All Blog
--- Run Less Run Faster ---























นอกจากขโมยเวลาตัวเองยามเช้าสักสองชั่วโมงในวันเสาร์หรืออาทิตย์แล้ว หลังสองทุ่มคือเวลาทองของฉันเพื่อจะวิ่ง

วิ่งแล้วบันทึกความรู้สึกแต่ละวันและแค่เล่าสู่กันฟัง มิบังอาจชวนเพื่อนมาเหนื่อยด้วยกัน แต่จะตื่นเต้นทุกทีที่มีเพื่อนจับรองเท้าออกวิ่ง รู้สึกมีเพื่อน

เมื่อคืน อากาศร้อน ไม่มีลมโชยมาสักวูบ เป็นคืนที่เหงื่อออกมากจนแสบตา คอแห้งผากเพราะอากาศนั่นเอง แต่ยังคงวิ่งทำเวลา

เป้าหมายของฉันคือทำเวลาให้ดีกว่าเดิม จาก 8 กิโล 49 นาที ก็ขอลดลงสักสองหรือสามนาทีซึ่งต้องวิ่งเพซ 6 ต่อเนื่อง ใจก็คิดว่าคืนนี้วิ่งดีกว่าเมื่อวาน แต่ไม่ใช่ กลับช้าไปหนึ่งนาที ก็แปลกใจอยู่เหมือนกัน แต่ที่ดีคือ ไม่เหนื่อย หัวใจเต้นปกติ


ฉันตั้งใจจะลองวิ่งแบบ Run Less Run Faster เป็นการวิ่งน้อยลง แต่ทำให้เร็วขึ้น ซึ่งไม่ทราบว่าจะจริงหรือเปล่า โค้ชนักวิ่งบางคนบอกว่า บางคนยิ่งวิ่งยิ่งเละ PR (personal record ) ไม่ต่างไปจากเดิมเท่าไหร่ ฉันเผลอพยักหน้าช้า ช้าาาาาา เกือบเชื่อ บางเรื่องไม่ต้องรีบเชื่อก็ได้ ที่ไม่เชื่อเพราะยังไม่ได้ลองอย่างต่อเนื่องเลย ขอทำจริงจังก่อนจึงจะพยักหน้าแบบเชื่อหมดใจ

วิ่งเสร็จก็กลับมาอ่านเกร็ดความคิดบนก้าววิ่งของมูราคามิอีกครั้งและที่ลิสต์ไว้ในบางช่วง ทึ่งที่เขาเอางานวิ่งกับงานเขียนนิยายมาเป็นเรื่องเดียวกันได้ มันลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ ฉันหมายถึงเฉพาะเล่มนี้นะ แต่นิยายเล่มอื่นนั้นอาจจะเกี่ยวเนื่องจากการมีสุขภาพดีของเขา การงานและชีวิตคือการวิ่งระยะไกลระยะยาวที่ไม่มีเนื้อหาของการวิ่งรวมถึงการอ่านที่ทรงพลัง

การวิ่งของฉันยังพึ่งอุปกรณ์บางอย่างเป็นแรงจูงใจนอกจากเรื่องของใจ เมื่อวาน ฉันเห็นคนโพสต์ขายนาฬิกา Garmin ราคา 8 พันบาท มือสองไม่นาน
คนที่บ้านฉันก็เห็น ฉันเชื่อว่าเขารู้ว่าฉันคิดอะไร....




#whenpoopayiaruns
#ayearofrunning
#บันทึกนักวิ่งแนวหลัง
#ภูพเยีย
24032016


















อ่านบันทึกเก่า วันนี้ปีที่แล้ว ฉันยังไม่เคยใช้นาฬิกาจับเวลา นอกจากแอพพลิเคชั่นจากมือถือ ฉันเพิ่งใช้ตอนปลายปีที่แล้ว เป็นอุปกรณ์ในการวิ่งที่จำเป็นอีกอย่างหนึ่งนอกเหนือจากรองเท้าคู่เก่ง

เมื่อวานเย็น ตัดสินใจจ็อกกิ้งรอบสระน้ำหน้าบ้านซึ่งมีระยะทางที่สั้นมาก เพียง 200 เมตรต่อรอบเท่านั้น ถือว่าเปลี่ยนบรรยากาศเพราะครั้งแรกตั้งใจจะวิ่งบนสายพานในบ้าน

วันนี้เป็นวันที่สองที่วิ่งแทนการเดินเล่นกับลุงคำเหมือนทุกครั้ง ทุกคนงงกันพอสมควรเพราะคิดไม่ถึงว่า ฉันจะวิ่งได้

ทุกเย็น ขาประจำที่มาเดินออกกำลังกายรอบสระจะมีลุงคำ ลุงหว่าง ป้านง ลุงบ๊อบกับพี่เหน่ สองแม่ลูก น้องส้ม เซมเบ้และท่านรองฯ

น้องส้มจะแซวฉันทุกเย็นเวลาฉันเข้าบ้านและพาอองออเดินเล่น เธอจะหยอกล้อว่า คนมาออกกำลังกายหน้าบ้านฉันทุกวันแต่เจ้าของบ้านเหมือนใกล้เกลือกินด่างแท้ ๆ

ด้วยที่ผ่านมานั้น ไม่มีใครรู้เลยว่า ฉันวิ่งและซ้อมวิ่งมาโดยตลอด เพียงแต่เวลาซ้อมวิ่ง คือช่วงเวลาที่ปิดร้านแล้วและไปวิ่งที่โรงพยาบาล

ยิ่งกว่านั้น ใครคงคิดไม่ถึงว่า คนอย่างฉันจะสามารถวิ่งตามงานวิ่งได้ด้วย เพราะฉันไม่เคยเล่าเรื่องเหล่านี้กับใคร นาน ๆ ทีจะมีคนทักฉันที่ร้านเพราะเขาเห็นภาพวิ่งของฉันที่เฟซบุ๊กของน้องที่ไปวิ่งด้วยกัน

แต่หลังจากนี้ พวกเขาอาจจะได้เห็นฉันที่หน้าสระน้ำมากขึ้น เพราะฉันคิดว่า การวิ่งสั้น ๆ เพียง 5-10 กิโล ก็พอไหว ไม่น่าจะเวียนหัว ไม่ต้องเดินทางไปไหน ยิ่งช่วงเช้าจะไม่มีใครมาวิ่งเลยนอกจากลุงหว่าง

อากาศเดือนมีนาคม ตอนเช้าจะเย็น ราว ๆ 17 องศา เสียแต่หมอกควันเท่านั้น รู้สึกอึดอัดและแสบตา แต่คาดว่า ฉันคงวิ่งจนอยู่ตัวบ้างแล้ว นึกถึงตอนเริ่มต้นวิ่งใหม่ ๆ จะวิ่งไม่ได้เลย อย่าว่าแต่มินิมาราธอน แค่รอบสระ 200 เมตร ฉันก็วิ่งไม่รอบ

เมื่อวาน ตอนจบการจ็อกกิ้งที่ 5 กิโล ฉันเดินคูลดาวน์รอบสระ เป็นจังหวะที่ท่านรองฯกำลังคูลดาวน์พอดี ลูกสาวและลูกชายของเขาเป็นรุ่นพี่สาธิต ม.ช. ของบู๊บุ๋น เราคุยกันเรื่องลูก

น้องไนท์ ลูกสาวคนโตของเขาเรียนคณะทันตแพทย์ ปี 4 แล้ว เป็นคณะที่น้องบู๊อยากเรียนมาก แต่ยังสอบไม่ได้ ถามไถ่ก็ทราบว่า น้องยอมทิ้งคณะเภสัชฯและทันตแพทย์ที่ ม.น. เพื่อสอบให้ได้ที่เชียงใหม่ ยอมเสียเวลาสองปีเพื่อติวหนังสือและสอบใหม่ ส่วนน้องเนมเรียนเศรษศาสตร์ ม.ช. เรียนดีมากแต่ไม่สอบแพทย์เพราะไม่ชอบ

ฉันไม่แน่ใจว่า น้องบู๊อยากจะเรียนหมอฟันอยู่หรือเปล่า เรายินดีจะให้เขาว่างเพื่ออ่านหนังสือสอบใหม่ได้ แต่ไม่สามารถส่งเรียนภาคเอกชนได้ ค่าเล่าเรียนแพงเกินกำลังความสามารถของพ่อแม่ คิดว่าเราชัดเจนกับลูกตรงนี้ คิดว่าเขาเข้าใจถึงแม้ใครจะคิดแทนเราว่า ลงทุนให้ลูกอีกสักไม่ถึงสิบล้าน น่าจะทำได้ อันนั้นก็ปล่อยให้คนอื่นคิดไป เราอายุมากเกินกว่าจะอยากเป็นหนี้สินมากมายขนาดนั้น การเรียนในมหาวิทยาลัยนั้น เราเพียงอยากให้ลูกมีสังคม มีเพื่อน เรียนรู้ด้านวิชาการและการอยู่ร่วมกับคนอื่น

ท่านรองฯถามเราว่า ปกติเราไปวิ่งที่ไหน อย่างไร เราก็ว่า เราซ้อมวิ่งหลังเลิกงาน วิ่งในโรงพยาบาลเพราะปลอดรถ เราไม่กล้าจะวิ่งไปเรื่อย ๆ ข้างถนนยามค่ำคืน คิดถึงเรื่องความปลอดภัยมากที่สุด และเพิ่งไปลองวิ่งที่เทศบาลเมื่อคืนก่อน ระยะทางรอบละ 600 เมตรเท่ากับที่โรงพยาบาลแต่มีไฟสว่างไสวตลอดระยะ ฉันแฮปปี้ที่มันใกล้บ้าน ส่วนวิ่งยาว ก็อาทิตย์ละครั้ง อาจจะไปวิ่งที่เส้น รพช. ระยะทางยาว 10 กิโล ไปกลับก็ได้ระยะซ้อมพอดี

เราต่างเห็นตรงกันเรื่องความปลอดภัย เพียงแค่ออกมาวิ่งได้ทุกวันก็ดีแล้ว บ้านของท่านรองฯก็ถัดจากบ้านฉันไปอีกซอยหนึ่ง เขาก็เดินมาจากบ้านเหมือนกัน วิ่งเสร็จก็เดินคูลดาวน์กลับบ้าน ส่วนฉันก็เล่นกับหมาในบ้านต่อ แต่เบื่อหมารอบสระมาก ทำให้เสียงจังหวะการวิ่ง ต้องวิ่งระวังหลังตลอดเพราะมันมาเงียบ แปลกใจว่า มันไม่ได้กลิ่นหมาจากตัวฉันบ้างหรือไร หรือน่องฉันมันน่างับมากก็ไม่รู้ เมื่อวานก็ไม่วายโดนไล่ตอนสองร้อยเมตรสุดท้าย เมื่อไหร่เราจะคุ้นกันเสียทีนะ



เก็บระยะไป 5 กิโล
[คืนนี้รอดูรายการเดอะ แมสก์ ซิงเกอร์รอบแชมป์ชนแชมป์
ปกติฉันจะไม่รอดูหรอก เพราะฉันออกไปซ้อมวิ่งแล้ว]

ภูพเยีย
23 มีนาคม 2560
















Create Date : 24 มีนาคม 2560
Last Update : 24 มีนาคม 2560 8:28:03 น.
Counter : 269 Pageviews.

2 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณอุ้มสี, คุณจันทร์ใส

  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
เนินน้ำ Food Blog ดู Blog
wicsir Travel Blog ดู Blog
Close To Heaven Parenting Blog ดู Blog
narellan Food Blog ดู Blog
mcayenne94 Home & Garden Blog ดู Blog
AdrenalineRush Review Food Blog ดู Blog
บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน Review Food Blog ดู Blog
ภูเพยีย Diarist ดู Blog

เจิมโหวตไดอารี่ค่ะ
โดย: อุ้มสี วันที่: 24 มีนาคม 2560 เวลา:11:35:38 น.
  
แวะมาอ่าน
โดย: จันทร์ใส วันที่: 27 มีนาคม 2560 เวลา:20:56:31 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ภูเพยีย
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]