ประกาศจ้า
ขอโทษนะจ๊ะ หลายๆคนมักจะเซฟลิงค์หน้านี้ไว้เวลาจะเข้าบล็อกเราอะ ซึ่งโดยความเข้าใจคลาดเคลื่อนของเราเองทำให้เราย้ายไปอัพบล็อกใหม่ๆในหน้ากรุ๊ปบล็อกอื่นแทนหน้านี้ โดยปกติหน้าบล็อกที่อัพเดทที่สุดจะถูกตั้งเป็นหน้าหลักค่ะ จะเข้าหน้าหลักปัจจุบันของเราตอนนี้ก็คลิกที่นี่เลย^^http://berryrasp.bloggang.com เข้ามาอ่านบล็อกต่างๆแล้วอย่าลืมทักทายไว้นะ^^
Create Date : 03 เมษายน 2550
Last Update : 19 เมษายน 2550 21:58:12 น.
อยากเป็นเจ้าหญิงลักซ์....
อยากเป็นเจ้าหญิงลักซ์จริงๆนะเนี่ย ชอปปิ้งที่พารากอนตั้งสองล้าน แถมได้แต่งตัวสวยๆ มีคนเดินตามถือของอีก นี่มันความฝันของผู้หญิงชัดๆเลย ถ้าได้รางวัลจะแฮปปี้แค่ไหนน้า...เฮ้อ...ฝันเคลิ้ม..ใครเป็นคนคิดรางวัลยังงี้ขึ้นมาเนี่ย สุดยอดเลย เพราะเหตุนี้คนที่ไม่เคยส่งของชิงรางวัลก็เลยส่งฉลากลักซ์ไปชิงโชคตั้งหนึ่งอัน.. หนึ่งอันแน่ะ... แล้วก็นั่งภาวนาแบบบ๊องๆ..อยากเป็นเจ้าหญิงมั่งอ่า..(บ๊องเนอะ)กลับมาอัพบล็อกอีกแล้ว อัพเกือบทุกอาทิตย์เลยนะ อัพบ่อยออก(ตรงไหน) แต่จากนี้ไปคงต้องเว้นช่วงไปจนกว่าจะสอบลงกองศัลย์อีกสอง อาทิตย์ละนะ มีความรู้น้อยมากๆ ต้องไปเร่งศึกษาเสียก่อน แต่ทุกวันนี้ก็วุ่นวายอย่างจริงจัง อยากจะเล่าแต่เรื่องสนุกๆอะนะ แต่เรื่องพรรค์นั้นไม่ค่อยผ่านเข้ามาในชีวิตเอาซะเลย เคยอ่านบล็อกชาวบ้านเค้าว่าเอาไว้ว่าการที่มีบล็อกของตัวเองหลายๆบล็อกมันก็เหมือนการมีแฟนหลายคน ก็แอบเห็นด้วยน้า แต่ถ้าเป็นยังงั้นจริง ตอนนี้เราก็ได้สร้างกิ๊กขึ้นมาซะเเล้ว ฮะฮะ ไม่รู้นึกยังไงเราถึงได้ไปสร้างสเปซ ของตัวเอง แต่มันก็ดีนะเขียนแต่เรื่องเพี้ยนๆไปเรื่อยไม่ต้องสนใจใคร เป็นการสร้างกิ๊กขึ้นมาทั้งๆที่แฟนตัวจริงก็ยังไม่ค่อยจะมีเวลาให้ เหอๆตอนนี้เราขึ้นศัลย์มาได้ครึ่งทางแล้วล่ะ ย้ายมาอยู่ฝั่งศัลยศาสตร์ทั่วไป ทันทีที่มาอยู่ก็ต้องมาอยู่เวรemergencyในทันที มันก็คล้ายๆเวรออนคอลของนรีล่ะน้า คือจะมีพี่โทรมาเรียกให้ไปรับคนไข้ ตามปกติแล้ว วันหยุดราชการ(เราได้อยู่วันปิยมหาราชพอดี) ก็ควรจะต้องอยู่ตั้งแต่แปดโมงถึงเที่ยงคืน แต่ระบบจริงๆกลับเป็นอีกอย่าง มันช่างแย่จริงๆ อุตส่าห์มาเฝ้าหอแต่เช้าอยู่ถึงเที่ยงคืนไม่มีใครมาก็นึกว่าจะคลาดแคล้วกันไป ทำงานกลุ่ม อาบน้ำ ตีหนึ่งกว่าก็เตรียมสถานที่เสียดิบดี กำลังตั้งใจจะนอนหลับให้สบาย..ตั้งนาฬิกาปลุก สวดมนต์ เอนตัวลงหัวกะลังจะถึงหมอน รู้สึกผ่อนคลาย..ทันใดนั้นโทรศัพท์ก็ดัง โชว์เบอร์แปลกๆที่ไม่คุ้นเคย.. เฮ้อ.. แค่นี้ก็รู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร.. ไส้ติ่งอักเสบหนึ่งราย ไปรับได้ที่วอร์ดเลยค่า..ดีใจดีมั้ยเนี่ย เพื่อนๆก็ออกโรงเตือนว่าการที่โดนเรียกนอกเวลาน่ะไม่ต้องไปก็ได้ ถึงไปก็ไม่ต้องเข้าห้องผ่าตัดก็ได้..แต่ก็ด้วยสปิริตอะนะ จะไปดูให้เห็นกับตาซิว่าคนไข้ฉุกเฉินมันเป็นไง เลยลุกออกจากเตียงแต่งตัวเรียบร้อยเพื่อออกจากหอไปวอร์ดเราจะต้องไปดูเพื่อความรู้ของตัวเราเอง สู้ๆ (ใจมันก็อยากจะนึกงั้นอะนะ แต่เอาจริงๆจังหวะนั้นก็หงุดหงิดอยู่ไม่น้อยเลยล่ะ สารภาพ ทันทีที่ไปถึงเเล้วเห็นว่าคนไข้เป็นผู้หญิงมีประวัติขาดประจำเดือนก็นึกโวยวายขึ้นมาในใจทันที เค้าท้องนอกมดลูกตะหากล่ะ เรียกคนอยู่เวรออนคอลมานะ...--แต่ฝืนไปก็เท่านั้นนะ จขบ. เพราะไส้ติ่งเค้าอักเสบจริงๆ ไม่ได้ท้อง อันนี้ผ่านการยืนยันของนรีเวชมาแล้ว...เฮ้อ..ได้แต่ยินยอมรับความเจ็บปวด) การที่ต้องลุกออกไปคนเดียวยามวิกาลแบบนี้มันช่างน่ากลัวจัง ขาไปน่ะไม่เท่าไหร่ เดินลงไปเจอเพื่อนกะแฟนเค้าอยู่ข้างล่างพอดี เลยขอยืมแฟนชาวบ้านเเค้าเดินไปด้วยหน้าตาเฉย..ความจริงการศึกษาน่าจะพิจารณาให้มีระบบชายหนุ่มสำหรับเดินไปวอร์ดเป็นเพื่อนตอนกลางคืนน้า^^ ไอ้ตอนที่ลงจากวอร์ดจะไปห้องผ่าตัด กับตอนที่กลับหอนี่สิ..น่ากลัวอย่างแรง ไม่เคยมีการเดินที่เต็มไปด้วยความหวาดระเเวงขนาดนี้มาก่อนเลย กลัวทั้งคนทั้งผีตอนที่อยู่ในลิฟท์คนเดียวนี่สุดๆไปเลย ยืนตัวแข็งไม่กล้ามองที่อื่นเลยอ่า... (ใครที่ไม่เข้าใจความรู้สึก ลองมาเดินในโรงพยาบาลเก่าๆตอนมืดๆไม่มีคนดูมั้ย...แง)คนเรากลัวผีกันได้ไม่เกี่ยวกับวิชาชีพนะเอ้อ ที่แย่ก็คือความที่เราไม่เคยเข้าห้องผ่าตัดกลางดึกมาก่อนเลยไม่รู้ว่า ตอนกลางคืนเค้าจะไปใช้ห้องแต่งตัวอีกฝั่ง ทำเอาหลงทางไม่รู้จะไปไหนดีอยู่ตั้งหลายนาที จังหวะนั้นยิ่งใจเสียเข้าไปใหญ่ T-T สุดท้ายคนไข้เรากลับโดนเลื่อนผ่าตัดเพราะมีเคสอื่นมาแทรก (ไอ้ไส้ติ่งอักเสบนี่จริงๆก็ไม่ได้ฉุกเฉินมากมายอะไรสินะ..อืม..แล้วจะเรียกหนูมาเพื่อ....) เลยตัดสินใจไม่รอ กลับมาเลยตอนตีสาม มารู้ทีหลังตอนเช้าว่ากว่าจะได้ผ่าจริงๆก็ตั้งตีห้า ถ้าอยู่รอล่ะก็ ผ่าเสร็จก็จะได้ราวน์วอร์ดเช้าต่อไปเลยไง^^ แหม..มันช่างน่าเสียใจจริงๆที่ไม่ได้เข้าไปดูเค้าผ่า..--ประชดนะอันนี้ ขอสิทธิ์ในการนอนหน่อยเฮอะ..^^" แต่จริงๆก็แอบรู้สึกสับสนในใจลึกๆเหมือนกัน ที่นึกว่าเรามีสปิริตแล้วเอาจริงๆมันก็ยังไม่เพียงพอในการประกอบอาชีพอย่างแรง ถ้าวันนั้นเราไม่ใช่นศพ.ปีสี่แต่เป็นเดนท์หรือเอกซ์เทอร์น ถึงจะผ่ากี่เคสกี่โมงก็คงต้องอยู่โดยไม่มีเงื่อนไขสินะ.. ที่นึกว่าตัวเองได้ลำบากแล้วแต่ก็ยังรักสบายเกินไป.. นึกไม่พอใจตัวเองเหมือนกันที่ไม่เอาไหน..แต่นึกอีกทีก็.. เฮ้อ..อะไรกันน้อดลใจให้เราเลือกทางเดินชีวิตตัวเองแบบนี้(เข้าสู่โหมดเฟล) อยากเขียนเรื่องสนุกๆให้อ่านอยู่หรอกนะ...แต่เข้าโหมดเฟลไปซะแล้ว.. ขอลาไปก่อนนะ ซอร์รี่นะจ๊ะ เฮ้อ... ปล.เดี๋ยวนี้พี่สาวเราไม่ยอมเล่าเรื่องพี่บีมเลยอ่า..กลัวเราเอามาลงบล็อก ใจร้ายเนอะ.. วันนี้เพิ่งดูเทปคอนเสิร์ตไนซ์คลับ ดูจังหวะเพลงแดนบีมโฟร์มดพอดีเลย.. อ๊ะ... แง..พี่เพิ่งโทรมาหาเมื่อกี้สดๆร้อนๆ... คราวนี้ไส้ติ่งอักเสบแบบแตกแล้วด้วย.. ไปห้องผ่าตัดก่อนนะทุกคน^^"
Create Date : 28 ตุลาคม 2549
Last Update : 28 ตุลาคม 2549 19:52:30 น.
อยากจะนอนกลางวันฟังเสียงฝนแบบไม่กำหนดเวลาตื่น..
มาแล้วค่า นี่เราก็อัพบล็อกถี่ออกน้า ถ้าเทียบกับเวลาที่ว่างแล้วล่ะก็^^ ฮ้อมหอม..ได้มาจากคนแถวนี้ล่ะ^^ วันก่อนมีไข่สัตว์ประหลาดถูกส่งมาที่หอทางไปรษณีย์ มองดีๆถึงเห็นว่าเป็นของฝากจากมาเลย์..ขอบคุณนะค้า^^ เฮ้อ..เหนื่อยล้าเหลือเกิน วอร์ดศัลยศาสตร์ นี่สินะสัญญาณที่ว่าเราได้ก้าวเข้าสู่ช่วงข้นคลั่กแห่งความหนักหน่วงประจำปีเข้าซะเเล้ว(ไม่อยากจะนึกภาพตอนอยู่วอร์ดอายุรศาสตร์เล้ย)FAQ ประจำหลังไมค์ข้อที่1 "อยากจะเรียนแบบพี่นี่ต้องทำไงอะคะ" คำตอบก็คือ ..ต้องฝักใฝ่ในความลำบากจ้ะหนู เพราะถ้ามองโลกแง่ร้ายล่ะก็ เรียนก็หนัก ทำงานก็เหนื่อยนะจ๊ะ เป็นงานบริการผสมกับกรรมกรจ้ะ ต้องใช้แรงงานเข้าแลก แถมทำผิด(รึต่อให้ไม่ผิด)ขึ้นมานี่เดือดร้อนเอาง่ายๆนะจ๊ะหึหึ..ขู่เด็ก.. ที่พูดมานี่เรื่องจริงทั้งหมดแหละนะ แต่ความจริงอีกอย่างที่แฝงไว้ก็คือ อะไรจะยากแค่ไหนก็ไม่เกินความสามารถคนเรา เพราะงั้นถ้าอยากเหนื่อยก็มาเถอะจ้ะ น้องได้เหนื่อยสมใจแน่ แต่จะไม่ถึงตาย..^^" ความจริงสิ่งที่เราเดือดร้อนอยู่ก็ตรงที่ต้องตื่นเช้าไปทำแผล ราวน์วอร์ดเช้าเย็น เลิกดึก ตื่นมาต้องรีบๆ ไม่ได้แต่งหน้าทำผม ยุ่งๆก็โทรม กลับเย็นไม่มีเวลาเที่ยว อดแต่งตัวอีก เฮ้อ..ถึงชีวิตชั้นจะเป็นงี้ แต่ชั้นก็เป็นเด็กสาวที่มีจิตใจรักสวยรักงามนะ อยู่ยังงี้นานๆชักเครียด..^^" แต่ตอนที่ได้ทำอะไรเพื่อคนอื่น ถึงจะยุ่งก็แฮปปี้อยู่ในใจลึกๆ ตราบใดที่คนไข้ยังเมตตา หนูก็มีกำลังใจ ได้โปรดอย่าวีนเลยค่ะ ตอนจะเอ็นท์(สมัยนั้นเรียกเอ็นท์อะนะ)นี่จำได้เลยว่าช่วงนั้นก็ลำบากอยู่ไม่น้อย ต้องไขว่คว้าพยามน่าดูเหมือนกัน เด็กชานเมืองที่เรียนในเมืองอย่างเรานี่มีข้อจำกัดอยู่เล็กน้อยอะนะ..อืม แต่ความจริงมันก็เป็นdefectในตัวเองด้วยล่ะ ไอ้ความที่ฟังใครนานๆไม่ค่อยได้ ไม่ชอบเรียนเลคเชอร์ ก็เลยตัดสินใจเองที่จะไม่เรียนพิเศษ อ่านแต่หนังสือเอา..มันก็เวิร์คดีนะ ไม่ต้องเสียตังค์แพงๆ กำหนดการเรียนได้เอง แนะนำให้น้องๆพิจารณานะจ๊ะ อย่าไปตามเทรนด์ซะอย่างเดียวFAQ ประจำหลังไมค์ข้อที่2 "น้องเฟิร์นต้องเรียนกี่ปีอะจ๊ะ เรียนเฉพาะทางตอนไหน" อันนี้ก็มาบ่อย ไม่รู้อยากรู้จริงๆ รึถามไปงั้นๆ แต่ถามมาก็จะตอบนะ เรียน6ปีค่า จบไปเป็นได้แค่หมอทั่วไป เรียนจบต้องไปใช้ทุน(ตอนใช้ทุนเรียกว่าหมออินเทอร์น)ซักสามปี ปกติใช้เสร็จแล้วถึงกลับมาเรียนเฉพาะทางซึ่งกินเวลามากน้อยขึ้นกะสาขาที่เลือก(ตอนเรียนนี้เรียกว่าเรสซิเดนท์หรือ แพทย์ประจำบ้าน)เรียกจบก็แก่พอดีอะ..^^" การเรียนหกปีก็แบ่งประมาณนี้(แบบที่เราเรียนอะนะ)ปี1 เรียน basic science เรียนทำไมก็ไม่รู้..ถึงตอนนี้ก็ยังหาคำตอบไม่ได้ อิอิ จำได้แต่ขี่จักรยานสนุกดี^^ปี2 เรียนเรื่องต่างในร่างกายมนุษย์ในแบบที่ปกติ เรียนกรอสปีนี้อะ เคยเขียนถึงไปแล้วปี3 เรียนเรื่องต่างๆในร่างกายมนุษย์แบบที่ผิดปกติ จนถึงปีสามนี้ การเรียนจะอยู่ที่ห้องเรียนเลขเชอร์ธรรมดาและห้องแลป ขึ้นปีสี่นี่ถึงได้ขึ้นวอร์ดจริงๆปี4 ตอนนี้เรียนถึงนี่อะ เน้นที่การซักประวัติ ตรวจร่างกาย วินิจฉัยโรคปี5 รู้สึกจะเน้นการรักษาปี6 อันนี้เป็นช่วงทดลองก่อนทำงานจริง(ปีนี้เรียกว่าextern) คร่าวๆประมาณนี้ค่า^^FAQ ประจำหลังไมค์ข้อที่3 "แล้วน้องเฟิร์น อยากเรียกหมออะไรอะจ๊ะ" อันนี้FAQของจริงอะ ถามทุกคนเลยไม่แบ่งช่วงอายุ..จะผิดมั้ยคะถ้าหนูจะตอบว่าไม่รู้^^" เรียนปีสี่มาได้ครึ่งปี ผ่านวนมาแล้ว 2วอร์ดใหญ่ 3วอร์ดเล็ก หนูยังไม่ปิ๊งเลยค่า...^^" ผ่านวอร์ดไหนๆมาก็มีแต่ตัดออกกะคัดทิ้งหมอศัลย์ ..นี่ก็ไม่ไหวน้า ไม่มีแรง เมื่อยเร็วด้วย.. นรีเวช ..ตอนเรียนก็สนุกดีอะนะ แต่ก็ไม่ได้ชอบล่วงล้ำคนอื่นขนาดนั้น..^^"จิตเวช .. อยู่นานๆมีหวังจิตหลุดตามคนไข้ไปชัวร์ๆรังสีวินิจฉัย&รังสีรักษา ไม่ชอบด้วยเหตุผลส่วนตัวแบบบรรยายไม่ถูก..เวชศาสตร์ป้องกัน. .อันนี้เรียนผ่านมาแล้วยังไม่เข้าใจจุดประสงค์ของภาควิชาเลยอะ..ไว้รู้แล้วจะบอกละกันนะ .. เหลือที่ยังไม่เรียนคืออายุรศาสตร์กะเด็กอะ หวังอยู่ว่าจะชอบ^^ (ความจริงปกติเราชอบเด็กนะ แต่ไม่รู้จะชอบเด็กป่วยรึเปล่า)อะ..จบมุมตอบคำถามไว้แค่นี้ วันก่อนโน้นเราออกไปเที่ยวตอนกลางคืนมาล่ะ (ไปมาทั้งๆที่ต้องตื่นเช้ามาราวน์วอร์ดนี่ล่ะ ใจสู้) แหมๆ นานๆๆๆชาตินึงเถอะนะที่เราจะได้เข้าไปเหยียบผับ ก็โทรมตลอดเลยไม่ได้เช็คเรตติ้ง(!!?)บ้างแล้วมันเครียดอะ--เอะอะๆก็อ้างคำนี้--(แต่เอาจริงๆนี่เราไปผับได้สงบมากเลยนะ ไม่เคยกินเหล้าเกินแก้ว ไม่เคยให้เบอร์ใครอีกตะหาก.. --เอ้อ..แล้วเจ๊จะไปทำม้าย^^" --แหม..แต่ลึกๆแล้วชอบให้จีบนะคะ อิอิ) พอยท์ที่จะเล่าคือ..เราไปเจอคอนเสิร์ตเจกะติ๊นาเข้าที่ผับ... กรี๊ดดดด...พี่เจน่ารักมากกกกกกกกกก .......ขอเสนอ น่ารักแบบสุดๆ เท่ ดูดี มีสไตล์ สมาร์ทแบบไม่ไหวแล้ว น่ารัก หุ่นดี.. โอ๊ย กรี๊ดๆ ทำไงดี เหมือนได้เห็นนิยามของคำว่าสมบูรณ์แบบอยู่ตรงหน้า(ไม่กล้าเต้นเลยอะ กลัวพี่เจจะหลุดออกจากลานสายตา^^) อิจฉาปิ่นแบบสุดๆ แบบซีเรียส โอย..นี่ถ้าชั้นมีสามีแบบนี้นะ... ต้องบ้าตายแน่ๆ..(อกพี่เจนี่เหมือนมีเสน่ห์ดึงดูดให้อยากเข้าไปซบไงไม่รู้ อิอิ) ทั้งสองคนดูไม่แก่เลยอะ ติ๊นาก็สวยสุดๆ ไม่รู้ทำได้ไง.. (มัวแต่กรี๊ดพี่เจ.. แต่ไม่ต้องกลัวพี่บีมจะงอนนะ แฟนๆพี่บีมวางใจได้..เราเตรียมเรื่องพี่บีมมาเล่าเอาไว้แล้ว อิอิ)แล้วเราก็ออกไปเที่ยวอีก ..(อ่านๆดูนี่เหมือนจะว่างเลยนะ--อ้าว..แล้วจะให้เราเล่าเรื่องราวน์วอร์ดเช้าหรืออย่างไร สัปดาห์ที่ผ่านมาอาจารย์ธ.พาราวน์เตียงเดิมตลอดทุกวัน แถมพูดแต่เรื่องจริยธรรมอีกตะหากอะ เมื่อยเหลือทน) ออกไปเที่ยวมิวสิคแคมป์มา เป็นค่ายออกทะเล(ไประยอง ทะเลสีไม่สวยนัก แต่ก็ปลื้มแย่แล้ว)ของชมรมดนตรีเค้าจัดกัน ไอ้เราก็เนียนๆไปกะเค้าเฉย ทั้งๆที่จับเครื่องดนตรีไม่เป็นกะเค้าซักอย่าง แถมร้องได้เฉพาะเพลงของโฟร์มดกะไทรอัมพ์ คิงด้อมอีกตะหาก เหอๆ(หมายถึงร้องเพลงไม่เป็นอะ ว่ากันตรงๆ^^")ได้ไปฟังเสียงคลื่นกับเสียงดนตรี สุนทรีย์ยื่งนัก ^^ สังเกตว่ามีภาพการก่อกองทรายของเหล่านศพ. นั่นเราถมคน(ผู้ชายอะนะ)ให้เป็นรูปผู้หญิง แล้วรุมกันตรวจภายในนอกสถานที่อยู่น่ะ เล่นอะไรกันน่าเกลียดเนอะ^^" กลับมานี่เป็นผื่นรอบคอเลย.. ดันใส่สร้อยไปเล่นวอลเล่ย์ริมทะเล..(เล่นก็ใช่ว่าจะเป็น) กลับไปให้พี่เรสซิเดนท์ศัลย์ยูโรจ่ายยาให้ ^^" ..คือสัปดาห์ที่ผ่านมาเราขึ้นแผนกศัลย์ยูโร ที่ว่าด้วยระบบขับถ่ายปัสสาวะและระบบสืบพันธุ์เพศชายน่ะ(แต่เค้าก็จ่ายยาผิวหนังถูกน้า^^) จะเห็นได้ว่านับวันก็ดูจะยิ่งฝักใฝ่เหลือเกิน ถัดจากตรวจภายในนรีเวช ตรวจเต้านม ก็ต้องมาตรวจทวารหนัก ตรวจตรงนั้นของผู้ชายอีก เค้าจะให้สวนปัสสาวะให้เป็นอะ ยังเก็บเคสไม่ได้เลย ใครใจดีอุทิศตัวหน่อยค่า^^วันก่อนโน้นๆๆเลย มีเด็กผู้หญิงอายุ18หน้าตาน่ารักน่าชัง หุ่นก็ดี เดินเข้ามาในห้องตรวจตอนที่เราเรียนพอดี น้องเค้ามาด้วยอาการคลำก้อนได้ที่เต้านม.. ซึ่งเราก็ต้องตรวจให้ใช่ม้า..โอ้โห..นี่ถ้าเราเป็นผู้ชายนี่คงแอบระริกระรี้อยู่ในใจน่าดู..ชีวิตการเรียนนี่มันช่างหลากหลายอย่างงี้เองวันก่อนนั้น กลับไปบ้านหลังจากที่แห้งเหี่ยวอยู่หอมานับสัปดาห์(บ่นอยู่นั่นแหละเจ๊) กลับไปป๊าม้าบังเกิดเกล้าก็ประคบประหงมกันเป็นการใหญ่.. เปรมปรีดิ์อยู่ดีๆก็เกิดปวดท้องขึ้นมาแบบเฉียบพลัน..โอ๊ย... ไอ้เราก็ประเภทโวยวายชอบร้องหาความช่วยเหลือ โทรไปกวนเพื่อนๆให้ช่วยดู"ฮือ..ปวด..ปวดท้อง..ปวดแสบๆบริเวณลิ้นปี่..มาสองสามนาที..ฮือ..เอนตัวไปข้างหน้าแล้วดีขึ้น..ฮือ" บรรยายอาการซะครบเลย ทำไมเจ๊ไม่วินิจฉัยเองซะเลยละเนี่ย..^^" เพื่อนๆก็ดี๊ดีแสนดีไม่ได้รู้ถึงความช่างโวยวาย เลยเป็นเดือดเป็นร้อน..สงสัยว่าเราจะตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน(!!) เราก็บ้าจี้ ตื่นตูมไม่เลิกด้วยนะ กดท้องตัวเองเจออะไรก็ว่าผิดปกติไปหมด..(เป็นคนแบบนี้จะดีแน่รึ จขบ.^^") "ฮือ..ตรวจเจอท้องมันแข็งด้วยอ่า...เยื่อบุช่องท้องอักเสบแน่ๆ..(เกี่ยวกันมั้ยเนี่ย..นี่ถ้าอาจารย์มายืนดูอยู่นี่..คงตบเราหัวหลุดไปละ^^") ร้องโวยวายได้แป๊บเดียวเท่านั้นแหละ "ปวดท้อง..ฮือ..เนี่ย..มันปวดแบบ.." เอ๊ะ.."..อ้าว..หายปวดแล้วอะ.." เพื่อนที่นึกว่าเราจะตายคาสายโทรศัพท์อยู่แล้วถึงกับงง เมื่ออยู่ๆเราก็หายซะเฉยๆ "แหะๆ..ขอโทษนะ..สงสัยเราจะกินมากไป ^^" อิอิ..อยู่บ้านนี่กินซะเยอะจริงๆอะ ไม่ควรเลยจริงๆ แหะๆ^^เรื่องของเราเองขอพอไว้แค่นี้ก่อน มาว่ากันเรื่องของแฟนเรากันบ้าง อิอิ ..เป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก..พี่บีม!! กรี๊ด..ความจริงพี่สาวเราที่เรียนคลาสเดียวกะพี่บีมเนี่ยนะ ตอนที่เรียนป.ตรีก็เรียนรุ่นเดียวกะพี่บีมเหมือนกันแหละแต่คนละภาค..มันช่างบังเอิญอะไรยังงี้ เราเคยเห็นพี่บีมแค่ครั้งเดียวเองอะ ตอนที่ไปวันซ้อมรับปริญญาพี่ ไม่ได้ไปดูใกล้ๆด้วย อยากแอบไปดูพี่บีมเรียนจัง แต่หนูต้องรับคนไข้อ่า.. พี่เราก็ประเภทไก่ได้พลอยอะนะ รู้กันเนอะ แต่ยังดีที่เก็บเรื่องพี่บีมมาสงเคราะห์น้องสาวนานๆที เราเลยเก็บมาให้คนอื่นๆต่อ อิอิพี่บีมไม่ชอบกินเยลลี่กลมๆใส่ไอติม ..ว้าย..จริงเหรอเนี่ย..เหมือนเราเลยอ่า กรี๊ดๆ (^^")มีอีกเรื่องนึงเป็นเรื่องยาวหน่อย แบบว่าวันนั้นเค้ามีสอบกันไง สอบกันทุกคนเลย พี่บีมก็สอบด้วยนะเอ้อ (ก็แหงสิ) ตอนที่เค้าเริ่มเข้าที่สอบกัน จังหวะที่ทุกคนเงียบลงนั้นเอง(จะสอบละ ทำสมาธิๆ) เสียงนี้ก็ดังขึ้น(คลิกจ้ะ) อิอิ..มือถือ ใครดังไม่รู้ล่ะ แต่ทุกคนหันไปขำพี่บีมหมดแล้วู^^ (พี่บีมเปล่าทำไรผิดซักกะหน่อยอ่า ใจร้าย --แต่เป็นเราก็หันไปมองพีบีมเหมือนกันแหละ หาเรื่องมอง^^) ขำพี่บีมได้ที่ทุกคนก็เริ่มมองหาเจ้าของโทรศัพท์ เผื่อได้ขำต่อ.. คนที่วิ่งมาหยิบมือถือก่อนที่จะชิ่งออกไปอย่างเร็วก็คือ... อาจารย์ ..(เขินมั้ยล่ะนั่น อิอิ ^^)ทีนี้พี่บีมก็คงรู้แล้วสินะ ว่าถ้ามีปัญหาเรื่องการเรียน ควรจะเข้าหาใคร เหอๆ ^^
Create Date : 16 ตุลาคม 2549
Last Update : 16 ตุลาคม 2549 15:51:10 น.
และแล้วก็มาถึง วันหยุดอันแสนจะมีค่า
เย้ ในที่สุดเราก็สอบเสร็จอย่างสมบูรณ์จะได้หยุดเรียนตั้งสัปดาห์แน่ะ(ดีใจสุดเลยนะเนี่ย 7วันในความคิดเราตอนนี้นี่เหมือนฝันเลยอ่า) ไชโยๆๆ(เว่อร์ซะ)..จากอินเตอร์เน็ตไปนาน ได้กลับมาแล้วค่า ขอเวลาหน่อยแล้วจะเริ่มออกตะเวณบล็อกนะ ลาก่อนวอร์ดนรีเวช ลาก่อนอาจารย์ ช. ขอให้มีความสุขกะแฟนเดนท์นะคะ.. แง..ชอบมีแฟนเด็กทำไมไม่บอก..อกหักอ่า เศร้าก่อนอื่นของก่อนอื่น ก่อนที่เราจะเริ่มฝอยไปเรื่อย ขอเคลียร์กันก่อนนิดนึง.. เนื่องด้วยเราได้เห็นความพยายามของหลายๆคนที่เรียกเราด้วยนามแฝงเต็มๆอันแสนจะยืดยาว พลอยพาลทำให้เราละอายใจนัก ฮะฮะ(แล้วจะตั้งชื่อนี้มาเพื่อ..) ต่อจากนี้ไปเรียกด้วยชื่อจริงก็ได้นะ ถ้ากลัวจะจำไม่ได้ เราเขียนโพยไว้ด้านข้างแล้ว(fern fern's blog) อิอิ--หลายคนตัดช่องน้อยแต่พอตัวด้วยการเรียกน้องหมอๆ ฟังๆดูคล้ายๆปลาหมอ ..แต่ก็โอเคนะ(ขอร้องอย่างสำหรับน้องๆเด็กๆ อย่าเรียกพี่หมอเลยเหอะ ฟังดูยังก๊ะประจำอยู่สถานีอนามัยที่ปลายนาไงไม่รู้) บล็อกนี้เขียนไปเขียนมายาวสุดๆ ค่อยๆอ่านไปนะ ฮะฮะ อ่านไม่จบไม่เป็นไร
หลังจากสอบเสร็จที่ๆเราปรี่เข้าไปหาเป็นแห่งแรกก็คือนิทรรศการวิเวียน เวสต์วู้ด (ชื่อดีไซเนอร์)ที่อยากไปมานาน(งานนี้คงเลิกไปแล้วล่ะ จัดที่เอ็มโพเรี่ยมชั้น6) เดินลอยชายไปคนเดียวแบบอารมณ์ศิลป์สุดๆ เหอๆ..ไม่ใช่ว่าไม่มีคนคบน้า..แต่นานๆทีเราก็ชอบการที่ได้ทำอะไรตามใจตัวเองแบบเต็มที่ยังงี้น่ะ(ระหว่างทาง เจอกับทหาร ไปขอเค้าถ่ายรูปด้วยมาล่ะ คนมองกันใหญ่เลย..มันแปลกมากเหรอเนี่ย)ไม่ได้เที่ยวเล่นมานานเลยสบายใจเชียว เดินหาของอร่อยๆกิน ดูเสื้อผ้าสวยๆของวิเวียน รู้สึกดีมากเลยที่ได้ไปดู โลกของวิเวียนนี่เหมือนกับเป็นโลกอีกใบที่พลัดหลงกันไปนาน สวยงามและอิสระเสรี สมกับที่ประกาศตัวเอาไว้ว่าเป็นคนนอกกรอบ เค้านอกไปได้อย่างสร้างสรรค์นะ(บางทีก็ไม่ชอบเอาซะเลยที่บางคนชอบเอาคำว่านอกกรอบกับอิสระมาเป็นข้ออ้างในการทำตัวไม่ดี มันไม่น่าปลื้มเอาซะเลย) เค้าห้ามถ่ายรูปในงานเลยถ่ายมาแต่รอบๆอะ จากนั้นก็ต่อด้วยกิจกรรมที่เราชื่นชอบคือเดินซื้อของในซุปเปอร์มาร์เก็ต(ซื้อช็อกโกแลตสำหรับทำพุดดิ้งมาแล้วล่ะ) แล้วก็เดินไปดูบาร์บี้ .. เห.. ทำไมเราต้องไปดูบาร์บี้น่ะเหรอ..แหม..ก็คิดว่าใครกันล่ะคะที่เป็นนางแบบสุดอมตะแห่งวงการแฟชั่น.. สไตล์ของบาร์บี้นี่ล่ะนะที่แอบ inspire การแต่งตัวของเราอยู่ลึกๆ (ไอ้การแต่งตัวที่คนทั้งหอลงความเห็นว่าไม่มีใครเหมือนนั่นไง..มันดีรึไม่ดีหว่า -"-) วันก่อนนั้นทำหน้าที่เป็นลูกที่ดีพาคุณพ่อซึ่งไม่สบายเล็กน้อยไปหาหมอ ซึ่งก็คือที่ร.พ.ที่เราอาศัยอยู่นั่นเอง ป๊ะป๋าเราก็มีความเชื่อที่ไม่รู้มีอะไรดลใจให้คิดไปว่าการที่ลูกสาวซึ่งเป็นนศพ.เป็นคนพาไปหาหมอซึ่งเป็นอาจารย์จะก่อให้เกิดผลดีๆอะไรบางอย่างเหนือกว่าการหาหมอทั่วไป ซึ่งความจริงเราว่าถ้ามันจะมีประโยชน์อะไรเกิดขึ้นล่ะก็ เราเองตะหากที่เป็นคนได้รับน่ะ อิอิ เพราะทันทีที่อาจารย์เห็นนศพ.ก็จะเริ่มปลดปล่อยศัพท์แพทย์ออกมาแบบไม่เกรงใจนัก และด้วยสปิริตอันเปี่ยมล้น มีนักเรียนมาก็ต้องสอน.. น่านับถือยิ่ง ไปเจอมากี่คนๆ เค้าก็จะเริ่มเอาแฟ้มประวัติพ่อออกมาเลคเชอร์เรากันตรงนั้น --ประมาณว่า "อ่า..หนู ดูนี่นะ ผลแล็ปออกมาว่ายังงี้ แปลว่ายังงั้นยังงี้นะ" -- หนล่าสุดนี่ไม่ใช่แค่ผลแล็ปและแฟ้มประวัติ กระทั่งตัวป๊ะป๋าก็ต้องมาเป็นสื่อการเรียนการสอนของเราไปด้วย.. -- "อะ คุณพ่ออ้าปากสิครับ..มะ มะ นศพ.เธอมาดูนี่ นี่ๆ เห็นต่อมทอลซิลมั้ย.. นี่ไงๆ มันเป็นยังงั้นยังงี้น้า" -- เหอๆ พ่อตัวเองกลายมาเป็นอุปกรณสาธิตไปซะละ.. :D ซักวันนึงหนูคงจะเป็นคุณหมอรักษาคุณพ่อตอนไม่สบายนะคะ แต่ตอนนี้ช่วยเหลือกันไปก่อน ฮะฮะ ทีนี้จะย้อนกลับมาเล่าเรื่องก่อนหยุดยาวของเราบ้าง.. ก่อนที่จะสอบจะหยุดนี้ วิชาเกือบจะสุดท้ายที่นรีเวชสั่งสอนเป็นเรื่องของ sexology พูดให้ใครฟังก็ชอบทำท่าสนอกสนใจพยามจะให้เราอธิบายเนื้อหา.. เฮ้อ.. จะให้สอนจระเข้ว่ายน้ำไปทำม้าย อิอิ แต่จุดประสงค์ในการเรียนที่ถูกโปรยเอาไว้ก่อนหน้าการไล่เลียงท่าทางทั้งยี่สิบกระบวนท่า(ซึ่งเรียนไปเรียนว่าก็เริ่มแยกความแตกต่างไม่ออก)นั้นค่อนข้างน่าสนใจ เค้าว่าชม.เรียนเป็นไปเพื่อทัศนคติที่ดีต่อเรื่องนี้น่ะ เพราะสื่อทุกวันนี้ส่งเสริมให้คนทั่วไปมีแนวคิดแบบsadismโดยไม่รู้ตัว(จริงรึ ใครเชี่ยวชาญมาคอนเฟิร์มหน่อย อิอิ) ชายหนุ่มในห้องเรียนนั้นพยามจะป้องปัดว่าตัวเองไม่ได้มีรสนิยมแบบsadismซักกะหน่อย หนุ่มไหนที่อ่านอยู่แล้วพยามจะปฏิเสธแบบเดียวกันลองตอบคำถามนี้ดู หนุ่มไหนบ้างไม่อยากให้ของตัวเองใหญ่ - - แอดคอมเมนต์ไว้เลยค่า หนุ่มไหนบ้างไม่อยากให้ของตัวเองยาว - - แอดคอมเมนต์ไว้เลยค่า หนุ่มไหนบ้างไม่อยากให้ของตัวเองใช้ทน - - แอดคอมเมนต์ไว้เลยค่า หนุ่มไหนบ้างไม่อยากให้ของตัวเองใช้ได้บ่อยๆ - - แอดคอมเมนต์ไว้เลยค่า อ้าว.. ทำงี้เดี๋ยวไม่มีคนเมนต์เลยทำไงเนี่ย ฮะฮะ หนุ่มไหนมีความฝักใฝ่อยากจะใหญ่ ยาว ทน บ่อย คุณเข้าข่ายsadism นะ รู้ตัวหน่อย อิอิ (คนไหนยืนยันว่าไม่ใช่ก็เชื่อจ้า..ขำๆนะ อย่าคิดมาก) ที่การสอบของเราต้องโดนเลื่อนให้จบช้ากว่าคนอื่นๆนั้นเป็นผลมาจากการปฏิวัติ.. แหมที่จริงนี่การเอาเรื่องประเทศชาติมาพูดถึงแต่ในเรื่องของตัวเองมันก็น่าเกลียดเหมือนกันนะ.. แต่แบบ.. บล็อกนี้นี่รู้ใช่มะว่าใครใหญ่สุดอะ ขอหน่อยเหอะ อิอิ ตอนที่อ่านหนังสืออยู่เพราะจะต้องมีสอบปากเปล่าตัวต่อตัวกะอาจารย์ในวันรุ่งขึ้น ก็ได้ยินเรื่องข่าวลือนี่เข้าหูมา..เนื่องจากชีวิตที่เหินห่างจากสภาวะการณ์ของสังคมทำให้เราทราบข่าวนี้ได้จากทางโทรศัพท์ ตอนแรกก็นึกว่าเป็นเรื่องขำๆไม่จริงหรอก แต่พอมีประกาศทางทีวีนี่ตอนนั้นคนในหอก็แตกตื่นกันไปช่วงนึง ลงมาดูทีวีแต่จนแล้วจนรอดก็เห็นแต่เพลง ที่สุดแล้วชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป กลับไปอ่านหนังสือต่อเฮอะ..เอ้อ ชีวิต วันรุ่งขึ้นที่ถึงแม้จะเป็นวันหยุดราชการ แต่ไงเราก็ต้องไปราวน์วอร์ดเช้าอยู่ดีอ่า..ทำไม๊ทำไม ทั้งที่นศพ.และแพทย์ประจำบ้านซื่อสัตย์กับวิถีชีวิตของตนเองขนาดนี้ อาจารย์ที่มีนัดกะเรากลับทำเป็นกลัวรถถังขึ้นมา เหอๆ(อาจารย์ท่านอื่นๆเค้ามากันหมดเลยนะ) การสอบปากเปล่าเลยต้องถูกเลื่อนออกไป.. การปฏิวัตินำความเฟลนิดๆหน่อยๆมาให้มากมาย คือทั้งที่วางแผนเอาไว้ว่าสอบเสร็จเมื่อไหร่จะออกเที่ยวตอนกลางคืนที่ไม่ได้ไปมาชาตินึง และจะต้องออกไปขายธงที่โรงเรียนเก่าตอนประถม ก็โดนแคนเซิ่ลล่มสลายไปทั้งคู่ แล้ววันหยุดราชการตึกผู้ป่วยนอกก็ปิดนะ ทำให้เรามีโอกาสออกตรวจผู้ป่วยนอกแค่สองวันเท่านั้นซึ่งเป็นที่น่าเสียดายเพราะเป็นแหล่งหลักที่เราจะได้ตรวจภายในอย่างจริงจัง ดีที่เคยได้ใช้เครื่องมือหัดตรวจไปบ้างแล้ว คนไข้ที่เราได้ใช้เครื่องมือช่วยเป็นคนแรกนั้นเคยคลอดลูกมาแล้วแปดคนเลยทำให้ใส่เครื่องมือได้ง่ายมาก แต่ทันทีที่ง้างเครื่องมือออกดูนี่สิ.. ปากมดลูกนี่BLEED พลั่กๆพลั่กๆพลั่กๆพลั่กๆๆๆ แบบซีเรียสมากๆ แป๊บเดียวนี่เลือดออกมาได้ซักครึ่งลิตร..สาดกระจายแบบไม่ไหวอะ.(คือคุณป้าเค้าเป็นโรคนะไม่ได้bleedเพราะเราทำ) แต่ที่น่าแปลกใจที่สุดก็คือ.. เราไม่-เน้นว่าไม่-ไม่ตกใจเลยยยย.....แม้แต่นิดเดียวอ่า เฉยมากๆจนงงตัวเอง เหอๆ ทำไมด้านชางี้.. เหลือก็แต่ความเศร้าที่รู้ว่าคนไข้น่าจะเป็นโรคร้ายแรง ไอ้ความเศร้านี่มันช่างเคลือบอยู่ทุกที่จริงๆ(ก็นี่มันร.พ.นี่เนอะ) ครั้งนึงตอนที่ออกตรวจผู้ป่วยนอกกะอาจารย์ มีเหตุการณ์น่ารักๆเกิดขึ้น เมื่ออาจารย์ถามเราว่าค่าเรียนของเรานี่ตกปีละเท่าไหร่ เราก็ตอบไป "หมื่นนิดๆค่ะ" หมื่นหน่อยๆจริงๆนะ ถูกเนอะ "นั่นไง ค่าเรียนที่จ่ายน่ะมันถูกถึงได้ชอบเฉื่อยชากันนัก" อาจารย์ก็ว่ามางี้"รู้มั้ยว่าความจริงปีๆนึง ค่าเรียนคุณน่ะปีละสี่แสนนะ" --จริงเหรอ แพงจัง--แล้วก็ถามต่อว่า"รู้มั้ยว่าที่เหลือน่ะ ใครเป็นคนจ่าย.." หลังจากทิ้งจังหวะเล็กน้อยพอสวยงาม อาจารย์ถึงชี้ไปที่คนไข้ที่นั่งตรงข้าม "นี่ๆ คนนี้เค้าจ่ายให้" ก็หมายถึงเงินภาษีราษฏรสินะ.. คนไข้เราวันนั้นก็น่ารักมากมาย พอได้ยินอาจารย์พูดว่างั้นก็หันมายิ้มหวานให้เรา"งั้นก็ตั้งใจเรียนนะคะ พี่จะเป็นกำลังใจให้" โห..น่ารักสุดๆอะ แต่จะว่าเป็นเงินเค้าคนเดียวก็ไม่ใช่ แต่นี่ที่เราเรียนอยู่ก็อาศัยเงินจากทุกคน(รวมถึงคนที่อ่านอยู่นี่ด้วย ถ้าจ่ายภาษีนะ) เอ..ทำไมอยู่ๆถึงเป็นหนี้คนมากมายขนาดนี้..อิอิ.. ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูก็ตั้งใจเรียนอยู่(!?) ตอนนี้อยู่ในช่วงพยามวางแผนใช้วันหยุดให้ได้คุ้มๆอยู่.. ถึงแม้ที่จริงแล้วอะนะ สิ่งที่เราปรารถนาอยากจะทำมากที่สุดก็คืองานพาร์ทไทม์แท้ๆ แต่วันหยุดก็แสนสั้นและคาดเดายากเลยหาลำบาก เศร้าจัง ใครมีงานอะไรอยากจ้างหญิงสาววัยรุ่นตอนปลาย ความสามารถพิเศษคือตรวจภายใน+เช็คมะเร็งปากมดลูกได้(!?)บ้างมั้ย อิอิ
Create Date : 24 กันยายน 2549
Last Update : 24 กันยายน 2549 15:41:45 น.