Your Weakness Causes








หากคุณมีอาการสมองมึนงง ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง เหมือนพลังในร่างกายถูกสูบ
ไปจนหมดตัว ลองพิจารณาจากสาเหตุต่างๆ เหล่านี้ดู แล้วหาวิธีแก้ไขนะคะ ……..


1.การใช้โทรศัพท์มากเกินไป
การสูญเสียน้ำในร่างกายไปทางปากขณะพูด เป็นอาการที่เรียกว่า “phone-fatigue”
ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่สำหรับพนักงานตามศูนย์บริการลูกค้า อาการขาดน้ำนี้ทำให้เลือดแข็งตัว
และลดปริมาณออกซิเจนในระบบที่เป็นตัวให้พลังงาน
ดังนั้น หากคุณต้องใช้โทรศัพท์เป็นเวลานาน ควรดื่มน้ำมากๆ ในระหว่างการสนทนา

2.ความดันเลือดต่ำ
ความดันเลือดต่ำคือสาเหตุใหญ่ของการอ่อนเพลีย หรือหมดแรง เพราะเลือดส่งไปเลี้ยงสมอง
ไม่เต็มที่ อาการที่พบได้บ่อยที่สุดในคนที่มีความดันเลือดต่ำก็คือ รู้สึกหน้ามืดเวลาลุกขึ้นอย่าง
รวดเร็ว หรือเวลาที่ต้องยืนนานๆ หากคุณมีอาการเหล่านี้ควรรีบปรึกษาแพทย์

3.การเล่นเน็ตดึกมากจนเกินไป
ฮอร์โมนเมลาโทนิน ( Melatonin) จะกระตุ้นการนอนหลับ แต่แสงจากจอคอมพิวเตอร์ ทำให้เราหลับยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกำลังดูสิ่งที่สนใจอยู่ จึงทำให้นอนดึกและมีเวลานอนหลับน้อยลง ให้ลองพยายามทำสิ่งอื่นๆ ที่ผ่อนคลายมากกว่า เช่น การอ่านหนังสือ

4.การกินอาหารไม่เต็มที่
การเฝ้ารออาหารจะเป็นการเพิ่มปริมาณน้ำย่อย และทำให้ร่างกายดูดซับสารอาหารได้มากขึ้น
หนึ่งในสาเหตุของความอ่อนเพลียที่พบมากในผู้หญิงเนื่องมาจากการขาดธาตุเหล็ก
ดังนั้น จงจำไว้เสมอว่า ไม่ว่าอะไรที่สามารถเพิ่มระดับของสารอาหาร ก็จะสามารถเพิ่มทั้ง
พลังใจและพลังกายได้ด้วย

5.การไม่ออกกำลังกาย
นักวิจัยพบว่า 30% ของคนที่ออกกำลังกายอย่างน้อย 20 นาที แม้เพียงอาทิตย์ละครั้ง
จะรู้สึกอ่อนเพลียน้อยกว่าคนที่ไม่ออกกำลังการเลย
ดังนั้น หากรู้สึกว่าการออกกำลังเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ให้ลองเพิ่มปริมาณผักและผลไม้
คนที่กินผักผลไม้อย่างน้อย 4-5 จานต่อวันจะสามารถออกกำลังกายได้อย่างสบายๆ

6.อิทธิพลของเดือนเกิด
ถ้าคุณเกิดเดือนธันวาคม หรือ มกราคม จะรู้สึกอ่อนเพลียในช่วงเย็นมากกว่าคนที่เกิดในเดือน มิถุนายน หรือ กรกฎาคม ที่มักจะมีอาการขี้เซา ง่วงเหงาหาวนอนในตอนเช้า
นักวิทยาศาสตร์พบว่า
- การได้สัมผัสกับแสงแดดยามเช้าประมาณ 15 นาที จะทำให้คนประเภทหลังตาสว่าง
- การดื่มกาแฟยามบ่ายจะเป็นการเพิ่มพลังให้กับคนประเภทแรก

7.กรามแข็ง
คุณสามารถใส่นิ้ว 3 นิ้วเรียงเป็นแนวตั้งเข้าปากพร้อมกันได้หรือไม่
ถ้าไม่ได้ คุณอาจมีปัญหาที่เรียกว่าโรค TMJ (Temporomandi Bular Joint)
ซึ่งเป็นความไม่สมดุลย์ระหว่างกล้ามเนื้อใกล้กรามและตำแหน่งของฟัน
อาการทั่วไปที่แสดงออกคือ อ่อนเพลีย ปวดหัว ปวดคอ หรือไหล่ จึงควรปรึกษาทันตแพทย์

8.หน้าต่างสกปรก
จากการวิจัยพบว่า 88% ของบ้านทั่วไปมักจะมีราขึ้นตามหน้าต่าง
และเชื้อราเหล่านี้เองคือสาเหตุหนึ่งของโรคภูมิแพ้ ตลอดจนอาการอ่อนเพลียต่างๆ
ดังนั้น ให้หมั่นใช้ผงซักฟอกทำความสะอาด และเปลี่ยนผ้าม่านอาบน้ำเมื่อพบว่ามีราเกิดขึ้น

9.ผ้าห่มไม่ได้นำไปไปผึ่งแดด
ระดับความชื้นที่สูงจะทำให้ไรฝุ่นเจริญเติบโตได้ดี และกระตุ้นให้เกิดการอักเสบของหลอดลม
ในปอด ทำให้หายใจติดขัดและนอนหลับไม่สนิท เป็นสาเหตุของความอ่อนเพลียในวันต่อมา
จึงควรหมั่นนำผ้าห่มผึ่งแดดเป็นประจำ

10.ความเชื่องช้า งุ่มงาม
ร่างกายจะใช้พลังงานมากขึ้นเมื่อคุณเชื่องช้างุ่มง่าม เพราะปริมาณกลูโคสเข้าสู่สมองน้อยลง
คุณจึงเกิดอาการอ่อนเพลีย การผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดสามารถทำได้โดยการ
เหวี่ยงแขนไปทางด้านหน้าและหลัง สลับกันทั้งซ้ายและขวา

11.การอยู่ใกล้กับคนที่มองโลกในแง่ร้าย
หากคุณได้สัมผัสกับคนที่มองทุกอย่างในแง่ร้าย จะฉุดพลังในตัวคุณให้ลดลงหรือหดหายไปได้
ดังนั้น เพื่อลดอิทธิพลของพวกเขาเหล่านี้ ให้คุณจินตนาการว่ากำลังใส่เสื้อคลุมสีดำในเวลา
ที่คุยกัน ก็จะสามารถยับยั้งไม่ให้คุณถูกดูดพลังแง่ลบจากพวกเขาได้

12.การอยู่ใกล้เครื่องใช้ไฟฟ้ามากเกินไป
ขั้วบวกที่มาจากอุปกรณ์อีเล็กโทรนิกส์ หรือเครื่องปรับอากาศ อาจกระตุ้นให้เกิดฮอร์โมนที่ทำให้เกิดอาการอ่อนเพลียและซึมเศร้า การเสริมพลังในอากาศสามารถทำได้โดยการเสียบปลั๊กตัวแปลงขั้วไฟฟ้าเพื่อเป็นการเพิ่มระดับของขั้วลบ

13.การลืมดื่มกาแฟในตอนเช้า
การไม่ได้ดื่มกาแฟยามเช้า อาจทำให้พลังกายและพลังใจของคุณตกวูบลงได้
จากงานวิจัยพบว่า50% ของผู้ร่วมวิจัย มีอาการอ่อนเพลียหากไม่ได้ดื่มกาแฟในช่วงเช้าของวัน
แต่ก็มีอีก 13% ที่ไม่เกิดอาการดังกล่าวนี้เลย

14.บ้านรกรุงรัง
ผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยบอกว่า สิ่งของที่กองเกะกะรกรุงรัง จะส่งผลทำให้สถานที่นั้นขาดพลัง
และพลอยทำให้คุณขาดพลังไปด้วย แต่คุณก็ไม่จำเป็นต้องถึงกับเก็บข้าวของทุกอย่างในทันที
ทุกครั้ง แค่หมั่นสะสางพื้นที่อาทิตย์ละครั้งก็พอ

15.ปัญหาทางร่างกาย
แม้ว่าการเจ็บหน้าอกคือสัญญาณหลักๆ ที่บ่งบอกถึงอาการโรคหัวใจ แต่สำหรับเพศหญิง สัญญาณนั้นอาจเนื่องมาจากความอ่อนเพลีย ซึ่งอาจรวมถึง การนอนไม่หลับ หายใจขาดห้วง อาหารไม่ย่อย และความเครียด 43% ของผู้หญิงมักไม่มีอาการเจ็บหน้าอกเลย แม้โรคหัวใจจะกำเริบก็ตาม พบว่าผู้หญิงวัยก่อนหมดประจำเดือนเป็นโรคหัวใจน้อยมาก
แต่ถ้าคุณรู้สึกไม่ดี ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย โดยเฉพาะถ้าคุณมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น
สูบบุหรี่ ความดันเลือดสูง คลอเรสเตอรอลสูง เป็นโรคเบาหวาน หรือคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ

16.การกลั้นหาว
การหาวเป็นวิธีธรรมชาติที่กระตุ้นร่างกายของเราให้ตื่น นักจิตวิทยากล่าวว่าการเคลื่อนไหวของกรามจะบีบหลอดเลือดบนใบหน้า ซึ่งทำให้เลือดถูกส่งไปยังสมอง ดังนั้นการกลั้นหาว
จึงเป็นการยับยั้งกระบวนการนี้และยิ่งทำให้คุณง่วงนอนมากขึ้น

17.การใช้ชีวิตตามกำหนดตาราง
ตารางของกิจกรรมประจำวันที่คอยเตือนคุณทุกครั้งว่าต้องทำอะไร ในเวลาไหนบ้างนั้นคือตัวการดูดพลังชั้นดี นักวิจัยพบว่า คนที่คิดว่าเขาต้องทำอะไรบ้าง และสามารถทำไปได้มากน้อยเพียงใดนั้น มักจะอ่อนเพลียง่ายกว่าคนที่ทำสิ่งต่างๆ ไปเรื่อยๆ

18.หมอนเก่ามาก
ถ้าหมอนที่คุณใช้หนุนนอนนั้นอ่อนนิ่ม ยวบยาบ จะมีผลทำให้ลำคอของคุณไม่ได้ระนาบเดียวกับ
ลำตัว ซึ่งไม่เพียงแต่จะทำให้กล้ามเนื้อตึงตัวและเกิดอาการนอนไม่หลับแล้ว ยังไปกีดขวางระบบการหายใจในเวลาที่คุณหลับด้วย ดังนั้น หากพบว่าหมอนของคุณเก่าจนสามารถโอบรอบแขนคุณได้แล้ว ก็ควรเปลี่ยนใบใหม่จะดีกว่า





 

Create Date : 27 เมษายน 2551
0 comments
Last Update : 22 มีนาคม 2552 6:03:45 น.
Counter : 743 Pageviews.


a piece of cake
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
 
เมษายน 2551
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
27 เมษายน 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add a piece of cake's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.