Bloggang.com : weblog for you and your gang

Japanese Mania!!!

Group Blog

 
All blogs

 

Japan 2nd Day [ Nikko+Yokohama]

วันนี้ตื่นมาพร้อมแพลนว่าจะไปนิคโค เมืองมรดกโลกกัน ส่วนพี่ฉัตรกับพี่รันอยากไปเอโดะวันเดอร์แลนด์ ส่วนตอนเย็นจะไปดูฮานาบิ (ดอกไม้ไฟ) ที่โยโกฮาม่า ที่ยามาชิตะโคเอ็ง ไปนิคโคไปขึ้นรถไฟที่สถานีใหญ่ๆ ตรงข้างขวาของอาสะกุสะอ้ะ ตอนเช้าไปกินข้าวหน้าปลาไหล ที่ร้าน yoshinoya ร้านนี้มีสาขาทั่วไปในญี่ปุ่น เห็นที่ฮาราจุกุด้วย

Photobucket

ในร้านจะมีเคาน์เตอร์ ที่นั่งติดๆกันและแคชเชียร์เล็กๆน่ารัก

Photobucket

รูปข้าวหน้าปลาไหล ราคาไม่แพง ประมาณ 480 เยนถ้าจำไม่ผิด มื้อนั้นกินบุตะด้ง กิวด้ง รวมทั้งหมด 1330 เยนงับ

Photobucket

เสร็จแล้วก็ขึ้นรภไฟเพื่อจะไปนิคโค การไปให้ขึ้นรถไฟสาย tobu-nikko ราคาเที่ยวละ 1320 เยน

Photobucket

นี่อาหารมื้อเที่ยงครับ เป็นแซนวิช ราคารวมทั้งหมดก็ 1360 เยน

Photobucket

ขาไปนิคโค ผ่านเมืองคาซึคาเบะด้วย ทรายกะพี่แนนตื่นเต้นกันหย่าย พี่ก้อยบอกว่า เด็กที่นั่งอยู่ข้างหลังพี่ก้อยก็พูดอะไรชินจังๆเหมือนกัน กร๊ากกก

ตอนนั่งไป ในหนังสือเที่ยวญี่ปุ่น มันบอกว่านั่งรถไฟประมาณเกือบสองชั่วโมง แต่ตอนนั่งไปแล้วซักพักใหญ่ๆ เลยเอะใจว่าทำไมมันนานจังวะ คนอื่นก็หลับไปหมดแล้วเหลือทรายกับพี่ฉัตร พี่ฉัตรเลยให้ลองถามคนญี่ปุ่นเลย ทีนี้ก็ถึงเวลาเลือกเหยื่อ ตัดสินใจถามเด็กผู้หญิงญี่ปุ่นคนนึง เค้าบอกว่า เราอ่ะนั่งรถไฟผิดตู้ O_o ต้องไปนั่งสองตู้แรก เพราะตู้นี้ไม่ไปนิคโค เลยต้องปลุกพวกพี่ๆเพื่อเปลี่ยนตู้กัน เดินไปซักพักก็ไปนั่งตู้สอง แล้วพอรถจอดสถานีถัดไป มันตัดขบวนแล้ว กรี๊ดดดดดด นี่ถ้าพี่ฉัตรไม่เอะใจจนไปถามคนญี่ปุ่น พวกเราต้องหลงกันอีกครั้งแน่ๆ

Photobucket

สองข้างทางเป็นงี้ครับ เขียวๆ บนภูเขาลูกเตี้ยๆระหว่างทางจะมีแต่ต้นสนเต็มไปหมด แต่ละต้นสูงชะลูด และอุดมสมบูรณ์มาก ไม่ใช่ภูเขาหัวโล้นสีน้ำตาลแบบบ้านเรา

ตอนแรกที่บอกว่าพี่รันกับพี่ฉัตรจะไปลงเอโดะวันเดอร์แลนด์ มันต้องลงที่สถานีซักที่แล้วเปลี่ยนรถไฟ แต่ที่เรานั่งไปลงสุดสาย พอไปถึงสถานีแล้วไปถามนายสถานีถึงได้รู้ ไหนๆแล้วก็เลยเที่ยวนิคโคซะเลย

Photobucket

ทางไปชานชาลาครับ นายสถานีก็อยู่แถวๆนั้นแหละ

Photobucket

ออกมาจะเจอวงเวียน

Photobucket

อากาศ ร้อนมากมาย หยิบครีมกันแดดมาทาแทบไม่ทัน - -

ไปถึงนิคโคประมาณบ่ายสอง มีเวลาเที่ยวอีกประมาณสองชั่วโมง เลยกะกันว่าจะเที่ยวพวกมรดกโลกแถวนั้นให้หมด ส่วนมากเป็นพวกวัด เลยต้องไปถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ information เค้าบอกว่า จากที่สถานีรถไฟ ไปที่แรกคือสะพานชินเคียว(ป่าววะ) (Shinkyō) เป็นสะพานสีแดง(อีกแล้ว) ดีนะที่เสิชเจอชื่อ ไม่งั้นขอเปลี่ยนชื่อให้เป็นสะพานอากะนิชิ(ประจำแหละตรู) แล้วก็ซื้อตั๋ว พันกว่าเยนเที่ยวที่ดังๆ(วัด)ได้หมด แต่ต้องไปซื้อที่เลยสะพานไปหน่อยนึงนะ เลยเอาก็เอาวะ แล้วถามว่า จะเดินไปหรือไปไงดี เจ้าหน้าที่บอกว่า เดินก็ได้ ประมาณ 20 นาที เลยตัดสินใจเดิน ตอนเดินแรกๆมันก็ตื่นตาตื่นใจ บ้านเมืองมันน่าร้ากมาก เลยถ่ายรูปไปเดินไป หลังๆชักไม่หนุกว่ะ แมร่งเดินขึ้นเขาเหนื่อยชิบหายครับ

Photobucket

เจอคาเมะจังระหว่างเดินด้วยแหละ เสียดายไม่มีจินคุงอยู่ข้างๆเนอะ

Photobucket

บ้านเมือง น่าร้ากกก สวยอ่ะดูอลังการน่าเกรงขามอย่างประหลาด สมแล้วที่เป็นเมืองมรดกโลก

Photobucket

ร้านขายโอมิยาเกะ แต่ที่สะดุดตาคือ เทพเจ้าคิตตี้ครับ โอวมายบุดดา นี่ลามมาเป็นเทพเจ้าแล้วเรอะแกกกกกกกกก

Photobucket

โอมมมมม เงินจงมา เงินจงมา

Photobucket

ระหว่างเดิน ป้ายจะมีบอกว่า อีกกี่เมตร กี่นาทีถึง แต่แต่แต่ จะมาใช้มาตรฐานคนอื่นกับพวกเราไม่ได้ !!! เรามันพวก เดินไปแวะไป ที่ไหนน่าสนใจถ่ายแมร่งหมด เพราะงั้นคนอื่นเค้าเดินกันสามนาที เราเดินไปสิบนาที

เดินไปประมาณเกือบชั่วโมง ก็ไปเจอนี่

Photobucket

เขาว่าเป็นผู้ค้นพบนิคโคนะ แต่ตรูไม่รู้คร้าบ

Photobucket

และแล้วก็เดินมาถึงสะพานอากะนิชิ(เอ่อ ตรูได้ข่าวว่ามันคือสะพานชินเคียว) แต่มันสีแดงอ้ะ ขอเรียกสะพานอากะนิชิละกัน ตอนดูในรูปงดงามมากกกก แสงสวย เหมือนสะพานอยู่ในความฝันเลย แต่พอไปเห็นของจริง อืมมม มันก็สวยนะ แต่สวยไม่เท่าหนังสือ หรือเราจะมาผิดฤดู เพราะเค้าแนะนำให้ไปช่วงซากุระ ก็เป็นฮารุสินะ นี่แมร่ง นัตสึ ร้อนชิบหาย

Photobucket

รูปนี้ค่อยสวยหน่อย มีแสงอาทิตย์ น่าเอาไปถ่ายละครแหะ

Photobucket

Photobucket

Photobucket

รูปนี้ถ่ายกันทุกคน จากซ้าย พี่ฉัตร ทรายเอง พี่ก้อย พี่แนน และพี่รัน

Photobucket

ทรายกะพี่ฉัตร

ตอนเดินไปถึงสะพานชินเคียว ไปถามคุณลุงที่เฝ้า เค้าบอกว่าจากตีนสะพานตรงเนี้ย ไปถึงที่ขายตั๋วรวม เดินอีก 45 นาที แล้วแกก็ชี้ไปทางบันไดขึ้นเขา มะมะ หมายความว่า ต้องเดินขึ้นเขาไปอีก 45 นาที แถมนั่นยังไม่ถึงจุดหมายด้วย โอว สรุปเลยไม่ไปกันเพราะกลัวพลาดรถไฟไปโยโกฮาม่า เลยไปเดินถ่ายรูปนิดๆหน่อยๆกับป้าย ให้รู้ว่ามาถึงแล้วนะ เพียงแต่ไม่ถึงที่สุดเท่านั้นเอง กร๊ากกก

Photobucket

Photobucket

นี่คือทางขึ้นเขาที่ว่าต้องเดินไปอีก 45 นาที

Photobucket

ป้ายครับ

Photobucket

สุดท้ายก็ต้องกลับ เดินกลับ (- -") Photobucket

ขากลับเจอร้านขายโอมิยาเกะ มีตู้โทรศัพท์หน้าตาน่ารัก พวกพี่ให้แอคซะจนหมดมุก เลยแอคท่าโรคจิตๆแบบแอลซ้า แต่ได้ไม่เท่าแหะ

Photobucket

ในที่สุดก็เจออาคานิชิ แต่ไม่น่ารักแหะ

Photobucket

ตึกนี้สวยดี

Photobucket

พีฉัตรหลังผ่านการเดินอย่างหนักหน่วง

Photobucket

ตู้ขายตั๋วอัตโนมัติของญี่ปุ่น หน้าตาจะคล้ายๆแบบนี้หมด เครื่องจะรับเหรียญพวก 500 100 10 เยน และแบงค์ 1000 เยน ไฮโซมากเป็นระบบสัมผัสหมด

พอขากลับก็นั่งรถไฟจาก nikko ไปอาสะกุสะเหมือนเดิม แล้วนั่งต่อไปโยโกฮาม่า สาย seikyuu 560 เยน ขาไปเป็นสายตรงไม่ต้องเปลี่ยนรถ พอไปถึงก็เดินไปถามเจ้าหน้าที่สถานีว่าถ้าไปดูฮานาบิไปทางไหน เจ้าหน้าที่ก็ชี้ๆทางออก ระหว่างนั้นก็ถามไปเรื่อย เจอคนใส่ชุดยูกาตะเต็มไปหมด เลยกะกันไว้ว่าจะตามคนใส่ชุดยูกาตะไปและกันเพราะน่าจะไปดูดอกไม้ไฟเหมือนกัน ที่ไหนได้พอถึงทางแยก พวกใส่ชุดยูกาตะดันเดินแยกไปสองทาง กรรม เลยเดินไปถามว่า พวกเธอเนี่ยจะไปดูดอกไม้ไฟมั้ย ดันตอบว่าไม่ อ้าว เคว้งและเพราะตรงนั้นเป็นห้าง ออกไปก็เป็นถนนกับตึกสูง เลยไปถามผู้ชายญี่ปุ่นคนนึง เค้าบอกว่า จากนี่ไปยามาชิตะโคเอ็ง หรือสถานที่ที่สามารถดูดอกไม้ไฟได้เนี่ยไปอีกไกลมั้ย ผู้ชายนั้นตอบเลยว่า ไกลมากกก เดินไกล มองจากตรงนี้ไม่เห็นหรอก และทีสำคัญ ดอกไม้ไฟจะจบแล้วนะ อ้าวเชี่ยแล้วมั้ยล่ะ อุตส่าห์นั่งรถไฟมาตั้งไกล เพื่ออออออออ? เลยได้ข้อคิดมาอีกว่า อย่าเชื่อผู้หญิงญีปุ่นใส่ชุดยูกาตะ และอย่าเดินตามมันเด็ดขาด ไม่แน่ว่ามันอาจไม่ได้มีจุดหมายเดียวกะเราก็เป็นได้ T^T

ระหว่างเดินเคว้งไร้ที่ไป ได้ยินเสียงดอกไม้ไฟเป็นระยะ เจ็บใจเว้ยยยยยยยยยย แต่อย่างน้อยก็ได้ไปเหยียบโยโกฮาม่า และเห็นป้ายมินาโตะมิไรเมืองโปรดของจิน แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมาเพราะยังเจ็บใจไม่หาย สุดท้ายเดินๆ หิวๆ เลยหาไรกินในห้างที่ติดกะสถานีรถไฟนั่นแหละ หมดไป 3235 เยน กินซะพุงกาง

ขากลับ เดินไปจะไปถามว่า ตกลงต้องกลับสายเซย์คิวเหมือนเดิมใช่มั้ย ปรากฎว่าต้องเปลี่ยนรถที่สถานีชินางาว่า (Shinagawa) แล้วยัยเจ้าหน้าที่ พูดๆๆๆๆๆ ภาษาญี่ปุ่นรัวเป็นชุด(ทำยังกะตรูเป็นเนทีฟ) ฟังไม่รู้เรื่อง ฟังออกแค่ว่า ต้องระวังๆ

Photobucket

พอขึ้นบันไดไปชานชาลา ก็ต้องไปสังเกตุอีกว่าต้องขึ้นคันไหน ชานชาลาไหน พอขึ้นรถไฟ ถึงสถานีชินางาว่าก็ลง แล้วมานั่งดูป้ายว่า รถไฟคันต่อไปไปไหน เห็นแต่รถไปสถานีอะไรไม่รู้ไม่รู้จักและไม่คุ้น พอรถมันมาถึงก็สั่นหัว ไม่ใช่หรอก และเดินไป แต่ไอ้เรามันเอะใจว่าทำไมมันให้ระวังๆ เลยเดินไปหาคนที่พอให้ถามได้ พอดีเดินไปเจอคนคุมรถไฟ ไม่รู้เรียกว่าอะไร เลยไปถามเค้า พอดีกะไอ้ทีรถไฟคันนั้นมันผ่านหน้าไป เจ้าหน้าที่คนนั้นก็ชี้ตามรถไฟคันนั้น สรุปคือรถไฟไปอาสะกุสะอ่ะ มันไอ้คันที่เพิ่งผ่านหน้าไป แล้วแบบ มันเหมือนถาพสโลว์โมชั่น อิเจ้าหน้าที่ชี้รถไฟ รถไฟก็แล่นลับจากสายตาไป โอ้ววววว ช่างเหมือนนิยายโคตรๆ

อิทรายเลยถามอิเจ้าหน้าที่(คนเดิม) ว่ารถไปอาสะกุสะต่อไปจะมาอีกเมื่อไหร่ อิเจ้าหน้าที่(คนดี) บอกว่า ต้องรอคันต่อไปอีก 37 นาที เป็นรถไฟตรงไม่ต้องเปลี่ยน สงสัยคงเห็นตรูทำหน้าแบบ เห รออีก 37 นาทีเลยหรอฟระ มันเลยบอกว่า ถ้ารีบมาก มีที่รออีก 32 นาที แต่ต้องเปลี่ยนรถ ว่าแล้วฮีก็ควัก เส้นทางรถไฟให้ดู โอ้วเยอะแยะยั้วเยี้ย เลยบอกมันว่า ไม่เป็นไร ห่างกันห้า้นาที ตรูรอด้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยย

Photobucket

สถานีเจ้าปัญหา

Photobucket

เจ้าหน้าที่คนนั้น

Photobucket

กะเหรี่ยงไทยที่ขึ้นรถไฟพลาดคราวนั้น

ระหว่างนั้นทำไรไม่ได้ก็ตองนั่งรอไปเรื่อยๆ ขำก็ขำ เหนื่อยก็เหนื่อยอ่ะนะ วันนั้นทั้งวัน นั่งรถไฟเกือบ 8 ชั่วโมงอ่ะ ในเมื่อต้องนั่งรอและถ้าพลาดรถไฟเที่ยวนี้อาจไม่ได้กลับ เลยย้ายสัมมะโนครัวไปอยู่ม้านั่งใกล้ๆอิตาเจ้าหน้าที่คนนั้นซะเลย พอนั่งนับเวลาถอยหลังเรื่อยๆ เกือบครบ 37 นาที ก็เลยเดินไปถามเจ้าหน้าที่(หน้าเดิม) ว่าคันเนี้ยป่ะไปอาสะกุสะ อิเจ้าหน้าที่หันมาบอกว่า ใจเย็นๆ ยังไม่ใช่ ก็เลยเดินคอตกกลับปาย พอถึงคันนั้นจริงๆ มันก็หันมาส่งสายตาประมาณว่า เนี่ยรถคันเนี้ย แล้วพอมองไป ปลายทางมันเป็นคันเดียวกับไอ้รถไฟขบวนที่ผ่านหน้าผ่านตาไปคราวนั้นนั่นแหละ เลยกลับบ้านอย่างสวัสดิภาพ

Photobucket

 

Create Date : 11 สิงหาคม 2551
Last Update : 14 สิงหาคม 2551 17:58:03 น.  

Japan 1st Day [ Narita + Asakusa ]

เอิ้กกกกกกก
ในที่สุดก็เริ่มมาเขียนบลอคอีกทีจนได้ นี่ถ้าไม่ไปเที่ยว คงไม่มาเขียนอีกแน่นอน คราวที่แล้วเขียนตอนไปญี่ปุ่น คราวนี้ก็เขียนตอนไปญีปุ่น อะไรๆมันจะญี่ปุ่นไปถึงหนายยยฟระ

วันแรกที่ต้องเดินทาง คราวนี้ไปกับสายการบิน Northwest Airline สายการบินของอเมริกา เครื่องออกตอนหกโมงเช้า(จาเช้าไปมะ) วันที่ 31 กรกฎาคม 2551 แต่ว่าคืนวันที่ 30 นัดกับพี่ฉัตรพี่รัน และพี่ก้อยไว้ว่าจะไปที่บ้านพี่รันก่อน พี่ฉัตรพี่ก้อยไปถึงเกือบๆเที่ยงคืน ส่วนไอ้ตัวเราอาโกจะไปส่งหลังปิดร้าน เลยไปถึงบ้านพี่รันตอนสองทุ่ม ไปถึงกินข้าวกะหม่ามี้พี่รันด้วย แล้วก็นั่งอ่านโดจินอะคาเมะ และฟิคเรื่อง thank my stars, thank my cupid ไรเนี่ยแหละ ของ bambino แหม เรื่องนี้รู้สึกจินเมะเหมือนเป็นคู่รอง มีอิพีเป็นพระเอก เลยรีบๆอ่านเปิดผ่านๆ จนจบได้ในเวลาแปบเดียว O_o

พอช่วงประมาณตีสองกว่าๆ พี่รันก็ให้พี่โจ๊ก(พี่ชาย)ไปส่งที่สุวรรณภูมิ ไม่น่าเชื่อว่าจะยัดคนสี่คนกับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ๆสองใบและเล็กๆอีกสองใบได้ แต่กระเป๋าทรายได้นั่งที่นั่งวีไอพี ข้างคนขับ รัดเข็มขัดนิภัยอย่างดี วะฮ่าฮ่า พอไปถึงพี่แนนก็รออยู่แล้ว กระเป๋าเดินทางพี่แนนใหญ่สุดครับ แล้วก็เดินเข้าตม ไปหาไรกินที่ร้านเหมือนโรงเตี๊ยมๆ นั่งกินพายไส้กรอกกะแซนวิชคล้ายๆกิบาบที่เคยกินตรงข้าวสาร
Photobucket

หลังจากนั้นก็เดินเข้าเกท แต่เดินแล้วหลงครับ เพราะเดินเลยมาแล้ว มัวแต่มองของกินกันอ่ะ แป่ววว ซักพักก็เรียกขึ้นเครื่อง บินนานอ่ะกว่าจะไปถึงนาริตะ ตอนอยู่บนเครื่อง แอร์ให้เลือกว่าจะกินไร มีก๋วยเตี๋ยวไก่ กับไข่และแฮม เช้าๆแบบนั้นเลยเลือกกินไข่เพราะมันดูเบาๆท้องดี ที่ไหนได้ กินไข่ไปซักพัก(มันก็อร่อยดีอ่ะนะ) รู้สึกผะอืดผะอมเหมือนจะอ้วก มึนๆ เลยกินไม่หมดต้องหลับตาอย่างเดียวเลย แล้วตอนอยู่บนเครื่อง ถ้าลืมตาเมื่อไหร่ความผะอืดผะอมจะกลับมา ต้องรีบหลับตานอนๆๆๆ แล้วตอนจะเอาเครื่องลง อิกัปตันเครื่องลำนั้นมันเป็นห่ะอะไรไม่รู้ เอาลงทีเดียวไม่ได้ต้องยึกยักๆ เดี๋ยวลงเดี๋ยวเชิดเครื่องขึ้น ตรูอยากจะอ้วกใส่หน้ามันจริงๆ เกือบออกมาอยู่แล้วเชียว พอเหยียบแผ่นดินญี่ปุ่นได้ ดีใจ้ดีใจ ได้มาหายใจร่วมอากาศเดียวกะเมะและจินอีกแล้ว ระหว่างทางไปโฮสเทลที่อาสะกุสะ มีคนไทยขอร่วมทางไปคนนึง ชื่ออะไรก็ลืมไปแหล่ว

Photobucket

เจ๋งมากกล้ามาคนเดียว ส่วนวิธีเดินทางจากนาริตะ terminal 2 ไปอาสะกุสะก็ไม่ยาก แค่ขึ้นรถไฟสาย keikyuu เปลี่ยนรถที่อาโอโตะเอคิ แล้วขึ้นรถไฟฝั่งตรงข้าม
โนริคาเอสึครั้งเดียวก็ถึงอาสะกุสะครับผม ราคา 1060 เยน เป็นแบบ tokkyuu


Photobucket

ไปญี่ปุ่นคราวนี้ ได้ข้อคิดมาหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือ อย่าเชื่อรถไฟมาก ไม่ใช่ไม่ให้เชื่อความตรงเวลา หรืออะไร แต่ให้ระวังเพราะรถไฟเวลาออกนอกเมือง มันมีหลายสายหลายเส้นทาง แล้วชานชาลามีจำกัดครับ(ที่ดินแพง) เพราะงั้นที่มันบอกชานชาลาเนี่ย ยังต้องดูข้างรถไฟมันจะมีบอกปลายสาย ไม่งั้นก็ดูที่ป้ายตรงชานชาลา มันจะมีบอกว่า รถไฟขบวนต่อไปจะไปไหน รถไฟมาหรือยัง มาเวลาไหน แต่แต่แต่ หากไม่รู้ว่าที่ที่เราจะไป ปลายสายคือที่ไหน อันนี้ช่วยไม่ได้ครับ เพราะตรูก็หลงมาแล้วเหมือนกัน กร๊ากกก อยู่มาหลายวันถึงได้รู้

พอเปลี่ยนรถที่สถานีอาโอโตะ Aoto ก็เปลี่ยนรถไฟ ตอนจะถึง ก็นั่งคุยกะพี่รันว่า ตกลงมันต้องลงสถานีไหนฟระ หันไปถามญี่ปุ่นข้างๆมันก็ไม่รู้ แต่ขนาดไม่รู้ยังค้นๆให้ นับถือความมีน้ำใจมาก มีให้เลือกสองสถานีคือ อาสากุสะ(Asakusa) และอาสะกุสะบะชิ (Asakusabashi) สุดท้ายตัดสินใจไปลงอาสะกุสะบะชิ พอลงก็ไปถามญี่ปุ่นที่ยืนขายลอตเตอรี่อยู่ เค้าบอกว่า จากนี่ไปโฮสเทล มันโท่ยยยมาก ชิบหายแว้ว ผู้ชายคนนั้นเลยบอกให้กลับไปถามนายสถานีดีที่สุด เลยต้องกลับลงไปที่อาสะกุสะอีก ไปถามเจ้าหน้าที่ เค้าก็บอกว่าอาสะกุสะเนี่ยใกล้กว่านะ เค้าเลยถามว่านั่งมากจากไหน ราคาเท่าไหร่ เลยบอกไปว่านั่งจากนาริตะ 1060 เยน คุณลุงเจ้าหน้าที่เลยไปค้นๆจากตู้หย่อนตั๋ว แต่หาได้ไม่ครบ ลุงแกเลยโทรศัพท์ไปถามที่สถานีนาริตะ ว่ามีกะเหรียงไทยห้าคนขึ้นจากสถานีนาริตะเทอร์มินอลมามั้ย พอเสร็จแกก็โทรไปหาเจ้าหน้าที่ที่สถานีอาสากุสะ เลยต้องลากกระเป๋าเดินทาง(หนักๆ) กลับไปอาสากุสะอีกที ไปถึงน้องแจนที่รออยู่เป็นคนพาไป น้องคงกลัวพวกพี่ๆหลงเพราะตอนแจนมาครั้งแรกก็หลงไปคนและ ระยะทางจากสถานีอาสะกุสะ ไปถึงโฮสเทล Khaosan Annex ไม่ไกลเท่าไหร่ เดินเท้าประมาณห้านาที ข้ามไฟแดงเกินห้า แต่ทางเดินที่ญี่ปุ่นน่าประทับใจมากกกกกกกกก เรียบเสมอกัน ขี่จักรยานได้ ลากกระเป๋าก็ง่าย ไฟแดงก็สุดๆ มีไฟแดงสำหรับคนข้ามถนนเกือบทุกแยก(แยกเล็กๆยังมี ประมาณเดินห้าก้าวถึงอีกฝั่งยังอุตส่าห์ทำวุ้ย) แล้วคนขับรถก็เคารพระเบียบจราจร จะข้ามถนนที่ไร้สัญญาณ แม้จะยังไม่ถึงเค้าจะจอดรถให้เราตั้งแต่ยังไม่ถึงเส้นหยุด แล้วเราไม่ต้องรีบข้าม เค้าจะไม่มีตะโกนด่า บีบแตรไล่ใดๆทั้งสิ้น

พอเอาของเก็บก็ได้เวลากิน เลยเดินออกมาแถวนั้น วันแรกเพราะเหนื่อยเลยยังเกินได้ไม่เยอะ ไปเจอร้านราเมง คาดว่าราคาไม่แพงเลยเข้าไปกิน

Photobucket

หน้าตาอาหารมื้อแรก อร่อยทุกอย่างนะ ข้าวก็อร่อยนิ่มๆ ราเมงก็อร่อย เป็นร้านคนจีน มื้อแรกหมดไปสามพันกว่าเยน(หารกันห้าคน) พออิ่มก็เดินเล่นเรื่อยๆ ปรากฎเจอร้านถูกๆเยอะ แถมแถวนั้นร้านอาหารเยอะมากกกกก ไอ้โน่นก็น่ากิน ไอ้นี่ก็น่ากินไปหมดดดด

Photobucket

ร้านขายขนมแถววัดอาสะกุสะ น่ารักมากกก แต่รสชาติไม่ขอพูดถึง ไม่เคยหวังอะไรกะขนมญี่ปุ่นอยู่แล้ว - -

Photobucket

ขากลับทุกครั้งจะต้องเดินผ่าน โคมางาตะบาชิ เป็นสะพานสีฟ้า ข้างซ้ายเป็นสะพานสีแดง ไม่รู้ชื่อแต่ทรายขอตั้งให้ว่า อากานิชิบาชิ กร๊ากกกก

Photobucket

ถ่ายบนสะพานสีฟ้า อาโอยบาชิละกัน ชื่อเดิมเรียกยากอ่ะ T^T ข้างหลังเป็นสะพานอากานิชินะคร้าบบบ

Photobucket

นี่คือสภาพภายในห้อง ปกติมันไม่ได้เรียบร้อยขนาดนี้หรอก แต่นี่คือวันที่เพิ่งไปถึง
เตียงมีสองชั้น ในห้องมีสามเตียง ทรายนอนเตียงล่างซ้ายสุด ไปถึงหลับเป็นตายครับ เพราะงั้น สำหรับวันแรก อิโจวเดสสส โอยะซึมินะไซ

 

Create Date : 11 สิงหาคม 2551
Last Update : 14 สิงหาคม 2551 18:07:23 น.  

LOVEJUICE

LOVEJUICE ~ Jin Akanishi




ปล หากใครบังเอิญเปิดมาเจอ แล้วรับ yaoi (ชายรักชาย) ไม่ได้ กรุณาปิดหน้านี้ไปซะ
+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.


So I wanna taste that...

ฉันอยากจะลิ้มรสดูสักที

Drop that shit life...

ทิ้งชีวิตเฮงซวยนั่นไป
She stood there waiting alone
Bring out her shoulder has gone
Binding and finding her soul
She gave me one look at for


คาเมะรออยู่ตรงนั้นคนเดียว
เผยให้เห็นไหล่เนียน
ผูกและพบวิญญาณ(เร่าร้อน) ของเมะเข้าด้วยกัน
คาเมะปรายตามาให้จิน (เอิ้กกก)

Your sexy and burning eyes
My hands on her hips as we grind
She whispered and I said no no

สายตาอันเซ็กซี่และพร้อมแผดเผาของคาเมะ
ทำให้มือของฉันบดขยี้บนสะโพกยั่วนั้นเหมือนร่างกายของเราสองคน
คาเมะกระซิบบางอย่าง และฉันบอก อย่า อย่า(ช้า)

Just let it go
Let the music take control that
Baby, move your body
That's your feeling

ปล่อยให้มันดำเนินไป
ให้เพลงนำพาจังหวะเร่าร้อนของเราสองคน(เติมเอง)
ที่รัก ขยับหน่อยสิ (โฮกกกกกกกก)
นี่คือความรู้สึกของคาเมะใช่ไหม

Take it close
So many things that I want you know
I am within you
Because I'm yours tonight

ขยับให้มันลึกกว่านี้อีกสิ (จริงๆมันแค่ใกล้ แต่มันไม่ได้อารมณ์)
มีอีกหลายอย่างที่จินอยากจะบอกให้คาเมะรู้
ตอนนี้ จินอยู่ในตัวคาเมะแล้วนะ
เพราะคืนนี้ จินเป็นของคาเมะ (อ๊างงงงงงง)

I could tell you want me to
Many time I think of you
Delicious drink can last to use
I can taste the sweet lovejuice

บอกได้เลยว่าคาเมะก็ต้องการจิน
หลายครั้งที่ฉันคิดถึงเธอ
สิ่งสุดท้ายที่คงเหลือคือของเหลวรสชาติหวานล้ำ
ให้ฉันได้ลิ้มรสชาติหวานของ "น้ำรัก" ของเธอ

I could tell you want me to
Many time I think of you
Delicious drink can last to use
I can taste the sweet lovejuice

บอกได้เลยว่าคาเมะก็ต้องการจิน
หลายครั้งที่ฉันคิดถึงเธอ
สิ่งสุดท้ายที่คงเหลือคือของเหลวรสชาติหวานล้ำ
ให้ฉันได้ลิ้มรสชาติหวานของ "น้ำรัก" ของเธอ

I've been all around the world
But I've seen nothing, seen nothing
Like you
No matter where you're from
It don't mean nothing, mean nothing
See...
I've been all around the world
But I've seen nothing, seen nothing
Now I come forward, make me take you back
Girl, we can be something, be something

จินเคยไปมาแล้วทั่วโลก
แต่ไม่เคยเห็นสิ่งใด สิ่งใดจะเหมือนคาเมะของจิน
ไม่ว่าเธอจะมาจากไหน
มันไร้ความหมาย ไร้ความหมายโดยสิ้นเชิง
รู้มั้ย
ฉันเคยไปมาแล้วทั่วโลก
แต่ไม่เคยเห็นสิ่งใด สิ่งใดจะเหมือนคาเมะของจิน
ตอนนี้ฉันได้แต่ก้าวต่อไป อยากให้เธอเอาฉันกลับไป
ที่รัก เราน่าจะเป็นมากกว่าเพื่อนได้ มากกว่าเพื่อนน่ะ


I could tell you want me to
Many time I think of you
Delicious drink can last to use
I can taste the sweet lovejuice

บอกได้เลยว่าคาเมะก็ต้องการจิน
หลายครั้งที่ฉันคิดถึงเธอ
สิ่งสุดท้ายที่คงเหลือคือของเหลวรสชาติหวานล้ำ
ให้ฉันได้ลิ้มรสชาติหวานของ "น้ำรัก" ของเธอ

Oh...Oh...

I can taste the sweet lovejuice

+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.+.

อ้ากกกกกกกกก
แปลเพลงจินเล่น ด้วยความคะนองส่วนตัว
ไม่ได้เอาความถูกต้อง ไม่ได้เอาความสวยงาม
มีแต่ความหื่นล้วนๆๆ

ผิดถูกไม่ว่ากัน สนองนี้ดตัวเองและเจ้าเก๋
มาเร่งๆให้ทำ
โฮะๆๆๆ

 

Create Date : 27 เมษายน 2551
Last Update : 28 เมษายน 2551 9:32:21 น.  

In Japan 4th Day[The Last Day]

วันที่ 4 วันสุดท้าย



วันนีตื่นเช้ามาด้วยอารมณ์ไม่แจ่มใส แถมตอนลงไปกินอาหารมีแต่คนทักว่าทำไมกินน้อยจัง มันกินอะไรไม่ลงจริงๆ พอคิดว่าวันนี้ต้องกลับแล้วก็ให้นึกอยากร้องไห้ ไม่อยากกลับเลยนะ พี่เป้พี่เป้งก็บอก มาเป็นไกด์ไง จะได้มาบ่อยๆ น่าคิดๆ หน้าตัวเองเศร้าจนคนรอบข้างรู้สึกได้

วันนี้ ไม่ค่อยมีอารมณ์อยากถ่ายรูป เดินก็เนือยๆ เดินคนเดียวด้วย ขอปลีกตัวออกมาเดินคนเดียว จิตใจมันห่อเหี่ยว เศร้ามากมาย แต่ก็ต้องถ่ายรูปบ้าง เดี๋ยวไม่ได้เขียนไดอารี่จะนึกไม่ออกว่าไปไหนมา

ออกจากโรงแรม ก็ตรงไปศาลเจ้านาริตะ ไม่ไกลจากโรงแรมนัก ประมาณ 10 นาทีถึง

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ทางขึ้นวัดนาริตะ

วันนี้พอแค่นี้ก่อน ไปหาไรทำดีกว่า พูดแล้วมันเศร้า ยังจำความรู้สึกวันก่อนกลับได้ไม่ลืม

お早うございます มีคนอยากอ่านต่อด้วยหรอ O_o งืมมมมมมมมม
จริงๆไม่อยากเขียนเลย มันเศร้าสุดๆ อยากกลับไปจังเลย

ไปศาลเจ้านาริตะคราวนี้ ก็ไปขอพรให้ได้ไปเรียนที่ญี่ปุ่นอีกแล้ว ทำไมนะ ทำไมถึงฝังใจกับประเทศนี้นักก็ไม่รู้ มันอาจเป็นความคลั่ง ความบ้า แต่ยังไงก็อยากไปอยู่มากๆๆๆๆๆ ชอบหลายอย่างของประเทศนี้ ถึงจะรู้ว่าการได้ไปเที่ยวกับการไปอยู่เอง มันจะไม่เหมือนกัน แต่...อยากไป

เข้าเรื่องต่อ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

นี่พวกสวนก่อนเข้าไปไหว้เทพเจ้าในศาลเจ้า


Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

สวนสวย ทำให้ใจสงบขึ้นมาบ้าง แล้วพอดีมีน้องชินอยู่ด้วย เลยทำให้ยิ้มได้ออกมาหน่อย

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

โคมไฟก่อนเข้าไปในเขตศาลเจ้า

พอเดินขึ้นบันไดไปอีก มองทางซ้ายจะเห็นมุมนี้

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

มาองขวาจะเห็นหอสูงๆ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

อันนี้มีพี่ใจดีถ่ายรูปให้

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

รูปนี้ถ่ายเอง

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ศาลเจ้า เค้าให้ถ่ายเฉพาะข้างนอกเท่านั้น ข้างในห้ามถ่าย

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ก็เข้าไปไหว้พระกัน อธิษฐานขอให้ได้มาเรียน หรือมาอยู่ที่ญี่ปุ่นเหมือนที่ขอไปกับศาลเจ้าฟูจิเซ็นเก็น และอาซากุสะ จนตอนนี้ก็ยังหวังไว้อยู่ ว่าจะได้มาเรียน ด้วยความตั้งใจที่มีอยู่แล้ว บวกกับได้มาเห็น ได้มาสัมผัสประเทศนี้จริงๆ ขอให้ได้กลับมาอีกครั้งที่สอง ที่สาม และเรื่อยๆไป

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

เสร็จแล้วก็เดินลงบันได มุมนี้สวยถูกใจ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ก่อนกลับ ตาดี เหลือบไปเห็นคาเมะจังอีกแน่ะ เลยแชะมาหลายรูป ได้เห็นคาเมะจัง ยิ้มได้เลย หินนั่นเป็นรูปคาเมะ บนหินก็มีคาเมะเต็มไปหมดเลย คุณเต่าๆๆๆๆๆ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

อันนี้ร้านยิงปืนแบบบ้านเราเลย แต่ไม่ได้ไปลองเล่นดู ถ่ายบรรยากาศมาชมเฉยๆ

พอขากลับ เดินๆกะคนอื่นอยู่ดีๆ เป็นเพราะเดินดูโน่นดูนี่อยู่มั้ง ทำให้คนหายไปหมดเลย เหมือนถูกทิ้ง T_T เจอแค่ไม่กี่คนเอง จะไปเดินกะพี่ม่อน แกก็อยู่กะพวกพี่นัทกลุ่มใหญ่เลย จะไปเดินกะน้องชิน น้องชินก็หายไปไหนไม่รู้ เลยเดินกลับรถคนเดียว พอไปถึงรถ ไม่มีคนเลย ชีวิตมันน่าเศร้าจริงๆ ขึ้นไปนั่งคนเดียว เฮ้อ

แล้วหลังออกจากนาริตะซัง ก็ไปที่สุดท้ายในทริปนี้ ห้างอิออนอันโด่งดัง ไปอิออนตั้งใจจะไปร้าน 100 เยน ที่มีสาขาในไทยเป็นร้าน 60 บาทนั่นแหละ ก็ไปซื้อมาเยอะเหมือนกัน ส่วนมากเป็นผงโรยข้าว อร่อย ><

ออกจากร้านไดโซะก็เดินหารองเท้า Onitsuka Tiger ให้เฮียเม่น แกสั่งแล้วสั่งอีก ก่อนขึ้นเครื่องยังโทรมาย้ำไม่เลิก เดินไปเจอร้านขาย แต่ แต่มันไม่มีรุ่นที่แกหาอ่ะเด่
เดินหาในนั้นก็ไม่มียี่ห้อนี้ สรุป ชวดคับ น่าสงสารแกจริงๆ

แล้วก็มานั่งกินข้าวกัน แอบเหลือบไปเห็นทาโกะยากิ ร้าน Gindako ซะด้วย ยังไงกินอาหารญี่ปุ่นมันก็ต้องที่ญี่ปุ่นล่ะนะ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ทาโกะ 8 ลูก 480 เยน อร่อย ทาโกะชิ้นใหญ่ดี พนักงานทำเก่งมากๆๆ แปบเดียวก็ได้ทาโกะน่ากินแล้ว

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

เดินผ่านร้าน Matsumoto เจออันนี้เข้า กรี๊ดดดดดดดดดด อยากแกะเอากลับไทยจังเลยวุ้ย เลยถ่ายรูปมาฝากแม่ๆจิน อยากได้ด้วย ^^

เสร็จก็ไปเดินเล่นในห้างอิออนนั่นแหละ เดินคนเดียวตามเคย ขอแยกออกมาเองแหละ หาของฝากไปฝากหม่ามี้ และไปซื้อรองเท้าของตัวเอง สวยดีสีน้ำตาล 3,990 เยน แล้วก็เดินผ่านร้านนาฬิกา พอดีเงินเยนเหลือไม่อยากเอากลับไทยแล้ว เลยตัดสินใจจะซื้อ ตอนแรกก็เดินหาหลายร้าน แต่ไม่เจอเลยเข้าร้านแรกที่เห็นนั้นแหละ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

สอยรุ่นนี้มา อยากได้นาฬิกาใหม่มาได้ซักพักและ แต่ไม่ได้ซื้อ เจอรุ่นนี้สวยถูกใจ ราคา 13,700 เยน ประมาณ 4,000 บาทได้ ยังไม่รู้เลยที่เมืองไทยราคาเท่าไหร่ เงินมันเหลืออ่ะนะ แต่พอเดินลงไปข้างล่าง เจอถูกกว่านิดนึง เจ็บใจ มีหลายรุ่นกว่าด้วย เจ็บใจหนักกว่าเก่า

และแล้วก็ถึงเวลากลับ สรุปว่าไป shopping ห้าง Aeon เหลือตังค์กลับบ้าน 3,200 เยน ไม่รู้จะซื้ออะไรแล้ว แล้วจากวันแรกที่เอากระเป๋าไปหนึ่งใบ ขากลับเป็นกระเป๋าหนึ่งใบซึ่งหนักกว่าเดิม ลังอีกหนึ่งใบ(ใส่ของจากห้างอิออน) และกระเป๋าสะพายอีกหนึ่งใบ(ใส่พวกถั่วพิสตาจิโอ กับของคาเมะจังที่ไปขนมาจากฮาราจุกุ) อันหลังหิ้วขึ้นเครื่องเอง ไม่ยอมโหลดกลัวหาย ของล้ำค่าเลยนะนั่น

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ระหว่างทางไป Narita International Airport ยิ่งใกล้กลับ ยิ่งเศร้า

พอเดินผ่าน Immigration แล้วก็เดินเข้าไป shopping ต่อที่ Duty Free มาที่นี่หมดเกลี้ยง เงินเยนหมดเกลี้ยง เหลือกลับบ้าน 35 เยน มีแต่เหรียญด้วย ฮ่าๆๆ
แถมยังต้องยืมเงินพี่ภัทรอีก 100 เยนค่าถุงเย็นใส่ชอคโกแลตของ Royce ไม่ใช่ยืมสิ เรียกว่าขอเลยดีกว่า เพราะเงินไทยก็ไม่ได้เอาติดตัวไปเลยสักบาท ไม่งั้นจะคืนเป็นเงินไทยให้แกอยู่หรอก ชอคโกแลตของ Royce นี่พี่ม่อนบอกว่าอร่อยยยย เค้าเอานมจากฮอกไกโดมาเป็นส่วนผสมในชอคโกแลต เลยซื้อกลับมาลองกิน อร่อยใช้ได้เลยนะ ไม่แพงด้วยกล่องละ 600 เยน แล้วมีพายปลาไหลกล่องละ 1,000 เยน เห็นคนซื้อกันเยอะ คิดว่าน่าจะอร่อยเลยซื้อมั่ง สรุปมาถลุงเงินเยนสุดท้ายที่ Duty Free 3,300 เยน ขอจากคนอื่นมา 100 เยน เหลือกลับบ้าน 35 เยน ><

ตอนนั่งรอขึ้นเครื่องกลับไทย เลยถ่ายรูปผู้ร่วมทริปกับทรายและน้องชิน หากเป็นคนรู้จักใครก็บอกกันบ้างนะ โลกใบนี้มันกลม

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

อุราเสะซัง คนขับรถพาเราเที่ยวตลอดสามวัน

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

นี่กลุ่มพี่ๆ แต่ถ่ายได้ไม่ครบ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

พี่กลุ่มผู้หญิง

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ถึงแม้ไม่ค่อยได้คุยกัน แต่เราก็มีสาวนาได้มาเจอกันนะคะ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ขอให้ได้ไปเที่ยวด้วยกันอีกน้า~~~

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ทริปนี้สนุกมากจริงๆ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

พี่ม่อน กับพี่ต้อม

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

พี่เป้ กับพี่ผู้หญิง(ขอโทษนะคะ ไม่รู้ชื่อพี่เลย)

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

น้องชินกับพี่ผู้ชาย

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

พี่เป้กะน้องชิน

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

พี่ภัทร พี่ชายใจดีให้เงินวันสุดท้าย 100 เยน เรียกทรายกะน้องชินว่าหนูๆ ด้วย O_o พี่อายุเท่าไหร่กันแน่เนี่ย

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

และสุดท้าย พี่ม่อน ไกด์สุดหล่อประจำทริปนี้ ขอบคุณพี่มากมายที่ให้ความรู้ คอยตอบคำถาม หลายๆคำถามเลย และขอบคุณที่ชวนให้ทรายไปเป็นไกด์นะพี่ พี่ยังบอกเลยว่า ปีหน้าพี่จะมาเป็นลูกทัวร์กรุ๊ปทราย ขอให้ได้เป็นยังงั้นนะคะ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

และ รูปที่พี่ม่อนส่งมาให้เอง ลงให้แล้วนะคะพี่ ><
เพราะพี่บอกว่ารูปที่ทรายถ่ายดูไม่ดีหรอกนะ เลยลงให้ใหม่
ว่าแต่ นี่ดีกว่าที่ทรายถ่ายจริงหรือ

ขอบคุณพ่อแม่ ที่ให้ทรายได้เกิดมาในโลกใบนี้ ได้เห็นอะไรสวยงามแบบนี้

ขอบคุณอาโก ที่ออกเงินไปเที่ยวในครั้งนี้ให้ นับเป็นความสุขสุดๆในชีวิตจริงๆ

ขอบคุณมังงะ อะนิเมะ เพลงญี่ปุ่น นักร้องญี่ปุ่น อาหารญี่ปุ่น ที่ทำให้หลงใหลประเทศนี้มากมายเหลือเกิน

และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง "คัตตุน" ที่มีส่วนผลักดันให้ทรายอยากไปญี่ปุ่นมากมายขนาดนี้

ขอบคุณพระเจ้า ที่สรรค์สร้างโลกใบนี้ และประเทศที่น่าอยู่ประเทศนี้ "ญี่ปุ่น"

ขอบคุณเพื่อน พี่ น้อง ร่วมทริปไปญี่ปุ่นในครั้งนี้ สำหรับความช่วยเหลือต่างๆ และความสุข เสียงหัวเราะ เป็นความทรงจำที่จะไม่มีวันลืมเลยจริงๆ

ขอบคุณเพื่อนรัก กุ้ง ฟู อ้อ ที่อวยพรให้เดินทางปลอดภัย

ขอบคุณพี่แนน พี่ก้อย พี่กุ้ง พี่พู่ ดี พี่ปุ้ย พี่หมูน้อย พี่อ้วน และพี่ๆทุกคนที่ไม่ได้เอ่ยชื่อ สำหรับคำอวยพรนะคะ

ขอบคุณพี่ม่อน ไกด์ครั้งนี้ สำหรับความช่วยเหลือ ความห่วงใย และประสบการณ์ใหม่ๆครั้งนี้ และยังคอยตอบคำถามทรายอยู่ตลอดด้วย

ขอบคุณตัวเอง (ขอบคุณทำไม)

และสุดท้าย ขอบคุณผู้ที่สนใจคลิกเข้ามาชม มาอ่าน มาเมนท์ทุกท่านนะคะ
บลอคนี้เขียนขึ้นเพื่อเป็นไดอารี่ สนองความต้องการของตัวเอง เพื่อบันทึกความทรงจำของตัวเอง อาจมีอะไรขัดใจบ้าง ลืมๆมันไปเถอะนะคะ


 

Create Date : 21 กันยายน 2550
Last Update : 26 กันยายน 2550 12:23:25 น.  

In Japan 3rd Day

วันที่ 3

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ถ่ายจากห้องโรงแรม

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

อิทรายในยูกาตะ สังเกตท่า แรดเหมือนคาเมะมั้ย หรือคาเมะจังแรดกว่า ><

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

อันนี้ระหว่างรอเดินทางต่อ ถ่ายเล่นๆไม่มีไร

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ในรถ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

น้องชินถ่าย ดันติดพี่ม่อนมาด้วย

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ทรายกะชินนั่งแถวหน้าสุด ติดกะคุณไกด์เลย เพราะงั้นมีไรอยากรู้ถามหมด

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

พี่ชินเนม่อนซัง

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ตรงหน้าโรงแรม

ไม่ไหวและไปนอนต่อก่อน นี่อาจจะเป็นการเขียนไดอารี่ที่ยาวนานที่สุดในชีวิต ใช้เวลาสองวัน ได้สองวันในญี่ปุ่น เพราะงั้นไดอารี่นี้อาจใช้เวลา 4 วันก็เป็นได้

มาต่อและ กี่วันจะเขียนเสร็จเอ่ย หุหุ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

นี่รูปบ้านเมืองแถวอิเคบุคุโระ พอดีการ์ดมันจะเต็มแล้วเลยถ่ายๆมาให้หมด ตรงนี้ก่อนไปวัดอาซากุสะกัน

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ร้านค้าก่อนเดินไปวัดอาซากุสะ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

เพราะเดินเข้าฝั่งตะวันออก พอเดินมา มองไปทางซ้ายจะเห็นศาลเจ้าของคนที่สร้างวัดอาซากุสะขึ้น เห็นพี่ม่อนเล่าว่าเค้าเก็บเจ้าแม่กวนอิมได้จากการร่อนของที่แม่น้ำ เป็นเจ้าแม่กวนอิมองค์เล็กๆ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ศาลเจ้าหลัก

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket



Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

แล้วการไปเคารพศาลเจ้าที่ญี่ปุ่น เวลาเราอธิษฐานเสร็จ พอปักธูปต้องเอามือกวักควันธูปให้เข้าตัวด้วย เพื่อให้คำอธิษฐานเป็นจริง ไปวัดอาซากุสะคราวนี้ ได้บนบานขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัดด้วย ขอว่าถ้าได้ไปเรียนหรือได้ไปอยู่ที่ญี่ปุ่น จะกลับมาไหว้อีกครั้ง ขอไปสองที่ได้มั้งในวัดอาซากุสะ แล้วหลังจากนั้นขึ้นไปไหว้พระข้างบน เห็นเซียมซีเลยลองเสี่ยงดูซะหน่อย กรี๊ดดดดดดดดด เค้าว่าโชคดี คิดอะไรจะสมหวัง เมฆหมอกผ่านไป พระจันทร์สดใส ของที่หายจะได้คืน เป็น good fortune เลย

เพราะฉะนั้น มาเสี่ยงเซียมซีที่ญี่ปุ่น หวังว่าจะได้มาเรียนที่ญี่ปุ่น ก็คงจะเป็นจริงใช่มั้ย >< ดีใจมากๆๆๆๆๆๆ

พอไหว้พระเสร็จก็เดินออกมา

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ร้านขาย Omamori เครื่องรางในวัด

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

พี่ม่อนบอกว่าให้เดินผ่านร้านค้าไปถ่ายรูปหน้าวัด สัญลักษณ์ของวัดอาซากุสะก่อน

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ถ่ายกับสัญลักษณ์ของวัดอาซากุสะ ตอนถ่ายคนถ่ายเยอะมากๆๆๆ ไม่อยากไปแย่งกะใครเค้า เลยขอถ่ายออกมาไกลหน่อย

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

บรรยากาศร้านค้าในวัด ตามสองข้างทางของขายเยอะมากกกกกกกกกกก
ของแต่ละอย่างน่ารัก ของกินก็มี พวกโอมิยาเกะน่ารักๆทั้งนั้นเลย ราคาแตกต่างกันไปตามร้าน เดินไปอาจเจอถูกกว่า อย่างตัวติดกระจกร้านนี้ขาย 450 เยน เดินมาอีกร้านอาจจะขาย 400 เยน เจ็บใจนิดหน่อย แต่ไม่คิดไรมาก 50 เยนเอง

ที่ไม่น่าเชื่ออีกอย่างคือ ที่วัดอาซากุสะมีขายพวกจอนนี่ด้วย อย่างพัด หรือพวงกุญแจ ที่ห้อยโทรศัพท์

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

พัดจิน กะพีจังง

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ซูมพัดจิน ไปตรงฮาราจุกุมันไม่มีวางขายแบบนี้ ในร้านเค้าไม่ให้ถ่าย T_T

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

รวมๆ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

อันนี้รู้สึกจะเป็นร้านขายเซมเบ้ มีรูปพีด้วย หรือพีจะชอบกินร้านนี้ จริงๆมีร้านที่กี้ชอบซื้อด้วยนะ แต่ไมได้ถ่ายมา

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

อันนี้เป็นพวงกุญแจรวมดารานักร้อง มีของเกาหลีด้วย

หลังจากไปวัดอาซากุสะก็เดินทางต่อไปโตเดียวดิสนีย์แลนด์

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ระหว่างทางไปดิสนีย์แลนด์ ยังเอิญผ่าน Big Eccho Japan มา เลยถ่ายเก็บไว้ เพราะชอบไปที่เมืองไทยเหลือเกิน ที่โน่นมีอยู่เยอะมากๆๆๆ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

แม่น้ำที่เก็บเจ้าแม่กวนกิมได้ และสร้างเป็นวัดอาซากุสะ

ระยะทางจากวัดไปดิสนีย์แลนด์ไม่ไกล แต่ได้หลับไปงีบเดียวเอง
ระหว่างทาง พี่ม่อนเจ้าเดิม อธิบายการใช้ตั๋วกับ fast pass ซึ่งการใช้สิทธิ์ fast pass คือการเอาตั๋วไปใช้กะเครื่อง fast pass แล้วมันจะกำหนดเวลาเข้าให้เรา แล้วพอถึงช่วงเวลานั้นเราจะไม่ต้องต่อแถว จะขึ้นได้เลย แต่จะใช้สิทธิ์ fast pass ได้ทีละครั้งเท่านั้น หมายถึง ถ้าเราเอาตั๋วไป fast pass เครื่องเล่นนึงแล้ว ต้องไปเล่นก่อนถึงจะ fast pass ได้อีก

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

พอถึงหน้าโตเกียวดิสนีย์แลนด์ พี่ม่อนก็ไปซื้อตั๋วมา แล้วแกก็นัดเวลาไปถึงที่โน่นประมาณ 11 โมงเช้า แกบอกว่าเวลา 2ทุ่ม45 มาเจอที่เดิม ตรงหน้าประตูทางเข้า-ออก electric parade จะเริ่มตอน 1 ทุ่มครึ่ง ส่วนพลุจะเริ่มตอน 2ทุ่มครึ่ง(ถ้าอากาศดี)แกบอกว่าถ้าใครจะเดินตามก็ได้

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ด้านซ้านเป็น map & guide อันกลางเป็น schedule ขวาสุดคือตั๋วเข้า Tokyo Disneyland

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ค่าเช้า ราคา 5220 เยน คิดเป็นเงินไทยประมาณ 1500 กว่าบาท ไม่แพงเลยเมื่อเทียบกะค่าครองชีพที่ญี่ปุ่น

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

โมโนเรลนอกดิสนีย์ จะนั่งไปโรงแรมก็ได้ หรือไป outlet ก็ได้ วิ่งวนเป็นวงกลม

พอเข้าไปซักพัก พี่ม่อนหายไปเลย เลยเดินดูโน่นดูนี่ก่อน วางแผนกันว่าจะไปไหนมั่ง ต้องไปเล่นเครื่องที่เค้า recommend กันให้หมด ก่อนเล่นไปซื้อที่คาดผมเนโกะมิมิมา เห็นคนใส่กันให้ว่อน ราคาก็ไม่แพง 900 เยนมั้งถ้าจำไม่ผิด ก็ 300 บาท เอาไว้ใส่เผื่องานคอสที่ไหนจัด เคยเห็นคนใส่ตามงานคอส เดี๋ยวเอาไปใส่มั่ง

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ร้า้นขายของสองข้างทาง

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ไม่มีใครถ่าย ถ่ายเองโลดดดดด

หลังจากนั้นก็ตะลุยเล่นเครื่องเล่น อันดับแรกที่ไปก็

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Pirates Of Caribbean

เพิ่งสร้างเสร็จ เข้าไปจะมืดๆ แต่อลังการมากกกกกกกกกกกกกกกก นั่งเรือท่ามกลางความมืด เค้าไม่ให้ถ่ายรูปเลยบรรยายไม่ได้ เอาเป็นว่าต้องไปดูเองถึงจะรู้ มีฉากยิงกันระหว่างเรือแจ๊คกะเรือพวกทหารอ่ะ แล้วก็มีฉากตอนภาค 3 ที่ไปสิงคโปร์ ทำหุ่นแจ็คได้เหมือนจริงโคตรๆ เข้าไปในนั้นขนลุกอ่ะ แต่อย่างว่า เวลาแห่งความสุขมั้นสั้น ยืนต่อคิวนานประมาณ 1ชั่วโมง เข้าไปดู 10 นาทีได้ T^T นี่แค่อันแรกนะ ต่อไปทรหดยิ่งกว่านี้อีก

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Jungle Cruise

ต่อไปเป็นล่องเรือชมป่า อันนี้ต่อแถวไม่นาน ประมาณ 45 นาทีได้ ก่อนต่อแถวแต่ละที่จะมีป้า้ยบอกเวลาทุกที่ว่า เครื่องเล่นนี้ต้องต่อแถวนานเท่าไหร่ จะได้ตัดสินใจถูก ตอนแรกไม่เชื่อว่ามันจะแม่น ต่อแถวทั้งวันถึงรู้ เค้าคำนวณมาแล้วจริงๆ ไม่โกหกด้วย

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

เรือแต่ละลำจะมีคนบรรยายหนึ่งคน ฮามากกกกกกกกกก ถึงไม่ค่อยรู้ว่าเค้าพูดอะไร แต่แค่ฟังเสียงกะท่าทางก็ฮาได้แล้ว ยืนยัน!!! รูปข้างบนเหมือนโชว์อารมณ์ขันของคนสร้างที่นี่ อย่างฮา

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

มาถึงอันที่ 3 Big Mounttain อันนี้รอคิวประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า ยืนต่อแถวนานมากกกกกกกกกกกกก
ตอนแรกเห็นเวลารอ ยังไม่เชื่อนะตอนนั้น ก็ตอนมองไปไม่เห็นแถวนี่นา เลยลองไปต่อดู ที่ไหนได้ โอแม่เจ้า มันให้กุยืนรอชั่วโมงกว่าจริงๆตามที่บอก เริ่มรู้จากเครื่องนี้แหละ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

เปลี่ยนบรรยากาศมารออะไรสบายๆ Small World อันนี้มันบอกรอ 25 นาที เลยลองต่อดู น่ารักมาก ข้างในเป็นตัวตุ๊กตาเด็กๆ มีเด็กหลายชาติด้วย ตอนเข้าแถวเจอเด็กผู้ชายญี่ปุ่น แหมอยากจับกลับเมืองไทยโคตรๆ เด็กหน้ารักนะ อายุ 5 ขวบได้มั้ง ดูแล้วมันหล่ออ เสียดายรูปที่ถ่ายเห็นไม่ชัด กะจะเอากลับไทยมาเลี้ยงต้อยซะหน่อยเหอะ หุหุ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ข้างใน Small World

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

อันนี้ตอนกลางคืน สวย จะมีตุ๊กตาออกมาด้วย แต่ถ่ายไม่ทัน

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

เสร็จจาก Small World ก็ไปต่อด้วย Space Mountain อันนี้ขอบอกว่ารอนานที่สุดดดดดดดดด
ประมาณ 2 ชั่วโมง รอจนเมื่อยแล้ว เมื่อยอีก พอขึ้น elevator นี้ไป เข้าไปข้างใน มันยังมีต่อแถวอีก มันหลอกกุนี่หว่าาาาาาาาาาาา แต่เข้าไปแล้วมันส์จริงๆ คุ้มที่ต่อแถวนานขนาดนั้น

หลังออกจาก Space Mountain ดูนาฬิกาแล้วมันเกือบ 6 โมง เลยต้องเลือกเอาว่าจะขึ้นอะไร ระหว่าง buzz lightyear กับ Micro Adventure หนังสามมิติ แถว buzz รออีก 2 ชั่วโมง ไม่ทันพาเรดแน่ๆ ส่วนหนังรอ 25 นาที เลยเลือกดูหนัง เพราะอาโกบอกว่าต้องเข้าให้ได้อันนี้

ไม่ผิดหวังจริงๆสำหรับ Micro Adventure ไม่ขอเล่าเพราะเดี๋ยวจะสปอยล์ พอเสร็จจะไปตามเล่นเครื่องเด็กๆเพราะคิวมันน้อย แต่ก็ดันเห็นพลุหน้าปราสาทดิสนีย์ เลยเดินไปดู เป็นพาเรด Halloween 2007 ดูจนจบแล้วมันเวลา 6 โมงครึ่ง เลยนั่งจองที่แถวนั้นพักไปด้วยในตัว รอเวลา electric parade เลย

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ระหว่างนั่งรอไม่มีไรทำ ถ่ายรูปเล่น สังเกตที่คาดผมหูแมว กะผ้าคาดผมไพเรทของน้องชิน ผ้าคาดผมแบบแจ็ค สแปโรว์ราคา 2500 เยน(750บาท) แพง แต่ สวย

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ลืมเล่าเรื่อง fast pass เลย ตอนต่อแถว pirates ก็วิ่งไป fast pass Huanted Mansion แต่ปรากฎว่าได้รอว 2ทุ่ม 10 ถึง 3 ทุ่ม 10 กรรม เวลานั้นชั้นก็กลับบ้านแล้วสิยะ เลยยินถามพนักงานตรงเครื่องออก fast pass มันก็ทำหน้างงๆ แล้วชี้ไปที่คู่มืออย่างเดียว ตอนแรกคิดจะพูดญี่ปุ่นกะมัน เลยเลิกคิดเลย ช่างมันและ สรปุมาดิสนีย์ครั้งนี้ทำให้ได้บทเรียนว่า ต้องมาดิสนีย์ตั้งแต่เปิด แล้วรีบๆไปเอา fast pass ที่เครื่องที่อยากเล่นที่สุด เนื่อจากดูแล้วจะ fast pass ได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น ไม่งั้นยิ่ง fast pass หลังๆ จะได้เวลาโน่นเลย ปิดเลยมั้งนั่นอ่ะ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

พอดูพาเหรดเสร็จก็เดินกลับ พาเหรดสุดยอดมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เสียดายไม่ได้ถ่ายรูป ถ่ายแต่วิดีโอไว้ วันนั้นทั้งวันในดิสนีย์แลนด์ ไม่ได้กินข้าว กินแต่น้ำ เพราะกลัวจะเสียเวลา ขนาดจะเข้าห้องน้ำยังต้องผลัดกันเข้า โดยให้สองคนเข้าแถวก่อน แล้วอีกสองคนไปเข้า รันทดไปมั้ย T^T

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

แล้วเหมือนดิสนีย์แลนด์จะรู้ว่าคนโคตรหิวน้ำ เอาน้ำมาตั้งให้กินทุกที่ที่เข้าแถว ชั้นรักแกจริงๆ Tokyo Disneyland

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

นั่งในรถ โคตรเหนื่อย แต่สนุกสุดๆ เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้ง่ายๆจริงๆ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

โรงแรมกะห้องน้ำในคืนสุดท้าย จำชื่อโรงแรมไม่ได้แล้ว

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

อาหารหลังจากกลับมาโรงแรมแล้ว เป็นราเม็งถ้วย โอนิงิริ กับน้ำคาลพิโก็โซดารสองุ่น อร่อยยยยย ทำไมเมืองไทยไม่เอาเข้าไปขายมั่งนะ รสนี้ออกจะอร่อย

ก่อนนอน ได้ดู CDTV ด้วย ดูจนจบเลย ทั้งๆที่เหนื่อยก็ยังแหกตาดู

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

แล้วคืนนี้ก็หลับฝันดีอีกเช่นเคย ไม่ตื่นกลางดึก ตื่นอีกทีคือ morning call(ประจำ)

 

Create Date : 20 กันยายน 2550
Last Update : 21 กันยายน 2550 14:26:18 น.  

1  2  3  

windzephyr

Location :

[Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed [?]


 
Friends' blogs
[Add windzephyr's blog to your weblog]
Links
 

 

 

Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.