Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2558
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
17 มิถุนายน 2558
 
All Blogs
 
ข้าวโพดคลุกเนย

ฉันเป็นคนหัวไม่ค่อยว่าง ชอบคิดทำโน้นทำนี่ การได้ลองทำสิ่งใหม่ๆ มันเป็นความสนุกอย่างหนึ่ง ไม่ใช่สนุกไปวันๆ แต่ต้องสนุกแล้วได้ตังค์ด้วย

พอดีเห็นโฆษณาในทีวี ข้าวโพวีคอร์น เป็นถ้วยๆขายใน 7-11 ก็ไปซื้อมาลองกิน รสชาติก็ข้าวโพดนะ แต่กลิ่นข้าวโพดหอมๆ ไม่มีเลย แล้วก็เลยนึกถึงกลิ่นข้าวโพดคลุกเนยหอมๆ เวลาไปเดินซื้อกินตามตลาด มันน่ากินกว่าเยอะ  คิดไปคิดมา ฉันก็อยากลองทำข้าวโพดคลุกเนยขาย

หลังจากคิดได้แล้วว่ามันน่าจะง่าย น่าลองทำดู  ฉันก็เข้าเน็ตหาข้อมูล ต้องบอกว่าในเน็ตมีข้อมูลน้อยมาก แต่ขั้นตอนการทำก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรจริงๆ มีผลงานนักศึกษาทำเป็นตัวอย่างในยูทูป  คลิปยูทูป ที่น่าสนใจคือ คลิปของอาจารย์ยิ่งศักดิ์ ดูแล้วขอก๊อปไอเดียเลย "รายการนับหนึ่งถึงฝัน ข้าวโพดคลุกเนย 20-9-54" เป็นคลิปเก่าแต่ใช้ได้เลย ทำให้ข้าวโพดคลุกเนยไม่จำเจ มีแค่รสเนย แต่มีรสชาติอื่นๆด้วย ทั้งรสชาเขียว รสไว้ทมอล์ล รสโกโก้ ดูน่าสนใจดี

พอดูคลิปแล้ว หาข้อมูลในเน็ตคราวๆแล้ว ว่าใช้อะไรบ้าง ต้องซื้ออะไรบ้าง วิธีทำยังไง ก็ถึงคราวตามหาอุปกรณ์ สำคัญคือ หม้อต้มข้าวโพด จะใช้ซึ้ง หรือ กะทะไฟฟ้า อะไรดี  ฉันไปปรึกษาและ ขอยืมอุปกรณ์จากน้องสะใภ้มา  น้องสะใภ้แนะนำบอกว่า ถ้าต้มในหม้อทิ้งไว้ น้ำจากข้าวโพดมันจะเยอะ ทำให้เปลืองน้ำตาลและเนย แนะนำให้ฉันใช้ซี้งนึ่งข้าวโพดที่ต้มแล้วดีกว่า ข้าวโพดจะแห้งร้อน ไม่เปลืองน้ำตาล ฉันก็ได้เคร็ดลับมาอย่างหนึ่งแล้ว รู้วิธีว่าต้มเสร็จแล้วนำมานึ่งดีกว่าต้มทิ้งไว้ในหม้อแล้วตักทันที

แล้วฉันก็ไปเดินแม็คโคร เพื่อซื้อวัถุดิบต่างๆ น้ำตาล เนยหรือมาการ์รีน ผงชาเขียว ผงโกโก้ ผงไอซิ่ง นมจืด ทิชชู่ แก้วน้ำ ช้อน แต่ก็ยังไม่ครบอยู่ดี หาข้าวโพดดิบไม่เจอ

วันต่อมาฉันไปเดินตลาดเช้าพรานนก ก็หาข้าวโพดดิบไม่เจอ แต่ก็ยังดีนะ ที่คนขายแนะนำให้ฉันไปตลาดหัวรถไฟบางกอกน้อย ก็ทำให้เช้าวันต่อมา ฉันต้องจำใจตื่นแต่เช้าไปตลาดหัวรถไฟบางกอกน้อย ศาลาน้ำร้อน

ตลาดหัวรถไฟบางกอกน้อย ศาลาน้ำร้อน เป็นตลาดที่ฉันไม่เคยแหกขี้ตาตื่นเช้ามาเดินเลย ทั้งที่ผ่านออกจะบ่อย เวลาจะขึ้นสะพานอรุณอัมรินทร์ เป็นตลาดขายส่งที่ใหญ่มาก ขายตั้งแต่ตี3 (มั้ง) ถึง 9 โมงเช้า ตลาดก็วายเลิกแล้ว ถ้าคิดจะซื้อของที่ตลาดนี้ ต้องมาเช้าๆ มีของสด แล้วก็ของแห้ง ที่สามารถนำกลับไปขายปลีก หรือ ปรุงทำอาหารขายได้อีกทอดหนึ่ง ( ตลาดศาลาน้ำเย็น ก็ยังไม่เคยเดิน ไม่รู้ขายอะไรบ้าง )

การไปเดินครั้งแรก ฉันเดินสะเปะสะปะไปทั่ว หาข้าวโพดดิบไม่เจอ เดินรอบตลาดเลย ไม่รู้เจ้าไหนขายข้าวโพดดิบ ทั้งที่มีร้านค้าเป็นร้อยแต่หาไม่เจอ  ความยากของการทำข้าวโพดคลุกเนยคงอยู่ตรงนี้แหละ ถ้าหาข้าวโพดไม่เจอ ก็จบกันเลย ไม่ต้องขาย

ต้องเอ่ยปากถามร้านโน้นร้านนี่ ว่าโซนผลไม้ทางไหน ร้านไหนขายข้าวโพดดิบบ้าง แม่ค้าก็ชี้โน้นชี้นี่ จนวนกลับมาแถวทางเข้านั่นแหละ ปรากฎว่าอยู่ปากทางเลย อีกฝั่งของตลาด ที่ติดริมถนน มีร้านค้าขายอยู่แค่ 2-3 ร้านเอง ตลาดออกจะใหญ่ คนขายน้อยมาก

ฉันก็เดินๆเลือกเอาซะร้านว่ะ ที่หน้าร้านมีห้อยถุงข้าวโพดแกะเม็ดแล้ว ว่าขายโลละเท่าไหร่ คนขายบอกกิโลละ 40 บาท ฉันก็ตกปากรับคำเอาทันที 5 กิโล  เพราะเคยหาข้อมูลในเน็ต สืบราคามาแล้ว ว่าข้าวโพดหวาน แบบแกะแล้ว กิโลละ 40 ตรงกับในเน็ตป่ะ ไม่ต้องเดินเทียบราคา หรือต่อรองอะไรแล้ว เอาตามนี้แหละ

หลังจากซื้อกลับมาแล้ว ได้อุปกรณ์ ได้เครื่องครบแล้ว รวมถึงได้ข้าวโพดมาแล้ว คราวนี้ก็มาลองคำนวนต้นทุนดู เพราะฉันก็ไม่เคยลอง ไม่เคยรู้ว่า ข้าวโพดถ้วยหนึ่ง ใช้ข้าวโพดเท่าไหร่  แต่น้องสะใภ้เตือนมาว่า กำไรน้อยนะ อย่าทำเลย มันไม่คุ้ม ก็อยากรู้ว่าจริงหรือเปล่า

ต้นทุน

น้ำตาลทราย กิโลละ 22.5-24 บาท ( แล้วแต่ว่าซื้อที่ไหนได้ราคาเท่าไหร่ แต่ประมาณนี้แหละ)

เนยมาร์การีน ของเบสท์ฟู้ด ถ้ากระปุกกลางๆ 454 กรัม  กระปุกละ 65 บาท

ถ้าเป็นถุงรีฟิว มาร์การีน เบสท์ฟู้ด ถุงละ 1 กิโล 75 บาท

แต่ถ้าใช้เนยตลาดไม่มียี่ห้อ ถุงเล็ก 1/2กิโล 25 บาท หรือ กิโลละ 50 บาทนั่นเอง

(ได้ลองทำเปรียบเทียบกันแล้ว เบสท์ฟู้ดมีความเป็นเนยกว่า ถ้าข้าวโพดไม่ร้อนไม่ค่อยละลาย ไขมันเป็นครีมๆ แต่มาร์การีนตลาด มันมีความเป็นมันสูง เนื้อฟูเบาละลายง่าย สีเหลือเข้ม พอปล่อยทิ้งไว้ น้ำมันเยิ้มเลย ดูเป็นน้ำมันทำกับข้าวเลยเป็นน้ำสีเหลืองมันๆเลย ถ้าต้องการลดต้นทุนใช้เนยถูก แต่ถ้าลงทุนหน่อย ใช้เบสท์ฟู้ดดีกว่า )

นมจืด ใช้ยี่ห้อ คาร์เนชั่น กระป๋องละ 21-23 บาท (แล้วแต่ว่าจะซื้อที่ไหนได้ถูกกว่ากัน)

ผงชาเขียวมัฉชะ ยี่ห้อโซเล่ ขนาด 900 กรัม  ราคาถุงละ 153 บาท ( แม็คโคร )

ผงโกโก้ ยี่ห้อโซเล่ ขนาด 1,000กรัม ราคาถุงละ 125 บาท ( แม็คโคร )

น้ำตาลไอซิ่ง มิตรผล ขนาด 900 กรัม ราคา 37 บาท ( แม็คโคร )

เกร็ดน้ำตาลแท่งๆ หลากสี กิโลละ 100 บาท

ทิชชูสำหรับเช็ดปาก ที่เอาไว้ห่อแก้วกันร้อน ห่อใหญ่ 99 บาท

แก้วพลาสติกใส ขนาด 6 ออนซ์ + ช้อนตัก รวมแล้ว ร้อยละ 50 บาท (ชุดละ .50สตางค์)

ข้าวโพดดิบ แบบแกะเม็ดแล้ว กิโลละ 40 บาท

ข้าวโพดดิบเป็นฝัก กิโลละ 25 บาท ถ้าซื้อมา 10 กิโล ได้ข้าวโพดประมาณ 7 กิโล

เฉลี่ย ถ้าแกะเองจะเหลือกิโลละ 35 บาท

( ถ้าไม่รู้สึกว่าเสียเวลาเกินไปก็แกะเอง แต่ถ้าขี้เกียจซื้อแบบแกะแล้วดีกว่า ทำเองเสียเวลามาก)

**เพิ่มเติม** รอบหลังไปซื้อ ข้าวโพดขึ้นราคา กิโลละ 28 บาท  ทำให้รู้ว่า ราคาวัตถุดิบไม่แน่ไม่นอน ขึ้นๆลงๆ ทำให้กลายเป็นว่า ต้นทุนเฉลี่ย ข้าวโพดดิบ กิโลละ 25-28 บาท เท่ากับว่า ข้าวโพดซื้อมาแกะเม็ดเอง ต้นทุนเฉลี่ยก็ 40 บาทแล้ว ถ้าร้านค้ายังขายแบบแกะเม็ด กิโลละ 40 บาท ก็ซื้อที่เขาแกะแล้วเถอะ เพราะทำเองก็ไม่ได้ถูกกว่า แต่ถ้าเขาขึ้นราคาค่าแกะตาม ก็ทำเองเถอะนะ**

ได้ลองทำการชั่งน้ำหนักข้าวโพด 1 ถ้วย ขนาด 6 ออนซ์แล้ว ใช้ข้าวโพดประมาณ 100-120 กรัม เท่ากับว่า ข้าวโพด 1 กิโลกรัม จะทำได้ประมาณ 8-10 ถ้วย ขึ้นอยู่กับตักข้าวโพดมากน้อย พูนสูงเต็มถ้วยหรือว่าไม่เต็ม 

 

คำนวนต้นทุนต่อแก้ว

ข้าวโพดอย่างเดียว ยังไม่รวมเครื่องปรุงอะไรเลย ก็ตกแก้วละ4-6บาทแล้ว ( ขึ้นอยู่กับราคาต้นทุนข้าวโพดและการตักข้าวโพดมากน้อยใส่ถ้วย)

ถ้ารวมค่ารถไปซื้อ ค่าแก๊สต้มข้าวโพด และที่ต้องนึ่งตลอดเวลาด้วย ก็ประมาณว่าแก้วละ 7-8 บาท

ถ้ารวมน้ำตาล เนย นม แก้ว ช้อน กระดาษ ประเมินคราวๆ ก็ 10-12 บาท แล้ว

ถ้าขายถ้วยละ 10 บาท เหมือนเสมอตัว ไม่ได้อะไรเลย แถมขาดทุนด้วย ถ้าต้นทุนสูงนะ(ไม่รู้ร้านขาย 10 บาททำได้ไง)

ถ้าเติมรสชาติเข้าไปด้วย ชาเขียว หรือ โกโก้ ก็ต้องตกต้นทุนไม่ต่ำกว่า 14-16 บาท

ยังไม่รวมค่าแรงคนขาย ไม่รวมค่าเช่าที่ ค่าไฟส่องสว่างอีกนะ

 

ราคาขายปลีก

ทำให้เคาะราคาออกมาที่ คือ ถ้วยละ 15 บาท  ถ้าเพิ่มรสชาติ หรือท๊อปปิ้ง ถ้วยละ 20 บาท

 

พอได้เห็นราคาขายที่ควรจะเป็นแล้ว ก็รู้สึกได้ทันทีว่า เราไม่ได้ขายถูกเลย ถ้าขาย 10 บาท ได้  จะขายดีแน่นอน เพราะมันถูก แต่ขายแบบนั้น เราจะไม่ได้อะไรเลย แต่ถ้าขายแบบมีกำไร มีค่าแก๊ส ค่าแรงด้วย ถ้วยละ 15 บาท สำหรับคนแถวนี้ก็ไม่ใช่ราคาน่าซื้อเท่าไหร่  แต่สำหรับคนขายแล้ว ราคานี้ก็ไม่ใช่ว่าได้กำไรสักเท่าไหร่ ถือว่ากำไรน้อยแล้วนะ ทำให้การขายต้องมีความระมัดระวังนิดนึง ว่าคนซื้อต้องไม่รู้สึกว่าแพงเกินไป แล้วคนขายก็ต้องไม่รู้สึกว่าขายขาดทุนด้วย

วิธีทำ 

1 ล้างข้าวโพด แล้วนำไปต้มให้สุก  น้ำที่ใช้ต้ม ควรเป็นน้ำกินไม่ใช่น้ำก๊อก ใส่ใบเตย 2 ใบ น้ำตาลนิดหน่อย และ เกลือเล็กน้อย เพื่อให้ข้าวโพดมีรสหวานและเค็มเล็กๆ

( ข้าวโพดดิบ 2 กิโล ต่อน้ำต้มเดือด 3 ลิตร ใส่น้ำตาล 100 กรัม เกลือปลายช้อน )

2 ตักข้าวโพดที่สุกแล้ว ใส่ในซึ้งนึ่งเวลาขาย เพื่อให้ร้อนตลอดเวลา

3 อุปกรณ์ในการปรุง ชาม 1 ใบ ทัพพี 1 อัน สำหรับคลุกข้าวโพดให้เข้ากัน

4 ตักข้าวโพดใส่ในชาม  2 ทัพพี ( ประมาณ 100 กรัม )

5 ตักเนย 1 ช้อนโต๊ะ( ใช้ช้อนโต๊ะเล็ก) น้ำตาล 2 ช้อนครึ่ง ( ช้อนโต๊ะเล็ก) นมจืด 1 ทัพพี คลุกทุกอย่างให้เข้ากัน   จะใส่เกลือป่น หรือไม่ใส่ก็แล้วชอบ

6 เทใส่ถ้วย 6 ออนซ์ที่เตรียมไว้ ถือว่าเสร็จแล้ว สำหรับ ข้าวโพดคลุกเนย ธรรมดา

 

รสชาเขียว

1 เตรียมชามเล็กๆ สำหรับคลุกรสชาติ 1 ใบ

2 ใส่ผงชาเขียว 1 ช้อนชา ผสมกับ ผงไอซิ่ง 1 ช้อนชา คลุกให้เข้ากัน

3 นำผงชาเขียวที่คลุกกับไอซิ่งแล้ว มาเทบนข้าวโพดคลุกเนยที่ทำเสร็จแล้ว

4 ตกแต่งด้วยเกร็ดน้ำตาลหลากสี

สำหรับลูกค้าเวลากิน ต้องไปคลุกผงชาเขียวอีกทีในถ้วยให้เข้ากันกับข้าวโพด แต่สำหรับการขายผงชาเขียวที่พูดเป็นภูเขาไฟ ตกแต่งด้วยเกร็ดน้ำตาล ถือว่างามแล้ว

 

รสโกโก้

1 ใส่ผงโกโก้ 1 ช้อนชา และ ผงไอซิ่ง 1 ช้อนชา ลงในชามเล็ก คลุกให้เข้ากัน

2 นำผลโกโก้ กับ น้ำตาลไอซิ่ง ที่คลุกเคล้ากันแล้ว เทใส่บนถ้วยข้าวโพดคลุกเนยที่ทำไว้แล้ว

3 ตกแต่งด้วยเกร็ดน้ำตาลหลากสี

กลายเป็นผงโกโก้ภูเขาไฟ บนด้วยข้าวโพดคลุกเนย เวลาลูกค้าจะทานต้องคลุกผงโกโก้ลงไปอีกทีให้เข้ากับข้าวโพดในถ้วย ก็จะได้ข้าวโพดรสโกโก้แสนอร่อย

 

( ปล. ลอกเลียนแบบมาจากคลิปในยูทูปของอาจารย์ยิ่งศักดิ์ ไม่ได้คิดสูตรเองแต่ประการใด)

 

การขาย

ตั้งแผงขายอยู่นอกร้าน หน้าบ้านเลย เอาพื้นที่ ที่เหลือน้อยนิดมุมด้านข้าง ตั้งโต๊ะขายข้าวโพดคลุกเนย งานนี้ต้องมีผู้ช่วย เพราะทำเองไม่ไหว งานเดิมมันเยอะพออยู่แล้ว แต่ก็ยังหาเรื่องอยากทำเพิ่มอีกนะ  การขายเป็นไปอย่างระมัดระวัง เพราะรู้ว่า ข้าวโพดไม่ใช่ของที่ทานซ้ำได้หลายรอบ เป็นของกินเล่น ที่ทานอย่างมากแค่ 1 รอบต่อวัน คนหนึ่งซื้อไม่เกิน 1 ถ้วย และ กินบ่อยก็เบื่อด้วย ทำขายนานไม่ได้ เพราะขายลูกค้าหน้าเดิมทุกวัน คนเห็นก็จะเบื่อก่อนจะกินด้วยซ้ำ

จึงได้เลือกวันขายเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ กะว่าเว้นหลายวันให้คิดถึงหน่อย นานๆมีกินที จะได้ไม่เบื่อเร็ว แล้ววันเสาร์-อาทิตย์ ร้านค้าบางร้านปิดด้วย ทำให้ของกินหายาก แล้วคนอยู่ซื้อก็น้อยด้วย แต่อาศัยลูกค้าในร้านเกมส์เป็นหลักนั่นแหละ คนมาเล่นเกมส์เยอะ ก็ต้องมีคนอยากกินข้่าวโพดบ้างแหละ คนละถ้วยก็ยังดี ได้หลายถ้วยแล้วนะ

การขายข้าวโพดครั้งแรก ทำขึ้นมาแค่ 2 กิโลก่อน ทำขายเบาๆดูก่อน ถ้าขายดีก็ค่อยต้มเพิ่ม เพราะลูกค้ายังไม่ค่อยรู้จัก คนก็อาจจะยังซื้อน้อย ขายน้อยดีกว่าทำแล้วขายไม่หมดขาดทุน

ผลการขายวันแรกได้ประมาณ 3กิโล วันที่ 2 ได้ 2กิโล มากกว่านี้ไม่ได้ เพราะซื้อข้าวโพดแกะเม็ด มาแค่ 5 กิโล มาลองดูแค่นั้นเอง แล้วก็พึ่งจะขายได้ 2 วัน คือ เสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมาเอง 

2 วันรวมกันขายได้ประมาณ 45 ถ้วย ( มีทดลองหัดทำด้วย 2 ถ้วย ที่ไม่ได้ตังค์  =  5 กิโลได้ 47 ถ้วย ) ได้เงินมา ประมาณ 700 บาท   ถึงค่าข้าวโพดจะ 200 บาท ทำแล้วเหมือนมีกำไร แต่ถ้าคิดรวมต้นทุน น้ำตาล นม มาร์การีนที่ซื้อมา ก็ถือว่ายังไม่ได้กำไร เพราะยังจมทุนค่าวัตถุดิบอื่นๆอยู่

 

การขายข้าวโพดคลุกเนย ถ้าจะทำเป็นอาชีพถาวร ต้องไปอยู่ในทำเลคนจรเยอะๆ มีคนผ่านไปผ่านมา ถึงจะมีลูกค้ามากพอ ให้มีกำไรอยู่ได้ แล้วลูกค้าคนกินไม่เบื่อง่าย เพราะนานๆอาจจะไปตลาดที หรือว่ามีคนมากพอ ที่จะทำให้คนโน้นเบื่อ คนนี้เบื่อ ก็ยังมีคนอื่นไม่เบื่อซื้อกินทดแทนกันไป

แต่ถ้าทำขายอยู่กับที่ ในชุมชนที่คนจำกัด เห็นบ่อยๆก็คงเบื่อกันบ้าง ดังนั้นจึงทำขายได้แค่ระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น ขายไปสักพักลูกค้าเบื่อก็ต้องเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นแทน ไม่สามารถขายถาวรได้ตลอดไป เพราะจะกลายเป็นขายไม่ดี คนกินน้อย เหลือแค่คนที่นานๆแวะมากินทีเท่านั้นเอง

ถ้าเรารู้จักสินค้าที่เราขายดี รู้จักลูกค้าเราดี ขายด้วยความระมัดระวัง มันก็ไม่ใช่เรื่องยาก  

 




Create Date : 17 มิถุนายน 2558
Last Update : 29 มิถุนายน 2558 16:00:08 น. 8 comments
Counter : 21701 Pageviews.

 
ชอบอ่านblogคุณฟ้าใสมาก ให้ความรู้เสมอๆ


โดย: musiccake IP: 110.169.204.55 วันที่: 26 มิถุนายน 2558 เวลา:17:29:26 น.  

 
กำลังหาข้อมูลอยู่เลย
ขอบคุณคร่า


โดย: Kys IP: 27.55.43.224 วันที่: 28 มิถุนายน 2558 เวลา:15:23:04 น.  

 
นี่ก็กำลังจะลองขายดู


โดย: ส้ม IP: 49.49.25.215 วันที่: 18 สิงหาคม 2558 เวลา:21:39:05 น.  

 
เนยใช้เป็นเนยเค็มหรือเนยจืดค่ะ


โดย: น้อง IP: 183.88.50.57 วันที่: 24 สิงหาคม 2558 เวลา:13:05:13 น.  

 
ขอบคุณข้อมูลดีๆค่ะ


โดย: รัตน์ IP: 49.230.30.133 วันที่: 13 พฤศจิกายน 2559 เวลา:18:59:55 น.  

 
ายอ


โดย: กายอกายอ IP: 223.204.246.97 วันที่: 17 มกราคม 2560 เวลา:16:25:00 น.  

 
ตยอ


โดย: กายอกายอ IP: 223.204.246.97 วันที่: 17 มกราคม 2560 เวลา:16:25:35 น.  

 
ยอ


โดย: รุจิตรา IP: 223.204.246.97 วันที่: 17 มกราคม 2560 เวลา:16:28:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

..ฟ้าใส..
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 100 คน [?]




บล็อค..ฟ้าใส.. เป็นเรื่องราวจากชีวิตจริง จากการทำงานจริง จากความชอบส่วนตัว ข้อมูลจึงเป็นเพียงประสบการณ์ส่วนตัว ข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ใช่เนื้อหาข้อมูลทางวิชาการ

อ่านเพื่อความรู้ ความบันเทิง เพื่อพิจารณาธุรกิจบางตัวที่คุณสนใจได้ แต่ไม่ใช่ข้อมูลทั้งหมด ที่สามารถใช้ตัดสินใจได้ คุณต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมมากกว่านี้ เพื่อตัดสินใจในการเลือกดำเนินธุรกิจของคุณ



New Comments
Friends' blogs
[Add ..ฟ้าใส..'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.