สาวน้อย ณ ฝั่งธน
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
<<
กันยายน 2557
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
1 กันยายน 2557
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add สาวน้อย ณ ฝั่งธน's blog to your web]
Links
 

 
เชียงใหม่..ไป..คนเดียว

ช่วงต้นเดือนสิงหา ชีวิตเราเกิดดราม่าขึ้นมา เล่นเอาตัวเองแย่ บอบช้ำทางจิตใจพอสมควร คิดแค่เพียงว่าต้องออกจากจุดๆนี้ไปก่อน เพื่อพัก แล้วนั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของการ ไปเที่ยวคนเดียว

ทริปนี้ได้รับการอุปการะจากพ่อ ซึ่งตัวพ่อเองย้ายไปอยู่เชียงใหม่มานาน เห็นลูกสาวคนนี้ต้องการพัก พ่อเลยเป็นผู้สนับสนุนหลัก
เราไม่มีอะไรในหัวเลย ไม่มีแพลน ไม่มีตังติดตัวมากพอที่จะเที่ยว มีแค่ตั๋วเครื่องบินขาไป ที่น้องสาวจองให้ ของโปร Thai Smile 990 บาท ซึ่งมันคงเวทนาพี่สาวมัน แต่สุดท้ายเราก็เอาตังมาใช้มันนะ ไม่ได้จองที่พัก รู้แค่ต้องไป...

ความดราม่าที่เกิดขึ้นจะไม่ขอกล่าวละกัน ชีวิตคนทุกคนมีทั้งสุขและทุกข์ แค่เราอาจจะทุกข์มากไปนิดนึง

เอาล่ะ....เริ่มต้นการเดินทางกันเลยดีกว่า วันที่ 17 ส.ค 57 วันอาทิตย์ ออกจากบ้านไปสนามบินดอนเมือง ตั้งแต่ 7 โมง ตามเวลาเครื่องออก 9.35 check in ที่เคาเตอร์ไทยสมาย์ไม่มีโหลด เป้ใบนึงกะกระเป๋าสพายใบโต ลุยๆชิวๆ พอได้ boarding pass เรียบร้อย มุ่งหน้าหาข้าวกิน คุ้นๆว่าเคยเจอกระทู้ที่บอกว่ามีฟู๊ดคอร์ท อาหารราคาประหยัด อะตามลายแทงไปโลด








ข้าวมันไก่ กะ โอเลี้ยง มือสั่นสงสัยจะหิว



กินอิ่มเดินกลับออกมามุ่งหน้าไปเกท คนน้อยจนรู้สึกเหงานะนี่



จวนจะได้ออกไปเที่ยวก็ยังไม่วายจิตใจห่อเหี่ยว มันแปลกๆ แต่ก็พยายามไม่คิดมาก อีกสามวันเที่ยวเต็มที่ อย่าเศร้า เติมเต็มพลังให้ชีวิต บอกตัวเองไว้ๆ (งานสิวมา บ่ยั่น ทริปนี้สวยสิวๆ)




ได้เวลาขึ้นเครื่องไลน์บอกพ่อ ว่าจะบินละนะ ขึ้นมานั่งที่ได้วิวแจ่มใช้ได้ 19K




บนเครื่องแอร์บริการอาหาร เครื่องดื่ม เริ่ดนะ ปกตินั่งแต่หางแดง ทริปต่อไปสงสัยเสร็จเทอแน่ๆไทยสมาย์








ลงเครื่องที่เชียงใหม่ รองเท้าเวรดันหิว กัด!! กรุ ...แบกเป้นั่งกะพื้นเอาอีแตะออกมา เปลี่ยน เป็นภาพที่สวยงามสุดๆ พอออกมาเจอพ่อเท่านั้นแหละ มันจุกๆ น้ำตาจะไหล แต่ต้องทำเข้มแข้งไว้ ไม่ให้พ่อรู้ว่าเรากะลังเศร้า รู้สึกว่า นี่คงเป็นคนๆเดียวที่เราจะพึ่งพิงทั้งร่างกายและจิตใจได้จริงๆ

มาถึงเชียงใหม่ก็ใกล้เที่ยงละ พ่อเลยพามาหาข้าวกินก่อน ร้านนี้เลย “ อู้ ฟู่ หมูอร่อย” แค่ชื่อก็เท่ละ



ไม่มีรูปอาหาร เมามันส์กะการเม้าท์ ระหว่างพ่อลูก ส่วนอาหารก็ธรรมดา อร่อยพอใช้ได้ แต่ที่ชอบคือ มันถูกม๊ากกกกกกก.... สั่ง 5 อย่าง 190 บาท กินสามคน(มีแฟนพ่อด้วย)

อาหารคาวเสร็จ อาหารหวานล้างปากต่อ พ่อเลยพาไปกินเค้กร้านนึง คือเมืองเชียงใหม่เนี่ยนะ ร้านเค้กร้านกาแฟ โค-ต-ร เยอะจริงๆ แต่เชื่อว่าคนที่เสาะแสวงกินไปได้เกือบทุกร้านคือพ่อฉัน นี่แหละ เพราะฉะนั้นร้านไหนดี ร้านไหนอร่อย ร้านไหนสวย ร้านไหนๆๆๆ พ่อรู้ดี

พ่อพาไปร้าน “บ้านเปี่ยมสุข” ลักษณะร้านแมร่งธรรมดามากๆ เล็กๆ ที่จอดรถก็ไม่มี ต้องเอาไปจอดโบสถ์คริสจักรอะไรนี่แหละ แต่เข้ามาลูกค้าตรึม จัดแจงหาที่นั่งได้ พ่อสั่ง สตอเบอรี่ซีสเค้ก กะ พายมะพร้าวเค้ก อันหลังนี่รูปร่างหน้าตาไม่งดงาม แต่อยากจะบอกว่า อร่อยสุดย๊อดดดดดด บร๊ะเจ้า!! เกิดมาชาตินี้สาบานได้ว่าไม่เคยเจอเค้กที่อร่อยขนาดนี้มาก่อน ซัดโฮกทั้งชิ้นคนเดียว ถ้าไม่ติดว่าอิ่มหมูอู้ฟู่มานะ งานนี้จัดสามชิ้นชัวร์





Honey Tost ชิ้นใหญ่เบิ้ม อร่อยอีกฃะ มีน้ำมะพร้าวปั่นอีก อร่อยเฟ่อร์ ... ขนาดอิ่มๆ ก็หมดเกลี้ยงในบัดดล



เอาล่ะบ่ายกว่าละ ไปที่พักดีกว่า เนื่องจากว่าเราเนี่ยไม่ได้จองที่พักมา คือไม่มีตังจองนั่นแหละ แฟนพ่อเลยเป็นธุระจัดให้ เลยได้มานอนที่นี้ “บ้านหมอนอุ่น”



บ้านหมอนอุ่นเหมือนเกสเฮ้าส์มากกว่าโรงแรมนะ อบอุ่นสมชื่อ มีร้านกาแฟที่น่ารักมากๆ มีที่พักอยู่ข้างบนกับข้างร้าน อันที่จริงก็พอรับรู้ชื่อเสียงเรียงนามของที่นี้มาพักใหญ่ๆ แต่ด้วยราคาที่เราว่ามันสูงไปนิด เราเลยไม่ค่อยสนใจ ยิ่งช่วงนี้หน้าlowของเชียงใหม่ ที่พักถูกๆเพียบ 500 ตามเซอร์วิสอพาทเมนต์น่าจะเหมาะกับเรามากกว่านะ

แต่แฟนพ่อคงอยากให้เราได้พักจริงๆ เพราะเค้าคงรู้ว่าเราเจอเรื่องอะไรมา ถึงได้เหาะมาถึงเชียงใหม่ เค้าเลยจัดที่นี้ให้ ขนาดหน้าlow มีโปรโมชั่น ราคา 1,299 บาท เราว่ามันก็แพงอะ แฟนพ่อเค้าชอบแนวๆนี้ด้วยแหละ วินเทจๆ เจ้าหญิงๆ หอมๆ ฟรุ้งฟริ้งๆ .... แต่สภาพอีชั้น หัวฟู หน้ามัน เสื้อฝ้าย เกงยีนส์ ลากอีแตะ แบกเป้ .. เหมาะม๊ากกก (กัดฟันเบาๆ)

แฟนพ่อจัดบ้านหมอนอุ่นไป 2 คืน คือวันอาทิตย์กับวันอังคาร ส่วนวันจันทร์ เรากะจะออกนอกเมือง

อ่ะๆ มาดูส่วนของบ้านหมอนอุ่น ที่พักของเราดีกว่า ที่นี้ได้เปรียบเรื่องที่ตั้งนะ เพราะอยู่หน้ามอ ติดกาดหน้ามอ ของกินเพียบ เดินทางสะดวกมากๆ เหมาะกับคนไม่มีรถและคนมีรถก็มีที่จอด แต่อาจจะน้อยไปนิด ทางนี้เค้าเลยมีอีกที่ แต่ก็ไม่ไกล

มาถึงจัดเวลคั้มดริ๊งมานึงแก้ว น้ำอะไรไม่รู้อร่อยดี สักพักเจ้าของที่นี้(มั้ง) เค้ามาแนะนำว่า ร้านจะปิดสองทุ่ม เพราะฉะนั้นหากจะเข้า-ออก ประตูนี้เป็นแบบใส่รหัส โอ้ววว....มันไฮเทคมาก นี่กรูต้องจำใช่ไหม๊.... ใช่ดิ..... ไม่งั้นจะเข้า-ออกไงล่ะเมิง




พอนัดแนะ สอนเปิดล็อคประตูพักใหญ่ พนักงานก็พาไปห้อง อยู่หลังร้านนี่เอง ขึ้นบันได มีป้าย อ่านออกแต่แปลไม่ออก งงภาษาเมือง



ประตูหน้าห้องก็มีป้าย ได้ห้องนี้ “แพร” แค่ชื่อก็หวานนนนนน.... ไม่เข้ากะกรูเล้ย

พอเข้ามาตะลึงแพร๊บ ... เจ้าหญิ๊งงง เจ้าหญิง รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเจ้าหญิงทันที

พนักงานบอกว่าพื้นห้องเป็นไม้ เวลาเดินเบาๆนะคะ อย่างเดินเสียงดัง เกรงใจลูกค้าข้างล่าง เออ...แล้วม้าดีดกระโหลกอย่างเราจะไหวไหม๊ เงิบอยู่สักพัก เอาวะ!! เบาก็เบา















ที่ชอบมากๆคือกลิ่น กลิ่นนี้พนักงานจะเข้ามาจุดเป็นอโรม่า ผ่อนคลาย ได้กลิ่นนี้มันผ่อนคลายจริงๆนะ


พ่อกลับไปบ้านเค้า นัดเราอีกทีเย็นๆ พาไปกินข้าว ระหว่างนี้ ก็กลิ้งๆดูทีวี มีหนังให้ดูด้วย แต่ไม่ได้ดู กลิ้งๆไปเริ่มเบื่อ ออกไปเดินหน้ามอ รอพ่อมา

พ่อพาไปร้าน...banana tree ชิวๆดี พ่อบอกมาบ่อย อาหารก็อร่อย แพง สมราคา แต่มื้อนี้ พ่อเลี้ยงแอลกอฮอล์ ... ไม่ได้กินมานานม๊ากๆ จัดไปซะเยอะ ขวดนี้รู้สึกจะแพงเอาเรื่อง กินเองคงไม่มีปัญญา เมากรุ่มกริ่มๆ พอควร ไม่มีรูปเพราะเครื่องดื่ม ทำมึนลืมถ่าย





สองทุ่มพ่อพาไปส่งประตูท่าแพ คนเยอะโฮก บุกผ่าเข้าไปได้ แทบไม่ต้องเดินเพราะมันไหลไปเอง ไปโผล่อีทีตรงไหนไม่รู้ เหมารถแดงไปที่พัก จัดเบาๆ 250 บาท ขี้เกียจเล่นตัว ตอนนี้เมาหัวจะทิ่มละ

คืนนี้หลับสบาย มาถึงห้องมีนมอุ่นพร้อมคุีกกี้ ดื่มก่อนนอนหลับฝันดี พรุ่งนี้ออกไปทางสันกำแพง จุดหมายบ้านแม่กำปอง




ตื่น 8 โมง อาบน้ำเก็บของ check out ออกไปหาอาหารเช้า เพราะที่พักไม่รวมอาหารเช้า แต่ไม่เป็นปัญหา เดินข้ามถนน มีร้านโบ๊ต จัดไปเซทอาหารเช้า สลัดผัก อิ่มอร่อย 110 บาท



เมื่อวานแฟนพ่อเค้าเอารถของพ่อแหละ ขับมาจอดไว้ที่บ้านหมอนอุ่นละ รถคันนี้เป็นรถพ่อ นานมากละ แต่พอขับขึ้นดอยได้ น้ำมันครึ่งถัง .... รถพร้อม คนพร้อม เป้าหมายแรก บ่อน้ำพุร้อนสันกำแพง ทางไม่โหด ขับชิวๆ







ค่าเข้า 40 บาท เดินไปเรื่อยๆเปื่อยๆ เอาเท้าจุ่มๆ มือจุ่มๆพอเนื้อสะดุ้งๆ เพลินดีนะ







เดินรอบๆ แดดเริ่มมา ออกดีกว่า ไปที่ต่อไป เป้าหมายต่อไปโครงการหลวงตีนตก เจอที่นี้จากในเวป ไม่ได้จองที่พักมา รีบwalk in เข้าไปจองดีกว่า
ขับไปๆ ทางเริ่มโหด หาไม่ยากป้ายบอกตลอด
ถึงแว้ววว




จองไป 1 คืน 1,500 บาท พร้อมอาหารเช้า 2 ท่าน
น้องๆที่นี้น่ารักนะ ตอนจองน้องบอกว่างทุกหลัง เราบอกเอาหลังไหนก็ได้ น้องเลยแนะนำห้องที่วิวดีๆ เห็นว่าดีที่สุด ไม่มีอะไรบดบัง “ธารริน 5” แต่..ตอนนี้ 11 โมง เข้าห้องได้ตอน บ่าย น้องเลยบอกให้ขึ้นไปหมู่บ้านแม่กำปองก่อน ........ ไปสิคะ จะรออะไร

ทางขึ้นไป บร๊ะ! มันไม่เท่าไหร่หรอก ขึ้นเขา โค้งหักศอก ขึ้นเนินชัน ถนนแคบๆ ... นี่คือครั้งแรกของเรา คือมาที่นี่ครั้งแรก กับ ขับขึ้นเขาชันๆครั้งแรก ตื่นเต้นๆ เกียร์ต่ำเลย จัดด่วน จะลงจะขึ้น มันส์มากๆ สนุกอะ ถ้ามาช่วงรถเยอะไม่ไหวนะกลัว

ถึงทางเข้า หมู่บ้านแม่กำปอง



หมู่บ้านแม่กำปองช่วงนี้เงียบๆ สำหรับเรามันหลอนๆ ไม่มีนักท่องเที่ยวเลย ขับจนไปถึงร้าน “ชมนกชมไม้” เจอนักท่องเที่ยว ค่อยดีใจหน่อย



ร้านเงียบๆ ชมวิว ฟังเสียงนก เสียงลม อยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้จัง นั่งเล่นอยู่นาน ไม่อยากจะไหน บรรยากาศดีสุดๆ









เริ่มหิว ร้านนี้ก็ไม่ขายอาหาร ... ก่อนลง ขอไปน้ำตกแม่กำปองละกัน

ทางเข้าผ่านลำธาร ลุ้นๆ นิดนึง



มาคันเดียว ไม่มีใครเลยอ่ะ



ลงจากรถ เสียวสันหลังวาบ ไม่มีคนเลย ไม่มีสักคน นี่กุคือคนคนเดียวตรงนี้หรอ



เข้าไปน้ำตกเจอปุ๊บ มันบอกไม่ถูกอะ จริงๆต้องตื่นตาตื่นใจ ถ่ายรูป ดี๊ด๊า แต่...! เรากลับหลอนๆ ก็ไม่มีคนเลย เอามือวักๆน้ำลูบหน้า มองซ้ายมองขวา ไม่มีคน หลอนดิ ยกมือไหว้ บอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทาง ถ่ายselfie หวังว่าคงไม่ติดรูปใครมาด้วยนะ





จะขึ้นไปดูชั้นสอง เดินไปได้หน่อย ถอยดีกว่า 555 เอาไว้คราวหน้านะ เดี๋ยวมาใหม่
เดินกลับออกมา ทำตัวเป็นคนดีเก็บขยะออกมาทิ้ง แล้วเบิ่งรถออกทันที...จะอยู่ทำไมล่ะ



เนื่องจากยังหลอนจากน้ำตกอยู่ นั่งในรถเลยไม่กล้าจะหันไปมองกระจกหลัง ลงเขาอย่างชำนาญทั้งๆที่เพิ่งหัดขับลงเขาครั้งแรก 555 ทำไปได้ ไม่แวะไหนเลยนะ ทั้งๆที่ตอนขึ้นมา กะจะแวะวัด แวะร้านชาวบ้าน โอ้ววววว.....พอลงมาได้ นี่กรูพลาดอะไรไปบ้างเนี่ย

ระหว่างทาง เบรกแทบไม่ทัน "นกยูงงงงงง"



พอนางกลับป่าไป โบกมือบ๊าย บาย เราก็ลงมาที่โครงการหลวงตีนตก check in เข้าห้อง พร้อมได้ไอ่นี้มา เอาไว้กินข้าวไง




ก่อนเข้าที่พัก หาข้าวเที่ยงกิน เราฝากท้องไว้ที่นี้อย่างเดียว เพราะไม่ได้แวะซื้อขนมเลย ราคาค่อนข้างสูงนะ รสชาติเข้าท่า วิวเลิศ อีกอย่างมีเครื่องดื่ม จะบอกว่าอร่อยม๊ากๆๆๆ แต่ราคาก็พอสมควร

สาบานได้ว่ากินคนเดียว แถมหมดเกลี้ยง 555 หิวคอดๆ



มาดูที่พักเลยดีก่า หรูหราเลยทีเดียว ที่นี้ไม่มีแอร์ แต่อากาศเย็นสบายมาก



















วิวหน้าห้องสวยมากๆ มองได้รอบทิศไม่มีอะไรบดบัง สวยสมกับที่น้องเจ้าหน้าที่บอกจริงนะเออ

แต่ถ้าช่วงแขกเยอะๆ ห้องนี้จะรู้สึกไม่เป้นส่วนตัวอย่างมากๆ เพราะติดสะพาน ติดลำธาร นักท่องเที่ยวคงจะแห่กันลงมาจุดๆนี้ แต่วันนี้ มันสุดยอดมากๆ






งีบหลับไป ... เวียนหัวกับโค้งมาพอสมควร เย็นย่ำ ออกไปเดินชมลำธาร อยากเล่นน้ำ แต่ไม่มีชุดเปลี่ยน 555 ไม่หรอก อายเค้า มาคนเดียว เล่นคนเดียวเดี่ยวเค้าหาว่าบ้า









ครัวปิดทุ่มนึง หกโมงเย็นก็ออกไปที่ร้านนั่งทานอาหาร มาคนเดียวแต่นั่งโต๊ะยาว ... มีไรป่ะ! โต๊ะตรงนี้ถือว่าเป็นจุดที่ทานข้าวแล้วชมบรรยากาศได้ดีที่สุดเลยนะ แต่ต้องมาเยอะนิดนึง เพราะถ้ามาสองคนนั่งคงไม่เหมาะ แต่อิชั้นมาคนเดียวจะนั่ง ไม่มีปัญหา เพราะวันนี้ลูกค้าน้อย








กินอิ่มแล้ว พอฟ้ามืดอากาศก็เริ่มเย็น หน้าหนาวคงจะหนาวมากแน่ๆ คืนนี้หลับฝันดี ดูทรายสีเพลิงตอนแรก ได้ยินเสียงน้ำตกทั้งวันทั้งคืน หลับตา ฟังจนหลับ



ต่อPart II นะ มันยาวละ




Create Date : 01 กันยายน 2557
Last Update : 3 กันยายน 2557 14:02:33 น. 1 comments
Counter : 1109 Pageviews.

 
thx u crab


โดย: Kavanich96 วันที่: 2 กันยายน 2557 เวลา:3:26:26 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.