|
|
|
~~ คุ้มซางคำ ~~
ผมขับรถออกจากตัวเมืองเชียงใหม่มุ่งหน้าสู่ตำบลแม่เหียะ น้องเกมนั่งข้างผม หลังรถบรรทุกกระติกน้ำแข็งและกับแกล้มนานาชนิดพร้อมเหล้า 1 ขวดใหญ่ สัมภาระสำหรับการค้างแรมถูกเตรียมไว้อย่างเรียบง่าย
... วันนี้เราจะไปดื่มเหล้าและซุกหัวนอน ณ ที่แห่งหนึ่ง ...
ผมมาที่นี่ครั้งแรกเมื่อ 2 ปีที่แล้วจากการบังคับของพี่แต้ที่ต้องการให้ผมมาซุกหัวนอนเป็นเพื่อนเมื่อครั้งที่เราถ่ายหนังสารคดีเรื่อง "ตัวกู-ของกู" ด้วยกัน
... พี่แต้บอกผมว่า "ที่นี่ไม่ธรรมดา" ...
ที่นี่คือ "คุ้มซางคำ" บ้านเช่าที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในงานพืชสวน(ลวง)โลก โดยมีลุงวรุตน์ วงค์สมเพ็ชร์ อดีตผู้กำกับหนังไทยยุคมิตร ชัยบัญชาและเพชรา เชาวราษฎ์ เป็นเจ้าของ ----------------------------------------------------------- รถของผมจอดหน้ารั้วคุ้มที่ประดับด้วยก้านฟิล์มสมัยเก่า น้องเกมลงไปเปิดประตูพร้อม ๆ กับผมที่เปิดรับความเงียบสงบให้เข้ามาในหัวใจอีกครั้ง
อาทิตย์อัสดง มองไปทางซ้ายก็ป่า มองไปทางขวาก็ต้นไม้ มองไปข้างบนก็ผืนฟ้า มองไปข้างหน้าก็กระท่อม ที่นี่ยังเล็กและสงบเหมือนเดิม
ลุงวรุตน์เดินออกมาจากกระท่อมด้วยรอยยิ้ม
" กินข้าวมากันรึยัง กินข้าวด้วยกันกับลุงไม๊ "
" วันนี้ลุงทำอะไรกินบ้างครับ "
" ไม่ได้ทำหรอก ซื้ออาหารถุงมากิน 20 บาท แค่นี้ก็อยู่ได้แล้ว "
ผมยิ้ม ลุงยังใจดีเหมือนเดิม ลุงยังพอเพียงเหมือนเดิม
" ตามสบายเลยนะ ง่ายๆ เหมือนอยู่บ้านตัวเอง " ---------------------------------------------------------- ผมกับน้องเกมขนของมาไว้บนคุ้ม ... อาทิตย์ลับขอบฟ้า ... แล้วการสังสรรค์ก็เริ่มขึ้น คืนนี้เรามีคุ้มที่สร้างจากไม้ผุผังเป็นผับ มีตะเกียงน้ำมันเป็นไฟดิสโก้เทค มีเรไรเป็นดีเจ
ยิ่งดึกมากเท่าไหร่ ดอกความความสุขก็ยิ่งบานมากขึ้นเท่านั้น เวลาเกือบเที่ยงคืน เหล้าก็เหลือครึ่งขวด ผมกับน้องเกมเมามายอยู่ในอ้อมกอดของขุนเขา เราดีดกีตาร์ร้องเพลงให้ต้นไม้ฟัง
... อากาศหนาวจับใจ ความเงียบทวีคูณ ทำให้เราได้ยินเสียงธรรมชาติร้องเพลงกับเราชัดขึ้น ...
วี๊ดดดดดดดดด ตูม !!!! ต่อบแต่บ แประ แประ แประ เสียงพลุหลายสิบลูกดังสนั่นมาจากในเมือง ผมและเกมวิ่งลงจากคุ้ม เราสองคนกอดคอยืนดูพลุด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ
" สวัสดีปีใหม่นะ " ผมยิ้มให้น้องเกม น้องเกมยิ้มให้ผม และทันใดนั้นดอกความสุขนับล้านก็ลอยละล่องปกคลุมทั่วคุ้มซางคำอย่างมืดฟ้ามัวดิน
... นี่เป็นครั้งแรก ที่ผมนับถอยหลังสู่ปีใหม่ในที่ที่ห่างไกลสังคมแบบนี้ ...
หากเทศกาลปีใหม่คือการส่งความสุขให้แก่กันตอนวินาทีนับถอยหลัง ผมก็ขอปลีกตัวมาส่งความสุขให้กับธรรมชาติอันเงียบสงบ ดีกว่าที่จะไปส่งความสุขรวมกับคนอื่นอีกนับร้อยนับพันในสังคมเมือง ซึ่งไม่มีความรักให้แก่กันอย่างแท้จริง
ผมจึงมาเคาท์ดาวน์ที่นี่ หนีแสงสี หนีสังคม หนีผู้คนมากหน้าหลายตา หนีความจอมปลอม ... มาส่งความสุขกับคนที่คุยกันถูกคออย่างสันโดษ ...
สิ้นเสียงพลุแล้ว โคมลอยก็ลอยล่องเต็มฟ้าแล้วหายวับ แต่ความสุขนี้ยังจับจิตอยู่ไม่หาย -------------------------------------------------------------- บ่ายวันที่ 1 มกราคม 2551 เสียงขุดดินของลุงปลุกให้เราสองคนสร่าง ... อากาศยามเช้าวันปีใหม่ที่คุ้มซางคำนี้ช่างหอมดีจริง ๆ...
เราช่วยกันเก็บกวาดคุ้มซางคำให้สะอาดเรียบร้อยเหมือนตอนที่เรามา -------------------------------------------------------------- " สวัสดีปีใหม่นะครับลุง " ผมไหว้ลุงก่อนที่จะหยิบสัมภาระชิ้นสุดท้ายเก็บในรถ
" นี่ครับ วันนี้ไม่เยอะเท่าไหร่นะลุง " ผมยื่นซองซองนึงให้ลุง
" ไม่เป็นไร เท่าไหร่ก็ได้ เรื่องเงินไม่มีปัญหา แค่มีคนมาพักลุงก็ดีใจแล้ว ตั้งแต่หมดงานพืชสวนโลกก็ไม่มีคนมาพักเลย ฝากความคิดถึงและขอบคุณสันติด้วยนะที่เขียนเรื่องคุ้มซางคำลงเดอะเนชั่น "
พูดเสร็จลุงก็ยิ้มแล้วก้มหน้าขุดดินต่อ
... ผมขับรถออกจากคุ้มซางคำด้วย " ไฟ " ที่คุโชนในหัวใจอย่างเต็มเปี่ยม รู้สึกว่าคิดถูกแล้วที่มาเคาท์ดาวน์ที่นี่ นอกจากจะได้ความสุขแล้วยังได้กำลังใจกลับมาด้วย ... กำลังใจในการมองชีวิตให้ง่าย ๆ เหมือนลุง ...
ใครที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศสงบ ๆ หลีกหนีความวุ่นวาย บ้านพักรองรับได้ 6-9 คน เชิญเลยครับที่คุ้มซางคำ อยู่ในซอยตรงข้ามตลาดสดแม่เหียะ จังหวัดเชียงใหม่ ติดต่อจองที่พักได้ที่ลุงวรุตน์ (086-087-023-3) ค่าที่พักลุงไม่เกี่ยง แล้วแต่จะให้
แต่บอกไว้ก่อนว่าที่นี่ไม่เหมาะกับผู้ที่รักความสะดวกสบายเป็นอย่างยิ่ง หากท่านเป็นพวกวัตถุนิยม ผมไม่แนะนำให้มา แต่หากท่านเป็นพวกจิตนิยม ง่ายๆ ยังไงก็ได้ ไม่เรื่องมาก และต้องการหาความสุขอย่างความพอเพียงจริงๆ ล่ะก็ คุ้มซางคำเป็นที่ที่ท่านจะต้องประทับใจแน่นอนครับ
| Create Date : 02 มกราคม 2551 |
| Last Update : 22 กรกฎาคม 2552 17:19:40 น. |
| |
|
|
|
|
คนดีศรีเชียงใหม่
" ผมเอากระดานวาดรูปมาขายครับ "
นักเรียนคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้านรับซื้อ-ขายของเก่าแห่งหนึ่งในย่านถนนวัวลาย จังหวัดเชียงใหม่
ผมนั่งอยู่ที่หน้าร้านแห่งนี้ กำลังจิบเบียร์เพื่อผ่อนคลายหลังจากการทำงาน
" ขายกี่บาท " ปู่ยศ เจ้าของร้านถามพลางปัดฝุ่นแผ่นเสียงเตรียมเปิดโชว์ให้ลูกค้าฟังหน้าร้าน
" 100 บาทครับ "
" ไม่เอา ไม่รู้จะเอาไปทำไม " เจ้าของร้านขายของเก่าพูดเรียบ ๆ และเดินหายเข้าไปในร้าน ปล่อยให้นักเรียนคนนั้นยืนเกาหัว ถือกระดานวาดรูปโทรมๆ เขรอะ ๆ อยู่หน้าร้านตามลำพัง
ผมแอบมองนักเรียนคนนั้นด้วยความใคร่รู้ว่าเขาจะทำอย่างไรต่อไป ตอนนี้ผมสังเกตุเห็นว่าหนุ่มใหญ่หัวล้านท่าทางใจดีที่นั่งดื่มเบียร์อยู่ข้าง ๆ ผมเริ่มมีปฎิกริยาต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
" ไอ้หนู ทำไมเอ็งถึงอยากขายกระดานนี้ล่ะ " " ผมเพิ่งสอบวาดรูปเสร็จครับ กระดานนี้มันเก่าเกินไป ก็คิดว่าคงไม่ได้ใช้แล้ว "
" ถ้ายขายได้ เธอจะเอาเงินไปทำอะไร " หนุ่มใหญ่กระดกเบียร์เข้าปาก หน้าเริ่มแดง ตาเริ่มเยิ้ม " ผมจะเอาไปซื้อกระดานใหม่ครับ "
หนุ่มใหญ่ชวนนักเรียนคนนั้นคุยจนทำให้ผมเริ่มอุ่นใจว่าในไม่ช้าเขาคงควักเงินซื้อกระดานเป็นแน่แท้ ผมลุ้น ขอให้คำทำนายเป็นจริง ทันใดนั้นความคิดด้านลบต่อโลกใบนี้ของผมก็ดังขึ้น
" คนสมัยนี้เห็นแก่ตัว ไอ้พวกผู้ใหญ่ที่กินแต่เบียร์เนี่ยตัวดีเลย มีเงินไว้ซื้อแต่เบียร์ 100 นึงนี้ซื้อได้ตั้ง 2-3 ขวด มันไม่จ่ายหรอกน่ะ เก็บเงินไว้กินเบียร์ดีกว่ามั้ง "
แต่ความคิดด้านบวกต่อโลกก็ยังมีมากกว่า
" งานการก็มีทำ ดูภูมิฐานก็ดี ซื้อเบียร์กินยังซื้อได้ แค่ช่วยเด็กมัน 100 เดียว มันจะหนักหนาอะไร เด็กมันจะได้มีกำลังใจ เค้าคงให้อยู่แหละ คนกินเบียร์เหมือนกันรู้น่ะ ใจดีอยู่ "
" โอเค ตกลงว่าอาขอซื้อละกัน หนึ่งร้อยบาทนะ " ผมสะดุ้งโหยง รู้สึกว่าหนุ่มใหญ่คนนั้นจะได้ยินความคิดด้านบวกของผม
" แต่มีข้อแม้ว่าเธอต้องวาดรูปให้อา อาจะนั่งเป็นแบบให้ "
" ครับ " นักเรียนผู้โชคดียิ้มให้หนุ่มใหญ่ และเขาก็ยิ้มกลับเช่นกัน เป็นรอยยิ้มที่เท่ห์มาก

... ผ่านไป 15 นาที รูปเหมือนของหนุ่มใหญ่ที่นักเรียนคนนี้วาดให้ก็เสร็จสมบูรณ์ ...
" เอ้า ไอ้หนู หนึ่งร้อยบาท... รูปสวยดีนะ วาดเหมือนดี "
ผมโล่งอกที่สถานการณ์คลี่คลายลง รู้สึกว่าหนุ่มใหญ่คนนี้เป็นคนดีจริง ๆ อยากจะลุกเข้าไปกอดเพื่อให้กำลังใจในสิ่งดี ๆ ที่เขาได้ทำลงไป แต่คิดไปคิดมาก็คงไม่เหมาะสม ผมจึงยกเบียร์อึกใหญ่เพื่อฉลองความสุขในครั้งนี้ ... ฉลองให้กับกระดานที่นักเรียนคนนี้ขายได้ ...
" อาครับ นี่กระดาน และรูปครับ ผมไปก่อนนะครับ ขอบคุณมากครับ " นักเรียนไหว้หนุ่มใหญ่
" ไม่เป็นไร เธอเอากระดานไปเถอะ อาขอแค่รูป "
.....................
เด็กคนนั้นไหว้หนุ่มใหญ่อีกครั้งหลังจากคะยั้นคะยอให้เขารับกระดานไว้ แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ
... เด็กหนุ่มเดินยิ้ม เกาหัว หายไปในฝูงชนพร้อมกับกระดานอันเดิมเหมือนตอนที่เขามา ...
ผมส่งยิ้มให้หนุ่มใหญ่ด้วยใบหน้าที่แดงกล่ำ กระดกเบียร์อึกสุดท้ายแล้วเดินจากไป

... มาทำงานวันนี้ ทำให้ผมรู้ว่าเชียงใหม่ยังไม่สิ้นคนดี ...
| Create Date : 26 มีนาคม 2550 |
| Last Update : 1 มกราคม 2551 17:52:30 น. |
| |
|
|
|
| |
|
|