Group Blog
 
All blogs
 

รีวิว Rayong Marriott Resort & Spa แบบละเอียดภาพเยอะเต็มอิ่มจุใจขอบอก ^^


สวัสดีค่ะมาแล้ว วันนี้กลับมาอีกครั้งในค่ำคืนวันเสาร์ว่างจากการทำงานเล็กน้อย วันนี้จะมาขออัพเดทการไปเที่ยวล่าสุดที่ผ่านมาค่ะ

เมื่อวันหยุดที่ผ่านมา 12-14 พฤษภาเดือนนี้เองค่ะ มีโอกาสได้พาเด็กๆ ไปเที่ยวระยองอีกครั้งหลังจากไม่ได้ไปเที่ยวมานานค่ะ มัวแต่หนีไปเที่ยวภูเก็ต กับเพชรบุรีมา แต่ยังไม่ว่างเอารูปลง วันนี้ลัดคิวเลยเอารีวิวระยองลงก่อนเลยค่ะ (เหอๆ มีคิวด้วย )

เนื่องจากเดือนที่แล้วแอนหนีไปเที่ยวกับเพื่อนมาประจวบกับโรงเรียนใกล้เปิดเทอม คุณพ่อบ้านจึงอยากพาเด็กๆ และครอบครัวไปเที่ยวเพราะปิดเทอมที่ผ่านมาเด็กๆเรียนอย่างเดียวไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเลยคะ่ คราวนี้เลยถือโอกาสให้แอนรีบจองโรงแรม เหมือนเคยค่ะเกือบไม่ได้มีลุ้นตลอดเวลา แต่สุดท้ายก็ได้ค่ะ

การไปเที่ยวระยองคราวนี้จุดหมายของครอบครัวเราคือ " กิน " ค่ะ ฟังไม่ผิดพวกเราต้องการไปกิน ตั้งใจกันเลยว่าจะไปกินกัน จะไปร้านโจโจ้ เป็นร้านที่บ้านเราชอบทานกัน ทานมาตั้งหลายปี ตั้งแต่เด็กๆ ยังเด็กจนเด็กๆ ของเราตอนนี้โตแล้วก็ยังอยากไปทานกันอีกค่ะ แต่ตอนนี้ร้านโจโจ้ไม่ได้อยู่ที่เดิม หาดแม่พิมพ์แล้วเพราะเกิดเหตุเพลิงไหม้ไป คราวนี้เราเลยต้องไปทานกันที่ร้านเดิมแต่ที่ตั้งใหม่ค่ะ เอ๊ะ....นี่แอนจะมารีวิวโรงแรม ไหงออกนอกเรื่องไปเป็นเรื่องกินไปได้เนี่ย >.< ไม่เอา ไม่เอา วกกลับมาเรื่องเดิมดีกว่าโนะ

เราออกเดินทางตอนเช้าวันที่ 12 ค่ะ เวลาซักประมาณ 9 โมงเห็นจะได้ จุดหมายเราจะเป็นพัทยาก่อน คือตอนเราออกมาไม่ได้ทานข้าวเช้ากันค่ะ ตั้งใจไว้ว่าจะไปทานกันที่พัทยาเลย เสร็จแล้วก็ไปแวะเที่ยว Art in Paradise กันหน่อย ตรงนี้ไม่ขอรีวิวเนอะ เชื่อว่าหลายครอบครัวส่วนใหญ่น่าจะไปเที่ยวกันแล้ว แต่ครอบครัวแอนเลือกที่จะไม่ไปตอนที่เปิดใหม่ๆ เพราะไม่ชอบความวุ่นวาย ชอบเดินสบายไม่อยากหงุดหงิดแย่งกันถ่ายรูป แต่จนแล้วจนรอด เป็นการคาดเดาที่ผิดพลาดค่ะ เพราะเมื่อไปถึงหลังทานข้าวเช้าแล้ว เจอคนเข้าคิวซื้อตั๋วกันเยอะ คิดว่าจะน้อยที่ไหนได้เยอะค่ะ แม้จะไม่เยอะจนแน่นแต่ก็เยอะพอที่จะทำให้หงุดหงิดเพราะความที่ทุกคนพยายามที่จะแย่งกันถ่ายรูปกันอย่างไม่มีระเบียบไม่ว่าคนจะมายืนต่อคิว เค้าก็ไม่สนใจ ต่างคนก็ต่างจะแย่งกันถ่ายประมาณใครไวคนนั้นได้ก่อน ไม่ชอบแบบนี้เลยค่ะไม่มีระเบียบ แค่เรื่องง่ายๆ แบบนี้คนเราน่าจะมีสามัญสำนึก พูดไปก็เดี๋ยวพาลจะทะเลาะกันเปล่า เราจึงเลี่ยงไปถ่ายเฉพาะรูปที่ชอบเท่านั้น ฉะนั้นเราจึงมีรูปกันไม่เยอะ และรู้สึกเสียอารมณ์เลยรีบดูรีบออกกันค่ะ

ออกจาก Art in paradise กันก็ไปแวะยืนทานไอติมกันหน้าร้านแฟมิลี่ มาร์ทค่ะ คนเยอะ รถแยะ เดินไกล เลยแวะรับลมเย็นๆที่ร้านสะดวกซื้อกันสักหน่อย อากาศร้อนเหลือหลาย เดินนิดเดินหน่อยพาลเหงื่อแตกพลั่กๆ รีบทานไอติมเสร็จให้เรียบร้อยก็กระโดดขึ้นมุ่งหน้าสู่ระยองกันค่ะ

คุณพ่อบ้านใช้เวลาซิ่งไม่นานเราก็เข้าสู่เมืองระยองกัน ผ่านโรงแรมโนโวเทลที่คราวก่อนเรามาพัก (แอนยังไม่รีวิวเลย แอนมาพักที่นี่หลังจากที่เค้ารีโนเวทแล้ว เหอๆ ดองเค็มตลอด 555 คราวหน้าจะรีบรีวิวให้น๊า ) จากโรงแรมโนโวเทลไม่ไกลสักแป๊บก็จะเจอทางเข้าอยู่ฝั่งเดียวกับโนโวเทลค่ะ เราเลี้ยวรถเข้าโรงแรมมาแล้วให้เราตรงขึ้นสะพานขึ้นไปเลยค่ะ เราจะไปเอาของและสัมภาระลงก่อน




เราเอาสัมภาระลงกันแล้วของมีไม่เยอะค่ะเพราะเรามาแป๊บเดียว จากประตูเดินเข้าไป เจอปฏิมากรรมช้างน้อยและลูกสองตัวที่ด้านซ้ายมือ ตัวใหญ่ใช้ได้เลยค่ะ ดูได้อย่างเดียว ขึ้นไปนั่งขี่เค้าคงไม่ยอม ฮี่ๆ




ผ่านตรงนี้ไปเดินตรงไปทางซ้ายมีอเลยค่ะ ที่เค้าน์เตอร์ไหนก็ได้ที่มีเจ้าหน้าที่ว่างอยู่ ทำการ Check in เลยค่ะ ที่นี่ตรงที่ยืนอยู่มีลมพัดผ่านมาด้วยนะค่ะ ในอาคารเค้าทำแบบเปิดค่ะ เราจะได้แอร์แบบธรรมชาติ แถมเป็นจุดชมวิวด้วยวันนี้ที่เรามาพัก คนเยอะค่ะ พนักงานแจ้งว่าห้องพักวันนี้เต็ม มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ทั้งฝรั่ง ญี่ปุ่น เกาหลี จีน มีครบทีเดียวค่ะ




เช็คอินเสร็จเรียบร้อย เราจะเอากระเป๋าไปเก็บก่อนแล้วค่อยมาถ่ายรูปทีหลังนะ คนเยอะมากค่ะ เดินผ่านก้อนหินในรูปเลี้ยวไปทางซ้ายมือเลย มีลิฟท์อยู่ในนั้นค่ะ




เดินมาแล้วนะ มีลิฟท์ 4 ตัวค่ะ กดปุ่มเลยเราจะไปที่ชั้น 5 กันค่ะ เราได้ห้องที่ชั้น เป็นห้อง Garden view แง ไม่เห็นทะเลเลย ช่างมันไม่เป็นไรอยากเห็นทะเลก็ลงมาเดินเล่นซิเนอะ




เข้าลิฟท์มาแล้วเราต้องใช้ Key Card แตะปุ่มด้านล่างแบบในรูปนะค่ะ จึงจะสามารถกดชั้นลิฟท์ที่ต้องการได้ค่ะ




ถึงชั้นของเราแล้วนะค่ะ ชั้น 5 เราได้ห้อง 508 และ 510 ห้องอยู่ติดกันค่ะและอยู่ใกล้ลิฟท์ด้วย




เปิดประตูโผละเข้ามาแล้ว เราจะเห็นห้องนอนแบบนี้ค่ะ ให้ความรู้สึกแบบสบายๆ อาจเพราะบนเพดานมีพัดลมกระมังค่ะ ประตูริมระเบียงมีแง้มๆ อยู่ ลมพัดผ่านมาทำให้พัดลมในห้องหมุน เราเลยรู้สึกสบาย ไม่รู้เกี่ยวมั๊ยนะ 555




อีกข้างนึงของที่นอน มีประตูห้องน้ำ ห่างกันพอสมควรค่ะ




ถ่ายจากปลายเตียงบ้าง




หัวเตียงด้านซ้ายเป็นแบบนี้ค่ะ มีโทรศัพท์ ปลั๊กไฟ รีโมททีวี




ปลายเตียงมีทีวีติดฝาผนัง และมีโต๊ะพร้อมกับโคมไฟค่ะ สวยเหรอนั่น !!! แอนว่านะมันเก๊ะกะอ่ะ




ถัดจากที่นอนไปมีที่นั่งเล่นติดกับกำแพงกระจก ที่นั่งตรงนี้ใหญ่พอเพียงที่จะนอนได้สองคนเลยค่ะ และถ้าเปิดม่านแล้วจะเห็นวิวค่ะ แต่เป็นวิวที่ไม่ได้สวยเป็นถนนเล็กๆ แล้วมีคนงานกำลังทำงานอยู่ค่ะ




เปิดระเบียงดูมีที่นั่งทรงกลมตันๆ แบบกระบอกตามภาพอยู่ให้นั่งค่ะ และในรูปมีรางปลั๊กต่างๆ ให้เลือกใช้ อยู่ด้านล่างทีวีลงมา




ข้างฝาผนังติดทีวิ เป็นแบบนี้ค่ะ มีตู้เย็น และ เค้าท์เตอร์เป็นบานพับดึงลงมาได้มีกระติกต้มน้ำ มีแก้ว มีน้ำให้ 2 ขวด และมีชา กาแฟ คอฟฟี่เมต น้ำตาล ครีมเทียมให้ตามมาตราฐานค่ะ




ถัดไปฝั่งเดียวกับทีวี เลาะๆไป เกือบถืงประตูเป็นตู้เสื้อผ้าแอบอยู่เป็นประตูบานไม้ใหญ่ๆ เปิดมาเจอตู้เซฟ เสื้อคลุมอาบน้ำ 2 ตัว โต๊ะสำหรับรีดผ้า 1 ตัวค่ะ




ในรูปเป็นคีย์การ์ด 2 ห้อง เตารีด 1 ตัว และตู้เซฟที่เปิดอ้าค่ะ




ด้านล่างสุดของตู้มีที่ชั่งน้ำหนักค่ะ และแปรงปัดรองเท้า แต่ดูเหมือนว่าอีกห้องนึงที่พักจะไม่มีที่ชั่งน้ำหนักนะค่ะ แปลว่าไม่ได้มีทุกห้อง




ต่อไป เราหันหลังให้ตู้จะกลายเป็นห้องน้ำนะค่ะ




มีอ่างอาบน้ำด้วย พื้นเรียบเสมอกัน ใครอย่าเผลอเปิดน้ำในอ่างแล้วไม่เฝ้านะค่ะ ถ้าน้ำล้นมีหวังจะนองเต็มพื้นไม่รู้จะไหลมานอกห้องหรือเปล่าเพราะอย่างที่บอกพื้นห้องน้ำเรียบเสมอกันและไม่มีธรณีประตู เวลาจะเข้าห้องน้ำก็ต้องปิดประตูค่ะ ทั้งสองด้าน




ส่วนห้องสุขภัณฑ์มีแยกเข้าไปด้านในอีกห้องเป็นห้องเล็กๆ และอีกห้องด้านข้างก็เป็นห้องอาบน้ำแบบ Rain Shower ค่ะ ประตูจะเป็นบานกระจกแบบเลื่อน




เค้าน์เตอร์อ่างล่างหน้า







อุปกรณ์ที่จำเป็นเผื่อลืมเอามา ที่พิเศษเพิ่มมาจากโรงแรมอื่นๆเท่าที่เคยเห็นนะค่ะ จะเป็นที่มัดผม ไม่นับรวมที่ญี่ปุ่นนะ แล้วก็มีน้ำยาบ้วนปากค่ะ




นั่งเล่นพักผ่อนสักพัก เราลงมาสำรวจด้านล่างกันค่ะ ลงจากลิฟท์มาเจอร้านนี้อยู่ทางด้านขวามือ ขายของเล็กๆค่ะ




มาอยู่ดูวิวบ้าง แดดยังร้อนเปรี้ยงเลยค่ะ แต่ท้องฟ้า ฟ้าสวยสดใสแบบนี้ ถ่ายรูปมาสวยเลย แต่คนหน่ะจะเกรียมเอาค่ะ




ตอนนี้คนว่างแล้วที่หน้าฟร้อนท์ หน้าตาเป็นเยี่ยงนี้ค่ะ




หันหลังให้ฟร้อนจะเป็นแบบนี้ค่ะ




ที่นั่งชมวิว บ่ายแก่ๆ แบบนี้แม้จะมีลมพัดมาแต่ก็เป็นลมร้อนค่ะ




ที่นั่งเยอะพอประมาณแต่คนเยอะกว่า ตอนนี้คนหายไปไหนหมดไม่รู้ ได้ทีจังหวะว่างเก็บรูปมาฝากซะเลยค่ะ




วิวอีกข้างนึง เช้าวันพรุ่งนี้เราจะไปนั่งทานข้าวกันฟากโน้นค่ะ







เดินกลับมาอีกครั้งจะลงลิฟท์ไปด้านล่างจะเจอร้านเบเกอรี่ค่ะ โปรโมชั่นน่าสนใจลด 50 % ช่วง 1 ทุ่ม - 2 ทุ่ม ที่ห้อง JAVA ค่ะ




ชมวิวดูด้านบนไปแล้วเราลงมาด้านล่างกันบ้างดีกว่าค่ะ




ที่นั่งรับลมอีกที่ ถ้าข้างบนคนเต็มเราก็ลงมาด้านล่างได้ ทางนี้เป็นทางที่จะเดินไปสระว่ายน้ำค่ะ







เดินมาเรื่อย ผ่านสนามหญ้าไป แล้วเดินไปตามทางเดินทางขวา จะเจอตู้ปลา ขนาดใหญ่ ถ้าเราเล่นน้ำ ก็สามารถดำลงไปด้านล่างก็จะเห็นตู้ปลา เค้าว่าเป็นอความเรี่ยมค่ะ




ระหว่างเดินไปดูสระว่ายน้ำ ชะโงกผ่านรั้วต้นไม้เห็นสระว่ายน้ำของภูผาธารา สามารถเดินไปมาใช้บริการสระร่วมกันได้ แต่ไม่เห็นมีใครจากฝั่งภูผาธารามาใช้บริการเลย







สระของโรงแรมที่เราพัก




สระของโรงแรมเราใหญ่และยาวค่ะ แต่ไม่ลึกเท่าไหร่ อยู่ในระดับยืนถึงแบบสบายค่ะ ถ้าจำไม่ผิด 1.50 เมตรกระมังค่ะ สไลด์เดอร์ตัวนี้ เป็นของเด็กค่ะ ผุ้ใหญ่เล่นได้แต่ก้นจะกระแทกพื้นด้านล่างค่ะ ก็ระดับความเจ็บก็นิดหน่อย แอนลองมาละ แต่ไม่ได้เล่นเยอะเดี๋ยวชุดว่ายน้ำก้นขาดแล้วจะไม่คุ้มเพราะพึ่งซื้อชุดมาใหม่ค่ะ ฮี่ๆ













สระรูปนี้วิวติดกับทะเลเลยค่ะ สวยดี ฝรั่งมานั่งอาบแดดกันเพียบ 4-5 โมงมาจับจองพื้นที่กันเรียบร้อยแล้วค่ะ












เดินเล่นชมวิวกันแบบจุใจแล้วก็เย็นโข ถึงตอนนี้หิวข้าวแล้วเราออกไปทานข้าวกัน ขากลับเดินผ่านตรงนี้จากที่จอดรถค่ะ




ผ่านร้าน SYNC ร้านเล็กๆ เก๋ๆ แต่ไม่มีใครนั่งเลยด้านหลังของที่นั่งด้านหน้าเป็นบ่อปลาคร๊าฟตัวโตแต่ถ่ายรูปมาได้ไม่ชัดเลยไม่ลงรูปนะค่ะแสงน้อยเกินบวกกับฝีมือที่ห่วยเพื่อนๆเลยอดดูกันไปนะ ฮี่ๆ




ตรงนี้เป็นห้องประชุมรู้สึกว่าจะมีแบ่งเป็น 3 ห้องเล็กๆ ไว้สำหรับบริษัทต่างๆพาพนักงานมาประชุมหรือสัมมานาได้ค่ะ




ที่นั่งชมวิวเดิมแต่เปลี่ยนเป็นบรรยากาศตอนมืดๆค่ะ











ดูวิวตอนดึกกันไปหมดแล้ว มาดูวิวตอนเช้าพร้อมกับอาหารเช้ากันบ้างเนอะ



อาหารเช้าที่โรงแรมจะมีบริการจนถึง 11.00 น. ค่ะ เราจะรับประทานอาหารที่ห้องนี้ SEA SALT ค่ะ




ทางเข้าสวยดี และด้านในใหญ่กว้างขวาง มีที่นั่งให้เลือกทั้งด้านในและด้านนอกแต่เรามาดูอาหารกันก่อนแล้วค่อยดูที่นั่งและวิวนะคะ










มีอาหารให้เลือกมากมายค่ะ เราเริ่มจากทางด้านซ้ายมือก่อน แวะโฉบดูเลย เช้าวันนี้คนเยอะค่ะ อาจเป็นเพราะแอนลงมาช้าก็เป็นได้





ตรงนี้เป็นพวกเส้นๆ ค่ะ ก๋วยเตี๋ยวหมู ^^




ติดกันเป็นไส้กรอกและเครื่องเคียงพวกมันฝรั่ง แฮม




ต่อไปตรงนี้เป็นแพนเค็กและวาฟเฟิล มีท้อปปิ้งให้เลือกมากมายกระเถิบไปอีกนิดเป็นที่ทำพวกไข่ค่ะ สามารถสั่งเค้าทำออมเล็ตได้ ส่วนไข่ก็มีต้มไว้ให้แล้ว แบบ 4 นาทีและ 12 นาทีค่ะ ใครชอบแบบไหน ก็จัดไปตามใจชอบโลดๆ







ถัดไปเป็นผลไม้ มีบริการน้ำผลไม้สดๆ มีเจ้าหน้าที่ทำให้ค่ะ เป็นสมูทตี้แล้วแต่เรา




มาดูตรงกลางบ้างค่ะ




ตกแต่งน่ารัก ชอบอ่ะ






มีครัวซองค์ให้ทานและขนมปังชนิดอื่นด้วย แต่แอนเบื่อขนมปังจากยุโรป ซัดไปเยอะเรียกว่าทุกวันที่ไปเที่ยว เลยขอบายไปก่อน





ใครชอบแบบปิ้งก็มีค่ะ




แยมสารพัดแยม






พวกซีเรียล โยเกริต์ ชีสมากมาย







ชีสที่ไม่ได้ชิม ยังคงเบื่ออยู่ค่ะ








ขนมจีบ ซาลาเปาหมูแดง หมูสับก็มี




พวกกับข้าวต่างๆ ถ้าเป็นแกงออกเผ็ดค่ะ เด็กทานไม่ได้น๊า หนุ่มน้อยที่บ้านแอบตักมาโซ้ย ถึงขั้นร้องเผ็ดเลยค่ะ




ดูอาหารกันไปเรียบร้อยซึ่งจัดว่าเยอะพอสมควร มาดูที่นั่งและบรรยากาศภายในห้องกันค่ะ















ด้านนอกก็มีที่นั่งค่ะ มีร่มเล็กๆ แต่ร้อนค่ะ







แดดร้อนเปรี้ยงแต่เช้าเลยค่ะ นั่งไม่ไหว ตรงนี้ที่เห็นเป็นฟิสเนสค่ะไม่ได้เข้าเลย













ปิดท้ายกันด้วยหน้าตาอาหารที่เด็กเลือกมาทานค่ะ


หมดแล้วเต็มอิ่มจุใจกับภาพบรรยากาศและห้องอาหารของโรงแรมมั๊ยค่ะ ถ้าเพื่อนชอบก็หวังว่าคงจะเป็นทางเลือกอีกทางสำหรับการพักผ่อนในทริปต่อไปของเพื่อนๆนะค่ะ

บอกกันนิดนึงเกือบลืมสรุป

ราคาห้อง : ราคาที่แท้จริงแอนไม่ทราบได้ คงต้องโทรสอบถามเองนะค่ะ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับวันหยุด และโปรโมชั่น และช่วงที่พักค่ะ ของแอนได้คูปองจากพี่สาวมาให้ใช้ในราคาพีเศษสำหรับสมาชิกค่ะ แต่มีคิดค่าบริการและเซอร์วิส ตกคืนนึงก็จะประมาณห้องละ สามพันกว่าบาทต่อห้องต่อคืนค่ะ

ความสะอาด : เนื่องจากเป็นโรงแรมใหม่เนอะ ทุกสิ่งทุกอย่างดีหมดค่ะ

ความสะดวกสบาย : สำหรับผู้ที่ต้องการก็ควรจะมีรถละค่ะ ไม่งั้นก็คงจะเดินทางลำบากนิดหน่อย มารถบัสมาลงบ้านเพต่อรถมาอีก แต่คงจะไม่มาพักตรงนี้คงเดินทางไปนอนที่เกาะเสม็ดกันเลยเนอะ

เจ้าหน้าที่ของโรงแรม : ที่นี่เจ้าหน้าที่เจอทุกท่านน่ารักค่ะ อัธยาศัยดี เดินผ่านไหว้ตลอดค่ะ คอนเฟริม์เลย

การบริการ : ดีมากค่ะ ขออะไรก็ได้หมด ขอน้ำแข็งไปก็ได้ทุกรอบ ขอแชมพู สบู่ ก็ได้หมดและไวด้วยค่ะ


อาหารของโรงแรม : รสชาดอาหารแบบกลางๆค่ะ ไม่ถึงกับอร่อยมาก เพราะรองรับชาวต่างๆด้วยเลยเป็นรสชาดแบบกลางๆ ค่ะ


ห้องพัก : ในความคิดแอนไม่ค่อยถูกใจค่ะ ห้องน้ำไรงี้ ก็อกน้ำตรงอ่างอาบน้ำโยกเยกไปมา คาดว่าอีกไม่นานคงจะหลุด โคมไฟหน้าทีวีก็ไม่ชอบ เห็นแล้วขัดตา แอนเลยต้องเลื่อนโต๊ะออกไปหน่อยค่ะ

หมดแล้วสำหรับรีวิวและคอมเม้นท์ ใครชอบ ใครสนใจ แอนถ่ายมาภาพมาเรียกว่าละเอียดและจุใจเลยนะ จะมีก็แต่สระว่ายน้ำอีกด้านนึงซึ่งเดินไปแล้วลืมเอากล้องมาเลยอดถ่ายค่ะ

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามกันเหมือนเคย คราวหน้าจะเป็นโรงแรม หรือ จะเริ่มทริปใหม่ หรือจะไปสานต่อญี่ปุ่นให้จบอันนี้ขอดูข้อมูลก่อนนะค่ะ ติดตามแล้วกัน ลาไปนอนก่อนเนอะ ฝันดีค่ะทุกคน ^^




 

Create Date : 18 พฤษภาคม 2557    
Last Update : 18 พฤษภาคม 2557 2:45:50 น.
Counter : 1855 Pageviews.  

รีวิวที่พักบ้านมนตราบีช ( baanmontra beach resort ) @ บางสะพาน




เมื่อตอนก่อนปีใหม่ช่วงก่อนที่จะไปเที่ยวเวียดนาม เป็นช่วงเกือบประมาณกลางเดือนธันวาคม แอนและครอบครัวได้มีโอกาสไปเที่ยวทะเลกันค่ะ ไปคราวนี้ไม่ใช่ระยองอย่างเคย แต่เป็นการเดินทางไปเที่ยวทางฝั่งเพชรบุรี แอบตื่นเต้นเล็กน้อยค่ะ ก็แหมอะไรที่มันเดิมๆ ซ้ำๆ ซากๆ ไปมานานและบ่อย มันทำให้เราไม่อยากไปเท่าไหร่ค่ะ ทุกๆปี ทุกๆทีก็ไปแต่ระยอง เพียงแค่เราหลับตาเราก็รู้แล้วค่ะว่าถ้าเราไประยองเราจะทำกิจกรรมอะไรกันบ้าง พักที่ไหน ทานอาหารที่ไหน แต่คราวนี้ที่บอกว่าตื่นเต้นคงเป็นเพราะเราจะได้ไปเที่ยวที่มันแตกต่างจากเดิมอ่ะค่ะ ทำให้กระชุ่มกระชวยและรู้สึกตื่นเต้นดีหล่ะค่ะ


ที่พักที่ไปเที่ยวคราวนี้ เช่นเคยค่ะสืบเนื่องมาจากการจองที่พักจากงานเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก ความจริงเค้ามีกำหนดให้ไปในระยะเวลา 1 ปีค่ะ แต่อย่างที่บอกตอนเราจองเราก็อยากไปโน่นไปนี่ จองกันไปซะหลายที่เลยแต่พอถึงเวลาจริงๆที่เราคิดว่าอีกตั้งนาน พอเราทำลืมๆ เวลามันก็เดินไวเหมือนโกหกซะด้วย เผลอแป๊บเดียว Voucher โรงแรมก็ทำทีท่าจะหมดอายุลง ทำให้เราต้องรีบกระวีกระวาดจองที่พักและรีบไปเที่ยวค่ะ และด้วยความที่เราทิ้งมันไว้จนทำให้เกือบลืมทำให้ในเดือนธันวานี้เราต้องหาเวลาไปใช้ voucher ให้ได้หล่ะค่ะหลายที่อยู่เหมือนกัน แต่แอนหยิบเอาที่นี่มารีวิวให้เพื่อนๆ พี่ๆ ดูกันก่อน เผื่อใครที่จะไปเที่ยว อยากไปเที่ยวแบบสงบหรือแวะเป็นทางผ่านที่จะไปเที่ยวทางใต้ สามารถแวะพักผ่อนที่นี่ได้ค่ะ


ที่นี่ที่แอนได้ไปพัก มีชื่อว่า BAAN MONTRA BEACH บ้านมนตราบีชค่ะ
แล้วอยู่แถวไหน ต้องบอกก่อนว่าแอนไม่ได้เป็นคนขับรถ คุณพ่อบ้านค่ะ เค้าเป็นคนขับ แอนเป็นเพียงแต่คนนั่งเฉยๆ มีทำงานบ้างก็ตอนคุณพ่อบ้านร้องเรียกจะดื่มน้ำ จะกินหนม เรียกว่าเป็นมือเป็นทีนเค้าเท่านั้นหล่ะค่ะ 555
เอ้าแล้วอยู่แถวไหน >.< คุณพ่อบ้านบอกว่าอยู่บางสะพานค่ะ ไกลถึงประจวบฯกันเลยทีเดียว ตอนแรกก็คิดไม่ใกลเท่าไหร่ที่ไหนได้ ขับกันไปเรื่อยๆ ยังไม่ถึงสักที เรียกว่าใช้เวลาหลายชั่วโมงเลยค่ะ ขับไปก็โทรถามทางกันตลอด เพราะเราไม่ค่อยชำนาญเส้นทางนี้กันค่ะ แต่ก็ถึงที่นั่นปลอดภัยดีค่ะ

ที่ตั้งกันหน่อยนะค่ะจะได้รู้ว่าอยู่ที่ไหน
ตั้งอยู่เลขที่ 333/1 หมู่ 3 ตำบลธงชัย อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 77190


ขับรถกันมาครึ่งค่อนวัน ใกล้จะแล้วค่ะ ตามแผนที่ด้านบนเลยนะค่ะ



ต้นไม้เยอะดีค่ะ ระหว่างทางจากถนนเพชรเกษมเข้าซอยไป



ท้องฟ้าในฤดูหนาวของบ้านเรานะเนี่ย อย่างกับถ่ายตอนเมษาหน้าร้อนเลยจริงๆค่ะ



เรามาถึงแล้วค่ะ ต้องบอกก่อนขับรถเข้ามาในซอยลึกพอสมควร แต่ก็เงียบและสงบดีค่ะ



ป้ายด้านหน้า ขับรถเร็วๆ เกือบเลยได้เหมือนกันค่ะ







เห็นสัญลักษณ์แบบนี้รูปก๊อกน้ำอันใหญ่ๆ เลี้ยวปร๊าดดดเข้ามาได้เลยไม่ผิดที่แน่นอนค่ะ



จอดรถกันแล้วก็ตามมากันเลยคร๊า



ทันทีที่จอดรถเสร็จเรียบร้อยแอนผู้จองห้องพัก ตรงรี่เข้าไปคุยกับเจ้าหน้ากันก่อนเลยค่ะ เรามาถึงแล้วเจ้าหน้าที่จัดแจงให้เรากรอกข้อมูลรายละเอียดผู้เข้าพัก กรอกเสร็จเราก็เริ่มเก็บภาพมาฝากกันเผื่อใครจะไปพักจะได้เห็นภาพจริงๆที่ไม่มีการเสริมแต่งแต่อย่างใดค่ะ เก้าอี้ที่นั่งรอสำหรับแขกที่มาพักสีสันสวยสด ถูกใจสาวน้อยของแอนจริงๆค่ะ



อีกมุมนึงค่ะ



ติดต่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้ากำลังพาเราไปที่ห้องพักค่ะ รูปนี้ระหว่างทางไปห้องพัก ผ่านที่นี่เก็บภาพมาฝากค่ะ เป็นห้องน้ำค่ะ









ห้องพักแบบเป็นสองห้องติดกันค่ะ เราพักแบบนี้แต่ไม่ใช่ห้องของเรา ของเราต้องเดินต่อไปอีกค่ะ



ถึงแล้วค่ะ ห้องของเรา อันนี้เป็นประตูด้านหน้าค่ะ ถอดรองเท้าแล้วเดี๋ยวตามเข้าไปดูเลยค่ะ เราได้พักห้อง FP5 และ FP6








ห้องแรกเป็นห้องเตียงเดี่ยวใหญ่นอนด้วยกันค่ะ







ส่วนรูปนี้เป็นห้องนอนอีกห้องที่ติดกัน เป็นเตียงเดี่ยวสองเตียงค่ะ เปิดประตูทะลุเดินเข้าออกได้สะดวกดีค่ะ



ห้องจะมีหน้าต่างบานใหญ่ยาว รูปนี้เป็นปลายเตียงค่ะ



ส่วนรูปนี้จะเป็นอีกด้านของห้องค่ะ หน้าต่างบานใหญ่ยาวเช่นเดิม ใครต้องการความเป็นส่วนตัว ก็ปิดมาซะได้เลย



ทั้งสองห้องจะโต๊ะเครื่องแป้งเหมือนกัน เพียงแต่อยู่สลับข้างกันเท่านั้นค่ะ มีกระติกน้ำร้อนให้ด้วยเผื่อใครอยากทานน้ำชาและกาแฟ



ตู้แขวนเสื้อผ้าอยู่ฝั่งตรงข้ามกระจกโต๊ะเครื่องแป้งค่ะ



ต่อไปเป็นส่วนของห้องน้ำ มีอ่างล้างหน้าอยู่ด้านนอก



ที่อาบน้ำในร่ม



ที่อาบน้ำกลางแจ้ง มองวิวชมท้องฟ้าได้ ไม่ร้อน ไม่ต้องกลัวโปี เพราะไม่มีใครมองเราเห็นได้ แต่ตกดึก อาจเจอเพื่อนร่วมโลก พวกน้องจิ้งจกมาทักทายกันบ้างค่ะ



สุขภัณฑ์บำบัดทุกข์ เพิ่มความสุข



อุปกรณ์อาบน้ำที่ตระเตรียมไว้ให้


เรื่องห้องพักเรียบร้อยแล้ว เราลองออกไปเดินสำรวจที่อื่นกันบ้างดีกว่าค่ะ



ออกจากห้องพักเราเดินไปทางขวามือไปเรื่อยๆ นิดหน่อยด้านบนเห็นมีก๊อกน้ำใหญ่ๆ เป็นสระว่ายน้ำ เดี๋ยวเราขึ้นไปชมกันหน่อยค่ะ



เดินขึ้นบันไดไปเลยค่ะ



ก๊อกน้ำที่เห็น คืออันนี้นั่นเอง



มีส่วนของสระน้ำเล็กๆ ใกล้ๆ กันให้เด็กน้อยเล็กๆ ได้ใช้



ถามว่ากว้างหรือใหญ่มั๊ย ดูได้จากภาพค่ะ ไม่เล็กแต่ก็ไม่ใหญ่

สระว่ายน้ำเรียบร้อยไปแล้วไปสำรวจที่อื่นอีกดีกว่าค่ะ


เดินผ่านบ้านพักหลังอื่น เก็บมาตามระเบียบ แต่เอ๊ะ...เค้ามีบันได้เดินขึ้นไปด้านบนได้ด้าน หลังที่เราพักไม่มีเพราะเรามา4 คน ใครจะพักแบบนี้พักได้แค่ 2 คน ไม่น่าเกิน3 คนค่ะ เดี๋ยวเราไปดูกัน



อีกด้านนึงค่ะ



ขึ้นมาด้านบนแล้ว ถ่ายวิวบ้านพักหลังอื่นจากด้านบนให้ชมกันบ้าง



ส่วนรูปนี้วิวอีกด้านที่หันหน้าสู่ทะเลค่ะ มองจากด้านบน สวยดีค่ะ ตึกสีขาวตัดกับสีฟ้าของน้ำทะเล ประมาณขาวฟ้า ฟ้าขาว มีใครชอบเหมือนแอนบ้าง ยกมือขึ้นเลยค่ะ



ดูวีวด้านบนไปแล้ว ลงมาพื้นดิน เดี๋ยวไปดูส่วนที่เราต้องทานอาหารเย็นนี้กันดีกว่าค่ะ คราวนี้ที่เราพักที่นี่ตอนเราแจ้งความจำนงว่าต้องการใช้ voucher ทางเจ้าหน้าที่แจ้งมาว่าให้เราเพิ่มเงินอีกห้องละ 900 บาทเนื่องจากเป็นวันหยุดต่อเนื่อง แต่แรกเราแอบโกรธนิดหน่อย แต่เราก้จำยอมเพราะ มันจะหมดอายุในไม่กี่วันข้างหน้านี้แล้วหล่ะค่ะ แต่ทางที่พักก็แจ้งว่าราคานี้รวมอาหารค่ำและอาหารเช้าให้ด้วย แอนเลยเจรจากับคุณพ่อบ้าน เค้าก็ยอมแต่โดยดีค่ะ



นี่ค่ะ เราจองโต๊ะที่สองติดริมทะเลไว้ จองไว้ตอน 1 ทุ่มค่ะ ตอนนี้นั่งไม่ได้ร้อนระอุเชียวค่ะ



ที่ทานอาหารอยู่ด้านซ้าย มุมนั่งกินลมชมวิวทะเลอยู่ด้านขวาค่ะ ติดทะเลเป็นส่วนตัว ไม่ต้องข้ามถนนไรงี้ คุณพ่อบ้านเค้าเริ่มชอบค่ะ เพราะเงียบและสงบ วิวสวย ทะเลสะอาดดีค่ะ



มาทะเลไม่มีรูปทะเลได้ไงนิ จัดไปค่ะ



ถ่ายรูปออกมาท้องฟ้าดูสวยดีนะค่ะ แต่ แต่ แต่ร้อนค่ะ เก็บภาพพอแก้อยากกันสักหน่อย เดี๋ยวเย็น แดดร่มลมตกค่อยมาชมกันอีกรอบดีกว่า ตอนนี้คุณพ่อบ้านชวนให้ออกไปเที่ยวโดยรอบกันดีกว่า


หมดเรื่องที่พักกันไปแล้ว คราวนี้มาให้คะแนนกันดีกว่าเผื่อใครจะไปพักจะได้ตัดสินใจถูก ให้คะแนนเต็ม 5 นะค่ะ

ความสะอาด 4 คะแนนค่ะ เพราะพื้นกระเบื้องห้องน้ำดูดำไปหน่อย แต่ไม่ใด้หมายถึงเค้าไม่ได้ทำความสะอาดนะค่ะ

การเดินทาง 3 คะแนน เพราะค่อนข้างไกลค่ะ ป้ายจากปากทางไม่มีบอกถ้าไม่โทรถามเราคงไม่ทราบได้

ราคา 3 คะแนน ถือว่าไม่แพง

ทัศนียภาพ 4 คะแนน ถือว่าสวยงาม ทะเลน้ำใสสะอาดดีทีเดียวค่ะ

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามหรือแวะเวียนมาเยี่ยมชมค่ะ เรื่องราวของการเดินทางยังไม่สิ้นสุด ชอบหรือถูกใจติดตามในตอนหน้านะค่ะ วันนี้good night ฝันดีกันทุกคนค่ะ




 

Create Date : 01 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 4 พฤษภาคม 2555 23:27:37 น.
Counter : 7787 Pageviews.  

รีวิว ที่พักในระยองที่ white @ sea



สวัสดีค่ะทุกคน เช้าวันนี้อากาศดีแดดออกไม่เหมือนเมื่อสองวันก่อน ทำให้วันนี้ขนผ้าห่มมาซักตาก เสร็จจากงานก็แวะมาอัพเดทบล็อคเรื่องราวกันหน่อย


จากสถานการณ์ อุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ในวันนี้ มวลน้ำมากมายมหาศาลก่อให้เกิดความโกลาหล ความเครียด และเดือดร้อนกันถ้วนหน้า หลายๆ คนหาที่พักเพื่ออพยพหนีความเครียดและถือโอกาสไปเที่ยวต่างจังหวัดกัน วันนี้แอนมีสถานที่พักมาฝากให้เพื่อนได้ไปพักผ่อนคลายเครียดกันค่ะ ต้องบอกว่าแม้จะไม่สวยหรูมากมาย แต่ก็พอพักได้ค่ะ เพราะคาดว่าทางฝั่งชลบุรี บางแสนและพัทยาคงจะเต็มกันหมดแล้ว ถ้าเราขับรถเลยไปกันอีกสักหน่อยเป็นระยอง คงจะไม่ใกลกันจนเกินไปนัก


ที่พักคราวนี้ที่แอนได้มีโอกาสไปพักคือ WHITE @ SEA ค่ะ แล้วมันตั้งอยู่ที่ไหนหล่ะ


ที่ตั้ง : ตั้งอยู่หาดแม่รำพึงค่ะ ไปง่ายๆ ขับรถเรียบหาดแม่รำพึง จนถึงก้นอ่าวจะเห็นบังกะโลสีขาวฟ้าด้านซ้ายมือ อย่าขับรถเร็วนะค่ะเดี๋ยวเลย

การเดินทาง : ถือโอกาสคัดลอกเอาจากเวปเค้ามาเลยนะค่ะ อิอิ
By Bus

1.Take the Bus to Rayong Province at the Eastern Bangkok Bus Terminal, Eakami, Sukumvit or Mho Chit Mai Bus Terminal, Jatujak
2.Take Mini bus (Blue Pickup truck with 2 roll seats in the back) from the Rayong Bus Terminal to Haad Mae Rumpueng - Nai Rai
By Car

1.From Bangkok take the express way or motor way to Chonburi, and take Bypast Highway to Highway 36 to Rayong
2.At the end of Highway 36 turn left to Sukumvit Highway, take the Sukumvit Highway for 5 km. to the Ta Pong Intersection.
3.Turn right to Mae Rumpueng Beach, and drive along the 10 km. white sand beach to end of the bay.

บรรยายการเดินทางกันไปแล้ว ไม่มีแผนที่คงอาจจะงงๆ เรามาดูกันตามแผนที่ ดังนี้นะค่ะ







เดินทางมาใกล้ถึงแล้วให้สังเกตทางด้านฝั่งตรงข้ามทะเล เจอตึกลักษณะแบบนี้ใช่เลย ถึงแล้วค่ะ




ป้ายยืนยันว่ามาถูกแล้วแน่นอน




ลงจากรถไปติดต่อห้องพักกันค่ะเจ้าหน้าที่ไม่อยู่ หายไปไหนไม่ทราบได้ รอสักพัก ก็มีเจ้าหน้าที่เดินมา ที่เคาน์เตอร์มีอยู่คนเดียว >.<
ติดต่อห้องพักที่เราจองมาเรียบร้อย เราไปดูห้องพักกันค่ะ



ที่นี่เค้ามีห้องพักแบบบังกาโลกับแบบโรงแรมเป็นห้องๆ ตอนแรกที่เราจองเราอยากได้เป็นแบบบังกาโลมีที่จอดรถสบาย แบบบ้านใครบ้านคนนั้น ถ้ามากันเป็นครอบครัวใหญ่ก็ดีไม่น้อยปิ้งย่างบาร์บีคิวแสนสบายและสนุก แต่เนื่องจากเป็นวันหยุดแล้วเราจองกันแบบฉุกละหุกอีกตามเคย เลยต้องเลยตามเลยพักแบบห้องกัน โดยเราพักกันในตึกแรกด้านขวามือตามแผนผังนี่เลยค่ะ



ได้รับกุญแจมาแล้วเป็นห้อง 4D ค่ะ อยู่ชั้นบนสุด ที่นี่ไม่ลิฟท์อาศัยสองเท้าของเราก้าวเดินเอา ฉะนั้นอย่าเอากระเป๋าใบใหญ่มานะค่ะ เดี๋ยวจะแบกกันไม่ไหวหล่ะค่ะ



เปิดประตูเข้่ามาแล้วเป็นแบบนี้ค่ะ เป็นที่นั่งพักผ่อนแบบ open air ที่ตรงกลาง วันนี้ที่เราเดินทางมา มันร้อนมาก ๆ เลยค่ะ รีบเปิดดแอร์ให้เย็นชื่นใจดีกว่า




ผ่านบริเวณนั่งพักผ่อนไป มีประตูกระจกคั่นอีกทีจึงเป็นห้องนอนค่ะ ห้องนี้เป็นเตียงเดียวคู่ค่ะ




มีทีวีและเครื่องเสียงอยู่ที่ฝาผนัง




หันหลังให้ประตูกระจกที่ห้องนอน ทางขวามือเป็นประตูเข้าห้องมา ตรงกลางเป็นตู้เสื้อผ้า และด้านซ้ายของรูปเป็นอ่างล้างหน้า ส่วนด้านซ้ายสุดๆ ที่ไม่ได้ถ่ายมาคือ ห้องน้ำค่ะ



เปิดประตูทางซ้ายสุดที่เป็นห้องน้ำ ชะโงกเข้าไปดู ด้านขวาเป็นห้องอาบน้ำ มีฝักบัว



ด้านซ้ายมือเป็นโถชักโครก


นั่งพักและเปิดแอร์สักพักครึ่งชั่วโมงแล้ว เด็กและคุณผู้ชายบอกมันไม่เย็น!!! อากาศร้อนเกิน >.< บ่นกันใหญ่ให้แอนลงไปติดต่อขอเปลี่ยนห้องพักหน่อย




เดินผ่านแวะชั้นสามนิดนุง เห็นว่าไม่มีใครอยู่และประตูเปิดไว้ให้ระบายอากาศ แอนเลยปิดซะหน่อยแล้วถ่ายรูปมา เป็น ห้อง 3B




ด้านในเป็นห้องนอนมีเตียงใหญ่เตียงเดียวไม่ใหญ่มาก




ผลจากการลงไปเจรจาว่าชั้น 4 ร้อนมากอยู่ไม่ได้ เจ้าหน้าที่ให้เปลี่ยนค่ะ น่ารักจริงๆ เลยได้ห้อง 3D มาแทน



เปิดประตูเข้ามาโชะถ่ายภาพซะ เหมือนชั้นสี่หล่ะค่ะ แต่ห้องนี้เป็นห้องยาวๆ มีพื้นที่ที่จะอยู่ในห้องนอนมากกว่าไม่เล็กแคบเหมือนชั้นสี่ ฝั่งประตูทางเข้า เหมือนด้านบน คือตรงกลางเป็นตู้ ถัดไปเป็นอ่างล้างหน้าและต่อไปเป็นห้องน้ำเหมือนเดิม ในรูปเหนือกระจกที่อ่างล้างหน้าเป็นแบบนี้ค่ะ




ห้องนอนเป็นเตียงเดี่ยวใหญ่ 1 เตียง




เดินเลยที่นอนออกไปมีระเบียงรับลม โอเคกว่าด้านบนค่ะคือย้ายไปอยู่ด้านริมสุดของตึก



ตู้เย็นหลบอยู่ใต้เคานเตอร์ปูนใกล้ๆ ที่นอนค่ะ ส่วนด้านบนไว้วางของแทนโต๊ะนั่นเอง




ถ่ายจากเคานเตอร์ เป็นมุมแบบนี้้ค่ะ




ออกไปดูห้องข้างกันเป็นห้องที่เล็กกว่า หากมากันสองคนสบายเลยค่ะ เป็นห้อง 3C ถ้าเราเปิดประตูเข้าไปเป็นที่นั่ง open air ด้านนอก รอบนี้แอนคลายเดรียดเอาตุ๊กตามานั่งเล่น แอบอยากเป็นเด็กอีกสักครั้ง




เปิดประตูเข้ามาแล้ว ตรงนี่้เป็นที่นั่งพักผ่อน ลมโกรกของห้องนี้ค่ะ ด้านหลังเป็นห้องนอนนะ




เปิดประตูกระจกเข้าไปเป็นห้องนอนแบบเตียงเดี่ยวนอนคนเดียวสองเตียงแต่คนละมุม




จากรูปขวาสุดเป็นตู้ กลางเป็นอ่างล้างหน้า ซ้ายสุดเป็นห้องน้ำ



สำรวจห้องพักเสร็จแล้วออกไปด้านนอกกัน




บริเวณด้านหน้าริมรั้ว มีเป็ดค่ะ




ไม่ได้มีตัวเดียวนะค่ะ มีเป็นกลุ่มเลย




จากที่พักเดินผ่านรั้วข้ามถนนไป เป็นส่วนของทะลค่ะ เห็นมั๊ยค่ะ



นี่ไงค่ะ ด้านหลังเป็นทะเล



มีจัดเก้าอี้ไว้ริมหาดให้นั่งพักผ่อนหย่อนใจ สนนราคาตัวละ 20 บาทค่ะ แต่ในรูปไม่ใช่ของคนนะ เป็นของตุ๊กตาค่ะ อิอิ




นี่ไงค่ะตุ๊กตานั่ง คราวนี้ไม่ได้เน้นที่พักที่เที่ยวเท่าไหร่ค่ะ คลายเครียดตัวเองมาปลดปล่อย นั่งเล่นตุ๊กตาไปเยอะ เลยมีภาพตุ๊กตามาด้วยอ่ะค่ะ ต้องขออภัย ถ้าดูไร้สาระไปบ้าง




เบื่อๆ ทะเลก็กลับเข้าไปที่พักเราดีกว่า สำรวจดูด้านล่างบ้าง ด้านในผ่านบังกาโลมากมายแต่ทุกหลังเต็มหมด (ขออภัยไม่ได้ถ่ายรูปบังกาโลมาให้ดู เพราะมีคนอยู่ทุกหลัง เกรงใจเค้าค่ะ) เศร้าเชียว>.< มีบ่อน้ำพุตั้งอยู่ระหว่างเดินไปสระว่ายน้ำ ซึ่งต้องเดินผ่านเข้าไปด้านในอีกค่ะ




เจอสระว่ายน้ำกลางๆ ไม่เล็กแต่ไม่ใหญ่ อยากว่ายน้ำจังไม่สิ อยากแช่น้ำจัง แต่มองดูคงจะไม่ได้ เพราะเห็นด้านหลังมั๊ยค่ะ ฝนตั้งเค้ามาแล้ว ดำทะมึนเชียวค่ะ ถ้าหากต้องการว่ายน้ำ สามารถขอผ้าเช็ดตัวได้ที่เคาน์เตอร์ check in ค่ะ และขาดเหลืออะไรก็ขอได้ที่นั่นเช่นกัน



อีกวันต่อมาอากาศดี คนออกมาเล่นน้ำกันเยอะเชียวค่ะ รูปนี้ถ่ายตอนที่คนเริ่มเข้าห้องพักแล้วค่ะ



บรรยากาศรอบๆ สระว่ายน้ำ ด้านนึงเห็นภูเขา ป่า อีกด้านในรูปเป็นสวนค่ะ




ปิดท้ายกันไปด้วยรูปทะเลที่ถ่ายจากในรถค่ะ


หมดแล้วรูปภาพสำหรับรีวิวโรงแรมในคราวนี้ หวังว่าจะเป็นทางเลือกในการพักผ่อนชองเพื่อนพี่น้องชาวบล็อคได้เป็นอย่างดีนะค่ะ และขอให้น้ำจงระบายออกไปอย่างรวดเร็วด้วยค่ะ ใครที่เดือดร้อนอยู่ขอให้อดทนสักนิดนะค่ะ ยามนี้เราต้องแบ่งปัน พยายามอย่าเครียด อุปสรรคต่างๆ จะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นค่ะ สู้สู้นะค่ะ โชคดีทุกท่านค่ะ


เกือบเชียวค่ะ ลืมคอมเม้นท์ที่พักซะ

การเดินทาง : ถือว่าสะดวกสบาย อาหารการกินไม่ลำบาก ใครชอบแบบอาหารริมทะเลแถวนี้มีเยอะเหมือนกัน

ทัศนียภาพ : ริมทะเลได้บรรยากาศ พักผ่อนเงียบๆ คนไม่เยอะ ในช่วงที่แอนไปไม่เยอะนะค่ะ ช่วงอื่นเช็คกับที่พักอีกทีนะค่ะ ส่วนของทะเล ได้ยินข่าวบ่อยๆ สำหรับการเล่นน้ำทะเลแถวนี้ ส่วนตัวต้องขอบอกว่าไม่ชอบเล่นน้ำทะเลค่ะ อาจจะเป็นเพราะว่ายน้ำไม่เป็นด้วย แต่ให้ไปนั่งเล่นนิดหน่อยเอาบรรยากาศ แอนว่าพอได้ค่ะ

ราคาที่พัก : แอนพักวันที่ 5/5/11 เค้าคิด 2000 บาทถ้วนค่ะ ส่วนของบังกาโล ต้องสอบถามเค้าดูอีกทีนะค่ะ

อุปกรณ์เครื่องใช้ : ที่พักก็มีอุปกรณ์พื้นฐานให้ตามธรรมเนียมค่ะ ทีวี เครื่องเสียงพร้อมแผ่น สามารถดูดีวีดีได้ ใครจะคาราโอเกะติดต่อเจ้าหน้าที่เค้ามีห้องให้ค่ะ หรือจะจัดประชุมแบบไม่ใหญ่มากก็โอเคค่ะ แต่ส่วนนี้แอนไม่ได้ใช้บริการนะค่ะ ในระหว่างที่แอนไปมีคนใช้บริการตรงนี้ค่ะ อุปกรณ์อื่นก็มีเครื่องทำน้ำอุ่น ตู้เย็น แอร์


สถานที่จอดรถ : หากเป็นช่วงเทศกาลแล้วบังกาโลเต็มหมด โรงแรมมีคนพักอยู่เยอะ ที่จอดรถอาจไม่พอ ถ้าไม่กังวลก็เอาไปจอดด้านในได้ค่ะ แต่ของแอนๆ จอดด้านหน้าตรงสนามหญ้าเลยค่ะ


ความสะอาด : แอนเองเป็นคนจู้จี้ค่ะ ต้องบอกไว้ก่อน เรื่องห้องน้ำมาก่อนอันดับหนึ่ง โหมดแม่บ้านเข้าสิงกระมังค่ะ ที่นี่ถ้าเป็นดาวคงจะให้ 3 ดาวค่ะ ไม่ถึงกับสะอาดมาก แต่ไม่ใช่สกปรก อาจเป็นเพราะน้ำทำให้ห้องน้ำมีสีเหลืองๆ นิดหน่อยค่ะ และมดตัวใหญ่เป้งๆ เดินกันมันส์เชียวค่ะ แต่ก็เป็นบางห้องอ่ะนะค่ะ


เจ้าหน้าที่พนักงาน : เท่าที่ทราบเนื่องจากสถานที่นี้รู้สึกว่าจะเป็นกิจการในหมู่ครอบครัว พนักงานมีไม่มาก อาจไม่เพียงพอหากมาพักในช่วง HI หรือเทศกาล เจ้าหน้าที่อาจติดขัด ทำให้การทำงานหรืออำนวยความสะดวกให้เราล่าช้าได้ ตรงนี้คงต้องดูเป็นกรณีไป ในช่วงที่แอนไป คนเข้าพักบังกาโลเต็มทุกหลัง และในส่วนโรงแรมก็เกือบเต็ม ฉะนั้น สิ่งที่เป็นปัญหาจึงเป็นเรื่องของน้ำใช้ ไม่สามารถปั้มได้ทัน จากการสอบถามเจ้าหน้าที่เค้าแจ้งว่าทุกครั้งที่ผ่านมาไม่เคยเกิดเช่นนี้ แต่คราวนี้สุดวิสัยทำให้ปั้มน้ำทำงานหนักและไม่ทัน จึงขออภัยเรามาแล้ว





 

Create Date : 12 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 16 ตุลาคม 2557 20:58:21 น.
Counter : 21394 Pageviews.  

รีวิว aana resort & spa @ Koh Chang



เมื่อปลายเดือนกันยา ' 54 มีโอกาสได้ไปเที่ยวเกาะช้าง ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้ไปเที่ยวเกาะช้าง ปรกติแล้วครอบครัวแอน ส่วนใหญ่ชอบไประยองค่ะ ไปทำไมระยอง? บ่อยๆ คงต้องตอบว่าแอนตามใจคุณพ่อบ้านค่ะ คุณบ้านชอบทะลและชอบร้านอาหารที่นั่นบวกกับขับรถไม่ไกลเกินไป ประกอบกับคุณพ่อบ้านไม่ถนัดที่เที่ยวแถวหัวหิน ชะอำ เลยมีอันต้องไปเที่ยวระยองทุกครั้งไป แต่ในปีนี้คุณพ่อบ้านเอาใจแอน ที่บ่นเบื่อๆ เลยเปลี่ยนเป็นพาไปเที่ยวที่อื่นบ้าง


ในปีนี้คุณพ่อบ้านวางแพลน ซื้อห้องพักล่วงหน้าจากงานไทยเที่ยวมาหลายแห่งเลย แต่ในความจริงแล้วไม่ซื้อจะดีกว่า เพราะว่าบัตรห้องพักที่เราซื้อมามันมีวันหมดอายุ ถึงแม้ว่าตอนแรกที่ซื้อเราคิดว่ามีเวลาตั้งปีนึง ทำไมจะหาโอกาสไปเที่ยวไม่ได้ แต่ในความเป็นจริง เผลอๆ แป๊บเดียวปีนึงคนทำงาน ทำงานกันเพลินๆ อาจลาหยุดไม่ได้ หรืองานเข้าตลอด ส่วนผู้ที่มีครอบครัว ต้องรอจังหวะและโอกาส ไหนจะคุณพ่อบ้านทำงาน คุณลูกเรียนพิเศษต้องรอให้ว่างตรงพร้อมกันจึงจะสามารถไปเที่ยวได้ แต่ทั้งนี้สถานที่พักบางแห่งมีเงื่อนไขที่ต้องไปพักไม่ตรงกับวันหยุดยาว นักขัตฤกษ์ ( ที่พักบางแห่งยอมให้พักได้ในช่วงเวลาดังกล่าวแต่ต้องเสียเงินเพิ่ม)


สำหรับที่พัก "อาน่า รีสอร์ท แอนด์ สปา เกาะช้าง " ในคราวนี้เราได้ทำการโทรจองที่พักล่วงหน้า โดยทางรีสอร์ทมีกำหนดให้จองล่วงหน้าก่อน 7-15 วัน (แอบนานค่ะ ) เราจึงรีบหาเวลาว่างที่เด็กเริ่มปิดเทอม ชิงไปเที่ยวกันก่อน เพราะหากเด็กๆโรงเรียนอื่นปิดเทอมแล้วเหล่าผู้ปกครองทั้งหลายก็คงจะพาเด็กๆ ไปเที่ยวพักผ่อนกันทำให้ที่พักเต็มและไม่มีที่พัก และจะทำให้เราไม่ได้ไปสักที ผลัดไปเรื่อยๆ และ VOUCHER ที่ซื้อเอาไว้หมดอายุลงในที่สุด ( VOUCHER มันบีบบังคับเราเสมอ)

หลังจากแจ้งความจำนงไปว่าเราต้องการไปพักวันไหนและได้รับการยืนยันว่าสามารถพักในช่วงเวลาที่เราต้องการได้แล้ว ( วันธรรมดา) เรารีบจัดแจงกระเป๋าและออกเดินทางค่ะ โดยออกจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่ 6 โมงเช้า และแวะรับประทานอาหารที่จันทบุรี จากนั้นเดินทางต่อโดยเอาลงลงเรือที่อ่าวธรรมชาติ ถึงที่พักบนเกาะช้างด้วยเวลา เกือบบ่ายโมงค่ะ ที่นี้มาดูที่พักกัน




รูปแรกเลยเราเลี้ยวรถเข้ามาเรียบร้อยแล้ว




จอดรถในละแวกนี้แล้ว เดินเข้าไปติดต่อด้านในกันก่อนค่ะ








มีรถรับส่ง








ติดต่อห้องพักเรียบร้อยแล้ว ระหว่างเดินมาขึ้นรถ เห็นสวยดี อากาศสบาย ไม่ร้อน ไม่หนาว แต่อาจฝนตกได้




เราพักกันที่นี่ ไม่มีลิฟต์ ต้องใช้สองเท้าของเราเดินขึ้นไป มีเจ้าหน้าที่หิ้วกระเป๋าให้เราด้วยค่ะ โชคดีที่เราใช้กระเป๋าใบเล็กในวันที่ไป หิ้วสบายหายห่วง




วิว จากชั้น 4 ด้านระเบียงทางเดินไปห้องพัก




























ของใฃ้ในห้องพัก




ทีวี








ระเบียงจากห้องพักค่ะ




ตู้เสื้อผ้า มีกระเป๋าและร่มให้ยืมใช้ใส่ของยามพักอยู่ที่นี่ นอนเล่นเอกเขนกอยู่สักครู่ คุณพ่อบ้านโทรคุยเรื่องงานสักพัก เสร็จเรียบร้อย ออกไปเดินสำรวจดูดีกว่าค่ะ




ระเบียงหน้าห้องพัก




บันไดที่เราเดินวนๆ ขึ้นมา




ลงไปเดินเล่นในสวน ผ่านสระว่ายน้ำ เอาชุดว่ายน้ำมาแต่ไม่ได้ว่ายน้ำเพราะปิดปรับปรุงทำให้ แอบโมโห แล้วไม่บอก ให้เราเตรียมชุดมาเก้อ




เดินแวะไปด้านหลังติดกับสระว่ายน้ำเป็นคลองพร้าว สีเขียวเข้มชุ่มชื่นใจ




วิวถ่ายออกไปจากคลอง เบื้องหน้าปากทางโน้น คือทะเล



ใครเมื่อยล้าอยากใช้บริการนวด นอนตรงนี้ เงิียบ สบาย นวดเพลินคงจะหลับไปเลยค่ะ



มีเรือจอดอยู่ที่ท่าเป็นของโรงแรมของเรา



ไม่พายเรือก็นั่งเล่น ชิลล์ๆได้ สบายอารมณ์




มาแล้วไม่พายเรือคายัค คงจะไม่เหมาะ ไหนๆ มาแล้ว ต้องลองดูสักที



ลำนึงนั่งได้สามคน ส่วนแอนนั่งเรือหางยาวล่วงหน้าไปก่อนดีกว่าค่ะคนว่ายน้ำไม่เป็นอย่างแอน กลัว!!!






สีเขียวๆ ดูสบายดา




พายเรือจากคลองพร้าวไปทะเล ถึงแล้ว SUNSET BEACH



เดินเล่น นั่งชิงช้าเล่น ถ่ายรูป นั่งเล่นสักพัก เบื่อแล้วกลับไปที่พักดีกว่า




ขากลับท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้มมาแต่ไกล คาดว่าวันนี้เจอฝนแน่นอน




ผ่านโรงแรมนี้ ดูดี น่าพักเชียว



กลับขึ้นจากเรือด้วยความสนุกสนาน แถมก้นที่เปียกแฉะจากการพายเรือ


กลับเข้าห้อง อาบน้ำอาบท่าให้เรียบร้อย เดี๋ยวไปหาอะไรทานกัน เริ่มหิวขึ้นมาแล้ว ไว้มาต่อกันคราวหน้านะค่ะ จะพาไปทานร้านอร่อยกัน




ฝากภาพทะเลจากเกาะช้างปิดท้ายค่ะ




 

Create Date : 15 ตุลาคม 2554    
Last Update : 16 ตุลาคม 2557 20:59:09 น.
Counter : 3197 Pageviews.  

ลั้นลา ... PALio



หายหน้าหายตาไปหลายสัปดาห์ ตอนแรกกะจะเอารูปที่ไปเที่ยว palio มาฝากตั้งแต่เดือนที่แล้ว แต่เวลาไม่เอื้ออำนวย ยุ่งๆ ประกอบกับต้องออกเดินทางอีกครั้งทำให้ไม่ว่าง จึงเป็นเหตุให้บล็อคถูกดองเค็มไป แต่ก็ไม่เค็มมากสักเท่าไหร่ค่ะ เพราะแค่ไม่ถึงเดือนเองค่ะ คริคริ

มาเข้าเรื่องกัน วันนี้มาอวดรูปสวยไม่สิ สถานที่สวยกันค่ะ อยากจะบอกว่าไม่ได้พาเที่ยวปาลิโอนะ เพราะเชื่อว่าคนส่วนใหญ่เค้าไปกันหมดแล้ว แต่แอนเพิ่งจะมีโอกาสได้ไปเที่ยวที่นี่บ้าง อ่ะนะเวลาของครอบครัวไม่ลงตัว เนื่องด้วยเด็กๆ ต้องเรียนพิเศษกัน วันหยุดอะไรก็ยังต้องเรียนพิเศษ แถมมีชดเชยอีกต่างหาก ถ้าไม่เรียนก็เกรงว่าจะไม่รู้เรื่อง แต่ปีนี้คุยกับคุณพ่อบ้านว่าให้เด็กๆ เรียนแบบ private เราว่างเมื่อไหร่ก็มาเรียน เวลาจะหยุดก็สบายใจมาเรียนอีกทีก็เรียนรู้เรื่อง จากการวางแผนแบบนี้ ทำให้ในเทอมนี้ หากมีวันหยุด ครอบครัวเราก็สามารถไปเที่ยวใกล้ๆ กรุงเทพฯกันได้ ถือเป็นการพักผ่อนสำหรับเด็กที่ต้องเอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาเรียนอย่างเดียว เรามีการพักผ่อนพาออกไปเปิดหูเปิดตาเปิดสมองให้โล่งโปร่งกันบ้าง จึงเป็นที่มาในการเยือน PALIO ในครั้งนี้

มีเพื่อนหลายคนเหมือนกันที่อยู่ต่างประเทศ เมื่อตอนแอนเอารูปไปลง FACEBOOK เค้ายังไม่รู้เลยว่าอยู่ไหน อ่ะนะ อยู่แต่ต่างประเทศกลับมาก็ไม่ได้ไปเที่ยวไหน เลยไม่รู้จัก เอาเป็นว่ามีสาระกันนิดนึงนะ

Palio อยู่ไหน?
ปาลิโอ ตั้งอยู่บนถนนธนะรัชต์ หลักกิโลเมตรที่ 17 ติดกับโรงแรมจุลดิศ เขาใหญ่ รีสอร์ท แอนด์ สปา อาคารถูกออกแบบให้เป็นกลุ่มอาคารถนนคนเดิน หรือสถาปัตยกรรมยุโรปโบราณแนวอิตาเลี่ยนสไตล์ Palio เป็นภาษาอิตาเลียน หมายถึง "รางวัล"

ภายใน Palio มีอะไร
ภายในปาลิโอ มีร้านเล็ก ๆ เป็นแนวลดหลั่นเรียงกันมากมาย มีสินค้าแทบจะทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น ของแต่งบ้าน, เสื้อผ้าแฟชั่น, เครื่องประดับ, เครื่องเสียง, งานดีไซน์ต่าง ๆ, ธนาคาร, ร้านขายของที่ระลึก, พืชผักปลอดสารพิษ ร้านไวน์ Coffee Shop, Pub & Restaurant, Bakery ร้านเสริมสวย Spa ร้านขายยา ร้านขายหนังสือ ศูนย์อาหาร ร้าน IT ฯลฯ โดยแต่ละร้านจะได้รับการออกแบบให้มีสไตล์ และเอกลักษณ์ของตัวเอง แต่กลมกลืนเข้าภูมิทัศน์ล้อมรอบที่ดำรงความเป็นธรรมชาติของเขาใหญ่
Palio เปิดกี่โมง?
หากอยากไปสัมผัสบรรยากาศสไตล์อิตาเลี่ยนแบบนี้ Palio เขาใหญ่ เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 - 22.00 น.







เดินตามเข้ามากันเลยค๊ะ



ภาพนี้แอนมาจากที่จอดรถน่าจะเป็นด้านหลังกระมังค่ะ ถ้าผิดต้องขออภัยค่ะ



ร้านนี้ขายของเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติค่ะ









ขายของเยอะมากเลยค่ะ



ร้านนี้มีขายโปสการ์ดของเขาใหญ่ คนเยอะมุงดูกันให้เพียบค่ะ



ร้านนี้ขายเสื้อผ้า เดินเข้าไปดูแต่ไม่ได้อะไรติดมือกลับมาค่ะ



ท้องฟ้าสีสวย ตัดกับสีตึก






กางเกงยีนส์เพ้นท์ลายแปลกๆ จะว่าเก๋ก็เก๋ จะว่าแปลกก็แปลก ถ้าให้ซื้อคงไม่เอา กลัวจะเป็นคนแปลกเกินไปค่ะ!!!






































เดินเล่นอยู่ในนี้นานเป็นสองสามชั่วโมงแต่ไม่ได้อะไรติดมือ นอกจากภาพของสถานที่ติดตา หวังว่าเพื่อนๆ คงจะถูกใจกับรูปที่เก็บมาฝาก คราวหน้าจะไปไหนต่อโปรดติดตามแล้วกันค่ะ
ขอบคุณทุกคนที่แวะมาทักท่ายค่ะ




 

Create Date : 06 กันยายน 2554    
Last Update : 16 ตุลาคม 2557 21:00:08 น.
Counter : 898 Pageviews.  

1  2  3  

ann_269
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




.. Anne Kamome

Create Your Badge
New Comments
Friends' blogs
[Add ann_269's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.