|
|
|
บังเอิญว่าเจอรัก ตอนที่ 2 (ครึ่งหลังค่ะ)
ดนุภพพยายามกดโทรศัพท์มือถือหาวันปีใหม่ตั้งแต่เมื่อคืนจนตอนนี้เป็นเวลาเกือบบ่ายของอีกวัน ชายหนุ่มก็ยังติดต่อเพื่อนไม่ได้ อุตส่าห์ย้ำนักย้ำหนาว่าถ้ากลับถึงห้องแล้วให้โทรหา แล้วเป็นอย่างไงเงียบหายไปอย่างไร้ร่องรอย
เมื่อได้ยินปลายทางกดรับสาย ดนุภพรีบกรอกเสียงผ่านโดยไม่รั้งรอ
หายไปไหนมา รู้ไหมว่าเราโทรหาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วทำไมไม่ยอมรับสาย
ใจเย็นๆ จะรีบไปไหนๆ พักเดี๋ยวนึงสิจ๊ะ วันปีใหม่ตอบด้วยน้ำเสียงยานคาง
ตอนนี้อยู่ที่ไหน ชายหนุ่มพยายามข่มใจให้เย็นลง
อยู่ที่ห้อง เพิ่งกลับจากโรงพยาบาลมา
ห๊า ไปทำอะไรที่โรงพยาบาล ไม่สบายตรงไหน บาดเจ็บรึเปล่า หมอว่าอย่างไงบ้าง... แล้วชุดคำถามก็ถูกยิงใส่วันปีใหม่อย่างไม่ปราณี
พ่อกระต่ายตื่นตูม ฉันไม่เป็นอะไรสบายดี ที่ไปโรงพยาบาลก็เพราะน้องห้องข้างๆ ไม่สบาย เข้าใจรึยัง หญิงสาวยังรักษาระดับเสียงยานคางไว้ดังเดิม
อ้าวเหรอ เราไม่รู้นิ แล้วยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ เขาเปลี่ยนมาถามเรื่องกลับเชียงใหม่
เอาไว้ก่อน วันนี้มีแต่เรื่องตื่นเต้นจนร่างกายหลั่งอะดีนาลีนมากเกินไป ฉันเลยเปลี่ยนใจกลับวันพรุ่งนี้ดีกว่า เอ่อ ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวไปงีบก่อนนะ บ๊ายบาย วันปีใหม่กดตัดสายอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้ดนุภพทำตาปริบๆ มองอุปกรณ์สื่อสารในมืออย่างงุนงง
วันปีใหม่ตื่นขึ้นมาอีกทีตอนหัวค่ำ หลังจากล้างหน้าล้างตาสร้างความสดชื่นเป็นที่เรียบร้อย กระเพาะน้อยๆ ของร่างบางก็เริ่มส่งเสียงครวญครางขออาหาร เธอมุ่งไปที่ตู้เย็นอย่างมีจุดหมาย หยิบไอศกรีมรสวนิลา แล้วเดินโฉบไปที่ลิ้นชักเก็บช้อน ก่อนจะไปนั่งเล่นหน้าโทรทัศน์เพื่อดูรายการเรียลลิตี้ที่เธอติดงอมแงม
[i]วันนี้ฉันลืมทำอะไรไปหรือเปล่าน้า...[/i]หญิงสาวสะดุดคิดขึ้นมาไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย พยายามนึกแล้วนึกอีก คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก จนเหลือบไปเห็นโทรศัพท์ไร้สายที่ถูกโยนทิ้งไว้บนโซฟาเมื่อเช้า ถึงได้นึกออก
ตายแล้ว ลืมโทรบอกแม่ เธอร้องอุทานเสียงดัง...ป่านนี้ที่บ้านเธอไม่เป็นห่วงแย่แล้วเหรอ
วันปีใหม่กดหมายเลขทางไกลอย่างรวดเร็วตามใจสั่ง รอสัญญาณไม่นานก็มีคนรับสาย
สวัสดีครับ
เจ้ากรม นี่ฉันเอง ฉันจะโทรมาบอกว่าวันนี้ยังไม่กลับบ้านนะ บอกพ่อกับแม่ด้วย วันปีใหม่กำชับกองทัพไท น้องชายคนรอง
ทำไมล่ะพี่น้ำ เกิดเรื่องอะไรขึ้นรึเปล่าพี่ถึงไม่กลับวันนี้ อย่าบอกนะว่าไปสร้างความเดือดร้อนให้ใครอีก กองทัพไททำเสียงว้าวุ่นใจเกินกว่าเหตุ จนคนเป็นพี่อดหมั่นไส้ไม่ได้
ไอ้เด็กบ้า ไว้ฉันกลับเชียงใหม่เมื่อไหร่จะไปเขกหัวนาย ไปตามแม่มาคุยแทนเลย ฉันไม่อยากคุยกับนายต่อแล้ว กองทัพไทอดหัวเราะกับคำขู่ของพี่สาวไม่ได้ กว่าจะหยุดขำได้ก็โดนพี่สาวเอ็ดไปหลายที
แม่ไม่อยู่หรอก ออกไปดินเนอร์ปาร์ตี้กับพ่อที่บ้านพ่อหลวงอินตา กองทัพไทหมายถึงงานเลี้ยงขันโตกที่ผู้ใหญ่บ้านอินตา จัดขึ้นเพื่อฉลองที่ชนะการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น
ใช้คำซะเลิศหรูเชียว แค่บอกว่าพ่อไปกินเหล้าบ้านพ่อหลวง ฉันก็รู้เรื่องแล้ว วันปีใหม่ถอนหายใจทำหน้าเมื่อยใส่โทรศัพท์แบบที่น้องชายมาเห็นคงได้หัวเราะอีกยกแน่
แล้วตกลงพี่น้ำจะกลับวันไหน ผมจะได้บอกที่บ้านได้ถูก คงพรุ่งนี้แหละ กะว่าจะออกเช้าๆ หน่อย วันปีใหม่ตั้งใจว่าจะออกบ้านแต่เช้ามืด จะได้ถึงเชียงใหม่ไม่ดึกมากนัก
ไว้ถ้าพี่น้ำออกกรุงเทพฯ เมื่อไหร่ก็โทรมาบอกด้วยนะ คนที่บ้านจะได้ไม่เป็นห่วงรู้ไหม คนเป็นน้องแกล้งทำเสียงเคร่งขรึมอบรมพี่สาว แล้วจึงชิงบอกอำลาก่อนที่จะโดนพี่สาวสวดยับ ตกลงฉันเป็นพี่หรือเป็นน้องมันกันแน่เนี่ย วันปีใหม่บ่นพึมพำอยู่คนเดียว
เช้านี้วันปีใหม่แทบจะทึ้งศีรษะตัวเอง สาเหตุก็มาจากน้ำประปาที่คอนโดมีเนียมไม่ยอมไหล หลังจากติดต่อกับทางผู้ดูแล ก็ได้ความว่าระบบไฟที่ปั๊มน้ำเกิดขัดข้องและช่างกำลังซ่อมแซมอยู่
[i]โอ๊ยฉันจะบ้าตาย ร้อยวันพันปีไม่เห็นเป็นอะไร แล้วทำไมต้องมาหยุดไหลวันนี้ด้วย อาบท่าไม่ต้องได้อาบกันพอดี...[/i]
หญิงสาวคว้าขวดน้ำเปล่าที่ยังไม่ได้แช่ตู้เย็น มาล้างหน้าแปรงฟัน ก่อนนึกแค้นใจตัวเองที่ไม่ได้ซื้อถังพลาสติกมารองน้ำไว้ กว่าปั๊มน้ำจะซ่อมเสร็จก็ใช้เวลาไปหลายชั่วโมง ทำเอาวันปีใหม่หน้าหงิกมองสายน้ำที่ไหลจากก๊อกอ่างล้างหน้าอย่างไม่สบอารมณ์ จะให้เธอยิ้มแฉ่งได้อย่างไรในเมื่อตอนนี้เกือบสิบโมงแล้ว มันเลยเวลาที่เธอตั้งใจจะออกเดินทางกลับบ้านมาตั้งสี่ชั่วโมง
ร่างบางจัดการลากกระเป๋าใบใหญ่มาวางหน้าประตูห้องพัก ก่อนกลับไปเช็คน้ำไฟรวมถึงเตาแก๊สในครัวว่าทุกอย่างอยู่ในสภาพปลอดภัยอีกครั้ง เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยเธอก็จัดการล็อกห้อง แล้วจึงไปยังที่ลานจอดรถ ทันทีที่วันปีใหม่ยกกระเป๋าเดินทางวางไว้ท้ายรถเสร็จ ก็เป็นจังหวะเดียวกับเสียงโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้น
สวัสดีค่ะ พี่นิคมีอะไรให้น้องคนนี้รับใช้คะ วันปีใหม่ทักทายนิธิ รุ่นพี่ซึ่งมีตำแหน่งผู้ช่วยผู้กำกับเช่นเดียวกับเธอ
น้ำอบ พี่มีเรื่องจะขอร้อง เสียงของนิธิฟังดูกระวนกระวายใจจนร่างบางรู้สึกได้
เรื่องอะไรเหรอคะ พี่นิคบอกมาเลยถ้าน้ำช่วยได้ น้ำช่วยพี่เต็มที่เลยค่ะ
คือน้ำอบช่วยไปทำงานแทนพี่สักอาทิตย์หรือสองอาทิตย์ได้ไหม คือ...ตอนนี้กิ๊กอยู่ที่โรงพยาบาล หมอบอกว่ามีโอกาสคลอดก่อนกำหนด พี่เลยอยากอยู่เป็นกำลังใจให้กิ๊กก่อน น้ำอบพอจะช่วยพี่ได้ไหม ใจหนึ่งนิธิเองก็เกรงใจรุ่นน้องที่เพิ่งจะได้หยุดพักร้อนไม่กี่วัน หากอีกใจชายหนุ่มก็อยากอยู่เฝ้าภรรยาที่กำลังท้องแก่ใกล้คลอด
คะ วันปีใหม่ตอบกลับมาเสียงอ่อนไม่แน่ใจ ก่อนตัดสินใจตกลงรับหน้าที่เป็นผู้ช่วยผู้กำกับแทนนิธิ พี่นิคอยู่เฝ้าพี่กิ๊กเถอะค่ะ เดี๋ยวน้ำไปแทนเองค่ะ
ขอบคุณมากๆ นะน้องรัก แล้วถ้าเสร็จธุระทางนี้แล้ว พี่จะรีบตามไป น้ำอบแวะไปเอางานส่วนของพี่ที่บริษัทได้เลย เดี๋ยวพี่จะโทรบอกที่แผนกเอง นิธิรีบกล่าวขอบคุณอย่างดีใจ ก่อนขอตัววางสาย เพราะสูติแพทย์ต้องการคุยเกี่ยวกับเรื่องการคลอดของภรรยาของชายหนุ่ม
วันปีใหม่ยิ้มปลอบใจตัวเองที่ต้องเลื่อนวันพักร้อนของเธอออกไป...
(จบตอนที่ 2 ค่ะ)
| Create Date : 30 กรกฎาคม 2549 |
| Last Update : 30 กรกฎาคม 2549 20:10:31 น. |
| |
|
|
|
|
บังเอิญว่าเจอรัก ตอนที่ 2 (ครึ่งแรกค่ะ)
ตอนที่ 2 (ครึ่งแรกค่ะ)
วันปีใหม่อยู่ร่วมงานเลี้ยงจนเกือบเที่ยงคืน
ก่อนบอกกับอาคมว่าขอตัวกลับบ้าน ซึ่งชายหนุ่มรุ่นพี่ก็ไม่
ได้ว่าอะไร ซ้ำยังเตือนด้วยความเป็นห่วงให้ขับรถกลับดีๆ
ตอนแรกอาคมเสนอให้ดนุภพกับรุ่นน้องอีกคน
ไปส่งที่คอนโดมีเนียม แต่หญิงสาวชิงปฏิเสธก่อน เพราะ
ไม่อยากขัดจังหวะคนอื่นๆ ที่กำลังสนุกกันอยู่ และสามารถ
ขับรถกลับเองได้ ผู้กำกับมือหนุ่มใหญ่จึงไม่ได้เซ้าซี้ต่อ
ดนุภพเดินเข้ามาถามวันปีใหม่อีกครั้ง
กลับได้จริงๆ เหรอ จะให้เราไปส่งก็ได้นะ
ไม่ต้องไปส่งหรอก คอนโดฯ ก็ไม่ได้อยู่ไกล
อะไรนักหนา หญิงสาวบอกเพื่อนให้คลายกังวล
เอางั้นเหรอ ไม่กลัวเหรอขับรถคนเดียวตอน
ดึกๆ เดี๋ยวมีใครไม่รู้มานั่งหลังกระบะนะ ชายหนุ่มทำสุ้ม
เสียงน่ากลัวแกล้งคนกลัวผี
นายภพ! คนเขาอุตส่าห์ไม่คิดเรื่องนี้แล้วเชียว
ยังจะมาพูดอีก เอาเป็นว่านายอยู่นี่ต่อแหละ ไว้ถึงห้องแล้ว
ฉันจะโทรมาบอกแล้วกัน ร่างบาง ทำใจดีสู้ผี ปลอบใจตัว
เองอย่าให้สมพรปากเพื่อนเลย ขืนขับรถอยู่แล้วเหลียวไป
เจอใครนั่งท้ายรถ มีหวังได้จับไข้หัวโกร๋นกันก็คราวนี้แหละ
อย่าเผลอหลับก่อน แล้วลืมโทรมานะ ดนุภา
ย้ำกับเพื่อน
เออๆ ไปละนะ บ๊ายบาย
ก่อนกลับบ้านวันปีใหม่ไม่ลืมที่จะแวะเคาท์เตอร์
เพื่อรับไอศกรีมสิบสองกล่องกลับบ้าน หญิงสาวเรียกชาย
หนุ่มซึ่งยืนหันหลังให้เธอ
ขอโทษนะคะ มารับไอติมที่สั่งไว้ค่ะ เสียงใส
กล่าวอย่างมีความสุข
ครับ ไอติมอะไรเหรอครับ ชินบุณหันมา
ถามอย่างงงๆ ไม่แน่ใจว่า เด็ก ตรงหน้าสั่งไอศกรีมไว้เมื่อ
ไหร่กัน
ก็ไอติมหนึ่งโหลไงคะ
[i]สงสัยคุณคุ้นคงลืมบอก[/i] พนักงานหน้า
ใหม่ คนนี้
ด้วยความที่วันปีใหม่มาที่ซื้อไอศกรีมที่ร้านนี้
เป็นประจำ จึงพลอยทำให้รู้จักพนักงานในร้านเกือบทุกคน
จะมีก็แต่ชายหนุ่มร่างสูงตรงหน้าที่เธอเพิ่งเคยเห็นครั้งแรก
คนอะไรหน้าดุชะมัด คุณคุ้นน่าจะย้ายให้ไป
เป็นยามมากกว่า รับรองโจรหน้าไหนก็ไม่กล้าเข้าร้านแน่ๆ
จะทานหมดเหรอครับหนึ่งโหล ชินบุณทำ
หน้าตาโต ถามด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจ
[i]นี่เขาหูไม่ฝาดไปใช่ไหม ว่าเธอสั่งหนึ่งโหล
จริงๆ[/i]
หมดสิ วันปีใหม่เริ่มหงุดหงิด คิดว่าอีกฝ่าย
พูดกวนประสาท
พอเห็นหน้าง้ำงอนของหญิงสาว ชินบุณก็นึกถึง
เด็กขี้งอนชอบเอาแต่ใจ
ทานคนเดียวเหรอ อืม ร่างบางส่งเสียงในลำคออย่างขัดใจ
[i]จะถามอะไรกันมากมายเนี่ย[/i]
แล้วทุกทีสั่งรสอะไรบ้าง ชายหนุ่มถามอย่าง
คนไม่รู้จริงๆ เพราะไอศกรีมของเขามีอยู่สี่รส จึงไม่รู้ว่า
ปกติเธอทานรสไหน
เอาสี่รส อย่างละสามกล่อง นี่พี่เร็วๆ หน่อยได้
ไหม คนจะรีบกลับบ้าน วันปีใหม่เร่งยิกๆ และด้วยความ
คิดที่ว่าชายหนุ่มตรงหน้าเป็นพนักงานในร้าน จึงคุยกับอีก
ฝ่ายอย่างเป็นกันเอง
ชินบุณหมุนตัวไปเปิดตู้แช่เย็น หยิบไอศกรีม
ออกมาสิบสองกล่องก่อนบรรจุลงกล่องโฟมเก็บความเย็น
อีกชั้น
วันปีใหม่ยื่นธนบัตรจ่ายเงิน แล้วจึงเอื้อมมือไป
จับหูหิ้วถุงพลาสติกลายหมีมีลักยิ้มซึ่งเป็นสัญลักษณ์ทาง
การค้าของผลิตภัณฑ์จากฟาร์มชินบุณ และจังหวะเดียวกับ
ที่มือหนาเอื้อมมาจับเช่นเดียวกัน
หญิงสาวมองหน้าชายหนุ่มอย่างหวาดระแวง
กลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจไม่ขายไอศกรีมให้ เธอจึงออก
แรงกระชากมือเรียวอย่างแรง ส่วนมืออีกข้างก็กอดถุง
พลาสติกใบโตไว้แน่น
ความจริงแล้วชินบุณยื่นมือมาจับหูหิ้วถุงก็หวัง
จะช่วยถือถุงหนักไปส่งที่รถ เพราะไอศกรีมสิบสองกล่อง
มีน้ำหนักประมาณหกกิโลกรัม ดูจากรูปร่างของ เด็ก ตรง
หน้าแล้วไม่น่าจะหิ้วไหว
ยื่นถุงมาสิ จะถือไปส่งที่รถให้ ชายหนุ่มแบมือ
บอกให้อีกฝ่ายทำตาม
ไม่ต้อง ถือเองได้ วันปีใหม่ยังคงกอดถุงลาย
หมีไว้อย่างหวงแหน ถึงแม้ว่าจะเริ่มเมื่อยแขนแล้วก็ตาม
ชินบุณพ่นลมหายใจคร้านจะเถียงกับ เด็ก ต่อ
ไป ร่างสูงเดินอ้อมจากหลังเคาท์เตอร์มาคว้าถุงไอศกรีมจาก
มือเรียวโดยไม่สนใจเสียงประท้วงเล็กๆ นั่น
รถจอดตรงไหน ชายหนุ่มถามหญิงสาวที่วิ่ง
ตามต้อยๆ
ตรงโน้น นิ้วเรียวชี้ไปยังรถกระบะที่จอดริม
ฟุตบาทอีกฟาก
จอดซะไกลเชียว ชินบุณพึมพำกับตัวเอง
[i]นี่ถ้าปล่อยให้ถือมาเอง มีหวังคนตัวเล็กข้างๆ
ได้กล้ามแขนขึ้นกันทีเดียว[/i]
ถ้ามันไกลมากนัก ฉันถือไปเองก็ได้ เมื่อได้
ยินชายหนุ่มพูดเช่นนั้น วันปีใหม่ก็เข้าใจไปอีกทาง เธอจึง
ตั้งท่าแย่งถุงพลาสติก แต่ทว่าอีกฝ่ายไม่ยอมปล่อย
อีกนิดเดียวก็ถึงแล้ว ชายหนุ่มกลับคำเมื่อ
เห็นหญิงสาวทำตาขวางใส่ พร้อมชูถุงไอศกรีมไว้เหนือ
ศีรษะ เพื่อไม่ให้เธอแย่งไปถืออีก ด้วยความสูงเท่าปลาย
คางของเขาเลยทำให้ร่างบางที่พยายามเขย่งตัวสุดชีวิตไม่
สามารถแย่งของกินคืนมาได้อยู่ดี เธอจึงได้แต่ออกอาการ
ฟึดฟัดเดินนำลิ่วๆ ไปที่รถยนต์ ชินบุณวางถุงพลาสติกไว้ท้ายกระบะรถ หากแต่วันปีใหม่
ห้ามไว้ทันก่อน
ไม่ๆ เอาไอติมไว้ในรถค่ะ ไว้หลังรถเดี๋ยวมัน
ละลายไว หญิงสาวคิดเอาเองคนเดียวว่าในรถยนต์มี
เครื่องปรับอากาศ มันคงช่วยรักษาความเย็นไม่ให้ไอศกรีม
ละลายก่อนถึงคอนโดมีเนียม
ชายหนุ่มทำหน้าเหยเกพยายามไม่หลุดหัวเราะ
ออกมา เพราะดูเหมือนร่างบางจะมั่นใจในความคิดของ
เธอมากๆ จนเขาไม่กล้าขัดศรัทธาย้ายไอศกรีมไว้ในรถ
กระบะตามคำบอก เป็นโชคดีที่หญิงสาวไม่ทันหันไปมอง
หน้าชายหนุ่ม ไม่อย่างนั้นงานนี้ได้มี เด็กงอน แน่
วันปีใหม่กล่าวขอบคุณชินบุณที่ช่วยถือของมา
ส่งที่รถ และเมื่อหญิงสาวขึ้นนั่งประจำที่คนขับ ก่อนบิด
กุญแจสตาร์ทเครื่องยนต์เตรียมตัวกลับบ้าน ชายหนุ่มก็รับ
หน้าที่เป็นเด็กโบกรถรอจนกระทั่งพาหนะสีดำเคลื่อนตัว
ออกไปลับตา แล้วจู่ๆชินบุณก็รู้สึกสังหรณ์ใจว่าอีกไม่นาน
เขาจะได้พบกับเธออีกครั้ง...
(จบตอนที่ 2 ครึ่งแรกค่ะ)
| Create Date : 23 กรกฎาคม 2549 |
| Last Update : 23 กรกฎาคม 2549 9:28:31 น. |
| |
|
|
|
|
บังเอิญว่าเจอรัก ตอนที่1 (ครึ่งหลังค่ะ)
ตอนที่ 1 (ครึ่งหลังค่ะ)
วันปีใหม่เลี้ยวรถกระบะสองตอนไปจอดยังลานจอดรถของร้าน คุ้นเคย ซึ่งเป็นร้านกึ่งผับกึ่งร้านอาหาร หลังจากล็อกประตูรถเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวก็มุ่งตรงเข้าไปในร้านเพื่อสมทบกับสมาชิกคนอื่นๆ ที่มาถึงก่อนหน้านี้ ร่างบางสอดส่ายสายตามองหาเพื่อนๆ
ดนุภพโบกมือไหวๆ ร้องเรียกวันปีใหม่ให้มาร่วมวงสังสรรค์ หญิงสาวส่งยิ้มให้อีกฝ่ายก่อนเดินไปหาที่โต๊ะยาวหลายโต๊ะซึ่งอยู่ด้านในของร้าน ทีมงานฝ่ายโปรดักชั่นของบริษัทไฮไลท์นั่งพร้อมหน้าพร้อมตา ดูจากอาหารบนโต๊ะที่พร่องไปหลายจาน หญิงสาวคาดว่าคนอื่นๆ คงมากันได้สักพักใหญ่แล้ว เธอยกมือไหว้รุ่นพี่และทักทายเพื่อนฝูงรวมถึงรุ่นน้อง
ทำไมมาสายล่ะ อาคมเจ้าภาพของงานร้องทัก
ก็น้ำมัวแต่หาของชิ้นนี้อยู่ค่ะ วันปีใหม่ชูกล่องพลาสติกภายในนั้นบรรจุคันเบ็ดตกปลารุ่นพับเก็บได้ ของขวัญชิ้นนี้น้องๆ ในแผนกงานร่วมกันลงขันซื้อให้ผู้กำกับใหญ่ แก่ขึ้นอีกปีแล้วน้า พี่เป็ด เธอยื่นกล่องสีน้ำตาลเข้มนั้นให้แก่อาคม
วันปีใหม่ทำงานกับรุ่นพี่คนนี้มาสี่ปีกว่า พอเรียนมหาวิทยาลัยจบเธอก็ได้เข้าทำงานที่บริษัทไฮไลท์ทันที ในฐานะเคยเป็นเด็กฝึกงานของบริษัทนี้ รุ่นนี้ถึงจะแก่ แต่ก็ยังมีไฟโว้ย ผู้กำกับวัยสามสิบปลายๆ ตะโกนตอบกลับมาอย่างแจ่มใส
หลังจากพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานพอหอมปากหอมคอ วันปีใหม่ก็จัดแจงขอเมนูจากบริกรเพื่อสั่งอาหารสองสามอย่าง แล้วหญิงสาวสำเหนียกถึงแรงสะกิดบริเวณต้นแขน จึงหันไปดูว่าเป็นใคร
พี่พัดมีอะไรเหรอคะ ร่างบางขมวดคิ้วทำหน้าสงสัย เพราะปกติเธอไม่ค่อยจะสุงสิงกับภัสสร หัวหน้าฝ่ายเสื้อผ้าเท่าไรนัก พอเห็นอีกฝ่ายยื่นแก้วบรรจุน้ำสีอำพันให้ จึงแปลกใจยิ่งกว่าเดิม
น้ำไม่กินเหล้าค่ะพี่ เป็นที่รู้กันในบริษัทว่าวันปีใหม่ไม่ยุ่งกับแอลกอฮอล์ทุกชนิด ไม่ว่าดีกรีความเมาจะมากหรือน้อยเพียงใดก็ตาม เวลาไปไหนจึงได้แต่สั่งน้ำอัดลมมานั่งก๊งกับเพื่อนๆ ด้วยเหตุผลบางประการซึ่งหญิงสาวไม่ได้ปริปากบอกใคร จะมีก็แต่คนในครอบครัวและเพื่อนสนิทอย่างดนุภพเท่านั้นที่ทราบ
สักแก้วน่า วันเกิดพี่เป็ดทั้งที อย่าทำตัวเรื่องมากสิ ภัสสรออกอาการเมาได้ที่แล้ว เริ่มทำตัวพาลใส่รุ่นน้องหน้าหวานที่ไม่ชอบหน้ามาแต่ไหนแต่ไรและมักหาโอกาสเล่นงานเสมอ
น้ำกินไม่ได้จริงๆ วันปีใหม่ปฏิเสธอย่างนุ่มนวล เธอรู้ว่าหัวหน้าฝ่ายเสื้อผ้าคนนี้พยายามหาเรื่องแกล้งเธอให้อยู่ไม่เป็นสุข แถมยังเมาไม่รู้เรื่องแบบนี้ เธอยิ่งไม่อยากยุ่งเข้าไปใหญ่ แต่ทว่าภัสสรไม่ยอมหยุด เธอยังยัดเยียดแก้วเหล้าจนแทบจะจ่อปากวันปีใหม่มะรอมมะร่อ
ดนุภพเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเสนอตัวรับหน้าที่กำจัดแอลกอฮอล์แก้วนั้นแทน
โอ๊ะๆ พี่พัดครับ น้ำอบเขาไม่กินแต่ผมอยากกิน ให้ผมแทนแล้วกันนะครับ ชายหนุ่มดึงแก้วออกจากมือของภัสสรอย่างละมุนละม่อม สาวใหญ่ยิ้มตาหวานเยิ้มก่อนยอมปล่อยแก้วแต่โดยดีเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นหนุ่มรุ่นน้องที่เธอ ถูกชะตา ก่อนที่จะสะบัดก้นกลับไปนั่งตาลอยที่อีกฟากโต๊ะ
เมื่อเห็นว่าภัสสรอยู่ไกลพอประมาณ ดนุภพจึงกระซิบพูดกับวันปีใหม่
เฮ้ย ยิ้มหน่อยสิ เดี๋ยวพี่เป็ดแกจะน้อยใจคิดว่าลูกน้องไม่อยากมางานวันเกิด ดนุภพกระทุ้งข้อศอกแหย่เล่น
นายก็เห็นแล้วนี่ว่าทำไมฉันถึงนั่งหน้าตูมเป็นตูดลิงอย่างนี้ ไม่เข้าใจจริงๆ ทำไมพี่พัดถึงเขม่นฉันไม่ยอมเลิกสักที
วันปีใหม่กับภัสสรเริ่มไม่กินเส้นกันตั้งแต่ตอนที่ทั้งคู่ไปถ่ายโฆษณาแชมพูยี่ห้อหนึ่งด้วยกัน ซึ่งเมื่อถ่ายเทคแรกเสร็จ จะต้องมีการเปลี่ยนชุดของนางแบบที่เปียกออกแล้วใส่ชุดใหม่ซึ่งเป็นแบบเดียวกัน แต่ว่าฝ่ายเสื้อผ้าไม่ได้เตรียมชุดสำรองไว้ จึงทำให้เกิดความล่าช้าเพราะต้องถ่ายให้ทั้งหมด วันปีใหม่ที่ขึ้นแท่นเป็นผู้กำกับโฆษณาชิ้นนั้นก็เกิดมีปากเสียงกับฝ่ายเสื้อผ้าซึ่งก็คือภัสสรนั่นเอง
แล้วตกลงจะกลับบ้านพรุ่งนี้เลยรึเปล่า ดนุภพเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
ก็ว่าจะอย่างนั้นแหละ ไม่ได้กลับมาหลายเดือนคิดถึงองศา วันปีใหม่ย้อนนึกถึงภาพเด็กชายอชิตพลเด็กน้อยร่างป้อมวัยหนึ่งขวบกับห้าเดือน
คิดถึงเจ้าตัวเล็กเหมือนกัน แต่ว่าคิดถึงน้องเทียนหอมมากกว่า ดนุภพยกมือประสานอก ทำตาเป็นประกายเมื่อคิดถึงจันทร์พรรษาน้องสาวคนสุดท้องของเพื่อนซี้ ซึ่งเพิ่งเริ่มคบหาดูใจกันอยู่
มากไปๆ ไม่ต้องทำหน้าชวนฝันขนาดนั้นก็ได้ น้องฉันยังเรียนไม่จบเลย วัวแก่อย่างนายก็เคี้ยวหญ้าแก่ๆ แถวนี้ไปก่อนแล้วกัน วันปีใหม่ประชดแถมยังตี วัว กระทบ คราด อีกฟากโต๊ะ
ฮึ ดนุภพแกล้งทำเป็นเคือง หากที่จริงแล้วชายหนุ่มรู้ดีว่าเพื่อนสาวคนนี้เปิดโอกาสให้เขากับน้องสาวของเธอมากแค่ไหน
แล้วนายต้องไปฟาร์มเมื่อไหร่ วันปีใหม่ถามถึงการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของบริษัท ซึ่งต้องเดินทางไปถ่ายทำที่อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี
วันมะรืนน่ะ ตอนแรกกะไปพรุ่งนี้แต่พี่เป็ดบอกว่าสงสัยจะเมากันยกแผนกเลยเลื่อนวัน ยังไงเราก็ออกเดินทางล่วงหน้าก่อนเป็นอาทิตย์อยู่ดี ทีมงานฝ่ายโปรดักชั่นต้องไปถึงสถานที่ถ่ายทำก่อนนักแสดง เพื่อเตรียมความพร้อมและเป็นการเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในด้านต่างๆ
ภพ เดี๋ยวฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ วันปีใหม่ปฏิเสธดนุภพที่อาสาไปส่ง ก่อนที่หญิงสาวจะผุดลุกจากเก้าอี้ตรงไปที่หมาย
ระหว่างทางวันปีใหม่ก็เจอกับคุ้นอนัณ เจ้าของร้าน คุ้นเคย แห่งนี้ หญิงสาวจึงหยุดทักทายตามประสาคนรู้จักกัน
สวัสดีค่ะ คุณคุ้น
สวัสดีครับน้องน้ำอบ พี่กำลังจะแวะไปทักที่โต๊ะอยู่พอดีเลย คุ้นอนัณส่งยิ้มเก๋ทักทายลูกค้าประจำของที่นี่
เอ่อ...คุณคุ้นคะ น้ำอยากถามว่า...เอ่อ... หญิงสาวบิดมืออย่างเอียงอาย อะไรเหรอครับ ชายหนุ่มถามกลับมาอย่างฉงน ไอติมยังเหลือไหมคะ ว่าแล้ว วันปีใหม่ก็ส่งสายตาปริบๆ เหมือนเด็กน้อยรอคอยขนมหวาน พอได้ฟังคำถาม คุ้นอนัณอดยิ้มเอ็นดูไม่ได้ ความจริงแล้วชายหนุ่มพอจะเดาได้ว่าหญิงสาวตรงหน้าต้องถามเช่นนี้ เพราะทุกครั้งที่มาที่ร้านเธอจะซื้อไอศกรีมนมสดซึ่งผลิตจากฟาร์มชินบุณของพี่ชายเขา ติดไม้ติดมือกลับบ้านเป็นประจำ แถมซื้อทีก็เหมายกโหลด้วยซ้ำ จนอดสงสัยไม่ได้ว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ทำไมถึงชอบทานไอศกรีมมากขนาดนี้
มีเต็มเลยครับ วันนี้พี่ชายของพี่เพิ่งเอามาส่งพอดี น้องน้ำอบจะเหมาเหมือนเดิมไหมครับ
ค่ะ วันปีใหม่พยักหน้าหงึกๆ รับคำ
เดี๋ยวพี่จะเตรียมไว้ให้นะครับ เอ่อ... ไม่ทันที่คุ้นอนัณจะพาหญิงสาวไปทำความรู้จักกับพี่ชายของเขา ซึ่งยังอยู่ที่ร้าน เธอก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำเสียก่อน
คุ้นอนัณเดินกลับมาที่หลังเคาท์เตอร์ ก็เจอคำถามจากชินบุณผู้เป็นพี่ชาย ที่แวะมาเยี่ยมและส่งสิ้นค้าทุกสิ้นเดือน โดยสลับกับคุ้นอนันต์ซึ่งจะเข้าไปที่ฟาร์มช่วงกลางเดือน คุ้น ร้านนายให้เด็กเข้าได้ด้วยเหรอ ชินบุณบุ้ยปากไปทางที่น้องชายเพิ่งเดินจากมา เด็กที่ไหนกัน ผมยังไม่เห็นสักคนเลย ร้านคุ้นเคยมีกฎห้ามเด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปีเข้า เพราะว่าในร้านมีการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และลูกค้าบางรายก็สูบบุหรี่ซึ่งไม่ดีต่อเด็กแน่นอน
ก็คนที่นายยืนคุยหน้าห้องน้ำไง เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ผมสั้นๆ ใส่เสื้อยืดสีชมพู
อ๋อ ผมนึกออกแล้วว่าพี่หมายถึงใคร น้องน้ำอบล่ะสิ น้องเขาเด็กกว่าผมสักปีสองปี ไม่เข้าข่ายเด็กและเยาวชนแล้ว คุ้นอนัณอธิบายให้พี่ชายได้เข้าใจ
ยังดูเด็กอยู่เลย ตอนแรกคิดว่าเด็กมอปลายด้วยซ้ำ ชินบุณพูดอย่างไม่เชื่อ
ตอนแรกผมก็คิดเหมือนพี่ ยังขอตรวจบัตรอยู่เลย น้องเขาหงุดหงิดใส่ผมใหญ่
คุ้นอนัณยังจำตอนที่วันปีใหม่มาร้านครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อนในฐานะพนักงานใหม่ของบริษัท ซึ่งตอนนั้นชายหนุ่มห้ามไม่ให้หญิงสาวเข้าร้านเพราะคิดว่าอายุยังไม่ถึง ขนาดเธอควักบัตรประชาชนออกมาให้ดู เขาก็ยังลังเลใจจะเชื่อดีหรือไม่จนอาคมต้องมายืนยันอีกคน เขาถึงยอมให้เข้าร้าน เพราะเหตุนี้เองคุ้นอนัณกับวันปีใหม่เลยสนิทสนมกันรวดเร็วเป็นพิเศษ
แล้วน้องน้ำอบเขาทำงานอะไรเหรอ ชินบุณสวมรอยเรียก น้องน้ำอบ ตามน้องชายด้วยอีกราย
รู้สึกจะเป็นผู้ช่วยผู้กำกับอะไรนี่แหละ ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจ ทำไมถึงพี่ชินดูสนใจน้องเขาเป็นพิเศษ คนเกิดทีหลังยักคิ้วลิ่วตาล้อเลียนพี่ชายอย่างมีเลศนัย
พี่ก็ถามเฉยๆ แล้วตกลงนายจะให้พี่เพิ่มจำนวนของที่เอามาส่งไหม ผู้เป็นพี่ถามถึงผลิตภัณฑ์จาก ฟาร์มชินบุณ ได้แก่ไอศกรีมนมสดและนมสดเกล็ดหิมะ ซึ่งเริ่มจัดจำหน่ายในจังหวัดและส่งมาขายที่กรุงเทพฯ ตามร้านอาหารของน้องชายและเพื่อนฝูงเมื่อต้นปีที่ผ่านมา จึงทำให้ฤาษีเฝ้าฟาร์มอย่างชินบุณจำเป็นต้องเข้ากรุงเทพฯบ่อยขึ้นกว่าแต่ก่อน
เพิ่มสิ เพื่อนๆ ผมบอกว่าขายดีมากๆ ลูกค้าติดกันตรึม บางทีเราควรวางแผนการตลาดใหม่ได้แล้วนะ คุ้นอนัณที่เรียนจบด้านบริหารธุรกิจ เริ่มมองการณ์ไกล
พี่ว่าอย่าเพิ่งเลย ไหนจะต้องส่งนมสดไปที่สหกรณ์อีก คงต้องรอขยายฟาร์มก่อน ฟาร์มโคนมของชินบุณนั้น นอกจากจะมีผลิตภัณฑ์เป็นของตัวเองแล้ว ก็ยังต้องส่งนมสดไปที่สหกรณ์โคนมหนองโพ ราชบุรี จำกัดในพระบรมราชูปถัมภ์เพื่อแปรรูปต่อ
เสี่ยสมบูรณ์ยังไม่ยอมขายที่อีกเหรอ ไม่รู้จะเก็บไว้ทำไมให้หญ้ามันขึ้นรกเปล่าๆ แค่ปล่อยกู้หน้าเลือดก็รวยจะตายอยู่ละ คุ้นอนัณกล่าวเสียดสีเสี่ยสมบูรณ์ ผู้มีอิทธิพลประจำอำเภอซึ่งกว้านซื้อที่มาเก็บสะสมไว้เล่นๆ โดยไม่ยอมขายหรือพัฒนาพื้นดินนั้นให้เป็นประโยชน์
ช่างเขาเถอะ ที่ของเขาเงินของเขา ไว้ถ้าเขาพร้อมจะขายเมื่อไหร่เราก็ค่อยติดต่อไปอีกทีก็แล้วกัน ชินบุณปรามน้องชายให้ใจเย็นๆ ความจริงทางเสี่ยสมบูรณ์เคยยื่น ข้อเสนอ บางอย่างมาให้เหมือนกัน แต่ชายหนุ่มได้ปฏิเสธไปแล้ว
แล้วพี่ชินจะกลับฟาร์มวันไหน
คงพรุ่งนี้ ไม่อยากทิ้งมาหลายวัน ช่วงนี้แม่น้อยหน่าใกล้มีสมาชิกใหม่ให้เราแล้วด้วย แม่น้อยหน่า ที่ชินบุณพูดถึงเป็นแม่โคนมพันธุ์โฮนสไตน์ฟรีเชี่ยนหรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่าพันธุ์ขาว-ดำ ซึ่งกำลังท้องแก่เตรียมตกลูกเต็มที
ขอให้ทันช่วงที่ผมไปที่ฟาร์มทีเถอะ จะไปเอาใจช่วยแม่น้อยหน่าอีกคน ตั้งแต่สมัยเด็กๆ คุ้นอนัณก็ชอบที่จะไปดูตอนแม่โคตกลูกเสมอ
ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด นายคงได้ไปช่วยลุ้นแน่ พี่ชายเผลอยิ้ม เมื่อเห็นคนเป็นน้องทำหน้าตื่นเต้นเหมือนสมัยเมื่อครั้งยังเยาว์วัย...
(จบตอนที่ 1 ค่ะ)
| Create Date : 15 กรกฎาคม 2549 |
| Last Update : 15 กรกฎาคม 2549 23:03:37 น. |
| |
|
|
|
|
นิยายเรื่องใหม่ : บังเอิญว่าเจอรัก
มาแล้วค่า มาแล้ว ได้ฤกษ์ D-Day ลงนิยายเรื่องใหม่ ไม่พูดพร่ำทำเพลงแล้วดีกว่า มาอ่านว่าที่ดอง-ดองเรื่องล่าสุดกันเถอะค่ะ
ตอนที่ 1 (ครึ่งแรก)
แสงไฟยามราตรีซึ่งไม่เคยหลับใหล ส่องผ่านทะลุประตูกระจกใสบริเวณระเบียงของห้องนอนขนาดมาตรฐานคอนโดมีเนียมแถบชานเมือง ผ้าม่านสีขาวนวลขลิบขอบและปักลายด้วยดิ้นทองถูกรวบไว้ริมประตูกระจกเลื่อน ตามประสงค์ของเจ้าของห้องที่ชอบมองท้องฟ้าก่อนนอน
แสงรำไรสะท้อนให้แลเห็นร่างบางบนเตียงควีนไซส์ เสียงลมหายใจเข้าออกไม่สม่ำเสมอบ่งบอกถึงห้วงนิทราที่ถูกรบกวนในค่ำคืนเงียบสงัด ศีรษะเล็กได้รูปพลิกส่ายไปมาเหนือหมอนใบใหญ่ ดวงหน้าหวานรูปหัวใจประปรายด้วยไอชื้นจากเหงื่อ หัวคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างเคร่งเครียด ริมฝีปากบางเฉียบขมุบขมิบพึมพำบางคำอย่างแผ่วเบา
เปรี้ยง! เสียงฟ้าผ่าดังสะท้านก้องทั่วพื้นที่ ประกายสายฟ้าสว่างวาบราวกับเทพแห่งนภาท่านพิโรธ
วันปีใหม่ผวาสะดุ้งเฮือก ดวงตาสีน้ำตาลเบิกกว้าง ทรวงอกสะท้านขึ้นลงดังคนขาดอากาศหายใจสูดลมเข้าปอดเต็มอัตรา ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว หญิงสาวชันขาวาดวงแขนกอดเข่า โยกตัวเบาๆ ปลอบตัวเอง หยาดน้ำใสหยดแหมะลงบนหัวเข่า มือเรียวยกแตะพวงแก้มอย่างไม่แน่ใจ
ฉันร้องไห้?คำถามผุดขึ้นในใจ ก่อนที่ภาพฝันอันโหดร้ายย้อนกลับมาทำร้ายเธออีกครั้ง
ความมืด...รอบตัวเธอมีแต่สีดำ มองไม่เห็นอะไรเลย ไม่กล้าขยับ ไม่กล้าแม้กระทั่งถอนหายใจระบายความอึดอัด มันทั้งเงียบและก็...เหงา นั่นคือความรู้สึกที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ที่นี่คือที่ไหนกัน แล้วเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
เสียงแว่วมาจากที่ไกล มันเบามากจนเธอต้องเงี่ยหูฟังเพื่อจับใจความ เสียงนั้นเรียกชื่อเธอ ใช่แล้วไม่ผิดแน่ แต่ว่าต้นเสียงอยู่หนไหนกัน เธออยากเดินไปหาคำตอบ หากโลกแห่งความมืดทำให้เธอเกิดความกลัว ขาที่จะก้าวไปข้างหน้าชักกลับโดยไม่ทันได้สัมผัสพื้นเบื้องหน้า
เขาเรียกเธออีกแล้ว เสียงทุ้มคุ้นหูเหลือเกิน เคยได้ยินที่ไหนนะ เธอข่มความหวาดกลัว ตัดสินใจวิ่งตามหาเสียงอบอุ่นนั้น
แสงสีขาวอยู่ตรงสุดปลายทางที่เธอกำลังจะไปถึง ทางออกอุโมงค์ความมืดมิดใกล้สิ้นสุดลงแล้ว ใครกันนะยืนคอยตรงนั่น เงาตะคุ่มอ้าแขนเหมือนกับรอคอยให้เธอถลาเข้าสู่อ้อมกอด
ชล...ชลอยู่ตรงนั้น สองเท้าเร่งความเร็วตามหัวใจสั่ง เธอจะไปหาเขา เธอต้องการไปหาเขา อีกนิดเดียวเท่านั้น แล้วทุกอย่างก็ดับวูบ เหมือนร่างกายถูกโยนลงจากที่สูง ท้องไส้บิดเกร็ง สองมือยื่นไขว้คว้าหาสิ่งยึดเหนี่ยว แต่ว่างเปล่า
หญิงสาวซุกหน้าก้มสะอื้นไห้เมื่อนึกถึงฝันร้าย หากมันยังเทียบไม่ได้กับความจริงอันแสนเจ็บปวดที่เธอพยายามหลีกหนีไม่คิดถึง เกือบสองปีแล้วที่กสิสิน ผู้เป็นทั้งเพื่อนและคนรักได้ทิ้งเธอไว้ให้โดดเดี่ยวโดยลำพัง...
แรงลมกรรโชกเขย่าบานประตูระเบียงสั่นไหว วันปีใหม่เงยหน้าขึ้นดูก่อนลุกพรวดจากที่นอน เมื่อเห็นโมบายล์เปลือกหอยกำลังต่อสู้ต้านลมฝน ร่างบางถลาเลื่อนเปิดประตู ชุดนอนแบบกระโปรงลู่แนบลำตัว เธอเขย่งปลายเท้าหมายจะปลดขอเกี่ยวโมบายล์กับตะปูเล็กใต้เพดาน เสียงกุ๊งกิ๊งดังแข่งกับเสียงอู้อื้ออึงของพายุ
ให้ตายสิ! ทำไมมันต้องแกว่งไปมาด้วย อยู่นิ่งๆ ไม่ได้หรือไงนะ วันปีใหม่บ่นในใจ พลางเอียงหน้าหลบเม็ดฝนที่สาดเข้ามาอย่างไม่ปราณี
เปรี้ยง! เพล้ง! ด้วยความตกใจในเสียงกัมปนาท หญิงสาวจึงเผลอปล่อยโมบายล์หลุดจากมือ เปลือกหอยเล็กใหญ่ตกแตกละเอียดไม่เป็นชิ้นดีอยู่บนพื้น วันปีใหม่ย่อตัวลงกอบเศษเปลือกหอยขึ้นแนบอกก่อนปล่อยโฮออกมาเสียงดังอย่างสุดจะกลั้นไหว โมบายล์เปลือกหอยของขวัญวันเกิดชิ้นแรกที่ได้จากชล ไม่เหลืออีกแล้ว...
เสียงสายน้ำจากฝักบัวเงียบลง และสักครู่ใหญ่ก็ตามมาด้วยเสียงเปิดประตู วันปีใหม่สวมชุดเสื้อคลุมผ้าขนหนูก้าวออกมาจากห้องน้ำ ทรงผมซอยสั้นตามสมัยนิยมมีละอองน้ำเกาะพราว ดวงหน้าหวานดูสดชื่นขึ้นกว่าเมื่อคืน หากยังเหลือร่องรอยของความอิดโรยปรากฏให้เห็นอยู่ใต้ขอบดวงตาคล้ำ
หญิงสาวนั่งลงหน้าโต๊ะเครื่องแป้งหยิบเครื่องประทินโฉมบำรุงผิวพรรณ ก่อนลุกไปที่ห้องแต่งตัวซึ่งมีตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่พร้อมกระจกขนาดเต็มตัวไว้บริการ เธอเลือกหยิบเสื้อกล้ามและกางเกงขาสั้นสำหรับใส่ในวันหยุดพักผ่อน
เมื่อแต่งตัวเสร็จ วันปีใหม่เปิดกล่องอะลูมิเนียมซึ่งภายในบรรจุเศษเปลือกหอยขึ้น สภาพจิตใจของเธอตอนนี้ดีกว่าเมื่อคืนมากแล้ว หญิงสาวหยิบเปลือกหอยบางชิ้นที่ยังอยู่ในสภาพดีขึ้นมาพิจารณาอย่างเศร้าสร้อยเมื่อนึกถึงคนมอบของชิ้นนี้แก่เธอ
กาต้มน้ำสีเงินถูกยกวางบนเตาแก๊สเพื่อต้มน้ำ ร่างบางเดินโฉบไปที่ชั้นวางแก้วกาแฟ เลือกหยิบแก้วกระเบื้องลายลูกฟุตบอลมาใช้งาน หญิงสาวเขย่งปลายเท้า เอื้อมมือเปิดตู้เก็บอาหารแห้งที่อยู่เหนือศีรษะ คว้าขวดโหลกาแฟสด เครื่องกรองกากกาแฟ น้ำตาลทรายแดง และโอรีโอมาวางบนเคาท์เตอร์ เพื่อทำ กาโฟโอ กาแฟสูตรพิเศษที่เธอคิดขึ้นเอง ไอน้ำร้อนพุ่งจากพวยกาเตือนว่าน้ำเดือดแล้ว วันปีใหม่โน้มตัวปิดหัวเตาแก๊ส สวมถุงมือจับของร้อน รินน้ำร้อนใส่เครื่องกรองซึ่งมีกาแฟสดสองช้อนชาอยู่ก้นเครื่อง ก่อนกลับมาสาละวนกับสูตร กาโฟโอ แสนหวานซึ่งใส่กาแฟสองช้อนชา น้ำตาลสี่ช้อนชา และโอรีโอสองชิ้น โดยครั้งหนึ่งเอื้องวนามารดาของเธอเคยเตือนว่าสักวันเธอจะตายเพราะความหวานเสียก่อน กาแฟหอมกรุ่นถูกเสิร์ฟวางบนโต๊ะเตี๊ยหน้าโทรทัศน์ หญิงสาวกดรีโมตเปลี่ยนช่องเพื่อรับข่าวสารยามเช้า แต่ทว่าสมาธิของเธอกลับไม่ได้อยู่กับจอแก้วเพราะภาพความฝันเมื่อคืนเข้ามาบดบัง เธออดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมถึงฝันถึงกสิสินอีก ครั้งสุดท้ายที่เธอฝันถึงเขามันก็ผ่านมานานนับปีแล้ว
เสียงโทรศัพท์บ้านไร้สายส่งเสียงกรีดร้อง เรียกให้วันปีใหม่ลุกไปรับสาย
สวัสดีค่ะ หญิงสาวกรอกเสียงหวานตามมารยาท เมื่อไม่ทราบว่าปลายสายเป็นใคร
เฮ้ย วันนี้ตื่นแต่เช้าเชียว น้ำอบ ดนุภพ เพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเรียนจนถึงปัจจุบันที่ทำงานอยู่บริษัทเดียวกัน ส่งเสียงทักทายอย่างร่าเริง
แน่นอน ฉันตื่นเช้าทุกวันย่ะ ใครจะเหมือนนายตื่นเช้าเฉพาะวันหยุด ส่วนวันทำงานต้องโทรตามกันให้วุ่น วันปีใหม่สัพยอกเพื่อน เพราะมีครั้งหนึ่งที่ดนุภพตื่นสายจนตกรถบริษัทไปทำงานต่างจังหวัดไม่ทัน
เรื่องมันตั้งนานแล้วยังเอามาล้อกันอีก ไม่เอาๆ เปลี่ยนเรื่อง เราจะโทรมาถามว่าคืนนี้จะให้ไปรับหรือว่าจะไปที่ร้านเอง ดนุภพเอ่ยถามถึงงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของอาคม ผู้กำกับมือหนึ่งของบริษัทไฮไลท์
ฉันคงไปเองดีกว่า เผื่ออยากกลับก่อน วันปีใหม่ตั้งใจจะกลับมาจัดกระเป๋าเดินทาง เพราะพรุ่งนี้ต้องเดินทางไปเชียงใหม่ กลับไปใช้วันหยุดพักร้อนที่บ้านเกิด
เอางั้นก็ได้ คืนนี้เจอกันที่ร้านเดิมนะ ดนุภพหมายถึง ร้านคุ้นเคย ร้านประจำของชาวไฮไลท์ซึ่งตั้งอยู่แถวบริษัท แล้วทำอะไรอยู่ พอคุยธุระเสร็จ ชายหนุ่มก็ชวนคุยเรื่องสัพเพเหระ
กำลังจะกินกาโฟโอแล้วก็ดูทีวีอยู่
ยังไม่เลิกกินกาแฟสูตรน่ากลัวนั้นอีกเหรอ ระวังท้องเสียก็แล้วกัน หลังจากที่ดนุภพเคยพลาดลองดื่มกาแฟสูตรพิเศษที่วันปีใหม่คิดขึ้นเองไปหนหนึ่งแล้วเกิดท้องเสีย ชายหนุ่มจึงกล่าวหาว่าเป็นเพราะกาโฟโอทำพิษ ซึ่งหญิงสาวก็เถียงคอเป็นเอ็นว่าไม่ใช่ แถมยังโทษชายหนุ่มว่ามาทำสูตรกาแฟของเธอเสียชื่อเสียงอีก ไม่คุยด้วยแล้ว ไว้คืนนี้เจอกันนะ บาย หญิงสาวกล่าวลา ก่อนกดตัดสัญญาณทิ้งให้อีกฝ่ายตั้งตัวไม่ทัน แล้วเธอก็นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้เล่าความฝันเมื่อคืนให้เพื่อนฟัง ไว้คืนนี้ค่อยเล่าแล้วกัน...
(จบตอนที่1 ครึ่งแรกค่ะ)
ขออนุญาตลงสัปดาห์ละครึ่งตอนก่อนนะคะ เพราะไม่งั้นหนูปั่นไม่ทันแน่ๆ เลย
สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดนี้ ขอขอบคุณข้อมูลสำหรับอาชีพนางเอกของเราจากปุณ ปุณณัตถ์ด้วยค่า (ปุณได้เป็นนางเอกนิยายมนไปแล้ว แบบไม่ทันได้ตั้งตัว )
| Create Date : 11 กรกฎาคม 2549 |
| Last Update : 12 กรกฎาคม 2549 21:40:43 น. |
| |
|
|
|
|
ตอนพิเศษ**เสน่ห์ร้าย...คุณนายที่รัก**
ช่วงนี้ชีวิตตื่นเต้นอยู่เรื่องเดียว คือคอมค้างบ่อยเหลือเกิน ค้างจนแบบต้องรีเครื่องกันทีเดียว
วันนี้เลยถือโอกาศอัพบล็อกหลังจากโดนแซวว่าดอง ก๊ากๆๆ แม้แต่บล็อก ลิปมันก็ยังดอง ดูมันๆ *************** ตอนพิเศษ (~~~เสน่ห์ร้าย...คุณนายที่รัก~~~)
ไอเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศแบบฝังใต้เพดาน ส่งความหนาวให้ร่างระหงที่หลับใหลอยู่บนเตียงนุ่มน่านอนขดตัวคู้โดยไม่รู้ตัว
หากมือหนาของร่างสูงที่นอนซ้อนหลังช่วยดึงผ้าฝ้ายสำลีขนฟูผืนใหญ่ห่มให้ความอบอุ่นแก่ร่างในวงแขน
พิชญ์ภัคกระชับอ้อมกอด เมื่อภรรยาสาวพลิกตัวหันหน้ามาทางเขา ดวงตาคู่สวยตอนนี้หลับพริ้มสนิทบ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังหลับสบายจนสามีไม่กล้ากวน
หากแต่เช้านี้เขาและเธอตั้งใจจะออกเดินทางไปเชียงใหม่ พิชญ์ภัคจึงจำเป็นต้องปลุกเธอ
ที่รัก ตื่นได้แล้วครับ ชายหนุ่มกระซิบบอกเหนือกระหม่อมบาง พลางเขย่าอ้อมแขนของตน
คุณภีมอย่ากวนซิคะ ชิฏาเพิ่งได้นอนตอนรุ่งสางเอง เสียงอู้อี้งัวเงียจนฟังแทบไม่ได้ศัพท์หลุดมาจากกลีบปากแดง
เช้าแล้วน้า เดี๋ยวค่อยนอนบนรถต่อ
ความจริงพิชญ์ภัคเสนอให้นั่งเครื่องบินเพื่อความสะดวก ทว่าชิฏาเว้าวอนให้ขับรถยนต์ไปเองด้วยเหตุผลที่ว่า ชิฏาอยากนั่งรถไปค่ะ จะได้เห็นวิวทิวทัศน์ด้วยเคยเห็นในหนังสือท่องเที่ยวส๊วยสวย
เขาจึงยอมตามใจภรรยา แต่ว่าคนอยากนั่งรถยังหลับสนิทไม่ยอมลุก ถ้าเป็นอย่างนี้มีหวังถึงเชียงใหม่ค่ำแน่
พิชญ์ภัคเริ่มปฏิบัติการ ปลุกเสือหลับ หลังจากเรียนรู้วิธีการและพัฒนาปฏิบัติการนี้มากว่าสี่เดือน นับตั้งแต่คืนส่งตัวเข้าห้องหอ
ชายหนุ่มไล้นิ้วมือเกลี่ยที่หน้าผากเกลี้ยง ไล่ลงมาตามแนวสันจมูกโด่งรันของหญิงสาว และวกกลับมายังเปลือกตาที่ปิดอยู่ ก่อนที่ริมฝีปากหนาจะตามประทับในทุกตำแหน่งที่นิ้วได้นำทาง ทุกสัมผัสแผ่วเบาและอ่อนหวานดังสายไหมชวนให้รู้สึกจั๊กจี้
สุดท้ายชิฏาก็ทนไม่ไหวเปิดเปลือกตาขึ้นมาข้างหนึ่ง พร้อมยกมือเรียวดันหน้าอกกว้างให้ออกห่าง
ลุกก็ได้ คนเป็นภรรยาทำปากยื่นขัดใจที่โดนปลุกให้ตื่น แต่ก็ต้องจำใจลุกเพราะหากอยู่บนที่นอนต่อ วันนี้คงไม่ได้ไปกันพอดีเชียงหม่งเชียงใหม่
เธอหยิบสีคลุมผ้าซาตินสีมุกจากข้างเตียงสวมใส่ ก่อนสะบัดหน้างอนให้สามีที่ยิ้มตาพราวเป็นประกายน่าหมั่นไส้ แล้วพิชญ์ภัคก็สลัดผ้าห่มเดินตามชิฏาเข้าห้องอาบน้ำไป
หลังแต่งงานชิฏาได้ย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านของผู้เป็นสามี โดยทางครอบครัวของพิชญ์ภัคทั้งรักและเอ็นดูสะใภ้คนนี้มากๆ
ปัญหาเรื่องแม่สามีกับลูกสะใภ้จึงไม่ประสบกับตัวชิฏา หนำซ้ำพี่พิม พิมภัทราก็เข้ากับคนรักของน้องชายได้เป็นอย่างดี
ส่วนหนึ่งมาจากฐานะทางสังคมและการเงินของน้องสะใภ้นั้นจัดอยู่ในเกณฑ์ดีมาก จนพิมภัทราสามารถพูดได้เต็มปากว่า น้องชิฏาเป็นสะใภ้ที่วัฒนพงษ์พาณิชย์รอคอย
กระเป๋าเดินทางใบใหญ่สองใบถูกบรรจุท้ายรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อขนาดครอบครัวเรียบร้อยแล้ว ส่วนพิชญ์ภัคกับชิฏากำลังยืนคุยกับคุณพิมลพัทธ์ซึ่งมาส่งบุตรชายและลูกสะใภ้ให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ
ไปดีมาดีนะลูก ดูแลน้องดีๆนะ ผู้อาวุโสให้พรแก่ทั้งคู่ พร้อมกำชับบุตรชายให้ดูแลชิฏา
ครับคุณแม่ ไปคราวนี้ผมจะเอาหลานกลับมาฝากด้วยครับ พิชญ์ภัคพูดกับมารดา หากสายตาคมตวัดมามองหญิงสาวข้างกายที่ตอนนี้ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายในคำพูดของสามี
ตาภีมพูดเข้า ดูสิน้องเขินจะแย่แล้ว ไปๆ ขึ้นรถกันได้แล้ว ออกช้าเดี๋ยวแดดแรง คุณพิมลพัทธ์โบกมือไล่ให้หนุ่มสาวขึ้นรถเตรียมตัวออกจากบ้าน
การเดินทางเป็นไปอย่างราบลื่น ชิฏาดูจะตื่นเต้นไปกับท้องทุ่งนาสีเขียวขจีและสัตว์สี่เท้าสีเทาดำที่กำลังไถนาซึ่งมีปรากฏให้เห็นอยู่เกือบทุกจังหวัดที่ผ่าน
หญิงสาวถึงกับขอให้หยุดรถเพื่อให้เธอได้ถ่ายภาพประทับใจเหล่านั้นเพราะตั้งแต่เกิดมาเธอยังไม่เคยเห็นกระบือตัวเป็นๆ เลยสักครั้ง
ตอนแรกชิฏาอยากลงไปถ่ายรูปคู่ด้วยซ้ำ หากถูกผู้ร่วมทางห้ามไว้เสียก่อนเกรงว่าถ้าตามใจต่อ หญิงสาวอาจจะขอลงไปดำนาด้วยคน
ทั้งคู่มาถึงเชียงใหม่ก็ยามตะวันลาลับขอบฟ้า พิชญ์ภัคแวะพักที่บ้านของคุณนคินทร์ น้องชายคนเล็กของคุณพิมลพัทธ์
ประตูรั้วไม้บานใหญ่สองกว่าสองเมตรเปิดอ้าทิ้งไว้ ราวกับเจ้าของไม่ยี่หระว่าใครจะเข้าออกสถานที่แห่งนี้ ไม้มงคลต่างๆ อาทิ ต้นขนุน ต้นมะยม ต้นมะขาม ถูกปลูกเป็นทางยาวชิดริมข้างกำแพงสีอิฐ เยื้องเข้าไปหน่อยจะพบกับยุ้งข้าวไม้หลังเล็ก สร้างยกใต้ถุนสูงให้เหลือพื้นที่ด้านใต้ไว้ใช้เป็นที่นั่งสำหรับให้เสวนากัน สุดทางเดินมีบ้านอิฐสองชั้นขนาดใหญ่ตั้งอยู่ รอบตัวบ้านล้อมด้วยไม้พุ่มเตี้ยทั้งพืชดอกพืชสวน สามารถนำมารับประทานและนำไปขายได้
พิชญ์ภัคเลี้ยวรถมาจอดในโรงรถที่มีรถยนต์หลายคันจับจองพื้นที่อยู่ก่อนแล้ว ทันทีที่ชายหนุ่มเปิดประตูฟากคนขับ เด็กชายตัวกลมแก้มยุ้ยก็วิ่งเข้ามากอดรั้งสะเอวของเขาไว้ เมื่อก้มลองดูใบหน้าตุ้ยนุ้ยชัดๆ จึงได้รู้ว่านั่นคือหลานชายของเขาเอง
อื้อ หนักขึ้นรึเปล่า องศา พิชญ์ภัคอุ้มร่างป้อมลอยขึ้น อ้อมมาหาชิฏาที่ยืนอยู่ท้ายรถ
สวัสดีน้าชิฏายังครับ เขาพูดกับเด็กชายซึ่งกำลังมองหญิงสาวอย่างใคร่รู้ ก่อนยกมือป้อมขึ้นไหว้
ชิฏารับไหว้ ยิ้มให้เด็กชายองศาซึ่งยื่นแขนสองข้างมาข้างหน้าเหมือนกำลังบอกว่า ต้องการให้น้าชิฏาอุ้ม พิชญ์ภัคดูจะเข้าใจความต้องการของเด็ก
ลองอุ้มดูไหม ชายหนุ่มถาม พยักหน้าให้หญิงสาวลองดู เธอรับร่างป้อมสู่อ้อมแขน ความรู้สึกอยากปกป้องเกิดขึ้นในใจ
องศากระหวัดแขนสองแขนโอบรอบคอชิฏาแน่น
ชายสูงวัยตัวสูงผิวคล้ำจากการทำงานในไร่ในสวน เดินออกมาดูว่าผู้มาเยือนคือใคร หลังจากได้ยินสียงเครื่องยนต์แล้วก็ให้หลานชายวิ่งมาดู ซึ่งก็เงียบหายไปทั้งเสียงรถทั้งหลานชาย
เมื่อเห็นว่าใครมา คุณนคินทร์ส่งยิ้มต้อนรับอย่างอบอุ่น
มาๆ เข้าบ้านกันก่อน ผู้อาวุโสกวักมือเรียกหลานๆ เข้าบ้าน
ทั้งหมดนั่งลงบนชุดรับแขกซึ่งทำจากไม้มะขามลงแล็กเกอร์ขัดเงา ต่างฝ่ายจึงได้ไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบกันและกัน
เดินทางเป็นไงบ้าง น้ายังกลัวว่าเราจะหลงกันอยู่เลย คุณนคินทร์เพิ่งทราบว่าหลานจะมาเชียงใหม่เมื่อเช้า แสดงท่าทีเป็นห่วง
ไม่หรอกครับ ทางมาบ้านน้าคินหาง่าย ผมพอจะจำได้ลางๆ ครั้งสุดท้ายที่พิชญ์ภัคมาที่บ้านนี้ ก็ตั้งแต่ขึ้นมาดูที่ดิน เพื่อซื้อทำรีสอร์ต
ชิฏาเคยขึ้นมาเชียงใหม่ไหมลูก เจ้าถิ่นเอ่ยถามหลานสะใภ้
ตอนงานแต่งงานของทั้งคู่ คุณนคินทร์และครอบครัวได้ลงกรุงเทพไปร่วมงานเช่นกัน คนเป็นน้ายังอดนึกไม่ได้ว่าเจ้าสาวของนายภีมต้องมีอะไรดีแน่ๆ ถึงได้มัดใจพ่อพวงมาลัยได้อยู่หมัด พอเจอตัวจริงก็ต้องยอมรับว่าหลานชายของเขาตาถึงไม่เบา เพราะชิฏาเป็นผู้หญิงที่เฉลียวฉลาด อัธยาศัยไมตรีดีและมีเสน่ห์
ยังเลยค่ะ ครั้งนี้ครั้งแรก ชิฏาเกือบเคยได้มาเชียงใหม่ครั้งหนึ่งแล้ว ตอนที่ทำงานเป็นสถาปนิกให้พิชญ์ภัค แต่ตอนนั้นเธอไม่สบายเสียก่อนเลยอดมากับทางคณะผู้ร่วมงาน
ได้ที่พักกันยัง
ได้แล้วครับ เพื่อนผมมีบ้านตากอากาศแถวอำเภอจอมทอง เผอิญช่วงนี้ไม่ได้ใช้เลยยกให้ผมก่อน
พิชญ์ภัคโทรศัพท์ติดต่อกับนายแพทย์ฉัตรชัยเพื่อนซี้ เรียบร้อยแล้วว่าต้องการไปพักบ้านสายหมอก
คุณนคินทร์ชวนหลานชายและหลานสะใภ้รับประทานมื้อเย็นด้วยกันก่อนจะให้คนงานในสวนลำไยขับรถอีกคันไปส่ง เพราะกลัวว่าหลานที่ไม่ชำนาญทางอาจหลงได้
การเดินทางมาเชียงใหม่ครั้งนี้จะถือว่าเป็นการฮันนีมูนครั้งแรกก็ได้
เนื่องจากหลังแต่งงานมาสี่เดือนทั้งคู่จำเป็นต้องอยู่สะสางงานที่คั่งค้าง พิชญ์ภัคเองก็มีเอกสารกองโตให้เซ็นช่วงที่เขาใช้เวลาทุ่มเทให้กับการจัดงานสำคัญ
ส่วนชิฏาก็ก้าวเข้ามาเป็นผู้บริหารของห้างสรรพสินค้าซึ่งอดีตคุณอัญมณีเป็นหุ้นส่วนใหญ่ กว่างานทุกอย่างจะเสร็จสิ้นใช้เวลาเป็นเดือนทีเดียว
อย่างมาเชียงใหม่ครั้งนี้ยังมีเรื่องงานเข้ามาเกี่ยวข้องเช่นเดียวกัน เพราะพิชญ์ภัคกะแวะดูความคืบหน้าของโครงการรีสอร์ตว่าสร้างไปถึงไหนแล้ว
บ้านไม้สนสองชั้นตั้งเด่นท่ามกลางสนามหญ้าโอบล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่และแปลงดอกไม้ แสงไฟจากในตัวบ้านสว่างขึ้นเมื่อพิชญ์ภัคไปถึง ชายและหญิงวัยกลางคนเดินออกมา
พิชญ์ภัคแจ้งชื่อของเขาแก่คนทั้งคู่ที่บอกว่าเป็นคนดูแลบ้านสายหมอกหลังนี้ เมื่อเข้าใจตรงกันทุกประการ กระเป๋าเดินทางก็ถูกย้ายขึ้นบ้านทันที
พิชญ์ภัคหันไปขอบคุณเด็กหนุ่มที่ขับรถมาเป็นเพื่อนซึ่งออกรถกลับบ้านเมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อย
ลุงสนกับป้านิ่มนำแขกสองคนไปยังห้องพักซึ่งถูกจัดเตรียมไว้เป็นอย่างดี เตียงหลังใหญ่วางอยู่กลางห้องนอนปูด้วยผ้าสีขาวสะอาด หมอนฟูสองใบและผ้าห่มหนาวางพร้อมบนเตียง ผ้าม่านลูกไม้ม้วนตลบผูกกับคานไม้ข้างบน หน้าต่างไม้บานคู่ถูกเปิดรับลมเย็นในยามค่ำคืนโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งเครื่องปรับอากาศ ตู้เสื้อผ้าแบบฝังผนังอยู่ทางซ้ายมือ ถัดไปเป็นห้องน้ำหรูมีอ่างอาบน้ำบริการทั้งน้ำอุ่นและน้ำเย็นตามแต่สภาพอากาศ
หลังจากแนะนำห้องแก่แขก ผู้ดูแลบ้านก็ขอตัว ปล่อยให้พิชญ์ภัคและชิฏาอยู่กันตามลำพัง
เมื่ออยู่กันสองต่อสอง พิชญ์ภัคก็แสดงอาการห่วงใยต่อภรรยาโดยเปิดเผย ชายหนุ่มโอบชิฏาจากด้านหลัง ก่อนฝังจมูกโด่งลงบนแก้มแดง
เหนื่อยไหมครับ
ชิฏาเอี้ยวตัวหันหน้ามาหาสามี จูบคางสากอย่างเอาใจก่อนตอบ
ชิฏาไม่เหนื่อยหรอกค่ะ คุณต่างหากที่ขับรถมาตั้งไกล รู้อย่างนี้ชิฏาเชื่อคุณยอมนั่งเครื่องมาดีกว่า
หญิงสาวรู้สึกผิด ไม่น่ารั้นอยากนั่งรถมาเชียงใหม่เลย เธอน่าจะว่าการขับรถทางไกลทั้งเมื่อยและเพลียเพียงใดจนอดเห็นใจเขาไม่ได้
ผมยอมขับรถไกลขนาดนี้แล้ว คุณยังไม่ได้ให้รางวัลผมเลย คิดแล้วมันน่าน้อยใจนัก พิชญ์ภัคแกล้งทำหน้างอน
ภรรยาสาวหมุนตัวมาเผชิญหน้าคนขี้งอนตรงๆ หน้าหวานอมยิ้มจนชายหนุ่มห้ามใจไม่ไหวเอื้อมมือขึ้นบีบจมูกรัน
แน่ะ ดูสิผมงอนขนาดนี้แล้ว คุณยังจะมาอมยิ้มอีก ไม่เอาแล้วรางวงรางวัล ผมเปลี่ยนใจลงโทษคุณแทนแล้วกัน
มือหนาเชยคางมน นัยน์ตาสีเข้มหากหวานฉ่ำสบดวงตาสีน้ำตาลอ่อน ริมฝีปากอุ่นโน้มแตะกลีบปากอิ่มอย่างรักใคร่ ก่อนเลื่อนสัมผัสแห่งรักไปที่พวงแก้ม เปลือกตา ก่อนวกกลับมาที่ริมฝีปากบางอีกครั้ง
พิชญ์ภัคถอนจูบอย่างอ้อยอิ่ง เมื่อมือเล็กเรียวดันแผงอกกว้างเบาๆ
อาบน้ำก่อนค่ะ ตัวเหนียวหมดแล้ว หญิงสาวหลุบหน้ามองระดับอกของเขา ไม่กล้าสบสายตาเกรงว่าเธอจะละลายเป็นขี้ผึ้งเพราะนัยน์ตาคมคู่นั้น
คุณหรือผม พิชญ์ภัคหมายถึงว่าเขาหรือเธอที่ตัวเหนียวควรไปอาบน้ำ
ทั้งคู่แหละค่ะ ชิฏาตอบอย่างไม่คิดอะไร ทว่าพอเห็นยิ้มเจ้าเล่ห์ของสามี เธอจึงรู้ตัวว่าตกหลุมพรางซะแล้ว
งั้นก็อาบพร้อมกันเลย จะได้ช่วยชาติประหยัดน้ำ เสียงหวีดเล็กดังขึ้น ร่างระหงถูกช้อนตัวลอยจากพื้นตก ก่อนถูกพาไปอาบน้ำด้วยกันตามนโยบายประหยัดน้ำของสามี
เพราะโดนความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางระยะไกลเล่นงาน กว่าพิชญ์ภัคจะตื่นก็เป็นเวลาเกือบโมงเจ็ดโมง ชายหนุ่มมองคนข้างๆ ที่ยังหลับปุ๋ย เขาชะโงกหอมแก้มรับวันใหม่แก่เจ้าหญิงนิทรา ก่อนแหวกม่านลูกไม้บาง เดินไปที่หน้าต่าง แล้วก็ได้เห็นภาพงดงามปรากฏอยู่ตรงหน้า เขาวกกลับมาที่เตียงนอนปลุกหญิงสาวให้ลุกขึ้น ชี้ชวนไปที่กรอบไม้
ชิฏาตื่นขึ้นมาอย่างงุนงง หากก็ยอมเดินไปโดยดี มีชายหนุ่มช่วยประคองไม่ให้คนขี้เซาเซล้ม
ต้นหูกวางสูงปลูกขนานสองข้างทาง กำลังสลัดใบสีแดงส้มเพื่อต้อนรับฤดูหนาวที่จะมาเยือนในอีกไม่ช้า พรรณไม้ดอกไม้ประดับสีสันสดใสต่างแข่งกันอวดความสวยงามของมวลบุปผาให้ประจักษ์แก่สายตาผู้พบเห็น ท่ามกลางบรรยากาศม่านหมอกขาวมีฉากหลังของยอดดอยอินทนนท์ ขุนดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทยตั้งตระหง่านเพิ่มความมหัศจรรย์แห่งมนตร์เสน่ห์ที่ธรรมชาติเป็นผู้รังสรรค์ขึ้นมา
สวยจังค่ะ ชิฏาอิงศีรษะซบต้นแขนของชายหนุ่ม ดื่มด่ำความงดงามตรงหน้า สูดความสดชื่นไร้มลพิษเข้าเต็มปอด
พูดอย่างนี้แสดงว่าผมประสบความสำเร็จในการพาคุณมาฮันนีมูนที่นี่ใช่ไหม พิชญ์ภัคถาม ทั้งๆ ที่รู้คำตอบอยู่แก่ใจ หญิงสาวแหงนหน้ามองคนถาม ส่งยิ้มหวานก่อนตอบ
แค่มีคุณอยู่ข้างๆ สำหรับชิฏาทุกๆ ที่ ทุกๆ วันคือการฮันนีมูนแสนหวานเสมอค่ะ
สองสายตาประสานกัน สื่อความรักที่มีท่วมท้นในจิตใจให้ซึ่งกันและกัน แล้วหันไปดื่มด่ำกับภาพวาดหลังกรอบไม้เบื้องหน้าทั้งคู่
อาหารเช้าสไตล์อเมริกันถูกจัดขึ้นโต๊ะ ป้านิ่มบอกว่าเช้านี้ของสดเหลือไม่กี่อย่างเลยไม่สามารถทำกับข้าวแบบทางเหนือให้ลองชิม แต่หล่อนรับปากว่ามื้อเย็นนี้แขกจากเมืองกรุงจะได้ลิ้มรสอาหารเมืองแต้ๆ
พิชญ์ภัคถามถึงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ พร้อมขอให้ลุงสนช่วยวาดแผนที่การเดินทางประกอบ กระดาษแผ่นเล็กสองแผ่นถูกส่งกลับคืน ชายหนุ่มมองลายเส้นขยุกขยุยถามรายละเอียดอีกเล็กน้อย ก่อนพยักหน้าเข้าใจๆ
จุดหมายแรกคือดอยอินทนนท์ ยอดเขาที่เต็มไปด้วยอากาศหนาวเย็นและชุ่มชื่น พื้นที่ส่วนใหญ่ยังคงสภาพของป่าดงดิบ พันธุ์พืชส่วนมาก ได้แก่ มอสส์ ไลเคน เฟินซึ่งอาศัยอยู่ตามลำต้นของไม้ใหญ่ ก่อนถึงบริเวณยอดดอยจุดสูงสุดแดนสยาม พิชญ์ภัคและชิฏาแวะเคารพสักการะพระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริเพื่อความเป็นสิริมงคล และชื่นชมกุหลาบพันปี พรรณไม้จากเขตอบอุ่นของโลก พบได้เฉพาะบนเทือกเขาที่หนาวเย็น ความสูงเฉลี่ยระหว่าง 2,100-2,500 เมตรจากระดับน้ำทะเลเท่านั้น
ตอนเที่ยงพิชญ์ภัคพาชิฏากลับลงมาแถวโครงการหลวง เพื่อหาของกินรองท้องสะสมพลังงาน ก่อนออกเดินทางต่อ ชายหนุ่มเลือกร้านอาหารตกแต่งแบบพื้นเมืองผสมผสานกับความเป็นธรรมชาติที่อยู่รอบๆ ทั้งคู่สั่งอาหารพื้นเมืองมาลองคนละสองสามรายการ
เดี๋ยวเราไปที่ไหนกันต่อคะ ชิฏาถามอย่างสงสัย พลางจิบน้ำแครอทปั่นซึ่งถูกนำมาเสิร์ฟเป็นรายการแรก
ดอยสุเทพดีไหม ไกลหน่อยแต่ถ้าไม่ได้ไปก็ถือว่ายังมาไม่ถึงเชียงใหม่ พิชญ์ภัคเล่าแผนการเดินทางให้คนรักฟัง บทสนทนาถูกขัดจังหวะด้วยกองทัพอาหาร
บริกรวาง ไส้อั่วแคบหมูน้ำพริกหนุ่ม ตามด้วยแกงสีน้ำตาลข้นใส่ขาหมูถูกแนะนำว่าแกงฮังเล รายการอาหารคือตำขนุนหรือตำหมะหนุนอย่างที่บริกรบอก สุดท้ายข้าวเหนียวนึ่งสองกระติบก็ถูกวางลงบนโต๊ะไม้
พิชญ์ภัคตักแกงฮังเลให้ชิฏา หญิงสาวไม่ขัดข้องกับการลองอะไรใหม่ๆ เมื่อยกช้อนเตรียมส่งกับข้าวเข้าปาก ชิฏาก็เกิดความรู้สึกอยากอาเจียนขึ้นมา เธอผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ วิ่งเข้าไปถามพนักงานในร้านที่ยืนใกล้เธอมากที่สุดว่าห้องน้ำไปทางไหน หลังจากได้คำตอบชิฏาก็วิ่งเข้าห้องน้ำอย่างไม่คิดชีวิต
ชายหนุ่มตกใจที่จู่ๆ ภรรยาก็ลุกจากโต๊ะไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ลุกพรวดพราดจากโต๊ะโดยไม่บอกกล่าว ด้วยความเป็นห่วง เขาจึงตามเธอไปถึงหน้าห้องสุขา เดินวนไปวนมาสองสามรอบกว่าคนที่เขารอจะออกมาด้วยหน้าตาซีดเซียว
คุณเป็นอะไรรึเปล่า พิชญ์ภัคมองดวงหน้าไร้สีด้วยความเป็นห่วง ยกมืออังหน้าผากกลัวว่าเธอจะไม่สบาย
ไม่เป็นไรค่ะ คงหน้ามืดธรรมดาแล้วก็เมารถนิดหน่อย ชิฏาส่งยิ้มแหยหมดแรง เป็นฝ่ายปลอบใจสามีที่หน้าเริ่มซีดตาม
ไหวไหม เดี๋ยวลงข้างล่างผมว่าไปให้หมอตรวจดีกว่า
อย่าเลยค่ะ ยุ่งยากเปล่าๆ อาการแบบนี้ดมยาดมก็หาย คนไม่สบายจัดการวิเคราะห์อาการเจ็บป่วยด้วยตนเองเสร็จสรรพ
อย่างนั้นก็ได้ แต่ว่าถ้าคุณรู้สึกไม่สบายต้องบอกผมมาตรงๆ นะ ไม่ใช่เก็บเงียบไว้คนเดียวอีก ชายหนุ่มทำหน้าดุประกอบ เพราะรู้จักแฟนสาวดี ถ้าเรื่องเจ็บๆ ไข้ๆ เธอเคยจะบอกเขาซะทีไหน ทุกทีก็รอให้อาการมันฟ้องก่อนถึงจะยอมปริปาก
รู้แล้วๆ ชิฏาทำหน้าเบ้ แต่ก็ดีใจที่เขาแสดงความเป็นห่วงเป็นใยต่อเธอเสมอต้นเสมอปลาย ทั้งก่อนและหลังแต่งงาน
พิชญ์ภัคพยุงชิฏากลับมาที่โต๊ะอาหาร ทว่ายังไม่ทันทรุดตัวนั่งลง ชิฏาก็วิ่งกลับไปที่ห้องน้ำอีกครั้ง ชายหนุ่มสั่งเก็บเงินค่าอาหารทันที ตัดสินใจลงจากดอยพาคนรักไปโรงพยาบาลโดยด่วน
รถยนต์ถูกทดสอบสมรรถนะด้านความเร็วและการเข้าโค้ง เบาะข้างที่นั่งคนขับปรับระดับลาดยาวเพื่อให้ร่างระหงนอนสบายขึ้น มือข้างหนึ่งของชิฏายังกำยาดมแน่นตั้งแต่ออกร้านอาหาร
จากการสอบถามคนแถวนั้นทำให้รู้ว่ามีโรงพยาบาลประจำอำเภออยู่ไม่ไกลนัก
ทันทีที่ถึงโรงพยาบาล รถเข็นสำหรับผู้ป่วยเลื่อนออกมารอรับ ก่อนพาร่างระทวยไปห้องคนไข้ฉุกเฉิน พิชญ์ภัควิ่งตามบุรุษพยาบาล อธิบายถึงอาการเบื้องต้นของคนไข้ตอนกรอกข้อมูลทางการแพทย์
ระหว่างรอผลการตรวจหลังผ้าม่านลายโรงพยาบาลสีเขียวเข้มซึ่งกั้นบังตา ทำให้เขากระวนกระวายใจ
นายแพทย์สูงวัยเปิดผ้าม่านมาพร้อมกับรอยยิ้ม ตรงเข้ามาแสดงความยินดีกับพิชญ์ภัคที่กำลังจะได้เป็นคุณพ่อคนใหม่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
ว่าที่คุณพ่อกะพริบตาปริบๆ ถามย้ำคุณหมออีกครั้ง ทดสอบว่าตนไม่ได้หูฝาดไป
ผมจะได้เป็นพ่อคนเหรอครับ
เมื่ออีกฝ่ายพยักหน้าให้ความมั่นใจ พิชญ์ภัคจึงรีบก้าวไปหาชิฏาที่อยู่บนเตียงหลังม่านเขียว
คุณภีม หญิงสาวน้ำตาคลออยู่ก่อนหน้าที่เขาจะเข้าไป แล้วพอเห็นหน้าสามี ทำนบน้ำตาแห่งความดีใจก็แตก ชายหนุ่มสวมกอดชิฏาอย่างอ่อนโยน ตัวเขาเองในวินาทีที่รู้ว่าจะได้เป็นพ่อคนนั้น มันยิ่งใหญ่และตื้นตันจนไม่สามารถบรรยาย
พิชญ์ภัคดันร่างระหงออกเล็กน้อย เพื่อเอื้อมมือไปสัมผัสหน้าท้องของเธอซึ่งเวลานี้มีอีกชีวิตหนึ่งอยู่ในนั้น
ผมรู้สึกถึงเขาได้ ชายหนุ่มก้มหน้าลงแนบแก้มแทนสัมผัสจากมือ ความรู้สึกบางอย่างบอกกับพิชญ์ภัคว่าลูกเองก็รับรู้ว่าพ่ออยู่ตรงนี้
ชิฏาที่น้ำตายังไหลพรากไม่หยุดยิ้มปลาบปลื้มกับตัวเอง วันนี้เธอได้รู้จักกับความหมายของคำว่าครอบครัวอย่างแท้จริงแล้ว ...

| Create Date : 02 พฤษภาคม 2549 |
| Last Update : 2 พฤษภาคม 2549 21:44:37 น. |
| |
|
|
|
| |
|
|