Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2558
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
3 พฤษภาคม 2558
 
All Blogs
 

นอนกลิ้งอินทนนท์

ทริปนี้จองตั๋วเครื่องบินกันตั้งแต่เดือนตุลาคม 2557 เดินทาง มีนาคม 2558

เป็นทริปที่แพลนยาวมาก ๆ เพราะรอกำหนดการพิธีพระราชทานปริญญาบัตรออก

แล้วก็เป็นทริปที่หาข้อมูลหนักมาก (เพราะอายุน้อยสุดในแก๊งรึป่าว 555)

วันแรก เราขึ้นเครื่องจากดอนเมืองตอน 06.35 น. ถึงสนามบินเชียงใหม่ตอน 07.50 น.




อากาศกำลังดี แสงสวย มีหมอกควันนิดหน่อย (หรือควัน?)

มาถึงก็ไปหาอะไรกินกันที่ร้านข้าวซอยเสมอใจใกล้กับวัดฟ้าฮ่าม

กินเสร็จขึ้นดอยสุเทพ วันนี้คนไม่เยอะมากเท่าไรแต่ก็เยอะ

จากพระธาตุดอยสุเทพก็ลงมาตามหาข้าวซอยแม่มณี ถ.โชตนา กันต่อ

ซอยแม่งลี้ลับซับซ้อนจนต้องถามคนแนะนำให้มากินว่า นี่มากินไกลขนาดนี้เลยเหรอ

พอเจอป้ายร้านก็ดีใจได้อยู่แป๊บ เพราะมีป้ายติดว่า หยุดวันพระนะเจ้า ซวยและไม่มีแผนสำรอง

ยังดีที่ได้พี่คนขับ (ลุงซุป) ใจดีช่วยแนะนำ พามากินข้าวซอยหนองฮ่อ

ใกล้ๆแยกศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ รสชาติต่างกับที่เสมอใจแต่ก็อร่อยดี













อุณหภูมิตอนกลางวันก็ยังสบาย ๆ แค่ 40 องศา หลายคนดีใจที่ไม่ได้เอาเสื้อหนา ๆ มา

พอกินข้าวเสร็จก็แวะไปที่เก๊าไม้ล้านนารีสอร์ท ถ่ายรูปโรงบ่มยาสูบที่กลายมาเป็นที่พัก

จากเก๊าไม้มุ่งหน้าสู่อ.จอมทอง เลี้ยวขึ้นดอยอินทนนท์ จ่ายค่าเข้าอุทยาน

มีบัตรนิสิตได้ลดครึ่งราคาด้วยนะ ไว้ขึ้นฟรีเอาตอนอายุ 60 ปีก็แล้วกัน

จากทางเข้าอุทยานเราผ่านเส้นทางคดเคี้ยวมาแวะชิมกาแฟบดเองที่บ้านแม่กลางหลวง

ถ้ามาหน้าฝนจะได้เห็นนาขั้นบันไดเขียว ๆ (ไว้จะมาซ่อม) จากแม่กลางหลวงแวะตลาดชาวเขาเดินเล็งของฝาก

ซื้อสตรอเบอรี่กลับมากิน แม่อุ๊ยใจดีซื้อถุงแถมถุง (มาใส่หิ้ว) แล้วก็มุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางคือบ้านพักสถานีเกษตรหลวงดอยอินทนนท์

ยิ่งค่ำอากาศก็ยิ่งเย็น เดินถ่ายรูปเล่น ดูหงส์กระดกตูด

เย็นนี้ฝากท้องกันที่ร้านอาหารโครงการหลวง แทบจะสั่งแบบไม่เปิดเมนู เพราะเปิดรีวิว เมนูที่พลาดไม่ได้คือปลาเทราต์

สิ่งควรรู้สำหรับคนที่เดินจนหมดแรงคือ โครงการหลวงไม่มีน้ำอัดลม มีแต่น้ำผลไม้

ใครเสียเหงื่อจากการเดินทางอยากกินน้ำอัดลมให้เตรียมมาเอง กินข้าวเสร็จก็มืดแล้ว

มองเห็นแปลงเบญจมาศเปิดไฟสว่างไสวไปหมด คืนนี้จบที่ปาร์ตี้สตรอเบอรี่























ทริปอินทนนท์วันที่สอง เราออกจากที่พักตอน 05.30 น. ไปที่จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นหน้าทางเข้ากิ่วแม่ปาน

อากาศเช้านี้ประมาณ 9-10 องศา หนาวจนมือแข็งไปหมด

คนรอชมพระอาทิตย์ขึ้นไม่เยอะเหมือนเป็นทริปเหมา ๆ อินทนนท์เป็นของเรา

จากจุดนี้มองเห็นดอยหัวเสืออยู่ไกล ๆ จากจุดนี้ต่อไปที่สถานีเรดาร์

ไม่ต้องรอถ่ายรูปกับป้ายสูงสุดแดนสยามเพราะไม่มีคนเลย บนนี้มีสถูปบรรจุอัฐิของเจ้าอินทวิชยานนท์

ผู้ครองนครเชียงใหม่กับหลักหมุดจุดสูงสุด เดินต่อมาที่ร้านกาแฟตรงหน่วยพิทักษ์ ที่ อน. 5 ก็ไม่มีคนเหมือนกัน

ลืมบรรยากาศช่วงหน้าหนาวหรือเทศกาลไปเลย จากสถานีเรดาร์ไปต่อที่เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา ไปดูกุหลาบพันปี











จากนั้นแวะไปกินตรีนเจ้าของร้านกันที่ร้านทองศรีที่ทางเข้ากิ่วแม่ปาน

กินกันเหมือนเมื่อวานกินข้าวไม่อิ่ม (หรือสังหรณ์ใจอะไรไม่รู้) กินข้าวเสร็จก็ไปลงเวลาเข้ากิ่ว

ได้คนนำทางเป็นคุณลุงใจดีชื่อว่าริงโก๊ะ ชื่อในวงการคือ ณเดช พูดภาษาไทยไม่ชัดเท่าไรแต่น่ารักดี ยิ้มตลอด


ก่อนเข้าก็ได้รับแจกไม้เท้าคนละอัน ถือว่าเป็นเพื่อนในยามยากที่ดีมาก ๆ

เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานมีระยะทางประมาณ 3 ก.ม. เป็นทั้งป่า น้ำตก และทุ่งหญ้าเมืองหนาว (สะวันนา)

แบ่งเป็น 21 จุด ก็เริ่มเก็บ rc กันไป อากาศค่อนข้างเบาบางเลยทำให้เหนื่อยง่าย


ตลอดทางคุณลุงก็จะเล่าเรื่องป่าให้ฟัง บนกิ่วหรือตามข้างทางของดอยอินทนนท์จะมีดอกหญ้าเล็ก ๆ สีขาวขึ้นเต็มไปหมด

คุณลุงบอกว่าสงสัยไหมว่ามันคือดอกอะไร ทุกคนก็ทำหน้างงเอามือจับเขาตัวเองและตอบว่าไม่รู้

คุณลุงเฉลยว่า "ดอกอะรูมิไร้" ชื่อไทยคือ "ดอกอะไรไม่รู้" จะจดสักหน่อบเงิบกันไปเลย

คุณลุงก็เล่นมุกมาตลอดทาง ทั้งเถาวัลย์ เถาเดือน เถาปี พอมาทุ่งหญ้าสวันนา

ลุงถามว่ารู้ไหมมันมีชื่ออื่นคืออะไร พอตอบสะเดือนหน้า สะปีหน้า

ลุงก็วิชาการซะงั้น (ดูปัญญาอ่อนไปเลยกรู)

ออกเดินไปได้ครึ่งทางดันมีทัวร์เกาหลีมาตามทันซะงั้น เดินยังกะเดินมาราธอน

ไม่แวะชื่นฉ่ำกับธรรมชาติเลยต้องหลบให้ไปก่อน เดินกิ่วกับคุณลุงมันสนุกตรงที่ป่าของลุงมีเรื่องราว

คุณลุงเล่าทั้งความรู้ เรื่องการใช้ชีวิตและแทรกมุกตลก เอาอะไรแปลก ๆ จากสองข้างทางมาให้ลองชิม

ตักน้ำในลำธารให้ดื่ม ฟินไปตาม ๆ กัน จินตนาการไปว่าตัวเองเป็นนางเอกละครจักร ๆ วงศ์ ๆ

ถูกพระบิดาขับออกจากเมือง ต้องเดินทางรอนแรมในป่า คุณลุงอายุตั้ง 66 แล้วแต่ยังเดินเก่งมาก ๆ


ขำตรงที่บันไดทางขึ้นไม่กี่ขั้น ลุงแกไม่เรียกว่านั่นคือการเดินขึ้น มันคือการเดินพื้นราบในแนวเฉียง

จากกิ่วแม่ปานสามารถมองเห็นพระมหาธาตุเจดีย์ได้ด้วยลุงก็พาขึ้น

ส่วนจุดศึกษาธรรมชาติที่ชอบมากจุดหนึ่งคือ จุดที่ 20 เสียงของป่า

ตรงนี้จะยกพื้นขึ้นมีม้านั่งให้นั่งฟังเสียงใบไม้ แมลง น้ำตก ฯลฯ จุดที่ 21 จะเป็นการสรุป

คุณลุงบอกว่าภาพนก 3 ตัวในป้ายก็คือพวกเราที่มายืนอยู่ตรงจุดนี้ ส่วนนกตัวที่หันหน้าออกจากกิ่วก็คือพวกน้อง ๆ ที่กำลังจะกลับไป

ส่วนนกตัวที่หันหน้าเข้ากิ่วคือคนนำทางที่ยังคงอยู่ที่ป่านี้ด้วยความคิดถึง

คุณลุงสรุปได้จับจิตจับใจจนในหัวคิดอยากจะกลับไปเดินใหม่อีกรอบ แต่ตรีนบอกว่ามรึงพอเถอะ

ก่อนจะออกจากกิ่ว ลุงขอพรต้นไม้ใหญ่ให้พวกเรสเดินทางปลอดภัยด้วยนะ ออกมาได้ก็ไชโยกันใหญ่ เหนื่อยมาก

ใช้เวลาไปประมาณ 4 ชั่วโมงกว่า ๆ เกือบ 5 ชั่วโมง บอกลาลุงกันตรงนี้ หวังว่าคราวหน้ากลับมาคงมาเจอลุงอีก

จากกิ่วแม่ปานไปต่อกันที่พระมหาธาตุเจดีย์ ดอกไม้สวยเหมาะแก่การถ่ายรูปแต่สู้แดดไม่ไหว











ลงจากดอยอินทนนท์ก็มาแวะพระธาตุศรีจอมทอง จากนั้นก็มุ่งหน้าเข้าเมืองเชียงใหม่ คืนนี้พักที่ไวท์ชาเลต์เกสต์เฮาส์

เป็นเกสต์เฮาส์สีขาว เราบอกลาลุงซุปซึ่งเป็นคนขับรถพาเที่ยวที่นี่ หวังอีกเหมือนกันว่าถ้ามาเชียงใหม่อีกจะได้ใช้บริการรถตู้ของลุงซุป

เอาของเก็บแล้วคืนนี้ก็ได้เวลาออกกินตรีนกันที่ร้านเฮือนเพ็ญ

พอไปที่ร้านเฮือนเพ็ญอาหารพื้นเมือง คนแม่งเยอะมาก ส่วนพนักงานก็ไม่ง้อนะฮับ รอได้ก็รอ รอไม่ได้ก็เชิญ

ได้กินนี่คือฟลุ้กมาก คนอื่นอไม่ไหวเลยได้เสียบแทน ส่วนใหญ่คนมากินจะเป็นต่างชาติ

รสชาติก็พอใช้ได้ แต่ละอย่างมาพอดีเป๊ะตั้งแต่น้ำยันข้าว อยากจะมอบรางวัลร้านอาหารปราศจากของเหลือให้

คือทุกอย่างแม่งมาแบบพอดีสำหรับ 4 คนมาก ๆ และแน่นอนว่ามันเหมือนจะกินข้าวไม่อิ่ม เราเลยหาร้านกินอีก

ก่อนไปก็ไปแวะถ่ายรูปที่วัดเจดีย์หลวงกับวัดพระสิงห์ แล้วก็ไปจบที่ร้านกู โรตีและชาชักที่นิมมานเหมินทร์ซอย 3

เมนูแนะนำคือ โรตีทิชชูวิปปิ้งฝอยทอง ดีที่มันมีส่วนประกอบแค่นี้ ไม่งั้นชื่อเมนูคงยาวถึงแยกรินคำ

ความพิเศษก็คือขนมที่นี่มีให้เลือก 2 แบบ คือ แบบธรรมดา กับ มินิ แบบธรรมดาก็จะเป็นจานใหญ่และเยอะมากเหมาะกับคนกินข้าวไม่อิ่มอย่างพวกเรา

ส่วนมินิจะย่อส่วนลงมาเหมาะกับวัยรุ่นที่มากินสวย ๆ ถ่ายรูป คุยเล่นกัน กินเสร็จก็ข้ามฝั่งไปร้านเล่า ไม่ได้มากินเหล้า แต่มาหาซื้อโปสการ์ด หนังสือ และของที่ระลึกทำมือ

จากนิมมานเหมินทร์ก็มุ่งหน้ากลับที่พักแจกยาคนละเม็ด อาบน้ำนอนสบายใจ














วันสุดท้ายที่เชียงใหม่ ตอนเช้าเราย้อนกลับไปที่วัดพระสิงห์อีกครั้ง

ไปเจอคุณพี่คนนึงตั้งกล้องประตูวิหารแล้วก็ถ่ายรูปอย่างบ้าคลั่งมาก

คุณพี่ถามว่าพวกเราตั้งใจมาหรือบังเอิญ ตอบไปว่าตั้งใจมา แกก็ถามต่อว่ามาดูวันราตรีเสมอภาคใช่ไหม งงดิ อะไรวะ

คุณพี่เห็นทำหน้างง ๆ เลยสรุปให้เองว่าบังเอิญมา (ก็ตูบอกอยู่ว่าตั้งใจมา) แล้วก็อธิบายว่าวันนี้เป็นวันราตรีเสมอภาค

ดวงอาทิตย์ตรงประตูพอดีเหมือนที่พนมรุ้ง คือเอาไงก็เอาเถอะ แต่ช่วยย้ายร่างที่ขวางประตูออกหน่อยได้ไหม







ดูตื่นเต้นมาจนพาคนอื่นตื่นตระหนกไปด้วย จากวัดพระสิงห์ก็กลับมากินอาหารเช้าที่เกสต์เฮาส์ แล้วก็นั่งรถแดงไปตลาดวโรรส

ตรงดิ่งไปร้านอินทิราซึ่งเป็นร้านประจำตระกูล (เจอหน้าแล้วถามหาแม่) น้าเจ้าของร้านก็ยังใจดีเหมือนเดิม

ช่วยแพคกล่องโหลดขึ้นเครื่องให้ แถมแจกซาลาเปาใหกินด้วยเพราะวันนี้เป็นวันทำบุญตลาดวโรรส

เสร็จจากวโรรสก็เอาของมาเก็บก่อนจะไปวัดโลกโมฬี ข้ามฝั่งไปวัดราชมณเฑียร

จบด้วยที่สุดท้ายคือร้านเฟิร์นฟอเรสต์คาเฟ่ อยู่ถนนสิงหราชซอย 4 ดู map แล้วมันก็เหมือนใกล้ ๆ แฮะ

แต่ไม่กล้าชวนพี่ ๆ เดิน กลัวมันไกล เลยเรียกรถแดงจากหน้าวัดราชมณเฑียร บอกไปสิงหราช ซอย 4

คนขับทำหน้างง ปรากฏว่าถนนข้างวัดก็คือถนนสิงหราชแล้ว ขับมาไม่ถึงนาทีแม่งถึงซะงั้น งงเลย 555

เฟิร์นฟอเรสต์คาเฟ่เป็นร้านกาแฟร่มรื่นตามชื่อ มีทั้งอาหารคาวหวานให้เลือก (บัตรนักศึกษาลด 10%) แล้วมีหรือที่เราจะพลาด

ตอนสั่งไม่ได้คิด เต็มโต๊ะไปหมด ได้ยินเสียงพึมพำว่าจะกมดไหม แต่สุดท้ายก็เหมือนจานรั่ว

ตบท้ายด้วยเค้กมะพร้าวร่วมสาบาน 1 ชิ้นกิน 4 คน ทำเวลาได้ดีมาก กลับถึงที่พักภายในเที่ยง check out ออกจากเกสต์เฮาส์

ตอนนี้มานั่งเลื้อยอยู่สนามบิน ปิดทริปด้วยน้ำหนักโหลดของฝาก 15 kg. แล้วพบกันใหม่ทริปหน้านะเจ้า

ขอบคุณพี่ ๆ ที่หลงกลมาลำบากลำบนด้วยกันในทริปนี้ สนุกดี ได้ข่าวว่ายังไม่บอร์ดดิงเลย เตรียมหาโปรใหม่แล้ว




















 

Create Date : 03 พฤษภาคม 2558
0 comments
Last Update : 3 พฤษภาคม 2558 7:08:10 น.
Counter : 2265 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


rimpingringpim
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




สวัสดีค่ะ

ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกใบเล็ก ๆ

ของคนธรรมดาคนหนึ่ง

ที่ชอบอ่านหนังสือ ฟังเพลง

วาดรูป ท่องเที่ยว ถ่ายรูปไปเรื่อยเปื่อย

ขอบคุณความบังเอิญ...

ทำให้เราและคุณมาเจอกันที่นี่ค่ะ

Friends' blogs
[Add rimpingringpim's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.