W
E
L
C
O
M
E

 
W
E
L
C
O
M
E

    
   ข้าพเจ้าผจญทุกสิ่งได้โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า(ฟป.4:13)
Group Blog
 
All blogs
 

AGAPE (อากาเป) ศจ.บุญชาย อิทธิเวชช์

AGAPE (อากาเป) คือ ความรักแบบพระเจ้า รักที่บริสุทธิ์ ไม่มีเงื่อนไข ไม่หวังสิ่งตอบแทน รักที่ให้คุณค่าและเห็นแก่ประโยชน์ของคนอื่น ขอนำ คำว่า “AGAPE” ในภาษาอังกฤษ มาใช้เป็น หลัก 5 ประการเพื่อการดำเนินชีวิตตามวิธีของพระเจ้า ซึ่งครอบคุม ความคิด อารมณ์และการกระทำที่จะช่วยทำให้ครอบครัวเราเป็นอิสระจากความทุกข์เพราะความกังวล และทำให้ชีวิตมีความสมดุล


A = Acknowledge คือ การรับรู้ ถึงคุณค่ายิ่งใหญ่ของพระเจ้าเสมอ ไม่ว่าเราจะคิดหรือทำอะไรอยู่ เราต้องรับรู้ว่าพระเจ้าทรงคุณค่ายิ่งใหญ่ ทรงพระชนม์อยู่และทรงอยู่กับเราเสมอ เราควรจำนนชีวิตให้พระองค์เข้ามามีส่วนร่วมในครอบครัวทุกด้าน เพื่อ เราจะดำรงชีวิตอยู่ในน้ำพระทัยพระเจ้าเหมือนอย่างพระเยซู ดังที่พระองค์ทรงอธิษฐานต่อพระบิดาว่า “....ถ้าพระองค์พอพระทัย..อย่าให้เป็นไปตามใจข้าพระองค์ แต่ให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์เถิด ” ( ลก.22:42 )


G = Give คือ การให้ ดังที่พระเยซูทรงให้เพราะรัก แต่ในยุคแห่งการเห็นแก่ตัว การให้เป็นสิ่งที่เห็นได้น้อยมากโดยเฉพาะการให้โดยไม่มีเงื่อนไข หรือการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เช่นกันในครอบครัวเราควรให้ชีวิตและสิ่งที่ดีแก่กันเสมอซึ่งเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นที่จะขาดไม่ได้เลย


A = Act คือ การกระทำ บนพื้นฐานของความรักและความจริงมากกว่าความรู้สึก หากพระเยซูกระทำบนฐานของความรู้สึก พระองค์คงเดินออกไปจากสวนเกธเซมาเนไปแล้ว เพราะความกดดัน และความทรมานนั้นเจ็บปวดสุดจะเกินทนได้ แต่ขอบพระคุณพระเจ้า พระองค์กระทำบนฐานของความรักและความจริง พระองค์ทรงรู้ว่าอะไรเป็นน้ำพระทัยของพระบิดา และอะไรเป็นประโยชน์สูงสุดแก่เรา ซึ่งพระองค์ได้ทรงเลือกกระทำตามนั้นเพื่อเราทุกคน ดังนั้นขอให้เรากระทำดีต่อคนในครอบครัวของเรา โดยตั้งอยู่บนฐานของความรักและความจริงเสมอไป (1 ยน.3:18) นะครับ

P = Pray คือ การอธิษฐาน แม้พระเยซูทรงได้รับความทุกข์ทรมานแต่ยังทุ่มเทในการอธิษฐานโดยไม่หยุดยั้งแม้ในเวลาที่เหล่าสาวกของพระองค์ล้มเหลวที่จะมีส่วนร่วมกับพระองค์ เราเองอาจทำไม่ได้เท่าพระเยซู แต่การอธิษฐานอย่างทุ่มเทก็จำเป็นยิ่งในการดำเนินชีวิตครอบครัวของเราด้วย


E = Emphatize คือ การเข้าร่วมความรู้สึก เมื่อพระเยซูทรงมองดูผู้คน พระองค์ทรงเข้าถึงจิตใจและรู้สึกสงสารพวกเขา เช่นเดียวกันทุกคนในครอบครัวควรมีความรู้สึกร่วมและเห็นใจซึ่งกันและกันให้มาก เหมือนกับที่พระเยซูทรงเป็นแบบอย่างแก่เราเพราะรักและเข้าใจเรานั่นเอง




 

Create Date : 20 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 20 พฤษภาคม 2553 21:42:39 น.  

เพียงแค่เป็นคริสเตียน ศ.จ. เกียรติศักดิ์ รุ่งระวิวรรณ

เป็นเรื่องที่ยากลำบากยากเย็นที่จะบอกความจริง แต่เป็นเรื่องราวง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากเสียอีกที่จะพูดความเท็จ

เหตุใดเราจึงง่วงเหงาหาวนอนในคริสตจักรเมื่อฟังคำเทศนา แต่ทันทีที่คำเทศนาจบ ประสาทสัมผัสทั้งห้าก็กลับมาทำงานอย่างเต็มที่อีกครั้ง

เหตุใดจึงยากนักที่จะพูดคุยเรื่องราวของพระเจ้า แต่ง่ายเหลือเกินที่จะพูดเล่นไม่เป็นเรื่อง

เหตุใดการอ่านนิตยสารคริสเตียนจึงเปรียบเสมือนยาขม แต่กลับง่ายกว่าเมื่ออ่นหนังสือไร้สาระอื่น ๆ

เหตุใดการลบข้อความหนุนใจใน อี-เมล์ จึงง่ายกว่าการส่งต่อข้อความเหลวไหล

เหตุใดคริสตตจักรจึงมีขนาดเล็กลง ขณะที่สถานเริงรมย์ต่าง ๆ กลับใหญ่โตขึ้นเรื่อย ๆ

ลองคิดเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ดู... คุณกำลังจะลบข้อความนี้ทิ้ง หรือว่าส่งต่อเรื่องราวนี้ไป ?


ข้าแต่พระบิดา เจ้า ข้าพระองค์อธิษฐานต่อพระองค์ที่จะอวยพรบรรดาสหายของข้าพระองค์ขณะที่เขากำลังอ่านบทความนี้ ข้าพระองต์ทูลขอที่พระองค์จะบำรุงเลี้ยงวิญญาณจิตพวกเขาทั้งหลายในเวลานี้

ณ ที่มีความเจ็บปวด ขอที่นั่นมีสันติสุขและความกรุณาของพระองค์

ณ. ที่ใดบังเกิดความสงสัย ขอโปรดปลอดปล่อยความมั่นใจใหม่ในฤทธานุภาพของพระองค์ให้กระทำกิจผ่านเขาทั้งหลาย

ณ. ที่ใดมีความเหนื่อยล้า หรืออ่อนแรง ขอทรงโปรดประทานความเข้าใจ และอดทน และกำลังของพระองค์ให้กับพวกเขาในขนาดที่พวกเขายอมจำนนการทรงนำของพระองค์

ณ. ที่ที่ขาดความกระตืนรืนร้นฝ่ายวิญญาณ ขอพระองค์ทรงโปรดสร้างพวกเขาใหม่ โดยการเปิดเผยการสถิตอยู่ใกล้ของพระองค์ และดึงพวกเขาให้เข้ามามีสัมพันธ์สนิทกับพระองค์

ณ.ที่ใดมีความหวาดกลัว ขอทรงเปิดเผยบาปคอยสกัดดั้นพวกเขา ขอทรงเปิดเผยมันออกมา และทำลายสิ่งที่ยึดเหนี่ยวความรักของพระองค์ ประทานความกล้าหาญของพระองค์ให้กับเขา

ณ. ที่ใดมีความบาปคอยสกัดกั้นพวกเขา ขอทรงเปิดเผยมันออกมา และทำลายสิ่งยึดเหนี่ยวอยู่เหนือบรรดาสหายของข้าพระองค์ด้วย

ขอทรงอวยพรการเงินของพวกเขา ประทานวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล และยิ่งใหญ่ให้กับเขา และยกชูบรรดาผู้นำทั้งหลายขึ้น และบรรดามิตรสหายที่จะให้การสนับสนุนใจพวกเขา ให้ข้าพระองค์แต่ละคนได้เห็น และตระหนักถึงอำนาจชั่วที่รายล้อมอยู่รอบข้าพระองค์ และขอทรงสำแดงฤทธานุภาพในพระองค์ที่มีชัยเหนือสิ่งเหล่านี้ ให้เขาทั้งหลายได้เห็น

ข้าพระองค์ทูลขอทั้งสิ้นนี้ในพระนามพระเยซู อาเมน

การส่งข้อความนี้ต่อไปให้กับใครคนหนึ่งที่ไม่ใช่เพื่อนของคุณ คือสิ่งที่คริสเตียนพึงกระทำ “ข้าพเจ้าผจญทุกสิ่งได้โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า (ฟิลิปปี 3: 14)


ใช้เวลาเพียง 1 นาที เพื่อทำลายผู้อื่น

หนึ่งชั่วโมงเพื่อจะชอบคนบางคน

แต่อาจต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อที่จะลืมใครบางคน




 

Create Date : 20 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 20 พฤษภาคม 2553 21:38:38 น.  

สตรีผู้นำกับการพัฒนาความงาม โดย นพลักษณ์ หัตถมาศ เคเบิ้ล

ก็เพราะคนไทยพูดกันว่า “ ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง ” กระมังจึงทำให้สตรีไทยรักสวยรักงามเอามากๆทีเดียว เพื่อนรุ่นพี่คริสเตียนซึ่งเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเคยพูดให้ดิฉันฟังว่า “ผู้ชายไทยเนี่ย (คงหมายถึงที่ไม่เป็นคริสเตียน) ส่วนใหญ่มีนิสัยเจ้าชู้ ทำให้ผู้หญิงทั้งหลายที่แต่งงานแล้วกลัวสามีจะมีภรรยาน้อย เธอจึงคอยดูแลตัวเองให้สวยอยู่เสมอ คอยรักษาหุ่นไม่ให้อ้วน มีลูกก็ให้กินนมขวดเพื่อรักษาตัวเองไม่ให้เสียทรง ฯลฯ” เหตุผลเดียวก็คือเพื่อจะได้ผูกมัดใจสามี ให้รักเดียวใจเดียวไม่ไปเสาะเจ๊าะแจ๊ะกับผู้หญิงคนอื่น

ปัจจุบันนี้ สังคมสตรีเราจะเน้นเรื่องรูปร่างและความสวยงามมาก สถานเสริมสวยมีให้เลือกทุกหัวถนน ส่วนเรื่องของแฟชั่นนี่ สตรีไทยเราจะตามติดเลยค่ะ เขาฮิตกระโปรงสุ่ม กระโปรงสั้น กระโปรงคับ กระโปรงแคบ กางเกงยีนส์ กางเกงยืด เป็นอันว่าเธอจะมีใส่หมด และสังเกตซิคะว่าสาวสมัยใหม่เดี๋ยวนี้ ไม่ว่าจะวัยไหน รุ่นไหน จะหน้าตาดีจมูกโด่งเป็นสันกันทั้งนั้น เสื้อผ้าจะใส่สไตล์หรือแนวเดียวกันหมด แฟชั่นความงามเหล่านี้ได้ลามมาถึงวงการสตรีคริสเตียนของเรานานพอสมควรแล้วค่ะ นานพอที่คนผอมน้อยอย่างดิฉันเริ่มที่จะอึดอัดตามแฟชั่นไม่ไหวหรอกค่ะ เป็นสไตล์ของตัวเองสนุกกว่าตั้งเยอะ

สตรีที่รักค่ะ ความสวยงามเป็นแค่ของนอกกายหรือสิ่งภายนอก และเป็นสิ่งที่จะลดน้อยถอยลงไปตามกาลเวลา เราจะสวยจะงามยังไง ดิฉันไม่ต่อต้านอยู่แล้วเพราะก็ชอบของสวยๆงามๆ สวยนะดีแน่ค่ะแต่ยังมีอีกสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ ความงามภายใน เป็นสิ่งที่ไม่เสื่อมสลายไป แต่จะสามารถพัฒนาได้ทุกวัน นี่แหละค่ะคือจุดประสงค์ที่ดิฉันอยากจะหนุนใจสตรีคริสเตียนทุกคน ให้เรามาช่วยกันพัฒนาความงามภายในกันดีกว่า จิตใจที่บริสุทธิ์ จริงใจคือ จิตใจที่มีสันติสุขในพระเยซูคริสต์ ถ้าจิตใจเรามีสันติสุขแล้ว หน้าตาเราก็จะดูดี อิ่มเอิบ เปล่งปลั่ง ดวงตาเราก็จะดูสดใส ไม่หมองคล้ำ ผมเผ้าเราก็จะไม่แห้งดูดี และเราก็จะมีรอยยิ้มที่น่าประทับใจ ไม่เสแสร้ง ไม่ต้องเสียเงินเข้าร้านเสริมสวยเป็นประจำก็สวยได้ค่ะ

สุภาษิต31:30 บอกว่า “เสน่ห์เป็นของหลอกลวง และความงามก็เปล่าประโยชน์ แต่สตรียำเกรงพระเจ้า สมควรได้รับคำสรรเสริญ ใครก็ชอบดูคนสวยงาม แต่ทุกคนจะชื่นชมสตรีที่มีความงามภายในคือ สตรีที่ยำเกรงพระเจ้าและไว้วางใจในพระองค์ ใครๆก็รู้จักคำโบราณของไทยที่พูดถึงสตรีบางประเภทว่า “สวยแต่รูปจูบไม่หอม” เดี๋ยวนี้คำพูดสมัยใหม่ว่า “สวยแต่ไม่มีมันสมอง” ซึ่งทำให้เราทราบว่าสตรีเรานี่สวยงามอย่างเดียวไม่พอเสียแล้ว แต่ต้องมีคุณสมบัติภายในที่ดีด้วย สตรีที่มีมันสมองนี้ก็จำเป็นจะต้องหมายถึงสตรีที่มีการศึกษาระดับสูง ไม่ใช่สตรีที่มีตำแหน่งหน้าที่สูง ไม่ใช่สตรีที่มีฐานันดรหรือฐานะสูง แต่ในฐานะคริสเตียน สตรีที่งามคือ สตรีที่ยำเกรงพระเจ้า เพราะความยำเกรงพระเจ้า เป็นบ่อเกิดแห่งปัญญา (สุภาษิต1:7) และปัญญานี้ก็คือมันสมองนั่นเอง สตรีที่มีปัญญาจะรู้จักวิธีปฏิบัติตนและการปฏิบัติต่อผู้อื่น เธอจะเป็นคนที่เชื่อฟังบัญญัติของพระคริสต์ที่ว่า จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง (มัทธิว12:39)
เคล็ดลับความงาม
การอธิษฐาน และการอ่านพระวจนะของพระเจ้า เป็นเคล็ดลับความงามภายใน ที่พระเจ้าได้ทรงให้ไว้กับเราทุกคน ดิฉันอยากจะแบ่งปันยาขนานดีจากพระคัมภีร์บางตอนเพื่อจะช่วยหนุนใจสตรีทุกคนในยามที่ท่านอารมณ์ไม่ดี มีปัญหา หรือ ต้องการพลังประจำวัน ท่านอาจจะใช้ข้อพระคัมภีร์แต่ละตอนในการเฝ้าเดี่ยวก็ได้


ถ้าท่านรู้สึก กระวนกระวาย

มัทธิว6:25-34, ฟิลิปปี4:4-6, เปโตร5:7, 10-11, 1เปโตร1:6-7

กลัว

โรม8:31, อิสยาห์41:10, 13

รู้สึกตัวเองไร้ค่า

มัทธิว10:29-31, โรม8:14-16

รู้สึกไร้จุดหมาย

กิจการ17:26, 27 เอเฟซัส2:10

โศกเศร้า

สดุดี34:17-19 ฮาบากุก3:17-19

ท้อแท้

อิสยาห์43:2, 3, 2โครินธ์1:3-5

เหงา

โรม8:35-39 สดุดี91:1, 2

อยู่ในอารมณ์ทะเลาะเบาะแว้ง

สุภาษิต19:13, 21:9, 19, 27:15

อ่อนแอ

ฮีบรู13:5, 6 อิสยาห์40:28-31

เคล็ดลับความงามภายนอก


1. ลองให้เวลากับตัวเองโดยการหางานอดิเรกทำสิคะ นี่ก็เป็นวิธีคลายเครียดที่ดีวิธีหนึ่งด้วย และเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

ดิฉันคิดว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญมากและอยากหนุนใจให้สตรีทุกคนหางานอดิเรกทำ ใช้และให้เวลากับตัวเองบ้าง อย่าบอกว่าไม่มีเวลาทำงานอดิเรกนะคะ เพราะงานอดิเรกไม่ต้องเป็นอะไรที่ใหญ่โตเกินเวลามาก อาจจะเป็นการอ่านหนังสือ เขียนหนังสือ วาดภาพ เย็บปักถักร้อย ทำขนม ออกกำลังกาย ตกแต่งบ้าน ช้อปปิ้ง ฯลฯ คุณแม่ดิฉันชอบปลูกต้นไม้ดอกไม้มากด้วยความที่มีวิญญาณชาวสวน เนื่องจากเป็นคนเมืองจันท์ แค่รถน้ำต้นไม้ทุกวันท่านก็ได้ออกกำลังกายและหายเครียดแล้วล่ะคะ ดิฉันเองเป็นคนช่างอ่าน และก็ชอบปักครอสติสเป็นงานอดิเรก แต่ทำมากๆก็ต้องพักสายตา ไปทำอย่างอื่นค่ะ เช่น ไปตลาด ซ่อมแซมเสื้อผ้าให้ลูกและสามี ติดกระดุมที่หลุด เย็บชายเสื้อที่ยุ่ย หาอะไรได้ตั้งเยอะตั้งแยะ

พระเจ้าทรงรักเรา และทรงอนุญาตให้เราหาเวลาพักผ่อน พระองค์เองยังทรงพักผ่อนเลย คริสเตียนแม้กระทั่งระดับผู้นำไม่จำเป็นต้องทำแต่งานใช่ไหมค่ะ ร่างกายเราเป็นวิหารของพระเจ้า ดังนั้น จึงหมั่นดูแลให้ดีๆ ไม่ต้องรอให้ล้มป่วยก่อนละคะถึงจะพัก
2. ปิดโทรทัศน์เสียบ้างสิคะ แล้วจะรู้สึกทันทีว่าสุขภาพจิตดีขึ้นกระทันหัน เวลาก็จะมีมากขึ้น ค่าไฟก็ลดลงด้วย

ดิฉันภูมิใจมากเลยค่ะที่จะบอกว่าที่บ้านดิฉันไม่มีโทรทัศน์ดู เพราะไม่ซื้อไว้ใช้เนื่องจากไม่เห็นความจำเป็น ครอบครัวดิฉันไม่เคยรู้สึกเสียเปรียบคน 50 ล้านคนที่มีโทรทัศน์ แต่กลับรู้สึกว่าเราได้เปรียบต่างหาก ดิฉันปฏิเสธที่จะนั่งแช่อยู่หน้าจอโทรทัศน์ติดละครน้ำเน่า สังเกตนะคะว่าพล็อตเรื่องก็ซ้ำๆซากๆ แค่โฆษณาก็ขายแต่ร่างกายนางแบบนายแบบ ทอล์คโชว์ เกมส์โชว์ ดูไปก็แค่นั้น เสียเวลา เอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่ได้ประโยชน์จะดีกว่า ถ้าท่านมีครอบครัวแล้วก็สามารถใช้เวลา(อันมีค่า)กับสามีและลูก(ถ้ามีลูก) ส่วนคนโสดยิ่งได้เปรียบด้วยซ้ำ หากเวลาให้ตัวเองจะดีกว่าเยอะค่ะ ท่านทราบไหมคะว่าคริสเตียนจำนวนมากทั้งระดับผู้นำและผู้ตามต่างติดโทรทัศน์กันมาก(เคยอ่านบทความของอาจารย์ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ไหมคะเกี่ยวกับเรื่องโทรทัศน์ ถ้าไม่เคยก็ขอแนะนำให้หาอ่าน)

3. ลองตื่นเช้าและใช้เวลาอยู่เงียบๆอยู่คนเดียวโดยไม่มีใครมาขัด เข้าเฝ้าหาพระเจ้า ภาวนาพระคำของพระองค์ และใช้เวลาที่เหลือทำอย่างอื่น

4. ลองเขียนรายชื่อสิ่งต่างๆที่ท่านอยากทำแต่ยังไม่มีโอกาสทำให้สำเร็จสักที แต่พยายามเลือกทำทีละอย่างนะคะ เช่น เยี่ยมเยียนคนที่เรายังไม่เคยไปเยี่ยม นัดทานข้าวกับคนที่เราไปเป็นพยานด้วย(ใช้วิจารณญาณนะคะ) ลงเรียนวิชาที่เราสนใจ เข้าอบรมสัมมนาบางอย่าง ลองงานอดิเรกชิ้นใหม่ เป็นต้น
การทำอะไรให้บรรลุเป้าหมายจะทำให้เราเกิดความพึงพอใจ และพระเจ้าก็ได้รับเกียรติ การทำสิ่งใหม่ๆที่เสริมสร้างและสร้างสรรค์จะเพิ่มความสดใสให้กับชีวิต แถมยังทำให้เราเป็นคนที่น่าสนใจมากขึ้นเลยค่ะ

5. จงอวยพรแก่คนที่แช่งด่าท่าน จงอธิษฐานเพื่อคนที่เคี่ยวเข็ญท่าน (ลูกา6:28) แทนที่จะต่อสู้และวิพากษ์วิจารณ์คนที่ทำให้เรา “เจ็บ” จงอธิษฐานอวยพรคนคนนั้นสิคะ คำอธิษฐานของเราสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้หลายอย่าง ถ้าคำอธิษฐานนั้นเป็นที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า พระเจ้าทรงเคลื่อนไหว (กระทำการบางอย่าง) เมื่อคนของพระองค์อธิษฐาน
6. ขอให้เพื่อนสนิทหรือสามีของท่านอธิษฐานกับท่านเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องการเปลี่ยนแปลงในชีวิต เขาจะซาบซึ้งในความพยายามของเราที่จะปรับปรุงตัวเอง
คำอธิษฐานระหว่างสามีและภรรยา จะเสริมสร้างความสัมพันธ์ต่อกัน ศิษยาภิบาลคนหนึ่งกล่าวว่า สามีภรรยาที่คุกเข่าอธิษฐานต่อพระเจ้าด้วยกันเป็นประจำ มักจะไม่มาขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับปัญหาในชีวิตสมรส

7. แทนที่จะสงสารตัวเองหรือขอความเห็นอกเห็นใจจากสามี ลูก ญาติพี่น้องหรือเพื่อน ลองเรียนรู้ที่จะบอกพระเจ้าเกี่ยวกับปัญหาของท่านสิคะ

2พงศาวดาร16:9 บอกว่า “เพราะว่าพระเนตรของพระเจ้าไปมาอยู่เหนือแผ่นดินโลกทั้งสิ้นเพื่อสำแดงฤทธานุภาพของพระองค์ โดยเห็นแก่ผู้เหล่านั้นที่มีใจจริงต่อพระองค์…”

สรุป

สตรีที่รักคะ วันนี้ท่านคงไม่ต้องไปดูกระจกเงานะคะแล้วถามว่า “กระจกวิเศษ จงบอกข้าเถิด ใครงามเลิศในปฐพี” เพราะความงามภายนอกอยู่ได้ไม่นาน เราเอาแค่ “ดูดี” “บุคลิกดี” ก็ใช้ได้แล้ว เรามาช่วยกันพัฒนาความงามภายในกันดีกว่า เพื่อจะได้เป็นสตรีผู้นำที่ยำเกรงพระเจ้า รู้พระคำของพระองค์และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ เป็นสตรีที่มีชีวิตที่เกิดผล เป็นพระพรแก่ผู้อื่นและมีชีวิตที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า




 

Create Date : 20 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 20 พฤษภาคม 2553 21:37:00 น.  

ความล้มเหลว

ความล้มเหลว ไม่ได้หมายความว่า คุณคือคนที่ล้มเหลว
แต่มันหมายถึง คุณไม่ประสบความสำเร็จต่างหาก
ความล้มเหลวไม่ได้หมายความว่า คุณจะไม่ประสพผลสำเร็จในสิ่งใดเลย
แต่มันหมายถึง คุณได้เรียนรู้บางสิ่งบางอย่างเพิ่มขึ้น
ความล้มเหลว ไม่ได้หมายความว่า คุณขาดความสง่างาม
แต่มันหมายถึง คุณกำลังยินดีในความพยายามต่างหาก
ความล้มเหลว ไม่ได้หมายความว่า คุณไม่ได้มีมัน
แต่มันหมายถึง คุณไม่สมบูรณ์แบบเท่านั้นเอง
ความล้มเหลว ไม่ได้หมายความว่า คุณได้สูญเสียชีวิตไปแล้ว
แต่มันหมายถึง คุณมีเหตุผลที่จะเริ่มใหม่อีกไหม
ความล้มเหลว ไม่ได้หมายความว่า คุณจะล้มเลิก
แต่มันหมายถึง คุณต้องพยายามให้หนักกว่าเก่า
ความล้มเหลว ไม่ได้หมายความว่า คุณจะไม่ทำมันอีก
แต่มันหมายถึง คุณต้องใช้เวลามากกว่าเก่าอีกเล็กน้อย
ความล้มเหลว ไม่ได้หมายความว่า พระเจ้าไม่แยแสคุณ
แต่มันหมายถึง พระเจ้าพระเจ้ามีหนทางที่ดีกว่าสำหรับคุณต่างหาก




 

Create Date : 20 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 20 พฤษภาคม 2553 21:30:21 น.  

คำถามที่น่าคิด โดย อ. ประยูร ลิมมะหุตะเศรณี

ในเมื่อท่านก็รู้ว่า โอกาสที่ดีเท่าที่เคยมีมาก็คือ โอกาสที่จะอธิษฐาน ซึ่งโอกาสนี้เป็นสิทธิที่จะสนทนากับผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในจักรวาล
แล้วทำไมท่านไม่อธิษฐาน
ในเมื่อท่านรู้แล้วว่า อำนาจที่มีพลานุภาพมากที่สุดของมนุษย์ คือ อำนาจจาการอธิษฐาน แล้วทำไมท่านไม่อธิษฐาน ในเมื่อท่านก็รู้อยู่ว่า เวลาที่สดชื่นที่สุดสำหรับมนุษย์ก็คือเวลาที่จะอยู่กับพระเจ้าในการอธิษฐาน
แล้วทำไมท่านไม่อธิษฐาน
ในเมื่อท่านก็รู้อยู่แล้วว่า สิ่งที่เป็นความปรารถนาของพระเจ้าอย่างสูงสุดก็คือ การที่จะสนทนากับบรรดาบุตรของพระองค์
แล้วทำไมท่านจึงไม่อธิษฐาน
ในเมื่อท่านรู้แล้วว่า ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้สำหรับผู้ที่อธิษฐาน
แล้วทำไมท่านจึงไม่อธิษฐาน
ในเมื่อท่านรู้ก็รู้แล้วว่า จะไม่มีการอ่อนเปลี้ยหรือสะดุุดสำหรับผู้ที่มีชีวิตอยู่กับการอธิษฐาน
แล้วทำไมท่านไม่อธิษฐาน
ในเมื่อท่านก็รู้ว่า ความบาปทั้งจะได้รับการอภัย มลทินทั้งสิ้นจะได้รับการชำระ และความบกพร่องจะได้รับการแก้ไข เมื่อคนๆ นั้นอธิษฐาน
แล้วทำไมท่านจึงไม่อธิษฐาน
ในเมื่อท่านก็รู้แล้วว่า นรกจะอยู่ห่างไกล และซาตานก็จะผละจากผู้ที่อธิษฐาน
แล้วทำไมท่านจึงยังไม่ยอมอธิษฐาน
ในเมื่อท่านก็รู้ว่า สวรรค์จะมาใกล้ท่าน สง่าราศีก็จะสดใสขึ้น สำหรับผู้ที่อธิษฐาน
แล้วทำไมท่านจึงยังไม่ยอมอธิษฐานเล่า
คำตอบจะมา ภูเขาจะเคลื่อน หุบเขาจะได้รับการทำให้ราบเรียบ แม่น้ำก็จะขวางกั้นท่านไม่ได้ ทางตันจะเป็นทางออก สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ก็จะกลายเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ และความฝันจะกลายเป็นความจริงสำหรับผู้อธิษฐาน
แล้วทำไมท่านจึงไม่อธิษฐาน พระเยซูตรัสว่า มนุษย์ทุกคนควรมั่นอธิษฐานเสมอ
แล้วทำไมท่านจึงไม่ยอมอธิษฐาน
อาจารย์เปาโลหนุนใจให้เราอธิษฐานเสมออย่าเว้น
แล้วทำไมท่านจึงไม่อธิษฐาน
ความมั่งคั่งในสวรรค์จะเปิดออกให้แก่ผู้ที่อธิษฐานในพระนามของพระองค์
แล้วทำไมท่านจึงไม่อธิษฐาน
ในเมื่อทุกคนอธิษฐานได้ ไม่ว่าจะเป็นคนหนุ่ม คนสาว หรือคนแก่ คนรวย หรือคนจน คนที่แข็งแรง หรือคนที่อ่นแอ เด็กหรือผู้ใหญ่ คนพิการหรือนักโทษ ไม่ว่าจะเป็นชนชาติไหน หรือภาษาใด ต่างก็อธิษฐานได้ทั้งสิ้น
แล้วทำไมท่านจึงไม่อธิษฐานอีกล่ะ
พระเจ้ายังทรงคอยที่จะตอบคำอธิษฐานของท่านอยู่นะ




 

Create Date : 20 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 20 พฤษภาคม 2553 21:28:53 น.  

1  2  
Godloveme
Location :
กาญจนบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ขอพระเจ้าอวยพระพรทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมกันนะคะ....ยังไงถ้าว่างๆก็ช่วยแวะมาคุยมาเมนท์กันบ้างนะคะ GOD LOVE YOU AND ME
Friends' blogs
[Add Godloveme's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.