม 2556 เวลา:18:19:02 น.  

 
แค่อ่านหมู่เคนก็อึ้งแล้วค่ะ


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 23 สิงหาคม 2556 เวลา:20:30:13 น.  

 
ท่าทางหนังสือจะเก่ามากๆเลยนะคะ คงหายากแล้ว


โดย: Aneem วันที่: 24 สิงหาคม 2556 เวลา:8:24:30 น.  

 
งานเขียนจากประสบการณ์ชีวิตนี่น่าอ่านมากๆๆๆนะคะ ที่สำคัญมักมีข้อคิดแฝงไว้เสมอค่ะ


โดย: Sab Zab' วันที่: 24 สิงหาคม 2556 เวลา:8:47:37 น.  

 
ชอบคำขอบคุณของผู้เขียนจังเลยค่ะ


โดย: เหมือนพระจันทร์ วันที่: 24 สิงหาคม 2556 เวลา:15:43:43 น.  

 
น่าสนใจจังค่ะ ...ต้องลองไปเมียงมองดูที่ห้องสมุด ไม่รู้จะมีไหมน้อ


โดย: pichayaratana วันที่: 24 สิงหาคม 2556 เวลา:22:44:45 น.  

 
คุณจิ๊บ : งานของปกรณ์ ปิ่นเฉลียว โดดเด่นในด้านเรื่องสั้นมากครับ รู้สึกท่านเขียนเรื่องผีๆไว้หลายเรื่องเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นแนวประสบการณ์ชีวิตตำรวจ

น้องอุ้มสม : ใช่เลยครับ คุณปกรณ์เป็นพี่ชายคนโตครับ เรียกว่า ปิ่นเฉลียว นี่เป็นตระกูลนักเขียนอย่างแท้จริงเลยครับ

คุณพุด : เรื่องอื่นๆก็อึ้งพอกันเลยครับ เป็นสำนวนเฉพาะ บางคำก็ค่อนข้างเก่าไปหน่อย แต่อ่านแล้วได้อรรถรสดีครับ

คุณAneem : เรื่องนี้เจอโดยบังเอิญมากเลยครับ นับเป็นเรื่องสั้นของปกรณ์ ปิ่นเฉลียว ที่มีโอกาสได้อ่านครับ

คุณ Sab Zab' : เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับ

คุณตูน : แค่อ่านคำนำ ทำให้อยากอ่านต่อในเรื่องเลยครับ

คุณ pichayaratana : เรื่องสั้นของคุณปกรณ์มีหลายเรื่องเลยครับ ถ้าในห้องสมุด บางแห่งน่าจะพอมีครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 25 สิงหาคม 2556 เวลา:15:39:52 น.  

 
ท่านเป็นนักเขียนเรื่องสั้นที่สุดยอดมากท่านหนึ่งครับ เรื่องในแนวลึกลับอย่าง เงาอุบาทว์กับตุ๊กแกนรกนั้น อาจแล้วขนลุกซู่เลยทีเดียว


โดย: allreddy วันที่: 28 สิงหาคม 2556 เวลา:21:44:09 น.  

 
คุณหมอภูมิ : เรื่องตุ๊กแกนรก คุ้นๆว่าเคยผ่านตาเหมือนกันครับ ไม่แน่ใจว่าอยู่ในรวมเรื่องสั้นชุดไหน


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 29 สิงหาคม 2556 เวลา:19:17:45 น.  

 
ตุ๊กแกนรกพิมพ์ครั้งแรกน่าจะในชุดคาวคนครับ พิมพ์แรกรู้สึกจะแยกเป็น 3 เล่ม เรื่องนี้อยู่ในชุดที่ 2 ครับ (ต่อมาคาวคนพิมพ์รวมเป็นเล่มเดียว) ต่อมาเรื่องนี้พิมพ์ซ้ำอีกหลายครั้ง ที่ผมจำได้คือชุดตำรวจธุดงค์กับรวมเรื่องผี-ลึกลับของคุณปกรณ์ชุดขวัญสยองครับ ถ้าชอบเรื่องลึกลับน่าจะสะสมเล่มนี้ครับ ปกอ่อน หน้าปกเป็นรูปหัวกระโหลก


โดย: allreddy วันที่: 29 สิงหาคม 2556 เวลา:21:00:43 น.  

 
ขอบคุณมากเลยครับ เรื่องคาวคน เคยเห็นฉบับปกแข็งของบรรณาคาร เหมือนกันครับ เสียดายที่ไม่มีโอกาสได้เปิดอ่านรายละเอียดข้างใน เลยไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไรบ้างครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 30 สิงหาคม 2556 เวลา:8:15:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 61 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.