มุมมองชีวิต หลังก้าวผ่าน การเป็นมนุษย์เงินเดือน
สวัสดีค่ะ ห่างหายไปนานมากมายยยยย วันนี้ มีโอกาสกลับมาเขียนบล็อกอีกครั้งนึง เพราะ....

สืบเนื่องมาจาก เมื่อคืน มีน้องที่เพิ่งกลับมาจากเรียนตปท.โทรมาปรึกษาเรื่องงานที่กำลังจะไปทำ ทำให้เราฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เลยคิดว่า อืม.. เอามาแปะไว้เล่นๆ ในบล็อกดีกว่า เผื่อจะเป็นแนวทาง สำหรับคนที่กำลัง เบื่อ หรือ ท้อแท้ กับการทำงานประจำอยู่ค่ะ

เริ่มเลยนะคะ...

ตอนเราได้รับการว่าจ้าง ให้เข้าไปทำงานในบริษัทเอกชนแห่งนึง ตอนแรกที่ได้รับโทรศัพท์ยืนยันการรับเข้าทำงาน เรากำลังนั่งกินข้าวอยู่กับครอบครัว

พอทุกคนรู้ว่า เราได้ไปทำงานที่นี่แล้ว ที่บ้านดีใจกันยกใหญ่ เฮกันทั้งบ้าน ด้วยเงินเดือน จำนวนนึง ที่เราดีใจสุดๆ ว่า เราได้ตามที่เราเรียกไป พูดง่ายๆ ว่า สมหวังดังใจคิด ว่างั้นเถอะค่ะ
(เป็นเรื่องธรรมดาใช่มั๊ยคะ ที่เวลาเราได้งานใหม่ เราจะรู้สึกแบบนั้นกัน... เนอะ) 

โอเคค่ะ ไปเริ่มงาน เราก็ได้รับมอบหมายให้ทำงานตำแหน่งนึง ก็ทำๆๆๆๆๆ ทำไป จนวันนึง เรารู้สึกว่า ทำไม งานมันหนักจังนะ ทำไมงานมันเยอะแบบนี้นะ ทำแบบนี้ ไม่คุ้มเงินเดือนเลยอะ จ้างเรามาแค่นี้ แต่ให้เราทำขนาดนี้ ไหวปะเนี่ย
(ความคิดด้านลบ ได้เริ่มต้นขึ้น)

งานก็เยอะ เพื่อนร่วมงานก็ชักเอาเปรียบ เจ้านายก็ตาบอดเสียเหลือเกิน ไม่เห็นหรือไง ว่าใครอู้งานขนาดไหน ทำไม หันไปหันมา ไม่มีคนทำ ก็โยนมาให้เราทำฟระ 

ยัยคนนั้น ว่างจะตาย แชททั้งวัน ทำไม ไม่โยนให้มันทำอะ

ระบบองค์กร ห่วยแตกขนาดนี้ จะไหวเหรอ ขออะไรไป ก็ไม่อนุมัติ

ทำไม คนนั้น เค้าลาได้ตลอดเลยอะ ทีเราจะลาบ้าง นายมีเหตุผลโยเยตลอดเลยอะ

ยัยคนนี้ ป่วยอีกแระ อะไรเนี่ย ลาป่วยทุกเดือนเลยอะ เอาเปรียบกันสุดๆ

ความคิดด้านลบ เริ่มทวีคูณไปเรื่อยๆ พาลไปตั้งแต่ เพื่อนร่วมงาน, หัวหน้างาน, ทีมงานซัพพอร์ต, ลูกน้อง และ สุดท้าย ไปถึงองค์กร


ถามว่า ลาออกดิ ถ้าอยู่ไม่ไหว ทำไม ไม่ลาออก 

เหตุผลจะมีอธิบายกับตัวเอง สารพัด พูดง่ายๆ ว่า ถ้าจะว่าไป ที่นี่ก็ดีอยู่แล้วนี่
(แต่มันไม่พอ มาหักลบกับมุมมองด้านลบที่ตัวเองมีอยู่ได้เลย)


จนสุดท้าย อยู่ๆ ไปเป็นแรมปี ได้ปรับเงินเดือน ไปถึงจุดสูงส่ง 

อารมณ์ติเตียน องค์กร และ เพื่อนร่วมงาน ไปถึงเจ้านาย ก็ไม่เคยหยุด หรือ น้อยลง มีแต่มากขึ้น.. มากขึ้น.. จนสุดท้าย ถึงจุดแตกหัก

การลาออก จึงได้บังเกิดขึ้น (ระหว่างทาง ไปขอลาออกบ่อยมากๆๆๆ ค่ะ แต่นายไม่เคยอนุมัติเลย)

และแล้ว ก็ได้ออกสมใจ เราเลยได้กลายร่างมาเป็นคนว่างงาน (สมใจอยาก)


วันสุดท้าย ที่หอบสมบัติขึ้นรถกลับบ้าน สิ่งที่แว่บเข้ามาในหัว คือ

- ตายแระ ฟาดฟัน กับ ยัยคนนั้นเกือบตาย สุดท้าย ก็จบลงแค่นี้แหละเนอะ

- เขียนอีเมล์ ต่อสู้กับเพื่อนร่วมงาน เพื่อไม่ให้ตัวเองดูแย่ในสายตานาย ปั้นคำไปสารพัด สุดท้าย ก็จบลงแค่นี้แหละเนอะ

- ยัยคนนั้นก็ยังคงแชทต่อไป 

- เจ้านายก็ยังคงตาบอดต่อไป

- องค์กรก็ยังคงไม่ซัพพอร์ตพนักงานต่อไป

ทุกอย่างมันจบลงโดยสิ้นเชิง ณ วันที่เราก้าวขาออกจากออฟฟิศ 

ทำให้เราคิดเลยว่า ชีวิตการทำงาน ที่ "มีความทุกข์ หรือ ที่ "มีความสุข" อย่างแท้จริง ถ้าจะหากันจริงๆ ในการทำงาน มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับ เพื่อนร่วมงาน หรือ เจ้านาย หรือ องค์กร เลย มันอยู่ที่ "ตัวเราเอง" นั่นแหละ

ถ้าเรารู้จักปล่อยวาง แบ่งแยกอารมณ์ แบ่งแยก ความรู้สึกนึกคิดได้ "ทุกข์" จะเกิดขึ้นมา "น้อยกว่าสุข" ค่ะ

นับจากนั้นมา เราเลยสอนเด็กๆ รอบตัวทุกๆ คนว่า วันนึงที่คุณก้าวผ่านชีวิตตรงนั้นมาแล้ว คุณจะรู้เลยว่า ที่ผ่านมา คุณปล่อยให้ มะเร็งทางอารมณ์ ทำร้ายคุณขนาดไหน วันที่ก้าวขาออกมา ทุกอย่างมัน "จบ" จริงๆ นะ

เพราะฉะนั้น ปล่อยวางเถอะค่ะ ทำหน้าที่ ที่เราได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด ส่วนคนเป็นนาย ตาบอด หรือเปล่า

ส่วนตัวแล้ว เราเอง ก็ได้กลายเป็นเจ้าธุรกิจเล็กๆ ธูรกิจนึง ขอบอกตรงนี้เลยว่า เค้าตาไม่บอดหรอกค่ะ มีแต่จะแกล้งบอดหรือเปล่า นั่นอีกเรื่องนึงค่ะ
(ยกเว้น พวกที่บังเอิญฟลุ๊คเข้ามาเป็นนาย นั่นก็อีกเรื่องนึงนะคะ คือ ไม่ไหวจะเคลียร์จริงๆ แต่คนพวกนี้ รับรองได้.... อยู่ได้ไม่นานหรอกค่ะ พวกอยู่นานๆ อะ เค้าแกล้งบอดทั้งนั้นแหละค่ะ)

ขอฝาก Paragraph นี้ไว้อีกครั้งนะคะ สำหรับทุกๆ ท่าน ที่กำลังเบื่องาน เบื่อนาย เบื่อเพื่อนร่วมงาน ขอให้ย้อนกลับไปในวันที่......

พอทุกคนรู้ว่า เราได้ไปทำงานที่นี่แล้ว ที่บ้านดีใจกันยกใหญ่ เฮกันทั้งบ้าน ด้วยเงินเดือน จำนวนนึง ที่เราดีใจสุดๆ ว่า เราได้ตามที่เราเรียกไป พูดง่ายๆ ว่า สมหวังดังใจคิด ว่างั้นเถอะค่ะ
(เป็นเรื่องธรรมดาใช่มั๊ยคะ ที่เวลาเราได้งานใหม่ เราจะรู้สึกแบบนั้นกัน... เนอะ) 

ขอฝากไว้แค่นี้แหละค่ะ ขอให้มี ความสุข กับการทำงานมากๆ นะคะ สู้ๆ ค่ะ Fighting!!!

ปล.เนื้อหาผิดถูกประการใด ต้องบอกก่อนเลยนะคะ ว่านี่คือแค่ "ความเห็นส่วนตัว" ของเราเท่านั้นเองค่ะ...

ปล.เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยยังไง แวะมาแชร์กันได้นะคะ ^___^



Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2557
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2557 2:03:15 น.
Counter : 2472 Pageviews.

1 comment
ปวด อึ๊....... ครั้งละ 700 กว่าบาท..... แพงดีแท้!!!
เรื่องนี้ เป็น ประสบการณ์ความทรมานเกี่ยวกับการ อึ๊ สำหรับคนท้องผูกบ่อยนะคะ



มีอยู่ครั้งนึงนะคะ ปวดท้อง อี๊ มากๆ

นั่งห้องน้ำ ตั้งแต่สามทุ่ม ยันตีสองครึ่ง ทำยังไงก็ไม่ออก ใช้ยูนิซัน ก็แล้ว ทานน้ำลูกพรุน ดื่มนม ปีนขี้นไปบนโถนั่งยองๆ ลองทุกวิถีทาง สารพัดวิธี

นั่งอยู่ในห้องน้ำอย่างเดียว ปีนขึ้น ปีนลง เดินเข้า เดินออก (เดินออกมาทานโน่น นี่ นั่น)

นั่งไม่ได้ นอนไม่ได้ เพราะ อึ๊ มันโผล่ออกมานิดนึงแล้ว


ขมิบให้มันกลับ มันก็ไม่กลับ เพราะมันแข็งมาก


จนตีสองกว่า ปวดท้องมาก (และเจ็บก้นมาก) ไม่ไหวแล้ว บอกสามีให้พาไปโรงพยาบาลหน่อย


สามีเลยพาไป.. ระหว่างทางนั่งรถไป ก็นั่งเต็มก้นไม่ได้ เพราะ อึ๊ มันคาอยู่


โอย... ทรมานมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ



พอไปถึงโรงพยาบาล คุณหมอก็ลงมือ สวมถุงมือ เขี่ย อึ๊ ออกให้ ได้ยินเสียง หิน หล่น ดัง ปั้ก!!!!!


คุณหมอ ก็พูดว่า นี่ไง ต้นเหตุ



เชื่อมั๊ยคะ พอต้นเหตุ มันหลุดไปเท่านั้นแหละค่ะ


เจ้าข้าเอ๊ย................. เราบอกบุรุษพยาบาล ให้เข็นเราไปห้องน้ำที่ใกล้ที่สุด แบบด่วนที่สุด!!!!!!!


ไอ้ที่ทาน หรือ สวนเข้าไป ตั้งแต่สามทุ่ม มันรวมตัวกัน จ่ออยู่ปากประตูทางออกอะค่ะ


โหย.... พอถึงห้องน้ำนะคะ @@##!!>>>???#@#%%@!!!!


หมดคำบรรยายค่ะ



สรุปว่า วันนั้น โดนค่าเขี่ย อึ๊ ไป 700 กว่าบาท



เป็นการ อึ๊ ที่แพงที่สุดในชีวิต!!



อย่าปล่อยไว้ให้มันนานเกินไปนะคะ ปวดท้องไม่ว่า

แต่เขี่ยครั้งละ 700 กว่า นี่ไม่ไหวค่ะ!!!



ในภาพ คือ ห้องน้ำ Domestic Airport ที่เนปาลค่ะ ตอนเข้าไป ถึงกับผงะ แล้วก็ออกมา.......

อั้นไว้ก่อน แม่สอนไว้ค่ะ >.<"








ส่วนภาพนี้ เป็น ภาพ ห้องน้ำชาย ที่ ญี่ปุ่นค่ะ (ใน Kitty Land)....... น่าเข้ามากๆๆๆๆๆๆๆ




และภาพนี้ ห้องน้ำหญิง ที่ ญี่ปุ่น เช่นกันค่ะ (เข้าครั้งแรก กางเกงเปียกซ้า.... ไม่รู้ปุ่มอะไร เป็นปุ่มอะไร ฉีดพุ่งไป พุ่งมา....ไฮเทคซะจน.... เฮ้อ.. @.@)



Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2553 21:33:06 น.
Counter : 1916 Pageviews.

18 comment
กฎ กติกา การเยี่ยมชม บล็อก นี้
จ๊ะเอ๋!!!


กะแล้ว ว่าต้องแวะเข้ามาอ่าน.....


เข้ามาอ่านแล้ว โปรดปฏิบัติตาม กฎ กติกา ข้างล่างด้วยนะคร้า.......




เรียน ท่านผู้เยี่ยมชมทุกท่าน


หลังจากที่ท่านได้ แวะอ่านโน่น อ่านนี่ ในบล็อกนี้แล้ว (เหมือนจะมีให้อ่านเยอะเร้ย....)


เพื่อเป็นการให้กำลังใจ คน Low Technology อย่างเรา


เราก็ขอให้ท่านทั้งหลาย ได้กรุณาสละเวลา พิมพ์ชื่อ เพื่อเป็นเกียรติ ต่อการมาเยี่ยมชมบล็อกน้อยๆ นี้ด้วยนะคะ


ท่านใดที่ ยกมือ เช็คชื่อ ในบล็อกนี้ ขอให้มีแต่ความสุขมากมายก่ายกองค่ะ

ขอให้ รวยๆ เฮงๆ นะคะ


ขอบคุณค่ะ (ต้นไม้ในภาพ คือ ต้นไม้ของพร ที่ เซี่ยงไฮ้ ค่ะ)



Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 28 พฤศจิกายน 2554 0:43:22 น.
Counter : 586 Pageviews.

25 comment

~~ LucKy_RiN ลัล..ล้า..~~
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



New Comments