Group Blog
 
All Blogs
 

Don't Go Breaking My Heart

นานทีปีหนเราจะมีโอกาศได้ดูหนังของเจ้าพ่อจอมหักมุมอย่างตู้ฉีฟงเสียที และครั้งนี้เขาหันกลับมาทำหนังรอมคอมอีกครั้ง (ซึ่งผลงานรอมคอมก่อนหน้านี้ที่เด่นๆ ก็มี Love on a diet ที่เฮียหลิวเล่นเป็นคนอ้วน กับ My Left Eyes See Ghost ที่ค่อดซึ้งเลย) ด้วยพล็อตเรื่องที่สั้นๆ ง่ายๆ รัก 3 เส้า ของหญิงสาวที่ราวกับดอกฟ้า ของชายหนุ่ม 2 คน ที่บุคลิกต่างกันสุดขั้ว คนหนึ่งเป็นเพลย์บอยกลับใจ ส่วนอีกคนก็เป็นหนุ่มหล่อ (มาก) นิสัยดี ฟังดูแล้วก็เดาตอนจบได้ไม่ยาก แต่ด้วยความเป็นเฮียตู้ซะอย่าง โจทย์หินๆ ที่จะฉีกกรอบหนังแนวนี้จึงไม่ครณามือแกสักเท่าไหร่

หนังเริ่มต้นช่วงแรกด้วยเรื่องราวแนวผู้หญิงเลี้ยวซ้าย ผู้ชายเลี้ยวขวา โชคะตาลิขิตให้นางเอกต้องมาเจอกับพระเอกทั้งสองในคนละช่วงเวลา และก็ต้องพลัดพรากจากกัน จากนั้นก็เข้าสู่ช่วงกลางเรื่องด้วยการให้ทั้งสามกลับมาเจอกันอีกครั้งและเกิดเป็นรัก 3 เส้าขึ้นมา พร้อมกับดำเนินเรื่องไปจนถึงบทสรุปสุดท้าย

ซึ่งตัวหนังเองก็ฉลาดพอดูที่จะทำให้คนดูหลงรักพ่อหนุ่มทั้งสองได้อย่างสนิทใจ และไม่รู้สึกเกลียดชังนางเอกที่เกิดอาการ 'ขาดเธอก็เหงา ขาดเขาก็คงเสียใจ' ขึ้นมาได้ โดยหนังเรื่องนี้เขียนบทมาให้ แดเนียล วู เป็นผู้ชายที่ดีจนถึงดีมากราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยาย และส่งด้านร้ายทุกอย่างให้กับกู่เทียนเล่อรับไป และนั่นก็คือจุดที่ทำให้เราร่วมลุ้นกันต่อไปว่า กู่เทียนเล่อนั้นจะสามารถกลับตัวกลับใจเป็นคนใหม่ให้นางเอกมั่นใจในตัวเขาได้หรือเปล่า พร้อมๆ กับเทใจเชียร์แดเนีบลอย่างสุดพลัง ตามประสา...เป็นคนดีแล้วมันไม่มีใคร
สุดท้ายแล้วเรายอมรับว่าเป็นแฟนคลับของกู่เทียนเล่อดังนั้นตอนดูหนังเรื่องจึงแอบเอาใจช่วยอาเฮียแกอยู่ไม่น้อย (ซีนที่แกเล่นกับเก้าอี้นางเอกน่าร้กมาก) ส่วนแดเนียล วู นั้น ชั้นก็แค่อุทาน อูวร์!! เบาๆ ตอนที่ฮีกลับมาในองค์ที่สอง (หล่อว่ะ) แค่นั้นแหล่ะ (ยักไหล่)

แต่ก็ต้องยอมรับว่าในฉากไคลแมกซ์ถ้าเป็นเราเอง เราขอเลือกแดเนียลนะ ด้วยเหตุผลขอเดียวว่า เพลงที่ฮีเลือกให้นางเอกนั้น เป็นเพลงที่เราชอบอยู่พอดี (เพลงเดียวกับโฆษณานาฬิกาโซวิล เอ ทิทัส ชุด A Time For Love)
ส่วนตอนจบนางเอกจะเลือกใครนั้นคงต้องให้ไปดูกันเอง แต่ขอบอกว่าลุ้นกันตัวเกร็งมาก เพราะสองคนนี้ห้ำหั่นในเชิงความรักได้ไม่ยอมกันเลย (แบบว่าทำเอาหนังเรื่อง This Mean Wars นั้นเบๆไปเลยละ)

ปอลิง ถ้าจะให้บอกว่าหนังเรื่องนี้ซึ่งขนาดไหน เราบอกได้เพียงว่า อีคนข้างๆ ที่ไปดูฮีแอบน้ำตาซึมซิกๆ ละกัน
ปอลิง 2 แม่ยกของแดเนียล วู ไม่ควรดูหนังเรื่องนี้เพียงลำพัง เพราะอาจจะเกิดอาการจิกเบาะขาดได้ (ชั้นเตือนพวกแกแล้วนะย่ะ)




 

Create Date : 11 กรกฎาคม 2555    
Last Update : 11 กรกฎาคม 2555 0:12:05 น.
Counter : 1405 Pageviews.  

ABOUT LOVE (2005) สามภาษารักไม่เว้นวรรค

ABOUT LOVE (2005)
ก่อนอื่นต้องขอบคุณฝนวันนี้ที่ตกลงมาอย่างบ้าคลั่งทำให้อดไปว่ายน้ำ และมีเวลาที่จะหยิบ DVD ที่ดองมาเป็น (หลายๆ) ปี แผ่นนี้มาดู เหตุผลก็คือ นึกว่าจะเป็นหนังรักวัยรุ่นทั่วไป ถึงแม้จะมีเฉินป๋อหลินพระเอกในดวงใจก็ตาม (เพราะไม่รู้รายละเอียดของหนังเรื่องนี้ด้วยแหล่ะ) เมื่อดูไปได้หนึ่งตอนก็พบว่าเป็นหนังรักที่ดีมากเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว โดยหนังแบ่งออกเป็น 3 ตอน จาก 3 ผู้กำกับ ที่เล่าเรื่องของคนในเมืองใหญ่ที่ต่างชาติต่างภาษา เริ่มจาก

ญี่ปุ่น หนุ่มไต้หวันกับจิตกรหญิงญี่ปุ่น ซึ่งป๋อหลินกลับมาขี่จักรยานอีกครั้งในหนังเรื่องนี้ (กรี๊ด!) เป็นเรื่องราวความรักที่กุ๊กกิ๊กมาก ขนาดใช้มุกเก่าเก็บในหลายๆ ฉากสไตล์หนังฮ่องกงยังทำให้เรานั่งดูไปยิ้มไปได้อยู่ (ตอนนี้ใครที่ชอบหนังคนเหงาๆ ประเภท ผู้หญิงเลี้ยวซ้าย ผู้ชายเลี้ยวขวา รับรองว่าต้องแอบปลื้ม) ส่วนตัวชอบๆ ตอนนี้มาก

ไทเป หญิงสาวชาวไต้หวัน ผู้ที่ยังไม่ลืมแฟนเก่า กับเพื่อนหนุ่มชาวญี่ปุ่น (คนเดียว) ของเธอ จุดเด่นของตอนนี้คือ ไดอะล็อกที่ตัวละครทั้งสองคนต้องพยายามสื่อสารคำพูดให้อีกฝ่ายเข้าใจ เพราะต่างฝ่ายต่างก็รู้จักภาษาของอีกคนไม่มาก ตอนนี้จะออกขมปนหวาน และอบอุ่นนิดๆ

เซี่ยงไฮ้ หนุ่มญี่ปุ่นที่เดินทางมาศึกษาต่อ ได้มาเช่าห้องพักอยู่กับแม่ลูกคู่หนึ่งที่เปิดร้านขายของชำ พร้อมกับเรื่องราวที่ค่อนข้างเศร้าของแต่ละคน ตอนนี้เป็นสไตล์ญี่ปุ่นแบบมินิมอลลิสมาก คือ น้อยแต่มาก และเล่นเอาพาอึ้งในตอนท้าย (ตอนนี้เป็นตอนที่ถ่ายภาพได้สวยทีสุด งานภาพละเมียดมากๆ)


หนังเรื่องนี้มีชื่อว่า 3 ภาษารัก ไม่เว้นวรรค ตอนแรกก็งงว่า ทั้งเรื่องคุยกันอยู่สองชาติ ไหนละภาษาที่ 3 จนมาอ๋อ! ในตอนจบของเซี่ยงไฮเอง ว่าภาษาสุดท้ายมาอย่างไร (โชคดีที่เราไม่รู้ความหมายของคำว่า เตีย เกีย โร ตอนจบเลยดูทรงพลังขึ้นนิดนึง)
หนังเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า เมือตีมเรื่องชัด บทโอเค อยู่ในมือผู้กำกับที่จัดเจน พวกเขาทั้งสามสามารถร้อยหนังแต่ละตอนให้ออกมาเป็นเนื้อเดียวกันได้ โดยไม่มีงานของใครโดดเด้งออกมาให้เกินหน้าเกินตากัน (แต่มีลายเซ็นของแต่ละคนกำกับไว้อยู่นะ) เราสามารถดูหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวได้ตั้งแต่ต้นจนจบได้เลย และหนังเรื่องนี้ถ่ายภาพได้สวยจริงๆ ทั้งสามตอน ถึงแม้จะใช้สไตล์ด้านภาพคนละแบบกันก็ตาม สุดท้ายเราต้องมานั่งดูหนังเรื่องนี้อีกรอบเพื่อเก็บเรื่องราวที่เป็นรอยต่อของทั้งสามตอนไว้อีกครั้ง เพราะคนเขียนบทกับผู้กำกับแอบเชื่อมทั้งสามตอนนี้ไว้ได้เนียนเกิ๊น!!!

About Love เรื่องนี้จึงเข้าไปอยู่ในทำเนียบหนังรักของเราอีกเรื่อง เคียงข้าง About Love ของเฮียหลิว กับเจ๊ หยางไฉหนี่ เรียบร้อยแระ
3 ผู้กำกับ Ten Shimoyama ,Chin-yen Yee และ Yibai Zhang

ปล. ถ้าเป็นไปได้ควรดูแบบเสียงต้นฉบับ ดีกว่าพากษ์ไทยนะเรื่องนี้ เพราะหนังเล่นประเด็นเรื่องภาษา




 

Create Date : 02 กรกฎาคม 2554    
Last Update : 2 กรกฎาคม 2554 20:12:57 น.
Counter : 674 Pageviews.  

Another Cinderella Story

เรื่องนี้ถ่ายไว้เมื่อสองสามปีก่อน เป็นการเอาซินเดอเรลล่ามาตีความใหม่แบบเพี้ยนๆ อยากให้ดูกันแบบหนุกหนาน ไม่มีดราม่ากันนะจร๊ะ ^^




 

Create Date : 23 มกราคม 2554    
Last Update : 23 มกราคม 2554 21:55:23 น.
Counter : 398 Pageviews.  

Triple Tap (HK) : จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อนักแม่นปืน ที่มีความไวห่างกันเพียงแค่ 1 วินาทีต้องมาดวลกัน

Triple Tap เป็นหนังที่สนุกและไม่มีฉากบู๊หรือฉากดวลปืนอย่างจริงๆ จังๆ ทั้งเรื่อง (กว่าจะมีฉากยิงกันจริงๆ ก็ตอนท้ายเรื่อง) แต่กู่เทียนเล่อกับอู๋เจี้ยนจู๋ (แดเนียล วู) สามารถประคองหนังที่มีเนื้อหาอันหนักแน่นไว้ได้ เมื่อความถูกต้องและกฎหมายถูกคั่นไว้ด้วยเส้นบางๆ กู่เทียนเล่อจะต้องแบกความรู้สึกผิดจากการที่ช่วยตำรวจ จากการยิงคนร้ายตายทั้งๆ ที่ตัวเองไมได้รับอนุญาตให้ฆ่าคน และแดเนียล วู ตำรวจหนุ่มที่เคยแพ้การแข่งขันกับกู่เทียนเล่ด้วยเวลาที่มากกว่าเขา 1 วินาที ซึ่งทำให้ถูกมองว่าการคุมตัวกู่เทียนเล่อไว้ คือการช่วงชิงความเป็นหนึ่งของตนเองกลับมาอีกครั้ง หนังเสนอเรื่องราวหักมุมตลอดเวลา ถึงแม้ว่าช่วงกลางเรื่องจะบอกว่าใครผิดก็ตาม แต่สุดท้ายเมื่อสองนักแม่นปืนต้องมาดวลกันพวกเขาถึงได้รู้ว่าเวลาที่ห่างกันเพียงแค่วินาที มันไม่มีความหมายอะไรเลย หนังเก๋ตรงที่ความดราม่าของตัวละครนำทั้งสี่ ทำให้เรารู้สึกถึงความอันตรายของอาวุธปืนได้โดยไม่ต้องมีฉากยิงปืน และอู่เจี๋ยนจู๋ หน้าใสและเด้งมาก เหมือนสมัยเข้าวงการใหม่ (สงสัยเพราะได้เป็นนายแบบให้รอลิอัล แบบพี่โดม)

B+ ไปเลย




 

Create Date : 27 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2553 20:34:34 น.
Counter : 668 Pageviews.  

Shinjuku Incident

เมื่อหมักดองจนได้ที่ก็ถึงเวลาตัดสินใจหยิบหนังเรื่องนี้มาดูเสียทีหลังจากลังเลอยู่นาน เพราะส่วนตัวเป็นคนบอบบางและอ่อนไหวเกินที่จะดูหนังของ เออตงซิน (แบบรู้ตัวมาก่อน) ได้ เพราะนับตั้งแต่รู้จักหนังเรื่อง ปู้เลี่ยวชิง (รักชั่วฟ้า) ของแก ที่เล่นเอาคนทั้งเกาะฮ่องกงร้องไห้ไม่หยุด พร้อมแจ้งเกิดให้หลิวชิงหวิน เปลี่ยนสถานะจากพระเอกละครของ TVB มาเป็นดาราภาพยนตร์อย่างเต็มตัว และทำให้หยวนหยงอี้กลายเป็นดาราเนื้อหอมอยู่พักใหญ่ๆ ซึ่งจุดเด่นของผลงานแกไม่ว่าจะเป็นในด้านงานผู้กำกับหรือโปรดิวเซอร์เรื่องอื่นๆ ก็ตาม คือ เฮียแกไม่ประนีประนอมใดๆ กับคนดูทั้งสิ้น พี่แกพร้อมที่จะฆ่าหรือทำลายตัวละครที่คนดูรัก (และเอาใจช่วย) ได้อย่างหน้าตาเฉย ราวกับเป็นเรื่องปกติ ที่เหมือนกับการเดินเข้าไปใน 7-11 แล้วต้องถูกถามว่า รับขนมจีบ ซาลาเปา เพิ่มมั้ยค่ะ? ไม่เว้นแม้แต่หนังที่ถือว่า 'เบา' ที่สุดของแกอย่าง Lost in Time ก็ยังต้องมีฉากที่กระชากหัวใจคนดูหลายๆ ฉาก (หนึ่งในนั้นคือฉากของ จางป๋อจือ ที่แสดงความท้อแท้ออกมาได้อย่างทรงพลัง จนทำให้เราเชื่อว่าเธอจะเป็นนักแสดงที่ฝากความหวังได้ต่อไปในอนาคต ถ้าไม่โดนเรื่องฉาวกับเฉินกวนซีเสียก่อน) นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เราหนักใจในแต่ละครั้งที่จะต้องหยิบหนังเรื่องนี้ขึ้นมาดู (ต่างกับ Protege ที่ได้ดูแบบว่า กว่าจะรู้ตัวก็สายไปเสียแล้ว เพราะมารู้ตอนหนังเริ่มฉายแล้วว่าแกเป็นโปรดิวเซอร์)
Shinjuku Incident บอกเล่าเรื่องของอาโถว (เฉินหลง) ซึ่งหนีมาจากเมืองจีนเพื่อตามหาคนรักที่หายตัวไปหลังจากเดินทางมาประเทศญี่ปุ่น โดยอาศัยอยู่กับกลุ่มคนจีนที่ลักลอบเข้าเมืองมาด้วยกัน พร้อมกับชีวิตของเขาที่ต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล ตามสไตล์หนังแก็งค์สเตอร์ของฮ่องกง ดังนั้นหนังเรื่องนี้ของเฉินหลงจึงเต็มไปด้วยบทชีวิตที่เข้มข้น ปราศจากบทบู๊แบบโนสลิง โนสตั้น (ซึ่งเรื่องนี้เรารู้แต่แรกแล้ว) ดังนั้นเราจึงได้ดูหนังแก็งค์สเตอร์สไตล์ กู๋หว๋าไจ๋ ที่เข้มข้นกว่า โตกว่า และจริงจังกว่า โดยมีฉากหลังเป็นประเทศญี่ปุ่น พร้อมกับเรื่องบีบหัวใจทุกสิ่งอย่างที่แกค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมาทีละเล็กละน้อยในหนัง ตามรูปแบบของคนที่ 'กลับไม่ได้ ไปไม่ถึง' จนถึงฉากไคลแมกซ์ของเรื่องที่ต้องดูไปถอนหายใจไป (เพราะเราเริ่มผูกพันกับตัวละครต่างๆ ไปแล้ว) พร้อมบทสรุปสุดท้ายที่คั้นอารมณ์สุดๆ และกิมมิคหลายอย่างเช่น ตัวละครอย่างแดเนียล วู ที่บทปูพื้นให้คนดูทราบตลอดว่าเป็นคนขี้ขลาด ถึงแม้ว่าพัฒนาการต่อมา เขาจะมีลุคที่ดูกล้าแข็งขึ้น แต่ซิมโบลิคอันแยบยลของผู้กำกับและบทก็ยังแสดงให้เราเห็นว่า แม้ตัวเขาจะสร้างเกราะขึ้นมาเพื่อให้ตัวเองดูเข้มแข็งขึ้น แต่แท้ที่จริงแล้วเขาก็ยังคงเป็นคนเดิมที่ยังไม่กล้าจะทำอะไรจริงๆ แม้แต่เรื่องที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองการย้อมผม เขาก็เลือกที่จะใช้วิกผมมาสื่อความหมายแทน

เสน่ห์อย่างหนึ่งของหนังเอ่อตงซินก็คือ ตัวละครแต่ละตัวไม่ว่าจะเป็นตัวเอกหรือตัวร้าย มักจะมีความเป็น 'สีเทา' อยู่สูงมาก (ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับผู้กำกับในดวงใจของเราอย่าง ตู้ฉีฟง ด้วยเช่นกัน เพียงแต่เฮียตู้ บางครั้งยังประนีประนอมกับความรู้สึกของคนดูบ้าง ในหนังบางเรื่องของแก) ดังนั้นเราจึงรู้สึกได้ว่าเรากำลังดูชีวิตของคนรู้จักของเราอยู่ ไม่ใช่เพียงแค่ดูตัวละครในหนังเท่านั้น และเมื่อเอ่อตงซินขยี้ตัวละครเหล่านั้นทิ้งไป ก็เหมือนกับตัวเราถูกกระทำไปด้วยเช่นกัน (อย่างห่างๆ) นั่นจึงเป็นเรื่องที่ทำให้เรารู้ทั้งรู้อยู่แก่ใจว่าหนังของเอ่อตงซินไว้ใจอะไรไม่ได้เลย แต่ก็ยังจะขอติดตามกันต่อ ซึ่งจากข้อมูลต่อไปก็คือหนังเรื่อง Triple Tap ซึ่งนำแสดงโดย กู่เทียนเล่อ และ แดเนียล วู โดยที่เราก็คงต้องกลั้นใจดูหนังของแกแบบบีบหัวใจกันต่อไป…แต่ขอทำใจอีกสักพักใหญ่ๆ ก่อนะ XD




 

Create Date : 06 ตุลาคม 2553    
Last Update : 6 ตุลาคม 2553 4:18:21 น.
Counter : 355 Pageviews.  

1  2  

Matt_Doraemon
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Matt_Doraemon's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.