เบื่อความเร่งรีบ ขอลาตายกลับไปใช้ชีวิตในยุคสำริด 4000 ปีก่อน
ลมหายใจชาวป่าคือกิจวัตรการดำรงชีวิตอย่างง่ายๆ ชีวิตดำเนินไปตามครรลองไม่ต้องเร่งรีบ รุ่งอรุณเปี่ยมไปด้วยความสุขสงบ เสียงไก่ขันปลุกหมู่บ้านขึ้นมาจากการหลับใหล กองไฟที่ถูกก่อไว้ระวังสัตว์ป่ารอบหมู่บ้านมอดเป็นควันลอยล่องขึ้นสู่เบื้องบน มันแข่งความงดงามกับสายหมอกเชิงดอย เสียงผ่าฟืนและหุงหาอาหารดังขึ้นแทนเสียงพงไพร

ผู้ชายวัยฉกรรจ์มีหน้าที่หาบน้ำจากลำธารมาใช้ในครอบครัว หม้อน้ำดินเผาลวดลายธรรมชาติผลิตเองในหมู่บ้านขนาดใหญ่ถูกหาบด้วยไม้คาน ไหล่บึกบึนคานหม้อน้ำไว้ข้างละใบ ท่าทางหนุ่มน้อยที่เดินอย่างเร่งร้อนเพราะยังไม่ชินกับน้ำหนักมากๆบนบ่าชวนให้สาวๆขบขัน พวกเธอพากันแอบมองลอดจากฝาบ้านใบไม้ขัด ในใจใฝ่ฝันหาหนุ่มกำยำแข็งขันมาเป็นคู่

ผู้หญิงแทบทุกบ้านกำลังหุงข้าวในหม้อดินบนสามเส้า เมล็ดข้าวเล็กๆถูกเก็บอยู่ในกระเชอสานด้วยไผ่เหลา ข้าวถูกตำและฝัดเอาเปลือกออกหมดแล้ว ตั้งแต่ได้ข้าวเปลือกมาจนเป็นข้าวสารพวกเธอตั้งใจทำอย่างประณีต เพราะรู้ว่ากว่าจะทำนาได้ข้าวมาสักกำมือนั้นแสนจะยากเย็น แต่ถั่วที่ตากแห้งกองเต็มเสื่อกกไม่ใคร่มีใครใส่ใจ มันงอกงามเองในท้องนาหลังฤดูเก็บเกี่ยว แต่ถึงอย่างไรมันก็เป็นอาหารที่ประทังหิวได้ยามขาดแคลน

อาหารมื้อเช้ามักเป็นธัญพืชเพราะหุงหาง่าย แต่ผักเนื้อและปลาหาพอมีในมื้อเย็น บ้านใกล้เรือนเคียงมักเจือจานกันด้วยอาหารที่คนในครอบครัวหามาได้ กินกันวันละสองมื้อก็พออิ่มแล้วส่วนผลไม้เช่นลูกหว้า กล้วยป่า เป็นของทานเล่นตามฤดูกาลแล้วแต่จะหาได้

ผมอยากกลับไปเป็นมนุษย์ในยุคสำริด เบื่อโลกสกปรกยุคนี้จัง



Create Date : 11 กันยายน 2548
Last Update : 12 กันยายน 2548 15:32:03 น.
Counter : 246 Pageviews.

3 comments
  
จะไปเมื่อไหร่คะ
ขอติดไปด้วยคนจิ ^^




...
โดย: ขอบคุณที่รักกัน (blueberry_cpie ) วันที่: 12 กันยายน 2548 เวลา:8:21:14 น.
  
ดีจัง
โดย: จ้างให้ก็ ไม่บoก IP: 222.123.180.79 วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:12:44:42 น.
  
อืมรู้ละ
โดย: ไมรู้ IP: 222.123.180.79 วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:12:50:02 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

วรุณนฤมล
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ชายหนุ่มนี้นามวรุณบุญคงน้อย
อายุด้อยต้อยต่ำไม่เดียงสา
รักศาสตร์ศิลป์จึงซมซานจากบ้านนา
ระเห็จมาเมืองกรุงมุ่งสร้างตัว


จิตพาล่องลอยย้อนไกลใจจึงเห็น
อดีตเช่นรอยกระทำทั้งดีชั่ว
สนุกเศร้าวาบหวิวบ้าโกรธกล้ากลัว
บาปพันพัวบุญนฤมิตอดีตตน

ให้คำนึงถึงสายลมโบกโชยเอื่อย
ธารเลาะเลื้อยริมชายป่าในหน้าฝน
มัจฉาน้อยเวียนแหวกว่ายเริงสายชล
ใบไม้หล่นรกราวป่าหญ้าขจี


บึงบัวบานชวนบินร่อนภมรภู่
ฝนพร่างพรูฟ้าสว่างพราวพร่างสี
ปทุมขาวแซมดอกม่วงชมพูมี
รื่นฤดีแดดรอนลับนกกลับรัง

กึ่งราตรีหอมลอยลมชมกลิ่นแก้ว
ปีบร่วงแล้วกลีบรำเพยพระพายสั่ง
หรีดเรไรพงไพรร้องก้องผาดัง
น้ำค้างหลั่งหมอกลอยโรยโปรยโพยม


แสนอาลัยในชีวิตคนชายป่า
นอนมองฟ้านับดวงดาวสกาวโสม
หนาวแต่นอกอุ่นทรวงในใจประโลม
เหมือนอาจโน้มวิมานฟ้าลงมาครอง

สมเพชใจย้ายเข้ากรุงมาตกอับ
หอพักคับแคบขัดเหมือนยัดกล่อง
อบอ้าวกายคล้ายอั้งโล่เสโทนอง
มองฝาห้องต้องคุมขังวังเวงทรวง


นี่หรือคือเวียงชั้นฟ้ามหาเขต
แดนอมเรศเจริญเฟื่องเรียกเมืองหลวง
คนแออัดแต่ส่วนใหญ่หัวใจกลวง
ความหลอกลวงล้วนหลอนทั่วทั้งตัวเมือง

ตึกสูงใหญ่ยอดชูชันถึงชั้นฟ้า
แลรถราล้มหลามคำรามเครื่อง
เสียงกระหึ่มฝุ่นควันฝ้านัยน์ตาเคือง
ค่ำคืนเรืองหลอดไฟฟ้าบ้าเล่นไฟ


บ้างรีบเร่งทำงานจนหามรุ่ง
บ้างก็มุ่งแสวงอำนาจให้บาทใหญ่
ลูกหลานถูกทิ้งขว้างเหมือนร้างไกล
เงินทองไซร้สิ่งสอพลอหล่อเลี้ยงกาย

ผู้มีอัฐถูกนับถือคือพระเจ้า
สั่งซื้อข้าวของสิ่งใดได้ดังหมาย
ต่างละโมบโลภริญำ*ศีลธรรมวาย
บ้างยอมขายแม้ศักดิ์ศรีชีวีตน


แบ่งผักฝ่ายรวมพลังไล่ให้อนาถ
จ้องพิฆาตทำลายล้างอ้างฉ้อฉล
เงินเป็นใหญ่ไร้คุณธรรมนำกมล
ล้วนวกวนก่อบาปกรรมย่ำยีกัน

คนจนดั่งนายวรุณฤๅอุ่นสุข
แค่ไม่ทุกข์เพียงวันใดใช่คือฝัน
จะกินอิ่มนอนอุ่นได้อย่างไรกัน
เพราะนับวันเงินร่อยหลอไม่พอกิน


อุตส่าห์สอบเอนทรานซ์แล้วติดแถวหน้า
เข้ามหาวิทยาลัยได้เรียนศิลป์
ลูกชาวนาสามัญชนจนติดดิน
ต้องโผผินจากบ้านนามาอยู่กรุง

พ่อก็แก่แม่ก็เฒ่าเจ้าคงเห็น
อยากจะเป็นนายช่างศิลป์ตามจินต์มุ่ง
ต้องไขว่คว้าสองมือหาสองขาพยุง
ถึงไต่รุ้งสอยตะวันไม่ครั่นคราม

All Blog