Mamma och Patrick
 

"^______^" ภาพถ่ายลูกรัก by nikon "^________^"

จริงๆ ไม่ได้มีอะไรมากๆ แม่เล็กแค่อยากจะลงรูปถ่ายลูกที่แม่พยายามสุด ๆ ในการถ่ายให้ออกมาดีที่สุด แต่แหมพยายามแล้วนะ ได้แค่นี้เอง ตอนนี้พยายามฝึกถ่ายบ่อยๆ จะได้ชำนาญขึ้น แต่นายแบบตัวน้อยๆ ไม่ค่อยให้ความร่วมมือเลย ฮ่าาาา เหมือนจับปูใส่กระด้งยังไงไม่รู้

   ที่จริงแล้วจะว่าไปบล๊อกนี้อวดภาพรูปชายสุดที่รักน่าจะดีกว่านะ ฮ่าาา อิแม่อยากอวดว่างั้นเหอะ

ถ้ามีใครแวะเวียนมาเยี่ยมชมบล๊อก  เชิญเข้าไปดูสีมือ มิใช่ฝืมือนะ ของแม่เล็กได้ในเพจของอาตี๋แพท  ถ้าใครจะกดไลท์ให้ด้วย ก็ขอขอบคุณมากมายนะจ๊ะ (เอ๊...จะมีใครตามไปเพจอาตี๋ไหมน่า)


http://www.facebook.com/PatrickKamolthep?ref=hl


































 

Create Date : 28 กันยายน 2555    
Last Update : 28 กันยายน 2555 19:09:02 น.  

"^____^" มือใหม่หัดถ่ายรูปลูกด้วย Nikon by เลนส์ 50 mm /f 1.8 g "^_____^"

อยากได้มีรูปสวยๆ ของลูกเก็บไว้เป็นที่ระลึกบ้าง เพื่อจะได้เห็นพัฒนาการ
ทางด้านร่างกายของเขา แม่เล็กก็เลยอ้อนให้พ่อของอาตี๋ซื้อกล้องให้ซะเลย
ตอนแรกเล็งของ Canon ไว้ แต่อาคุณพ่อกลับจัดให้ด้วย Nikon ซะนี้
เฮ้อ งานเข้าจังๆ ไม่เคยได้จับกล้องแบบนี้เลย
ไม่มีความรู้เรื่องกล้องเรื่องเลนส์เลย จับแต่กล้องคอมแพคธรรมดา
พอมาถ่ายด้วยกล้องแบบนี้ ก็ต้องอาศัยใช้การศึกษาจากห้องกล้องบ้าง
จากยูทูปบ้าง รวมถึงมีคุณพ่อคุณแม่ในชานเรือนผู้ใจดีได้ให้ให้คำแนะนำ
ก็เลยลองผิดลองถูก กดชัตเตอร์รัวๆ ถ่ายเป็นพัน ย้ำว่าเป็นพันๆ ได้ดี
ไม่กี่ภาพ ณ ปัจจุบันค่อยยังชั่วหน่อย ลดมาเหลือเป็นร้อยๆ แฮะๆ
แต่ก็เฉียดพัน ฮ่าาาาาา คงต้องพัฒนากันต่อไป เอ้า!!! เพื่อ
อาตี๋น้อยแพทของแม่เล็ก แม่เล็กจะพยายามต่อไปนะจ๊ะ

เข้าไปดูภาพเพิ่มเติมได้ในเพจอาตี๋แพทนะจ๊ะ (ภาพอาจจะไม่สวยมากมาย แต่แม่เล็กตั้งใจถ่ายมากๆ )

http://www.facebook.com/PatrickKamolthep?ref=hl









































 

Create Date : 27 กันยายน 2555    
Last Update : 28 กันยายน 2555 11:38:32 น.  

@@@@ บันทึกการไปดอกิสหรือเดย์แคร์ครั้งแรกของอาตี๋แพท @@@@

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หรือวันจันทร์ที่ 20 สิงหา นี้ อาตี๋แพทก็ได้เวลาไปดอกิสหรือเดย์แคร์ซะแล้ว   ซึ่งแม่เล็กก็ได้อยู่กับเขาด้วยทั้งวัน  เพราะว่าพ่อหรือแม่ทุก ๆ คน ต้องอยู่กับลูกๆ ที่ไปดอกิสหรือเดย์แคร์ครั้งแรกเป็นเวลา 3 วัน ด้วยกัน เพื่อให้ลูกๆ ได้เกิดความเคยชินและพอวันที่ 4 ก็แค่ไปส่งและกลับเลย  


    ซึ่งในวันแรกนั้น อาตี๋แพทรู้สึกว่าจะสนุกสนานมากๆ เพราะมีเพื่อนเล่นและของเล่นเยอะแยะไปหมด คงเพราะตื่นตาตื่นใจกับสถานที่ใหม่นั้นเอง  โดยในช่วงเช้าทางเดย์แคร์จะให้เด็กๆ เล่นกันก่อน และคอยสังเกตุพร้อมทั้งพูดคุยกับเด็กไปด้วย  หลังจากนั้นประมาณ 09.30 น. ก็จะได้เวลาทานของว่างคือ ผลไม้นั้นเอง  ซึ่งจะมีทั้งกล้วย แอ๊ปเปิ้ล แพรอน  

    แล้วแต่เด็กๆ ว่าจะทานอะไร ถ้าอากาศดีๆ หรือหลังฝนตก ก็จะพาเด็กๆ ออกมาเล่นข้างนอก ก่อนพาเด็กออกมาเล่นข้างนอกจะเช็คแพมเพิสซะก่อนว่าฉี่เยอะหรือยัง แล้วก็จะทำการเปลี่ยนให้ โชคดีวันแรกอากาศดีมากๆ ทำให้เด็กได้เล่นกันอย่างเต็มที่  ซึ่งอาตี๋แพทก็เล่นกับเพื่อนๆ อย่างสนุกสนาน  ไม่มีงอแงเลย  ส่วนเด็กโตเขาจะให้ผลไม้ที่โต๊ะในสนามหญ้า ซึ่งยังมีเด็กเล็กหลายๆ คนไปยืนมุงด้วย เพื่อรอรับผลไม้ แต่เขาไม่ให้เพราะพากันทานแล้ว 

   หลังจากนั้นประมาณ 11.15 น. จะค่อยๆ ทยอยให้เด็กๆ กลับเข้าไป ซึ่งในส่วนของอาตี๋แพทจะอยู่ในส่วนของเด็กเล็ก จะเข้าไปพร้อมกันไม่ได้ เนื่องจากจะต้องถอดเสื้อกันหนาวและรองเท้าให้ซะก่อน และในเด็กบางคนก็จะมีเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ด้วย  ซึ่งครูที่ดูแลจะทำตรงนี้ไม่ทัน ทำให้ต้องค่อยๆ ทยอยพาเด็กเข้าครั้งละประมาณ 2 ถึง 3 คน  พอจัดการเรื่องเสื้อกันหนาวกับรองเท้าเสร็จแล้ว จะพาเด็กๆ ไปล้างมือที่อ่างล้างหน้า โดยจะมีสบู่อนามัยไว้ทำความสะอาดไปด้วย 

   เวลาประมาณ 11.30 น. ได้เวลารับประทานอาหาร ทางดอกิสหรือเดย์แคร์จะให้ทานสลัดก่อนอาหารทุกครั้ง  ซึ่งจะค่อยๆ ปล่อยเด็กเข้าไปอีกเหมือนกัน  โดยเด็กทุกคนต้องเข้าตามคิว โดยครูจะสอนให้ถือจานเพื่อไปตักผักสลัดแต่ละจานด้วยตัวเอง  ในส่วนของเด็กเล็กๆ ครูจะคอยช่วยเหลือในส่วนนี้ก่อน บางคนโตพอช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว ก็จัดการเองได้เลย อาตี๋แพทนั้นแม่เล็กคอยช่วยตักให้ ถามเอาผักอันนี้ไหม ตอบไม่อย่างเดียว แต่แม่เล็กก็ตักทุกอย่างให้เขาอย่างละนิดละหน่อย  เพราะอยากให้เขาทานผักได้หลากหลาย 

    ในส่วนของแม่เล็กเองทางเดย์แคร์มีอาหารให้เช่นกัน นั้นก็คือ อาหารเหมือนเด็กๆ ทุกอย่าง  เริ่มจากสลัดก่อนและตามด้วยอาหาร  ซึ่งอาหารในวันแรกที่อาตี๋แพทไปคือ เหมือนแกงกะทิไก่ แต่เป็นแบบฝรั้ง แม่เล็กก็เรียกไม่ถูก และข้าวสวยร้อนๆ  แฮะ ๆ ไม่อยากบอกว่า อร่อยมากๆ อาตี๋แพททานผักและอาหารนิดเดียว ที่เหลือแม่เล็กจัดการ (เอ่อ  ลูกครับแม่จะอ้วนเอาเพราะความเสียดายและไม่อยากให้ของเหลือนี่แหละ) 

    พอทานอาหารเสร็จ  เด็กเล็กบางคนก็ได้เวลานอน ส่วนอาตี๋แพทไม่นอนเพราะไม่ง่วงและเหนื่อยนั้นเอง  ถ้าง่วงหรือเหนื่อยนั้นแหละถึงจะนอนได้  อย่างที่บอกว่าอากาศวันนี้ดีมากๆ ทำให้พอทานอาหารเสร็จ  เด็ก ๆ ก็จะต้องพากันไปล้างมือให้สะอาด  หลังจากนั้นก็พากันออกไปเล่นข้างนอกรอจนกระทั่งผู้ปกครองมารับ  ในส่วนของอาตี๋แพทนั้นจริงๆ คือ เวลาไปอยู่ที่ดอกิสหรือเดย์แคร์คือ 08.30 ถึง 12.15 น. แต่ทางดอกิสบอกว่า จะอยู่ถึง 14.00 น. ก็ได้  ซึ่งอาตี๋แพทไม่ยอมกลับ จะเล่นอยู่ท่าเดียว แต่พอเหนื่อย ก็ขึ้นไปนั่งบนรถเข็นพร้อมกับขอนมเพื่อดื่ม ทำให้ได้กลับบ้านในวันแรกนั้นเวลาประมาณ 13.30 น.

     วันที่สองหรือวันที่ 21 สิงหา นั้น วันนี้อากาศไม่ดีมีฝนตกตั้งแต่เช้า แต่มาหยุดในช่วงสายๆ ซึ่งก็เหมือนในวันแรกคือให้เด็กเล่นกัน อ่านหนังสือให้ฟัง ร้องเพลงให้ฟัง  หลังจากนั้นให้ผลไม้รับประทาน เมื่อเห็นว่าฝนหยุดตกแล้ว ก็พาเด็กๆ ทุกคน ออกมาเล่นข้างนอก  แต่พอเล่นได้สักพักฝนตกลงมาปรอยๆ ทำให้ทุกคนต้องตากฝน แต่ไม่เป็นไร  เนื่องจากเด็กแต่ละคนจะใส่ชุดกันฝนกันอยู่แล้ว แม่เล็กก็ต้องยืนหรือนั่งดูลูกอยู่อย่างห่าง และเปียกฝนไปด้วย โชคดีว่าฝนไม่ได้ตกหนักคือ แค่ตกปรอยๆ  พอได้เวลารับประทานอาหารก็พาเด็กๆ เข้าไปถอดชุดกันฝนหรือกันหนาวออก และพาล้างมือ  เปลี่ยนแพมเพิสซะก่อน  

     หลังจากนั้นก็ทยอยให้เด็กๆ เข้าไปรับประทานอาหารกัน  ซึ่งจะมีสลัดผักให้ทานก่อน ในวันนี้อาตี๋แพททานสลัดได้มากกว่าเมื่อวาน  ส่วนอาหารคือ มันฝรั่งต้มกับเนื้อบดตุ๋น รสชาติใช้ได้เหมาะสำหรับเด็ก  อาตี๋แพทเลือกทานแต่มันฝรั่งต้มอย่างเดียว ส่วนเนื้อบดตุ๋นไม่ทานเลย ทานเข้าไปนิดเดียวเอง  โธ่ลูกเอ๋ย  จะโตให้ไหมนี่ เฮ้อ  พูดแล้วก็กลุ้มใจกับการทานอาหารของลูก บางครั้งได้ทานเยอะ แม่เล็กดีใจอยากจะรำแก้บนเลยทีเดียว แต่บ่างครั้งทานได้น้อย ไอ้คนเป็นแม่ก็กลุ้มไปตามระเบียบพัก  

     ในช่วงเที่ยงหลังทานอาหารเสร็จ  มีฝนตกโปรยปรายตลอดเวลา ครูเลยพาเด็กเล่นและทำกิจกรรมอยู่ข้างใน อาตี๋แพทเล่นได้สักพัก  วันนี้คงรู้สึกเหนื่อยเลยเรียกหานมและขึ้นไปนั่งบนรถเข็นพร้อมดูดนมไปด้วย  แม่เล็กก็เข็นไปรอบๆ อาคาร  ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ก็หลับปุ๋ย  เลยพาไปจอดนอนกับเพื่อนๆ ในด้านหลังอาคารซึ่งมีหลังคามุงยื่นออกมา  

     หลังจากนั้นแม่เล็กขอตัวกลับบ้านก่อนเพื่อไปทำธุระ  ซึงจากบ้านไปดอกิสเดินด้วยเท้าประมาณ 5 นาที   เมื่อทำธุระเสร็จ ก็กลับไปหาลูกที่ดอกิส  ซึ่งเขานอนประมาณ 1 ชม. แล้ว แม่เล็กเลยจัดการปลุก  เพราะไม่อยากให้นอนนานกว่านี้  เนื่องจากกลางคืนกว่าจะนอนก็ดึกมากแล้ว  พออาตี๋แพทตื่นเลยพากันลาครูและพากันกลับบ้าน หมดไปอีกวันของการไปดอกิสของอาตี๋แพท

   วันที่สาม หรือวันที่ 22 สิงหา พาไปถึงดอกิสตอนประมาณ 08.30 น. อาตี๋แพทก็ไปวิ่งเล่นกับเพื่อน ๆ หรือเล่นคนเดียวเป็นบางครั้ง สนุกสนานตามเรื่องตามราวของเขา  พอได้เวลาทานผลไม้ครูก็นำผลไม้ที่ล้างสะอาดแล้ว มาปอกให้เด็ก ๆ ทานเหมือนเดิม แล้วแต่ว่าเด็กๆ จะเลือกทานอะไร  

     ซึ่งวันนี้อากาศค่อนข้างดี อาจจะมีฝนตกในช่วงเช้า แต่พอถึงเวลาช่วงนี้ไม่ตกแล้ว ทำให้พาเด็กๆ ๆ ออกไปเล่นข้างนอกได้เหมือนเช่นทุกวัน  กว่าจะพากันออกไปได้ก็วุ่นวายเหมือนเดิม  เพราะเด็กๆ ก็อยากจะออกไปข้างนอกกัน แต่ต้องใส่เสื้อกันหนาวพร้อมรองเท้ากันก่อน สำหรับในส่วนของอาตี๋แพทแม่เล็กเป็นคนจัดการ  ทั้งเปลี่ยนแพมเพิสและใส่เสื้อกันหนาวพร้อมรองเท้าให้  ซึ่งอาตี๋แพทก็เล่นกับเพื่อนอย่างสนุกสนานเช่นเคย มีบางครั้งอาจจะไปเดินเล่นขนาบกับริมรั้วคนเดียว  

     อ้อ ลืมบอกไป อาตี๋แพทจะมีญาติซึ่งอยู่ที่นี่ก่อนแล้ว  ชื่อ อันญ่า ซึ่งอันญ่าจะมาคอยเล่นกับแพทริคตลอดเวลา เหมือนคอยเทคแคร์ดูแล  และวันนี้อาตี๋แพทก็ได้แผลฟกช้ำนิดหน่อยที่ใบหน้า  เนื่องจากเห็นเด็กโตเขาเล่นสไลเดอร์  โดยการเดินขึ้นด้านหน้า  ซึ่งมันลื่น ตัวเองทำไม่ได้เหมือนเด็กที่โตแล้ว  ผลปรากฎว่า ลื่นมาหน้าขมำโดยขอบสไลเดอร์  ได้แผลช้ำๆ ที่หน้าเป็นรอยที่ระลึกครั้งแรก  เฮ้อ  ไอ้เราก็คิดแล้วว่า เขาเล่นแบบนี้ต้องได้แผล  แต่ก็ปล่อยให้เขาเล่น ให้เขาเรียนรู้ว่า การที่เขายังเล็กอยู่ไม่สามารถเล่นแบบนี้ได้  ซึ่งเมื่อเกิดอุบัติเหตุนี้ขึ้นมา ก็เอาแล้ว ร้องไห้มาซบที่แม่ เริ่มงอแงไม่อยากเล่นแล้ว  และปีนขึ้นไปนั่งที่รถเข็นตัวเอง  เพื่อจะดื่มนม  แม่เล็กก็เลยพากลับบ้านในที่สุด

     พอใกล้เวลาทานอาหาร ครูก็จะทยอยให้เด็กเข้าไปข้างในอาคาร  ในส่วนของอาตี๋แพทแม่เล็กก็จะดูแลเช่นเคย โดยหลังจากถอดเสื้อกันหนาวและรองเท้าเสร็จแล้ว ทุก ๆ คน จะต้องไปล้างมือที่อ่างล้างหน้าให้สะอาดพร้อมฟอกสบู่ทุกครั้ง  และเข้าไปด้านในรอเวลาไปทานอาหารกลางวัน  วันนี้ก็เหมือนทุกๆ วัน คือ ตักสลัดไปทานกันก่อน  

     ส่วนอาหารตามมาทีหลัง  อาหารสำหรับวันนี้คือ ปลากับน้ำซอส และมันฝรั่งต้ม  วันนี้อาตี๋แพททานได้เยอะหน่อย แต่ทานแค่มันฝรั่ง ส่วนปลาไม่ยอมทาน  ทั้ง ๆ ที่หลายๆ ครั้ง แม่เล็กพยายามจะให้เขาทานปลาเรื่อยๆ แต่เขาก็ไม่ชอบ  จนปัญญาจริง ๆ ไอ้เราก็อยากให้ทานปลาเยอะๆ จะได้ฉลาด ๆ อิอิอิ 

    หลังจากทานอาหารแล้วก็พากันเอาจานไปเก็บ  ซึ่งเด็กๆ ทุก ๆ คน ต้องเอาแก้วน้ำดื่ม  จาน มีดและซ้อมไปเก็บด้วยตัวเอง  โดยถ้าเด็กเล็กมากจะมีครูคอยช่วยเหลือ จนกระทั่งทำด้วยตัวเองได้แล้ว  อาตี๋แพทนั้นแม่เล็กก็คอยพยายามบอกและสอนให้เขาทำแบบเด็กคนอื่นๆ เพราะเขาสามารถช่วยเหลือตัวเองตรงได้แล้ว อาจจะไม่ดีนัก  แต่ถ้าทำทุกๆ วัน ก็จะทำให้เขาทำได้ดีแน่นอน

     เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้ว ก็อีกเช่นเคย พาเด็กๆ แต่งตัว ออกไปเล่นข้างนอก รอเวลาผู้ปกครองมารับ  ซึ่งแม่เล็กคิดว่าดีนะที่ให้เด็กได้สัมผัสธรรมชาติ  ได้เล่นในสิ่งที่เข้าต้องการ  โดยจะมีครูพี่เลี้ยงคอยเล่น คอยดู และคอยช่วยเหลือสำหรับเด็กที่ยังเล็กอยู่  วันนี้อาตี๋แพทก็เล่นอย่างสนุกสนานไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย  จนได้เวลาพากลับบ้าน  

    ซึ่งจากการสังเกตพอพานั่งรถเข็นกลับบ้าน อาตี๋แพทมีท่าทางอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด  แม่เล็กเลยให้นมดื่มและพาเข็นเข้าไปในเมือง  เดินไปเรื่อยๆ เพื่อให้เขาหลับ  ซึ่งเขาก็สามารถหลับในเวลาต่อมา

   อ้อ  ช่วงเวลาที่แม่เล็กไปอยู่ดูอาตี๋แพทที่ดอกิส  แม่เล็กก็ได้ช่วยเหลือครูด้วยการดูแลและเล่นกับเด็กคนอื่น ๆ เช่นกัน  จนครูเขาพากันแซวว่า  เธอทำงานพิเศษได้ดีมากทีเดียว  ถ้าเธอเรียนภาษาสวีดิชจบแล้ว  มาทำงานที่นี่นะ  (แฮะๆ ไม่อยากบอกเลยว่า  ฉันไม่รู้ว่าฉันจะเรียนจบตอนไหน  ตอนนั้นเธอยังจะรับฉันเข้าทำงานไหม ฮ่าาา) 

 ในวันทีสี่หรือ วันที่ 23 สิงหา  แม่เล็กแค่ไปส่งลูกที่ทางเข้าห้องเท่านั้น หลังจากนั้นก็กล่าวลาลูกและครู  เดินกลับบ้านคนเดียว ความรู้สึก ณ ตอนนั้น อยากจะร้องไห้ เพราะคิดถึงลูก  เนื่องจากตั้งแต่เกิดจนกระทั่งบัดนี้แทบจะไม่เคยอยู่ห่างกันเลย  ความรู้สึกมันเลยหวิวๆ ยังไง บอกไม่ถูก  แต่นั้นแหละแม่เล็กต้องทำใจเพราะว่ายังไงก็ต้องไปฝากเขาเลี้ยง  เพราะแม่เล็กต้องไปเรียนภาษาสวีดิชซะที  (ไม่งั้นเขาอาจจะแพ็คใส่กล่องส่งกลับไทยได้ ฮ่าาา)  

   พอช่วงบ่ายประมาณบ่ายโมง คุณครูก็โทรมาบอกให้ไปรับลูกที่ดอกิส  จากการสอบถามครู วันนี้พอครูเปลี่ยนผ้าอ้อมก่อนทานอาหาร อาตี๋แพทร้องไห้และจะออกไปขึ้นรถเข็น  ครูเลยพาแต่งตัวและพานั่งรถเข็นเดินไปมา จนกระทั่งหลับ  เลยไม่ได้ทานอาหารอะไรเลย  

    เมื่อตื่นมาประมาณบ่ายโมง คุณครูก็เลยโทรตามเพราะอาตี๋แพทไม่ยอมหาใครเลยและไม่ยอมลงจากรถเข็น  แม่เล็กเลยรีบเดินไปรับลูกพร้อมทั้งถือานมพร้อมผลไม้ไปให้ลูกด้วย  เผื่อลูกหิว  ซึ่งเมื่อแม่เล็กไปถึงอาตี๋แพทไม่ได้งอแงอะไรเลย นั่งมองเพื่อนๆ เล่นบนรถเข็น  และรับนมจากแม่ไปดื่ม (คงหิวเนอะ)  หลังจากนั้นแม่ลูกก็เลยครูกลับบ้าน  จะไปอีกทีก็วันจันทร์หน้านั้นเอง  

   ผลจากการไปดอกิส 4 วัน  อาตี๋แพทติดหวัดจากเพื่อน ๆ มาเลย  เพราะจากที่แม่เล็กไปอยู่กับลูกด้วย  เห็นเด็กหลายคนน้ำมูกไหลตลอดเวลา  บางคนก็ตัวด่างพร้อยจากรอยยุงกัด  ปีนี้หน้าร้อนสวีเดนไม่ค่อยดีเลย ฝนตกบ่อยและยุงเยอะมากๆๆๆๆๆ  ทั้งที่ปีที่แล้ว 2 ถึง 3 ทุ่ม ยังนั่งเล่นหลังบ้านหรือนอกได้เลย อย่างสบายๆ  ซึ่งอาตี๋แพทก็ตัวลายพร้อยจากยุงหลายครั้งเหมือนกัน  

   ตอนนี้อาตี๋แพทก็น้ำมูกไหล ตัวรุมเหมือนจะเป็นไข้  ซึ่งแม่เล็กทำใจแล้วว่า ลูกจะต้องมีอาการแบบนี้ เพราะเด็กภูมิต้านทานน้อย ทำให้ติดหวัดง่ายจากเพื่อน  พอตกตอนกลางคืน อาตี๋แพทก็หายใจขัดๆ เพราะน้ำมูกคัดจมูก  แม่เล็กได้แต่ทาวิคที่หน้าอกและ แต้มนิดหน่อยตรงใต้จมูก  เขาจะได้หายใจคล่องขึ้น  

ถ้าใครหลงมาอ่าน อย่าว่ากันนะ ลูกไปดอกิสแค่นี้ เขียนซะเวิ่นเว้อเลย  พอดีอยากจะบันทึกความทรงจำอันนี้ไว้ให้ลูกอ่านจ้า ^^

อ้อ  เกือบลืมไป  ในแต่ละวันสิ่งของที่เตรียมไปคือ เสื้อ กางเกง ถุงเท้า อย่างละชุด  เพราะว่าแต่ละวันเสื้อผ้าที่ใส่อาจจะสกปรกได้  ทำให้ต้องเตรียมไปอีกชุดนั้นเอง  และถ้าวันไหนฝนทำท่าจะตก  ก็ต้องเตรียมชุดกันฝนพร้อมรองเท้าบูทไปด้วย  ส่วนเสื้อกันหนาวต้องเอาไปทุกวันอยู่แล้วช่วงนี้  เพราะว่าอากาศค่อนข้างเย็น 




 

Create Date : 25 สิงหาคม 2555    
Last Update : 22 กันยายน 2555 13:14:13 น.  

@__@ ปฏิบัติการ "ฟ้าทลายโจร" เพื่อเลิกเต้าของอาตี๋แพท @__@

ปฏิบัติการ "ฟ้าทลายโจร" เพื่อเลิกเต้า ของอาตี๋แพท

วันแรกของการปฏิบัติการนี้ คือ วันอาทิตย์ที่ 13 พ.ค. 55 นั้นเอง เนื่องจากคิดว่า สมควรแก่เวลาแล้วในการเลิกนมจากเต้าแม่ซะทีนะลูกนะ และในเดือนสิงหาคมนี้ ลูกคงต้องไปดอกิส หรือ เดย์แคร์ นั้นเอง ส่วนแม่เล็กก็ต้องไปเรียนภาษาสวีดิชสักที เลยต้องเข้าสู่ปฏิบัติการ "ฟ้าทลายโจร"

ในวันแรกนั้นเริ่มจากบ่ายแก่ๆ ของวันอาทิตย์ ถึงเวลาพาเจ้าตัวน้อยๆ ของแม่ไปนอนกลางวัน และแม่ได้บอกลูกก่อนหน้านี้แล้วว่า ตอนนี้นมแม่เสียแล้วนะ ดื่มไม่ได้ จะต้องไปหาหมอรักษาเป็นเดือนเลย ลูกดื่มนมชงไปก่อนนะ ซึ่งตอนที่บอกลูกเหมือนเข้าใจนะ แต่ก็ยังยิ้มหวานให้แม่ก่อน 1 ที และเปิดเสื้อแม่ตามปกติเพื่อดูดนมจากเต้า แต่ปรากฎว่า เจอสีเขียวของยาฟ้าทลายโจรทาทั้งหัวและรอบๆ นม เข้าไป ก็ยังยิ้มอยู่นะ แล้วเอามือมาแตะดูพร้อมทั้งเช็ดออกเพราะเละมือ ลูกไม่ชอบให้มือเลอะ แถมรอยยิ้มของลูกเกือบทำแม่ใจอ่อน เพราะยิ้มอย่างไร้เดียงสาเหลือเกิน หลังจากนั้นลูกเลยลองดูดดูก่อนนิดหน่อย คงขมนะ เพราะทำหน้าแบบว่า ขมนะแม่ นมแม่เป็นอะไรไป ทำไมไม่เหมือนเดิม เลยไม่กล้าดูดอีก ได้แต่เอานิ้วจิ้มๆ ดูเฉย แต่วันแรกกว่าคุณชายจะหลับได้ ก็ร้องไป หยุดไป เกือบชั่วโมงได้ เพราะไม่ได้ดูดนมแม่เหมือนเดิม

พอตกก่อนเข้านอน ปกติต้องเข้าเต้าก่อนหลับเสมอ ซึ่งแม่ก็ทาฟ้าทลายโจรเหมือนเดิม คุณชายเห็นอะไรเขียวรอบๆ เต้าแม่ ก็ได้แต่ยิ้มไม่กล้าดูด ได้แต่เอานิ้วเล็กๆ มาเขี่ยดู (เอ้อ นมแม่ครับลูก ไม่ใช่ตัวประหลาด ฮ่าาา) ที่ลูกมองเห็นเพราะก่อนนอนแม่จะต้องเปิดไฟไว้ด้วยก่อนลูกหลับ เพราะมันค่อนข้างมืดมองไม่เห็น หลังจากนั้นแม่ก็อาศัยการอ่านนิทานให้ลูกฟัง แต่นั้นแหละ ลูกก็ยังร้องเหมือนเดิม ร้องไป หยุดไป กว่าจะได้หลับเล่นเอาเหนื่อยทั้งแม่ทั้งลูก

วันที่ 14 พ.ค. ซึ่่งเป็นวันที่สองของการเลิกเต้า ก็เหมือนเดิมตอนบ่ายพานอน ลองดูดนมดู ขม รีบเอาปากออกแทบไม่ทันเลยล่ะ คงเพราะขมเนอะ และก็ยังคงเอานิ้วเล็กๆ มาจิ้ม ๆ เขี่ย ๆ ดู ว่ามันคืออะไร แต่ก็ยังดีว่าวันนี้คงเล่นเหนื่่อยทำให้ไม่งอแงร้องไห้มาก ใช้เวลาครึ่งชั่วโมง ลูกก็หลับไป แถมคุณชายพอเลิกเต้าแม่กลับนอนนานซะอีกแนะ เกือบ ๆ สองชั่วโมงได้

ตอนกลางคืน ก่อนนอนก็คงเริ่มคิดแหล่ะนะว่า วันนี้นมแม่จะมีสีเขียวๆ รอบ ๆ และบนหัวนมอีกหรือเปล่านะ พอเปิดเสื้อมาเหมือนเดิม ไม่กล้าดูด นิ้วเขี่ยอย่างเดียว กว่าจะหลับได้ก็ยากเอาการ เพราะต้องการจะดูดนมแม่ก่อนนอน แต่แม่ก็ให้นมสดลูกดื่มก่อนนอนแล้วนะ (ที่ให้นมสด เพราะลูกไม่เอานมแวลลิ้งหรือนมชงเลย) ซึ่งก็ยังร้องไป หยุดไปเหมือนเดิม จนเหนื่อยถึงได้หลับ

วันที่ 15 พ.ค. ทำเหมือนวันที่ผ่าน ๆ มา คือ ทายารอบๆ และหัวนม วันนี้ลูกคงเริ่มรู้แล้วว่ายังไงก็คงไม่ได้ดูดนมแม่เป็นแน่แท้ แต่ก็ยังลองๆ เอาปากมาแตะๆ ดู แต่พอรสชาติขมเข้าไป คุณชายถอยดีกว่า ไม่เอาดีกว่า อิอิอิ วันนี้วันที่สามแล้ว ค่อยยังชั่วหน่อย ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงได้ ก็เลยหลับโดยดื่มนมสดก่อนนอน

   ตอนกลางคืน ก็ยังคงมาเลิกเสื้อเพื่อดูดเต้าเหมือนเดิม  แต่ก็ต้องเจอกับไอ้ยาเขียวๆ ที่ป้ายไว้รอบ ๆ  คุณชายคงจำได้เลยไม่กล้าดูดแล้ว แต่มือยังต้องจับ ขย้ำ ขยี้ คุณลูกจ๋า เจ็บนะครับ แต่ทำไงได้ ไม่งั้นลูกก็ไม่ยอมนอน ต้องจับเต้าแม่ไปด้วย ก็ยังดีนะ ไม่ร้องมาก แต่ก็เล่นเยอะมากๆ กว่าจะได้นอน เล่นเอาเหนื่อยกันไปเลย

    วันที่ 16 พ.ค. วันที่สี่ของปฏิบัติการนี้ เริ่มดีขึ้นมาหน่อย แต่ก็ยังงอแงร้องไห้บ้าง  แต่ตอนนี้ก็ยอมดื่มนมสดได้มากขึ้น และดีขึ้นด้วย  แต่กระนั้นก็ยังต้องจับเต้าแม่ไปด้วย ถึงจะหลับได้  ทั้งดึง ทั้งบีบ ทั้งบี้ ระบมไปหมด แต่ก็ต้องยอม เพราะยังดีกว่างอแงและไม่ยอมนอน

   ซึ่งในตอนกลางคืนก็เหมือนเดิมกว่าจะนอนได้เล่นเอานมแม่ยานไปถึงบ้านเกิดเลยล่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า

กะว่าจะพิมพ์ให้จบซะหน่อย คุณชายตื่นซะแล้ว ต้องไปพานอนอีกรอบก่อนนะจ๊ะ  ไว้วันหลังจะมาต่อให้จบจ้า

   โอ้โหเดือนกว่าแน่ะ กว่าแม่เล็กจะมาเขียนต่อ อย่างว่าแหละนะ อาศัยคอมฯ ของพ่อแพทริคใช้ ทำให้ไม่ค่อยสะดวกในการมาโม้ เอ้ย เขียนต่อสักเท่าไหร่

  อะๆ อย่าพูดมากอยู่เลย มาต่อกันเลยนะ  วันที่ห้า หรือ วันที่ 17 พ.ค. เหตุการณ์ก็ยังเหมือนเดิม กว่าจะหลับได้ ก็เล่นน๊ม นม แม่ แทบจะยานไปถึงไทย ฮ่าา  แต่อาตี๋แพทก็ร้องน้อยลงนะ ไม่ค่อยงอแงสักเท่าไหร่  เพราะเหมือนเขาจะเข้าใจมากขึ้นว่ายังไงคงไม่สามารถกลับมาดูดเต้าของแม่เล็กได้อีกแล้ว 

  ซึ่งรวมเวลาในการเลิกเต้าแบบเด็ดขาดก็คือประมาณสองอาทิตย์  โดยเหตุการณ์จะค่อยๆ ดีๆ ขึ้น อาตี๋แพทหลับยาวขึ้นในตอนกลางคืน  โดยถ้าเขาตื่นขึ้นมาและไม่สามารถหลับได้ แม่เล็กถึงจะให้นมขวดดูด  และในตอนกลางวันจะอาศัยตอนเขาเหนื่อยเวลาออกไปข้างนอกและนั่งรถเข็นกลับมาบ้าน  ตอนนั้นแม่เล็กถึงได้ให้นมเขาดื่มจากขวด  และก่อนนอน ซึ่งในบางครั้งก็ดื่มบ้าง ไม่ดื่มบ้าง แต่ส่วนมากจะดื่ม  เพราะคงเหนื่อยจากการเล่นและหิวนั้นเอง  ที่พยายามให้เขาดื่มนมมากๆ เพราะอยากให้เขาสูง เจริญเติบโตสมวัยนั้นเอง

   และตั้งแต่เลิกเต้าโดยเด็ดขาดจนถึงปัจจุบันนี้ อาตี๋แพทจะนึกถึงนมแม่ก็ต่อเมื่อนอนไม่หลับเท่านั้น จะต้องดึง ทึ้ง อยู่นั้นแหละจนกว่าจะหลับ  ก็เอานะ ดีกว่าติดเต้าและเลิกไม่ได้  แต่ ณ ปัจจุบันยังไม่หลับยาวถึงเช้า ยกเว้นบางวันที่กินอิ่มๆ และดื่มนมมากหน่อยก่อนนอน ถึงจะหลับยาวถึงเช้าได้ 

  ขอบคุณทุกคอมเม้นท์และทุกท่านที่เข้ามาอ่าน อาจจะเรียบเรียงไม่ค่อยดีนัก เพราะไม่ถนัดเขียนสักเท่าไหร่  แต่อาจจะพอเป็นแนวทางให้คุณแม่ที่อยากเลิกเต้ากับลูกน้อยได้นะจ๊ะ 

 

 




 

Create Date : 17 มิถุนายน 2555    
Last Update : 22 กันยายน 2555 13:14:29 น.  

อาหารสนองนีดส์ ^^_____^^*

เขียนบล๊อกเกี่ยวกับอาหารสนองนีดส์ของตังเองวันนี้ และถ้ามีใครหลงเข้ามาดูบล๊อกนี้ อย่าว่ากันเน้อ อยู่ไทยไม่ชอบทำอาหาร แต่พอมาอยู่ต่างแดนต้องทำ เพราะความอยากกินแท้ๆ

สำหรับอาหารวันนี้คือ

กะเพราะเนื้อ (หน้าตาอาจไม่ดูดีแต่ทำเองกินเอง อิอิอิ)




แกงเขียวหวานไก่ (ชามนี้ก็อยากกิน เลยจำเป็นต้องทำ อร่อยไม่อร่อยไม่รู้ แต่กินได้ (คนเดียว) ฮาาา)




ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ (มีแต่ลูกชิ้นหมู เพราะลืมซื้อลูกชิ้นเนื้อ เลยใช้แทนกันซะงั้น)




ผัดวุ้นเส้นหน่อไม้




ปิดท้ายด้วยขนมที่ทำเป็นครั้งแรกในชีวิต คือ ขนมคานินบุลลา อาจจะดูไม่สวยงามสักเท่าไหร่ แต่ตั้งใจทำมากๆ ซึ่งขนมปิดท้าย อาจไม่เกี่ยวกับบล๊อกนี้เท่าไหร่






 

Create Date : 20 มีนาคม 2555    
Last Update : 22 กันยายน 2555 13:14:45 น.  

1  2  3  
 
 
Mitt_alskling_heter_patrick
Location :
Sweden

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




บล๊อกบ้านๆ แบบคนบ้านๆ ยินดีเป็นเพื่อนกับทุกคนนะคะ ใครว่าง ๆ แวะมาทักทายกันได้คะ เจ้าของบล๊อกไม่ดุนา (ฉีดยาแล้ว ฮา) ส่วนมากบล๊อกจะเขียนถึงลูกซะมากกว่า พอมีลูกทุก ๆ อย่างก็โฟกัสไปที่เจ้าตัวเล็กคนเดียวเลย ไม่ค่อยเห่อเลยเนอะ เข้ามาบล๊อกนี้อาจจะไม่ค่อยมีสาระอะไรมากมาย มีแต่รูปเยอะกว่าเนื้อหา ก็อย่าเพิ่งเบื่อกันนะ เขียนบล๊อกไม่ค่อยเก่ง แต่พูดเก่ง แต่ทำไมเพื่อนๆ บอกว่า พูดมากหว่า ^^ (กับเพื่อน ๆ หรือคนสนิทๆ อิอิอิ)
[Add Mitt_alskling_heter_patrick's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com