ยินดีต้อนรับสู่บล็อกของปริยาธร / ณวลีค่ะ
Group Blog
 
<<
เมษายน 2560
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
18 เมษายน 2560
 
All Blogs
 
วิวาห์บันดาลรัก ตอนที่ 8





ตอนที่ 8.1


                “คี...คีจริงๆ ด้วย คีทำงานที่นี่เหรอ ตอนนี้สวยกว่าแต่ก่อนเยอะเลย” วศินถามพลางกวาดมองหญิงสาวขึ้นๆ ลงๆ ทั่วตัว คีตภัทรเปลี่ยนไปจากเดิมมาก ผอมลง สวยขึ้น แต่งตัวก็ดูดี จนเห็นแวบแรกเขายังลังเลว่าใช่หรือเปล่า ตอนนี้เธอคงเรียนจบแล้ว และก็คงเรียนเก่งเหมือนเคยถึงได้เข้ามาทำงานในบริษัทใหญ่แห่งนี้ได้

                “เอ่อ ทำไมมาอยู่ที่นี่ล่ะ ไม่ได้ไปเป็นดาราแล้วเหรอ” คีตภัทรรู้สึกได้เลยว่าความรู้สึกหลายอย่างอลหม่านอยู่ในอกของเธอ แต่ดูเหมือนความโกรธเกลียดจะเจือจางลงมากแล้ว ความตกใจและความสงสัยจึงแซงหน้าขึ้นแทน โดยเฉพาะเมื่อได้มองอีกฝ่ายชัดๆ วศินชายหนุ่มที่เคยหล่อที่สุดในรุ่น วันนี้เขาแทบไม่เหลือเค้าเดิม

                “นี่คีก็รู้เรื่องนี้ด้วยเหรอ” ชายหนุ่มถามกลับนึกอายที่เธอรู้เรื่องที่เขาพลาดหวังไป แต่ในเมื่อรู้แล้วเขาก็จะไม่ปิดบังอีก “ก็อย่างนั้นแหละ แต่ยิ่งคิดศินก็ยิ่งแค้น ไอ้เอเจนซีนั่นมันหลอกศิน ตอนแรกมันบอกว่าต้องเสียค่าสมัครถึงจะพาไปพบผู้ใหญ่ในช่องได้ ศินต้องเสียค่านู่นค่านี่ให้มันไปร่วมแสน พอถึงเวลาจะไปมันกลับให้ศินไปทำศัลยกรรมกับเพื่อนมันก่อน ศินต้องเสียเงินไปอีกไม่รู้ตั้งกี่แสน แต่พอทำออกมากลับไม่เหมือนอย่างที่คุยกันไว้ มันกับเพื่อนก็หายหัวไปเลย ตามจับก็ไม่ได้ ศินหมดตัวแถมยังเป็นหนี้อีก ก็เลยต้องหางานทำยังดีที่ได้งานที่นี่ แถมยังได้มาเจอคีด้วย”

                หญิงสาวไมได้สนใจรอยยิ้มกว้างดีใจของอดีตแฟนเก่า แต่เรื่องที่เขาเล่าให้ฟังทำให้เธอรู้สึกว่าเขาโดนกรรมตามสนองไปเรียบร้อยแล้ว เขาเคยหลอกเธอเพื่อความสนุก แล้วเขาก็โดนคนอื่นหลอกทำลายความฝันจนไม่มีชิ้นดี หน้าตาที่ผิดเค้าผิดโครงจากพิษศัลยกรรม คงทำให้หนุ่มเจ้าสำอางอย่างเขาทุกข์ทรมานมากพอแล้ว ส่วนเรื่องที่เธอพลาดพลั้งที่ผับจนตั้งท้อง เธอถือว่าเป็นความขาดสติของตัวเอง เพราะวศินไม่ได้พาเธอไปที่นั่นแต่เธอตามเขาไปเอง

                “เสียใจด้วยนะ” เธอไม่รู้จะพูดอะไรนอกจากเอ่ยคำนี้ และแม้จะไม่ถือโทษโกรธเคืองอะไรอีกแล้ว หากเธอก็ไม่ต้องการที่จะคบค้าสมาคมอะไรกับเขาอีก จึงคิดจะตัดบทและรีบกลับไปรอที่ห้องทำงานของสามีตามเดิม ทว่าวศินกลับเดินตามเธอไม่ลดละ

                “คีทำงานที่แผนกไหน แล้วนี่ไปเอาลูกใครมาช่วยเลี้ยงเหรอ” ชายหนุ่มถามเสียงติดตลก เมื่อเห็นเด็กแฝดที่นั่งอยู่ในรถเข็น คีตภัทรคงยังใจอ่อนเหมือนเดิม ใครขอให้ช่วยอะไรก็ช่วย และถ้าเขาขอความช่วยเหลือบ้างเธอก็คงไม่ปฏิเสธ

                “คือ...” คีตภัทรอึกอักเพราะไม่รู้จะตอบอย่างไรดี จะบอกว่าเธอเป็นภรรยาของผู้บริหารที่นี่ เรื่องทั้งหมดก็เป็นแค่ละครเท่านั้น และเธอก็ไม่คิดจะเล่าให้คนอื่นฟังด้วย

                “คี...เรากลับมาคบกันเหมือนเดิมได้ไหม” วศินไม่ปล่อยให้หญิงสาวได้ตั้งตัวก็คว้ามือเธอมาจับเอาไว้

                คีตภัทรมองอย่างตกใจ เธอพยายามจะสะบัดมือออกแต่เขาไม่ยอมปล่อย แถมยังคุกเข่าลงกับพื้นทำท่าราวกับจะขอเธอแต่งงาน หากก่อนที่อีกฝ่ายจะเอ่ยคำใดออกมา เสียงของใครอีกคนก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง

                “คีมาอยู่นี่จริงๆ ด้วย ผมกลับไปที่ห้องไม่เจอก็เลยมาตาม” ธันยธรเอ่ยพลางสาวเท้าเข้าไปหาภรรยา ก่อนจะมองไอ้หนุ่มที่ถือวิสาสะจับมือเมียเขาเอาไว้ “กำลังทำอะไรอยู่ มีเรื่องอะไรกัน”

                “คุณแทนประชุมเสร็จแล้วเหรอคะ” หญิงสาวหันไปถามสามีอย่างตกใจและเกรงว่าเขาจะเข้าใจผิด

                “เสร็จแล้วจ้ะ ว่าแต่มีอะไรกัน” ชายหนุ่มถามภรรยาแล้วหันไปไล่เลียงกับคนที่ลุกขึ้นยืนแล้ว “คุณเป็นพนักงานที่นี่เหรอ อยู่แผนกไหน”

                “เอ่อ พนักงานเดินเอกสารครับ” วศินรีบตอบพร้อมกับยืนตัวเกร็ง ทำไมเขาจะไม่รู้จักผู้บริหารในบริษัทที่ตัวเองทำงานอยู่ แต่คีตภัทรไปสนิทกับระดับผู้บริหารตั้งแต่ตอนไหน

                “แล้วเมื่อกี้นี้มาจับมือถือแขนภรรยาผมทำไม” ชายหนุ่มถามต่อด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้น

                “ภรรยา...เหรอครับ” วศินถามย้ำแล้วหันไปมองแฟนเก่าด้วยความรู้สึกเหมือนโดนลูกตุ้มยักษ์เหวี่ยงใส่หน้า ก่อนจะรีบเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสแล้วแก้ตัวไปว่า “ผมกับคีเป็นเพื่อนเก่ากันครับ เมื่อครู่ผมดีใจมากไปหน่อยก็เลยเผลอจับมือเธอ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ครับ”

                คีตภัทรมองสามีตามบทของเธอพยักหน้ารับรู้ เธอไม่แน่ใจว่าเขาจะจำวศินได้หรือเปล่า เพราะเคยเห็นหน้ากันครั้งเดียวที่ผับคืนนั้น   

                “งั้นก็แล้วไป แต่ผมหวังว่าคุณจะไม่ทักทายภรรยาผมอย่างสนิทสนมแบบนั้นอีก เพราะผมไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าคุณกับภรรยาของผมรู้จักกัน” ธันยธรตอบก่อนจะหันไปจับรถเข็นของลูก แล้วบอกกับภรรยาว่า “ลูกน่าจะหิวแล้วเราไปทานข้าวกันดีกว่า ผมให้เลขาฯ จองโต๊ะไว้แล้ว ร้านนี้น่ารักรับรองว่าคีกับลูกต้องชอบ”

                หญิงสาวได้แต่ปล่อยให้สามีใช้มือโอบเอวเธอข้างหนึ่งแล้วเดินเข็นลูกออกไปด้วยกัน เธอไม่ได้หันกลับไปมองด้วยซ้ำว่าวศินจะทำหน้าอย่างไร เพราะคำตอบของเขาทำให้เธอนึกย้อนไปถึงคืนนั้น ตอนที่เธอควงชายหนุ่มไปให้แฟนเก่าดูอย่างตั้งใจจะให้เขาหึง

‘เธอมาทำอะไรอยู่ที่นี่’ วศินถามอย่างแปลกใจเมื่อพบเธอที่ผับ

‘ฉันก็มาเที่ยวฉลองที่เรียนจบน่ะสิ’ เธอตอบและลุ้นสุดตัวว่าเขาจะหึงไหม

‘งั้นก็ตามสบาย แต่ฉันหวังว่าเธอจะไม่มาทักฉันอีก เพราะฉันไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าเธอกับฉันรู้จักกัน’ เขาตอบเธออย่างไม่มีเยื่อใยก่อนจะโบกมือไล่ แล้วหันกลับไปนัวเนียกับผู้หญิงอื่นต่อทั้งที่เธอยังยืนอยู่ตรงนั้น

                “คุณแทนคะ” คีตภัทรเรียกสามีระหว่างที่อยู่ในลิฟต์ด้วยกัน ที่เขาพูดแปลว่าเขาจำได้ใช่ไหม

               “ผมรู้แล้วว่าหมอนั่นเป็นใคร” ธันยธรตอบก่อนจะหันไปสบตากับภรรยา “ไม่ต้องห่วงนะ อะไรที่หมอนั่นเคยทำกับคีไว้ ผมจะเอาคืนให้คีเอง”


วศินยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิมมือทั้งสองข้างกำแน่นด้วยความโกรธ ไอ้หมอนั่นดูถูกเขา มันคงนึกว่าตัวเองเป็นเจ้าของบริษัทแล้วจะพูดจายังไงกับพนักงานเล็กๆ อย่างเขาก็ได้ แต่คอยดูสิเขาจะทำให้มันต้องกระอัก ยิ่งมันห้ามไม่ให้เขาติดต่อกับคีตภัทรเขาก็จะยิ่งทำ เขาจะหาทางหลอกเงินจากเธอมาให้หมด ผู้หญิงอย่างคีตภัทรเขาเคยหลอกได้มาครั้งหนึ่งแล้ว ทำไมคราวนี้เขาจะหลอกเธออีกครั้งไม่ได้ ในเมื่อเจอถังข้าวสารแล้วไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือไปแน่

                ชายหนุ่มหันกลับพลางนึกวางแผนล้างแค้นอยู่ในใจเงียบๆ ก่อนจะชะงักเมื่อมีใครบางคนมายืนดักหน้าเอาไว้

                “คุณรู้จักกับภรรยาของคุณธันยธรใช่ไหม”

                “ถามทำไม” วศินถามกลับพลางขมวดคิ้ว

                “ผมเป็นคนของคุณหญิงวรางคณา ท่านอยากรู้เรื่องผู้หญิงคนนั้นจากคุณ ถ้าคุณให้ความร่วมมือกับเรา ผมรับรองว่าท่านจะต้องมีรางวัลให้คุณอย่างงามแน่ๆ”

                วศินยิ้มรับข้อเสนอตาวาว ใครจะคิดแค่ได้เจอแฟนเก่าเงินก็จะลอยเข้ามาอยู่ในกระเป๋าง่ายๆ “ตกลงครับ ผมจะให้ความร่วมมือกับคุณหญิงอย่างเต็มที่ อยากให้ผมทำอะไรก็บอกมาได้เลย”



หลังจบมื้อกลางวันธันยธรก็พาภรรยาและลูกสาวฝาแฝดกลับมาที่บริษัท เขาจับมือหญิงสาวบีบเบาๆ อย่างให้กำลังใจ ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงาน และไม่ตกใจสักนิดที่เห็นผู้เป็นย่ามานั่งรออยู่ เพราะระหว่างกินข้าวเลขาฯ ของเขาโทรเข้ามารายงานไว้ก่อนแล้ว ลำพังตัวเขาเองไม่ได้รู้สึกอะไรเลยสักนิด เห็นใจก็แต่คีตภัทรที่พอรู้ว่าย่าของเขามารอพบ ความกังวลใจของเธอก็แสดงตัวออกมาทางสีหน้าอย่างเห็นได้ชัด เพราะไม่ใช่แค่ย่าของเขาคนเดียวเท่านั้น แต่ยังมีใครบางคนพ่วงมาด้วย

                “อ้อ กลับมาได้สักทีนะ นึกว่าจะปล่อยให้ฉันรอยันเย็นซะแล้ว” คุณหญิงวรางคณาเปิดฉากเหน็บหลานชายทันทีที่เห็นหน้า ก่อนจะชะงักไปนิดเมื่อเห็นหนูน้อยสองคนที่นั่งอยู่ในรถเข็น แม้จะนึกเอ็นดูฝาแฝดหากเธอก็ต้องวางท่าไม่สนใจเอาไว้ก่อน

                “อ๊า” เสียงใสๆ ของยายหนูคนหนึ่งร้องขึ้นเมื่อถูกพาเข้ามาในห้อง

                “อะไรลูกจะเอาอะไรคะ” ธันยธรรีบถามเพราะไม่รู้ว่าลูกร้องทำไม

               “ลูกก็อยากจะลงจากรถเข็นน่ะสิ อะไรแค่นี้แกก็ฟังไม่ออก” ผู้เป็นย่าแหวหลานชายอย่างขัดใจ แล้วก็แทบจะเข้าไปอุ้มเหลนตัวน้อยลงจากรถเข็นด้วยตัวเอง ยังดีที่ห้ามตัวเองได้ทันว่าเธอต้องวางฟอร์มไว้ก่อน

                “ลิลลี่ ทิวลิป อย่าซนนะลูก” คีตภัทรรีบปรามอย่างเป็นห่วง เพราะพอลงเดินได้แฝดน้อยก็วิ่งไม่หยุดเลย

                “เป็นเด็กมันก็ต้องวิ่งเล่นแบบนี้แหละ จะให้มานั่งนิ่งเป็นตุ๊กตาได้ยังไง” คุณหญิงวรางคณาแหวแม่เด็กอย่างขวางหูขวางตาเพราะยังไม่ยอมรับอีกฝ่ายเป็นหลานสะใภ้ “เธอน่ะมานั่งนี่ ฉันมีเรื่องต้องสะสาง”

                “ค่ะ” คีตภัทรรับคำพลางนั่งลงที่โซฟาด้านตรงข้ามกับผู้สูงวัยกว่า โดยมีสามีกำมะลอก้าวเข้ามานั่งข้างๆ ขณะที่ฝั่งของคุณหญิงวรางคณาด้านขวาคือสตรีในชุดสูทที่เธอเดาว่าน่าจะเป็นผู้ช่วยส่วนตัว ส่วนด้านซ้ายที่ห่างออกไปคือวศินแฟนเก่าที่เธอไม่รู้ว่าจะหาเรื่องยุ่งอะไรให้เธออีก

                “เพื่อไม่ให้เสียเวลาฉันจะเข้าเรื่องเลยนะ เธอรู้ใช่ไหมว่าฉันไม่ยอมรับเธอเป็นหลานสะใภ้” หญิงชราเอ่ยอย่างไว้ตัว และพยายามไม่สนใจเสียงเล่นกันของเด็กๆ ทั้งที่อยากเข้าไปอุ้มเหลนใจจะขาด

                “ทราบค่ะ” หญิงสาวรับคำอย่างสงบ แม้จะบอกตัวเองว่าเรื่องนี้เป็นแค่บทหนึ่งในละคร หากเธอก็อดจะแปลบปลาบไม่ได้ วศินเองก็คงสะใจที่ได้ยินแบบนี้เพราะที่มุมปากของเขามีรอยยิ้มเยาะ

                “คุณย่าไม่รับแต่ผมรับ ผมกับคีมีลูกด้วยกันแล้ว ดังนั้นเสียเวลาเปล่าถ้าจะหาผู้หญิงมาให้ผมดูตัว ผมไม่ทิ้งลูกทิ้งเมียผมไปแต่งกับคนอื่นแน่” ธันยธรตอบอย่างไม่ยี่หระ แทบจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าความจริงเขาแค่จ้างเธอมา

                “ตอนนี้แกยังพูดได้เพราะยังไม่รู้ความจริง แต่ถ้าแกรู้ว่าแม่นี่เป็นผู้หญิงยังไงแกจะต้องเปลี่ยนใจ” คุณหญิงวรางคณาบอกก่อนจะหันไปส่งสัญญาณให้ชายหนุ่มที่นั่งห่างออกไปเริ่มปฏิบัติการได้

                วศินพยักหน้ารับคำสั่ง ก่อนจะขยับตัวทำท่าให้ภูมิฐานดูน่าเชื่อถือ “ผมขอแนะนำตัวอีกครั้งนะครับคุณธันยธร ผมชื่อวศินเป็นเพื่อนสมัยเรียนของคีตภัทรก็เลยรู้จักเธอดีพอสมควร”

                “แล้วยังไง” ชายหนุ่มถามกลับพยายามควบคุมอารมณ์และน้ำเสียงของตนเอง ทั้งที่เดือดปุดๆ อยู่ในใจกับผู้ชายที่รังแกได้กระทั่งผู้หญิง ก่อนจะจับมือหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ เอาไว้อย่างไม่สนใจสายตาของใครทั้งนั้น

                คีตภัทรมองแฟนเก่าอย่างทั้งโกรธทั้งสงสัย วศินคิดจะพูดเรื่องอะไรกันแน่ เขาคงไม่คิดจะบอกใครว่าเคยเป็นแฟนกับเธอ เพราะเขาพูดชัดว่าเป็นเพื่อนสมัยเรียน แต่ตอนนั้นเธอก็ไม่เคยมีเรื่องอะไรเสื่อมเสียนี่นา หรือเขาจะปั้นน้ำเป็นตัวสร้างเรื่องไม่จริงให้คนอื่นเข้าใจผิด

                “วันที่เรียนจบปวส.ผมไปฉลองกับเพื่อนที่ผับ เลยบังเอิญเห็นคีที่นั่นด้วยเธอไปดื่มจนเมา แล้วก็หายไปกับผู้ชายคนหนึ่ง เรื่องต่อจากนั้นผมว่าคุณธันยธรคงเดาได้ไม่ยากนะครับ” วศินหันไปมองหญิงสาวแวบหนึ่ง เรื่องนี้เขาไม่ได้โกหกถ้าจะหาพยานกลุ่มเพื่อนของเขาก็มาช่วยยืนยันได้

                “คราวนี้แกรู้หรือยังตาแทนว่าแม่นี่มั่วแค่ไหน เด็กสองคนนั่นอาจจะเป็นลูกของแกจริง เพราะหน้าเหมือนแกยังกับแกะ แต่แม่นี่ก็ไม่ได้มีแกคนเดียว เลิกกันซะก่อนที่แกจะโดนสวมเขาไปมากกว่านี้” หญิงชรารีบเสริมไม่ปล่อยให้หลานชายได้มีโอกาสตั้งหลัก

                “คีไม่ใช่คนแบบนั้นหรอกครับ ผมยืนยันได้” ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบอย่างไม่ทุกข์ร้อน

                “แกจะมั่นใจได้ยังไง แกนั่งเฝ้าแม่นี่ไว้ตลอดเวลาหรือไง” คุณหญิงวรางคณาตวัดค้อนใส่คนที่ออกรับแทนเมีย

                “มั่นได้สิครับ เพราะคนที่ออกไปกับคีคืนนั้นก็คือผมเอง” ธันยธรตอบพลางย้ายมือที่จับมือหญิงสาวไว้ไปโอบไหล่เธอแทน “ผมรู้จักกับคีครั้งแรกที่ผับ คืนนั้นเธอไม่ได้ไปเที่ยว แต่เธอไปเพราะโดนผู้ชายเลวๆ คนหนึ่งหลอก ผมก็เลยเข้าไปช่วยเธอไว้ จะต้องให้บอกด้วยไหมครับว่าไอ้ผู้ชายชั่วๆ คนนั้นมันเป็นใคร” ชายหนุ่มปรายตาไปทางวศินแวบหนึ่ง แต่เขาไม่ต้องการให้ย่ารู้อะไรไปมากกว่านี้ จึงเอ่ยต่อไปว่า “ถ้าคุณย่าอยากรู้ผมจะให้นักสืบไปหาตัวมาให้”

คีตภัทรหันไปมองชายหนุ่มหลังจากนั่งนิ่งเป็นหินเมื่อโดนเขาโอบ เรื่องในอดีตของเธอกับวศินเป็นเรื่องส่วนตัวของเธอ และเธอไม่อยากให้เขาต้องวุ่นวายไปกับเรื่องนี้ด้วย เพราะถ้าย่าของเขารู้แผนของเขาที่จ้างเธอมาอาจจะยุ่งยากมากกว่านี้ หากยังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยคำใด คนที่เป็นวัวสันหลังหวะยิ่งกว่าก็เผลอปัดมือไปชนแก้วน้ำตกแตก

                “ทำอะไรของเธอเนี่ยระวังหน่อยสิ” หญิงชราแหวอย่างพลอยตกอกตกใจไปด้วย ก่อนจะรีบหันไปมองเมื่อได้ยินเสียงเล็กๆ ของร้องขึ้น

                “อ๊า...”

“โอ๋ๆ ไม่ต้องกลัวลูก มาหาแม่นี่มา” หญิงสาวรีบลุกจะเดินไปพาลูกมาอยู่ใกล้ๆ หากยังช้ากว่าคุณหญิงวรางคณาที่ลุกพรวดก้าวฉับออกไปก่อนเธอ จนเธอได้แต่มองอย่างคิดไม่ถึง

                “โถ ร้องทำไมลูกไหนบอกทวดซิ” หญิงชราถามพลางจูงเหลนแฝดมานั่งด้วย

                “ท่านครับเรื่องที่ผมพูดเป็นความจริงนะครับ ถึงผู้ชายที่พาคีออกไปจากผับจะเป็นคุณธันยธร แต่คีก็ยังมีผู้ชายคนอื่นอีกแน่ๆ” วศินเอ่ยแทรกขึ้นอย่างลนลานเพราะไม่อยากให้เรื่องเดือดร้อนเข้าตัว

                “กัวๆ” ลิลลี่หน้าแบะพลางจะวิ่งไปหาแม่ แต่ติดที่โดนทวดยึดตัวไว้

                “กลัวอะไรลูกไม่เห็นมีอะไรน่ากลัวเลย” คุณหญิงวรางคณารีบถามเพราะไม่อยากให้เหลนกลัวตัวเอง ก่อนจะโล่งใจเมื่อเจ้าตัวเล็กชี้ไปที่วศินแล้วบอกว่ากลัวๆ อีกครั้ง เธอจึงไม่รอช้ารีบหันไปจัดการให้ “นี่เธอน่ะ ทำอะไรให้มันนุ่มนวลหน่อยเป็นไหม มาใช้น้ำเสียงกระโชกโฮกฮากแบบนี้ต่อหน้าเหลนฉันได้ยังไง ออกไปให้พ้นหน้าเดี๋ยวนี้เลยไป”

                “แต่คุณหญิงครับ...” วศินยังอยากแก้ตัว ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่อยากเดือดร้อนเพราะเรื่องนี้

                “ออกไป” หญิงชราตัดบทเสียงแข็ง แค่ดูท่าทางมั่นใจของหลานชายเธอก็รู้แล้วว่าใช้เรื่องนี้เล่นงานคีตภัทรไม่ได้

                วศินจำต้องยอมลุกอย่างไม่เต็มใจ แต่เอาเถอะคุณหญิงวรางคณาจ่ายเช็คเงินสดมาให้เขาแล้ว และยังสั่งกับผู้ช่วยให้จัดการเลื่อนตำแหน่งรวมถึงขึ้นเงินเดือนให้เขา ได้มาแค่นี้ก็ถือว่าคุ้มแล้ว

                “เดี๋ยว” ธันยธรเรียกไว้ก่อนที่อีกฝ่ายจะก้าวไปที่ประตู “ออกไปแล้วก็เก็บของกลับบ้านไปได้เลย และไม่ต้องกลับมาที่บริษัทอีก คุณถูกไล่ออกแล้ว”

                “ดะ...เดี๋ยวสิครับ ผมทำอะไรผิด ผมก็แค่มาเล่าความจริงตามที่คุณหญิงสั่งเท่านั้น”

                “คุณรู้ได้ยังไงว่าเป็นความจริง แล้วคุณมีสิทธิ์อะไรมาพูดเรื่องของคนอื่น ถ้าวันหนึ่งมีคนให้เงินคุณสักก้อน คุณก็จะยอมขายเรื่องในบริษัทให้คนนอกรู้ได้ง่ายๆ ไม่ต่างกันสินะ ดังนั้นคุณไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นพนักงานของที่นี่อีกแล้ว”

                “คุณหญิงครับ” วศินรีบหันไปขอความช่วยเหลือ เหนือกว่าหลานชายก็ต้องเป็นย่าสิ

                “เรียกฉันทำไมเธอไม่รู้หรือไงว่าอำนาจบริหารเป็นของหลานชายฉัน เขาบอกว่ายังไงก็ตามนั้นแหละ ฉันไปยุ่งด้วยไม่ได้หรอก” คุณหญิงวรางคณาตัดบทอย่างไม่รู้ไม่ชี้ คนที่ซื้อได้ด้วยเงินเธอก็ไม่คิดจะเลี้ยงไว้เหมือนกัน

                วศินรู้สึกราวกับเป็นแก้วที่ถูกปัดแตกใบนั้น เขามองทั้งย่าทั้งหลานอย่างไม่เข้าใจ เพราะตอนแรกยังทำเหมือนไม่ค่อยถูกกัน แล้วทำไมตอนนี้ถึงกลายเป็นพวกเดียวกันไปซะได้ ชายหนุ่มคิดก่อนจะกำมือแน่นด้วยความเดือดดาล อย่างเข้าใจแล้วว่าเขาถูกหญิงชราหลอกใช้นี่เอง จะขอร้องให้คีตภัทรช่วยตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว จึงได้แต่ก้าวออกไปจากห้องด้วยความแค้นที่สุมแน่นอยู่ในอก


จบตอน




ตอบเม้นต์จ้า 


 คุณsakeena เวปโน้นลงทีละครึ่งค่า พอครบตอนถึงจะมาลงในบล็อก เวปนู้นเลยเร็วกว่านิดหนึ่งนะคะ ^^


ขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยจ้า 







Create Date : 18 เมษายน 2560
Last Update : 18 เมษายน 2560 15:04:36 น. 1 comments
Counter : 248 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณlovereason


 
อ่าน2ที่เลย ^__^

อากาศร้อนๆๆ รักษาสุขภาพนะ


โดย: sakeena IP: 49.228.241.227 วันที่: 18 เมษายน 2560 เวลา:17:09:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ณวลี
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]









ยินดีต้อนรับเข้าสู่บล็อกนิยายของปริยาธร / ณวลี นะคะ


ผลงานเขียนในบล็อกนี้เป็นลิขสิทธิ์ของปริยาธร เจ้าของบล็อกแต่เพียงผู้เดียว ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ ส่วนหนึ่งส่วนใดโดยมิได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร โดยเด็ดขาด

อ้างอิงจากพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537

มาตรา ๒๗ (การกระทำอันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์)
การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๕ (๕) ให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำดังต่อไปนี้
(๑) ทำซ้ำหรือดัดแปลง
(๒) เผยแพร่ต่อสาธารณชน

มาตรา 69 ผู้ใดกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงตาม มาตรา 27 มาตรา 28 มาตรา 29 มาตรา 30 หรือ มาตรา 52 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สองหมื่นบาท ถึงสองแสนบาท
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำเพื่อการค้า ผู้กระทำ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสี่ปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงแปดแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ผลงานรวมเล่มนิยายและเรื่องสั้นค่ะ


































Ebook







Pink Cherry
New Comments
Friends' blogs
[Add ณวลี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.