รับตรง สอบตรง 56 ข่าวสอบตรง สอบตรง56 สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา,volleyballthailandclub volleyball
 

ข้อควรปฏิบัติในระหว่างการสอบ

ข้อควรปฏิบัติในระหว่างการสอบ
- ตั้งใจอ่านคำสั่งให้ : นักศึกษาบางคนทำข้อสอบจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงหัดมาอ่านคำสั่ง และพบว่าสิ่งที่ตนเองทำไปนั้นผิดไปจากคำสั่งที่ปรากฏ นอกจากนี้นักศึกษาจะต้องใส่ใจกับอาจารย์ผู้คุมห้องสอบด้วย เพราะบางครั้งมีการเติมข้อความที่เป็นประโยชน์ต่อผู้สอบ หรือมีการแก้คำผิดหรือการบอกให้เติมคำตอบในกระดาษพิเศษที่แยกต่างหากออกไป
- เลือกข้อสอบอย่างระมัดระวัง : อ่านข้อสอบอย่างระมัดระวังทั้งหมด และเลือกตัดสินใจว่าจะทำข้อใดก่อน
- พิจารณาดูถึงความต้องการของอาจารย์ที่จะให้ท่านตอบ เช่น “อธิบายพอสังเขป” “อธิบายพอสังเขป” “อธิบายอย่างละเอียด” “จงให้ความหมาย” จงเปรียบเทียบ “จงวิเคราะห์” เป็นต้น
- ระมัดระวังเรื่องระยะเวลาที่กำหนด : อย่าเสียเวลามากในการทำข้อสอบบางข้อ ท่านจะต้องแบ่งเวลาสอบแต่ละข้อให้ดี โดยดูจากคะแนน นอกจากนี้ควรมีเวลาสำหรับการตรวจดูความเรียบร้อยก่อนส่งกระดาษคำตอบ
- วางโครงร่างเนื้อหาที่ท่านจะตอบ : ก่อนตอบคำถามแต่ละข้อพยามยามนึกถึงประเด็นสำคัญ จดประเด็นเหล่านั้นลงในขอบกระดาษคำตอบอย่างเป็นระเบียบ เพื่อที่เวลานักศึกษาบรรยายคำตอบจะได้ไม่หลงลืมประเด็นสำคัญที่ควรจะตอบเหล่านี้ อีกทั้งในกรณีที่หมดเวลา อย่างน้อยนักศึกษาก็แสดงให้อาจารย์ได้ทราบถึงความรู้ที่นักศึกษามี แต่ตอบไม่ทัน นักศึกษาอาจจะได้คะแนนเพิ่มมาบ้างก็ได้
- เขียนให้อ่านออก : เขียนให้เร็ว แต่ต้องให้อ่านออก การเขียนขยุกขยิก เขียนอ่านยาก ทำให้อาจารย์ผู้ตรวจข้อสอบต้องมานั่งสะกดว่านักศึกษาเขียนอะไรบ้าง ก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี
- ตอบให้ตรงประเด็นคำถาม : อย่าบรรยายชนิด “น้ำท่วมทุ่งหาผักบุ้งไม่เจอ” สิ่งที่อาจารย์ต้องการคือ คุณภาพของคำตอบ ไม่ใช่ปริมาณความยาวของคำตอบ การเขียนบรรยายมากมาย แต่ไม่เน้นประเด็นคำตอบให้ดี แสดงว่านักศึกษาไม่รู้คำถามนั้นหมายถึงอะไร ต้องการคำตอบอะไร และควรระมัดระวังเรื่องภาษาด้วย ควรเขียนคำตอบโดยใช้ภาษาที่ถูกต้อง การสะกดคำ โดยเฉพาะคำ technical term ที่เป็นภาษาเขียน ต้องถูกต้อง ไม่ใช้คำย่อ (ยกเว้นเป็นที่ยอมรับ)
- อย่ายอมแพ้ : ถึงแม้จะรู้สึก “หมดหวัง” อย่าตกใจ อย่าออกจากห้องสอบ มิฉะนั้นนักศึกษาจะพลาดโอกาสทั้งหมด แต่ถ้านักศึกษาตั้งสติพยายามรวบรวมสิ่งที่พอจะรู้ และนำมาตอบ นักศึกษาอาจจะได้คะแนนบ้าง
- อย่าลืมว่า บางครั้งพอนักศึกษาเริ่มเขียน นักศึกษาอาจจะนึกบางสิ่งบางอย่างออกขณะที่ครั้งเริ่มแรกคิดว่าตัวเองไม่รู้ อย่าออกจากห้องสอบเร็วเกินควร ใช้เวลาที่เหลือให้เป็นประโยชน์ เพื่อให้แน่ใจว่าได้ทำข้อสอบที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
- การหมดเวลา : ให้เหลือเวลาไว้สัก 10 นาที ก่อนส่งกระดาษหรือหมดเวลา เพื่อที่จะได้ตรวจทานคำตอบและคำสั่งให้ดีเสียก่อน เพื่อแก้ไขสิ่งที่อาจเขียนผิดหรือตกหล่น

เทคนิคการอ่าน
ในการสอนบรรยายของอาจารย์แต่ละท่าน ในแต่ละชั่วโมง อาจจะสร้างอารมณ์และความรู้สึกที่ หลากหลายเกิดขึ้นในตัวนักศึกษา บางครั้งนักศึกษาจะรู้สึกว่าชั่วโมงนี้อาจารย์สอนน่าเบื่อเป็นที่สุด บางครั้งอาจารย์ก็สอนแสนที่จะสับสน บางครั้งอาจารย์สอนน่าสนใจ น่าตื่นเต้น อารมณ์ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ … นักศึกษาเชื่อหรือไม่ มักจะมีสาเหตุมาจากตัวนักศึกษาเอง นักศึกษาได้เตรียมตัวพร้อมหรือไม่สำหรับการเข้ารับการบรรยายของอาจารย์ในชั่วโมงนั้น ๆ


SQ3R : Survey (สำรวจ) Question (ตั้งคำถาม) Read (อ่าน)
Recall (ฟื้นความจำ) และ Review (ทบทวน)

PQRST : Preview (อ่านคร่าว ๆ ล่วงหน้า) Question (ตั้งคำถาม)
Read (อ่าน) Summary (ย่อ) Test (ทดสอบ)

PAGE : Prepare (เตรียมตัว) Ask (ถาม) Gather (รวบรวม)
Evaluate (ประเมิน)



ในบรรดาวิธีการต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้นนี้ นักศึกษาจะเลือกวิธีใดก็ได้ที่เหมาะสมกับตนเอง แต่วิธีที่มีผู้นิยมใช้กันมากได้แก่ SQ3R ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

SQ3R
Survey (สำรวจ) :
- สำรวจดูว่าหนังสือเล่มนี้มีหัวข้อเกี่ยวกับเรื่องอะไร ? ใครเป็นคนเขียน ? มีพื้นฐาน
ความรู้อย่างไร ? พิมพ์เมื่อไร ?
- อ่านคำแนะนำและศึกษาว่าผู้เขียนต้องการเขียนตำราเล่มนี้เพื่อให้บุคคลกลุ่มใดอ่าน
มีจุดประสงค์จะครอบคลุมเรื่องใดบ้าง ผู้เขียนแนะนำวิธีการอ่านหรือไม่
- เนื้อหาในหนังสือกล่าวถึงอะไรบ้าง
- อ่านดรรชนี เพื่อหาบทความที่เฉพาะเจาะจง
- มีภาพประกอบ/แผนภูมิหรือไม่
- มีการสรุปย่อแต่ละบทหรือไม่
- มีสัญลักษณ์บ่งชี้ เช่น ขนาดตัวอักษร การขีดเส้นใต้ ลำดับความสำคัญของการจัดวาง
หัวข้อซึ่งบ่งบอกถึงระดับความสำคัญของแต่ละหัวข้อ

Question (ตั้งคำถาม) :
- ก่อนอ่านหนังสือ นักศึกษาน่าจะมีคำถามในใจไว้ล่วงหน้าว่าเราจะอ่านหนังสือเล่มนี้เพื่ออยากรู้อะไร ? อยากตอบคำถามอะไร ?
- คำถามเหล่านั้น อาจมาจากห้องเรียนหรืออาจมาจากตัวนักศึกษาเองก็ได้

Read (อ่าน) :
อ่านครั้งที่ 1
- อ่านอย่างเร็วพยายามเจาะหาประเด็นสำคัญของแต่ละบท แต่ละหัวข้อ แต่ละย่อหน้า
- อย่ามัวแต่ขีดเส้นใต้ หรือป้ายปากกาสี ควรทำเครื่องหมายด้วยดินสอและเขียนอย่างเบา ๆ
- อย่ามัวแต่จดบันทึกเพราะจะทำให้สมาธิในการอ่านลดลง
อ่านครั้งที่ 2
- อ่านซ้ำอีกครั้ง คราวนี้ทำเครื่องหมายข้อความที่สำคัญ
- รวบรวมประเด็นต่าง ๆ เข้าด้วยกัน
- ลองประเมินเนื้อหา (หากเป็นข้อโต้แย้งให้พิจารณาว่าอ่านแล้วดูมีเหตุผลหรือไม่ ข้อมูลที่
บอกในหนังสือดูขัดกับความจริง หรือความรู้ที่นักศึกษาเ**รู้มาหรือไม่)
- สรุปเนื้อหา เพื่อง่ายต่อการรื้อฟื้นความจำในภายหลัง

Recall (ฟื้นความจำ) :
เมื่อสิ้นสุดเนื้อหาของแต่ละบท บันทึกย่อ อย่าย่อชนิดยาวจนเกินเหตุ ซึ่งเป็นการแสดงว่า
นักศึกษายังจับประเด็นไม่ถูกต้อง

Review (ทบทวน) :
- สำรวจดูหัวข้อ (ชื่อ) ของหนังสือ หัวข้อและเนื้อหาโดยย่อของแต่ละบท
- ตรวจสอบว่าเนื้อหาที่มีนั้น ตอบคำถามที่นักศึกษามีไว้ในใจหรือไม่
- อ่านอีกครั้ง เพื่อแน่ใจว่าเราเก็บประเด็นสำคัญของหนังสือได้หมด
- เติมสิ่งที่ขาดตกบกพร่อง

วิธี SQ3R ดูเสมือนเป็นวิธีที่มีขั้นตอนมากแต่ก็เป็นวิธีที่จัดการอ่านอย่างเป็นระบบ และได้ ผล อย่างไรก็ตามวิธี SQ3R อาจไม่เหมาะสำหรับการอ่านหนังสือบางเล่ม มีผู้แนะนำเทคนิคบางอย่างที่ใช้กันในระบบคอมพิวเตอร์ได้แก่ "Scan - Search - Save" มาใช้เป็นเทคนิคการอ่านตำรา

Scan (ทบทวน) :
ได้แก่การอ่านเนื้อหาอย่างหยาบ ๆ และรวดเร็ว เพื่อจับใจความว่าหนังสือนี้ประกอบด้วย
บทใดบ้าง มีบทนำ การเรียงลำดับหัวข้อเป็นเช่นใด มีแผนภูมิ รูปภาพประกอบมากน้อยเพียงใด

Search(ทบทวน) :
- หาบทที่มีเนื้อหาตรงกับความต้องการ
- หาคำตอบ เพื่อตอบคำถามที่ตั้งไว้
- ทำเครื่องหมาย (ใช้ดินสอ เขียนเบา ๆ)
- ศึกษาเนื้อหาในแต่ละย่อหน้าที่ตรงกับจุดประสงค์

Save(ทบทวน) :
- เก็บข้อมูล เนื้อหา ของโครงสร้างของแต่ละบท
- จดเนื้อหาที่สำคัญ

อัตราความเร็วในการอ่าน
ประสิทธิภาพในการอ่านหนังสือตำรานั้น มีผู้ประเมิน โดยคิดเป็นอัตราของคำต่อนาที ดังนี้
- ถ้าตำรานั้นอ่านยาก ควรใช้เวลา 100-200 คำต่อนาที
- ถ้าตำรานั้นอ่านยากปานกลาง ควรใช้เวลา 200-400 คำต่อนาที
- ถ้าอ่านเพื่อให้ได้เนื้อหากว้าง ๆ ควรใช้เวลา 500-1000 คำต่อนาที
- ถ้าอ่านอย่างรวดเร็ว พอสังเขปควรใช้เวลา 1000-1500 คำต่อนาที

จะปรับปรุงการอ่านให้เร็วขึ้นได้อย่างไร
มีผู้ให้ข้อสังเกตว่า เนื้อหาที่ปรากฏอยู่ในตำรานั้น ประมาณสองในสามเป็นการเขียนตามหลักภาษาเพื่อให้ถูกต้องตามรูปแบบและไวยากรณ์ มากกว่าที่จะเป็นเนื้อหาที่แท้จริง ดังนั้น ถ้านักศึกษาพะวงต่อการอ่านทุกคำ จะทำให้ความเร็วในการอ่านลดลง การอ่านเร็ว มิได้หมายความว่า ความเข้าใจ และการจดจำเนื้อหาจะลดลง แต่การอ่านไปหมดทุกวรรคทุกตอนจะทำให้ทั้งสายตา และจิตใจของนักศึกษา ต้องพะวักพะวงกับเนื้อหาที่มากเกินควร การอ่านอย่างมีวินัยมีระเบียบจะช่วยทำให้ประสิทธิภาพการอ่านดีขึ้น นักศึกษาอาจลองใช้วิธีการต่อไปนี้

หัดเตรียมตัว
อ่านอย่างกว้าง ๆ เพื่อจับประเด็นของเนื้อหาที่มีอยู่ในหนังสือ (การมีภูมิหลังเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านมาบ้างแล้ว จะช่วยให้นักศึกษาเข้าใจเนื้อหาได้เร็วขึ้น)
- อ่านอย่างมีจุดประสงค์ ตั้งใจและพยายามอ่านให้ทันตามเวลาที่เรากำหนด วิธีบังคับตนเองไม่ให้อ่านตามสบายชนิดตามใจตน กระทำได้โดยการลากปากกาหรือดินสอชี้นำไปตามบรรทัด นอกจากนี้จะต้องไม่ให้มีสิ่งใดมารบกวนสมาธิขณะอ่านด้วย
- ละทิ้งนิสัยการอ่านที่ไม่ดี ได้แก่
. หยุดที่คำใดคำหนึ่งโดยเฉพาะ พยายามขยายกรอบของเนื้อหาให้มากขึ้น จะได้เข้าใจ
ประเด็นได้ง่ายขึ้น
. อ่านย้อนกลับไปกลับมา วิธีนี้ทำให้เสียเวลา และมีผลทำให้การเชื่อมต่อข้อความไม่ปะติดปะต่อ ทำให้จำเนื้อหาไม่ได้

พยายามลดความเมื่อยล้าของสายตาโดย
- ตรวจสุขภาพสายตาเสียบ้าง
- ให้หนังสืออยู่ห่างจากสายตาประมาณ 40 ซม. เพื่อขยายกรอบของการมองเห็น และลด
การเคลื่อนไหวของสายตา

ฝึกฝนตนให้เป็นผู้อ่านชั้นเยี่ยม
- มือข้างหนึ่งใช้พลิกหน้ากระดาษ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งให้ลากลงมาตามบรรทัดวิธีนี้จะเป็นการควบคุมสายตา ให้เห็นคำที่จะอ่านในแต่ละครั้งมากขึ้น บังคับมิให้สายตาจ้องจดอยู่ที่คำใดคำหนึ่ง และยังเป็นการฝึกตนเองให้มีวินัยและมีสมาธิในการอ่านอีกด้วย
- กวาดสายตาไปทั่วทั้งหน้ากระดาษภายใน 5 วินาที นักศึกษาอาจจะคิดว่าไม่ได้อ่านอะไรเลย แต่นักศึกษาจะสามารถจับคำสำคัญได้อย่างรวดเร็ว และถ้าหน้าไหนอ่านยากก็อาจกลับมาอ่านอย่างช้า ๆ ได้ในภายหลัง
- ฝึกทำเช่นนี้อย่างน้อยวันละ 5 นาที ภายใน 1-2 เดือน นักศึกษาจะพบว่าตนเองสามารถอ่านได้เร็วขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว

*สุดท้ายก้อขอฝากน้องไว้สักนิดหนึ่ง*การสอบควรใช้สมาธิและความรู้ที่มีอยู่ในสมองออกมาทำงานร่วมกับจิตใจ....สำหรับคนที่มีไม่มีความรู้อะไรกรุณาจำหลักการไว้
1.ใช้หน้าตาเป็นอาวุธคือทำหน้าตาน่าสงสาร แอบแบ้วเอาไว้
2.สำหรับคนที่อยู่ทางภาคเหนือหรือคอยาวนั่นเองใช้คอนี้แหละให้เป็นประโยชน์
3.สำหรับเด็กที่อาจารย์โปรดที่สุดใช้ความสนิทสนมหลอกให้อาจารย์ออกจากห้องจากนั่นก้อ....คิดเอาเอง
4.ถ้าอาจารย์คุมเข้มมากไม่ยอมออกจากห้องให้นัดกับเพื่อนใช้สัญญานมือเอา
5.ถ้าใช้สัญานมือไม่ได้ ต้องใช้สุภาษิต อัตตาหิ อัตโนนาโธ ตนแลเป็นที่แห่งตน




 

Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2552 19:04:26 น.
Counter : 747 Pageviews.  

เทคนิคการสอบ

เทคนิคการสอบ
การเตรียมตัวก่อนสอบ
- ศึกษาและทบทวนบ่อย ๆ เพื่อให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ การดูหนังสือวินาทีสุดท้าย เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเป็นที่สุด
- อ่านสมุดที่จดบันทึกไว้อย่างตั้งใจ ขณะที่อ่านไปให้นึกถึงคำถามที่อาจจะมีขึ้นแล้วลองตอบ
- ทบทวนอย่างมีจุดประสงค์อยู่ในใจ การทบทวนชนิดเปิดสมุดอย่างสุ่ม จะไม่มีประโยชน์ แต่ให้ทบทวนหลักการ (concept) พื้นฐาน และจุดสำคัญของเนื้อหา
- ลองดูหนังสือทบทวนกับเพื่อน เพื่อจะได้แลกเปลี่ยนคำถาม คำตอบ แต่ถ้าคิดว่าตนเองไม่เหมาะกับการทบทวนวิธีนี้ ก็ควรอ่านทบทวนเฉพาะตนเอง
- ลองสอบถามรุ่นพี่ ๆ เพื่อทราบลักษณะการออกข้อสอบของอาจารย์ (ปรนัย, อัตนัย, ระยะเวลา) นอกจากนี้ ควรหาข้อสอบเก่า ๆ หรือสอบถามรุ่นพี่ว่าอาจารย์เ**ถามอะไรบ้าง หากมีข้อสอบเก่า ให้นักศึกษาลองฝึกตอบคำถามดูและควรต้องตอบภายในเวลาที่กำหนด (เหมือนเช่น การลองทำข้อสอบเก่าในการสอบเอ็นทรานซ์)
- พักผ่อนให้เต็มที่ก่อนวันสอบ ไม่ใช่ดูหนังสือจนสว่าง เพราะจะมีผลทำให้สมองของนักศึกษาทำงานได้ไม่เต็มที่
-1 สัปดาห์ก่อนกำหนดสอบไล่ ควรจะได้ตรวจสอบเกี่ยวกับวิชาสอบ วันเวลาที่สอบ สถานที่สอบให้แน่นอน มีนักศึกษาจำนวนไม่น้อยเลย ที่ไปสอบผิดวิชา ผิดวัน
- คืนก่อนสอบ เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม อาจทบทวนอีกเล็กน้อย ไม่ใช่มาเริ่มอ่านสิ่งใหม่ ๆ ในคืนนี้
- อย่าเครียด ! ทำจิตใจให้สบาย ถ้านักศึกษาเตรียมตัวมาดีแล้ว ไม่ควรจะกังวลต่อสิ่งใด แต่หากเตรียมตัวไม่ดีพอ ความกังวลนี้จะยิ่งทำให้เหตุการณ์เลวร้ายหนักเข้าไปอีก
- ในวันสอบ ควรไปถึงห้องสอบก่อนเวลา แต่อย่าไปถึงก่อนเวลามากเกินไปนัก




 

Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2552 19:03:41 น.
Counter : 1632 Pageviews.  

ข้อสอบผู้อำนวยการศึกษา ชุดที่10

ชุดที่ 10

 


   1.  ประเด็นการเมืองที่กำลังพิจารณาในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่เกี่ยวกับอำนาจบริหาร   

 


          คือข้อใด

 


                  .  ที่มาของนายกรัฐมนตรี                                                       .  ที่มาของสมาชิกวุฒิสภา

 


                .  จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร                                    .  การสรรหาองค์กรอิสระ

 


   2. ข้อใดเป็นขั้นตอนหลังการประเมินสมรรถนะตามที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากร

 


       ทางการศึกษา (...) จะกำหนดขึ้นใช้

 


       .  อบรม                                                                                   .  ประเมินจรรยาบรรณวิชาชีพ

 


       .  ตรวจสอบเค้าโครงผลงานวิชาการ                                 .  เสนอผลงานทางวิชาการ

 


   3.  มีผู้กล่าวว่า “การเมืองเป็นผู้กำหนดทิศทางการศึกษา” ท่านคิดว่าการศึกษาสามารถจะกำหนด

 


       ทิศทางการเมืองได้อย่างไรจึงจะได้ผลที่ยั่งยืน

 


ก.       เสนอข้อมูลและความคิดต่อนักการเมือง                         

 


ข.       รวมตัวผู้มีความคิดคล้ายกันเพื่อต่อรอง

 


ค.       บริหารและจัดการศึกษาให้มีคุณภาพ                        

 


ง.       ปลูกฝังความรู้ให้นักเรียน

 


   4.  การตระหนัก ยอมรับ “คุณค่าของความเป็นมนุษย์” เป็นทักษะพื้นฐานของผู้บริหารในด้านใด

 


               .  คุณธรรม                                                                      .  การครองตน

 


                .  การบริหารงานบุคคล                                           .  มนุษยสัมพันธ์

 


   5. ข้อใดมิใช่ความหมายของการบริหาร

 


ก.       การใช้ศาสตร์เพื่อแก้ไขความขัดแย้ง                         

 


ข.       การสั่งการให้งานบรรลุความสำเร็จ

 


ค.       ศิลปะในการทำสิ่งต่าง ๆ ให้เป็นผลสำเร็จ               

 


ง.       การทำงานของกลุ่มคนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป

 


   6.  ผู้บริหารแบบประชาธิปไตยจะปฏิเสธความเชื่อถือตามทฤษฎีในข้อใด

 


       .  ทฤษฎี x                                                                               .  ทฤษฎี y

 


       .  ทฤษฎี z                                                                               .   ทฤษฎี xy

 


 

 



 


  7.  ความสำเร็จของการบริหารโรงเรียนที่มุ่งเน้นคุณภาพทั้งองค์การ (TQM) ขึ้นอยู่กับปัจจัยข้อใด

 


       .  ลูกค้า                                                                                    .  ทุกคนมีส่วนร่วม

 


       .  การเปลี่ยนแปลง                                                                .   การปรับปรุงโดยต่อเนื่อง

 


   8. ข้อใดเป็นขั้นตอนแรกของกระบวนการตัดสินใจ

 


               .  การวางแผน                                                                .   การตั้งวัตถุประสงค์

 


                .  การสร้างความตระหนักรับรู้ปัญหา                    .    การกำหนดเกณฑ์ความสำเร็จ

 


   9.  Participative Management   มีความหมายตรงข้อใด

 


       .  การมีส่วนร่วมในการวางแผน                                           .  บุคลากรมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ

 


       .  ผู้ร่วมงานมีส่วนร่วมในการบริหารทุกขั้นตอน               .  ถูกทุกข้อ

 


   10.  แรงกดดันภายในและแรงกดดันภายนอกเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ใด

 


               .  กระบวนการตัดสินใจ                                              .  กระบวนการวางแผน

 


                .  การจัดการยุคใหม่                                               .   การบริหารการเปลี่ยนแปลง

 






Free TextEditor




 

Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 20 กุมภาพันธ์ 2552 13:38:57 น.
Counter : 794 Pageviews.  

ข้อสอบผู้อำนวยการศึกษา ชุดที่9

ชุดที่ 9

 


   1.   แนวทางใดใช้สำหรับสร้างความมั่นคงของเศรษฐกิจชุมชน

 


       .  กระบวนการจัดการองค์ความรู้และระบบการเรียนรู้ของชุมชน

 


       .  การผลิตเพื่อการบริโภคอย่างพอเพียงภายในชุมชน

 


       .  การส่งเสริมสิทธิชุมชนและกระบวนการมีส่วนร่วม

 


       .  กระบวนการเสริมสร้างศักยภาพชุมชนและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น

 


   2.   ข้อใดไม่ได้เป็นการเสริมสร้างคนไทยให้อยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างสันติสุข

 


       .  ดำรงชีวิตอย่างมั่นคงทั้งในระดับครอบครัวและชุมชน

 


       .  เน้นการพัฒนาระบบสุขภาพอย่างครบวงจร มุ่งการดูแลสุขภาพ

 


       .  ส่งเสริมการดำรงชีวิตที่มีความปลอดภัย น่าอยู่

 


      .    ส่งเสริมกระบวนการยุติธรรมแบบบูรณาการ

 


3.  ข้อใด ไม่ใช่ ข้อห้ามที่ใช้บังคับใน 37 ตำบลใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ประกาศเมื่อวันที่             

 


     15  มีนาคม  .. 2550

 


       .  ห้ามแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ทหาร

 


       .  ห้ามประชาชนออกนอกเคหสถาน เวลา 20.00 – 04.00 .  *  ไม่ใช่ประกาศเคอร์ฟิว

 


       .  ให้แจ้งการมีบุคคลนอกภูมิลำเนาเข้ามาพักอาศัยอยู่ด้วย

 


       .  ห้ามมิให้บุคคลใดใช้หรือมีเครื่องวิทยุคมนาคมหรือส่วนแห่งเครื่องวิทยุคมนาคมไว้ใน

 


          ครอบครอง โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานผู้ออกใบอนุญาต

 


4.  แนวคิดในการแก้ปัญหามลภาวะฝุ่นละอองที่แสดงถึงความเป็นผู้นำที่มีความคิดสร้างสรรค์

 


      เป็นนักเปลี่ยนแปลงของนายกรัฐมนตรีนครเชียงใหม่คือข้อใด

 


ก.       การฉีดพ่นน้ำดูดซับฝุ่นละออง                                 

 


ข.       จัดสรรงบประมาณทำเตาเผาขยะเพิ่มขึ้น

 


ค.       จัดงานสงกรานต์ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน                     

 


ง.       ทำปุ๋ยหมักและถ่านอัดแท่ง

 


5.  มูลนิธิแฮปปี้ ฮาร์ท 4 คาลี และ ฮิวเลตต์-แพคการ์ด ช่วยเหลือเด็กผู้รอดชีวิตจากสึนามิ                              

 


       ที่จังหวัดพังงาในเรื่องใด

 


ก.       ให้คอมพิวเตอร์ใช้ในการเรียน                                  

 


ข.       ให้ทุนการศึกษาต่อเนื่องจนจบปริญญาตรี

 


ค.       สร้างสนามเด็กเล่นให้ทุกโรงเรียน                          

 


ง.       ติดตั้งอินเตอร์เน็ทความเร็วสูงให้โรงเรียนที่เคยบริจาคให้แล้ว

 


6.  ผู้ใดเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนล่าสุดในรัฐบาลคณะปัจจุบัน

 


         .  นายสมหมาย  ภาษี                                                         .  นายฉลองภพ  สุรสังกรกาญจน์

 


         .  นายโฆสิต  ปั้นเปี่ยมรัษฎ์                                               .  ดร.วรากรณ์  สามโกเศศ

 


7.  ดร.วีระ  สูตะบุตร  เป็นรัฐมนตรีที่รับผิดชอบงานในเรื่องใด

 


* น่าจะเป็น  ดร.ธีระ   สูตะบุตร รมต.เกษตรฯ

 


         .  นโยบายโครงการรถไฟฟ้า                                            .  พระราชบัญญัติเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

 


         .  การศึกษาในระดับอุดมศึกษา                                        .  เศรษฐกิจพอเพียง

 


8.  ในปัจจุบันนี้กลุ่มบุคคลใดที่กำลังดำเนินการร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ

 


         .  สนช.                                                                                  .  คมช.

 


        .  คตส.                                                                                    .  สรช.  น่าจะเป็น สสร.

 


   9.  การดำเนินชีวิตตามปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จะสอดคล้องกับความในข้อใดมากที่สุด

 


       .  มีความรู้และคุณธรรม                                                       .  มีความอุดสมบูรณ์

 


       .  อยู่ดีมีสุข                                                                              .  สมถะ

 


   10.  ข้อใดไม่ถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับ “โครงการหลวงอ่างขาง”

 


       .  เป็นโครงการในพระราชดำริ

 


       .  วิจัยทดลองไม้ดอกและผลไม้เมืองหนาว

 


       .  เป็นสถานที่รับนักท่องเที่ยวพักค้างคืน                        

 


       .  เป็นต้นแบบระบบชลประทาน

 






Free TextEditor




 

Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 20 กุมภาพันธ์ 2552 13:38:12 น.
Counter : 655 Pageviews.  

ข้อสอบผู้อำนวยการศึกษา ชุดที่8

ชุดที่ 8

 


   1.   ข้อใดที่ทำให้การดำเนินการขับเคลื่อนคำรับรองการปฏิบัติราชการของโรงเรียนประสบผล

 


         สำเร็จ

 


       .  การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกองค์กร (SWOT)

 


       .  กำหนดเจ้าภาพหลักในการดำเนินการแต่ละตัวชี้วัด

 


       .  บุคลากรมีความเข้าใจและมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการดำเนินการร่วมกัน

 


       .  มีการส่งเสริม สนับสนุนตัวชี้วัดที่มีปัญหาในการปฏิบัติ

 


   2.   กิจกรรมใดไม่ได้จัดอยู่ในขั้นตอนเตรียมการวางแผน

 


       .  แต่งตั้งคณะทำงาน                                                           

 


       .  ประชุมพิจารณาปัญหาและความต้องการก่อนลงมือวางแผน        

 


       . ประชุมให้ความรู้ด้านวางแผนแก่ครูและคณะทำงาน

 


       .  จัดทำปฏิทินหรือแผนกำกับการจัดทำแผน

 


   3.   ข้อใดเป็นอุดมคติหรือหัวใจของการวางแผน

 


       .  ความสำเร็จของงาน                                                          .   ประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

 


       .  ความสำเร็จและประสิทธิภาพในการทำงาน               .  คุณภาพของงาน

 


   4.   ชื่อโครงการโดยปกติจะมีสาระสำคัญ 2 ส่วน คือ

 


       .  งบประมาณและผลผลิต                                                   .  ความหมายและขอบข่าย

 


       .  ลักษณะวิธีและสิ่งที่จะปฏิบัติ                                         .  หลักการและเหตุผล

 


   5.   ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของการทำวิจัย

 


       .  การวิจัยเป็นการกระทำที่มีจุดมุ่งหมายแน่นอน

 


       .  การวิจัยเป็นการค้นคว้าหาข้อเท็จจริงตามธรรมชาติ

 


       .  การวิจัยเป็นกระบวนการหรือการกระทำอย่างมีระบบ  

 


       .  การวิจัยเป็นการพัฒนากระบวนการคิดเพื่อค้นคว้าหาความจริง

 


   6.   ข้อใดไม่ใช่สาระในวิสัยทัศน์ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี 2550

 


       .  มีคุณธรรมความรู้ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

 


       .  จัดการศึกษาให้ประชากรวัยเรียนอย่างทั่วถึง

 


       .  มีคุณภาพและมาตรฐาน

 


      .  จัดการศึกษาโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย

 


 

 


   7.   การพัฒนาตามแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 มุ่งให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างไร

 


ก.       มุ่งให้คนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา                             

 


ข.      มุ่งให้สังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน

 


ค.       มุ่งให้สังคมอยู่เย็นเป็นสุขและสมานฉันท์                

 


ง.       มุ่งให้สังคมคุณธรรมนำความรู้และยั่งยืน

 


   8.   ข้อใดไม่ใช่ พันธกิจของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10

 


       .   พัฒนาคนให้มีคุณภาพ คุณธรรมนำความรู้อย่างเท่าทัน

 


       .   เสริมสร้างเศรษฐกิจให้มีคุณภาพ เสถียรภาพ และเป็นธรรม

 


       .   ดำรงความหลากหลายทางชีวภาพให้เป็นฐานที่มั่นคงพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต

 


       .    พัฒนาระบบบริหารจัดการประเทศให้เกิดธรรมาภิบาลภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมี

 


           พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

 


   9.   ยุทธศาสตร์การสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและสังคมให้เป็นรากฐานที่มั่นคงของประเทศ

 


           ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องใด

 


       .  การบริหารจัดการกระบวนการชุมนเข้มแข็ง              

 


       .  การสร้างความมั่นคงของเศรษฐกิจชุมชน

 


       .  การพัฒนาคนให้มีคุณธรรมนำความรู้เกิดภูมิคุ้มกัน

 


      .   การเสริมสร้างศักยภาพของชุมชนในการอยู่ร่วมกันกับทรัพยากรธรรมชาติ

 


   10.   ข้อใดไม่ใช่การส่งเสริมธุรกิจเอกชนให้เกิดความเข้มแข็งสุจริตและมีธรรมาภิบาล

 


       .  ส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจให้ธุรกิจเอกชนเป็นบรรษัทภิบาล

 


       .  สร้างจิตสำนึกในการประกอบธุรกิจอย่างซื่อสัตย์ยุติธรรม

 


       .  ยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคม แบ่งปันผลประโยชน์คืนสู่สาธารณะ

 


      .   สร้างความเจริญทางเศรษฐกิจและสังคมให้แก่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง

 







Free TextEditor




 

Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 20 กุมภาพันธ์ 2552 13:36:52 น.
Counter : 599 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  
 
 

hangclub
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




[Add hangclub's blog to your web]

MY VIP Friend

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com