ประวัติความเป็นมาของการโดดร่มแบบกระตุกเอง
ประวัติความเป็นมาของการโดดร่มแบบกระตุกเอง
การโดดร่มแบบกระตุกเองเริ่มจากในต่างประเทศ คือ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๔ นักกายกรรมชาว อเมริกันชื่อ Grant Morton ได้แสดงความกล้าหาญ ต่อหน้าผู้ชมจำนวนมาก ด้วยการอุ้มร่มผ้าไหมที่พับไว้อย่างเรียบร้อยแล้วกระโดดออกมาจาเครื่องบิน Wright Model B. แล้วปล่อยให้ร่มกางออกรับลม เขาลอยลงสู่พื้นได้อย่างปลอดภัยที่หาดเวนิส แคลิฟอเนีย ประเทศสหรัฐฯ ซึ่งอาจถือได้ว่าบุคคลผู้นี้เป็นคนแรกที่กระโดดร่มประเภทนี้ แต่บุคคลแรกที่กระโดดร่มแบบกระตุกเองประสบผลสำเร็จอย่างแท้จริงนั้น ซึ่งได้มีการทดลองอย่างจริงจัง เมื่อ วันที่ ๒๘ เม.ย. พ.ศ. ๒๔๖๒ โดย
Mr. Leslie Irvin ชาวอเมริกัน ที่สนามโดด Mc Cook เมือง Dayton รัฐ OHIO ประเทศสหรัฐ ฯ
สนาม MC COOK เมือง DAYTON รัฐ OHIO ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่าเป็น THE CRADLE OF AVIATION AND PARACHUTING หมายถึง แหล่งกำเนิดของการบินและการโดดร่ม เป็นแหล่งที่มีการพัฒนาคิดค้น ทำให้เกิดความก้าวหน้าทั้งในเรื่องการบินและการโดดร่ม (ซึ่งข้อเท็จจริงแล้ว พี่น้องตระกูลไรท์ ได้คิดและเริ่มทำการบินได้เป็นครั้งแรก ที่รัฐ NORTH CALORINA ประเทศสหรัฐฯ แต่ไม่ได้เป็นแหล่งในการพัฒนาเหมือนสนาม MC COOK เมือง DAYTON รัฐ OHIO ประเทศสหัฐอเมริกา)
Irvin กระโดดจากเครื่องบินที่ความสูง ๑,๕๐๐ ฟุตแล้วดึงร่มให้กางด้วยห่วงดึง ทำให้ร่มกางทันทีโดยไม่มีการถ่วงเวลาแต่อย่างใด ขณะลงพื้นข้อเท้าแตก ถือได้ว่าการทดลองประสบความสำเร็จ ส่วนการโดดร่มแบบกระตุกเอง ที่มีการถ่วงเวลาเป็นครั้งแรกนั้น เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุการสละเครื่องบินของ ร.ท. ฮาร์โรลด์ อาร์ แฮริส (LT.Harold R. Harris) เมื่อ วันที่ ๒๒ ต.ค. พ.ศ. ๒๔๖๕ ร.ท. ฮาร์โรลด์ ฯได้กระโดดสละเครื่องบินที่ความสูง ๒,๕๐๐ ฟุต แต่เกิดปัญหายุ่งยากในการหาห่วงดึงร่มจนกระทั่งดิ่งลงมากระตุกห่วงดึงร่มให้ร่มกางได้ที่ ระยะความสูง ๕๐๐ ฟุต ซึ่งร่มกางที่ ๒๐๐ ฟุต ก่อนถึงพื้นดิน เท่ากับเขาได้ถ่วงเวลาก่อนดึงร่มให้กางได้ถึงประมาณ ๑๕ วินาที โดยไม่ได้ตั้งใจ

เท่าที่กล่าวมาข้างต้นนั้น การกระโดดร่มแบบกระตุกเอง (Free Fall ) นั้นยังไม่มีท่าทางการโดดเป็นกิจจะลักษณะ แล้วแต่จะตกลงมาท่าใดก็ได้ สำหรับท่าทางการทรงตัวระหว่างโดดดิ่งลงมาก่อนดึงร่มให้กางนั้นเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๗ โดย Mr.Floyd Smith ชาวอเมริกันได้เขียนเรื่องลงในนิตยสารเกี่ยวกับแนวทางและวิธีการทรงตัวในอากาศขณะที่โดดถ่วงเวลาลงมาก่อนที่จะกระตุก ร่มให้กาง อันเป็นเทคนิคพื้นฐานที่สำคัญที่เป็นประโยชน์ในการกระโดดร่มแบบกระตุกเอง
ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๙๐ นาย Leo Valentin ชาวฝรั่งเศสได้ค้นพบวิธีแก้ใขท่าทางการทรงตัวในอากาศได้อย่างสมบูรณ์อันเป็นประโยชน์ในการโดดร่มแบบกระตุกเองมาจนทุกวันนี้ อีกทั้งชาวฝรั่งเศสก็ได้นำการกระโดดร่มแบบกระตุกเองมาเป็นการกีฬา ซึ่งในปีพ.ศ. ๒๔๙๒ ได้ก่อตั้งสมาคมโดดร่มขึ้นถึง ๑๐ สมาคมทั่วประเทศ
VALENTIN ชาวฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้ที่เอาจริงเอาจังกับการทดลองในการโดดร่มแบบต่าง ๆ และการใช้ปีก (WINGS) ประกอบในการโดด เป็นผู้คิดค้นท่าทางการโดดได้โดยสมบูรณ์ขณะล่องลอยอยู่ในอากาศก่อนเปิดร่มให้กาง ในวาระสุดท้ายก็เสียชีวิตจากการทดลองโดดร่มด้วยการใช้ปีก(WINGS)นั่นเอง (ในรูป อธิบายว่า หลังจากความสำเร็จในการทดลองโดดร่มด้วยปีก ที่เมือง ORLY ประเทศฝรั่งเศส VALENTIN ผู้เอาจริงเอาจังกำลังวางแผนในการพัฒนาปรับปรุงปีกเพื่อทำการโดดในครั้งต่อไป)
เทคนิคและวิธีการต่าง ๆ ของการโดดร่มประเภทนี้ได้นำเข้าสู่สหรัฐฯอีกใน ปี พ.ศ. ๒๔๙๘ โดย Mr.Jacques A Istel ชาวอเมริกัน เชื้อสายฝรั่งเศส (เนื่องจากเป็นชาวฝรั่งเศสที่ได้ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่อเมริกาและได้สัญชาติเป็นอเมริกัน เมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๔) ซึ่งภายหลังที่เขามีประสบการณ์ ได้สังเกตการณ์ และได้พบเห็นความวิเศษสุดของการโดดร่มในฝรั่งเศสมาแล้ว เขาได้ติดต่อและฝึกให้กับทีมกีฬาโดดร่มทีมแรกของสหรัฐฯในการเข้าร่วมแข่งขันนานาชาติ อีกทั้งเขายังได้รับเชิญจากกองทัพบกสหรัฐฯให้เป็นกรรมการคัดเลือกและฝึกสอนให้ทหารพลร่มหน่วยรบพิเศษที่ ๗๗ ฟอร์ทแบรก รัฐนอร์ทคาโรไรน่า ประเทศสหรัฐฯถึงเทคนิคในการโดดร่มแบบกระตุกเอง ในปี พ.ศ. ๒๕๐๐ อีกด้วย
ความเป็นมาของการโดดร่มแบบกระตุกเองในประเทศไทย
จากหลักฐานที่มีบันทึกไว้ โดย พล.ต.ต.นพ.นคร ศรีวณิช ซึ่งเป็นพลร่มยุคแรกที่ค่ายเอราวัณว่าในช่วงเดือน ก.ค. พ.ศ. ๒๔๙๔ ซึ่งในขณะนั้นมีการฝึกโดดร่มรุ่นแรกในเมืองไทย ครูอเมริกันเชื่อว่าผู้ที่จะกระโดดต้องกลัว จึงจัดกระโดดให้ชมเสียก่อน เพื่อแสดงว่าการกระโดดร่มเป็นของง่าย ๆ ไม่มีอันตรายอะไรเลยหลังจากนั้นจึงบังคับให้ตำรวจไทยกระโดด ผู้กระโดดให้ชมมี ๒ คน คนแรก พ.ท.รอกเกอร์ (น่าจะเป็นคนเดียวกับ Mr.Rheu Rocker) นายทหารประจำหน่วยจัสแม็กที่ติดปีกพลร่มโลหะสีเงินมีดาวและช่อชัยพฤกษ์ประดับอกแสดงว่าเป็นนักกระโดดร่มชั้นหนึ่ง ทราบภายหลังว่าเขากระโดดมาแล้วกว่า ๒๐๐ ครั้ง วันนั้นใช้ร่ม B-12 กระโดด แบบ Free Fall จากความสูงประมาณ ๔ พันฟุต ออกจากเครื่องบินร่มไม่กางทันทีลอยละลิ่ว ๆ ลงมาระยะหนึ่งแล้วจึงกาง ลงถึงพื้นเรียบร้อย ผู้กระโดดอีกคนหนึ่ง คือ พ.อ.Pete Joost เป็นการโดดแบบใช้สายดึงประจำที่ด้วย ร่ม แบบ T-7A
จากหลักฐานดังกล่าวข้างต้นนั้นตรงกับข้อมูลซึ่งได้สัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ครั้งนั้นเล่าตรงกันว่า Rocker ได้โดดแบบ Free Fall ให้นักเรียนพลร่มรุ่นแรกชมด้วย จึงถือว่าการโดดของ Rocker ครูฝึกชาวอเมริกันผู้นี้เป็นการโดดร่มแบบกระตุกเองครั้งแรกในประเทศไทย
ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๔ กองทัพอากาศไทยได้จัดแสดงแสนยานุภาพที่สนามบินดอนเมือง ซึ่งนอกจากจะแสดงการบินชนิดต่าง ๆ แล้ว มีสิ่งแปลกและยังใหม่ต่อสายตาชาวไทย คือ ชาวฝรั่งเศส ๓ นาย ทำการโดดร่มแบบกระตุกเอง จากเครื่องบิน C-47 ลงมาพร้อมกันจากความสูง ๙๐๐๐ ฟุต ถ่วงเวลา ๔๐ วินาที ก่อนดึงร่มให้กาง ใช้พลุควันสี แดง ขาว น้ำเงิน ประกอบดิ่งลงมาเป็นสัญลักษณ์ของธงชาติฝรั่งเศส ซึ่งตรงกับสีสัญลักษณ์ของธงชาติไทยพอดี ยังความประทับใจให้กับผู้ชมเป็นจำนวนมาก
ต่อมาเริ่มแรก ณ วันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๐๔ ซึ่งเป็นวันดี "วันปิยมหาราช" ร้อย พธ.สกอ.พธ.ทบ. เปิดการฝึกการกระโดดร่มแบบกระตุกเองหรือที่เรียกทั่ว ๆ ไปว่า "ดิ่งพสุธา" ขึ้นเป็นครั้งแรกในกองทัพบก โดยมี พันตรี อีเกิล (Maj. Egle) ที่ปรึกษาสหรัฐประจำ ร้อย พธ.สกอ. เป็นผู้ดำเนินการ และเป็นครูฝึก ได้มีการคัดเลือกข้าราชการในร้อย พธ.สกอ. ที่มีความสมัครใจจำนวน ๔ นาย เป็นผู้เข้ารับการฝึก คือ
๑. จ.ส.อ. พิศิษฐ์ จันทภูมิ (ยศขณะนั้น)
๒. จ.ส.อ. ยงยุทธ ขจรวิทย์ (ยศขณะนั้น)
๓. ส.อ. ธวัชชัย ภักดิ์ศรีวงศ์ (ยศขณะนั้น)
๔. ส.อ. ประสาท ปะละฤทธิ์ (ยศขณะนั้น)
โดยในการฝึกได้ใช้ร่ม บี.12 ดัดแปลงและโดดจาก เครื่องบิน L- 20 ทำการฝึกสอนเฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์ ใช้เวลาในการฝึกประมาณ ๓ เดือนเศษ จากการฝึกโดดร่มดังกล่าวในครั้งเริ่มแรก สรุป ได้ว่าครูฝึกให้ผ่าน หมายความว่าเมื่อตัดสายแล้วสามารถถ่วงเวลา ๑๐ วินาทีได้เป็นที่น่าพอใจของครู จัดว่าเป็นผู้สามารถโดดร่มแบบกระตุกเอง หรือ "ดิ่งพสุธา" ได้ ๒ รายแรก คือ
๑. จ.ส.อ. พิศิษฐ์ จันทภูมิ ซึ่งเป็นผู้ที่สามารถโดดร่ม กระตุกเองได้เป็นคนแรก
๒. จ.ส.อ. ยงยุทธ ขจรวิทย์
ดังนั้น จึงไม่น่าจะเป็นปัญหาว่าใคร หรือผู้ใดเป็นผู้โดดร่มแบบกระตุกเอง ดิ่งพสุธา หรือเหินเวหา เป็นครั้งแรกในกองทัพบก และประเทศไทย หลังจากนั้นไม่นาน ประมาณต้นปี พ.ศ.๒๕๐๕ กองพันทหารพลร่ม (ชื่อหน่วยในขณะนั้น) ซึ่งตั้งอยู่ ณ บ้านป่าหวาย ก็เปิดการฝึกขึ้นบ้างโดยมี พันตรี อาดัมส์ (Maj. Adams) ที่ปรึกษาสหรัฐฯประจำกองพันทหารพลร่มเป็นผู้ดำเนินการและเป็นครูฝึก ซึ่งได้คัดเลือกข้าราชการในกองพันทหารพลร่มที่สมัครใจเข้ารับการฝึกจำนวน ๓ นาย คือ
๑. ร.ท. เทียฬชัย พันธ์ชูจิต (ยศขณะนั้น)
๒. จ.ส.ต. พรหม อนุสรรัมย์ (ยศขณะนั้น)
และ ๓. ส.อ. สัมพันธ์ พงษ์พานิช (ยศขณะนั้น)
สรุป การฝึกใช้ร่มและเครื่องบินในการฝึก เช่นเดียวกับร้อย พธ.สกอ. ใช้ระยะเวลาในการฝึกประมาณ ๓ เดือนเศษ นักโดดร่มทั้งสามนายทดสอบผ่านตามขั้นตอนทุกประการ สามารถโดดร่มแบบกระตุกเองหรือดิ่งพสุธาได้ แต่ยังจะต้องหาประสบการณ์ในการโดดอีกต่อไป ในปีเดียวกันนั้น (ประมาณกลางปี พ.ศ. ๒๕๐๕) ร้อย พธ.สกอ. ก็ได้รับอนุมัติให้เปิดการฝึกต่อไปอีก โดยให้ จ.ส.อ. ยงยุทธ ขจรวิทย์ (ยศขณะนั้น) ซึ่งผ่านการทดสอบสามารถโดดร่มแบบกระตุกเองได้ และมีประสบการณ์พอสมควรเป็นครูฝึก (ที่ปรึกษาฯ ที่เคยเป็นครูฝึกมาก่อน เดินทางกลับสหรัฐอเมริกาแล้ว) และให้ผู้เข้ารับการฝึกครั้งแรกที่ยังทดสอบไม่ผ่านรวม ๒ ราย คือส.อ.ธวัชชัย ฯ กับ ส.อ. ประสาท ฯ นั้นเป็นผู้รับการฝึกต่อ รวมเข้ากับผู้ฝึกใหม่อีก ๒ นาย จึงเป็นผู้เข้ารับการฝึกจาก ร้อย พธ.สกอ. ในการฝึกครั้งนี้จำนวน ๔ นาย ดังนี้คือ
๑. ส.อ. ธวัชชัย ภักดิ์ศรีวงศ์ (ยศขณะนั้น)
๒. ส.อ. ประสาท ปะละฤทธิ์ (ยศขณะนั้น)
๓. ส.อ. เสาวกุล ชูศิริ (ยศขณะนั้น)
๔. ส.อ. ถวิล วุฒิวงศ์ชัย (ยศขณะนั้น)
ในการเปิดการฝึกต่อของ ร้อย พธ.สกอ. ซึ่งนับเป็นการฝึกครั้งที่สอง โดยครูฝึกชาวไทย คือ จ.ส.อ. ยงยุทธ ขจรวิทย์ เป็นครั้งแรกและเป็นคนแรกนั้น ทางกองพันทหารพลร่มที่ป่าหวาย ได้อนุมัติและส่งกำลังพลของหน่วยเข้ารับการฝึกร่วมด้วยอีก ๔ นาย คือ
๑. ร.อ. สุวิช สุวรรณปรีชา (ยศขณะนั้น) เป็นหัวหน้า
๒. ร.อ. ประดิษฐ์ สมเพราะ (ยศขณะนั้น)
๓. ส.อ. สมาน พึ่งปัญญา (ยศขณะนั้น)
และ ๔. ส.อ. สมทรง แปลงเงิน (ยศขณะนั้น)
จึงมียอดผู้เข้ารับการฝึก (นักเรียน) ทั้งสองหน่วย คือ ร้อย พธ.สกอ. และกองพันทหารพลร่มเข้าร่วมในการฝึกครั้งที่สองของ ร้อย พธ.สกอ. ในครั้งนี้จำนวนรวม ๘ นาย ทำการฝึกเฉพาะวันหยุดเสาร์ - อาทิตย์ เท่านั้น โดยใช้ร่ม บี.12 ดัดแปลงฝึกโดดจาก เครื่องบินL- 20 โดยมี เฮลิคอร์ปเตอร์สนับสนุนในบางโอกาส ใช้สนามโดดบริเวณสนามบินโคกกระเทียม ลพบุรี และบริเวณสนามบินบ้านแพะ สระบุรี ใช้เวลาในการฝึกประมาณ ๕ เดือนเศษ อนึ่งในการฝึกครั้งนี้ได้รับคำแนะนำเพิ่มเติมจากนายทหารอเมริกันที่เชี่ยวชาญการโดดร่มแบบกระตุกเอง ชื่อ ร.ท. จอห์น อาร์ มินูโทลี่ เกี่ยวกับกฎนิรภัยของการโดดร่มแบบกระตุกเอง วิธีดัดแปลงร่ม การพับร่ม วิธีประกอบสายดึงร่ม ฯลฯ เหล่านี้เป็นต้น อันนับได้ว่าเป็นสิ่งที่ดี เป็นวิทยาทานในการฝึกเป็นอย่างมาก เป็นความรู้ที่มีคุณค่าของนักโดดร่ม ผลการฝึกของ ร้อย พธ.สกอ. ที่มีครูฝึกเป็นคนไทย คือ จ.ส.อ. ยงยุทธ ขจรวิทย์ เป็นคนแรกนั้น กล่าวได้ว่าผู้เข้ารับการฝึก ทุกนาย มีความอดทน สนใจ และตั้งใจจริง ต้องเข้ารับการฝึกตามขั้นตอนทุกขั้นตอน จนสามารถผ่านการทดสอบตามที่กำหนดทุกประการ ทั้งผ่านประสบการณ์ จากการโดดจากความสูง ๘,๐๐๐ ฟุต ถ่วงเวลา ๓๐ วินาที ทั้ง ๘ นายด้วย จึงสรุปได้ว่าการฝึกได้ผล นักโดดร่มทั้ง ๘ นายนี้ได้เป็นผู้บุกเบิกการฝึกต่อไปสำหรับ ร้อย พธ.สกอ. และ กองพันทหารพลร่ม ครั้นถึงต้นปี พ.ศ. ๒๕๐๖ กองรบพิเศษ (พลร่ม) จึงเริ่มเปิดทำการฝึกให้กับกำลังพลภายในหน่วยต่อไป โดยมี ร.อ. สุวิช สุวรรณปรีชาเป็นหัวหน้าครูฝึก โดยมีผู้ที่สามารถโดดร่มแบบกระตุกเองได้แล้วในส่วนของ พัน พร. เป็นผู้ช่วย..
สำหรับในส่วนของกองทัพอากาศนั้น กล่าวคือ ประมาณปลายปี ๒๕๐๖ ถึงต้นปี ๒๕๐๗ จ.ท. สมาน อุบลบาน และ จ.ท. โชค พุ่มอยู่ สังกัดกองทัพอากาศได้มาทำการฝึกโดดร่มแบบกระตุกเองกับชมรมนักเหินเวหา กองรบพิเศษ(พลร่ม) ด้วยจนสามารถทำการโดดร่มแบบกระตุกเองได้ ในเวลาต่อมา จ.ท. สมาน อุบลบาน (ยศในขณะนั้น) ซึ่งถือว่าเป็นคนแรกของกองทัพอากาศก็ได้เป็นผู้ดำเนินการฝึกกำลังพลในส่วนของกองทัพอากาศ (เป็นครูใหญ่ของการโดดร่มแบบกระตุกเองของ ทอ.) ต่อมาจนกระทั่งเกิดนักโดดร่มในส่วนของ ทอ.ที่มีความสามารถเป็นจำนวนมากทั้งด้านกีฬาและทางทหารในปัจจุบันนี้
ในส่วนของกองทัพเรือนั้น กล่าวคือในปี พ.ศ.๒๕๑๔ ทางกองทัพเรือโดย จ.อ. สมเกียรติ บุญวงษ์ (ยศในขณะนั้น) ได้มีโอกาสมาฝึกโดดร่มแบบกระตุกเองเป็นคนแรกกับทางกองทัพอากาศ ซึ่งมีครูสมาน อุบลบาน เป็นครูผู้ฝึกสอน จนสามารถโดดร่มแบบกระตุกเองได้ ซึ่งต่อมา จ.อ. ทวี เอี่ยวพานนิช (ยศในขณะนั้น) กับ ร.อ. อุดมพร สมพงษ์ รน. (ยศในขณะนั้น) ก็ได้มีโอกาสมาฝึกกับครูสมาน อุบลบาน เช่นเดียวกัน จนกระทั่งทุกนายสามารถทำการโดดร่มแบบกระตุกเองได้ และ นักโดดร่มของกองทัพเรือชุดดังกล่าวก็คือ ครูฝึกโดดร่มแบบกระตุกเองชุดแรกของกองทัพเรือที่ได้ทำการฝึกกำลังพลในส่วนของกองทัพเรือ ให้สามารถโดดร่มแบบกระตุกเองได้และพัฒนาขีดความสามารถทั้งด้านกีฬาและการโดดในทางทหาร จนกระทั่งปัจจุบันนี้.
ซึ่งเป็นการใช้ร่มเหลี่ยมในการแข่งขันเป็นครั้งแรก
สำหรับในส่วนของกรมตำรวจนั้น การเริ่มต้นในเรื่องของการโดดร่มแบบกระตุกเองนั้น มิได้ก่อกำเนิดในประเทศไทยแต่อย่างใด กล่าวคือ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๓ ขณะนั้นในประเทศลาวมีการปฏิวัติโดย นายพลกองแล ทางค่ายนเรศวร หัวหิน ได้ส่งตำรวจพลร่มไปปฏิบัติหน้าที่ยังประเทศลาว เพื่อทำการฝึกทหารลาวให้สามารถทำการรบและโดดร่มได้ ซึ่งมีกำลังพลจากค่ายนเรศวร หัวหิน ไปปฏิบัติงานอยู่ที่ประเทศลาว ๒ ชุด ชุดแรกมี ส.ต.อ. ธงชัย ลิ้มสุขล้ำ เป็นหัวหน้า และ ส.ต.ท. ถวิล หมื่นรักษ์, ส.ต.ต. สำรวย ทิวงษา และ ส.ต.ต. อุดม มีใย ได้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวอยู่ที่ค่ายโพนเค็ง เมืองเวียงจันทร์ และขณะเดียวกันตำรวจพลร่มอีกชุดหนึ่งมี ร.ต.ท. สุรยุทธ ปัทมดิลก เป็นหัวหน้า และ ส.ต.อ. วรพงษ์ วงษ์รัตน์, ส.ต.อ. สมพงษ์ คำสด,
ส.ต.อ. เชื้อชาย ณ นคร และ ส.ต.อ. ชลอ เสงี่ยมพันธุ์ ซึ่งเป็นทีมส่งกำลังทางอากาศ หรือชุดทิ้งของทางอากาศให้กับชุดปฏิบัติการต่าง ๆ ในประเทศลาว ก็ปฏิบัติงานอยู่ที่สนามบินวัดไต เมืองเวียงจันทร์ ประเทศลาว เช่นเดียวกัน ซึ่งในต้นปี พ.ศ.๒๕๐๕ กำลังพลของตำรวจพลร่มค่ายนเรศวร ทั้ง ๒ ชุด ดังกล่าวได้มีโอกาสฝึกโดดร่มแบบกระตุกเองกับครูฝึกที่เป็นทหารอเมริกัน คนเดียวกัน คือ ส.อ.รอดเจอร์ ซี เฮล (Sgt. Rodger C. Hale) ที่ปฏิบัติงานอยู่ ณ ประเทศลาวในขณะนั้น และสามารถทำการฝึกสำเร็จทุกคน มีการโดดถ่วงเวลา และเปิดร่มได้ด้วยตนเองเป็นครั้งแรกของตำรวจไทย ในวันที่ 6 สิงหาคม 2505 โดยชุดที่มี ส.ต.อ. ธงชัย ฯ เป็นหน.ชุด ทำการฝึกก่อนที่ค่ายโพนเค็ง มีผู้ตัดสายหรือสามารถโดดร่มแบบกระตุกเองได้เป็นคนแรก คือ ส.ต.ท. ถวิล หมื่นรักษ์ คนที่สอง คือ ส.ต.ต. อุดม มีใย คนที่สาม คือ ส.ต.ต. สำรวย ทิวงษา ส่วนคนสุดท้าย คือ ส.ต.อ. ธงชัย ลิ้มสุขล้ำ
และในเวลาไล่เลี่ยกันต่อมา ชุดที่มี ร.ต.ท. สุรยุทธ ฯ เป็น หน. ก็ได้ทำการฝึกกับครูฝึกคนเดียวกัน (Sgt. Rodger C. Hale) ที่สนามบินวัดไต จนกระทั่งสามารถทำการโดดร่มแบบกระตุกเองได้เป็นอย่างดี และตำรวจพลร่มทั้งสองชุดนี้ก็ทำการโดดหาประสบการณ์อยู่ที่ประเทศลาวเป็นส่วนใหญ่ในขณะนั้น แต่ก็มีโอกาสมาโดดที่ประเทศไทยบ้างเป็นการโชว์เป็นครั้งคราว โดยมิได้ทำการฝึกต่อให้กับตำรวจชุดอื่น ๆ แต่อย่างใด จนกระทั่งมาถึงปี พ.ศ.๒๕๐๗ นักโดดร่มดังกล่าวจึงมาเริ่มทำการฝึกให้แก่ตำรวจพลร่มชุดต่อมาที่ค่ายเสนีย์รณยุทธ จังหวัดอุดรธานี จนสามารถผลิตนักโดดร่มในส่วนของตำรวจเพิ่มขึ้นอีกจำนวนหนึ่ง และต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๐๙ ชุดครูฝึกชุดเดิมและชุดที่ทำการฝึกสำเร็จที่ จังหวัดอุดรธานี จึงได้เริ่มมาทำการฝึกตำรวจพลร่มชุดหลัง ๆ ณ ค่ายนเรศวร หัวหิน ตั้งแต่นั้นมา การฝึกกันต่อ ๆ มา ของ ค่ายนเรศวรจึงได้สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบันจนมีกำลังพลของตำรวจพลร่มที่สามารถโดดร่มแบบกระตุกเอง ได้รุ่นแล้วรุ่นเล่าอย่างมากมาย อนึ่งในการฝึกในครั้งนั้นยังไม่มีระบบการฝึกที่เป็นมาตรฐานและเป็นทางการแต่อย่างใด แต่เป็นการฝึกแบบใช้ประสบการณ์ของครูฝึกสอนกันต่อ ๆ มาตามสภาพ ใครจะฝึกก็ฝึกได้ไม่มีการบังคับ ผู้ที่สนใจและตั้งใจรักการโดดร่มแบบกระตุกเองจริง ๆ ก็จะไขว่คว้าหาทั้งร่มที่ใช้ฝึกโดด และอุปกรณ์การโดดร่ม รวมทั้งประสบการณ์เป็นการส่วนตัวกับครูฝึกแต่ละคนไป จนกระทั่ง ปี ๒๕๒๒ จึงมีการเปิดการฝึกขึ้นอย่างเป็นทางการตามอนุมัติของกรมตำรวจ โดยมีรูปแบบการฝึก มีการแถลงหลักสูตรและมีเนื้อหาภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ ทั้งภาคพื้นดินและภาคอากาศอย่างเป็นมาตรฐานจนถึงปัจจุบัน
สำหรับทางด้านการโดดร่มแบบกระตุกเอง ของพลเรือนในประเทศไทยแล้ว ยังไม่สามารถดำเนินการได้เท่าที่ควร เนื่องจากปัญหาเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศและปัญหาทางด้านการบิน คือ รัฐบาลยังไม่เปิดโอกาสให้พลเรือนได้มีการบินได้อย่างอิสระมากนัก ถึงอย่างไรก็ตาม เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๑ ได้มีการจดทะเบียนตั้งสมาคมโดดร่มพลเรือนแห่งประเทศไทย ขึ้นมาก่อนแล้วอย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง โดยมี นายสมชาย พลเวียง เป็นประธานสมาคม, นายประวิทย์ คชเสนีย์ เป็นอุปนายก และนายกุณฑล บุญประกอบ เป็นเลขาฯซึ่งการโดดร่มของสมาคมพลเรือนนี้ นายสมชาย ฯ ทำการฝึกที่ ลพบุรี โดยมีครูฝึกจากกองทัพบกเป็นผู้ฝึก เช่นเดียวกัน กับ นายประวิทย์ คชเสนีย์ ก็ทำการฝึกกับครูฝึกกองทัพบก ซึ่งจะฝึกในช่วงที่มีการโดดร่มมิตรภาพ แต่สำหรับ นายกุณฑล บุญประกอบ ได้ไปทำการฝึกโดดร่มแบบกระตุกเอง มาจากประเทศสหรัฐอเมริกา สำหรับนักโดดร่มแบบกระตุกเองของพลเรือนในปัจจุบันก็มีจำนวนไม่มากนัก จึงจะไม่ขอกล่าวถึงเพราะไม่ทราบว่ายังคงโดดกันอยู่หรือไม่ จึงขอกล่าวถึงภายในขอบเขตของยุคเริ่มแรกเท่านั้น แต่รายละเอียดว่าเริ่มฝึกเมื่อปี พ.ศ.ใดหรือฝึกกับผู้ใดในรายละเอียดก็จะไม่กล่าวถึงเช่นกัน เพราะถึงอย่างไรก็ตามนักโดดของพลเรือนก็คงจะไม่ฝึกโดดก่อนครูฝึกจากกองทัพบกหรือตำรวจแน่นอน (ยกเว้นกรณีการโดดร่มของเสรีไทย ในสมัยช่วงสงครามโลกครั้งที่สองกำลังจะสิ้นสุด ที่หลักฐานทางข้อมูลค่อนข้างจะสับสนและไม่แน่ชัดแต่เท่าที่ทราบ และผู้เขียน( พ.ต.อ.ไวทยวัฒน์ บุญชูวิทย์ ) ได้เห็นมากับตาตัวเองคือ เมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๕๑๑ - พ.ศ.๒๕๑๒ ได้มีศิลปินนักร้องผู้มีชื่อเสียงคนหนึ่ง คือคุณทนงศักดิ์ ภักดีเทวา ที่ทำการฝึกโดดร่มทั้งแบบสายกระตุกคงที่และแบบกระตุกเองกับทางครูของทหารอากาศและครูทหารบก (ยุคการโดดร่มมิตรภาพ) จนสามารถโดดได้ ได้ทำการโดดโชว์แบบกระตุกเองที่ สนามกีฬาโรงเรียนพิบูลวิทยาลัย จังหวัดลพบุรี (ผู้เขียนกำลังเป็นนักเรียนอยู่ที่โรงเรียนดังกล่าว) ซึ่งผู้เขียนได้สอบถามผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโดดร่มของคุณทนงศักดิ์ฯ ทราบว่าคุณทนงศักดิ์ฯ ทำการฝึกโดดตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๕๑๑ - พ.ศ.๒๕๑๒ ตามที่กล่าวแล้ว
ปัจจุบันการโดดร่มแบบกระตุกเองนี้พัฒนาขึ้นมากไม่ว่าจะเป็นร่มโดด หรืออุปกรณ์การโดด ขีดความสามารถ รวมถึงนักโดดทั้งสี่เหล่าทัพ และพลเรือนก็สามารถกระโดดได้เป็นอย่างดีมีมาตรฐานในการโดดใกล้เคียงกับสากลทั่วไปในต่างประเทศ
นักโดดร่มเกาะหมู่ ทีมกองทัพไทย และตำรวจ ปี 2553 ณ สนามโดดร่ม ตุงคะเตชะ ค่ายนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี
เท่าที่กล่าวมานี้ก็คือประวัติความเป็นมาโดยสังเขปเรื่องการโดดร่มแบบกระตุกเองทั้งของสากลและของประเทศไทย เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับการฝึกและศึกษาของนักเรียนโดดร่มแบบกระตุกเอง รวมทั้งเป็นการรวบรวมไว้เป็นข้อมูล ข้อเท็จจริงเพื่อให้คนรุ่นหลังเข้าใจประวัติความเป็นมาของการโดดร่มแบบกระตุกเองอย่างถูกต้องต่อไปครับ



Create Date : 15 มกราคม 2555
Last Update : 15 มกราคม 2555 13:17:28 น.
Counter : Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
underhil
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



มกราคม 2555

1
2
3
4
5
7
8
9
10
11
12
13
14
16
17
18
19
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog