ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Blog ของอินทรายุธค่ะ
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2555
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
26272829 
 
6 กุมภาพันธ์ 2555
 
All Blogs
 

วิญญาณ...ความผูกพัน : ตอน ผมมาตามหาผู้หญิงคนหนึ่ง (๒)



วิญญาณ...ความผูกพัน : ตอน ผมมาตามหาผู้หญิงคนหนึ่ง (๒)


แสงไฟจากเสาไฟริมถนนไม่สว่างมากนัก ประกอบกับเสื้อที่ขวัญสวมเป็นสีน้ำตาลอ่อน จึงทำให้คนนั่งข้างๆ มองเห็นยากในครั้งแรก ระเด่นต้องมองซ้ำอยู่หลายครั้งจึงแน่ใจว่ารอยเปียกสีคล้ำๆ บนไหล่ของหญิงสาว คือรอยเปียกน้ำ ท่าทางเธอคงตากฝนมานานไม่ใช่เล่น

“หนาวหรือเปล่าครับ ผมจะได้หรี่แอร์ลง” เขาถามอย่างอาทร

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ขอบคุณมาก”

อาจเป็นเพราะอากาศภายนอกรถด้วยก็เป็นได้ ที่ทำให้ระเด่นรู้สึกว่า แอร์ในรถหนาวกว่าเคย ถึงขวัญจะไม่บอกว่าหนาว เพราะมารยาทหรืออะไรก็ตามแต่ ระเด่นก็เอื้อมมือไปปิดแอร์ให้ จากนั้นทั้งสองคนก็นิ่งเงียบกันไปพักใหญ่ ในที่สุด ขวัญก็เป็นฝ่ายชวนคุยขึ้นมาก่อน

“คุณจะเข้าตัวเมืองเลยหรือเปล่าคะ”

“ครับ จริงสิ ผมก็ลืมถามคุณไปเลยว่าจะให้ไปส่งที่ไหน”

“ที่...” เธอเอ่ยชื่อสถานที่แห่งหนึ่ง แล้วพูดต่อไปว่า “ถ้าคุณไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรนะคะ”

“ไม่เป็นไรครับ ยังไงโรงแรมที่ผมจะไปก็อยู่แถวนั้นเหมือนกัน”

ระเด่นยิ้มอย่างที่คิดว่าหล่อที่สุดให้หญิงสาว ทั้งที่ความจริงหอพักที่เธอเอ่ยถึงนั้นอยู่บนถนนคนละเส้นกับโรงแรมที่ตั้งใจว่าจะไปพัก แต่ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยระเด่นแล้ว อะไรก็ยอมทั้งนั้น ขอให้อีกฝ่ายเป็นสาวสวยก็พอ

“คะ โรงแรมอะไรคะ ขวัญว่าแถวนั้นไม่มีนา”

ขวัญหันหน้ามาถามยิ้มๆ ด้วยสายตาของคนรู้เท่าทัน ระเด่นหัวเราะเก้อๆ นานแล้วที่ไม่เจอผู้หญิงแบบนี้ ระเด่นเอ่ยชื่อโรงแรมหนึ่ง แล้วกล่าวต่อไปว่า

“ผมทราบว่าอยู่คนละถนนกันเลย แต่คุณจะให้ผมใจร้ายส่งคุณทิ้งกลางทางหรือครับ ในเมื่อผมบริการแล้ว ก็ต้องให้ถึงที่สุดสิครับ”

“ท่าทางคุณไม่ใช่คนจังหวัดนี้ แต่ทำไมดูคุ้นเคยเส้นทางจัง”

“ผมไปๆ มาๆ บ่อยน่ะครับ สารภาพก็ได้ ผมเคยมีแฟนอยู่ที่นี่ แต่ตอนนี้เลิกกันไปแล้วครับ”

ไม่ได้โกหกเลยให้ตาย ปารวีบอกเลิกเขาแล้วจริงๆ แต่เรื่องอะไรเขาจะบอกว่า เพิ่งโสดก่อนหน้าที่จะมาพบเธอแค่หนึ่งชั่วโมงนี่เอง ขวัญหัวเราะเบาๆ

“โชคดีจริง ขวัญเองก็เพิ่งเลิกกับแฟนค่ะ”

ฮะ! นี่เขาหูไม่ฝาดไปใช่ไหม อะไรจะบังเอิญมาประจวบเหมาะกันอย่างนี้ คนโสดสองคนมาเจอกัน ระเด่นยิ้มกริ่ม ดูท่าทางแม่สาวน้อยคนนี้ก็ไม่รังเกียจที่จะสานสัมพันธ์กับเขาเสียด้วย

“ขอโทษนะครับ คุณเป็นคนที่นี่เหรอครับ”

“ใช่ค่ะ พอดีกลับบ้าน เดี๋ยววันอาทิตย์ก็ต้องกลับไปเรียนแล้วล่ะค่ะ”

“ยังเรียนอยู่”

“ค่ะ ปีสุดท้ายแล้ว เอ้อ คุณชื่ออะไรคะ คุยกันมาตั้งนานขวัญยังไม่รู้จักชื่อคุณเลย”

“เด่นครับ ระเด่นน่ะ”

“ชื่อเต็มว่าระเด่นอิเหนาหรือเปล่าคะ”

เธอถามเย้ากึ่งจริง นัยของมันทำเอาคู่สนทนายิ้มจืดเจื่อน ตอบเสียงอ่อย

“อิเหนาเจ้าชู้ก็จริง แต่รักบุษบาที่สุดนะครับ”

“เชื่อได้หรือคะ”

“ต้องลองคบดูครับ” ระเด่นยิ้มอ่อน นัยน์ตาเป็นประกายระยิบ “ทานโทษ คุณว่าคุณเรียนอยู่ บอกผมได้ไหมครับว่าเรียนที่ไหน”

“มหาวิทยาลัย...ค่ะ”

เธอบอกชื่อมหาวิทยาลัยชื่อดังของเชียงใหม่แห่งหนึ่ง เท่านั้นเองหัวใจของระเด่นก็พองฟู เขามีโอกาสสานสัมพันธ์กับเธอแล้วจริงๆ

“บังเอิญอีกแล้ว ผมก็ทำงานอยู่ที่เชียงใหม่ ถ้าอย่างนั้นวันอาทิตย์นี้เรากลับด้วยกันนะครับ”

ขวัญเงียบไปจนระเด่นใจคอไม่ดี นี่เขารุกหนักเกินไปจนเธอไม่พอใจหรือเปล่านะ แต่แล้วหญิงสาวก็หันมายิ้มหวานให้เขา

“เอาสิคะ ก็ดีเหมือนกัน ขวัญยังคิดอยู่ว่าจะกลับไปยังไง”

ปลายเสียงแผ่วเศร้าลึกจนคนฟังรู้สึกแปลกๆ แต่ก็ไม่ได้ซักถามอะไร ประกอบกับรถแล่นมาถึงหน้าปากซอยหนึ่งพอดี

“คุณเด่นจอดตรงนี้เถอะค่ะ เดี๋ยวขวัญเดินเข้าไปเอง”


ระเด่นจอดรถตามความประสงค์ของเธอแต่โดยดี ไม่ทันที่เขาจะแสดงน้ำใจด้วยการขอเข้าไปส่ง ขวัญก็เปิดประตูรถลงไปเสียแล้ว เขารีบเปิดประตูรถตามลงไป ลมที่พัดและเสียงสุนัขหอนโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำให้เจ้าตัวอดหนาวเยือกไปตลอดทั้งสันหลังไม่ได้ ขวัญหันหน้ามามองแล้วหัวเราะ

“กลัวหรือคะ”

“ง่า...ก็หมาหอนเขาว่ามันเห็นผีไม่ใช่หรือครับ”

“นั่นสิ อาจจะมีผีอยู่แถวนี้ก็ได้” ขวัญเอ่ยยิ้มๆ ไม่มีทีท่าว่าจะกลัวสักนิด

“งั้นให้ผมเข้าไปส่งคุณเถอะนะ”

“อย่าเลยค่ะ ซอยแคบ หาที่กลับรถลำบาก อีกอย่างกลางซอยก็มีงานด้วย ดูนั่นสิคะ”

ขวัญบอกพร้อมกับชี้ไปที่หน้าบ้านหลังหนึ่งซึ่งมีการจัดเต็นท์และเก้าอี้เอาไว้ ระเด่นเห็นแล้วก็ยังไม่วายหาข้ออ้างต่อ

“อ้าว แล้ววันอาทิตย์ผมจะมารับคุณถูกได้ยังไงครับ ในเมื่อผมไม่รู้จักบ้านคุณเลย”

“ขวัญจะไปรอคุณที่ล็อบบี้โรงแรมค่ะ”

เธอตัดบทเพียงเท่านั้น พร้อมกับที่รถคันหนึ่งเคลื่อนเข้ามาผ่ากลางระหว่างเขาและเธอ ระเด่นมองตามไปพร้อมกับตะโกนด่าลั่นๆ

“เฮ้ย ขับรถยังไงไม่เห็นคนยืนอยู่ เกิดชนขึ้นมาจะทำไงวะ”

ระเด่นหันไปทางขวัญอีกครั้ง ตั้งใจจะบอกลา แต่เธอไม่อยู่ตรงนั้นอีกแล้ว

“หายไปไหนแล้ว เดินเร็วจริง”

เขาบ่นอุบพลางเดินไปที่รถแล้วขับออกไปทันที ช่างเถิด อย่างไรเธอก็บอกแล้วว่าจะเป็นฝ่ายไปพบเขาเสียเอง ถ้าเซ้าซี้มากไปกว่านี้ จากที่คิดว่าสานสัมพันธ์จะกลายเป็นตัดสัมพันธ์ไปเสียก่อน


ระเด่นยืนหน้ามุ่ยอยู่ที่แผนกต้อนรับของโรงแรม พนักงานที่นี่ไร้มนุษยสัมพันธ์อย่างสิ้นเชิง คงเห็นว่าเขาเป็นคนไทย แถมยังแต่งตัวซำเหมาสะพายเป้มาใบเดียวกระมัง ถึงทำเป็นมองไม่เห็นเขา กลับหันไปตั้งหน้าตั้งตาบริการแขกฝรั่งพวกนั้น น่าหมั่นไส้ชะมัด อันที่จริงเขาจะไปหาโรงแรมอื่นก็ได้ ถ้าไม่ติดว่าจองห้องพักไว้ก่อนแล้ว ระเด่นเกือบจะหมดความอดทนอยู่แล้ว ถ้าหากพนักงานคนหนึ่งจะไม่มาเห็นเขาเสียก่อน

“สวัสดีค่ะ ติดต่อห้องพักหรือคะ”

“ครับ ผมยืนรอตั้งนาน”

“ต้องขอโทษแทนเพื่อนร่วมงานด้วยนะคะ พอดีวันนี้กรุ๊ปทัวร์มาลงแยะน่ะค่ะ คนของเราไม่พอด้วย”

สาวรีเซฟชั่นบอกด้วยสีหน้ารู้สึกผิด ระเด่นพยักหน้าส่งๆ ไปอย่างนั้น พอให้หมดเรื่อง

“ผมจองไว้แล้วครับ ชื่อระเด่น”

“สักครู่นะคะ”

หล่อนคีย์คอมพิวเตอร์อยู่อึดใจหนึ่ง ระหว่างนั้นเขามองไปที่สาวกลุ่มนั้น ก็เห็นพวกเธอกุลึกุจอต้อนรับกรุ๊ปทัวร์ที่เพิ่งมาใหม่ ชายหนุ่มแค่นยิ้ม เพิ่งรู้ว่าที่นี่เห็นการบริการลูกค้าต่างชาติสำคัญกว่าลูกค้าชาวไทย

“ระเด่น เดชาวุธ นะคะ”

“ครับ”

“เตียงคู่นะคะ”

“ผมมาคนเดียวครับ”

แม่สาวประชาสัมพันธ์ทำหน้าฉงน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร คงจัดให้ตามความประสงค์ของแขกแต่โดยดี

“นี่ค่ะ ห้อง 4219 นะคะ”

เธอบอกพร้อมกับส่งคีย์การ์ดให้ ระเด่นฉวยมาได้ก็เดินดุ่มๆ ไปที่ลิฟต์ทันที เคราะห์ดีที่ลิฟต์ไม่มีใครใช้ มันจอดรออยู่ที่ชั้นหนึ่งอยู่แล้ว เขาจึงไม่ต้องทนเห็นหน้าสาวๆ พวกนั้นนานนัก ชายหนุ่มก้าวเข้าไปด้านในแล้วกดประตูปิดทันที


โทรศัพท์มือถือถูกโยนลงบนที่นอนเป็นอันดับแรก น่าแปลกที่ปารวีไม่โทรตามจิกเขาอีก ถึงปากจะบอกว่าขอเลิกก็เถอะ แต่ถ้าเขาไม่โทรไปง้อ นิสัยของเจ้าหล่อนก็น่าจะไม่ยอมแพ้แค่นี้ หรือว่าคราวนี้จะเอาจริง ก็ดี จะได้ไม่ต้องคาราคาซังกันอีก ด้านทีปณัฐเองก็พลอยเงียบไปด้วย แต่รายหลังนี่เขาไม่สู้แปลกใจ ป่านนี้คุณชายอนามัยคงหลับไปแล้ว ก็สี่ทุ่มแล้วนี่นา ระเด่นฉวยรีโมทมาเปิดโทรทัศน์เพื่อเอาเสียงเป็นเพื่อน ภาพข่าวอุบัติเหตุทำให้เจ้าตัวเบะปากอย่างหน่ายๆ แต่ก็เปิดแช่ไว้อย่างนั้น แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป ไม่ทันสังเกตภาพของผู้เสียชีวิตที่หน่วยกู้ภัยกำลังงัดร่างออกจากซากรถที่พังยับเยินสักนิด แว่วเสียงผู้ประกาศข่าวบอกชื่อผู้เสียชีวิตแว่วๆ จับความไม่ค่อยได้เพราะเสียงน้ำฝักบัวกลบอยู่

ชายหนุ่มเพิ่งรู้สึกถึงบางสิ่งที่แปลกไป สร้อยพระหายไปไหน เขาเหลียวมองซ้ายขวาบนพื้นห้องน้ำก็ไม่พบ จึงเดินออกมาค้นหาตามพื้นห้องพัก ไม่มีจริงๆ ท่าทางจะตกที่อื่นเสียแล้ว คงเป็นตอนที่เขาจอดรถลงไปรับขวัญนั่นแหละ คิดแล้วก็เสียดาย พระหลวงพ่อเงินวัดบางคลานกับพระขุนแผนเสียด้วย ถ้าจะย้อนกลับไปตอนนี้ก็ไม่น่าจะพบ พระสององค์นี้เป็นพิมพ์ที่ราคาสูงเอาเรื่องเสียด้วย ให้ตาย หายน่ะไม่เท่าไหร่ แต่แม่น่ะสิ แค่คิดตอนที่แม่จะเทศนากัณฑ์ใหญ่จนหูชาก็สยองแล้ว ช่างเถอะ ถึงคราวจะเสียของก็ต้องเสีย

อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ร่างสูงก็ทิ้งตัวลงนอนแผ่บนเตียง ดึกป่านนี้แล้วแต่เขาไม่ยักหิว ทั้งที่ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่บ่ายสามโมง เพราะเหนื่อยกระมัง เขาคิด ก็ดี จะได้ไม่ต้องอาศัยรูมเซอร์วิสที่แสนแพง อันที่จริงจะลงไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อข้างล่างนี่ก็ได้ แต่เขาไม่อยากเห็นหน้ายายพวกนั้นให้หงุดหงิดขึ้นมาอีก ระเด่นควานหาโทรศัพท์ขึ้นมาถือไว้ เสียดายที่ลืมขอเบอร์ของสาวน้อยที่ชื่อขวัญ ไม่อย่างนั้นก็คงได้คุยกัน เขาไล่ดูเบอร์โทรศัพท์ในเครื่อง จนพบชื่อปารวี นิ้วเขาเลื่อนมาที่ปุ่มลบ

“เลิกกันแล้วนี่ จะเก็บเอาไว้ทำไมอีก”

เสี้ยววินาทีก่อนที่เขาจะกดยืนยัน เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน ระเด่นขมวดคิ้ว ใครมากันล่ะ ถึงจะคิดอย่างนั้นก็ตาม เขาก็ยังอุตส่าห์ลุกขึ้นเดินมาดูที่ตาแมว กะว่าถ้าเป็นพนักงานโรงแรมมายุ่งวุ่นวายก็จะไล่ตะเพิดไปทีเดียว แต่ที่เขาเห็นกลับเป็นคนที่ไม่น่าจะมาอยู่ที่นี่เวลานี้

“ขวัญ”


เขาปลดสายโซ่คล้องประตูออก แล้วเบี่ยงตัวหลบให้เธอเดินเข้ามาในห้อง ไม่ถามสักคำว่าเธอมาห้องเขาถูกได้อย่างไร อาจเป็นเพราะคิดว่าเธอคงถามถึงห้องพักเขาก็ได้

“มีอะไรหรือครับ ทำไมมาดึกๆ อย่างนี้”

“ขวัญเข้าบ้านไม่ได้ค่ะ เขาไม่ยอมให้ขวัญเข้าไป”

เธอพูดพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม ระเด่นมองอย่างคาดไม่ถึง อะไรกัน ลูกสาวกลับมาบ้านทั้งทีกลับไม่ยอมให้เข้าบ้าน ใจร้ายเกินไปแล้ว แต่จะให้เธอค้างกับเขาในห้องนี้ก็ไม่สมควรอยู่ดี มาถึงตอนนี้ดูเหมือนจะไม่มีทางเลือกมากนัก คงต้องยอมให้เธอพักที่นี่ แล้วพรุ่งนี้เช้าค่อยกลับเชียงใหม่ก็แล้วกัน

“งั้นขวัญพักที่ห้องนี้ก็แล้วกันนะครับ เดี๋ยวผมจะลงไปนอนในรถเอง”

“ขวัญทำให้คุณลำบากหรือเปล่าคะ” เธอช้อนตามองยิ่งทำให้เขาใจอ่อนยวบ

“เปล่าครับ”

“ถ้าอย่างนั้นขวัญขอร้อง อยู่กับขวัญที่นี่เถอะค่ะ อย่างน้อยขวัญก็จะได้ไม่รู้สึกว่าตัวเองโดดเดี่ยว”

ระเด่นนิ่ง ถึงเขาจะเจ้าชู้แค่ไหน แต่ก็คำนึงถึงเวลาและสถานที่ รวมทั้งการให้เกียรติผู้หญิงเสมอ อย่างน้อยเขาก็ไม่ใช่พวกคลำไม่มีหางเป็นฟาดไม่ยั้งอย่างผู้ชายคนอื่น

“แต่มันจะไม่ดีกับขวัญเอง”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เราสุจริตใจต่อกันไม่ใช่หรือคะ เชื่อขวัญเถอะค่ะ ไม่มีใครจะว่าคุณได้แม้แต่คนเดียว”

“เอ่อ..ก็ได้ครับ งั้นพักเอาแรงกันก่อน พรุ่งนี้เรากลับเชียงใหม่กันเลย”

“ค่ะ”

เธอตอบรับง่ายดาย แล้วนั่งนิ่งจนเจ้าของห้องเป็นฝ่ายทำอะไรไม่ถูกเสียเอง ในที่สุดก็เลยเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า เพราะจำได้ว่ามีหมอนสำรองอยู่ในนั้นใบหนึ่ง ขวัญเห็นระเด่นถือหมอนออกมาก็หัวเราะกิ๊ก

“คุณเด่น อย่าบอกนะคะว่าคุณจะนอนพื้นน่ะ”

“ก็อย่างนั้นล่ะครับ จะให้สุภาพสตรีนอนพื้นได้ยังไง”

ระเด่นตอบกลั้วหัวเราะ ดวงตาขวัญฉายแววอ่อนโยนขึ้นมาวูบหนึ่ง

“คุณไม่เหมือนกับผู้ชายคนอื่น เสียดาย..”

ปลายเสียงแผ่วลงคล้ายรำพึงกับตัวเอง ระเด่นฟังไม่ถนัดจึงขยับจะถาม แต่เหมือนอีกฝ่ายจะรู้ จึงเอ่ยขึ้นมาเสียก่อน

“ขอบคุณนะคะ สำหรับสิ่งที่คุณทำให้ขวัญ หวังว่าถ้าเราได้พบกันอีกครั้ง เราจะได้เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันให้นานกว่านี้”





อริญชย์




 

Create Date : 06 กุมภาพันธ์ 2555
1 comments
Last Update : 6 กุมภาพันธ์ 2555 16:50:19 น.
Counter : 444 Pageviews.

 

แล้วมีต่อมั๊ยคะเนี่ย ค้างๆ คาๆ มากเลยค่ะ

 

โดย: ตูน IP: 203.144.239.98 26 เมษายน 2559 15:48:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


อินทรายุธ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]





งานเขียนทั้งหมดในบลอคนี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ. พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ส่วนหนึ่งส่วนใด โดยมิได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
Friends' blogs
[Add อินทรายุธ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.