Singapore Plan
 

มันเริ่มมากจากชั้นหาที่ซื้อนิยายของสำนักพิมพ์หนึ่งของอังกฤษไม่ได้ในประเทศไทย ทริปนี้จึงเกิดขึ้น

 

ตอนแรกกะจะไปคนเดียว ซื้อหนังสือ นอนคืนเดียวแล้วก็กลับ บอกแม่บอกพี่สาว เกือบโดนยำ พวกนางว่าจะไปทั้งทีก็เที่ยวเลย ค่าเครื่องไม่ใช่ถูกๆ ไม่เหมือนนั่งรถไปจตุจักรนะเฟร่ย ชั้นก็เออออห่อหมก เที่ยวด้วยก็ได้ พวกนางเลยว่า สงสารนะนี่ เด๋วไปเป็นเพื่อน ชั้นก็อือออ ดีเลย กะจะไปซื้อหนังสือ จะได้มีคนช่วยแบก นางสองคนมองหน้ากัน งั้นชวนหลานชายพ่อไปสักคน วัยกะลังหนุ่มมันจะได้ช่วยแบก บอกมันละกันว่าจะไปเที่ยวยูนิเวอร์แซล มันจะได้ตายใจ แล้วไหนๆก็ไปเที่ยวยูนิเวอแซลแล้ว พาน้องชายแท้ๆไปละกัน มันยังเด็กคงชอบ พอหลานชายจะไป ขุ่นอาก็ต้องไปด้วย จากทริปอะโลนตะลุยร้านหนังสือ เลยกลายเป็นทัวร์ใหญ่หกคน โดยมีอิชั้นเป็นผู้นำทัวร์ไปโดยปริยาย ชีวิต

 

ตั๋ว พี่สาวเจอตั๋วไทเกอร์ ช่วงลองวีคเอ็นกุมภา ตกคนละสี่พันกว่าๆ ก็เลยโอ เช้าวันที่ 1 มกราก็จองเลยค่า

 

ที่พัก ขุ่นอากะขุ่นแม่แทคทีมกันบอกว่าจะไปทั้งทีก็เที่ยวให้คุ้ม มติ (ของทุกคนยกเว้นชั้น) เลยลงตัวที่สามคืน (งอกมหาศาลจากหนึ่งคืน) ข้อแม้ของชั้นคือที่พักประหยัด เลยลงตัวที่ Beary Best หอ 6 เตียงห้องน้ำรวม น้องชายอายุเข้าเกณที่เค้ารับได้พอดี ก็จัดไป ตกคนละสองพันกว่าๆ สามคืนนะนี่ โออยู่

 

ที่เที่ยว ทริปนี้เป็นคู่ สูงอายุสองคน (ขุ่นแม่กะขุ่นอา) วัยสะรุ่นสองคน (ชั้นกะพี่สาว) และเด็กสอง (สิบเอ็ดคนนึง สิบเก้าคนนึง) ที่เที่ยวจึงมีตั้งแต่ยูนิเวอรร์แซลยันช๊อปชาร์สแอนคีทและมุสตาฟา ตารางด้านล่างนี่คือตัวอย่างของโปรแกรมทัวร์

วันไปจริงจะเป็นอย่างไร ต้องติดตาม

 

January 29, 2014

 




Create Date : 29 มกราคม 2557
Last Update : 29 มกราคม 2557 11:29:19 น.
Counter : 338 Pageviews.

0 comment
Muscat -- Oman

เรื่องราวมันเริ่มต้นขึ้นเมื่อสองเดือนที่แล้ว ...

อิชั้นก้าวกระโดดจากรั้วมหาวิทยาลัยมาทำงานได้ปีกว่า หัวหน้าเห็นว่าฉายแววท่าจะถึก เปรยเบาๆว่า  "โอเค คุณอยู่นี่ก็ทำงานได้แล้ว ไหนลองไปอยู่ที่ที่ไม่มีระบบซิ" แล้วสองอาทิตย์หลังจากหัวหน้ากล่าวประโยคนี้ อิชั้นก็บินเดี่ยวมาปรากฏร่างที่นี่ค่ะ เมืองหลวงของประเทศโอมาน มัสกัด

บริษัทแม่ที่ประเทศไทยมีบริษัทลูกอยู่ที่ตะวันออกกลางเพื่อรองรับการสำรวจและขุดเจาะของ ปตท สภ. ที่ยื่นแขนยาวมาไกลถึงทางนี้ อิชั้นพนักงานตัวเล็กๆก้าวจากบริษัทแม่มาสู่บริษัทลูกป๊ะเข้ากับความแตกต่างอย่างรุนแรง ทีมทั้งทีมที่นี่เป็นชาวต่างชาติ สองคนชาวอินเดีย อีกสองคนชาวโอมานี่ ผู้ชายล้วน ผู้หญิงหน้าบานๆผิวขาวๆอย่างอิชั้นแลดูเป็นตัวประหลาด สำเนียงก็ฟังลำบากหู ระบบก็ลุ่มๆดอนๆ จากบริษัทมหาชนแล้วมาทำบริษัทข้ามชาติเล็กๆมันเป็นอย่างนี้นี่เอง หุบปากเงียบแล้วเก็บโกยประสบการณ์ต่อไปSmiley

ประเทศนี้อย่างที่ทราบ อยู่ตะวันออกกลาง เวลาช้ากว่าที่ประเทศไทยโดยประมาณสามชั่วโมง สภาพภูมิประเทศก็อย่างที่รู้ๆกัน มองไปทางไหนก็ทะเลทราย ดีหน่อยตรงที่มัสกัดเป็นเมืองริมทะเลเลยได้กลิ่นได้เห็นได้ยินอยู่บ้าง อากาศตอนกลางวันก็ร้อนซะ คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามอย่างเคร่งครัด เย็นๆได้ยินเสียงสวดมนต์ลอยมาจากมัสยิดที่มีอยู่ทั่วไป อ่า ช่างมีมนต์ขลังเสียจริง

รูปที่ถ่ายจากออฟฟิศ มองไปเห็นมหาสมุทรนะเออ

 

 

กำหนดการคือตูนต้องอยู่ที่นี่สองเดือนเพราะวีซ่าให้แค่นั้น ตอนนี้เหลืออีกสิบสองวันก็จะได้กลับบ้านแล้ว อยากกลับเป็นที่สุด ตั้งแต่มามัสกัตก็ไม่ค่อยได้เที่ยวที่ไหน เพราะมัสกัดไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวนัก ไปตามห้าง แล้วก็ขับรถเลียบชายหาดมากกว่า เห็นเพื่อนร่วมทีมชาวอินเดียเล่าให้ฟังว่าถ้าเดือนหน้าอากาศจะดีเป็นพิเศษถือเป็นไฮซีซั่น เพราะอากาศริมทะเลจะเย็นมาก ทะเลก็จะใสสด สีฉุดฉาด ตบท้ายด้วยการชักชวนแกมบังคับให้ต่อวีซ่าซะเถิด ถ้าเทออยู่ถึงช่วงนั้นชั้นจะพาเที่ยวแหลกลาญ เชอะ ชั้นไม่อยู่หรอกย่ะ คิดถึงส้มตำน้ำตกจะแย่

เรื่องอาหารการกินก็อีกอย่าง ที่นี่เนื่องมาด้วยอากาศอย่างที่บอก จึงทำให้หาร้านข้างทางลำบาก คิดว่าร้านข้างทางมีแต่ตอนกลางคืนเท่านั้น การกินส่วนใหญ่จึงเป็นการทำกินเอง หรือไม่ก็ตามร้าน ซึ่งอาหารส่วนใหญ่ที่นี่เท่าที่เจอคืออาหารอิเดีย กับอาหารปากี พวกแป้งนานจิ้มแกง ไก่ย่างสีน้ำตาลแดง ปลาย่างทั้งตัว ที่สำคัญคือตูนไม่ทานเนื้อ มาอยู่นี่จึงจำกัดตัวเองได้กินแค่ไก่เป็นส่วนใหญ่ ส่วนที่ประปรายคืออาหารทะเลซึ่งสดพอประมาน กับที่พิเศษจริงๆคิดว่าเคยกินแค่สองครั้งคือแพะ ตอนนี้ที่อยากสุดๆคงจะเป็นคอหมูย่าง คิดว่าถ้าไม่ได้เข้าปากภายในสิบห้าวันคงจะลงแดงเป็นแน่

พิซซ่าอิยิป ลองมาหนึ่งครั้ง ก็พอกินได้

ค่าครองชีพที่นี่ค่อนข้างสูง ประเทศโอมานใช้สกุลเงิน Omani Rial ซึ่ง 1 OMR = 81.3 THB แพงเว่อร์ หากเข้าร้านอาหารปากีข้างทางตอนดึกๆ กินคนเดียวเรียวกว่าๆก็น่าจะอยู่ หากเข้าร้านอาหารอินเดียต่อหัวก็ซักสามเรียว หากเข้าร้านอาหารจีน (ซึ่ง Hot and Sour Soup อร่อยมาก) ก็จะตกคนละสี่เรียวขึ้นไป แต่สิ่งที่ถูกจนน่าเกลียดคือน้ำมัน บางทีเต็มถัง Prado ตกสามสี่เรียว เพราะงั้นคนที่นี่จึงมีรถกันเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เป็นประเทศที่ไร้ซึ่งขนส่งมวลชน อิชั้นไปไหนมาไหนทีก็ไหว้วานทีมบ้าง คนขับรถของบริษัทบ้าง ไม่เคยได้เหยียบขึ้นแท๊กซี่ซักครั้ง อยากจะไปไหนมาไหนเองก็ลำบาก จึงติดอยู่แต่บ้านพักพนักงาน วันๆนั่งทำงานหัวฟู ได้เงยหน้าไปเดินมินิมาร์ทบ้างบางครั้ง  

เพื่อนร่วมงานชาวอินเดียก็ช่างดีแสนดี พรุ่งนี้จะมาขับรถพาไปเที่ยววังเก่า เอาวะ จะกลับแล้ว เที่ยวบ้างถ่ายรูปบ้าง เอาไว้อวดลูกหลานว่าถึงอิชั้นมาทำงานกันดารไกลถึงเมืองนอกเมืองนาก็ไม่ได้นั่งหัวฟูอยู่หน้าจอคอมอย่างเดียวนะยะ เที่ยวบ้าง ถึงจะไม่ค่อยมีที่ให้เที่ยวก็เหอะSmiley

หากมีเวลาว่างก็จะมาอัพรูปสวยๆที่จะได้จากวันพรุ่งนี้ให้ชมกันนะคะ อิอิ

ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะSmiley




Create Date : 02 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 2 พฤศจิกายน 2555 3:51:38 น.
Counter : 1297 Pageviews.

1 comment
เหนือสยาม(ต่อ)
..จากเชียงใหม่ ไป
เชียงราย


แล้วไปต่อที่ พะเยา


จบลงที่ แพร่


ทั้งหมดทั้งมวล ใช้เวลา 7คืน 8วัน

เหนื่อยมากกกกกกกกกกก

แต่กลับมา อิ่มบุญไปอีกนาน



Create Date : 20 พฤษภาคม 2552
Last Update : 20 พฤษภาคม 2552 13:43:37 น.
Counter : 191 Pageviews.

1 comment
เหนือสยาม
ปิดเทอมใหญ่ ไปเหนือค่ะ
ทั้งพิษณุโลก


สุโขทัย


ตาก


ลำปาง


ลำพูน



เชียงใหม่


นี่แค่ครึ่งทางเท่านั้น โฮะๆๆๆๆ



Create Date : 20 พฤษภาคม 2552
Last Update : 20 พฤษภาคม 2552 13:34:58 น.
Counter : 199 Pageviews.

1 comment
ปราสาทเมืองต่ำ
วันนี้ขอเสนอที่สัญญาเอาไว้

Ta Da Da Da!!!!






.
.
.
.
.
.
แฮะๆ คือ ตอนแรกตูนก็กะลงรูปแบบกระหน่ำค่ะ ติดตรงที่ตอนหาเพิ่งนึกออก ว่ารูปเราอยู่ที่เครื่องเพื่อนบรึมเรยค่ะ เหลืออยู่ที่ตูนจิ๊ดเดียวเอง จึง ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ แต่ความจริงดูรูปไม่สวยหรอกค่ะ ต้องไปดูของจริงมากกว่า เพราะมันสวยซึ้งตรึงใจสุดๆไปเลย

เข้าเรื่องค่ะๆ ทำไมที่นี่ถึงชื่อปราสาทเมืองต่ำล่ะคะ แน่นอนค่ะ เพราะมันไม่ใช่เมืองสูง แล้วเมืองสูงอยู่ที่ไหนคำตอบคือ!!!! ปราสาทเมืองสูง ก็คือปราสาทพนมรุ้งนั่นเองๆๆๆ(แอ๊คโค่)


ตอนแรกที่เดินเข้ามาก็คิดว่าคงเหมือนๆกับปราสาททั่วไปค่ะ บวกกับแสงแดดอันร้อนแรงแล้วก็การเดินทางอันสมบุกสมบัน ทำให้ตูนค่อนข้างเฉื่อยๆค่ะ อ่ะค่ะ นี่คือรูปแรก ก่อนเข้าไปข้างใน



ร้อนซะ


แต่พอลอดทับหลังเข้าไปเท่านั้น

โอ๊วมายก๊อดดด ปราสาทในฝันของชั้นกับเจ้าชายจิตรเสน!!!

ภาพนี้เลนส์กล้องเก็บไม่หมดจริงๆค่ะ ต้องใช้ม่านตาเท่านั้นถึงจะรับความตระการตาเอาไว้ได้

รูปตัวอย่างนี้เป็นบารายรอบปราสาทค่ะ



เห็นมั๊ยคะว่าเลนส์กล้องรับไม่ไหวจริงๆ



อีกรูปที่ชอบมาก เป็นรูปที่ต้นไม้ มันเอนเล็กๆลงไปในบาราย แต่กลับให้ความรู้สึกมั่นคง และ เดียวดายค่ะ


.
.
.
.
.
.
หมดแล้วค่ะ ตูนขอโทดแต่มันมีแค่นี้จริงๆอ่ะ อยากโชว์ทับหลังใจแทบขาด แต่หารูปไม่เจอ

ใครเคยไปที่นี่บ้างคะ รู้สึกยังไงกันบ้างตอนได้เข้าไปเดิน ตูนว่ามันโรแมนติกมั๊กมาก สวย และสมบูรณ์จนไม่น่าเชื่อ คนที่ไม่เคยไปอยากให้ลองไปเดินจูงมือกับแฟนดูนะคะ คงได้อารมณ์สุดๆ

และครั้งนี้ก็ลาด้วยภาพนี้ค่ะ เป็นสถานที่ที่กำลังถูกพูดถึงและแย่งชิงกันอยู่ อาจไม่ค่อยได้เห็นมุมนี้ซักเท่าไหร่นะคะ แต่เรื่องทุกเรื่องก็มีหลากหลายด้านมุม ฉันใดก็ฉันนั้น
ที่นี่คือเขาพระวิหารค่ะ เป็นมุมที่พอเลี้ยวปุ๊บจะเหมือนโดนมนต์สะกด เพราะอะไรหรือ คุณสังเกตุเห็นคนตัวเล็กๆที่อยู่ลึกสุดในภาพมั๊ยคะ ยายสูงอายุเสื้อขาวคนนั้นแกกำลังสีซอค่ะ นึกภาพตามสิคะ พอเลี้ยวเข้าไปปุ๊ป เห็นภาพแสงลอดเข้ามาอย่างนี้ แถมมีเสียงซอก้องกังวาลไปทั้งทางเดิน แหม เหมือนหลุดไปอยู่อีกสถานที่นึงเลยค่ะ เคลิ้มมากๆ



ไว้คราวหน้าพบกันใหม่นะคะ ขอบคุณที่เข้ามาชมค่ะถ้าหาเวลาได้ลองไปปราสาทราชวังเก่าๆแบบนี้ดูนะคะ ให้ความรู้สึกดีมากเลย



Create Date : 03 มิถุนายน 2551
Last Update : 11 พฤษภาคม 2552 18:02:19 น.
Counter : 607 Pageviews.

2 comment
1  2  

หวั่นไหวคล้ายเงา
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]