Welcome To ทองหลาง Bloggang ว่างๆ ก็แวะเข้ามา...ยินดีต้อนรับจ้า
ตอนที่ 26



หลังการประชุมอันยาวนานก็เป็นเวลาพักกลางวันกริชนะถูกดึงให้ออกไปร่วมรับประทานอาหารกับบรรดาคณะกรรมการผู้ถือหุ้นของบริษัทเขาเอ่ยชวนเขมขวัญให้ออกไปด้วยกัน ทว่าเธอปฏิเสธด้วยเหตุผลที่อ้างคือการสรุปวาระการประชุมให้เสร็จ เพื่อว่าจะได้จัดงานงานอื่นๆที่กองอยู่เต็มโต๊ะ กริชนะยอมตามนั้นและหายออกไปไม่กลับเข้ามาบริษัท...ไม่มีการโทรมาบอกสาเหตุให้ทราบ

เขมขวัญกลับมาถึงบ้านโดยลำพังด้วยความสงสัยใคร่รู้ถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อค่ำวานเหตุการณ์ที่เป็นปัญหาให้ต้องมานั่งกังวลจนไม่เป็นอันทำอะไรในตอนนี้...แล้ว...จะต้องถามใครถึงจะได้คำตอบตรงตามจริง...คำตอบมีอยู่ในใจแล้วทว่า เจ้าของคำตอบจะยอมเล่าทุกอย่างให้ฟังจนหมดเปลือกหรือเปล่านี่สิยังเป็นปัญหาเพราะยิ่งช่วงระยะหลัง ๆ มานี่ ดูเหมือนพลังอำนาจของท่านจะมากขึ้นกว่าเดิมแถมยังชอบทำอะไรตามอำเภอใจโดยไม่สนข้อห้ามที่เธอตั้งเอาไว้เลยสักนิด

เขมขวัญเดินตรงไปยังบ้านพักของเธอทันทีโดยไม่มีความจำเป็นต้องแวะที่ไหน...บอกตรง ๆ ว่าอยากนอนหลับซักงีบถึงแม้ใครจะว่าการนอนในช่วงเวลานี้ไม่ค่อยจะดีนักแต่เธอก็หวังว่ามันจะทำให้เธอกลับมามีเรี่ยวแรงในการค้นหาความจริงต่อไป

แต่...ตอนนี้เธอจะมีโอกาสได้ทำตามสิ่งที่คิดเอาไว้หรือเปล่าก็ไม่อาจทราบได้เมื่อทันทีที่เดินมาถึงหน้าประตูบ้าน ก็พบว่ามีข้าวของมากมายที่มองป๊าดเดียวก็รู้ว่าเป็นของของเธอวางกองอยู่ข้างนอก

“ขนออกมารวมกันเอาไว้ก่อนแล้วค่อยใช้รถเข็น เข็นไปพร้อมกันทีเดียว จะได้ไม่เสียเวลา”เสียงแหบแห้งสั่นเครือตามวัย สั่งการอยู่ด้านนอกในขณะที่หญิงวัยรุ่นอีกสองคนกำลังช่วยกันลำเลียงส่วนที่เหลือออกมา

“ดะ...เดี๋ยวค่ะคุณยาย...นะ...นี่จะขนของของขวัญไปไหนคะ”หญิงสาวรี่เข้าไปถามโดยเร็ว

“ทำอะไรไว้แล้วยังจะมาถามอีก”

“ทำอะไรไว้ ? ” สรุปว่าเราทำอะไรไว้ล่ะเนี่ย...คงเป็นเรื่องใหญ่โตถึงขนาดต้องถูกเฉดหัวออกจากบ้านเลยสินะ...โอ๊ยจะบ้าตาย”

สมองก็พยายามคิดหาเหตุผลที่ทำให้ข้าวของของเธอถูกนำมากองเอาไว้นอกบ้านแบบนี้...หรือจะเป็นเรื่องที่เจ้านายพูดเมื่อเช้า...เรื่องที่เธอทำอะไรบางอย่างโดยไม่รู้ตัวแต่...นั่นไม่ใช่ความผิดของเธอเลยแม้แต่น้อย ทำไมถึงไม่มีใครเข้าใจเธอบ้าง

“ไป...รีบทำให้เสร็จก่อนคุณกริชจะกลับมา...”

คุณยายละเอียดหันไปสั่งสาวใช้ที่ทำหน้าที่ลูกมือ...จากสีหน้าเคร่งขรึมของหญิงชราเขมขวัญคิดว่าคุณยายละเอียดคงอยากให้บรรดาลูกมือเหล่านั้นโยนของของเธอทิ้งออกไปทางนอกรั้วให้โดยเร็ว

“เดี๋ยวค่ะ...หยุดก่อนค่ะคุณยาย...”เธอรีบห้ามเอาไว้ พยายามแย่งสิ่งต่าง ๆ ที่สาวใช้ขนไปวางไว้ในรถเข็นที่ถูกนำมาจอดรอ

“ทำไม...เธอต้องการแบบนี้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ...ถอยไป...เกะกะ”คุณยายไล่ตะเพิด

“อย่าเพิ่งไล่ขวัญเลยนะคะคุณยาย...ที่พักใหม่ขวัญยังไม่มีเวลาหา...คุณยายทำแบบนี้แล้วขวัญจะไปนอนที่ไหน...ให้โอกาสขวัญหาที่พักก่อนสักวันสองวันก็ยังดี”น้ำตาเริ่มซึม เมื่อคิดถึงสภาพของตัวเองที่มีโอกาสได้นอนข้างถนนค่อนข้างสูง

“อะไรกันยะหล่อน...ได้ขึ้นไปอยู่บนตึกนี่ยังไม่พอใจใช่ไหมยังคิดที่จะขอเลือกห้องพักอยู่อีก...อย่าบอกนะว่าอยากจะพักห้องเดียวกันกับคุณกริชเหอะ...ในโลกนี้จะมีผู้หญิงคนไหนทำตัวไร้ยางอายได้มากเท่าทีอีกไหม”คุณยายหันมาเขม่นมองคนที่เข้ามาขัดขวางการทำงานให้ชักช้าอารมณ์เสีย ซึ่งจะว่าไปมันก็ไม่ได้ดีมาตั้งแม่เมื่อค่ำวานนี้แล้ว

“ขวัญนี่นะคะที่อยากพักห้องเดียวกันกับคุณกริช”หญิงสาวชี้มือมาที่ตัวเอง ดวงตาเบิกกว้าง สีหน้างุนงงสงสัยซะเต็มประดา

“หรือไม่จริง...ถ้าหล่อนไม่ต้องการอย่างนั้นหล่อนจะกล้าประกาศตัวว่าเป็นภรรยาคุณกริชเหรอ”คุณยายละเอียดกวาดสาวตามองหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่ชอบใจนัก

“ขวัญทำอย่างนั้นเหรอคะ”น้ำเสียงที่ถามออกไปสั่นเครือ...โธ่...งานเข้าไม่รู้เนื้อรู้ตัวแบบนี้ก็แย่สิ...

“ยังจะมีหน้ามาถาม...ถ้าหล่อนไม่ทำใครจะทำยะ...สมหวังหล่อนแล้วนี่ คุณกริชคงต้องการรักษาหน้ารักษาเกียรติให้หล่อนถึงได้มีคำสั่งให้ย้ายหล่อนขึ้นไปอยู่บนตึกใหญ่ได้...แล้วนี่ยังจะมาทำเรื่องมากอยู่อีก”

น้ำเสียงบ่นอันแสนยืดยาวไม่ได้เข้าหูคนที่กำลังตกอกตกใจจนอ้าปากค้างนั้นเลย...เมื่อรู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ซะแล้ว ต้องมีอะไรที่มากกว่าการประกาศ...แต่...อะไรที่ว่านั้น มันคืออะไร...

“คือว่า...เอ่อ...คุณยายคะ...คุณยายไม่ได้คิดจะไล่ขวัญออกจากบ้านใช่ไหมคะ”เขมขวัญถามเพื่อยืนยันความเข้าใจ

“ฉันอยากจะไล่หล่อนออกไปวันละสามหนถ้าทำได้ย่ะ...เกลียดนัก...พวกผู้หญิงที่ไม่รักษาศักดิ์ศรีความเป็นลูกผู้หญิง...พวกผู้หญิงที่อยากมีผัวจนตัวสั่น...ให้ท่าไม่เลือกเวลา”

เขมขวัญเพิ่งเคยเจอฤทธิ์คุณยายละเอียดแบบซึ่งๆ หน้าก็เวลานี้ นึกสงสัยอยู่มาก ทั้ง ๆที่คุณยายแกก็ไม่ค่อยจะได้ออกไปเผชิญโลกภายนอกสักเท่าไหร่ แต่ไหงปากคอถึงได้เลาะร้ายขนาดนี้ ทว่าเธอไม่ควรใส่ใจตอบโต้ให้เกิดเรื่องร้อนที่อาจจะยิ่งลุกลามจนยากจะควบคุม สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ต้องทำเวลานี้คือทำทุกอย่างให้กลับไปอยู่ในสถานะเดิมให้เร็วที่สุด

“ถ้าคุณยายไม่ได้ต้องการไล่ขวัญออกจากบ้าน...ขวัญก็จะขออยู่ที่บ้านหลังนี้ต่อนะคะ”

“แต่คุณกริชโทรมาสั่งให้หล่อนย้ายขึ้นไปอยู่บนตึก”

“เดี๋ยวขวัญจะพูดกับคุณกริชเองค่ะ...คุณยายสบายใจได้ขวัญอยู่ที่นี่ ขวัญไม่ได้ต้องการอะไรที่พิเศษกว่าที่เป็นอยู่แต่ถ้ามันจะทำให้เกิดเรื่องยุ่งยากมากมายนัก ขวัญสัญญาค่ะว่าจะหาที่ออยู่ใหม่ให้เร็วที่สุด”หญิงสาวพยายามแสดงความจริงใจ ด้วยน้ำเสียงและสีหน้า

“หล่อนต้องการอย่างนี้จริงๆ เหรอ” หญิงชราถามซ้ำ

“ค่ะ”เขมขวัญตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น

“ก็ได้...แล้วอย่าลืมสิ่งที่หล่อนพูดไปเมื่อครู่นี้ล่ะ...ฉันจะทิ้งคนไว้ช่วยหล่อนเก็บของพวกนี้กลับเข้าที่เดิมแต่หล่อนต้องบอกคุณกริชให้เข้าใจนะว่า นี่เป็นความต้องการของหล่อนเองไม่เกี่ยวกับฉัน”

“ค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นก็...”คุณยายละเอียดหันไปทางสาวใช้ทั้งสอง “หล่อนอยู่ช่วยคุณขวัญเก็บของเข้าที่ส่วนหล่อน...เข็นรถตามฉันกลับไป” นางสั่งแล้วหมุนตัวเดินดุ่ม ๆ กลับไปด้วยท่าทางที่ดูเหมือนจะกระฉับกระเฉงเกินวัย

เขมขวัญถึงกับทรุดตัวลงนั่งอย่างคนหมดแรงยังเก้าอี้สนามที่วางอยู่ใกล้ๆ นึกไปถึงสาเหตุความรู้สึกที่หญิงชราผู้มีอำนาจในบ้านคนนั้นไม่พอใจกับการดำรงอยู่ในเขตรั้วทรัพย์บริบูรณ์แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจด้วยความหนักอก...เข้าใจดีว่าทำไมคุณยายละเอียดถึงไม่ชอบเธอเอามากๆ ก็คงเพราะเหตุการณ์หลาย ๆ อย่างที่เกิดขึ้นระหว่างตัวเธอกับเจ้านายที่ทำให้มองเห็นเป็นเรื่องไม่สมควรทั้งสิ้น

“เหอะ...ไม่ชอบผู้หญิงที่ไม่รักศักดิ์ศรีความเป็นลูกผู้หญิงและไม่ชอบผู้หญิงที่อยากมีผัวจนตัวสั่น”

เขมขวัญได้แต่หัวเราะเยาะความโชคร้ายของตัวเอง...เธอเองไม่ได้ต้องการให้เป็นแบบนี้สักหน่อยแล้วจะโทษว่าเป็นความผิดของใครล่ะ ในเมื่อคนที่ต้องโทษไม่ได้มีลมหายใจให้กล่าวโทษอีกต่อไปแล้ว

“ฉันขนของของคุณเข้าไปไว้ที่เดิมแล้วนะคะคุณต้องการอะไรจะใช้อะไรเพิ่มหรือเปล่า”

เสียงสาวใช้วัยแรกรุ่นดังขึ้นใกล้ๆ ทำให้เขมขวัญรู้ตัวว่าไม่ได้นั่งอยู่ตรงนั้นลำพังเพียงคนเดียว...

“ไม่มีแล้วล่ะที่เหลือเดี๋ยวฉันทำต่อเองได้” เขมขวัญเอ่ยเมื่อนึกถึงข้าวของที่มีอยู่ไม่มากมายอะไรนักของเธอ

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วหนูขอตัวกลับไปทำงานอื่นต่อนะคะ” เด็กสาวบอกอย่างนอบน้อม

“เดี๋ยวจ้ะ”เขมขวัญเรียกเอาไว้ เมื่อมีความคิดบางอย่างเกิดขึ้น

“อะไรหรือคะ”เด็กสาวหันกลับมาทำหน้าสงสัย

“นั่งลงก่อน...มานั่งด้วยกันตรงนี้เร็วฉันมีเรื่องอยากถามอะไรสักหน่อย” เธอตบลงบนเก้าอี้อีกตัวที่วางอยู่ใกล้ ๆ กัน

“ถามเรื่องอะไรคะ”คนรับใช้ถามกลับ เมื่อนั่งลงตามคำสั่งนั้นเรียบร้อย

“ถามเรื่องค่ำวาน...ฉันอยากรู้ว่าฉันทำอะไรไปบ้างเล่าให้ฟังทีสิ เอาให้ละเอียดเลยนะ” แววตาที่จ้องไปที่เด็กสาวออกอาการบังคับ

“จะไปถามเด็กมันทำไมเด็กมันไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ถามฉันดีกว่า...ไว้คืนนี้จะเล่าให้ฟัง...” เสียงหนึ่งดั่งแผ่ว ดั่งล่องลอยมาจากที่อันไกลแสนไกล

ถามคนนี่แหละดีแล้วจะได้รู้กับไปเลยว่าผีกับคนจะเล่าเรื่องได้ตรงกันหรือแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน...

“เอ๊า ! ก็คุณเป็นคน...”

“คือตอนนั้นฉันทำงานหนักไปหน่อยแถมยังกินยาแก้หวัด แถมยังเมายาแก้ไอซะอีก สมองเบลอ จำอะไรไม่ได้เลยจริง ๆช่วยเล่าให้ฉันฟังทีนะ เท่าที่รู้ก็ได้...”

เขมขวัญรู้ว่านั่นมันเป็นข้ออ้างที่ไม่เข้าท่าเอาซะเลย...แต่จะให้ทำยังไงก็ในเมื่อเธอนึกไม่ออกจริงๆว่าจะใช้เหตุผลอะไรมาโน้มน้าวให้เด็กสาวตรงหน้ายอมเล่าในสิ่งที่อาจถูกเตือนไม่ให้เอ่ยปากถึงเรื่องเรื่องนี้ ในขณะเดียวกันกับเด็กรับใช้สาวกลับมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายแปลกๆ กับความคิดที่ว่า

ดูท่าคุณผู้หญิงคนใหม่คนนี้จะอาการหนักไม่เบาเชียว...

26

คุณกริชนะเป็นของฉันเราแต่งงานกันแล้ว...

นี่คือคำประกาศก้องให้แขกที่มาร่วมรับประทานอาหารมื้อค่ำวานได้รับทราบซึ่งแขกที่มาครั้งนั้นใช่จะมีเพียงคุณพิมพ์ชนก แต่รวมไปถึงคุณธนัญชัยด้วย

“ตายแล้ว...นี่ฉันพูดอย่างนั้นจริงๆ เหรอ” หญิงสาวถามเสียงแผ่วอย่างคนหมดแรง

“ค่ะ...แถมคุณยังยืนยันด้วยการกระทำด้วย”เด็กสาวยังเล่าต่อ

“ยืนยันด้วยการกระทำ? ยังไง” เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นเต็มหน้าผาก

“อย่าให้หนูเล่าเลยค่ะหนูไม่รู้จะเล่ายังไง...คือ...ก็...เอ่อ...เหมือนคู่สามีภรรยาที่เพิ่งแต่งงานกันน่ะค่ะ”ใบหน้าของคนเล่าแดงระเรื่อ ด้วยอาการเขินอายเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เธอเห็นมากับตาแต่ก็รู้สึกสะใจไม่น้อยที่ทำให้แขกผู้หญิงจอมหยิ่งของคุณกริชลากลับไปในทันที

“เหมือนคู่สามีภรรยาที่แต่งงานใหม่?” แก้มใส ๆแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อจินตนาการถึงพฤติกรรมของตนเองในครานั้น ก็ไหนคุณป้าบอกว่าไม่หื่นไง...อย่างนี้จะให้เอาหน้าไปไว้ที่ไหน...

“เอ่อ...หนูมีงานค้างอยู่ขอตัวกลับเข้าครัวก่อนนะคะ ไม่อยากถูกคุณยายเอียดดูว่าหนูหาเรื่องอู้”

“เดี๋ยวสิ...งั้นฝากบอกคุณที่ตึกใหญ่ด้วยนะว่าฉันไม่ขอรับมื้อเย็น”

“ได้ค่ะ...” เด็กสาวเอ่ยก่อนจะรีบลุกเดินจากไปโดยไม่รอคำอนุญาตจากว่าที่คุณผู้หญิงที่ดูเหมือนกำลังอยู่ในอาการเหม่อลอยอีกครั้ง

เขมขวัญจมอยู่กับความคิดของตนเอง...ถ้าเป็นอย่างที่ได้ยินเมื่อครู่เธอคงไม่มีหน้าไปให้ใครเห็นไม่แปลกใจสักนิดที่คุณยายละเอียดจะเกลียดขี้หน้าเพิ่มขึ้นไปอีกเท่าตัวก็เธอดันบังอาจไปเกาะแกะสุดรักสุดหวงของคุณยายอย่างหน้าไม่อายแบบนั้นนี่...

นึกย้อนไปในอดีตอันเป็นมูลเหตุที่ทำให้เธอต้องมาปวดประสาทกับวิญญาณที่ไม่ยอมไปผุดไปเกิด...และได้ข้อสรุปว่าถ้าเธอไม่ได้พักอยู่ที่นี่ เรื่องวุ่นวายพวกนี้คงไม่เกิดขึ้นสมควรที่สุดที่ต้องทำโดยด่วนนั่นก็คือ ออกไปจากบ้านหลังนี้ ให้เร็วที่สุด

“เธอไปไหนไม่ได้หรอกนะแม่หนูถ้าฉันไม่อนุญาต...”

เสียงเย็นยะเยือกพริ้วแผ่ว ทว่ากลับได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ ดังก้องอยู่ในโสตประสาทไม่ได้ทำให้เขมขวัญเกิดอาการตื่นกลัว แต่เธอกลับรู้สึกโกรธมากกว่า

“หนูเคยขอไม่ให้คุณป้าทำแบบนี้นี่คะ...แล้วทำไมคุณป้ายังทำ...”

“ทำอะไร...”

“ก็...” เขมขวัญรู้สึกกระดากปากที่จะเอ่ยถึงสิ่งที่เธอจินตนาการ “นั่นหลานชายแท้ ๆ ของคุณป้าไม่ใช่เหรอแล้วคุณป้ายังมาอาศัยร่างหนูทำในสิ่งที่ผู้หญิงไม่ควรทำ”พูดแล้วก็นึกอยากปล่อยโฮออกมาให้ลั่นบ้าน

“ก็หลานชายแท้ ๆที่รักเหมือนลูก เรื่องกอดเรื่องจูบฉันก็ทำมาตั้งแต่ตากริชตีนเท่าฝาหอยไม่เห็นจะแปลก”

“แต่นี่มันร่างหนูนะคะ...”

“ฉันเป็นส่วนหนึ่งของหนู...ยังไงหนูก็ห้ามฉันไม่ได้หรอก”

“ยังไง...ไม่เข้าใจ...ทำไมหนูจะห้ามคุณไม่ได้ถ้าคุณยังขืนทำแบบนี้อีก หนูจะหาพระมาสวมคอ จะไม่ยอมให้คุณเข้าใกล้และจะไม่ช่วยอะไรคุณอีก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหาคนร้ายหรือเขียนนิยายเจ้าปัญหานั่นให้จบ”

พอข่มขู่ไปแล้วความเงียบก็บังเกิดขึ้น...ไม่มีเสียงตอบรับหรือปฏิเสธใด ๆ ให้ได้ยินอีกนั่นไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกสบายใจเลยแม้แต่น้อยเพราะความรู้สึกของเธอในเวลานี้น่าจะเรียกว่าหดหู่ กังวลใจซะมากกว่า

“บ้าไปแล้วนะเขมขวัญ...เธอไม่ได้ทำอะไรเกินไปซักหน่อยไม่ได้พูดรุนแรงอะไรทั้งนั้น แล้วจะมารู้สึกผิดทำไมกัน” หญิงสาวต่อว่าตัวเองก่อนจะลุกเดินเข้าบ้าน

ทั้งที่นึกอยากหลับซักงีบแต่ก็มีบางอย่างกวนความรู้สึกจนทำให้เขมขวัญต้องเข้ามานั่งยังโต๊ะทำงานเล็ก ๆของเธอ บนโต๊ะมีแฟ้มเกี่ยวกับสถานะการเงินที่เธอถือเป็นงานหลักที่ต้องทำเพื่อพิสูจน์ความเป็นนักบัญชีที่นายจ้างจะไม่เสียใจหากได้ว่าจ้างเธอเข้าทำงานก็ดีเหมือนกัน... ถ้าทำตัวให้ยุ่งหน่อยอาจช่วยทำให้ลืมความรู้สึกเหล่านั้นลงไปได้บ้าง

เพราะแฟ้มหนาเล่มนั้นวางทับแผ่นกระดาษจำนวนหนึ่งเอาไว้ทำให้พอเขมขวัญหยิบแฟ้มมาวางที่กลางโต๊ะ กระดาษจำนวนนั้นก็มีอันปลิวว่อนไปตามแรงลมจากเครื่องที่วางอยู่กลางห้อง

“จริงสิ...รูปพวกนี้ยังดูไม่ครบเลย”เขมขวัญพึมพำกับตัวเอง

เธอเก็บรวบรวมรูปถ่ายที่ได้จากคดีมาไว้ในมือแล้วความคิดที่จะตรวจสอบแฟ้มมีอันถูกข้ามไปโดยทันทีเมื่อมีสิ่งที่น่าสนใจมากกว่าอารมณ์แบบนี้ให้ตรวจบัญชีคงมีแต่ความผิดพลาดซะมากกว่าความรอบคอบ

“เอ๊ะ !”

หญิงสาวขยับรูปถ่ายเข้ามาใกล้ๆ สายตา หากมีแว่นขยายเธอคงใช้มันช่วยมองบางสิ่งที่ปรากฏอยู่ในภาพนั้นอันเป็นภาพห้องโดยสารด้านหน้าของรถที่เกิดอุบัติเหตุ

“พี่ก้องคะ...”เขมขวัญกรอกเสียงลงไปยังโทรศัพท์เครื่องจิ๋วในมือหลังจากที่อีกฝ่ายยอมกดรับสัญญาณที่เธอติดต่อไป

“ว่าไงครับ...ดีใจนะเนี่ยที่ขวัญโทรหาพี่”น้ำเสียงทุ้ม ๆ ฟังดูอ่อนโยนนัก

“คือว่า...เรื่องรูปที่พี่ก้องให้ขวัญมาเมื่อคราวก่อนน่ะค่ะ”หญิงสาวเริ่มเกริ่นเรื่อง

“รูป ?...อ๋อ...รูปถ่ายสำเนาเอกสารรถที่เกิดอุบัติเหตุ...มีอะไรเหรอ...ขวัญเห็นอะไร”ชายหนุ่มคิดไปถึงภาพหลาย ๆ แผ่นเคยถ่ายสำเนาให้ญาติของผู้ประสบเหตุ

“ขวัญเห็นขวดน้ำค่ะขวดบุบ ๆ ที่อยู่ใต้เบาะคนขับ...คิดว่าน่าจะเป็นขวดน้ำนะ”

“ขวดน้ำเหรอ...งั้นรอเดี๋ยวนะตอนนี้ที่อยู่ที่สำนักงานพอดี” ชายหนุ่มเอ่ย ก่อนจะลุกไปที่ตู้บรรจุแฟ้มคดีแล้วหยิบแฟ้มออกมาเปิดดูรูปถ่าย “ใบไหนน่ะขวัญ”

“เดี๋ยวขวัญถ่ายรูปที่นี่ส่งข้อความไปให้ดูนะคะ”

“โอเค...”

ไม่นานภาพที่ส่งผ่านโทรศัพท์ก็ปรากฏตรงหน้าผู้หมวดก้องเกียรติเพื่อให้เขาได้เทียบเคียงภาพถ่ายจริงที่อยู่ในมือ พร้อมเสียงใส ๆ ที่เอ่ยขึ้นเพื่อแสดงความคิดเห็นส่วนตัว

“ขวัญแค่คิดน่ะค่ะอันนี้พี่ก้องคงต้องลองตรวจสอบดูอีกทีจะได้ยืนยันผลการวินิจฉัยถึงสาเหตุของอุบัติเหตุได้ชัดเจนขึ้น”

“ครับ...แล้วพี่จะเร่งทำสำนวนให้เจ้านายของขวัญโต้แย้งไม่ได้อีก...การสรุปสำนวนคดีของเราไม่ได้ทำแบบชุ่ยๆ แต่เรายึดหลักฐานเป็นสำคัญ”

“ฝากด้วยนะคะพี่ก้อง”

“ครับผม...มันเป็นหน้าที่ของพี่อยู่แล้วไม่ต้องห่วง”

คำตอบรับที่ปลายสัญญาณสร้างความรู้สึกสบายใจให้หญิงสาวไปน้อยยกเว้นเสียงห้วน ๆ อีกเสียงหนึ่งที่เอ่ยขึ้นหลังผ่านประตูเข้ามาแบบไร้มารยาททำให้เธอต้องกล่าวลาผู้ที่เธอให้ความเคารพรักไม่ต่างกับพี่ชาย แล้วตัดสัญญาณไป

“โทรหาใคร...มัวแต่โทรศัพท์ไร้สาระอยู่นี่เองถึงได้ลืมไปว่ามีคนรอกินข้าวอยู่”

“ก็ขวัญฝากบอกไปแล้วนี่คะว่าไม่...”

“ฉันไม่สน...สามีภรรยากันก็ต้องกินข้าวพร้อมหน้ากันสิ เธอเป็นคนพูดเองไม่ใช่เหรอ...ฉะนั้น ถึงเธอไม่กินเธอก็ต้องขึ้นไปนั่งเป็นเพื่อนคอยดูแลเอาใจใส่สามีของเธอให้ได้รับความสุขกายสบายใจในฐานะภรรยาที่ดี ไม่ใช่แอบหนีมาโทรศัพท์หาใครก็ไม่รู้แบบนี้”แววตาคมแกมดุจ้องเขม็งไปยังคนที่มักจะก่อกวนอารมณ์ของเขาให้ขุ่นมัวอยู่เสมอแต่ก็น่าแปลกที่เขากลับไม่คิดที่จะกำจัดเธอออกไปให้ไกลจากชีวิตเลยแม้สักวินาที

“พี่ก้องไม่ใช่คนอื่น...อีกอย่างเราก็ไม่ได้เป็นสามีภรรยากันด้วย” เขมขวัญตอบโต้เพราะไม่ต้องการให้อีกฝ่ายที่ถึงแม้จะมีอำนาจ แต่ก็ใช่ว่าเขาจะมาบังคับให้เธออยู่ภายใต้อำนาจเขาในทุกเรื่อง

“โทรถามพ่อกับแม่เธอไหมล่ะว่าใครเป็นสามีของเธอ”

คำถามของเขาทำเอาเขมขวัญถึงกับอึ้งเธอมองหน้าคนที่เข้ามาหาเรื่องถึงที่ไม่รู้ความคิดความต้องการไม่รู้ว่าเขาจะเอายังไงกับเธอกันแน่

“เอาล่ะค่ะ...ถ้าเจ้านายอยากให้ขวัญไปนั่งเป็นเพื่อนกินข้าวขวัญก็จะไป”

“ฉันต้องการให้เธอย้ายไปอยู่บนตึกกับฉันด้วย...” เขาบอกถึงจุดประสงค์หลักที่ทำให้ต้องถ่อลงมาหาแม่ภรรยาตัวดีที่กล้าแม้กระทั่งเรียกคนในบ้านทุกคนมารับฟังประกาศความเป็นนายผู้หญิงของบ้านไม่ใช่กระทำเพียงเพื่อหักหน้าพิมพ์ชนกที่แสดงกิริยาและคำพูดดูถูกเธอว่าเป็นแค่ลูกจ้าง ไม่มีสิทธิ์มานั่งร่วมโต๊ะกับเจ้านาย

“ทำไมต้องย้ายไปอยู่บนโน้นคะ...ขวัญอยู่ที่นี่ก็ดีแล้ว”

“เพราะมันเป็นคำสั่งของฉัน...เธอทำแบบนี้แสดงว่าเธอไม่เห็นฉันอยู่ในสายตาแล้วพวกคนรับใช้ในบ้านจะคิดยังไง ในเมื่อคำสั่งของเจ้าบ้านไม่มีความหมาย”

“คุณป้า...ทำไมหลานชายคุณป้าถึงได้เป็นคนช่างเอาแต่ใจแบบนี้...มาช่วยแก้ปัญหาให้ทีสิคะ”หญิงสาวมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างระอาทว่าใจกลับคิดฟ้องไปยังคุณป้าผู้เคยเป็นผู้ปกครองของเขา

“ว่าไง...จะย้ายหรือไม่ย้าย...ไม่ตอบก็แสดงว่าไม่ขัดข้อง”เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่โต้แย้ง เขาจำต้องถามซ้ำเพื่อความมั่นใจ

“วันนี้ขอแค่ไปนั่งเป็นเพื่อนเจ้านายกินข้าวก่อนได้ไหมคะ...ส่วนเรื่องย้ายขอเวลาคิด...”

“ได้...ตอนนี้ไปกินข้าวกับผมก่อน...เรื่องย้าย อนุญาตให้อยู่ที่นี่ต่ออีกคืนเพื่อทำใจ...ไปเถอะผมหิวแล้ว...บอกแม่ครัวตั้งโต๊ะรอนานเต็มทีป่านนี้อาหารคงเย็นชืดกันพอดี”

เมื่อผลสรุปตรงตามที่ใจต้องการน้ำเสียงก็เริ่มอ่อนลง และสุภาพขึ้น ยังไงเสียกริชนะก็ไม่ยอมให้อีกฝ่ายโต้แย้งอะไรได้อีกเขาเข้ามาคว้าข้อมือนุ่มนั้นอย่างถือสิทธิ์ ทั้งจับจูงออกจากห้องไปในทันที

อาหารมื้อค่ำเป็นไปอย่างเงียบสงบแม้อารมณ์ของผู้นั่งอยู่รับประทานอาหารและผู้นั่งเป็นเพื่อนที่มีจานข้าววางอยู่ตรงหน้าเช่นกันจะค่อนข้างแตกต่างอยู่ไม่น้อย

กริชนะละเลียดอาหารตรงหน้าอย่างไม่รีบเร่งดื่มด่ำกับรสชาติอาหารที่อร่อยถูกปาก พอ ๆกับอาหารตาที่ทำเป็นไม่สนใจใครนอกจากหนังสือเล่มเล็ก ๆที่บังเอิญคว้าติดมือมาได้ทัน

“กินสักหน่อยเถอะคุณไม่แตะอาหารเลยสักคำอย่างนี้ แม่ครัวคงได้คิดว่าฝีมือตก เขาจะเสียใจ”

“ไม่หิวค่ะ...”

“ไม่หิวก็ต้องกิน...หรือจะต้องให้ป้อน”

กริชนะขยับเก้าอี้เขมขวัญรีบวางหนังสือลง แล้วคว้าช้อนส้อมมาถือไว้ในมือ...ความรู้สึกตื้อ ๆ อิ่ม ๆเหมือนจะกินอะไรไม่ลงอันตรธานหายไปในทันทีที่อาหารคำแรกถูกส่งเข้าปาก...กระเพาะมันคงรู้ว่าได้เวลาเติมเต็มแล้วก็เขมขวัญไม่เคยอดข้าวเย็นเลยสักมื้อยกเว้นตอนที่ติดอยู่กลางป่าครั้งนั้นครั้งเดียว พอได้คำแรกก็มีคำต่อ ๆไปโดยไม่จำเป็นต้องถูกกระตุ้นซ้ำ ทำให้คนนั่งมองถึงกับอมยิ้มด้วยความเอ็นดู

“ผมอยากให้คุณย้ายขึ้นมาอยู่บนตึกวันนี้นะ...ไหนๆ คุณก็ประกาศออกไปแล้วว่าเป็นอะไรกับผม เพราะฉะนั้นเราก็ต้องทำให้ถูกต้องสามีภรรยาไม่ควรแยกกันอยู่” กริชนะเอ่ยขึ้น หลังจากยกแก้วน้ำขึ้นดื่มไม่สนใจอาการสำลักที่เกิดจากความตกใจของอีกฝ่าย

“ไม่ค่ะ...ขวัญไม่ได้พูดอะไร...เรื่องบ้าๆ แบบนี้ใครจะกล้าพูด” เขมขวัญปฏิเสธ

“แต่คุณก็พูด...คุณเรียกทุกคนในบ้านมารวมกันและประกาศว่าเป็นภรรยาผมอย่างชัดเจน ไม่เพียงเท่านั้นคุณยังแสดงให้พวกเขาเห็นด้วยการกอด และจูบผมด้วย”

“ฉันนี่นะกอดจูบคุณ...โอยจะบ้าตาย...คุณป้านะคุณป้า...นั่นหลานชายคุณป้านะคะ”เขมขวัญถึงกับเอามือกุมขมับ

“ทำไม...คุณป้ามาเกี่ยวอะไรด้วย...อย่าบอกนะว่าที่คุณทำไปทั้งหมดเพราะคุณป้าเข้าสิง”กริชนะถึงกับยิ้มเยาะเหตุผลงี่เง่าที่เขาคาดเดาว่าอีกฝ่ายจะใช้เป็นข้ออ้าง

“ถ้าขวัญจะบอกอย่างนั้นล่ะ”

“ผมไม่เชื่อหรอก...เรื่องแบบนี้จะมาอ้างกันมั่ว ๆ ได้ยังไง คุณป้าทิพย์เสียไปเป็นเดือน ๆป่านนี้คงไม่เกิดหรือไม่ก็อยู่สวรรค์ชั้นไหน ๆ ไปแล้ว” กริชนะปฏิเสธ

“คุณป้าคุณยังอยู่...ท่านมีห่วงท่านไปไหนไม่ได้” หญิงสาวพยายามอธิบายถึงวันนี้เขาจะไม่ยอมรับฟังหรือเชื่อในสิ่งที่เธออยากบอก แต่ยังไงเธอก็จะเล่า

“คุณจะบอกว่าคุณเห็นวิญญาณคุณป้างั้นเหรอแล้วคุณป้าก็เข้าสิงคุณ ทำเรื่องพวกนั้นโดยอาศัยร่างของคุณ”

“ใช่ค่ะ...”

“คุณว่าท่านมีห่วง...”น้ำเสียงถามกลับนั้นห้วนจัด ถึงจะเคยมีเหตุการณ์แปลก ๆ เกิดขึ้นให้ชวนประหลาดใจแต่เรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้แบบนี้ถ้าเชื่อก็บ้าแล้ว

“ค่ะ...ท่านบอกฉันว่าไปไหนไม่ได้จนกว่าจะได้รับการปลดปล่อย”

“ห่วงที่ว่าคือเรื่องการตายแบบปริศนาอันนี้ใช่ไหม...โธ่เอ๋ย...แต่งเรื่องแบบนี้ใครๆ ก็แต่งได้ ชอบจินตนาการแบบนี้ไงเล่าคุณถึงอยากเป็นนักเขียน” สายตาที่ส่งไปกระทบคนตรงหน้ามีแววจับผิดเต็มประตู “ใครอยู่ข้างนอกบ้างเก็บโต๊ะได้แล้ว” เขาตะโกนบอกคนรับใช้ก่อนจะลุกเดินหนีไป

“ห่วงของท่านไม่ใช่สาเหตุการตายแบบปริศนาค่ะ”เขมขวัญพยายามบอก

ร่างสูงหยุดลงที่หน้าประตูเหมือนรอให้อีกฝ่ายพูดจนจบ แต่เธอกลับเงียบจนเขาต้องหันกลับมาถามในสิ่งที่เธอพูดค้างเอาไว้

“ถ้าไม่ใช่เรื่องความตายจะมีอะไรที่น่าห่วงอีก หรือว่าท่านห่วงผม กลัวผมจะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีท่านหรือกลัวว่าผมจะหาสะใภ้ที่ถูกใจท่านไม่ได้หรือว่ากลัวผมจะผลาญสมบัติท่านจนหมดเนื้อหมดตัว”น้ำเสียงบอกอารมณ์ฉุนเฉียวเป็นอย่างดี

“นั่นไม่ใช่สิ่งที่ท่านห่วงหรอกค่ะ...เพราะท่านรู้ถึงความสามารถของคุณเป้นอย่างดี”

“แล้วมันเรื่องอะไรล่ะ...ตอบมา”

“นิยายของท่านที่เขียนไปได้เพียงครึ่งเรื่องท่านห่วงเรื่องนั้น” เขมขวัญเอ่ยออกไปในที่สุด

“บ้าไปแล้ว...ลูกหลานไม่ห่วงการตายปริศนาของตัวเองไม่ห่วง แต่กลับห่วงนิยายที่ยังเขียนไม่จบนี่คุณคิดที่จะอำผมเหรอคุณเขมขวัญคุณคิดจะปั่นหัวผมไปถึงไหนกัน...คุณว่าผมโง่ขนาดเอาเรื่องหลอกเด็กแบบนี้มาเล่าแล้วผมจะเชื่ออย่างนั้นเหรอ...เหอะ...”

“ขวัญรู้ค่ะว่ามันเป็นเรื่องเหลือเชื่อและคงไม่มีใครคิดที่จะเชื่อ...เอาเถอะค่ะ...เพื่อไม่ให้ใครต่อใครต้องทำใจลำบากขวัญจะย้ายออกจากบ้านหลังนี้โดยเร็ว...แต่ขอเวลาขวัญหาที่อยู่ใหม่ก่อนสักวันสองวันนะคะ...”ว่าพลางลุกจากเก้าอี้ เพื่อเดินสวนเจ้านายหนุ่มออกไปยังบ้านพักของเธอ

จนปัญญาจริง ๆที่จะบอกเล่าสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับเธอให้ใครต่อใครเชื่อเธอไม่โกรธที่ไม่มีใครเชื่อ เพราะแม้แต่ตัวเธอเองก็ยังไม่คิดอยากจะเชื่อเลยสักนิด

“เดี๋ยวสิ...”ต้นแขนนิ่ม ๆ ถูกคว้าเอาไว้ก่อนที่หญิงสาวจะเดินผ่านเขาออกไปทั้งจูงกึ่งลากไปยังห้องอีกห้องหนึ่งที่มีความเป็นส่วนตัว

“ปล่อยค่ะ...เขมไม่มีอะไรจะอธิบายแล้ว...พูดไปคุณก็ไม่เชื่อไม่จำเป็นที่ขวัญจะอยู่ต่อให้เสียเวลาคุณ” ลำแขนเรียวพยายามบิดให้หลุดจากพันธนาการแต่ก็ไม่สำเร็จ

“ก่อเรื่องไว้แล้วคิดว่าจะเดินออกจากที่นี่ไปไดง่ายๆ หรือไง”

“เรื่องที่ทุกคนเข้าใจว่าฉันเป็นภรรยาของคุณฉันจะแก้ข่าวให้เอง” เธอเอ่ยด้วยความกลัวจับจิต

“ใครนะที่จะแก้ข่าวให้”ชายหนุ่มเอ่ยถาม ทั้งดึงร่างบางนั้นเขามาชิดอก

“ขะ...ขวัญค่ะ...ขวัญจะไปแก้ข่าว”

“ยังไง”

“บอกทุกคนว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน...ขวัญแค่ต้องการแกล้ง...”

“ทุกคนก็จะยิ่งดูถูกดูหมิ่นคุณ...รับได้เหรอ”

“ไม่เป็นไรค่ะ...อีกไม่นานขวัญก็จะไปจากที่นี่...ไม่นานทุกคนก็คงลืม...”

“คิดอะไรง่าย ๆ”ชายหนุ่มเอ่ยทั้งกระชับเอวบางนั้นเข้าหาตัวด้วยวงแขนอีกข้างโดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัวเลยสักนิด

“ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องคิดอะไรให้ยุ่งยากนี่คะ...แค่เราทำในสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดถูกใจที่สุด ที่สำคัญไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร ก็ไม่น่าที่จะมีปัญหาเกิดขึ้น”หญิงสาวตอบไปตามความรู้สึกของตัวเอง

“เหรอ...อืม...เข้าใจแล้ว...เอาเป็นว่า...คืนนี้อย่ากลับบ้านตุ๊กตาเลยนะ...ค้างที่นี่เถอะ”ชายหนุ่มบอกหน้าตาเฉย

“ฮะ ! อะไรกันคะ ทำไม...” หญิงสาวถามหน้าตื่นและเริ่มดิ้นรนออกจากอ้อมแขนที่ชักเริ่มจะรัดแน่นมากขึ้นทุกที

“ก็อย่างที่คุณบอกทำในสิ่งที่คิดว่าดีที่สุด ถูกใจที่สุดไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร...ในเมื่อเราแต่งงานกันแล้วความพอใจของสามีที่อยากอยู่กับภรรยาก็ย่อมสำคัญที่สุด ถูกใจที่สุดและคงไม่มีใครมาเดือดร้อนเรื่องของผัวเมีย”

“บ้าไปแล้ว...”

“ไม่บ้าล่ะ...แต่งแล้วแต่งเลยผมถือพิธีกรรมสำคัญกว่ากระดาษไม่กี่แผ่น จำเอาไว้”

คำประกาศนั้นแม้เพียงแผ่วเบาอยู่แค่ริมหูทว่ามันกลับดังก้องไปทั้งหัวใจ...เขาคิดอะไรอยู่ในหัวใจ เขมขวัญไม่อาจหยั่งถึงแต่จะคิดยังไงแบบไหนก็ช่าง ยังไงวันนี้เธอต้องหาทางเอาตัวรอดให้ได้...ว่าแต่...ทางรอดที่ว่ามันอยู่ที่ไหนล่ะ...

“ขอร้องเถอะ...คุณป้ามาช่วยหนูให้พ้นวิกฤตนี้ไป

ที...ได้โปรด...”




Create Date : 16 มกราคม 2560
Last Update : 16 มกราคม 2560 19:22:38 น. 2 comments
Counter : 753 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
คุณป้าขาๆๆๆๆผูกไว้ต้องรีบมาแก้นะจ๊ะ เรื่องแรกคือคุณยายละเอียดอ่ะทำให้รักหนูขวัญหน่อยนะจ๊ะ


โดย: panon IP: 203.158.141.10 วันที่: 16 มกราคม 2560 เวลา:19:46:40 น.  

 
คิดถึงจังเลยเลยเลยเลยเลย

หายไปนานมาาาาาาาากกกกกกกกกก

คุณป้าไม่ช่วยหรอก ยายขวัญเอ๊ย

นางเอกเรียกตัวเองว่าเขมที่นึงนะคะ

คิดว่า ปากคอ"เราะ"ร้าย ไม่ใช่ เลาะ


เมื่อไรจะออกเป็นเล่มคะนี่ ชอบเรื่องนี้อ่ะ


โดย: พี่หมูน้อย IP: 223.207.207.4 วันที่: 27 มกราคม 2560 เวลา:14:16:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นิยายฝันหวาน
Location :
มหาสารคาม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




เชิญอ่านนิยายสนุกๆ สไตล์นิยายฝันหวาน



Writer By tonglang
: Copyright © 1999-2008
ข้อตกลง
1. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะเป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงผลงาน

2. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

3. ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งเจ้าของบล็อกทันที


Smells like Christmas

Posted by Daniela Andrade on 23 ธันวาคม 2014
Group Blog
 
<<
มกราคม 2560
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
16 มกราคม 2560
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add นิยายฝันหวาน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.