นิทานคนใบ้ / บทที่2.2 ตามหา


เขาเหลียวหลังมองหญิงสาวที่ยืนมองส่งอยู่ไกลลิบ

จู่ๆเขาก็รู้สึกคิดถึงและเป็นห่วงเธอจับใจ

และก็ไม่อยากจะจากเธอไปไหนไกลๆ

‘เป็นอะไรไปเรา’

เวนดอร์ครุ่นคิดอยู่เพียงลำพังขณะที่เดินไปตามเส้นทางขึ้นเขา

เขาหันกลับมามองเธอเป็นพักๆมองจนร่างอรชรนั้นเหลือนหายไปในความห่างไกลและหมู่ไม้


จู่ๆโลกที่แสนกว้างใหญ่น่าค้นหา

กลับดูกว้างเกินไปในเวลานี้

จะเป็นไปได้หรือที่เขาจะหลงรักผู้หญิงคนนี้

ตั้งแต่เขาเสียภรรยาไปเวนดอร์ก็ไม่เคยคิดจะสนใจเรื่องความรักอีก

เขาคิดเสมอว่าหัวใจที่แสนแห้งแล้งของเขา

คงจะไม่สามารถจะรักใครได้อีกแล้ว


ในตอนแรกที่เขาพบเธอ เขารู้สึกเป็นหนี้บุญคุณ

และต้องการจะปกป้องเธอคนนี้เป็นการตอบแทน


หลังจากเดือนเป็นหลายเดือน

จากปีเป็นหลายปีเข้า จนกระทั่งห้าปีในบัดนี้

ยามนี้เมื่อมีเธอ เขารู้สึกว่าตนเองไม่เดียวดายอีกต่อไป

เขากลายเป็นบุคคลที่มีค่าและความหมายต่อเธอ


ทุกๆ สิ่งที่เธอพบเจอ ทุกๆ การกระทำของเธอ

มันให้เขารู้สึกชื่นชมเธอมากขึ้นทีละน้อยๆ

คล้ายๆ ว่ากำแพงน้ำแข็งของเขาได้ถูกทำลายลง

ด้วยหัวใจที่อ่อนโยนของผู้หญิงคนนี้


เธอชอบพูดถึงการออกตามหาบ้านที่แท้จริง

ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่เคยขัดเธอในเรื่องนี้

เพียงแต่ว่าความกลัวที่จะต้องเสียเธอไป

มันค่อยๆ ก่อตัวขึ้นทีละน้อย จนน่าหงุดหงิด

เหมือนคนเห็นแก่ตัวเสียเหลือเกิน

เขาไม่ชอบที่ตัวเองจะหงุดหงิด

แต่เขาก็รู้ตัวดีว่าเขาไม่อยากให้เธอจากไป


เขาไม่อาจจะทนดูผู้ชายในหมู่บ้านพูดจาเกี้ยวพาราสีเธอ

โดยอ้างว่าตัวของเขานั้นไม่อยากให้หญิงที่เสมือนน้องสาวคนนี้

ต้องน้ำตานองเพราะผู้ชายที่ไม่เห็นคุณค่า

ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าตนเองได้หลงรักผู้หญิงคนนี้มานานแล้ว

ถ้าหากมีวันใดที่เธอมีความรักกับคนอื่น

วันนั้นเขาอาจจะต้องหลั่งน้ำตาให้กับความโง่เขลาเบาปัญญาของตัวเอง

ที่ไม่รู้จักรั้งตัวเธอเอาไว้


“ท่านพราน!”

เสียงตะโกนอย่างตื่นตูมของเด็กหนุ่มในหมู่บ้าน

ดังไล่หลังของเวนดอร์มา

เขาหยุดมองเด็กหนุ่มร่างผอมบางใส่อาภรเก่าขาด

ที่เข้ามานั่งยองๆ หอบหายใจ

อยู่กับพื้นดินตรงหน้า


“ท่านพราน เกิดเรื่องใหญ่แล้ว

แม่ของข้าให้ข้ามาบอกท่านว่า...”

หนุ่มน้อยหยุดหอบหายใจครู่หนึ่งจึงกล่าวต่อไปว่า

“ตอนนี้ที่หมู่บ้านมีทหารจากเมืองหลวงเต็มไปหมด

หญิงสาวอายุไล่เลี่ยในหมู่บ้านถูกจับตัวไป

ออโรร่าอาจจะตกอยู่ในอันตราย”

หนุ่มน้อยละลำละลักบอก ดวงตาสีเทาหม่นของเขา

เป็นทุกข์ใจอย่างยิ่งด้วยความที่น้องสาวของตนเองก็ถูกจับไปเช่นกัน


เวนดอร์มีสีหน้าตื่นตกใจดวงตาสีครามของเขาไหววูบและแข็งกร้าว

ด้วยโทสะต่อผู้ที่กล้าต้องตัวหญิงที่เขารัก

เขาโยนหอบสัมภาระเขาไปข้างทาง

สะพายคันธนูไม้พร้อมกระบอกลูกธนูปลายแหลม

แล้วชักมีดเล่มหนึ่งออกมาโยนไปตรงหน้าเด็กหนุ่ม

“ไอ้หนุ่ม หยิบมีดขึ้นแล้วตามข้ามา”


“ท่านไม่ได้เป็นใบ้หรอกหรือ”

เด็กหนุ่มมีสีหน้าพิลึกลั่นกว่าเดิมเสียอีก


“เออ ใช่น่ะสิ ตามมาเร็ว”

เวนดอร์กล่าวแล้ววิ่งนำหน้าไปไม่รอช้า


เมื่อไปถึงยังบ้านของเขาทั้งสองย่องเข้าไปในตัวบ้านจากประตู

ไม้เล็กๆ ที่อยู่ด้านหลังสภาพบ้านเต็มไปด้วยข้าวของที่ล้มระเนระนาด


“ออโรร่า!”

พรานหนุ่มตะโกนเรียกหา ร่างกายที่ปราดเปรียวค้นไปทุกซอกของบ้าน

หากแต่พบเพียงความว่างเปล่า เขาทุบกำปั้นลงบนโต๊ะไม้

อย่างโกรธเกรี้ยว


“ท่านพราน ข้างหน้าบ้านก็ไม่มีใคร

แต่ข้าพบสิ่งนี้”

เด็กหนุ่มยื่นริบบิ้นสีชมพูปักลายดอกไม้มาตรงหน้าเวนดอร์


“ของออโรร่า เธอคงโดนจับตัวไป”

เขานำริบบิ้นมาผูกกับธนูของตนเองก่อนที่ร่ายกายกำยำ

จะมุ่งตรงไปยังบ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน


เสียงเคาะประตูคำรบใหญ่ทำให้คนในบ้านทั้งหวาดกลัวและขวัญผวา


“ท่านไปดูซิ ใครมา”

ภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้านดุนหลังของผู้เป็นสามีไปทางประตูบ้าน

ลูกสาวเล็กของพวกเขาต่างมองพ่อของพวกเขาเดินไปสำรวจหน้าบ้านอย่างใจกล้า

หากเป็นทหารพากันทะลายประตู กรูเข้าล้อมสี่พ่อแม่ลูกไว้


“บ้านหลังนี้มีลูกสาว สองคน บอกมาอายุเท่าไร”

ทหารเลวตะคอก


“คนหนึ่ง 5 ขวบ คนหนึ่งอายุ17”

ผู้เป็นแม่ของเด็กทั้งสองกล่าวเสียงสั่น


“คนไหนอายุ 17”

นายกองถีบพ่อของเด็กลงแล้วเอาดาบพาดที่คอของเขา

“เดินออกมา”


“ข้าเอง”

ลูกสาวคนโตของพวกเขาเดินออกมาขวางดาบไว้อย่างใจกล้า


“นำตัวไป”

เหล่าทหารพากันนำหญิงสาวออกไป

หากมีดด้ามเขื่องที่จ่อลูกกระเดือกนายกองผู้นั้น

ทำให้ทหารต้องละมือจากลูกสาวหัวหน้าหมู่บ้าน


“จะ จะ เจ้าเป็นใคร”

นายกองละลำลักลักถาม


เวนดอร์กดมีดลงบนคอจนเลืองของนายกองผู้นั้นเริ่มไหลซิบ

“ถอยออกไปจากบ้านหลังนี้ร้อยก้าว

ไม่อย่างนั้นหมอนี้คงต้องจบชีวิตลงที่นี่”


“ถอยไปก่อนเถอะท่านทหาร ท่านเวนดอร์

เป็นผู้ที่มีศิลปะการต่อสู้สูงส่งที่สุดในหมู่บ้าน

ไม่ว่าใครก็ไม่อาจประมือกับเขา

โดยมีชีวิตรอดไปได้”

ฝ่ายหัวหน้าหมู่บ้านฮอร์นรวมทั้งภรรยาอะคีล่าต่าง

ช่วยพูดสนับสนุนเวนดอร์

“จริงนะ ทุกคนในหมู่บ้านเป็นพยานได้

ต่อให้ทหารสิบรุมหนึ่งพวกท่านก็ทำอะไรเขาไม่ได้หรอก”


“ข้าจะไม่รอช้าที่จะลงมือ”

เวนดอร์จ่อมีดเข้าที่คางของนายกองขี้ขลาด

“เจ้าคนชั่ว มีดนี้จะทะลุคางของเจ้า ตัดลิ้นของเจ้า

เลาะขึ้นไปถึงสมองของเจ้า”


“พวกเจ้าได้ยินชัดเจนแล้ว ไม่รีบถอยไปอีก”

นายกองวัยกลางคนออกคำสั่งอย่างรักตัวกลัวตาย

ศีรษะล้านเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ

ที่หลั่งของมาอย่างหวาดกลัว

เมื่อเห็นดังนั้นเหล่าทหารจึงถอยกรูกันออกไป


“อาร์เทอร์ เปิดประตูค้างไว้ สั่งพวกมันให้ออกไปไกล

ในระยะที่ยังมองเห็นได้จากจุดนี้”

เวนดอร์กล่าวจบก็หันมาประจันหน้ากับแขกไม่ได้รับเชิญ

ที่เขาเกือบจะปลิดชีพเขาผลักนายกองคนนั้นแล้วถีบมันจนล้มลงกับพื้น

พาลเอาคนในบ้านสะดุ้งไปตามๆ กัน

“ให้ตายเถอะเจ้าคนชั่วบอกข้ามาสิว่าผู้หญิงในหมู่บ้านถูกจับไปไว้ที่ไหน”


“ข้าไม่รู้ ข้าเพียงแต่ทำหน้าที่ต้อนหญิงจากหมู่บ้านนี้

หัวหน้าของข้าท่านแม่ทัพเฮ็ดเวิร์ดสั่งใส่เราต้อนหญิงจากทั่วแผ่นดิน

เพื่อนำไปสอบปากคำเรื่องบางเรื่องนี่เป็นคำสั่งของพระราชา”

นายกองที่ว่ากระพุ่มมือแตะเท้าของเวนดอร์เพื่อร้องขอชีวิต


“ตอนนี้พวกนางอยู่ที่ไหน”

เวนดอร์ตะคอกซ้ำกดเท้าลงบนคอของนายกองอย่างเหี้ยมโหด

เสียงรอดไรฟันของคนที่แทบจะขาดใจตายกล่าวว่า

“นายท่าน หากพวกนางโดนจับไปแล้ว ตอนนี้คงขึ้นรถม้า

มุ่งหน้าสู่เมืองหลวงถ้าตามไปตอนนี้อาจจะยังทัน”


“บอกคนของพวกเจ้า อย่าได้พาคนในหมู่บ้านนี้ออกไปอีก

ไม่อย่างนั้น ข้าจะตามตัดมือมันทุกคนซะ”

เวนดอร์ที่มีแววตาแสนอำมหิตจนคนรอบข้าง

แม้แต่ครอบครัวหัวหน้าหมู่บ้านเองก็ยังรู้สึกหวาดหวั่น


“ท่านเวนดอร์ ท่านไม่ได้เป็นใบ้หรอกหรือ”

หัวหน้าแก่ๆ กล่าว

“ขอบคุณที่ช่วยลูกสาวของพวกเราไว้

ข้าเป็นหนี้บุญคุณท่าน”

เขาคุกเข่าลง

“พวกเราทั้งหมู่บ้านต้องขอโทษที่เคยพูดจาไม่ดีกับท่าน”


“ช่างเถอะ ข้าจะไปตามหา ออโรร่า โดยให้มันผู้นี้

นำทางไป”

พรานป่ากล่าวด้วยเสียงดุดัน


“นายท่านได้โปรด ข้าพาท่านไปไม่ได้จริงๆไม่อย่างนั้นข้าคนนี้

ต้องโดนลอร์ดเฮ็ดเวิร์ดตัดหัวเป็นแน่แท้”

นายกองคนนี้พยายามจะเกาะขาขอร้อง

หากแต่เขาถีบมันล้มลงอีกคราอย่างไม่ใยดี

จนฟันของมันหลุดออกมาซี่หนึ่ง

นอนกุมปากร้องโอดครวญอยู่บนพื้น


“อย่าห่วงไปเลย เพราะข้านี้แหละจะกุดหัวมันก่อน”

แววตาสีครามลุกโชนไปด้วยโทษะ


“ถ้าอย่างนั้นข้าจะไปกับท่าน”

หัวหน้าหมู่บ้านเสนอ


“ฮอร์นท่านอย่าไปนะ ถ้าไปแล้ว

ข้ากับลูกจะทำอย่างไรถ้าท่านตายจากไป”

อะคลีล่ายึดแขนผู้เป็นสามีแล้วร่ำไห้


“ข้าไม่ต้องการความช่วยเหลือจากท่าน”

เวนดอร์ลากตัวนายกองขึ้นมาแล้วผลักมันออกไปนอกบ้าน

จนหัวทิ่มหัวตำ


“ถึงท่านจะไม่ต้องการข้า แต่ท่านตัวคนเดียวแม้เก่งกาจเพียงไร

ก็ไม่อาจต่อกรกับคนทั้งกองทัพได้หรอก”

หัวหน้าฮอร์นประกาศอย่างสุดเสียง


เวนดอร์หันหน้ามามองฮอร์น ก่อนจะยัดตัวนายกองให้อาเทอร์

กุมตัวไว้ เขาเดินจนประชิดตัวชายแก่

“ท่านสามารถจะช่วยระดมพลชายหนุ่มในหมู่บ้านได้งั้นหรือ”


“ผู้คนต่างเคียดแค้นที่พระราชาจับตัว

พวกคนในครอบครัวของเขาไป

พวกเขาไม่รีรอที่จะร่วมมือกับท่านเพื่อช่วยพี่น้องของเขาแน่”




Create Date : 20 พฤษภาคม 2559
Last Update : 20 พฤษภาคม 2559 20:29:08 น.
Counter : 298 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ทวนเวลา
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



สวัสดีผู้อ่านทุกท่านและเพื่อนที่เคารพทั้งหลายข้าพเจ้าในนามของเจ้าของblogขอสงวนลิขสิทธิ์เนื้อหาในที่นี้ขอบคุณจ่ะ
pearleus pearleus
พฤษภาคม 2559

1
2
3
4
6
7
8
9
10
12
13
14
15
16
17
18
19
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31