กรกฏาคม 2552

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
31
 
 
Harry Potter :: เมื่อแฮร์รี่ เดินตามรอย แบทแมน
ในบรรดาสารบบหนังทั้งหลายที่ฉายกันอยู่ในโรงทุกวันนี้ แฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นหนังชุดภาคบังคับที่ จขบ ตกลงกับตัวเองว่า ยังไง้....ยังไง ก็ต้องดูให้ได้


ไม่ใช่ว่า หนังมันดีเลิศเลออะไรหรอกนะ

แต่เพราะว่า
1. หนังสือชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นหนังสือชุดที่รักที่สุด แม้ว่าตั้งแต่เล่มที่ห้า ลงมา จขบ จะอ่านแบบอ่านเอามันส์ แล้วก็ลืมรายลเอียด ลืมเนื้อหาภายในหนึ่งเดือน แต่มันก็คือชีวิตส่วนหนึ่งของฉัน ฉันได้ฝากเอาชีวิตวัยเยาว์ตั้งแต่สมัย ม.ต้น ถึง ม.ปลาย ไว้กับเล่มหนึ่งถึงเล่มสี่แล้ว

2. ทุกซัมเมอร์มันต้องมีหนังแฮร์รี่ พอตเตอร์แหละน่า


และจากการดูหนังแฮร์รี่ มาทั้งหมด 6 ภาค ดิฉันตกลงใจแร้วว่า

"ภาคนี้ ดิฉันจัดให้เป็นภาคที่ดีที่สุดแล้ว"

ย้อนกลับไปเมื่อห้าถึงหกปี (ถูกไหมหว่า) เมื่อเริ่มแรกที่แฮร์รี่ พอตเตอร์ ภาคแรก ออกฉายกันใหม่ ๆ สาวกตั้งแต่หัวเกรียนถึงหัวล้านต่างฝากความหวังกับโปรเจคต์อันทรงคุณค่า เรื่องนี้ บวกกับความที่แฮร์รี่เพิ่งจะเป็นเด็กอายุไม่กี่ขวบ ดังนั้น หนังภาคแรก ....จึงเดินเรื่องแบบไม่ต้องดัดแปลงอะไรเพิ่มเติม อาศัยความใสของนักแสดง บวกกับภาพอันตื่นตาตื่นใจ ก็กินเงินสบาายเฉิบ

ครั้งนั้นดิฉันจำได้ว่า สาวกแฮร์รี่ ต่างพากันยกยอปอปั้น หลายเว็บบอร์ดแทบจะกางหนังสือเทียบกับหนังเพื่อวิจารณ์กันเลยทีเดียว

แต่ความรู้สึกของดิฉัน รู้สึกได้ว่า หนังมันไม่สนุก .... ถ้าจะเดินเรื่องอย่างนี้แล้วกลับมานั่งอ่านหนังสือดีกว่า


แต่ก็เพราะมันเป็นหนังแฮร์รี่ หนังที่ จขบ. ได้ฝากชีวิตอันมีความสุขไว้เมื่อได้อ่าน ต่อให้มันเป็นอย่างไร ข้าพเจ้าก็จะนั่งชมมันต่อไป



.........จนเมื่อความเปลี่ยนแปลงเริ่มเห็นเป็นรูปเป็นร่าง ก็ตอนที่ลอร์ดโวลเดอร์มอร์ เริ่มปรากฏกาย .... จนหนังเริ่มมีทิศทางได้ว่า จะต้องเดินทางสู่สายมืด ข้าพเจ้าก็เริ่มรู้สึกว่า หนังมันสนุกมากขึ้น


สนุก...ในแง่ที่ เริ่มมีการพูดถึงมิติของความชั่วร้าย การต่อสู้กับความรู้สึกของตัวเอง และการเติบโตไปสู่การเป็นวัยรุ่น ที่ทั้งคนเป็นพ่อมดแม่มดหรือมักเกิ้ลก็ต้องผ่านช่วงนี้ของวัย


ตัวหนังสือที่หนากว่าตำราเรียนของบางมหาลัย ....ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับผู้กำกับหนังเลย ฉันนึกชมชอบอยู่ในใจ ว่า ยิ่งหนังสือหนามากขึ้น ผู้กำกับจำเป็นต้องอ่านหนังสือให้แตกมากขึ้น เก็บประเด็นที่สำคัญของหนังสือ และสื่อความหมายให้คนดูได้รับรู้ประเด็นของหนังสืออย่างจริงจัง


ปัญหาของรายละเอียดในหนังสือ กลับมาอยู่ที่แฟนคลับเดนตายทั้งหลาย......อยากรู้ว่าเป็นอย่างไร ลองไปค้นหากระทู้แฮร์รี่อ่านดูแล้วกัน


......................
มาถึง หนังแฮร์รี่ ภาคนี้ .....จำได้ว่าตอนอ่านหนังสือแอบข้ามไปหลายตอน ไม่รุ้ว่าผู้แปลเร่งแปล หรือเพราะอะไรก็ตาม แต่ตัวหนังสือนั้นไร้ซึ่งไคลแมกซ์ ไม่มีแอคชั่นให้ผู้อ่านตื่นตาตื่นใจ

สิ่งที่หนังสือทำได้ดี คือการเร้าให้ผู้อ่านรู้ว่า ภาคเจ็ด สถานการณ์ของโลกพ่อมดและแม่มดจะไม่มีทางเหมือนเดิมอีกต่อไป

ในภาคหนัง...ผู้กำกับ สามารถอ่านหนังสือและจับประเด็นที่คิดว่าสำคัญ และสามารถปูทางไปสู่หนังภาคเจ็ดได้

ดังนั้น รายละเอียดที่จิ๊บจ้อย ไม่มีประเด็นต่อการเดินเรื่อง จึงถูกตัดอย่างไม่ต้องกลัวใครด่าว่า



ด้าน ภาพ อยากบอกว่า ตื่นตามาก ฉากเปิดเรื่อง ฉากควิดิช ฉากบุกบ้านโพรงกระต่าย .....เป็นแอคชั่นที่มันส์ ดิบ ดูดีที่สุด เหมือนว่านี่ไม่ใช่หนังแฮร์รี่ง้องแง้ง ....แต่เป็นหนังทริลเลอร์สำหรับผู้ใหญ่ดูกัน

ในด้านการแสดง....ขอตัดเกรดดังนี้

แดน เนียล แรดคลิฟ ภาคนี้ น้องแดนเหมือนมีเวลาทบทวนตัวเองกับบทแฮร์รี่มากขึ้น แอคติ้งจึงไม่ได้ขัดหูขัดตามากเท่าที่ผ่านมา สามารถกลมกลืนกับเพื่อนๆ อีกสองคนได้

รูเพิร์ด ในบทรอน เล่นได้ธรรมชาติตลอดกาล....เดี๋ยวนี้เริ่มฉายแววพระเอกหนังวัยรุ่นมากขึ้น

สำหรับเอมม่า ภาคนี้ เล่นได้เกิน ๆ จริตหญิงเยอะไปหน่อย ซึ่งขัดกับบุคลิกเด็กรักเรียนที่เคยเป็นมาแต่ก่อนมาก แต่ให้อภัยได้ค่ะ....

ลูน่า...ภาคนี้ ลูกเด่นมาก...แรด แก่แดดได้โดดจริงๆ

ฉากเลิฟซีนของแฮร์รี่ กะจินนี่เจ้ว่าธรรมดาไปนิดนึงนะ แต่กระนั้นติ่งหูแถวหน้าก็กรี๊ดกันสลบไปเชียว



ไม่พูดถึงไม่ได้เลยกับสองคู่นี้ สเนป...ดีได้คงที่คงวา การแสดงออกเน้นทางภาษากายเป็นหลัก ....บทเดรโก มัลฟอย ภาคนี้เด่นแบบจริงๆจัง ๆโดยไม่ต้องมีบทเครปกับกอยย์สนับสนุน ภาคนี้โดดเด่นเด้งกว่าแฮร์รี่เสี่ยอีก




ประเด็นการเล่าเรื่อง ที่ชื่นชอบที่สุดของภาคนี้ ก็คือ การเอาประเด็นหลัก มาขยายความ เร้าอารมณ์ผู้ชม ทำให้ประเด็นหลักเหล่านั้นดูเด่นชัดขึ้นมา ติดตรึงในความรู้สึกของผู้ชม



ใน หนัง จึงสามารถชดเชยในส่วนข้อจำกัดของเวลา ที่ไม่สามารถทำภาพทุกๆ อย่างในหนังสือให้ออกมาได้ แต่ก็ได้ขยายบางฉากที่สำคัญ ให้ทิ้งอารมณ์หลักของหนังฝากผู้ชมกลับออกจากโรง

ประเด็นผู้เสพความตาย ในหนังสือกล่าวไว้เพียงแค่ 10% แต่เมื่อมาอยู่ในภาพยนต์ ผู้กำกับก็ดึงเอาเนื้อหาส่วนนั้นมาขยาย ผ่านการตีความ เพิ่มเติมรายละเอียด รายละเอียดเนื้อหาในหนังตื่นตามาก จขบ ไม่เคยดูหนังแฮร์รี่แล้วรู้สึกว่ามัน "จริง"เท่ากับตอนที่ผู้เสพความตายบุกเมืองในช่วงต้นเรื่องมาก่อน

ประเด็นที่เด่นมาก ในเรื่องความรักของวัยรุ่น หนังก็ทำได้ค่อนดี เราจึงรู้สึกได้ว่า ทั้งเฮอร์ไมโอนี่ รอน แฮร์รี่ และคนอื่นๆที่ในเรื่องไม่ได้เป็นเพียง พ่อมดสุดวิเศษที่เป็นเทพเจ้า แต่เขาเหล่านี้ก็คือคนธรรมดา

คนธรรมดา ที่มี รัก โลภ โกรธ หลง มีเสียใจ มีผิดหวัง มีสมหวัง

และในหนัง ก็ไม่ได้มีรายละเอียดปลีกย่อยที่น่ารำคาญ ....ในภาคนี้ บทแฮกริดจึงถูกใส่มาเพื่อไม่ให้มีใครลืม....บทด๊อบบี้ บทเอลฟ์ ที่โผล่ๆ มาเอาใจแฟนในหนังสือ ก็ถูกตัดเพื่อให้ผู้กำกับมีเวลาเล่นกับประเด็กอื่นๆ น

แต่สิ่งที่ข้องใจมากที่สุดอยู่อย่างเดียว คือ....ทำไม ประเด็น HALF BLOOD PRINCE จึงจับเอามาเพียงเท่านั้น ถ้าจะใส่มาในหนังเพียงเท่านี้ ตัดทิ้งเลยดีไหม....เฮ้อ





...................................................................................................................



ด้วย การเล่นกับหนังเช่นนี้ จขบ ..บอกได้ว่า ...หนังเหมาะกับคนที่ไม่ได้อ่านหนังสือเป็นอย่างยิ่ง ใครที่อยากเห็นแอคชั่นเน้นมันส์ตลอดเรื่อง แนะนำให้ไปเอาหนังสือมาอ่านจะดีกว่า

Smiley

หนังเรื่องนี้ ตัดเกรดให้คะแนน 8.8/10 ค่ะ










Create Date : 26 กรกฎาคม 2552
Last Update : 26 กรกฎาคม 2552 10:47:03 น.
Counter : 1661 Pageviews.

2 comments
  
ขอบคุณครับ
โดย: โควี วันที่: 20 สิงหาคม 2552 เวลา:22:38:57 น.
  
แนะนำเว็บดูหนังซีรีย์เกาหลีฟรี
โดย: koreaserie (loveyoupantip ) วันที่: 6 สิงหาคม 2554 เวลา:10:26:02 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ชีนะ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]