เที่ยวสบายสไตล์ WiL
Group Blog
 
All blogs
 

ทริปหนีร้อนไปพึ่งเย็น - แบกเป้ตะลุยเกาหลี Day 5(ชมดอกเชอรี่ยามเช้า - เก็บตกเมียงดง-บ๊ายบายเกาหลี)

เช้าวันสุดท้ายแล้วจร้า เมื่อคืนแอบเห็นดอกเชอรี่บานใกล้ๆสถานีชุงมุโร่ เช้านี้เดินมาดูกัน ก่อนแวะไปทานข้าวเช้าที่เมียงดง




























ชมดอกไม้สวยๆชื่นใจแล้ว ไปขึ้นรถไฟกันดีกว่า เดี๋ยวไปเมียงดงกัน



แผนผังรถไฟ.....ทำไมมันเยอะแบบนี้



แผนที่เมียงดง



ไปโบสถ์เมียงดงกันก่อนน๊า เช้าๆแบบนี้ไม่มีคน





ด้านในก็สวยดี







เดินเข้าไปในเมียงดงกันดีกว่า บรรยากาศเช้าๆแบบนี้ มันช่างเงียบเหงาเจงๆ





ร้านนี้คนเยอะมว๊ากกก อร่อยแน่เลย



แต่เรามากินอันนี้ หม้อไฟ อร่อยฝุดๆ









อิ่มแล้ว เดินเล่นสักแป๊บ นี่แฟนใครเอ่ย



Display สวยๆ



กลับมาช็อปของแห้งแถวที่พักดีกว่า ถูกดี ตลาดชุงบุ จ้า











อันนี้อร่อยฝุด ปลาหมึกเส้น เคี้ยวจนปวดฟัน



หม้อนี่ก็อยากเอามา แต่กระเป๋าน้ำหนักเกินแล้ว



นี่ไข่ปลานะ ซื้ออันเป็นหลอดๆกลับมา แม่บอกไม่รู้จะเอามาทำกับข้าวไร แป่วว



ไปสนามบินกันเถอะ



ไฟลท์ออกห้าโมง Korean Air คิดถึงบ้านจุง



แอบถ่ายในเครื่อง





กลับบ้านโดยสวัสดิภาพ



สรุปทริปนี้ค่าใช้จ่ายเบ็ดเสร็จต่อคนประมาณ 32,000 บาท

- ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ Korean Air
- ที่พัก Hyundai Residence 4 คืน
- ค่าอาหารทุกมื้อ (แอบเม้าท์บางวันเหนื่อยจนกินไม่ลง 555)
- ค่ารถไฟ+แท็กซี่+รถบัส+เรือข้ามฟากเกาะนามิ
- ค่าตั๋วเข้าชมสถานที่ต่างๆ

ทริปนี้สนุกมากมาย แนะนำเพื่อนๆไปเที่ยวเกาหลีแบบนี้นะ อยากไปไหน กินอะไร ทำอะไร เลือกได้ สบายเบย สโลแกน เที่ยวเกาหลี ไม่ยากอย่างที่คิด

เจอกันทริปต่อไปจ้า




 

Create Date : 02 กันยายน 2556    
Last Update : 4 กันยายน 2556 7:22:24 น.
Counter : 940 Pageviews.  

ทริปหนีร้อนไปพึ่งเย็น - แบกเป้ตะลุยเกาหลี Day 4 (หมู่บ้านอังกฤษ-บ้านสีลูกกวาด-ปิคนิคที่ยออิโด)

เช้าวันที่ 4 เดินทางออกนอกเมืองกันอีกแล้ว วันนี้เราจะไป English Village ที่ Paju กันจ้ะ เดินไปสถานีรถไฟกันเลย



ยังเช้าอยู่เลย คนน้อยมาก



ลงทีสถานี Hapjeong exit 2 ออกมาจะเห็นตึกแปลก ๆ หน้าตาแบบนี้ รอขึ้นรถเมล์ฝั่งตรงข้ามตึก





งานเข้าละ รถเมล์มัน ........อ่านไม่ออก แต่ดูเน็ตมาแล้วว่า สาย 200 กับ 2200 มันผ่านอ่า เอา 2200 ดีกว่า ท่าทางถึงเร็ว



รถเมล์ออกนอกเมือง นั่งสบายดีนะ ภายในหน้าตาแบบนี้ จขบ. เลือกนั่งหน้าประตูเลย กลัวหลง





ถึง English Village เค้ามีบอกเป็นภาษาอังกฤษด้วยนะ ไม่ต้องกลัว นี่เลย ป้ายรถเมล์ วันนี้วันอาทิตย์ คนน้อยมั่ก ๆ เนื่องจากโรงเรียนปิด ที่นี่เค้ามีโรงเรียนอยู่ข้างในด้วยอ่ะ



เดินขึ้นไปเรื่อย ๆ เจอละ ทางเข้า สวยเชียว











เหมือนไปเมืองนอกเลย มีให้ทำ passport ด้วยนะ













ตรงด้านหลัง จขบ. มี ตม. สัมภาษณ์ด้วยนะ เป็นฝรั่งซะด้วย (รู้สึกจะเป็นอาจารย์ที่โรงเรียนนั่นแหละ) ยื่น passport (ปลอม) ให้ เค้าก้อชวนคุย ตลกดี ถามว่า ไม่พาแฟนมาด้วยเหรอ จขบ. บอกไม่มีแฟนอ่ะ เค้าเลยแซว สวย ๆ แบบนี้ไม่มีได้ไง แถมทำหน้าเสียใจ ฮาอ่ะ

นี่ด้านในก่อนเข้าประตูใหญ่







เดินผ่านประตูเข้ามาข้างในละ สวยเชียว





อารายเนี่ย??? แว๊บเข้าไปซื้อของแป๊บเดียว คนตรึม แอบเคืองอ่ะ





แต่ว่า.....นี่ใครเอ่ย







อ้ะ ดูกันชัด ๆ



จางกึนซอก ไม่น่าเชื่อ จขบ. เดินผ่านเข้าไป สตาฟเค้าก็ไม่ได้ห้ามนะ คงขี้เกียจคุยกับคนต่างด้าว เดินไปสวนกับจางกึนซอกเลย ห่างแค่สองก้าวเอง ทำไรไม่ถูก เลยทัก morning ไปคำเดียว เค้าก็ยิ้ม ๆ ให้น่ะ ส่งจูบให้อีกต่างหาก น่ารักดีอ้ะ

กลับมาเพิ่งรู้ว่า นี่คือกองถ่าย Love Rain นี่เอง ส่วนฉากที่เซ็ตในบ้านสี่ฤดู ก็ของเรื่องนี้เหมือนกัน สรุปว่า จขบ.ไปตามรอย Love Rain ไม่รู้ตัวเลย 555

กองถ่ายมาแป๊บเดียวไป เราก้อมาชม English Village กันต่อดีกว่าเนาะ





















































อันนี้เป็นห้องเรียน มีบาง class เปิดสอนด้วย เดินไปดูกัน











หมดละ เดินย้อนออกมาทางประตูหน้า ไปต่อกันที่หมู่บ้านลูกกวาดกันเลย ออกประตูเลี้ยวเดินมาทางซ้าย ไปถึงสี่แยกจ้ะ







แต่ว่าหลงอ่ะ เลี้ยวผิดไปทางซ้าย เดินไปเป็นชั่วโมงเลย พอดีเจอคุณลุงพูดอังกฤษได้นิดหน่อย แกว่าให้เดินมาที่แยก เดินข้ามแยกไปก็ถึงละ ว่าแต่หมดแรงแระ กินข้าวก่อนละกัน

















เดินจิบโค้กกันอย่างสบายใจ หลังจากเดินหลงไปเป็นชั่วโมง



เจอป้ายแล้ววววว เข้าไปกันเลย









โห....ไกลเป็นกิโลเลย ปวดขาแล้วนะ แต่ต้องสู้อ่ะ ฮึ่บ ๆ เริ่มเห็นรำไรละ





ถึงแล้ว คนมากมายมหาศาล เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ น่ะ ถ่ายรูปสวยดี แต่แดดแรงน่ะ กลับจากนี่ ตัวดำปี๋เลย มาดูรอบ ๆ กัน































เกือบเย็นละ กลับเข้าโซลดีกว่า เด๋วเราจะไปปิคนิคที่ยออิโดกัน ได้ข่าวว่าดอกเชอรี่บานแล้วนะ

เดินย้อนออกมา ขึ้นรถเมล์สายเดิม ลงป้ายเดิมที่ขึ้นมาเลยจ้ะ







ก่อนไปแวะซื้อขนมกัน ร้านนี้ดังนะ Paris Baguette เค้กน่ากินมากกกก













อันนี้ของพวกเรา ที่เหลือไปซื้อตามทาง



ถั่วชุบแป้งทอด อร่อยดี



เดินขึ้นจากสถานียออิโด เจอเลย ดอกเชอรี่













ไปหาที่นั่งปิคนิคดีกว่า ข้ามถนนไปก็เป็นสวนสาธารณะริมแม่น้ำฮัน













นั่งแถวนี้ดีกว่า ลมเย็นมั่ก ๆ หนาวจนสั่นอ้ะ





อิ่มแล้วเดินเล่นชมวิวกันหน่อย









มีดอกไม้สวย ๆ ด้วย เสียดายเริ่มมืดแล้ว













ค่ำแล้ว กลับดีกว่า ฮั่นแน่ ดอกเชอรี่บาน แถว ๆ ที่พักด้วยนะ พรุ่งนี้เช้าแวะมาดูดีกว่า



พรุ่งนี้วันสุดท้ายละ ไฟลท์ออกตอนบ่าย เช้าว่าจะมาดูดอกเชอรี่แถวที่พักอีกรอบ ไปทานข้าวเช้าที่เมียงดง แล้วก็ซื้อของกลับบ้านที่ตลาดขุงบุ ไว้เจอกัน Day 5 จ้า




 

Create Date : 13 ตุลาคม 2555    
Last Update : 13 ตุลาคม 2555 19:25:00 น.
Counter : 3015 Pageviews.  

ทริปหนีร้อนไปพึ่งเย็น - แบกเป้ตะลุยเกาหลี Day 3 (coffee prince-บ้านสี่ฤดู-มหาลัยฮงอิก)

ตะลุยหนักกันมาสองวันแล้ว วันนี้ขอชิลล์ ชิลล์ เที่ยวในเมืองกันบ้าง

เริ่มจาก subway Hongik Univer. exit 4 (จริง ๆ หนังสือเค้าบอกให้ออกที่ exit 5 น่ะ จำผิด เลยตามเลย) จากภาพด้านล่าง เดินย้อนกลับมาจากตึกในภาพนี้น่ะ



เดินมาเรื่อย ๆ ไกลหน่อยน่ะ เจอร้าน Seven Spring แล้วเลี้ยวซ้ายตรงขึ้นไปเลย ชมวิวไปพลาง ๆ



เริ่มเห็นซากุระกันบ้างแล้วนะ











ขอสักรูป



ยังเช้าอยู่ตึกรามบ้านช่องดูสงบเงียบ




















ร้านนี่เก๊า เก่า เนอะ





แต่มันคือ...coffee prince นั่นเอง สิบโมงแล้วยังไม่เปิดเลย ยืนรอกันหลายคณะทีเดียว มีบางคนเขียนระบายอารมณ์ฆ่าเวลา 555



ระหว่างรอร้านเปิด ยืนมองนาน ๆ ร้านมันไม่เก่าหรอก แบบว่า คลาสสิกน่ะ (ปลอบใจตัวเอง)





สิบโมงครึ่งกว่า ๆ ร้านเพิ่งเปิด (ทำไมเปิดสายอ่ะ) เข้าไปกันเลย ใครดูซีรี่ย์ coffee prince บ้าง จำนางเอกได้ไหมเอ่ย



เข้าไปปุ๊บ เจอเมนูในร้านน่ารักอ่ะ



ยังหาโต๊ะนั่งไม่ได้นะ พนักงานต้อนให้ไปสั่งกาแฟก่อนเลย สั่งเสร็จไปหาโต๊ะนั่ง เค้าจะเอามาเสริฟให้เอง แบบว่าร้านมันเล็กน่ะ พนักงานจำหน้าได้อยู่

เมนูกาแฟ มีตามนี้





มาดูภายในร้านกัน แบบว่าโรแมนติกอ่ะเนอะ

















มุมนี้ยอดฮิต ไม่ถ่ายไม่ได้นะจ๊ะ



มุมนี้สวยดี ขอสักภาพ



กาแฟมาแล้ว รสชาดธรรมดาน่ะ ขายบรรยากาศมากกว่า



ส่วนอันนี้ของ จขบ. Hot Espresso



อีกสักรูป มาถึง coffee prince ละ คอนเฟิร์ม!



จากนั้นเดินต่อไปมหาลัยฮงอิก ชมวิวกันชิลล์ ชิลล์









ถึงแล้ว มหาลัยฮงอิก เข้าไปดูสักหน่อย















มีซากุระอีกละ ดีจังเลย









นั่งพักแป๊บ หน้ามหาลัย เด๋วเดินไปบ้านสี่ฤดูกัน



เดินๆๆๆ เห็นป้ายละ เข้าไปกันเลย







ที่นี่แหละ แต่ว่า....



เค้ารื้อฉากหนังสี่เรื่องออกไปหมดแล้ว ฉะนั้นใครอยากมาบ้านสี่ฤดูก้อไม่มีแล้วนะ นี่ยังดีที่ว่า สต๊าฟกองถ่ายเค้าอนุญาตให้เราเดินดูได้แป๊บนึง























เศร้าอ่ะ อุตส่าห์มาถึงที่ รื้อแล้วก้อไม่บอก

กลับมาที่มหาลัยฮงอิกอีกรอบ ด้านหน้ามีถนนคนเดิน เดินเล่นแก้เซ็งดีฝ่า















น้องหมาน่ารัก





ร้านสกินแคร์ มีคนไทยอุดหนุนกันเนืองแน่น



พัดลมไอร้อน เพิ่งเคยเห็น



หมดมุขละ กลับไปเมียงดงดีกว่า เดินช็อปแล้วหาข้าวเย็นกินด้วย ระหว่างทาง กินอันนี้รองท้องไปก่อน









เมียงดงยามเย็น คนเยอะเสมอ





แบบว่ามื้อกลางวันไม่ได้กินข้าว จขบ.เล็งแต่ของกินตลอด



















สุดท้ายกินข้าวร้านเดิม ที่มาวันแรก ร้านนี้เปิด 24 ชม. ด้วยนะ ฝากท้องได้เลย



เย็นนี้กินซุปกิมจิ ข้าวยำเกาหลี กับไข่เจียว









จขบ. ได้ชุดตะเกียบช้อนมาเซ็ตนึง ใช้ดีมากน่ะ ควรจะเลือกตะเกียบที่เป็นเหลี่ยมแบน ๆ จะจับถนัดมือกว่าแบบกลมนะ



อิ่มละ กลับที่พักดีกว่า วันนี้จะนอนให้เต็มอิ่ม พรุ่งนี้ไปต่อกันที่ English Village + Provence Village + ปิคนิคยามเย็นที่เกาะยออิโด แถมมี surprise เล็ก ๆ ที่ English Village ด้วยนะ เจอกันตอนหน้าจ้า




 

Create Date : 03 มิถุนายน 2555    
Last Update : 4 มิถุนายน 2555 12:01:48 น.
Counter : 2113 Pageviews.  

ทริปหนีร้อนไปพึ่งเย็น - แบกเป้ตะลุยเกาหลี Day 2 (เกาะนามิ - หมู่บ้านฝรั่งเศส)

เมื่อคืนเหนื่อยจัดหลับเป็นตายเลย 555 แต่เช้าวันนี้ต้องตื่นแต่เช้าไปเกาะนามิ ออกเดินทางกันเลย

บรรยากาศตอนเช้าระหว่างเดินไปสถานีชุงมุโร่









จากสถานีชุงมุโร่ นั่ง subway ไปลงสถานี ดงแดมุน ต่อไปลง Hoegi จากนั้นไปที่ Sangbong (เอ่อ ทำไมป้ายบอกว่าไป Jungnang) จาก Hoegi ไปแล้วเราจะนั่งรถไฟบนดินกันนะจ๊ะ หนุกดี









ถึง Sangbong แล้วลงบันไดเลื่อนไปด้านล่าง



เห็นร้านนี้แล้วไม่หลงแน่นอน



จากนั้นต่อรถไฟไปสถานี Gapyeong





มาดูบรรยากาศบนรถไฟไป Gapyeong กัน รถไฟใหม่และสวยมากเลย มีชื่อสถานี พร้อมรูปภาพด้วย



บนรถไฟขายของก็ได้เหรอ!?



เด็กนี่ลอกการบ้านเพื่อนตั้งแต่ Sangbong จะไปลงไหนไม่รู้ แต่ตอนเราลงมันยังลอกไม่เสร็จ



ถึง Gapyeong แล้ว ดูโพยสิ เต็มไม้เต็มมือ 555



ออกมาหน้าสถานี สงสัยยังเช้าอยู่ ไม่ค่อยมีคน เดินข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม มีป้ายรถเมล์อยู่จ้ะ





รถเมล์มาแล้ว น่าจะไม่ได้ไปเกาะนามิทุกสายหรอกนะ ที่ป้ายรถเมล์ก็มีแต่ภาษาเกาหลีอ่ะ อ่านไม่ออกเลยต้องใช้ไม้ตาย ถามคนขับเลย นามิ? นามิ? คุณลุงคนไหนตอบว่า เย่ เป็นใช้ได้ อิอิ





ไม่แน่ใจว่ารถเมล์สุดสายที่นามิเลยหรือเปล่านะ แต่พอเค้าเลี้ยวเข้ามาเห็นมีรถทัวร์นักท่องเที่ยวจอดเยอะ ก็เลยลงน่ะ เดินตรงเข้าไปเลย



มีป้าย immigration เดินเข้าไปซื้อตั๋วกันเลยจ้า ได้แผ่นพับหน้าตาเป็นแบบนี้ มีภาษาไทยซะด้วย







รอขึ้นเรือ...ไม่นาน แป๊บเดียวก็มาแล้ว





เรือมาแล้ว ไปกันเลย นั่งเรือแค่สิบกว่านาทีก็ถึงละ













ถึงฝั่งแล้วจ้า Welcome to Nami



ชมบรรยากาศกันหน่อย มีที่ถ่ายรูปสวย ๆ เยอะเชียว

























แต่ยังไง ก็ต้องถ่าย 2 วิวนี้ ไม่งั้นถือว่ามาไม่ถึงนะจ๊ะ





วิวทิวสน นี่ก็ไม่น่าพลาด





เป็นธรรมชาติมาก มีกระรอกด้วย



แถมมีเป็ดดำน้ำโชว์ตุ๊ด 3 ตัว



เดินเล่นอย่าให้มือว่างนะ หาอะไรกินไปด้วย









แต่อ้ายแป้งต็อกนี่ ผ่านดีกว่า ทำไมคนเกาหลีชอบกินกันจัง




ไอติมเค้าก็แปลก ๆ ดี





เดินเที่ยวหนำใจแล้ว ข้ามฟากกลับมาดีกว่า หาอะไรกิน ยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลยนะเนี่ย หิวจัง...เดินกลับออกมาทางเดิม กะว่าร้านด้านขวามือเนี่ย สักร้านนี่ละ



สุดท้ายก้อได้กิน นี่.....ทักคาลบี้ เดินเข้าไปอาจูม่าถามอะไรไม่รู้ฟังไม่ออก เราเลยชูสี่นิ้วให้ดู (คือมากินสี่คน อิอิ) เค้าเลยจัดให้แบบนี้แหละ







สุกแล้ว กินกันเลย รสชาติเข้มข้น ยิ่งใกล้หมดยิ่งอร่อยนะเนี่ย (แต่แอบมีแป้งต็อกหลายเส้นเลยอ่ะSmiley





อิ่มละ ค่าเสียหาย 24,000 วอน ไปเที่ยวหมู่บ้านฝรั่งเศสต่อดีกว่า ดูจากแผนที่แล้วมันจะถึงก่อนนามิ 2 สถานี เพราะฉะนั้นต้องกลับไปที่สถานี Gapyeong ก่อน นั่งแท็กซี่ดีกว่า ไม่เห็นมีรถเมล์เข้ามาเลยอ่า

รอรถไฟขากลับ ย้อนไปลงที่สถานี Cheongpyoeng



ถึงแล้วเดินออกไปหน้าสถานีข้ามถนนไป เดินไปทางซ้ายแล้วเลี้ยวขวา จากนั้นตรงขึ้นไปเรื่อย ๆ ผ่านสี่แยกขึ้นไป ตรงขึ้นไปอีก(ไกลอยู่นะ) จากนั้นเลี้ยวซ้าย จะเจอสถานีขนส่ง พอดีเหลือบไปเห็นข้างรถเขียนว่า Petite France ก็ขึ้นไปเลย อันนี้จ่ายเงินสดนะ ใช้ T-Money ไม่ได้ นั่งรถไปประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงละ หมู่บ้านฝรั่งเศส







ค่าเข้าชมตั้ง 8000 วอนแน่ะ แต่เล็กนิดเดียวเองอ่ะ มองดูธรรมดา แต่ถ่ายรูปกลับสวยแหะ































เย็นแล้วกลับดีกว่า ยืนพักนึงไม่เห็นมีรถเมล์ผ่านมาเลย ทำไงดี บังเอิญมีแท็กซี่มาส่งผู้โดยสารที่หมู่บ้านฝรั่งเศสพอดี เลยนั่งแท็กซี่กลับมาที่สถานี Cheongpyeong นั่งรถไฟกลับเข้าโซล

แวะเดินเล่นนิดหน่อย แถวทงแดมุน









ยังไม่ได้กินข้าวเย็นเลย แต่เหนื่อยกันจนกินไม่ลง เสียดายจัง น่ากินนะเนี่ย







แบบว่าอยากนั่งกินร้านแบบนี้บ้างอ่ะ





แต่...กินไม่ไหวละ กลับที่พักดีกว่า เห็นขนมอะไรไม่รู้ ตุนไว้กินตอนเช้าดีกว่า ไส้เป็นถั่วอ่ะ แปลกดี



ขากลับในสถานีรถไฟ เจอป้ายโฆษณาศัลยกรรม แม่จ้าว มันเปลี่ยนขนาดนี้เลยเหรอ เป็นเราคงรอไปเกิดใหม่ให้สวย ๆ ดีกว่า แบบว่าไม่กล้าอ่ะ



กลับถึงสถานีชุงมุโร่ละ เดินเข้าที่พัก ผ่านโบสถ์ กลางคืนสวยไปอีกแบบ



เหนื่อยจัง นอนดีกว่า พรุ่งนี้จะไป ร้านกาแฟ coffee prince, เดินเล่นที่มหาลัยฮงอิก แล้วก็บ้านสี่ฤดู ไว้เจอกัน Day 3 จ้า




 

Create Date : 19 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 20 พฤษภาคม 2555 7:32:28 น.
Counter : 3869 Pageviews.  

ทริปหนีร้อนไปพึ่งเย็น - แบกเป้ตะลุยเกาหลี Day 1 (เดินเล่นตลาดชุงบุ - คลองชองเกชอน - นัมซานทาวเวอร์)

จขบ. ห่างหายจากการท่องเที่ยวไปพักใหญ่ ว่าแล้วก็เอาซะหน่อย แบกเป้ตะลุยเกาหลีกันเล้ย

ออกเดินทางวันที่ 11 เมย. 2555 ด้วยสายการบิน Korean Air KE654 ไฟล์ทออกห้าทุ่มสี่สิบห้า ถึง Incheon ประมาณเจ็ดโมงกว่า ๆ ผ่านตม.อย่างง่ายดายไม่น่าเชื่อ ทั้งที่เป็นกรุ๊ปสาวโสด (ส.ว.) สี่คน 555

รับกระเป๋าเรียบร้อย สิ่งแรกที่เห็นก็จะเป็นวิวนี้แหละ



Welcome to Korea



ก่อนจะออกจากสนามบิน แนะนำให้แวะซื้อ T-Money ที่เซเว่น ไว้ขึ้นรถเมล์ / รถไฟฟ้า จะได้ไม่ลำบากในการเดินทาง มัดจำใบละ 2500 วอน เติมเงินไว้สัก 10000 วอน จขบ.ได้บัตรหน้าตาแบบนี้





เข็นกระเป๋าไปขึ้นแอร์พอร์ตบัสเข้าโซลกันดีกว่า จขบ.จองที่พักไว้ที่ Hyundai Residence อยู่แถว ๆ Dongdaemun ต้องไปบัสเลขที่ 6015 จ้า





พอรถมาจอด รอคุณลุงคนขับมายกกระเป๋าเก็บใต้ท้องรถก่อนนะ ลุงจะให้ตั๋วมาหนึ่งใบ จากนั้นบอกคุณลุงว่าจะลงที่ไหน จากนั้นขึ้นไปหยอดเงิน 10000 วอน ใส่กล่องข้างคุณลุง แค่นี้เป็นอันเสร็จพิธี เลือกที่นั่งได้ตามสบาย ตั๋วหน้าตาเป็นแบบนี้





รถวิ่งจากสนามบินเข้ากรุงโซล ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง เข้าใจว่าเป็นช่วงเวลาเร่งด่วน เพราะขากลับมันแค่ชั่วโมงเดียว ดูวิวกันไปพลาง ๆ ก่อน







ถึงป้ายโรงแรม Kukdo จุดหมายของเราละ เดินลากกระเป๋าไปโรงแรมตามที่ search google มา แม่เจ้า เดินเป็นกิโลเลยมั้งนั่น แต่ก็ถึงจนได้ Hyundai Residence อันนี้จองผ่านอโกด้ามาตั้งแต่ต้นปี ตกคืนละสามพันกว่าบาท ก็โอเคนะ







โรงแรมตั้งอยู่แถวแหล่งทำสิ่งพิมพ์ อาจจะไม่ค่อยน่าดู แต่ก้อไม่มีปัญหา ดูปลอดภัยดี มาดูกันรอบ ๆ เป็นไงบ้าง





พวกเรามาถึงก่อนเวลาเช็คอิน 14.00 น. เลยฝากกระเป๋าไว้ก่อน แล้วไปทำภารกิจต่อไป คือแวะเอาของไปให้เพื่อนร่วมงานที่ได้ข่าวว่าพวกเราจะมาเที่ยว เลยฝากซื้อของจากเมืองไทยซะเลย ฝากไว้ก่อนเถอะ เจ้า Mac Kim

ออฟฟิศอยู่ใกล้สถานีรถไฟ Gwanghwamun พวกเราเลยเดินไปขึ้นรถไฟที่สถานี Dongdaemun History & Culture Park เดินจากโรงแรมผ่านตลาด Chungbu ซึ่งเป็นตลาดสด ส่วนใหญ่เป็นพวกอาหารแห้ง สาหร่าย ซึ่งก็ดี ขากลับจะได้แวะซื้อ ใกล้ที่พักดี แถมราคาถูก 555























ระหว่างเดินไปขึ้น subway เกิดหิว หาอะไรกินดีกว่า เจอร้านนึงในสถานีรถไฟ เข้าไปกันเลย ว่าแต่มันไม่มีภาษาอังกฤษอ่า



อาจูม่าเจ้าของร้าน น่ารักมาก คุยเก่ง (แต่เราฟังไม่ออก) 555



ชี้รูปเอา ได้อาหารมาหน้าตาแบบนี้ อร่อยทุกอย่างเลย ขอบอก







มาถึงละ สถานี Gwanghwamun exit 1 ตึกสีฟ้า ๆ ข้างหน้านี่แหละ ออฟฟิศของเรา มองไปที่ตึกไม่เห็นมีภาษาอังกฤษ แต่มีตัวเล็ก ๆ อยู่บนก้อนหินหน้าตึก "Royal Bldg" กลัวชาวต่างชาติจะหาเจอหรือไงไม่ทราบ (อารมณ์ค้าง เสียเวลาเที่ยว 555)





แต่....ติดพักเที่ยง เลยต้องเดินเล่นรอบ ๆ ออฟฟิศไปก่อน เดินไปเดินมา เจอกับ....พระราชวังเคียงบกกุง





แต่หยิ่งไม่เข้า ทริปนี้ถือคติไม่เข้าวัด เข้าวัง อิอิ ว่าแต่ ต้องถ่ายรูปไว้ก่อน ตอนมากับทัวร์ เค้าไม่ปล่อยเรามายืนตรงนี้หรอก หวัดดีจ้า จขบ.เองจ้า



เดินเล่นรอเวลา.....















เจอของดีแล้ว นายพลอะไรสักอย่างนี่แหละ อิอิ



เดินตรงขึ้นไป จะมีแสดงน้ำพุเต้นระบำด้วยนะ





ได้เวลาละ ไปออฟฟิศดีกว่า อยู่ชั้น 7F



เยี่ยมชมออฟฟิศสักพัก ได้เวลาเช็คอินแล้ว กลับโรงแรมไปอาบน้ำดีกว่า ว่าจะไปขึ้นรถไฟแถวเมียงดง ระหว่างเดิน เราก็เจอกับ....หอยหลอดยักษ์นี่เอง แสดงว่าถึงคลองชองเกชอนแล้วสินะ เดินเล่นกันหน่อย















ระหว่างเดินก็มีจัดนิทรรศการภาพถ่าย พิธีอะไรสักอย่าง ที่ข้างคลองนี่แหละ







กลับที่พักดีกว่า มาดูข้างในเป็นยังไง อันนี้วิวจากหน้าต่างห้องพัก



มีครัวเล็ก ๆ พร้อมตู้เย็นใหญ่ยักษ์









กินขนม อาบน้ำพักผ่อนสักแป๊บ สี่โมงค่อยออกไปรอบเย็น







พักผ่อนหายเหนื่อย เดินไปทางสถานีชุงมุโร่ Hyundai Residence นี่ดีอ่ะ มี subway หลายเส้นรอบเลย แต่ใกล้สุดน่าจะเป็นชุงมุโร่นี่แหละ ระหว่างทางมีโบสถ์สวยดี แถมมีร้านขายสัตว์น่ารัก ๆ





เย็นนี้ว่าจะไป Namsan Tower กัน เดิน ๆๆๆ ขึ้นเขาไปสามลูกได้ (โม้) เห็นป้ายซะที







ซื้อตั๋ว Cable Car ขึ้นไปบน Namsan Tower เอาแบบ round trip ตั๋วหน้าตาแบบนี้



วิวจาก Cable Car















ถึงข้างบนแล้วจ้า นี่ไง Namsan Tower













เด๋วเดินไปดูที่เค้าแขวนกุญแจกัน











เค้ามีพิพิธภัณฑ์หมีเท็ดดี้ด้วย แต่ไม่เข้าดีกว่า เปลือง 555 ถ่ายข้างหน้านิดนึงพอเป็นพิธี



ขากลับนั่ง Cable Car ลงมา แล้วก็พบว่า.....จริง ๆ แล้วเค้ามี Cable เล็ก ๆ ขึ้นฟรี ให้ขึ้นมาต่อ Cable ใหญ่ สรุปว่าปีนเขาสามลูกขึ้นมาเพื่อ....







เดินๆๆๆ ไปกินข้าวที่เมียงดง







เอาร้านนี้แล้วกัน มีเมนูอังกฤษ อุ่นใจดี







อร่อยอ่ะ เหมือนมื้อกลางวันเลย





จขบ.สั่งอันนี้ Ramyeon ชื่อเก๋เนอะ แต่มันก็คือมาม่านั่นเอง 555







อิ่มแล้วกลับที่พักดีกว่า พรุ่งนี้ว่าจะไปเกาะนามิ / หมู่บ้านฝรั่งเศส ไว้เจอกัน Day 2 จ้า




 

Create Date : 01 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 8 มิถุนายน 2555 6:19:57 น.
Counter : 1681 Pageviews.  

1  2  

travelsaint
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add travelsaint's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.