Group Blog
 
All blogs
 
ลั้นลาเจแปน ตอนที่5 เดินเล่น TANUKIKOUJI แล้วแวะชิมขาปู KANIHONKE @ SAPPORO

หลังจากอิ่มอร่อยกับโอโคโนมิยากิเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กำลังวังชาเริ่มมีสองขาเริ่มแข็งแรง คราวนี้เราก็เลยออกสำรวจดูสิว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง โดยเราตั้งต้นจากย่าน Tanukikouji Shoutengai กันค่ะ ออกจากร้านแล้วก็เดินเลี้ยวซ้าย ตรงไปเรื่อยๆ ถนนเส้นนี้มีร้านค้ามากมายเก่าแก่กว่า 200 ร้าน เดินเป็นเส้นตรงยาวไปเรื่อยๆ ค่ะ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องการสามารถหาซื้อได้ในย่านนี้ไม่ว่าเป็น ยา เครื่องสำอางค์ ของกิน เสื้อผ้า รองเท้า ร้านหนังสือ ร้านเกมส์ตู้หยอดเหรียญ คีบตุ๊กตา ฯลฯ เรียกว่าเดินกันซะให้สะใจกันไปเลยค่ะ แต่ใครจะได้เดินได้มากเท่าไหนอันนี้แล้วแต่เลย ถ้าแอนจำไม่ผิด ถนนสายนี้แบ่งเป็น 7 ช่วงค่ะโดยมีถนนกั้น ร้านค้าเต็มสองข้าง เดินกันให้ขาลากขาขวิดกันเลยค่ะ


ออกจากร้านโอโคโนมิยากิได้ไม่ถึงไหน ทางฝั่งด้านซ้ายมีร้านขายสัตว์ค่ะ อาทิเช่น หมา แมว สาวน้อยของแอนเห็นแล้ววิ่งเข้าไปเกาะตู้ดูกันเลย เพราะมันน่ารักจริงๆค่ะ แต่ราคานี่ไม่น่ารักเอาซะเลย เข้าขั้นแพงมากๆ ฉะนั้นดูแต่ตากันดีกว่านะค่ะ ว่าแล้วมาดูกันค่ะ น่ารักขนาดไหน



เริ่มจากตัวแรกที่หน้าร้านกันก่อนเลยค่ะ สาวน้อยชอบนักหนาว่าน่ารัก ขอร้องให้ซื้อแล้วเอาให้เอาไปไว้ที่บ้านอาม่าค่ะ --"




ตัวต่อไปเป็นน้องหมาพันธุ์นี้ นอนนิ่งเงียบไม่สนใจแม้คนเยอะเท่าไหร่ก็ไม่สน รอเท่าไหร่ก็ไม่ตื่นเลยได้แค่ภาพนี้ค่ะ




เดินเข้าไปด้านในกัน หูยๆ น่ารักมากแมวน้อยน่ารัก ทำหน้าเศร้าจัง ขนปุย ตัวเล็กๆ อยู่เลยค่ะ




ตัวนี้ก็ยังเล็กอยู่เหมือนกัน แต่นิ่งมากค่ะ มองตามมือตลอด



ส่วนเจ้าตัวนี้ก็ยิ่งน่ารักใหญ่ค่ะ



เล่นกับเจ้าตัวนี้พอสมควรเลยได้เก็บอีกอริยบทของเค้ามา ในรูปร้องเรียกสงสัยจะหิวหล่ะค่ะ


เดินดูหมาแมวสมควรแก่เวลา เราก็เดินจากไปค่ะ เพราะยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องสำรวจ ถ้าเป็นคนอื่นสงสัยเค้าคงเดินผ่านไปไม่สนใจแล้วกระมังค่ะแต่นี้ครอบครัวแอนไม่รีบ เดินเรื่อยๆ เป้าหมายยังไม่มี ยังไม่อยากซื้อ เรียกว่าเดินสำรวจราคากันไปก่อนค่ะ




ผ่านร้านเกมส์เซ็นเตอร์ ของในตู้ล้วนแต่ล่อตาล่อใจกันจริงๆ คราวนี้ผู้ใหญ่หัวใจเด็กอย่างแอน สาวเท้าก้าวเข้าไปคนแรกเลย แถมมือก็ควานหาเหรียญแล้วเล็งเตรียมหยอดตู้ค่ะ สนนราคาสำหรับเจ้าตู้นี้ 500 เยน เล่นได้ 3 ครั้งค่ะ หมายมั่นปั้นมือว่าจะสอยกลับไปเชยชมในโรงแรมแต่ที่ไหนได้ อดค่ะ แถมโดนไปหลายสตางค์อีก



เล่นกันพอสมควรร่วมครึ่งชั่วโมงได้กระมังค่ะ เดินออกจากร้านไปอย่างคอตก ของก็ไม่ได้ เงินก็เสียไป งั้นไปดูอย่างอื่นกันดีกว่า ประมาณเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย ซื้อเอาเลยง่ายกว่าค่ะ




เดินไปอีกสักหน่อยก็เจอร้านรองเท้าค่ะ ABC MART ร้านนี้นะ เค้ามีสามารถทั่วญี่ีปุ่นเลย แต่จะมีของเหลือตรงรุ่นตรงใจใครๆ หรือเปล่านั้นก็มาตามหากันเองค่ะ

อยากบอกอีกอย่างค่ะ สำหรับใครที่ต้องการไปตามล่าหารองเท้า ถ้าเพื่อนๆ เจอคู่ที่ต้องการแล้ว ซื้อเลยค่ะ อย่าหวังว่าเดี๋ยวค่อยไปซื้อข้างหน้า ขี้เกียจหิ้วอะไรประมาณนี้เพราะถ้าเสี่ยงลงมาถึงโตเกียวหรือโอซาก้านะ บอกได้เลยค่ะ อดแน่นอน


เราเดินแวะเข้าร้านโน้นออกร้านนี้กันมากมายไม่น่าเชื่อ ถึงตอนนี้มันเย็นแล้วค่ะ คุณพ่อบ้านบ่นเริ่มหิวอีกแล้วเพราะมื้อที่ผ่านมาเราแค่ทานรองท้อง ตอนนี้เลยให้แอนหาร้านกินข้าวก่อน แล้วค่อยเข้าโรงแรมเก็บกระเป่าอาบน้ำนอนเลยทีเดียว ไม่ต้องออกมาอีก อีกอย่างอากาศหนาว+กับลมแรงด้วย เดินออกมาอีกทีคงจะไม่ไหวขาจะแข็งค่ะคุณพ่อบ้านเค้าว่างั้น



ไม่อยากจะเชื่อค่ะเราเดินกันมาจนที่นี่แล้ว ย่าน SUSUKINO ร้านค้าเป้าหมายที่เป็นอาหารเย็นของเราคือร้าน " kanihonke " เราเลือกทานที่สาขา ซูซูกิโนะค่ะ
พิกัดของร้าน : SUSUKINO 1-3-4 Choume Minami-Rokujyou-Nichi Chucu-Ku Sapporo
TEL : (011) 551-0018

จุดสังเกตุ : สาขาซูซูกิโนะ อยู่หน้าเอกิซูซูกิโนะเลยค่ะ

REMARK : ที่ซับโปโรมี 2 สาขานะค่ะ อีกสาขาอยู่ที่ หน้าเอกิซับโปโรค่ะ




มาถึงแล้ว ขึ้นลิฟท์มาด้านบน มีเจ้าหน้าที่กดลิฟท์ ขึ้นมาชั้นอะไรไม่ทันมองค่ะ เพราะตอนเดินเข้ามาเจ้าหน้าที่ถามว่ามากี่คนพอเราตอบเค้าก็เดินพาขึ้นมาเลยค่ะ ตอนนี้นั่งเรียบร้อย เมนูพร้อมแล้วค่ะ




พลิกรายการอาหารไปมา คุณพ่อบ้านเลือกได้ชุดนี้ค่ะ KINNOMAI




ส่วนรายการเสริมเป็นจานนี้ KANIMISOSUSHI




นั่งรอแป๊บเดียวไวแท้ อาหารจานแรกมาเสิรฟ แอร๊ยยย อะไรเนี่ยจิ๊ดเดียว...อ่อ อาหารเรียกน้ำย่อยนั่นเองค่ะ




ทยอยตามมาเสริฟเรืี่อยๆ ค่ะ



โฟกัสกันนิดนึงเนอะ เผื่อใครอยากจะไปลองกินดู จานนี้เป็นปูทาระบะจิ้มซอสค่ะ




อุตะ...นี่อะไรเนี่ย คว้าเอาเมนูมาดู ปูทะราบะยี่ปุ่นอะไรก็ไม่รู้อ่านไม่ออกค่ะ ช่างมันเหอะ กินๆลงไปแล้วกัน --"




อันนี้รวมมิตรซาซิมิปูค่ะ




คานิมิโซะซูชิมาแล้วค่ะ




หม้อไฟมาแล้วเหมือนกันเป็นปูทาระบะ กับปูสึไว ดูน่าทานมั้ยค่ะ




อันนี้คานิมิโซะค่ะ เอามาใส่ในหม้อไฟเพื่อให้รสชาดกลมกล่อม




ระหว่างรอหม้อไฟเดือดปูทาระบะย่างก็มา กลิ่นหอมมาเลยยย




หม้อไฟเดือดแล้ว บุ๋งๆ




ปูทาระบะเทมปุระ มาร้อนๆ อร่อยหวานล้ำจริงๆค่ะ




หนาวๆ ทานร้อนๆ ให้อบอุ่น หมดไวแท้ เหลือแต่หม้อแล้วค่ะ




เจ้าหน้าที่เค้ายกถาดมาวางเป็นอันนี้ค่ะ อีกเดี๋ยวเราจะได้ทานข้าวต้มปูกันค่ะ




เติมน้ำซุปใส่ข้าว รอๆ น้ำเดือด ขั้นตอนพวกนี้เจ้าหน้าที่เค้าทำให้เรานะค่ะ





เย้..เดือดแล้ว ใส่ไข่ รออีกแป๊บ





เสร็จเรียบร้อย ไฮ....โดโซะ ....ลงมือแล้วน๊า....




ระหว่างโซ้ยข้าวต้มวิญญาณปู เมล่อนก็มาเสริฟค่ะ จานนี้ค่ะ ทาน4 คนไม่ใช่คนละจานน๊า...--" แพงแท้น๊อ


ทานเสร็จแล้วค่าเสียหาย 14,742 เยน ตกคนละ 1200 บาทแพงจังแต่ก็ครั้งนึงค่ะ ใครอยากลองชิมก็ลองดูนะค่ะ แอนลองแค่มื้อเดียวสำหรับปูอันเลื่องชื่อของซับโปโร แม้จะไม่ได้อร่อยติดใจเหมือนปูของไทยเรา แต่การมาชิมต่างบ้านต่างเมืองพร้อมกับบรรยากาศถือเป็นสีสันของทริปค่ะ



ทานเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราคงต้องเดินกลับแล้วล่ะค่ะ กระเป๋าเราก็ยังไม่เอาไปเก็บบนห้อง ลั้นลาสุดๆ




ผ่านจุดเด่นในเมืองซับโปโร ยามดึกอย่างนี้ ผู้คนเลิกงานแล้ว ออกมาเดินเล่นกันเยอะมากค่ะ เป็นอีกหนึ่งบรรยากาศที่น่าจดจำค่ะ




ผ่านร้านดงกิ DONQuijote ใจอยากจะแวะซื้อขนมเหลือเกิน แต่คงไม่ไหว ไว้ตามมาเก็บวันหลังแล้วกัน >.<



เดินมาเรื่อยๆ ฝ่าละอองฝนปะทะลมหนาว ใกล้ถึงโรงแรมแล้ว ดีใจฝุดๆ


ตอนหน้ามาติดตามดูโรงแรมที่พักกันค่ะ ราคาไม่แพง แอนจองโรงแรมนี้ล่วงหน้า เดือนนึง ราคาถือว่าโอเคไม่แพงค่ะ


Create Date : 25 สิงหาคม 2556
Last Update : 25 สิงหาคม 2556 12:45:17 น. 0 comments
Counter : 2631 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ann_269
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




.. Anne Kamome

Create Your Badge
New Comments
Friends' blogs
[Add ann_269's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.