"คู่มือเลือกตั้ง" ฉบับอาจารย์ป๋วย (สำหรับพลังเงียบ)
ตอนนี้คุณรู้สึกเหมือนผมไหมครับ ?ใกล้วันเลือกตั้งแล้วยังไม่รู้ว่าจะเลือกใคร พรรคไหนดี มองไปทางไหนก็มีแต่ความมืดมน สับสนในชีวิต เฮ้อ ... (หรือเราจะอยู่ในกลุ่มพลังเงียบหว่า)ฉับพลันผมนึกถึงอาจารย์ป๋วยขึ้นมาจับใจ ไม่รู้เป็นเพราะอะไร คิดไปถึง ยูโทเปีย ฉบับอาจารย์ป๋วยขึ้นมาหรือที่เรารู้จักกันดีว่า "จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน" ว่าแล้วผมก็เปิด google พิมพ์ฉับๆ ลงไปตามนั้น ครึ่งอึดใจ ก็ได้สมความปรารถนาของผมมาอ่านพร้อมกันนะครับ........................................................................................................คุณภาพชีวิต ปฏิทินแห่งความหวัง จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน แปลจาก "The Quality of Life of a South East Asian : A Chronical of Hope from Womb to Tomb" ศ.ดร.ป๋วย อึ้งภากรณ์ตุลาคม พ.ศ. 2516 เมื่อผมอยู่ในครรภ์ของแม่ ผมต้องการให้แม่ได้รับประทานอาหารที่เป็นคุณประโยชน์ และได้รับความเอาใจใส่ และบริการอันดีในเรื่องสวัสดิภาพของแม่และเด็ก ผมไม่ต้องการมีพี่น้องมากอย่างที่พ่อแม่ผมมีอยู่ และแม่จะต้องไม่มีลูกถี่นักพ่อกับแม่จะแต่งงานกันถูกฎหมาย หรือธรรมเนียมประเพณีหรือไม่ ไม่สำคัญ แต่สำคัญที่ พ่อกับแม่ต้องอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข ทำความอบอุ่นให้ผมและพี่น้องในระหว่าง 2-3 ขวบแรกของผม ซึ่งร่างกายและสมองผมกำลังเติบโตในระยะที่สำคัญ ผมต้องการให้แม่ผมกับตัวผม ได้รับประทานอาหารที่เป็นคุณประโยชน์ผมต้องการไปโรงเรียน พี่สาวหรือน้องสาวผมก็ต้องการไปโรงเรียน จะได้มีความรู้หากินได้ และจะได้ รู้คุณธรรมแห่งชีวิต ถ้าผมสติปัญญาเรียนชั้นสูง ๆ ขึ้นไป ก็ให้มีโอกาสเรียนได้ ไม่ว่าพ่อแม่ผมจะรวย หรือจน จะอยู่ในเมืองหรือชนบทแร้นแค้นเมื่อออกจากโรงเรียนแล้ว ผมต้องการงานอาชีพที่มีความหมาย ทำให้ได้รับความพอใจว่า ตนได้ทำงานเป็นประโยชน์แก่สังคมบ้านเมืองที่ผมอาศัยอยู่จะต้องมีขื่อ มีแป ไม่มีการข่มขู่ กดขี่ หรือประทุษร้ายกัน ประเทศของผมควรจะมีความสัมพันธ์อันชอบธรรม และเป็นประโยชน์กับโลกภายนอก ผมจะได้มีโอกาสเรียนรู้ถึงความคิด และวิชาของมนุษย์ทั้งโลก และประเทศของผมจะได้มีโอกาส รับเงินทุนจากต่างประเทศ มาใช้เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมผมต้องการให้ชาติของผมได้ขายผลิตผลแก่ต่างประเทศด้วยราคาอันเป็นธรรม ในฐานะที่ผมเป็นชาวไร่ชาวนา ผมก็อยากมีที่ดินของผมพอสมควรสำหรับทำมาหากิน มีช่องทางได้กู้ยืมเงินมาขยายงาน มีโอกาสรู้วิธีการทำกินแบบใหม่ ๆ มีตลาดดี และขายสินค้าได้ราคายุติธรรมในฐานะที่ผมเป็นกรรมกร ผมก็ควรจะมีหุ้นมีส่วนในโรงงาน บริษัท ห้างร้านที่ผมทำอยู่ในฐานะที่ผมเป็นมนุษย์ ผมก็ต้องการอ่านหนังสือพิมพ์ และหนังสืออื่น ๆ ที่ไม่แพงนัก จะฟังวิทยุ ดูโทรทัศน์ ก็ได้โดยไม่ต้องทนรบกวนจากการโฆษณามากนักผมต้องการสุขภาพอนามัยอันดี และรัฐบาลจะต้องให้บริการป้องกันโรคแก่ผมฟรี กับบริการการแพทย์ รักษาพยาบาลอย่างถูกอย่างดี เจ็บป่วยเมื่อใดหาหมอพยาบาลได้สะดวกผมจำเป็นต้องมีเวลาว่างสำหรับเพลิดเพลินกับครอบครัว มีสวนสาธารณะที่เขียวชะอุ่ม สามารถมีบทบาท และชมศิลปะ วรรณคดี นาฏศิลป์ ดนตรี วัฒนธรรมต่าง ๆ เที่ยวงานวัน งานลอยกระทง งานนักขัตฤกษ์ งานกุศลอะไรก็ได้พอสมควรผมต้องการอากาศบริสุทธิ์สำหรับหายใจ น้ำดื่มบริสุทธิ์สำหรับดื่มเรื่องอะไรที่ผมทำเองไม่ได้ หรือได้แต่ไม่ดี ผมก็จะขอความร่วมมือกับเพื่อนฝูงในรูปสหกรณ์ หรือ สโมสร หรือสหภาพ จะได้ช่วยซึ่งกันและกันเรื่องที่ผมจะเรียกร้องข้างต้นนี้ ผมไม่เรียกร้องเปล่า ผมยินดีเสียภาษีอากรให้ส่วนรวมตามอัตภาพผมต้องการโอกาสที่มีส่วนในสังคมรอบตัวผม ต้องการมีส่วนในการวินิจฉัยโชคชะตาทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของชาติเมียผมก็ต้องการโอกาสต่าง ๆ เช่นเดียวกับผม และเราสองคนควรจะได้รับความรู้และวิธีการวางแผนครอบครัวเมื่อแก่ ผมและเมียก็ควรได้ประโยชน์ตอบแทนจากการประกันสังคม ซึ่งผมได้จ่ายบำรุงตลอดมาเมื่อจะตาย ก็ขออย่าให้ตายอย่างโง่ ๆ อย่างบ้า ๆ คือตายในสงครามที่คนอื่นก่อให้เกิดขึ้น ตายในสงครามกลางเมือง ตายเพราะอุบัติเหตุรถยนต์ ตายเพราะน้ำหรืออากาศเป็นพิษ หรือตายเพราะการเมืองเป็นพิษเมื่อตายแล้ว ยังมีทรัพย์สมบัติเหลืออยู่ เก็บไว้ให้เมียผมพอใจในชีวิตของเธอ ถ้าลูกยังเล็กอยู่ก็เก็บไว้ เลี้ยงให้โต แต่ลูกที่โตแล้วไม่ให้ นอกนั้นรัฐบาลควรเก็บไปหมด จะได้ใช้เป็นประโยชน์ในการบำรุงชีวิตของคนอื่น ๆ บ้างตายแล้ว เผาผมเถิด อย่าฝัง คนอื่นจะได้มีที่ดินอาศัยและทำกิน และอย่าทำพิธีรีตอง ในงานศพให้วุ่นวายไปนี่แหละคือความหมายของชีวิต นี่แหละคือการพัฒนาที่จะควรให้เกิดขึ้นเพื่อประโยชน์ของทุกคนสุดท้ายนี้ ขอขอบพระคุณท่านทั้งหลายที่อุตส่าห์อ่านมาจนจบ ขอความสุขสวัสดีและสันติสุข จงเป็นของท่านทั้งหลาย และพระท่านกล่าวไว้ดังนี้เกี่ยวกับความสวัสดี เราตถาคตไม่เห็นความสวัสดีอื่นใดของสัตว์ทั้งหลาย นอกจากปัญญา เรื่องตรัสรู้ ความเพียร ความสำเร็จอินทรีย์ และความเสียสละ ........................................................................................................ไม่รู้สิครับ ... ตอนนี้ผมกำลังยิ้มอย่างมีความสุข บางครั้งได้อ่านเรื่องดีๆ ก็มีความสุขแล้วล่ะครับ (หรือผมบ้า...) ถึงตรงนี้ผมคิดว่าผมตัดสินใจได้แล้วล่ะครับ คุณโยมทั้งหลายล่ะครับ ได้กันหรือยัง ?
ความเปลี่ยนแปลง ...
คุณรู้ไหมครับว่าอะไรที่ทำได้ยากที่สุดในชีวิตของมนุษย์ (ผมให้เวลาคิด 2 นาที)........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................มีคนอยู่สองกลุ่มที่อ่านถึงบรรทัดนี้ (ส่วนที่เหลือคือปิดหน้านี้ไปแล้ว)1. กลุ่มคนที่คิดตามที่ผมบอก2. กลุ่มคนที่ไม่ได้คิดแล้วเลื่อนลงมาดูเฉลยสำหรับคนกลุ่มแรก ผมขอขอบคุณที่คุณให้ความเมตตาทำตามที่ผมชวน และขอเตือนให้ระวังเรื่องความเครียด เพราะคุณจริงจังกับทุกเรื่องเกินไปหรือเปล่า ?สำหรับคนกลุ่มที่สองผมขอแสดงความยินดีด้วยที่คุณอยู่ในกลุ่มคนหมู่มาก (ถ้าไม่นับคนที่ปิดหน้านี้ไปแล้วนะ) สามารถใช้ชีวิตในสังคมปัจจุบันได้อย่างมีความสุขเอาล่ะเข้าเรื่องกันสักที ที่ผมถามไปนั่นจริงๆ แล้วคำตอบ (ในความคิดของผม) ก็อยู่ตั้งแค่หัวข้อของเรื่องนี้แล้วล่ะครับ "ความเปลี่ยนแปลง" นั่นเองเคยไหมครับที่คิดว่าจะไปออกกำลังกาย แต่ก็ไม่ได้ไปสักที ?เคยไหมครับที่คิดว่าจะพาคุณพ่อคุณแม่ไปเที่ยว แต่ก็ไม่ได้ทำสักที ?เคยไหมครับที่คิดว่าจะเข้าวัดทำบุญ แต่ก็ไม่ได้ทำสักที ?เคยไหมครับที่คิดว่าจะเลิกโกหก แต่ก็ทำไม่ได้สักที ?อย่าแปลกใจเลยครับถ้าเคยหมดทุกข้อ ผมก็เป็นเหมือนคุณนั่นแหละ คราวนี้เรามาคิดกันนะครับว่า "ความเปลี่ยนแปลง" เนี่ยมันทำไมมันถึงทำได้ยากนัก ผมคิดว่าที่มันยากเพราะมันเป็นพฤติกรรมที่แตกต่างออกไปจากปกติที่คุณเคยทำอยู่เป็นประจำ อย่างเช่น กินข้าวก็ต้องร้านเดิม ตัดผมก็ร้านเดิม ซื้อของก็ห้างเดิม แฟ้บก็ยี่ห้อเดิม จนกว่ามันจะหมด ก็ไม่มีขายแล้วนั่นแหละถึงจะเปลี่ยนไปใช้อย่างอื่น อีกนัยหนึ่งก็คือต้องมีสิ่งมาบังคับ เราถึงจะยอมเปลี่ยนแปลง คุณว่าจริงไหมครับ ?John C. Maxwell นักอะไรก็ไม่รู้เคยมาบรรยายที่กรุงเทพ ค่าบัตรก็มหาโหด มาบรรยายก็ขายแต่หนังสือของตัวเอง ได้กล่าวไว้ว่า "คุณสามารถประสบความสำเร็จได้ เพียงแค่คุณเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันของคุณเองเท่านั้น" แหม มันตีความได้กว้างเหลือเกินนะพ่อคู้นน แต่เอาเป็นว่าเราไม่ต้องไปเสียเงินเสียทองไขว่คว้าหาอะไรต่อมิอะไรมากมาย เพียงแค่เปลี่ยนชีวิตประจำวันของเราเท่านั้น ผมเลยเหมาเอาว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้เราดีขึ้นได้ แต่ในการเปลี่ยนแปลงนั้นก็มีทั้งดีและร้ายขึ้นอยู่กับตัวเราเองแหละครับว่าอยากจะเลี่ยนแปลงไปในทางไหนกันหนอ ที่ผมร่ายมาเสียยาวยืดในเรื่องนี้ ก็เพื่อจะบอกกับทุกท่านที่หลงเข้ามาใน Blog ของผมแล้วเนี่ยว่าที่ผมเขียน Blog ขึ้นมาก็เพื่ออยากจะเปลี่ยนแปลงอะไรในตัวเองบ้าง สักเรื่องหนึ่งแล้วก็อยากให้ท่านทั้งหลายร่วมกันเปลี่ยนแปลงตัวเองไปพร้อมกับผม จากที่เคยแต่อ่านก็เปลี่ยนมาช่วยกันคิดช่วยกันเขียนบ้างก็ดีนะครับ คุณโยมทั้งหลาย ผมจะได้รู้ว่าท่านชอบหรือไม่ และจะได้ปรับปรุงต่อไปครับหวังว่าคงไม่ผ่านมาแล้วผ่านไปนะครับ มีอะไรติดหัวกันไปบ้าง คราวหน้ามาคุยกันใหม่ เดี๋ยวผมหาเรื่องมาให้ ช่วยผมด้วยก็แล้วกันนะท่าน ...