อัญชัญแก้ว
Group Blog
 
All Blogs
 

สังคม (โป๊) แห่งการเรียนรู้ (ตอนที่ 1)

                อย่าพึ่งคิดว่า ผมลามก หรือหมกมุ่นนะ..( หา...ไม่ทันแล้วเหรอ).....คือเรื่องลับ ๆเนี่ย...นั่งนึกแล้วมันขำเสมอ แค่นั้นเอง


                ตลอดชีวิตที่ผ่านมา   ต้องเรียนรู้สิ่งต่าง ๆมากมาย.......เรียนในสิ่งที่เค้าบังคับให้เรียน......เรียนในสิ่งที่เป็นมาตรฐานที่เค้าคิดไว้ว่าเราต้องรู้........มีชอบบ้าง.....ไม่ชอบบ้าง......เก่งบ้าง......ไม่เก่งบ้าง.....ปะปนกันไป

 


                คิดแบบนอกกรอบ......อือ.......มันเป็นไงเนี่ย.....ไม่เก็ท......อย่างเรื่องที่จะเล่าเนี่ย......เกี่ยวกันป่ะ.....อาจไม่เกี่ยวกันเลย....แต่ก็.......   “อ่าน ๆไปเหอะ....อย่าคิดมาก”       .....(วลีนี้......ยืมพี่ปุ๋ยเดวิล    ขายหัวเราะมหาสนุกมา โดยเจ้าของไม่รู้)

 


                เรื่องของเรื่องคือ   พอโตขึ้นเล่นคอมพ์เป็น  คิดว่าทุกคนคงเคยมี......หนังโป๊.....ภาพโป๊.....(คิดว่ากว่า 80 เปอร์เซนต์ของชายที่ใช้งานกันอยู่น่าจะมีนะ....55..เอ๊ะ..สมัยนี้ต้อง   "คลิป"....สิเนอะ)....

 


                โอย....จะแปลกอะไร....เครื่องใครเค้าก็มีกันทั้งนั้นแหละ   หนังโป๊    ภาพโป๊เนี่ย...จะมากน้อยก็อีกเรื่อง (คุณอาจคิดอย่างนั้น.....แต่....)


                แปลกสิ.......บุรุษมาดแมน......แต่มีหนังโป๊ และภาพโป๊ของชายแท้แมนล่ำ........มากมาย.....เริ่มแปลกหรือยังล่ะ

 


                เรื่องของเรื่อง.......เพราะผมเป็นบุคคลากรเกย์ที่ไม่ประสงค์จะออกนาม....ก็เลยต้องเลือก

 


                ระหว่าง   อย่างแรก......ในเครื่องห้ามมีหนังโป๊ชาย   ห้ามมีภาพโป๊ชาย....... หรือ.....มีได้แต่ต้องเก็บซ่อนให้มิดชิด.......

 


                สรุป....เลือกที่จะมี.....แหะ ๆ.....แหม....ไว้ดูยามคิดถึง......

 


                ปัญหา.....แล้วจะซ่อนอย่างไรให้มิดชิด

 


                ป๊าบ......หยิบมือถือมา....นึกหน้าเพื่อนที่เก่งคอมพ์ที่สุด.....โทรเลย......  (เพื่อนคนนี้ดันเป็นชายแท้....และไม่รู้ว่าเราเป็นเกย์...เลยต้องเก๊กแมนหน่อย)...


                “เฮ้ย....เมิงมีโปรแกรมไร ไว้ล็อคข้อมูลป่าววะ.....คือเป็นข้อมูลลับว่ะ....ข้อมูลทางบัญชี   จะเก็บใส่แฟ้มคอมพ์ แล้วล็อคไม่ให้คนอื่นดู”

 


                “เจี้ย....หนังโป๊สิเมิง.....ไม่ต้องล็อคเลย....ไรท์มาเผื่อกูด้วย.....สาด.....”    ทำไมผู้ชายมันต้องมี   "สาด + เจี้ย"   ด้วย....แต่ก็ฮาดี...

 


                “โคยเหอะ.....จริง ๆ...กรูถามจริง.....เมิงบอกมา.......หนังกรูมีไรท์ให้เมิงแน่....2   แผ่นเลย....สาดดดด”     สาดก็สาด

 


                “ไม่มีว่ะ....ไม่รู้ว่ะ......กรูไม่เก่งโปรแกรม.....รู้แต่ว่ามันมีว่ะ....วิธีล็อคข้อมูล......จริง  ๆใน Word หรือ Excel   มึงเอาข้อมูลใส่ไว้ มันก็ล็อคได้นะเว้ย......เมิงไรท์มาหมดเลย.....เดวกรูออกค่าแผ่นเอง.......สาดงกให้กรูแค่ 2 แผ่น”    มันคุยสองเรื่องเวลาเดียวกันทำไมเนี่ย....กรูยิ่งงง ๆอยู่.....แล้วหนังกรูเนี่ย....เมิงดูไปอ๊วกแตกแน่.....แต่กรูชอบ.....ฮี่ ๆ.....เอ๊ะ...ไม่แน่...ถ้าได้ดูมันอาจอยากลอง....แต่เอ๊ะ....ไม่เสี่ยงดีกว่า....ทีนมันหนัก...

 


                “เออ....เอานั่นก่อนก็ได้ทำไง....สอนมาด่วน ๆ.....กรูมีแค่ 3 เรื่อง....เดี๋ยวให้เลย....ให้ไว...”  ..... กรูก็คุยสองเรื่องในเวลาเดียวกันเป็น..55


                “เมิงก็เอาข้อมูลใส่ไว้  แล้วตอนบันทึก  เมิงเลือก เซฟแอส หรือ บันทึกเป็น.....แล้วขวามือบน มีคำว่า เครื่องมือ   กดเลือกหัวข้อ   ตัวเลือกการรักษาความปลอดภัย   เลือก การตั้งค่ารหัสผ่าน.....จบ.....เดวเย็น ๆเมิงเอามาให้เลยนะเว้ย...3 แผ่น....เกินก็ได้นะเว้ย....กรูเอาแผ่นเปล่าคืนเมิงเอง”

 


                “เออ....เย็น ๆนะ.....แค่นี้แหละ....สาดดดดดดดด”      แหม กรูมี หนังชายหญิงประดับเครื่องแค่ 3-4 เรื่องเองแหละ....ถ้า ชาย – ชาย นี่ กรูมีเป็นร้อย.....

 


                ข้อดี......  ความต้องการปกปิดทำให้เราได้รู้วิธีการรักษาความลับข้อมูล ที่ไม่มีสอนในคลาสเรียนทั่วไป

 


                ข้อเสีย.......ต้องไรท์แผ่นหนังหายาก (เพราะหนังชายหญิงไม่ค่อยจะมี)  ให้เพื่อน 3 แผ่น....

 






Free TextEditor




 

Create Date : 20 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 20 พฤษภาคม 2551 21:30:02 น.
Counter : 123 Pageviews.  

วีรกรรม ชะนีเพื่อนรัก หมายเลข002

ผมมีเพื่อนกระเทยสาวแตกซ่านอยู่คนหนึ่ง.....ชื่อว่า  กากี (นามสมมุติ)......กากีเป็นเพื่อนรัก.....เรารู้จักกันตั้งแต่ ม.5  แล้วก็คบกันมาเรื่อย  ในกลุ่มจะมีกัน 5 คนรวมผมด้วย....ซึ่งมีทีเด็ดแตกต่างกัน....แต่กากีเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุด

 


                กากี...เป็นชื่อที่กระเทยเพื่อนสาวคนนี้ชอบมาก......มันบอกว่าที่ชอบเพราะนอกจากจะมีสามี  5 คนแบบครบรส(ทั้งรวย  ทั้งหล่อ  ทั้งเถื่อน  ทั้งเจ้าเล่ห์  ทั้งแสนเลว.....ครบรสเลย)........แล้ว......ยังสวยมากด้วย......ก็ดูสิใคร ๆเห็นก็ชอบ

 


                ชะนีเพื่อนรักหมายเลข 1   เป็นชะนีเพื่อนบ้านของกากี.....ชื่อแพรวา......(แหมชื่อเหมือนนางเอกร่ายริษยา).....ก็เป็นเพื่อนที่รู้จักกัน......แต่ยังไม่เคยไปเที่ยวด้วยกัน

 


                วันนั้นก็เกิดการรวมตัวกันกลุ่มเล็ก ๆ......มีกระเทยเด็กหัวโปกไป  2 คน......ผม..1 คน......กระเทยกากี   1 คน และชะนีแพรวาอีก  1 คน........

 


                ไปเที่ยวเธคกัน......เต้นกัน....ยักย้ายส่ายไปมา......อา.....นังโปก 2 คน มันไปล่าเหยื่อแล้ว....ที่ไหนสักแห่งในเธคแห่งนี้.......หายไปอย่างไร้ร่องรอย....เงียบเชียบ และรวดเร็ว.......(กระเทยเด็กหัวโปกส่วนใหญ่ น่าจะจับไปฝึกวิชานินจา น่าจะมีฝีมือเป็นนินจาระดับมืออาชีพได้ไม่ยาก.....พรสวรรค์สูง)

 


                เหลือกันอยู่สามตน.....สิงกันอยู่ที่โต๊ะ......ผมหน้าตาไม่ดีไม่มีคนมาจีบ......แพรวาก็สวยดี.....กากีก็โดดเด่นเด้ง....เพราะยัดทิชชู่ใส่ยกทรงมาข้างละม้วน......คือถ้าไม่ใช่กระเทยคนคงคิดว่า มรกต มณีฉาย  มาเอง......เต้นไป...ต้องระวัง....ทิ่มหน้าเพื่อนทีนี่หน้ายุบแน่ ๆ.....ใหญ่โคตร....

 


                ผ่านไปไม่นานนัก......2 หนุ่มใจกล้า......เดินมาแล้ว.....พร้อมแก้วเหล้าในมือ......หนุ่มคนแรก.....เข้าไปทักกากีก่อนเลย.......(คุยกับกระเทยง่ายกว่าคุยกับชะนี.....เพราะกระเทยช่างฉอเลาะ)........สำเร็จ  .....เพื่อนหนุ่มอีกคนเลยได้ทีคุยกับแพรวาไปเลย.........ด้วยความที่ไม่ได้เป็นกุลกระเทย.......การรักนวลสงวนตัวจึงไม่มี......อยากจ้องอะไรก็จ้อง......นางกากีแอ่นอก 6  ศอกสู้อยู่แล้ว (วัดรวมนมปลอมมันด้วย).....อยากลองจับก็ให้จับ......ไม่มีการสงวน.....ก็ไม่ใช่นมจริงนี่นะ....แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นทันที...ในวินาทีแห่งความเข้าด้ายเข้าเข็มนั้น.....ชะนีแพรวากรี๊ดลั่น....

 


                “ว๊ายยย.....นั่นเธอจะทำอะไรน่ะ......เธอจะทำอะไรเพื่อนฉัน........เธอจะมาทำอย่างนี้ไม่ได้นะ.....เพื่อนฉันเป็นผู้หญิง.......”     โธ่ ๆ......นางกากีหายงง ....ปนกับดีใจ.....(เพื่อนชะนีบอกว่ามันเป็นผู้หญิง).......แต่ก็เสียดาย....แหม...กล้วยจะเข้าปากช้าง......ช้างเพื่อนเอางามาสอด.......อดแหลกกันเลย.....

 


                ชะนีแพรวา  รีบจูงมือ กากี  ที่ขณะนั้นทำตัวไม่ถูก  เพราะแอบแบ๊วเป็นชะนีน้อยใสซื่อไปแล้ว.....(ตะกี้มันยังเป็นอีพริ้ง  คนเริงเมืองอยู่เลย).....ออกจากสถานที่อโคจรนั้นทันที......พลางปลอบเพื่อนให้หายเสียขวัญว่า

 


                “ไม่เป็นไรนะ.....ไม่ต้องคิดมาก.....ช่างเขาเถอะ......จะกลับไหม......ยังไหวไหม.....ไม่เป็นไรนะ.....เราจะดูแลเธอเอง”.........โธ่.....จะมาดราม่าอะไรตอนนี้.......555...... แต่ก็ประทับใจดี.......

 


                สิ่งที่สงสัย......

 


                ทำไมผู้ชายมันมากัน  2 คน......เห็นโต๊ะมันมากัน 3 คน.....ความจริงต้องครบคู่สิ......ไม่เข้าใจ

 


                เพื่อนกากีบอกว่า  .....แหมซึ้งเลยนะ.....นี่แพรวาเค้าเห็นชั้นเป็นชะนีในสายตามาตลอด.........ปากเพื่อนก็ว่าไปแต่ทำไมเพื่อนไม่เคยไปเที่ยวรวมกลุ่มกับชะนีแพรวาอีกเลยล่ะ.........มีแต่ไปกินข้าว  ดูหนัง.....ไม่เคยเที่ยวกลางคืนด้วยกันอีกเลยนะ........กรูจำได้

 






Free TextEditor




 

Create Date : 16 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 16 พฤษภาคม 2551 20:26:13 น.
Counter : 85 Pageviews.  

หนังโป๊ v.s. ครั้งหนึ่งในชีวิต

                คุณเคยดูหนังโป๊ไหม..................อย่า........อย่ามาทำหน้าแอ๊บแบ๊วแล้วบอกว่าไม่เคย...... (ผมไม่เชื่อ!)

 


ยิ่งสมัยนี้ คลิปกระเจิงกระจายให้ว่อนเน็ต.......ไม่อยากจะเม๊าท์เลย.....

 


ผมนะได้ดูคลิปมาแล้วเป็นพัน ๆเรื่อง........จากที่ไหนบ้างจำไม่ได้......ที่ซ้ำกันก็เยอะ.....ขนาดแหล่งที่พบเจอคนละจังหวัดกันเลยนะ......มันระบาดยังกับไวรัส

 


                แล้วดีไหม........ไม่รู้........รู้แต่ว่า เห็นหน้าผู้หญิงซะเกือบทุกเรื่อง.....แต่เรื่องที่เห็นหน้าผู้ชาย.....มีเพียง หนึ่งในร้อย.....น้อยมาก.....

 


                ถามว่า .......ครั้งแรก   ดูหนังโป๊ที่ไหน......แล้วอาการเป็นไง.....

 


                นึกแล้วขำจริง ๆ.....

 


                ผมดูหนังโป๊ครั้งแรกที่ หอเพื่อน......(เพื่อนชายแท้หมดเลย)......ต่างคนต่างก็ไม่ค่อยจะเจน......ขนาดตอนนั้นก็อายุ  17-18 ปี กันไปแล้วนะ.......การดูหนังโป๊ร่วมกันทำยังกับเป็นวีรกรรมวีรเวรกันเลย.....

 


                ก็เริ่มพิธีเลย......เอาเทปวีดีโอโป๊....(ตอนนั้นยังไม่นิยมซีดี.....แพง).......ใส่เครื่องเล่น.......เวลาตอนนั้นประมาณ หกโมงเย็น กำลังครึ้ม ๆจะมืดมิมืดแหล่  .........ปิดประตูห้อง.......นั่งกระจุกรวมกันหน้าทีวี.....ปิดไฟ....อยู่กัน 8-9 คน.......

 


                แล้ว......มือก็กดรีโมท........หรี่เสียงโทรทัศน์ให้เบา ๆหน่อย......กลัวห้องข้าง ๆได้ยิน.....อาย.....อายมาก...แต่อยากดู......

 


                และแล้ว.....สิ่งที่ปรากฏแก่สายตา......โอว.....อล่างกระจ่างชัด......ฟัดกันนัว....รัวกันมันส์.....ผู้ชมต่างนิ่งเงียบนั่งดูด้วยใจระทึกตึกตัก.......ทุกอย่างเงียบ......มีแต่เสียงทีวี......ที่บทพูดน้อยและวกวน.......ทันใดนั้น

 


                ปัง...ปัง....ปัง........มีเสียงคนทุบประตู........ตามด้วยเสียง  ร้องเรียก...........ก.ไก่......เธออยู่หรือเปล่า.....ไปตีแบดกัน......เปิดประตูหน่อย......... (เสียงชะนีเพื่อนรักมาร้องเรียกให้ไปตีแบดด้วย.......ช่างเลือกเวลานะแก....)

 


                มีสติกว่าใครเพื่อน.......เพราะรีโมทอยู่ในมือกรู.......กดปิดทีวีก่อน.....แล้วก่ะว่าจะปิดเครื่องเล่น.....แต่อย่างว่า.....ฟ้ามืด    ประตูห้องก็ปิด    มีแสงแค่จากทีวี......พอปิดทีวี......มันก็มืดหมดเลย

 


                ก.ไก่.....เจ้าของห้อง......ก็เห็นว่าปิดทีวีแล้ว.....ประกอบกับลนลาน.....ก็ลุกไปเปิดประตูด้วยใจระทึก.....

 


                  ห้วงเวลาสั้น ๆขณะนั้น...........เหมือนหนังสโลโมชั่น........ช่วงระยะแค่ระหว่างที่เพื่อนชะนีเคาะประตู  และเรากดปิดทีวี   และ  ก.ไก่กำลังลุกไปเปิดประตู.........เสียงตึงตังโครมคราม......วิ่งกันให้วุ่น  ด้วยความมืด ก็ชนนั่นชนนี่กระจาย......เหมือนเกิดสงครามโลกในระยะเวลาสั้น ๆนั้น........

 


                เมื่อประตูถูกเปิดออก.......แสงสว่างจากภายนอกก็สาดส่องเข้ามาภายใน........และในแสงสลัว ๆของฟ้าเวลา หกโมงเย็นนั้น......ภาพในห้องที่ได้เห็นคือ

 


                เพื่อนคนที่ 1    นอนหลับอยู่ในท่าฟรีสไตล์คว่ำหน้า......ตำแหน่งที่หลับคือขวางประตูห้องนอนอยู่......ซึ่ง...อนุมานได้ว่า.....น่าจะพยายามตะเกียกตะกายจะทำทีว่านอนในห้อง.....แต่เวลาไม่พอ.....ไปไม่ถึง.....ทุเรศมาก

 


และถ้าเดาไม่ผิด.....ตอนวิ่งไปมันมืดเลยไม่รู้ว่าประตูปิด เลยชนดังปัง.....แล้วก็ฟุบนอนตรงนั้นเลย

 


                เพื่อนคนที่ 2      นอนอยู่ตรงซอกแคบ ๆ กว้างประมาณ เมตรนิด ๆที่เป็นเส้นทางไปสู่ห้องน้ำ.......คาดว่าน่าจะพยายามตะเกียกตะกายไปทำทีว่านั่งอิ๊อยู่.........เหตุผลคล้ายคนแรก....คือมืดเลย ไปชนตระกร้าผ้าและกาละมัง.... ล้มเคร้งคร๊างระเนระนาด..................ประกอบกับเวลาไม่พอ......เลยนอนตายระหว่างทางมันซะเลย......(ช่างหาที่นอนหลับนะ.....แต่ละคน)

 


                เพื่อนคนที่ 3 – 4       นั่งต่อจิ๊กซอว์กันอยู่ท่ามกลางความมืด.........ในมือถือจิ๊กซอว์นั้นช่างสั่นเทา.....น่าสมเพชมาก.......จิ๊กซอว์ภาษาเบลหรือไงวะ......มืดขนาดนี้ยังต่อกันได้

 


                เพื่อนคนที่ 5    อาศัยความเป็นเด็กเรียนอยู่แล้วบังหน้า.......เนียนมาก.....เป็นคนที่มีหนังสือเรียนติดมืออยู่เสมอ ๆ.........นั่งอ่านหนังสือมันซะเลย.....อยู่ที่มุมห้อง......เช่นเดียวกัน.......หนังสือภาษาเบลหรือไงวะ......มือขนาดนี้ยังอ่านได้........

 


                เพื่อนคนที่ 6 – 7    เป๋อเหลอมาก ๆ.....ยืนทำหน้างง ๆเบลอ ๆ....ประมาณว่าไม่รู้จะทำอะไรดี.....เพราะ ไม่ได้วิ่งออกจากจุดสตาร์ท.....และไม่มีหนังสือในมือ......วงจิ๊กซอว์ก็แคบเกินจะเบียดได้อีก.....ห้องก็ทั้งแคบ ทั้งมืด.....ประตูก็เปิดออกแล้ว.........ไม่มีคำพูดอะไร....มีแต่เหงื่อที่แตกพลั่กเต็มหน้า........คือ.......เหมือนคนจะโดนโทษประหารเลยนะแก

 


                เรา....บุคคลที่ 8 .......ยืนนิ่งเช่นเดียวกัน......ในมือมีรีโมททีวี.....(เพราะพึ่งปิด).....จะอารมณ์ประมาณว่ากำลังจะเปิดทีวีดูก็ไม่ได้  เพราะถ้ากดเปิดปั๊บ......มันมาแน่ ๆ.....ต่อจากตอนที่แล้ว.....หึหึ.....ใบ้แดร๊กเหมือนกัน

 


                ก.ไก่.....บุคคลที่ 9.......รับหน้าชะนีเพื่อนรักด้วยเหงื่อกาฬแตกพลั่กเช่นเดียวกัน......ไม่มีคำพูดใด......นอกจากคำว่า......เออ......จะตีแบดเหรอ

 


                นาทีนั้น.....ชะนีเพื่อนรักมาออกันหน้าห้องประมาณ 5 คน.....(ชะนีล้วน ๆ)......พร้อมไม้แบดในมือ...

 


                ชะนีเพื่อนรักก็แสนจะดี.......เห็นสภาพเพื่อนแต่ละคนในห้อง......ไม่มีทีท่าว่าจะงงหรือสงสัยกันเลยว่า....สภาพเช่นนี้มันคืออะไร......มันพูดมาประโยคเดียว

 


                “ดูหนังโป๊กันเหรอแก.....จบยัง........ปะ.....ไปตีแบดกัน”........................................จบข่าว....................................

 






Free TextEditor




 

Create Date : 16 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 16 พฤษภาคม 2551 20:19:42 น.
Counter : 295 Pageviews.  

"รักครั้งแรก" (ของเกย์อย่างผม)

                พูดถึง....รักแห่งสยาม.....แล้วพาลนึกถึงตอนสมัยยังเด็ก ๆ......หนังเรื่องนี้มีเสน่ห์ตรงนี้ด้วย.......มันทำให้เรานึกถึงรักครั้งแรก.....คราวที่ไปดูหนังเรื่อง แฟนฉัน.......เพื่อน ๆโจษจันกันไปทั่วบ้านทั่วเมืองว่า....ทำให้นึกถึงรักครั้งแรก.....ตอนนั้นไม่เข้าใจ....ไม่เก็ท.....งง.....ก็หนังก็ดีนะ....แต่มันซึ้งขนาดนั้นเลยเหรอ......ตอนนี้เข้าใจแล้ว......

 


                เพราะ.....รักแห่งสยาม.....เปรียบเหมือน แฟนฉัน ฉบับเกย์.....เซ้นต์มันบอกตั้งแต่ตอนที่เป็นเพื่อนกันตอนเด็ก (ในเรื่อง)...แล้ว....ว่า....เอ๊ะ....มันยังไง......แล้วตอนมาเจอกันที่สยาม....มันแบบ.....โอยยย.....ความตื้นตันมันพลุ่งพล่าน....(ในขณะที่เพื่อนชายแท้ที่นั่งข้าง ๆ....กำลัง...เฮ้ย...เฮ้ย...และเฮ้ย.............อิ๊......รมณ์เสีย)  

 


                วกกลับมาเรื่องที่อยากจะเล่า.....รักครั้งแรก.....

 


                ตอนนั้นอยู่   ม.3   อายุ 13 ปี (เรียนเร็วไปปีนึง  เพราะได้พาร์ตชั้นตอนอนุบาล....ดีจัง).....มีแฟนเป็นผู้หญิง 3 คนทั้ง ๆที่เราอ้วนเตี้ย......(ข้อดีของผู้หญิงคือ....เค้าจะมองเรื่องรูปร่างของเราเป็นสำคัญ....แต่ก็มองเรื่องจิตใจเราสำคัญด้วยเช่นกัน   และผู้หญิงจะไม่อายมากเท่าไหร่ที่มีแฟนไม่หล่อ).....

 


                แฟนผู้หญิง  3 คน นี่เราจีบพร้อม ๆกัน  อยู่โรงเรียนเดียวกัน แต่คนละห้อง   ส่วนอีกคนเป็นคนละโรงเรียน   วิธีการจีบก็ไม่มีอะไรมาก......คนแรกอยู่ห้องเดียวกัน นั่งใกล้กัน ก็เลยจีบ....จีบดะ  ไม่เลือกเวลาไม่เลือกสถานที่ ขยันทำดีช่วยเหลือเอาใจ ช่วยติว  แกล้งโง่ให้เขาติวบ้าง....แล้วก็ชมเค้าเยอะ ๆ......แล้วเค้าก็ใจอ่อน.....

 


                คนที่สอง   อยู่คนละห้อง......รู้จักเพราะว่าไปส่งเพื่อน.....เพื่อนชอบ....เพื่อนจะจีบ.....เลยไปส่ง......ไปเทรนด์เพื่อน ไปเป็นพ่อสื่อให้เพื่อน....สื่อไปสื่อมา......เอ๊ะ.....เพื่อนมันไม่ลงทุนเลย.....กรูจีบเองดีกว่า.....แล้วเค้าก็ใจอ่อน.....

 


                คนที่สาม   อยู่คนละโรงเรียน.....ส่งเพื่อน(คนละคนก่ะคนที่สอง)......ไปจีบ.....ปรากฏว่าเพื่อนโดนด่า.....โอยยย...ด่านั่น...ด่านี่......เล่นตัวมาก.....หมั่นไส้.......ด่ากลับ.....แทนเพื่อน....ด่าจนเค้าร้องไห้.....(โหปาก......สืบเนื่องจากการคิดไว  ....และชอบดูโต้วาที....แก้ลำเก่งมาก......และเป็นนักโต้วาทีด้วยสิ...แหะ ๆ).....

 


                เค้าร้องไห้......รู้สึกผิด.....ทำผู้หญิงร้องไห้......นึกถึงแม่    พี่สาว   น้องสาว......สงสาร.....ไปง้อเลย.......เอาดอกไม้ไปง้อ.....ซื้อช็อคโกแล็ต..(แพงนะ...สำหรับเด็ก ม.3 ต่างจังหวัด)......ง้อเลย....สองวันซ้อน....วันที่สามเค้าเริ่มใจอ่อน  ทำมายืนงอน ๆไม่ยอมคุยด้วย......เราก็ง้อต่อ......ตอนหลังนี่เพื่อนไม่ได้มาด้วย....มาเองเลย.....เพื่อนไม่เกี่ยวแล้ว...ไม่รู้คิดอะไร.......ไม่มีเหตุผล......ก็ทำบ้าบอให้เค้าว่าให้เค้าด่า.....แล้วก็ขำ.......ได้ผล......แล้วเค้าก็ใจอ่อน.......

 


                มีแฟน  3  คนเหนื่อยมาก.....แต่ไม่ได้รู้เรื่องราวเกี่ยวกับความรักเลย.......จนกระทั่ง.....ม.4....ตอนนี้มีเพื่อนเข้ามาใหม่จากโรงเรียนอื่น   ก็สนิทกัน....มีเพื่อนในกลุ่ม  6 คนรวมเรา.....ตกเย็นไปตระเวนจีบหญิงโรงเรียนอื่น.....เราก่ะเพื่อนอีกคนมีแฟนแล้ว  ส่งไอ้ที่เหลือมันไปจีบ   ไปแซว ๆขำ ๆเอาฮา......สรุป...สุดท้าย....มีแฟนกันเรียบร้อย....5 คน รวมเรา....ขาดอีก  1   ที่ยังไม่มี......เพราะว่า แต่ละคนที่มันจะไปจีบนี่ไม่ไหว....ไม่เข้าตากรรมการ.....

 


                ในกลุ่มก็จะมีการวิพากษ์วิจารณ์กันไปเรื่อย  คนนั้นไม่ดี  คนนี้ไม่เหมาะ...คนนั้นไม่ได้....คนนี้ไม่โดน.....โดยมีเราเป็นหัวเรือหลักในการนำวิจารณ์ เพราะ เราจะกล้าๆบ้า ๆ.....พูดมาก.....

 


                จนกระทั่งวันหนึ่ง....นัดกันเล่นบาส...ตอนเช้า.....เอ๊ะ....เพื่อนมากันจะครบแล้ว...ขาดมันก่ะเพื่อนอีกคน.....ทำไมช้าจริง ทุกทีเห็นมาก่อนด้วยซ้ำ....สุดท้ายเพื่อนอีกคนก็มา....เอ๊ะ....มันหายไปไหน....เริ่มหงุดหงิด.....มาช้าจริง.... ถามเพื่อนอีกคนว่า มันไม่มาเหรอ...ไปไหน.....เพื่อนมันบอกว่า.....ไม่รู้....ไปไหนกัน...เห็นมันนัดหญิงไว้....สงสัยไปดูหนังหรือหาข้าวกินกัน......ช่างมันเหอะ...เล่นต่อ.........โมโห....เราโมโห....โยนลูกบาสทิ้ง....อารมณ์เสีย.....บอกว่า ไม่เล่นแล้ว....มาช้าชะมัด.....แถมทิ้งเพื่อนไปนัดหญิงอีก......อุตส่าห์หาให้แล้ว.......แล้วงี้จะไปบอกเค้ายังไง......ทำอะไรไม่บอก...หงุดหงิด.....กลับบ้านเลย

 


                กลับไปบ้าน.......เข้าห้องน้ำ.....ร้องไห้........ร้องไห้ทำไม......น้ำตาไหลพราก........ไม่เข้าใจตัวเอง......เป็นอะไร..... ( ใครที่ดูหนังเรื่อง รักแห่งสยาม   ให้รู้ไว้ว่า มันเหมือนกับตอนที่โต้ง(พระเอก)   ซบ เด็กผู้หญิงที่แอบรักแฟนโต้ง(พระเอกอีกคนที่เป็นนางเอก)........แล้วบอกว่า.....เราไม่รู้เราเป็นอะไร......เราไม่รู้ตัวเองเป็นอะไร.......(เมิงเป็นเกย์)...

 


                โกรธมาก.....วันจันทร์เจอกัน....ไม่คุยก่ะมันสักคำ.....มันมาง้อ......เอาขนมมาให้......ซื้อข้าวมาให้......(ไม่รู้มันต้องง้อทำไม)......มันแกล้งมากระเซ้า.....มาทำบ้าบอให้เราด่า....ให้เราว่า....แล้วมันก็ขำ......ได้ผล.....เราใจอ่อน....(จริง ๆเมิงต้องให้ดอกไม้กรูด้วยนะ....ไอ้เววล์)

 


                มีเหตุให้เราต้องจากกันไป.....ทั้งๆที่ วาเลนไทน์ที่ผ่านมา......นายเอาดอกกุหลาบมาให้เรา......ในขณะที่เราหอบกุหลาบสีแดงช่อโตไปให้แฟนคนที่หนึ่ง     เราช็อกโกแลตกล่องบิ๊กเบิ้มไปให้แฟนคนที่สอง   และสำหรับแฟนคนที่สามเอากุหลาบสีขาว  100 ดอกไปให้.............สำหรับนายเรามีการ์ดใบเล็ก ๆ....เขียนไว้ว่า....

 


                “สุขสันต์วันวาเลนไทน์    มีความสุขมาก ๆนะ.......เรามีของขวัญวันวาเลนไทน์ให้นะ......ห้ามแกะจนกว่าจะถึงบ้าน และห้ามให้ใครดู   ดูแล้วอย่าบอกใคร......เราให้นาย”

 


                การ์ดนั้น แนบอยู่กับกล่องของขวัญเล็ก ๆ   ด้านในไม่มีดอกไม้   ไม่มีช็อคโกแลต  แต่มีตุ๊กตาเซรามิก สีขาวล้วน  เป็นรูปผู้ชายในชุดสูทสีขาวสะอาดตา  ยืนคู่กับผู้หญิงในชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์  ทั้งสอง ถือ หัวใจดวงโต ที่เป็นสีขาว  (หายากมาก  เพราะตัวอื่น ๆเป็นสีแดง....ทำไมตัวนี้สีขาวไม่รู้ ....แต่มีตัวเดียว)....... สิ่งที่เราให้นาย....มีความหมายมากมายและจดจำอยู่ในใจเราไม่ลืม......แต่นายจะเข้าใจความหมายของมันไหม......เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

 


                เหมือนกับ จมูกของตุ๊กตาไม้ที่ขาดหายไป  ที่โต้งพยายามหามาให้ได้ในวันที่ มิวแสดงคอนเสิร์ตเปิดตัว.....สิ่งที่เติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป.......พร้อม ๆกับคำที่บอกว่า......เราเป็นแฟนมิวไม่ได้.....แต่ไม่ได้หมายความว่าเราไม่รักมิวนะ...

 


                เช่นกัน......เรารู้ว่านายเป็นแฟนเราไม่ได้......แม้เราจะไม่รู้ว่านายรักเราหรือเปล่า......เราไม่รู้เลย....จำได้แต่เช้าวันรุ่งขึ้นนายเอาดอกไม้   ดอกที่ดีกว่าเมื่อวาน    ดอกที่ไม่ได้เป็นดอกไม้จากที่คนอื่นให้มา.....มาให้เรา.. แล้วบอกเราว่า

 


..........ขอบใจนะ.......

 






Free TextEditor




 

Create Date : 16 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 16 พฤษภาคม 2551 20:14:07 น.
Counter : 270 Pageviews.  

รักแห่งสยาม

                อู๊ยยยยย......เรื่องนี้สุดยอด........เป็นหนังเกย์ที่สุดยอดยิ่งกว่า โบล๊คเบล็คเม๊าเท่นส์อีก.....แผนโปรโมต ก็สุดยอด

 


คือ....เข้าใจนะว่า....กลัวคนจะมองว่าเป็นหนังเกย์......(เพราะจะทำให้คนเกิดไบแอส...คิดแง่ลบ หรือไม่กล้าดู)....

 


                ออกตัวก่อนเลยว่า.....เป็นหนังที่ดีมาก ๆ....หนังดี   ภาพสวย.....เพลงเพราะ......นักแสดงนำหน้าตาดี....ทั้งผู้หญิงทั้งผู้ชาย.....นักแสดงประกอบยังน่ารักเลยอ่ะ.....โดยเฉพาะ....เพื่อนที่เป็นมือกีต้าร์ น้องไรไม่รู้....คือตั้งใจจะดูน้องโอ้...น่ะ

 


                คือตอนโปรโมตหนังเนี่ย  ประมาณว่า เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความรักของวัยรุ่น   ซึ่งเป็นเด็ก กทม.  จะมีที่ไหนที่สวีทหวานแหวว และให้ความรู้สึกดี ๆได้เท่า สยาม.....เซ็นเตอร์พอยท์....  และโปรโมตว่า เป็นหนังที่ดี  มีหลายรสชาติ หลากหลายเรื่องราว 

 


                เราดูโปรโมต ก็......โอ้.....น้องโอ้ มาริโอ้ เมาเร่อ แสดง.......น่ารักสุดยอดเลย...........ต้องดู.....(อันนั้นแว่บแรกที่นึก).....  หนังรักเหรอ.....ดี....ชอบดู.....น่าจะประมาณ    Love actually   ที่เป็นความรักหลายหลายแบบ หลายชาติ หลายภาษา....เป็นหนังที่เราชอบเรื่องหนึ่ง.....สรุป......ไปดูน้องโอ้ดีกว่า.....คริคริ

 


                พอได้ดูแล้ว.......ไม่เสียดายตังค์เลย..... (โปรโมชั่นของ เอไอเอส  60 บาท......รู้สึกผิดต่อน้องโอ้จัง.....)....หนังดีมาก ๆ....ไม่รู้มาก่อนด้วยว่ามีความรักของเกย์อยู่ในเรื่องด้วย.....คันปากอยากเล่าให้เพื่อนฟัง .......และอยากให้เพื่อน ๆได้ดู....แต่เล่าไม่ได้เดี๋ยวเพื่อนดูไม่สนุก....โอ๊ย...อึดอัด.....อยากเม๊าท์.....เฮ้อ.....รีบ ๆออกโรงนะ...จะได้เล่าได้....

 


                ขณะดู......พลาด.....ไปดูกับเพื่อนชายหญิงธรรมดา.......

 


                เพื่อนที่เป็นผู้หญิง...........ต่อมน้ำตาแตกไปแล้ว.....ซึ้ง......หรือเสียดายที่น้องมาริโอ (โต้งในเรื่อง)....เป็นเกย์ไม่รู้

 


                เพื่อนผู้ชาย..............  “เฮ้ย...เฮ้ย.....เวรละ.....เฮ้ย......เฮ้ย......อย่าบอกนะ....ว่า......เวรละ” (โถ...คงรับไม่ได้)

 


                ผม.......นึกในใจ......มันจะเฮ้ยอะไรหนักหนา   กรูกะลังซึ้งเรยยยย.....โอยอยากแสดงเอง....น้องโอ้จูบจริงด้วย....โอยยยย....อยากเป็นดารา....อยากแสดงหนังเกย์........จะไม่ให้รู้เลยว่าเป็นเกย์จริง ๆ.....หึหึ......แหม....พระเอกคนแรกขอเคน ธีรเดชเลยละกัน....( ถ้านังชะนีเพื่อนรักยังบอกว่า เคน นี่เสปคเกย์อีก จะตบมัน....ชะนีเค้ากรี๊ดกันทั้งเมือง......)

 


                หนังเรื่อง รักแห่งสยาม   บทดีมาก....มีความหมายลึกซึ้ง  .....ในเรื่องจะบอกความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว   ระหว่างเพื่อน   ระหว่างคนรัก.....สิ่งที่สำคัญคือการเอาใจใส่    การให้ความรัก.....

 


                “การที่เราจะรักใครสักคน   ไม่มีคำว่ารักมากเกินไปหรอก”   ......   เพราะฉะนั้นการที่ผมเป็นคนขี้หึงมาก....จึงไม่ผิด....แหะ ๆ.....ก็รู้แหละว่า การครอบครองที่มากเกินไป  มันไม่ดี.....แต่มันห้ามไม่ได้นี่นา.....ก็เคยขอให้เขาอดทนที่เราเป็นคนขี้หึง.....แต่ถ้าทนไม่ไหว.......ก็ต้องทน.......แต่ถ้าไม่ไหวจริง ๆ.....ก็ไม่เป็นไร........ดี....หาใหม่.....คริ ๆ......

 






Free TextEditor




 

Create Date : 16 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 16 พฤษภาคม 2551 20:06:22 น.
Counter : 86 Pageviews.  

1  2  3  

un_shun
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผมมีเรื่องเล่า จากประสบการณ์ที่ได้พบเจอ กับผู้คนหลากหลายอาชีพ ฐานะ เพศ ในมุมมองของผม มุมมองของเกย์อ้วน ๆ....ที่คุณอาจรู้ หรือไม่รู้.... เป็นเรื่องใกล้ตัว .....ที่....ควร....... "อ่านไปเถอะ...อย่าคิดมาก" (ยืมพี่ปุ๋ยเดวิล ณ ขายหัวเราะ..มาใช้)
Friends' blogs
[Add un_shun's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.