Welcome To ทองหลาง Bloggang ว่างๆ ก็แวะเข้ามา...ยินดีต้อนรับจ้า
ตอนที่ 25







“ว่าไงนะ...ไม่สำเร็จเหรอ...แย่จริง”

น้ำเสียงที่กรอกลงไปยังโทรศัพท์เครื่องจิ๋วส่อแววไม่สบอารมณ์อย่างชัดเจนผนวกกับสีหน้าเคร่งเครียดเข้าด้วยแล้วหากใครเห็นคงไม่กล้าเข้าใกล้ให้โดนหางเลขไปด้วย ทว่ากับมีเสียงใส ๆอย่างอารมณ์ดีอีกหนึ่งดังขึ้นทางด้านหลังให้เขาต้องปรับสีหน้าจนเป็นปกติ

“คุณพ่อคะ...พริ้มขออนุญาตออกไปข้างนอกนะคะ”

“จะไปไหนล่ะลูกนี่มันก็บ่ายจนจวนจะค่ำแล้วนะ”บิดาเอ่ยถามพลางลูบหัวลูบไหล่บุตรสาวสุดที่รักที่โผเข้ามากอดเอวซบอกอย่างประจบ ทั้งกวาดตามองชุดสวยๆ และใบหน้าที่ได้รับการตกแต่งอย่างประณีต บอกเป็นนัยว่าถึงเขาห้ามคงไม่เป็นผล

“ไปบ้านพี่กริชค่ะพริ้มโทรไปถามทางโน้นเมื่อกี้...เด็กรับใช้ที่นั่นบอกว่าพี่กริชกลับมาแล้ว”

“แล้วจะไม่เป็นการรบกวนการพักผ่อนของพี่เขาหรือลูก”

“พริ้มว่าไม่หรอกค่ะพี่กริชมาถึงตั้งบ่าย...นี่ก็เกือบค่ำ จวนจะได้เวลาอาหารเย็นพริ้มตั้งใจว่าจะไปรบกวนอาหารมื้อเย็นที่บ้านโน้นสักมื้อ...โทรบอกคุณยายเอียดเอาไว้เรียบร้อยแล้ว...พริ้มไปนะคะ”

ยังไม่ทันได้รับคำอนุญาตตามคาดพิมพ์ชนกก็ผละออกจากบิดา เร่งฝีเท้าตรงดิ่งไปยังประตูทางออกทันที

พอพ้นร่างลูกสวยคนสวยการเจรจาผ่านโทรศัพท์เครื่องจิ๋วก็ได้เริ่มดำเนินการต่อ...เป็นคำสั่งให้ระงับการดำเนินการตามแผนที่วางไว้ชั่วคราวเมื่อผู้เป็นนายคิดว่าบางทีแผนไม้อ่อนอย่างการเชื่อมสัมพันธไมตรีอาจจะเวิร์คและปลอดภัยกว่าการใช้ไม้แข็งก็เป็นได้

ในบ่ายวันนั้นทันทีที่เขมขวัญแยกตัวกลับมายังเรือนตุ๊กตา พอเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าไว้ยังห้องที่เธอใช้เป็นที่หลับนอนแล้วก็ตรงมายังห้องทำงานโดยไม่คิดที่จะพักผ่อนแม้เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางอยู่ไม่น้อย

“ต้องทำอะไรสักอย่างให้คุ้มค่าจ้างค่าความไว้วางใจที่เจ้านายอุตส่าห์ใช้หนี้ให้โดยไม่มีสัญญา...ว่าแต่เราจะทำอะไรดีนะ”

แววตาแห่งความมุ่งมั่นกวาดมองไปทั่วห้องทำงานที่ประกอบไปด้วยโต๊ะตัวใหญ่ที่วางพิมพ์ดีดและกระดาษอีกกองโต๊ะที่เจ้านายบอกว่าห้ามแตะต้องโยกย้ายสิ่งของที่อยู่บนนั้นแต่เธอก็เพิ่งจะหยิบซองสีน้ำตาลใบใหญ่ไปส่งสำนักพิมพ์จนเกิดเรื่องพล็อตนิยายไปคล้ายคนอื่นซะงั้น...ด้วยเหตุนี้เธอจึงไม่ควรไปยุ่งกับของบนโต๊ะตัวนั้นอีก...แล้วสายตาและความมุ่งมั่นของเธอก็มาหยุดลงยังโต๊ะทำงานขนาดเล็กกว่าที่มีแฟ้มเอกสารกองอยู่หลายเล่ม

“จริงสิ...งานสำคัญที่ต้องทำคือการตรวจสอบบัญชี...ต้องหาความผิดปกติให้พบเพราะนี่คือบททดสอบว่าเธอจะผ่านการทดลองงานครั้งนี้หรือไม่”

เมื่อตัดสินใจที่จะทำอะไรแล้วเขมขวัญก็ต้องทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุดเธอก้าวเข้าไปนั่งประจำที่ เปิดแฟ้มงานที่ทำค้างอยู่พยายามรวบรวมสมาธิให้จดจ่ออยู่กับงานตรงหน้าทำงานไปด้วยความตั้งใจและคงแล้วเสร็จลงในเวลาไม่กี่ชั่วโมง หากว่ารอบ ๆ ตัวเธอจะไม่มีสิ่งรบกวนสมาธิให้วอกแวก

ก็น่าแปลกอยู่เหมือนกันทั้ง ๆ ที่มีความเงียบอยู่รายรอบหว่าสายตาของเธอกลับถูกดึงให้ไปมองยังเครื่องพิมพ์ดีดเครื่องนั้นด้วยความอยากรู้

‘นิยายของคุณป้าจะเป็นแบบไหนนะ...คนที่ตายไปแล้วยังจะเขียนนิยายส่งสำนักพิมพ์ได้ด้วยเหรอ’ นี่คือคำถามที่หากอยากจะรู้คำตอบก็ต้องเดินเข้าไปดูเท่านั้น

“เอาวะ...ขอดูให้หายข้องใจหน่อยนะคะคุณป้า”เขมขวัญเอ่ยขออนุญาต ก่อนจะผุดลุกจากเก้าอี้เดินตรงไปยังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ตัวนั้น

สายตาเพ่งมองไปยังแผ่นกระดาษที่ยังเสียบคาแท่นพิมพ์ตรงหน้ามีข้อความเพียงไม่กี่แถวที่ดูเหมือนมันจะถูกพิมพ์เอาไว้เนิ่นนานจนเกิดฝุ่นจับบนแผ่นกระดาษแต่นั่นไม่ทำให้เขมขวัญรู้สึกแปลกใจได้เท่าชื่อของตัวละครที่ระบุออยู่ในนั้น...

“ณัฐชา!” นั่นมันชื่อที่เธอถูกเรียกเมื่ออยู่ในความฝันไม่ผิดแน่...เขมขวัญรู้สึกชาวูบไปทั้งหน้า เมื่อเธอตัดสินใจนั่งลงบนเก้าอี้หน้าเครื่องพิมพ์ดีดก่อนจะความกระดาษปึกหนึ่งที่วางอยู่ข้างๆขึ้นมาอ่านตั้งแต่หมายเลขหัวกระดาษแรกไปเรื่อย ๆ

“พระเอกของเรื่องชื่อกัณต์นางเอกชื่อณัฐชา”

ใบหน้าที่ซีดเผือดในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นแดงระเรื่อไปกับเรื่องราวต่างๆที่บรรยายให้เห็นภาพด้วยตัวอักษรและยิ่งทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อนึกไปถึงความฝันที่คล้ายกับที่อ่านราวกับเธอกำลังเป็นตัวแสดงหลักของเรื่องไม่อยากเชื่อเลยว่าจะเป็นไปได้

เขมขวัญอ่านทุกตัวอักษรที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าจนมาสิ้นสุดอยู่แผ่นสุดท้ายที่เสียบคาเครื่องพิมพ์ดีด...เรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่ครอบครัวของเธอถูกโกงสมบัติไปจนแทบจะล้มละลายพ่อของเธอล้มป่วยเธอจำเป็นต้องขายร่างกายให้ผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่ได้ศรัทธาในสถาบันครอบครัว แต่ด้วยเหตุบางอย่างทำให้เขาจำเป็นต้องมีครอบครัวไว้เป็นฉากบังหน้า แม้ในความคิดของเขาการมีภรรยาของเขาก็ไม่ต่างจากการมีนางบำเรอไว้ตอบสนองความใคร่...

เรื่องราวเพิ่งจะดำเนินมาได้ไม่กี่ตอนซึ่งตอนล่าสุดก็คือความฝันครั้งสุดท้ายของเธอในครั้งนั้น ฝันที่เธอจดจำได้และจะไม่มีวันลืมว่าเมื่อตื่นขึ้นมาแล้วเธอต้องประสบกับอะไร

‘ใช่แล้วฉันเขียนได้ถึงแค่นี้...พยายามจะเขียนต่อไปแต่สิ่งที่ปรากฏมัน

กลับเป็นเพียงความว่างเปล่าที่มีเพียงฉันเท่านั้นที่มองเห็น’

“เมื่อทำไม่ได้...คุณป้าก็น่าจะตัดใจนะคะ...คุณเป็นเพียงพลังงานที่ไร้ตัวตนไม่อาจบังคับสิ่งที่ต้องการให้กลายเป็นจริงไปได้หรอกค่ะยังไงนิยายเรื่องนี้ก็ไม่มีวันเขียนจบ”เขมขวัญเอ่ยกับสิ่งที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่า แม้แต่เสียงยังดังสะท้อนอยู่ภายในหาใช่ได้ยินจากภายนอก

‘ได้สิ...ถ้าหนูจะช่วยฉัน’

“ช่วยคุณ...ช่วยยังไง...อย่าบอกนะว่า...”

เสียงที่ผ่านออกมาจากริมฝีปากอิ่มนั้นยังไม่ทันจบประโยค...ร่างบางที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ก็แข็งทื่อ...เธอขยับตัวหันไปเผชิญกับเครื่องพิมพ์ดีดตรงหน้าอย่างคุ้นเคยรอยยิ้มปรากฏจาง ๆบนใบหน้านั้นก่อนจะแตะนิ้วลงไปบนแป้นพิมพ์อย่างคล่องแคล้ว...ดูมีความสุขนัก...

‘ขอโทษนะหนู...ฉันพยายามลองมาแล้วทุก

วิธี...แต่คงมีวิธีนี้เท่านั้นที่จะ

ทำให้ความหวังของฉันสำเร็จเสร็จสมบูรณ์ลง

ได้...ไหนๆหนูก็เคยช่วยฉัน

แล้ว ก็ได้โปรดช่วยให้ถึงที่สุดเถอะ’


25

อาการสะลึมสะลือทั้งยกมือขึ้นปิดปากหาวถี่ๆ ทำให้ผู้เป็นเจ้านายถึงกับหันมามองเลขานุการประจำตำแหน่งด้วยความไม่เข้าใจและไม่อยากคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อค่ำวานจะทำให้เขมขวัญเกิดอาการเครียดจัดจนถึงขั้นนอนไม่หลับทั้งคืนได้ขนาดนี้

“ไหวหรือเปล่าล่ะ...ถ้าไม่ไหวจะหยุดงานสักวันก็ได้นะผมอนุญาตไว้ลุงชูไปส่งผมที่สำนักงานคุณค่อยกลับมานอนพักกับลุงชู”

“ไม่เป็นไรค่ะ...ขวัญอยากจะทำหน้าที่ของตัวเองให้คุ้มกับค่าจ้างที่ได้รับอย่าลืมสิคะว่าขวัญยังมีหนี้ก้อนโตที่จะต้องใช้คืนให้เสร็จ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นทั้งเชิดหน้าราวกับนางพญาผู้หยิ่งผยอง

“เรื่องหนี้สินพวกนั้นฉันไม่ได้ทวงสักหน่อยจะร้อนตัวไปทำไม”

“ไม่ได้หรอกค่ะ...เป็นหนี้ก็ต้องใช้...ทำอะไรไว้ต้องรับผิดชอบ”เธอยังยืนยันความคิดของตัวเองไปพร้อมกับอาการหาวหวอดที่ทำเอาน้ำตาเล็ด

“พูดแบบนี้จะบอกล่ะสิว่าเรื่องที่บ้านของคุณวันนั้นผมต้องรับผิดชอบด้วย”

“เรื่องอะไรคะ” เพราะความง่วงจากการใช้งานของร่างกายเกินกว่าปกติทำให้สมองสั่งการด้วยความคิดแช่มช้าลงจนเกิดเป็นคำถามที่ไม่ควรจะถาม

“เรื่องเข้าพิธี...ลึกๆ คุณคงต้องการแบบนั้นล่ะสิ ไม่อย่างนั้นเมื่อคืนคงไม่ประกาศซะลั่นบ้านว่าเป็นอะไรกับผม”กริชนะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

จริง ๆเขาก็นึกแปลกใจอยู่เหมือนกัน ที่เช้านี้เห็นแม่เลขาฯตัวดีมายืนรอไปทำงานพร้อมกันเหมือนเช่นทุกวันทั้ง ๆ ที่เขาค่อนข้างแน่ใจอยู่มากว่าเธอจะหาเรื่องป่วยเพื่อหลบหน้ากับวีรกรรมเด็ด ๆ ที่ทำเอาไว้จนแขกผู้ไม่ได้รับเชิญต้องขอตัวกลับบ้านกลางครัน

“อะไรกันคะ...ขวัญไปประกาศอะไรเมื่อไหร่” เขมขวัญหันมามองเจ้านายหนุ่มด้วยสีหน้างุนงงความง่วงที่มีพลอยหยุดทำงานไปชั่วคราว

“ก็หลังอาหารมื้อค่ำเมื่อวานไงล่ะ...อย่ามาทำหน้าซื่อตาใสไม่รู้เรื่องนะและไม่ต้องอ้างว่าละเมอด้วย”

คำเอ่ยอ้างของชายหนุ่มยิ่งทำให้เธองงเข้าไปใหญ่“มื้อค่ำเมื่อวาน...ขวัญไปกินข้าวกับคุณด้วยเหรอ...ไม่เห็นจำได้”

“ไปครับคุณขวัญลุงเป็นคนไปตามคุณขวัญเอง คุณขวัญยังพูดกับลุงเลยว่าร่างกายนี้ยังมีประโยชน์ที่ต้องใช้งานอีกมาก ต้องบำรุงให้แข็งแรง”ลุงยังสนับสนุนความคิดของคุณขวัญอยู่เลยนะครับ

“เอ่อ...จะ...จริงเหรอ”ใบหน้าใส ๆ ค่อยๆ ซีดเผือดลง เมื่อคิดทบทวนความทรงจำครั้งสุดท้ายก่อนที่มันจะหายไปจนกลับมาอีกครั้งหลังตื่นนอนในตอนเช้า

‘เอาแล้วไหมล่ะ...คุณป้าเล่นอะไรแผลงๆกับหนู

ล่ะคราวนี้...คงไม่โผไป

ปล้ำใครเข้าให้หรอกนะ...’

‘เห็นฉันเป็นคนยังไงถึงฉันจะชอบเขียนนิยายแนวอีโรติก แต่ฉันก็ไม่ใช่คนหื่นนะจ๊ะ...’

“จริงเหรอ...รู้อย่างนี้ค่อยโล่งอกหน่อย”หญิงสาวถอนหายใจอย่างโล่งอกโดยลืมไปว่าเธอกำลังนั่งอยู่ในรถกับเจ้านายเพื่อเดินทางไปทำงาน

“โล่งอก...คุณพูดแบบนี้แสดงว่าคุณตั้งใจ...”

“ตะๆๆตั้งใจ...อะไรอีกล่ะคราวนี้”เขมขวัญหันไปมองหน้ามืดคล้ำของเจ้านายแล้วก็เกิดอาการเสียวสันหลัง

“ไม่อยากจะพูด...เรื่องมันแล้วก็แล้วไปเถอะ...”

จู่ๆเจ้านายก็พูดตัดบท ทั้งยังเมินกลับไปอ่านหนังสือเล่มหน้าในมือต่อซะงั้นอย่างนี้คงยากที่จะรู้ในสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน...เขมขวัญมั่นใจเหลือเกินว่าคุณป้าทิพย์ราตรีจะต้องใช้ร่างของเธอทำในสิ่งที่เป็นผลร้ายกับเธออย่างแน่นอน

‘คุณป้าบอกหนูมาเดียวนี้เลยนะ...คุณป้าทำอะไร

ลงไปบ้าง...’

‘แหมอย่าอารมณ์เสียหน่อยเลย...ฉันก็แค่รักษา

สิทธิ์ให้หนูเท่านั้นเอง’

คำตอบที่ได้รับไม่ได้ทำให้เขมขวัญรู้สึกสบายใจขึ้นแม้แต่น้อย...มันเรื่องอะไรมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นบ้าง...เรื่องพวกนี้เธอจะถามใครได้ในเมื่อเธอไม่อาจรับรู้ว่ามีใครบ้างอยู่ในเหตุการณ์...

“โอ๊ย...ปวดหัว”เขมขวัญถึงกับใช้มือยีผมตัวเองด้วยความกลัดกลุ้ม

“ดูท่าอาการจะหนัก...วันนี้ไม่ต้องทำงานแล้วกลับบ้านไปนอนซะ...ฉันยังไม่อยากให้งานของฉันต้องมาล่มเพราะความไม่พร้อมของเธอ...ลุงชูส่งตรงนี้ก็พอ พาคุณขวัญกลับบ้านเถอะ” กริชนะเอ่ยด้วยน้ำเสียงห้วนจัด

เมื่อรถเข้าจอดเทียบทางเท้าหน้าบริษัท ชายหนุ่มก็เปิดประตูก้าวลงไปโดยไม่รอให้ลุงชูต้องมาเสียเวลาทำหน้าที่เปิดประตูให้เขมขวัญมองตามหลังร่างสูงของเจ้านายที่กำลังก้าวยาวๆแทรกตัวไปกับพนักงานคนอื่นๆที่ต่างเดินทางมาทำงานแต่เช้าเช่นกันด้วยหน้าที่รับผิดชอบ

เธอเองก็เป็นพนักงานคนหนึ่ง...พนักงานที่ยังไม่ผ่านการทดลองงานด้วยซ้ำทำงานได้ไม่กี่วันก็ลาป่วยซะแล้วใช้ได้ที่ไหนกัน...

“ลุงชูคะ...ขวัญไม่กลับนะคะ...ขวัญสบายดีแล้วจะไปทำงานต่อ...ขวัญไปล่ะ”

“เดี๋ยวครับคุณขวัญ”

ไม่ฟังเสียงทัดทานใดๆเมื่องานตรงหน้ายังรออยู่ หญิงสาวรีบวิ่งตามเจ้านายเข้าไปในบริษัทพร้อมแฟ้มงานที่หอบพะลุงพะลังเต็มอก...ยังไงเธอก็ก็ไม่ยอมปล่อยให้ใครมากล่าวหาว่าใช้เส้นสายในการเข้าทำงานที่บริษัทแห่งนี้โดยเด็ดขาดโดยเฉพาะเส้นสายของผี...

จริง ๆ แล้วการเข้ามาทำงานแบบนี้ก็ดีเหมือนกันเข้ามาคนเดียวก็ไม่ต้องเป็นจุดสนใจให้ใครมองถึงแม้ว่าสายตาเหล่านั้นจะจับจ้องอยู่กับร่างสูง ๆ ใบหน้าหล่อเหลาเท่านั้นก็เถอะถึงกระนั้นหลังการมองด้วยความชื่นชมในตัวผู้บริหารระดับสูงผู้ร่ำรวย สุดท้ายก็ไม่แคล้วทิ้งหางตามามองเลขาฯต๊อกต๋อยที่หลายคนต่างคิดเห็นว่าการเข้ารับตำแหน่งของเธอ เป็นไปอย่างไม่โปร่งใส

เมื่อมาถึงโต๊ะทำงานหน้าห้องท่านประธานใหญ่เขมขวัญถอนหายใจอีกครั้งเพื่อปรับอารมณ์ให้ตั้งมั่นกับงานของวันนี้ที่วางกองอยู่บนโต๊ะรอการตรวจสอบของเธอรวมไปถึงแฟ้มเอกสารการเงินย้อนหลังของบริษัทที่เธอเพิ่งดูเสร็จไปเพียงครึ่งและยังหาจุดผิดปกติไม่พบ

ในเมื่อเจ้านายดีต่อเธอขนาดนี้ทั้งให้งาน ให้เงินใช้นี่สิ่งไหนที่เจ้านายทำให้เกิดอารมณ์หงุดหงิดขุ่นมัวเธอจะพยายามลืม ๆ มันไปซะ...เริ่มต้นวันทำงานใหม่ให้ดีทุกวัน...

เมื่อคิดได้ดังนั้นสมุดเล่มเล็กจึงถูกนำมาเปิดดูกำหนดการต่าง ๆ ของเจ้านายช่วงสิบโมงเช้ามีประชุมผู้บริหาร ช่วงบ่ายสองมีนัดลูกค้าดีนะที่เธอตัดสินใจกลับมาทำงานไม่อย่างนั้นเรื่องประชุมคงวุ่นวายหาข้อมูลกันยกใหญ่

“อ้าวคุณขวัญไหนท่านประธานบอกว่าคุณลาป่วยไงครับ” เสียงทุ้ม ๆ ดังขึ้นใกล้ ๆ

“ไม่สบายนิดหน่อยค่ะไม่เป็นอะไรมาก วันนี้มีประชุมด้วยไม่อยากให้งานเสียค่ะ...ว่าแต่คุณเสริมชัยมีธุระอะไรกับท่านประธานคะ”

“ท่านสั่งกาแฟครับแล้วก็ให้ผมมาทำหน้าที่แทนคุณชั่วคราว” เสริมชัยเอ่ย

“เหรอคะ...ต้องขอโทษที่ให้คุณเสียเวลาเดี๋ยวดิฉันจะจัดการเองค่ะ” เขมขวัญบอก ทั้งส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

“ถ้าอย่างนั้นผมไปเตรียมห้องประชุมก่อนนะครับอีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะประชุม...ยังไม่อยากถูกหักเงินเดือน”เสริมชัยเอ่ยก่อนจะขอตัวกลับไป เมื่อที่นี่มีเลขาฯแล้ว เขาก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ต่อ

ส่วนเขมขวัญเมื่อทราบความต้องการของเจ้านายเธอจึงไม่รีรอที่จะปฏิบัติภารกิจนั้น กาแฟร้อน ๆ หอมกรุ่นจึงถูกนำเข้าไปเสิร์ฟถึงในห้องตามคำสั่ง

“กาแฟมาแล้วค่ะ”

เสียงใสๆที่ไม่คิดว่าจะได้ยินในเวลานี้ดังขึ้นเรียกสายตาของท่านประธานให้เงยหน้าจากแฟ้มงานขึ้นมองพลางขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ

“ผมอนุญาตให้พักไม่ใช่เหรอ...แล้วนี้กลับมาทำงานทำไม”

“วันนี้มีงานสำคัญหลายอย่างค่ะขวัญไม่อยากให้เสียงานโดยไม่จำเป็น...”

“บอกแล้วไง...สภาพของคุณไม่เหมาะที่จะทำงานวันนี้กลับบ้านไปพักซะ ไปทบทวนเรื่องที่ก่อเอาไว้”

“ไม่ต้องห่วงนะคะเจ้านายขวัญทำไหวไม่ให้เสียชื่อเลขาฯท่านประธานอย่างแน่นอน” หญิงสาวรีบชี้แจงก่อนที่อีกฝ่ายจะอ้าปากแย้งอะไรขึ้นมาอีกในเมื่อเธอจำอะไรไม่ได้ก็ย่อมไม่มีเรื่องให้ต้องทบทวนแล้วทำไมต้องกลับไปบ้านไปนอนหายใจทิ้งอย่างเปล่าประโยชน์แบบนั้น

เขาไม่มีโอกาสจะเอ่ยอะไรอีกเมื่อห้องถูกเคาะให้รู้ว่ามีแขกต้องการพบเขาแต่เช้า...และคนที่ทำหน้าที่เปิดประตูให้ก็คือเลขานุการที่เวลานี้เธอไม่ได้มีตำแหน่งแค่นั้นในความเข้าใจของใครหลายคนถึงแม้จะไม่ใช่ทั้งหมด

“อ้าวคุณพิมพ์ชนกน่ะเอง...มีธุระกับท่านประธานหรือคะ...เชิญค่ะตอนนี้ท่านยังว่างอยู่แต่สิบโมงเช้าท่านมีประชุม” เขมขวัญเอ่ยอย่างเป็นมิตร ทว่าคนฟังกลับรู้สึกงุนงงกับความเปลี่ยนแปลงหน้ามือเป็นหลังมือนั้น

“จะรับชาหรือกาแฟดีคะ...”

รอยยิ้มของเลขานุการผู้ประกาศตัวว่าเป็นมากกว่าเลขานุการทำให้พิมพ์ชนกเกิดอาการอึ้งนี่หล่อนคงได้ใจจนไม่นึกเกรงกลัวอะไรล่ะสิที่เมื่อคืนประกาศตัวว่าเป็นเมียแล้วพี่กริชไม่ปฏิเสธ...เอาเถอะฉันจะให้หล่อนชูคอดีอกดีใจไปสักพักก่อน ก็แค่นางบำเรอที่ยังใหม่ไว้ไม่นานฉันจะเอาพี่กริชของฉันคืน...“ขอกาแฟก็แล้วกัน...แต่...คงไม่ว่านะถ้าฉันจะขอคุยธุระกับพี่กริชเป็นการส่วนตัว”

“เชิญตามสบายเลยค่ะ...เดี๋ยวดิฉันจะไปยกกาแฟมาเสิร์ฟแล้วจะไปช่วยคุณเสริมชัยจัดห้องประชุม...รอสักครู่นะคะ” เขมขวัญเอ่ยด้วยรอยยิ้มสดใส

ใช่เพียงพิมพ์ชนกเท่านั้นที่ประหลาดใจกับท่าทีของแม่เลขาตัวป่วนแม้แต่กริชนะก็ยังอึ้ง...ไม่รู้ว่าเขาจะดีใจหรือผิดหวังดีที่ไม่เห็นเขมขวัญออกอาการหึงหวงทวงสิทธิ์การเป็นภรรยาอย่างเมื่อคืน...แต่ที่แน่ๆ เขาไม่ชอบพฤติกรรมแบบนี้ของเธอเลยจริง ๆ

***************8

เดือนนี้หยุดหลายวันตัวขี้เกียจเยอะมาก เลยช้าอีกแล้ว...แต่ก็ต้องขอบคุณพี่หมูน้อยนะคะที่ช่วยดูคำผิดให้...ถ้าเป็นไปได้ ช่วยดูทุกตอนตลอดไปก็ยิ่งดีนะคะ ขอบคุณค่ะ  ^_^




Create Date : 14 ธันวาคม 2559
Last Update : 17 ธันวาคม 2559 11:10:54 น. 1 comments
Counter : 795 Pageviews.

 
คุณป้าตลกมาก บอกเลย

ตอนนี้ยังไม่เห็นคำผิดโดดเด่นนะจ๊ะ ปกติมันจะเด้งดึ๋งออกมาเลยค่ะ หรือจะรีบอ่านไม่รู้

ตาไวมากค่ะ เป็นธรรมชาติ (ชอบจำผิด อิอิ)


โดย: พี่หมูน้อย IP: 171.5.154.141 วันที่: 16 ธันวาคม 2559 เวลา:15:11:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นิยายฝันหวาน
Location :
มหาสารคาม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




เชิญอ่านนิยายสนุกๆ สไตล์นิยายฝันหวาน



Writer By tonglang
: Copyright © 1999-2008
ข้อตกลง
1. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะเป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงผลงาน

2. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

3. ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งเจ้าของบล็อกทันที


Smells like Christmas

Posted by Daniela Andrade on 23 ธันวาคม 2014
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2559
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
14 ธันวาคม 2559
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add นิยายฝันหวาน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.