หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2557
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
2 มีนาคม 2557
 
All Blogs
 
รักเร้น : สายัณห์ ลวพงศ์

เรื่อง : รักเร้น
ผู้เขียน : สายัณห์ ลวพงศ์
ปีที่พิมพ์ : 2513 (พิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารสตรีสาร ปี พ.ศ. 2512)
สำนักพิมพ์ : รวมสาส์น
สองเล่มจบ



        นี่คือนวนิยายเลื่องชื่อของ สายัณห์ ลวพงศ์ นักเขียนรุ่นบรมครู ซึ่งมีผลงานโดดเด่นในยุคหนึ่งของท่านโดยเฉพาะในนิตยสารสตรีสาร หากแต่น่าเสียดายที่ปัจจุบัน ไม่มีผู้ใดนำมาพิมพ์เผยแพร่ให้นักอ่านรุ่นหลังๆได้รู้จักงานเขียนอันมีค่าและน่าสนใจ

          เท่าที่ผมยังเห็นมีวางจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน มีเพียงเรื่องเดียว คือ “วิมานเงา” ของสำนักพิมพ์คลังวิทยา ที่นำมาลดราคาในช่วงงานสัปดาห์หนังสือ ส่วนเรื่องอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น วนมาลิน (ที่เคยรีวิวไปแล้ว) หทัยทิพย์ (นิยายแนวกอธิค) หรือ รักเร้น เรื่องนี้ เป็นนิยายที่หาอ่านได้ยากมากๆเลยทีเดียวครับ

      ผมได้ยินกิตติศัพท์จากเพื่อนนักอ่านท่านหนึ่ง คือคุณดุจจันทร์ ซึ่งได้แนะนำว่า นี่อาจจะเป็นนิยายแนว “กินเด็ก” เรื่องแรกในแวดวงนวนิยายไทย เมื่อดูจากปี พ.ศ. ที่พิมพ์แล้วคือ พ.ศ. 2512 ก็คิดว่า แนวสาววัยทำงานกับเด็กม.ปลาย เรื่องนี้ ในยุคนั้น ยังไม่พบนิยายเรื่องอื่นเลยเหมือนกันครับ ที่เห็นอีกเรื่องก็คือ "ทางสายใหม่" ของ ม.มธุการี แต่ผมจำปี พ.ศ.ที่เขียนไม่ได้แล้วครับ เผื่อเพื่อนนักอ่านท่านอื่นมีข้อมูลหรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันก็ยินดีอย่างยิ่งเลยครับ

    เรื่องราวของรักเร้น เปิดตัว ด้วยคาแรคเตอร์พระเอกที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์อย่างมาก
    พ่อ“เด็กแนว”หรือ "หัวกบฎ"ของเรา ที่สมาชิกในบ้านต่างเรียกกันว่า คุณหนู หรือ นายธิ หรือ สุทธิมาน ศุกรเสวี บุตรชายคนเล็กวัยสิบสองขวบของนายทองแท้ คหบดีนักธุรกิจผู้ร่ำรวย และคุณสายมณี ที่ทั้งห้าว ทั้งเฮี้ยวและใจคอเด็ดเดี่ยวกล้าหาญ เกินกว่าเด็กทั่วไป ซ้ำยังชอบสร้างวีรกรรมเด็ดๆให้พี่ๆ ทั้งสาม คือ คุณจ้อย สุมานี พี่สาวคนโตผู้อ่อนหวานใจดี คุณจี๊ด พี่สาวคนรอง หรือคุณโจ สิทธิมน พี่ชายแสนสุภาพ ต้องปวดเศียรเวียนเกล้าอยู่เป็นประจำ แต่ถึงจะเกเรเหลือร้ายสักเพียงใด คุณธิ ก็มีความรับผิดชอบ และจิตใจดีงาม เป็นที่รักของทุกคน

      สุทธิมาน เคยประทับใจรูปภาพนางแบบสาวคนหนึ่ง อันเป็นเหมือนนางในฝันตั้งแต่เพิ่งแตกเนื้อหน่ม คนที่เด็กชายรู้สึกว่า รอยยิ้มของเธอช่างลึกลับและมีเสน่ห์น่าค้นหาเสียเหลือเกิน เขาเรียกว่าเป็น "รอยยิ้มไอริช" เพราะเคยเรียนมาว่าคนไอริช เวลาส่วนใหญ่จะหน้าตาบึ้งตึง แต่พอยิ้มเมื่อไร โลกทั้งโลกจะสว่างไสวสวยงามไปหมด แต่ นายธิ ก็ยังไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหน ยิ้มได้แบบนางในภาพถ่ายแบบนั้นเลยสักครั้ง

       แต่แล้วใครจะนึกว่า นายธิ คนเก่ง จะมีโอกาสเผชิญหน้า กับแม่สาวรอยยิ้มไอริช ที่ว่านั้น โดยบังเอิญที่สุดในวันหนึ่ง เมื่อบิดา ต้องการให้เขาย้ายโรงเรียนไปเข้ามัธยมปลายในวัยสิบสี่ปี เขาจำใจไปที่โรงเรียนใหม่แห่งนั้นและ เด็กชายเผลอทำธนบัตรหลุดจากกระเป๋าเสื้อ ระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงร้องเรียกจากด้านหลังแว่วๆ

       เขาหันกลับไป และเจ้าของมืออันเรียวบางที่เดินตามมาก็ยิ้มให้อย่างเอ็นดู จนเขาลืมหายใจ มัวแต่มองรอยยิ้มนั้นเพลิน แม้เมื่อหล่อนหยิบธนบัตร ใส่คืนให้กลับกระเป๋าของเขาแล้วพร้อมเสียงเตือนให้ระมัดระวังอย่างผู้ใหญ่ที่เมตตาเอ็นดูเด็ก ก่อนที่เจ้าหล่อนจะเดินกลับออกไป ให้ตายเถิด! นี่เขาลืมกระทั่งคำขอบคุณและแม้แต่จะไถ่ถามชื่อเสียงของเธอเลยด้วยซ้ำ!

       สุทธิมาน รู้สึกละอายใจ เขาเอาเงินค่าขนมที่เพียรเก็บไว้ มาซื้อของขวัญ ตั้งใจว่าวันรุ่งขึ้นจะย้อนกลับไปที่โรงเรียน และนำมามอบให้เพื่อขอไถ่โทษเธอ แต่เขาก็ไม่พบ แม่สาวสวยรอยยิ้มไอริช นั้นเสียแล้ว...

       แท้จริง สาวสวยคนนั้นคือพนาลี กสิภัทร หญิงสาวมีน้องชายชื่อนล ที่เรียนอยู่ปีสุดท้ายของโรงเรียนมัธยมแห่งนี้เช่นกัน พนาลี เรียนจบอาชีวะแล้ว และต้องออกมาเป็นพนักงานบริษัทหางานทำเลี้ยงตัวเองและส่งเสียน้องชายคนเดียว ภายหลังจากบิดาถึงแก่กรรม และคุณย่าที่เคยอุปการะก็จากไป ส่วนมารดาของเธอนั้นเล่า

     หญิงสาวพยายามลืมคุณนภา แม่ที่ทิ้งเธอและน้องชายไปอย่างเลือดเย็นตั้งแต่วัยเยาว์ หลังหย่าขาดจากสามีแล้ว หญิงสาวก็ทราบแต่เพียงว่า เธอไปแต่งงานใหม่กับนายจรัส ปฐมวงศ์ ซึ่งก้าวหน้าในหน้าที่การงานจนกลายเป็นอธิบดี พร้อมกับมีครอบครัวลูกๆอีกสามคน อย่างมีความสุขไปแล้ว...

       พนาลี มีคู่หมั้นเป็นนายตำรวจชื่อสินธร ทั้งคู่ตั้งใจว่าจะแต่งงานกัน แต่หญิงสาวมีภาระต้องส่งเสียนล น้องชาย ที่ตั้งใจว่า จะเรียนต่อแพทย์ ในมหาวิทยาลัย ทำให้ต้องเลื่อนแผนการนั้นออกไปก่อน สินธร ได้รับคำสั่งให้ย้ายไปประจำการชายแดน และในช่วงหนึ่งของการออกปราบปรามผู้ก่อการร้ายเขาถูกยิงเสียชีวิต

      กลุ่มสหายในที่ทำงานของพนาลี อย่าง ศศี ธัญญา รวมทั้งหัวหน้าที่ชื่อเพ็ญโฉมต่างเอ็นดูหล่อน และด้วยบุคลิกที่เป็นผู้ใหญ่เกินวัย ทำให้ทุกคนพร้อมใจกันเรียกเธอว่า “ยาย” เพ็ญโฉม มีอาคือสายมณี ซึ่งเป็นมารดาของสุทธิมาน กำลังจะจัดงานเลี้ยงส่ง ลูกสาวคนโตไปเรียนเมืองนอก ก็เลยชวนเพ็ญโฉมและเพื่อนๆรวมถึงพนาลี ให้ไปในงานนี้ด้วยกันที่บางละมุง แต่บังเอิญ นลสอบติดทันตแพทย์ หล่อนก็เลยตั้งใจจะเลี้ยงน้องชายและสหายของเขา รวมถึงเพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่ง ที่นลชื่นชอบ นิสัยใจคอ และเอ่ยชมให้เธอฟังบ่อยๆ ว่าชื่อ “คุณธิ” โดยที่ พนาลีไม่รู้เลยว่า นั่นคือเด็กหนุ่มที่หลงใหลใฝ่ฝัน และพยายามตามหาเพื่อให้รู้จักกับตัวเธอนั่นเอง

        เวลาผ่านไป จากเด็กชายจอมเฮี้ยว ไม่ยอมใคร บัดนี้ สุธิมาน ศุกรเสวี ก็เริ่มเข้าเรียนนิติศาสตร์ในมหาวิทยาลัย แม้จะยังเยาว์วัยอยู่ แต่เขาก็เป็นเด็กหนุ่มที่แน่วแน่และมั่นใจในตัวเอง เมื่อเขาปักใจแล้ว ว่าจะพยายามตามหา แม่สาวรอยยิ้มไอริช คนนั้น ที่ขโมยหัวใจเขาไป โดยไม่รู้จักแม้แต่ที่อยู่ และชื่อเสียงเรียงนาม นอกจากชื่อที่เพื่อนของหล่อนเรียกว่า “คุณยาย” แต่เขาก็ต้องตามหาหล่อนให้พบ ไม่มีสตรีคนไหนที่ทำให้เด็กหนุ่มอย่างเขารู้สึกโหยหาและอยากรู้จักได้มากเท่ากับเธออีกแล้ว

      ทำไมเขาถึงพะวงและใฝ่ฝันถึงหล่อนนัก สุทธิมานเริ่มคิดอีก เขาตอบไม่ถูก รู้แต่ว่าเมื่อต้องการสิ่งใดเขาต้องเสาะแสวงมาให้ได้ ถ้าเป็นสิ่งที่ต้องทำขึ้นเองด้วยปัญญาและความสามารถ เขาจะทำ ก็... ไม่เห็นเหลือบ่ากว่าแรงสักอย่าง ยิ่งได้มาด้วยความยากลำบากยิ่งดี ไม่เห็นจะมีความหมายสักหน่อย ถ้าได้สิ่งใดสิ่งหนึ่งมาอย่างง่าย

    และเขาก็มีโอกาสพบหล่อนได้ราวกับความฝัน เมื่อเห็นหญิงสาวยืนตากฝนรอรถอยู่ในระหว่างที่เขาขับรถผ่านมาเห็นเข้าพอดี สุทธิมานไม่รีรอที่ลงจะไปช่วยเหลือ อาสาพาหล่อนไปส่งที่บ้านสวน และนั่นทำให้เขามีโอกาสได้มอบของที่ระลึกที่ตั้งใจเก็บเอาไว้ เพื่อขออภัยต่อเธอให้กับพนาลี อีกด้วย เขารับรู้ว่าพี่นล รุ่นพี่โรงเรียนมัธยมที่ไปเรียนทันตแพทย์ เกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตไปแล้ว แม้จะเหลือเพียงตัวคนเดียวแต่เธอก็ใช้ชีวิตอย่างเข้มแข็งเพียงลำพัง ภายหลังเหตุการณ์ในวันนั้นทำให้เด็กหนุ่มเป็นหวัด และถึงกับนำชื่อหล่อนไปเพ้อ ให้นายทองแท้ บิดา และคุณสายมณี ถึงกับประหลาดใจ

    “จนโตเป็นหนุ่มแล้วยังเพ้อถึงคุณยายอยู่อีกเรอะลูก โถ พ่อคุณเพ้อถึงยายด้วยแน่ะ”
      เด็กหนุ่มได้แต่เออออห่อหมกไปกับคุณ ยายตัวจริง โดยที่ท่านไม่รู้เลยว่า ความรักของเขาต่อหญิงสาวชื่อ “ยาย”นั่นหาก ที่เขาเร้นหลบ จากสายตาและความรู้สึกของทุกคนอยู่ในเวลานี้ รวมถึงบรรดาสหายนักกีฬาด้วยกันอีก...
       “นายธิ กำลังจะข้ามรุ่น นึกว่าจีบใครที่ไหน ที่แท้ก็พี่สาวของพี่นล...”

       ในที่สุดเมื่อความรักแน่นอกจนจวนเจียนระเบิด นายธิ คนกล้า ก็ตัดสินใจ ไปสารภาพบอกเล่าเหตุการณ์ประทับใจ หญิงสาวในเสื้อสีน้ำเงินที่เคยช่วยเก็บเงินที่เขาเผลอทำหล่นเอาไว้ในอดีตหลายปีก่อน  พนาลี เพิ่งจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้ ไม่น่าเชื่อเด็กหน่มมัธยมคนนั้น คือหนุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยร่างสูงใหญ่ล่ำสัน และใบหน้าคมเข้มคนนี้เองหรือ?

    “ผมคงไม่รู้อะไรเลย ถ้าผมไม่ใช่เด็กคนนั้นเมื่อหลายๆปีก่อนโน้น” เสียงห้าวทุ้มดูจะฟังนุ่มหูยิ่งขึ้นเมื่อพูดต่อไป “คุณยายคงไม่รู้หรอกว่า ผมตามหาคุณยายเกือบทั่วโรงเรียน มองเห็นอีกทีก็กำลังเดินอยู่ที่ถนน ตรงไปยังประตู ผมวิ่งตามแต่ไม่ทัน ได้เห็นแต่รถสีน้ำเงินแก่คันหนึ่งรับคุณยายแล่นจากไป”
 

  “ตามหาฉันทำไมคะ”
      “ความรู้สึกขณะนั้นก็คืออยากจะขอบคุณ”
        “ขอบตอนนั้นไม่ทันจะขอบตอนนี้ ก็ได้นี่”
   

  “ตอนนี้น่ะหรือครับ” นัยน์ตาของสุทธมานจุดประกายขึ้นทันที “ผมไม่อยากเพียงแต่จะขอบคุณหรอกครับ มันกระจิริดนัก ผมอยากเป็นทาสของคุณยายเสียแหละมากกว่า”
     ดูเถอะ คนหนอคน ช่างหาช่องทางเลี้ยวไปจนได้ อยู่มาจนป่านนี้ ยังไม่เคยโดนใครทระนงองอาจกล่าววาจายอกย้อนให้ฟังสักที
     “รู้ตัวหรือเปล่าว่าพูดอะไรออกมา” เสียงขู่ฟ่ออยู่ในคอพร้อมกับนัยน์ตาวับๆ
          “ทำไมต้องเกรี้ยวกราดกับผมล่ะครับ” ทั้งเสียงและสีหน้าของสุทธมานกลับอ่อนโยนมากขึ้น “เรื่องอย่างนี้พูดโดยไม่รู้ตัวมีหรือ หรือว่าคุณยายเห็นว่าเป็นเรื่องที่จะพูดกันเล่นแบบฝันลมๆแล้งๆ”
          พนาลีนิ่ง หล่อนกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่างจากนัยน์ตาคู่นั้น
        “ผมไม่ได้ละเมอ ไม่ได้ฝัน สติยังสมบูรณ์อยู่ ทำไมนะ การพูดความจริงเป็นของน่ารังเกียจหรือ”
         “การพูดความจริงไม่น่ารังเกียจ” หญิงสาวตอบเบาๆ “แต่... เอ้อ...เอ้อ...”

      “การที่ผมรักคุณยายน่ารังเกียจ” เขาต่อข้อความให้อย่างคนใจเร็ว “ยังงั้นใช่ไหมครับ?”

      เป็นไงครับ การรุกเพื่อสารภาพรักของพระเอกเรื่องนี้ แม้จะอ่อนประสบการณ์ด้านอายุ แต่ดูเหมือนประสบการณ์ชีวิต จะเหนือชั้นกว่านางเอกของเราเยอะเลยครับ แม้แต่เหตุผล และความมุ่งมั่น ที่จะ “รัก” พนาลี “คุณยาย”ของเขา โดยไม่เกี่ยงเรื่อง “อายุ” ที่ต่างกัน เลยสักนิดเดียว

     “คุณทนฟังคำวิพากษ์วิจารณ์ของใครๆได้หรือ?”
       “พูดให้ง่ายก็คือการนินทา” สุทธิมาน ทำเสียงเบื่อหน่าย “แต่อันที่จริงถ้าเขาคิดจะนินทาก็คงไม่นินทาให้ได้ยิน หรือถ้าจะเผอิญมาเข้าหูมั่ง ถ้าเขาเมื่อยปากก็หยุดไปเอง”
       “สรุปแล้ว ฉันว่าคุณเลิกคิดเสียดีกว่า” พนาลี ตัดบทง่ายๆ
        “เลิกคิดเรื่องไหนครับ” นัยน์ตาของเขายิ้มๆขึ้นมาอีก ทั้งปากก็ยิ้มตามมา และยิ้มมากขึ้น เมื่อเห็นสายตาเกรี้ยวๆของอีกฝ่ายหนึ่ง เสียงก็พลันอ่อนโยนลงเมื่อพูดต่อไป
        “ถ้าให้เลิกฟังเสียงนกเสียงกาจากปากคนที่ชอบพูดเรื่องคนอื่นละก็ผมเลิกได้ แต่ถ้าจะให้เลิกรักคุณยาย ผมเลิกไม่ได้หรอกครับ”
        

       “ขาดความเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง” เสียงเบาแต่จริงจังนัก
       “ประการทั้งปวงของคุณยาย ผมแลเห็นอยู่ข้อเดียว” เสียงเป็นงานเป็นการไม่แพ้กัน “คือความแตกต่างเรื่องอายุ”
     “เผอิญเป็นข้อสำคัญเสียด้วย”
         “แต่ผมไม่เห็นสำคัญสักนิด ใครเป็นคนสร้างกฏเกณฑ์ว่าผู้ชายจะรักผู้หญิงที่เกิดก่อนไม่ได้ ผมอยากรู้”
       “ไม่มีใครสร้าง แล้วก็ไม่ใช่กฏเกณฑ์ แต่เมื่อไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสม ใครๆก็เลยไม่ยึดถือว่าน่าปฏิบัติ”
    “เผอิญผมก็ไม่ค่อยจะเหมือนใครเสียด้วย”
      “รั้น!”


           แน่นอนว่าในนวนิยายขนาดเกือบสองพันหน้า (สองเล่มจบ) เรื่องนี้ ต้องเต็มไปด้วยเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านเข้ามาเพื่อทดสอบชีวิตรักและความมั่นคง เด็ดเดี่ยวของ นายธิ ไม่ว่าจะเป็น ทัศนคติเรื่องการครองคู่ในยุคนั้นหรือ หญิงสาวในวัยเดียวกับเขา อย่างแจ่มนภา ซึ่งเป็นเป็นลูกของคุณนภา แม่ของพนาลี ที่เกิดกับอธิบดีจำรัส สามีคนใหม่ เข้ามาพัวพัน เป็นตัวแปรต่างๆ แต่สุดท้ายแล้ว ด้วยความมั่นคงในรักของ “นายธิ” ก็นำพาให้เขาและพนาลี เดินทางมาสู่ปลายทางแห่งความรักร่วมกันอย่างมีความสุข

ปล. คุณดุจจันทร์ ถ้ามีโอกาสรบกวนติดต่อทางหลังไมค์ หรือ ที่อีเมล์ของผมด้วยนะครับ พอดีผมติดต่อทางเมล์เดิม ไม่แน่ใจว่าได้เปลี่ยนอีเมล์ใหม่หรือเปล่าครับ


(จากปก รูปบน เป็นเล่มสองครับ ส่วนรูปล่าง คือเล่มหนึ่งครับ)





Create Date : 02 มีนาคม 2557
Last Update : 2 มีนาคม 2557 17:59:41 น. 22 comments
Counter : 1480 Pageviews.

 
แวะมาอ่านรีวิวค่ะ...เรื่องนี้ก็น่าสนใจ แต่คงหาอ่านยากมากๆแน่เลยค่ะ


โดย: Aneem วันที่: 2 มีนาคม 2557 เวลา:19:13:47 น.  

 
แวะมาอ่านรีวิวนะคะ น่าอ่านมากเลยค่ะ


โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 2 มีนาคม 2557 เวลา:20:16:51 น.  

 
น่าอ่านมากเลยค่ะ


โดย: jackfruit_k วันที่: 2 มีนาคม 2557 เวลา:23:08:14 น.  

 
แวะมาอ่านรีวิวค่ะ


โดย: Prophetdoll Oui (Pdจิงกุเบล ) วันที่: 3 มีนาคม 2557 เวลา:10:36:29 น.  

 
อ่านไวมากครับคุณหมอก :D


โดย: allreddy IP: 192.99.14.36 วันที่: 3 มีนาคม 2557 เวลา:12:36:25 น.  

 
แวะมาอ่านรีวิวครับ


โดย: Nat_NM วันที่: 3 มีนาคม 2557 เวลา:13:08:28 น.  

 
น่าอ่านมากเลยง่ะ แล้วหนอนจะหาอ่านได้จากไหนล่ะคะนี่


โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 3 มีนาคม 2557 เวลา:14:01:44 น.  

 
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

แทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเอง ในที่สุดก็ได้เห็นรีวิวนิยายเรื่องนี้จากคุณสามปอยหลวง
ดีใจด้วยมากๆนะคะที่ได้มีโอกาสอ่านนิยายเรื่องนี้แล้ว และก็รีวิวไว้ได้ดีและละเอียด เป็นประโยชน์กับเพื่อนนักอ่านคนอื่นๆด้วยค่ะ เพราะนิยายเรื่องนี้หายากมากๆ

ขอบคุณสำหรับเครดิตนะคะ แต่มีพี่อีกคนที่เราอยากให้เครดิตไว้ด้วยคือพี่ทิพค่ะเพราะเป็นคนที่แนะนำนักเขียนสายัณห์ ลวพงษ์ ให้ได้รู้จักค่ะ รวมถึงรักเร้นเรื่องนี้ด้วย

พรุ่งนี้จะพยายามติดต่อคุณสามปอยหลวงกลับไปนะคะ ยังใช้เมลเดิมของบริษัทค่ะ ยังไม่ได้สมัครเมลส่วนตัวเลย ....ต้องขอโทษด้วยที่เราไม่ค่อยจะโซเชียลนักค่ะ

ขอบคุณอีกครั้งนะคะ สำหรับรีวิวรักเร้นค่ะ


โดย: ดุจจันทร์ IP: 49.48.13.64 วันที่: 3 มีนาคม 2557 เวลา:21:24:17 น.  

 
ต้องขออนุญาตกรี๊ดๆๆๆๆๆนะคะ ขอบคุณสามปอยหลวงมากๆค่ะ
รวมทั้งคุณดุจจันทร์ด้วยที่ทำให้ได้อ่านรีวิวเรื่องนี้

ได้เคยเป็นเจ้าของหนังสือเล่มนี้ แต่ถูกปลวกกิน ทั้งรักเร้นและวิมานลวงที่ซื้อหาเก็บไว้ตั้งแต่เรียนมัธยมปลาย พยายามตามหาจนได้วิมานลวงมาอีกครั้งแม้สภาพจะไม่งามแต่มีค่ามากสำหรับเรา

ตอนนี้ตามหารักเร้นตลอดตามตลาดหนังสือเก่ายังไม่เจอเลยค่ะ

ขอบคุณจริงๆค่ะ เหมือนเจอเพื่อนเก่าในอดีต ขอติดตามเป็แฟนคลับหนังสือด้วยนะคะ


โดย: HongDaYa วันที่: 4 มีนาคม 2557 เวลา:8:06:33 น.  

 
ว๊าว Blog นี้ช่างนิยายที่ทำให้ตื่นตา ตื่นใจได้อยู่เสมอเลย
และเล่มนี้ก็เป็นอีกเรื่องนึง ที่เกิดไม่ทันปีที่พิมพ์


โดย: Serverlus วันที่: 4 มีนาคม 2557 เวลา:23:35:36 น.  

 

แวะมาอ่านรีวิวค่ะ น่าอ่านและคงหายากมากๆ


โดย: กล้ายางสีขาว วันที่: 5 มีนาคม 2557 เวลา:13:25:57 น.  

 
ดูจากปีที่พิมพ์แล้วชวนขลังมากค่ะ ยังไม่เกิด
ยังดีนะ ที่ การกินเด็ก มิใช่แนว 555
จึงไม่ต้องทุรนทุราย อยากได้อยากอ่าน
เพราะคงจะหาได้ยากมากกก


โดย: prysang วันที่: 5 มีนาคม 2557 เวลา:23:57:59 น.  

 
คุณ HongDaya คะดีใจจังค่ะที่เจอคนที่รู้จักสายัณห์ ลวพงษ์ เพราะนามปากกานี้หาคนรู้จักน้อยมากค่ะ เคยไปถามนักเขียนอาวุโสท่านหนึ่งว่ารู้จักมั๊ย ท่านก็ไม่รู้จักเหมือนกันค่ะ ตอนนี้เลยอยากรู้จักประวัติของคุณสายัณห์ ลวพงษ์ จังว่าท่านเป็นใครมาจากไหนยังไง เสียดายว่าท่านมีผลงานทิ้งไว้แค่ไม่กี่เล่มเอง ดีใจมากๆที่ตัวเองสามารถสะสมผลงานของท่านไว้ได้ครบ โดยเฉพาะเล่มล่าสุดจากความเอื้อเฟื้อและมีน้ำใจของคุณสามปอยหลวง ขอบคุณจากหัวใจเลย ....ไม่รู้จะตอบแทนยังไงถึงจะให้สมกับความรู้สึกขอบคุณ ขออุดหนุนผลงานแทนละกันนะคะ (งานหนังสือคราวที่แล้ว สอยเลศนวารา กับ บุษบาทมิฬ เอาไว้แล้ว ^_^)

จริงๆแล้วเราชอบ หทัยทิพย์ มากกว่า รักเร้น นิดๆนะคะ ชอบสำนวนการเขียนพรรณาโวหารของท่านค่ะ ท่านเขียนบรรยายสภาพบรรยากาศของกรุงเทพเมืื่อปีพ.ศ. 2513 ได้เห็นชัดเจน เหมือนเรามองเห็นกรุงเทพด้วยตาของเราเองเลย แนวเรื่องก็ออกสืบสวนสอบสวน ขะมุกขมัว แต่ดูทันสมัยแม้ว่าจะเขียนมานานถึงสี่สิบกว่าปีแล้ว ถ้ามีโอกาสเราอยากแนะนำหนอนยุคใหม่ ให้ลองไปหาอ่านงานเขียนเก่าๆแต่มีคุณภาพแบบนี้ดูบ้างนะคะ ลองเปลี่ยนบรรยากาศเปลี่ยนอารมณ์พักความรู้สึกจากสำนวนเขียนของนักเขียนสมัยนี้ดูบ้างค่ะ หลายเล่มน่าสนใจทีเดียว

ขอบคุณคุณสามปอยหลวงมากนะคะสำหรับรีวิวและน้ำใจค่ะ


โดย: ดุจจันทร์ IP: 49.48.13.64 วันที่: 6 มีนาคม 2557 เวลา:19:41:00 น.  

 
แวะมาอ่านรีวิว งานเขียนที่เก่ามากๆ บางทีก็ไม่กล้าอ่านค่ะ...ไม่ใช่อะไรนะคะ อ่านแล้วกลัวจะหลับ อิอิ และชื่นชมปกหนังสือนะคะ ชอบปกหนังสือค่ะ


โดย: ชบาหลอด วันที่: 6 มีนาคม 2557 เวลา:23:45:36 น.  

 
คุณหวานเย็นฯ : เป็นเรื่องที่น่าอ่านมากเลยครับ

คุณAneem : ยอมรับครับว่าเรื่องนี้หาอ่านยากมากๆ อาจเป็นเพราะชื่อคนเขียนที่ปัจจุบัน แทบไม่มีใครรู้จักกันแล้วก็ได้ครับ แต่เนื้อเรื่องผมว่ายังทันสมัยอยู่ไม่น้อยเลยครับ

คุณ jackfruit_k : เป็นนักเขียนที่มีสำนวนดี อ่านสนุกเพลิดเพลินเรื่องหนึ่งเลยครับ

คุณProphetdoll Oui (Pdจิงกุเบล ) ขอบคุณมากเลยครับ

คุณ Nat_NM : ขอบคุณมากเลยครับ

คุณหมอภูมิ : ตอนได้หนังสือมารีบเปิดอ่านก่อนเพื่อนเลยครับ แล้วก็พบว่า เป็นอีกเรื่องที่วางไม่ลงจนจบเลยครับ เลยต้องขอลัดคิวเรื่องอื่นมารีวิวก่อน

คุณnonnoiGiwGiw : แนะนำ "วิมานเงา" ของคนเขียน คนเดียวกันครับ เรื่องนี้ยังมีวางจำหน่ายของบูทคลังวิทยา ในงานสัปดาห์หนังสือฯ อยู่บ้างเหมือนกันครับ

คุณหน่อย : ด้วยความยินดีครับ ผมเองเวลาสะสมหนังสือแล้วได้พบกับหนังสือที่เรารอคอยเก็บสะสมมานานได้สำเร็จ ก็มีความสุขมากเลยครับ อีกอย่าง การเขียนรีวิวบล็อกนี้ก็อยากจะให้เพื่อนนักอ่านรุ่นใหม่ๆ ได้รู้จักผลงานนักเขียนรุ่นครูท่านอื่นๆเท่าที่ผมเคยอ่านมาด้วยครับ รวมทั้งมีโอกาสแลกเปลี่ยนข้อมูลการอ่านกับเพื่อนนักอ่านด้วยครับ งานบางชิ้น ก็ได้เรียนรู้ รู้จักผ่านทางบล็อกนี้เหมือนกันครับ ส่วนประวัติของท่านผมก็พยายามค้นห้าเหมือนกันครับ แต่ไม่พบเลย ถ้ามีโอกาสค้นหาพบจะนำมาเขียนประกอบนะครับ หรือเพื่อนนักอ่านท่านอื่นจะช่วยเสริมด้วยก็ยินดียิ่งครับ

คุณ HongDaYa : ถ้ามีโอกาสเจอเรื่องนี้จะแจ้งไปทางหลังไมค์ให้นะครับ เข้าใจความรู้สึกที่หนังสือถูกปลวกกินเลยครับ ล่าสุดที่น้ำท่วมบ้าน อุตส่าห์เก็บหนังสือไว้ในตู้พ้นน้ำเรียบร้อย กลายเป็นว่าปลวกหนีน้ำขึ้นมากินจนเกลี้ยงไปหลายเล่มเหมือนกัน

คุณชบาหลอด : เป็นหนังสือปกสวยเล่มหนึ่งเลยครับ

คุณบอล : เป็นเรื่องที่หาอ่านยากมากเรื่องหนึ่งเลยครับ

คุณ prysang : ลุ้นให้รอพิมพ์ใหม่อย่างเดียวครับเรื่องนี้

คุณServerlus : คุณสายัณห์ ลวพงศ์ เป็นนักเขียนรุ่นเก่าที่น่าจะมีผลงานอยู่แค่ในช่วงปี พ.ศ.2510-2515 เท่านั้นเองครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 7 มีนาคม 2557 เวลา:8:36:34 น.  

 
หาหนังสือเล่มนี้มานานมาก อยากได้มากค่ะพอจะหาซื้อได้ไหมคะ


โดย: ตุ๊กตา IP: 202.57.152.4 วันที่: 17 มีนาคม 2557 เวลา:18:37:15 น.  

 
คุณตุ๊กตา : ต้องลองหาตามเว็บขายหนังสือเก่าครับ อย่างล่าสุดคือเว็บร้านหนังสืออาทิตย์ที่ผมลิงก์ไว้ครับ รู้สึกว่า ของคุณสายัณห์ จะมีเรื่องหทัยทิพย์ อยู่นะครับ
ส่วนอีกทางหนึ่ง ลองดูตามร้านขายหนังสือเก่าครับ ของสวนจตุจักร ผมเห็น "วนมาลิน"วางขายอยู่เช่นกันครับ แต่เรื่องรักเร้น นี่หายากพอสมควรเลยครับ ต้องรอจังหวะดีๆครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 17 มีนาคม 2557 เวลา:19:30:27 น.  

 
คุณสามปอยหลวงคะ หากเจอหนังสือเรื่องนี้รบกวนแจ้งด้วยได้ไหมคะอยากได้มาก เป็นเรื่องที่อ่านครั้งแรกตั้งแต่ลงในนิตยสาร ชอบมากค่ะ


โดย: ตุ๊กตา IP: 202.57.152.4 วันที่: 18 มีนาคม 2557 เวลา:8:03:19 น.  

 
ด้วยความยินดีครับ คุณตุ๊กตาทิ้งเบอร์อีเมล์ ไว้ก็ได้ครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 18 มีนาคม 2557 เวลา:10:44:40 น.  

 
mail : patcharcster@gmail.com รบกวนด้วย ขอบคุณค่ะ


โดย: ตุ๊กตา IP: 203.113.98.4 วันที่: 18 มีนาคม 2557 เวลา:13:09:50 น.  

 
คุณสามปอยหลวงคะ
เคยอ่านเรื่องรักเร้นค่ะ แอบเอาไปให้เพื่อนยืมแล้วหายไป คุณแม่เสียใจมาก เพี้ยงขอให้พิมพ์ใหม่ จะได้ไถ่โทษ..คุณแม่ก็91แล้วแต่จำรักเร้นได้แป๊ะๆๆ


โดย: Jane IP: 1.47.8.25 วันที่: 10 มิถุนายน 2560 เวลา:0:14:32 น.  

 
สวัสดีครับคุณ Jane เป็นเรื่องที่หายากมากๆ เรื่องหนึ่งเลยครับ ผมเคยมีโอกาสเจอ แค่สองครั้งเองครับ ครั้งแรกซื้อไม่ทันเสียด้วย
นิยายของ คุณสายัณห์ ลวพงศ์ ที่ยังพอเห็นอยู่บ้าง คือ วิมานเงา ที่พิมพ์กับสำนักพิมพ์ คลังวิทยาครับ
อีกห้าเรื่องคือ แสนงอนซ่อนงาม รักเร้น คอยก่อนความรัก หทัยทิพย์ และวนมาลิน แทบไม่เจอเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 13 มิถุนายน 2560 เวลา:8:27:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 62 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.