เรียก สินสอดยังไง ให้ถูกใจแม่ และไม่เคืองใจ ฝรั่งฝ่ายชาย

ตกใจกับหัวข้อ เพจนี้เลยล่ะสิ...ขอโทษค่ะ  แต่อ่านก่อน อย่าพึ่งตัดสินป้าลี แบบนั้น..

ตรงนี้ถ้าป่าลีไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ เพราะว่า หลายๆเคสมันก็จะยังเป็นปัญหา ซึ่งเคสคุณอาจไม่เกิด แต่เคสคนอื่นอาจเกิดก็ได้

และป้าลีออกตัวก่อนว่า บ้านป้าลีและครอบครัว เราไม่เคยได้สินสอดกับฝรั่งเลย แม้แต่บาทเดียว

แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับครอบครัวเราแต่อย่างใด  แต่ที่นำมาพูดเพียงเพื่อ ไม่อยากให้ต่อต้านป้าลีในทางใดหรือทางหนึ่งล่ะนะ


มาดูกันค่ะ ว่า ทำใมเราคุยกันเรื่องนี้....


ถ้าคุณเป็นหนึ่ง ที่มีแฟนฝรั่ง และกว่าจะหาแฟนได้ก็เหนื่อยแทบขาดใจตาย

พอได้แฟนมา คบกัน ดูใจกัน ทุกอย่างเริ่ดได้ผู้ชายดั่งใจที่อยากจะได้...แต่ มาตกม้าตายตรงเรื่อง “สินสอด” นี่แหละ

เง้อ... มันเป็นปัญหาระดับชาติ หุหุ สองชาติด้วยนะคะ  ชาติไทยแลนด์กับชาติทางฝ่ายชาย

หลายคนบอกว่า ทำใมเราจะต้องเอาขนบธรรมเนียมตรงนี้มาเป็นตัวชี้วัดความรักด้วย

ก็ถ้านึกถึงแต่ตัวเอง คุณก็พูดได้ว่ามันไม่จำเป็นแต่ถ้านึกถึงหน้าพ่อหน้าแม่ หน้าตาทางสังคมของคุณครอบครัวคุณ คุณจะเห็นว่า นั่นคือหน้าที่ของลูกสาวอย่างคุณที่ควรจะทำให้ครอบครัวภาคภูมิใจ (ถ้าคุณเป็นแม่บ้างคุณจะรู้ว่าทำใมมันต้องเป็นแบบนั้น)


แต่.....เล่าเรื่องป้าลีก่อน... จริงๆแล้วป้าลีแต่งงานแบบไม่จัดเลี้ยง (อ้าว...ขัดแย้งตัวเองหรือเปล่าป้าลี...เห็นเชียร์เรื่องสินสอดอยู่หยกๆ )


เอาแค่กันเองในบ้าน กับญาติๆ และนำเงินที่จะจัดเลี้ยงนั่นแหละไปให้แม่เลยซะจะดีกว่าก็ไม่รู้จะไปเสียโดยเปล่าประโยชน์ทำใม บางคู่จัดงานแล้วเป็นหนี้หัวโตเพราะการจัดงานเลี้ยงนี่แหละ


และตัวป้าลีเองก็ผ่านการแต่งงานมาแล้ว มีลูกแล้ว(ตรงๆแบบนี้แหละค่ะ)  เมื่อดูหนังหน้าตัวเองแล้วก็เอาแค่ให้มันพอดีพองามก็พอ ทำอะไรก็ต้องดูตัวเองด้วย  

เพราะใครๆ เค้าก็รู้อยู่แล้วว่า เราเป็นแม่ม่ายลูกติด  อีกทั้งค่านิยมของป้าลีไม่ได้ชื่นชอบการประกาศตัวเองสู่สังคมในแง่มุมต่างๆ อยู่แล้วด้วย (ก็เรื่องของเราอ่ะ จะต้องไปประกาศไส้พุงตัวเองทำใม)


และป้าลีไม่ได้ใฝ่ฝันว่าจะอยากแต่งชุดขาวฟองฟ่อ  แต่ใฝ่ฝันที่อยากจะนำพาชีวิตสุ่ความอบอุ่นแบบมั่งคงและมั่งคั่งในความที่ “ถูกรัก” มากกว่า


ดังนั้นการจัดงานเลี้ยงใหญ่โตไม่ใช่ประเด็นของชีวิตป้าลีจริงๆนะคะ



แต่.....

เรื่องของการแต่งงานในแต่ละครอบครัวมันไม่เหมือนกัน  ถ้าคุณยังไม่ได้ทำหน้าที่ของลูกสาวก็ไม่ควรจะมองข้ามประเด็นนี้ เพราะว่า การได้สามี “ฝรั่ง” เป็นสิ่งที่สังคม มองในแง่“เมียฝรั่ง” อยู่แล้ว ถ้าเราทำไม่ดีพ่อแม่ครอบครัวเราจะถูกตราหน้า นินทาลับหลังเป็นสองเท่านินทาสามีคุณด้วยสองเท่าเช่นกัน (หนักกว่าการที่คุณได้สามีคนไทย จริงๆนะ)

หรือคุณจะไม่แคร์?

และเมื่อต้องแต่งงาน ก็ต้องมีเรื่องสินสอด... ถ้าฝ่ายชายยินดีปัญหาก็จบไป และเป็นเรื่องที่น่ายินดีด้วยเป็นอย่างมาก เพราะนั่นหมายความว่าชีวิตของเรา ได้ถูกผู้ชายคนหนึ่ง ที่แม้ว่าจะไม่ได้ใช้ขนบธรรมเนียมประเพณีเราแต่เค้าก็ยังให้เกียรติเรา ให้เกียรติครอบครัวเรา... น่าดีใจมั๊ยล่ะคะ?


ป.ล.  สินสอดจะมากน้อยแล้วแต่ความสามารถและความเหมาะสมทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง  จะมีแค่หลักหมื่น ก็ไม่น่าแปลกใจเพราะประเพณีเราไม่ได้เรียกอยู่แล้ว .....ป้าลีคิดแบบนี้นะคะ 




ส่วนแฟนใครที่ไม่เห็นด้วยเรื่องสินสอด(เช่นเคสป้าลี)  ตรงนี้ก็ไม่ได้แปลว่า ผู้ชายเค้าไม่ได้รักเราหรือไม่ให้เกียรติเราหรอกนะคะ 

มันเป็นเพียงความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันเท่านั้นเอง...และมันไม่ใช่เหตุที่จะต้องไปถกเถียงปัญหากันจนความรักแตกสลาย...


(สามีป้าลี ซื้ออะไรซื้อได้ สร้างบ้าน ซื้อที่ดินไม่ว่า แต่สินสอดแม้แต่บาทเดียว ทำใมจะต้องให้ พ่อแม่เค้าก็เลี้ยงเค้ามาเช่นกันเราไม่เห็นต้องเอาเงินไปให้พ่อแม่ของเค้าเลย...นี่คือคำพูดของอดีตแฟนชาวฝรั่งเศสของป้าลีเลยนะ และป้าลีไม่เถียงสักคำเพราะมันถูกของเค้าไง)


แต่..... (อีกแล้ว)


วิธีการ ทำอย่างไรจึงจะเดินสายกลางได้ล่ะ... ในเมื่อทางฝ่ายพ่อแม่ก็คนไทย ก็ต้องเป็นห่วงลูกสาวมันก็ธรรมดา  ส่วนทางฝ่ายว่าที่สามีก็ไม่ใชคนไทยที่จะมาเข้าใจเรื่องสินสอด


ป้าลีใช้วิธีนี้ค่ะ

บอกเค้าว่า เรื่องสินสอด ชั้นไม่เถียงกันกับเธอ เพราะแต่ละครอบครัวมันไม่เหมือนกัน บางครอบครัวที่พอจะมีฐานะเค้ายกสินสอดกลับมาให้คู่บ่าวสาวกลับมาตั้งหลักสร้างครอบครัวใหม่ แถมให้เงินมาสมทบมากกว่าสินสอดของฝ่ายชายอีกด้วยซ้ำไป


แต่เรื่องที่พ่อแม่ห่วงก็เพราะว่า ผู้หญิงแต่งงานออกเรือน มันเป็นการประกาศว่า ได้มีคู่ครองก็คือ เธอคนที่จะเป็นคนนำพาชีวิตของชั้นให้มีความสุขแต่มันไม่มีการันตีอะไรที่จะเชื่อถือได้ว่าเธอจะไม่ทอดทิ้งชั้นไปในอนาคตและไม่มีการันตีอะไรที่จะมั่นใจได้ว่าชั้นจะไม่ต้องหอบผ้าหอบผ่อนหนีกลับมาเมืองไทยถ้าเกิดความรักของเราจบลง


และครอบครัวเรา เป็นครอบครัวที่ทำการค้า (ถ้าคุณไม่ทำการค้าก็พูดไปอย่างอื่น) ถ้าต้องจดทะเบียนแล้วเริ่มชีวิตแต่งงานมันไม่ใช่แค่เธอกับชั้น แต่มันรวมไปถึง ธุรกิจในบ้านของชั้นด้วย เพราะมันจะมีผลตามกฏหมาย 


ดังนั้นเธอจะมาร่วมแค่มือกับตีนไม่ได้ เธอต้องเข้าใจว่าทางเราก็มีความเสี่ยงเช่นกัน  มันไม่มีใครอยากจะเสี่ยงแม้กระทั่งตัวเธอก็ไม่อยากเสี่ยงเช่นกัน! (ต้องใส่น้ำเสียงจริงจังด้วยนะคะ อิอิ)


ดังนั้นให้เธอ รับผิดชอบตรงนี้... สร้างตัวสร้างหลัก สร้างอนาคตร่วมกัน สมควรต้องมาซื้อหลักทรัพย์เพื่อให้ครอบครัวเรามั่นคงต่อไป มันก็กลายเป็นของเธอกับชั้นนั่นล่ะไม่ใช่ของใครฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด


 และมันเป็นการประกาศว่าเธอรักและจะดูแลชีวิตของชั้นให้ดีขึ้นกว่าเดิม

แค่นี้แล้วที่ชั้น และครอบครัวเราต้องการ ไม่ใช่มาบอกรักแต่ปาก และสัญญาลมๆแล้งๆ แบบนั้นพวกเราไม่ต้องการ


ถ้าจะหาผู้ชายที่มาแต่มือกับตีนมันมีอีกเป็นล้านที่อยากจะเดินเข้ามาตรงนี้... ไม่ใช่แค่เธอแน่นอน (แรงมั๊ยคะ.... แต่ต้องกุมบังเหียนแบบนี้แหละ บางครั้งนะ)


แค่นี้เลยค่ะ... จบ 


ที่เหลือเค้าจัดการเอง .... เดี๋ยวเค้าวิ่งหาทางของเค้าเองแหละ เพื่อวางแผนต่อไป อย่างน้อยๆ ก็เป็นการมอบภาระหน้าที่ใส่มือเค้า ให้เค้าจัดการไป ดีกว่าไม่มีไรจะพูด แล้วเค้าก็ไม่รู้ด้วยว่าเค้าต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง นอกจากซื้อข้าวซื้อน้ำเลี้ยงเราในวันที่เราอยู่บ้านเค้า 


.... ก็ประมาณนี้ล่ะค่ะ  สรรหาคำอื่นมาพูดก็ได้ เพื่อให้เค้ามั่นใจด้วยว่า เค้าทำร่วมกับเราไม่ใช่เป็นการเอาเงินมาโยนทิ้งแบบที่เค้าเองก็ไม่รู้ว่าจะได้คืนหรือเปล่า เค้าก็ต้องห่วงตัวเองถูกมั๊ยคะ ใจเค้าใจเรา


นี่เป็นอีกแนวคิดหนึ่ง ที่จะเป็นตัวช่วยให้เส้นทางแห่งรัก ราบรื่นและมีชัยนะคะ และตัวเราก็รู้สึกมั่นคงในอนาคตตัวเองอีกด้วย พอรู้สึกมั่นคง ความรักความโรแมนติกในบ้านก็เกิดขึ้นแบบสนิทใจ


พิจารณานำไปใช้ให้เกิดประโยชน์กรณีเคสมีปัญหาเรื่องสินสอดนะคะ 



............................................................................................


ไปดูการแข่งขันกอล์ฟ วิลสัน โอเพ่น ที่ป้าลีชนะในฟินแลนด์ค่ะ


http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=leejayfinland&date=06-11-2013&group=21&gblog=9




Create Date : 03 ธันวาคม 2556
Last Update : 5 ธันวาคม 2556 15:32:09 น.
Counter : 442 Pageviews.

0 comment

Lee Jay
Location :
Nurmijärvi,Helsinki   Finland

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 129 คน [?]



ชื่อ ลี ค่ะ เป็นป้ารุ่นน้อง(ยังไม่ถึงกับเป็นป้ารุ่นพี่)

ป้าลีทำบล็อคส่วนตัว หากภาษาที่ป้าลีใช้ไม่สุภาพ
หรือเขียนผิด ป้าลีขออภัยมา ณ โอกาสนี้นะคะ

บล็อคนี้อยากเสนอเรื่องราวของตัวเอง ทั้งเรื่องเรียน
เรื่องการใช้ชีวิตในฟินแลนด์ ซึ่งอาจจะมีสองด้าน
ทั้งลบและบวก

อยากให้พิจารณาและเลือกอ่านเอาเองนะคะ

และก่อนจะก็อปปี้เพจใดๆ หรือรูปภาพต่างๆ
ให้ขออนุญาติป้าลีก่อน ไม่ได้ใจร้าย แต่อย่ามักง่าย...

ถ้ายังฝืนลักลอบก็อปปี้ไป............ขอให้.....




New Comments
Group Blog