* ทุกสิ่งในวงการที่คุณอยากรู้ กับเรา นสพ.โลกวันนี้ *

 

 

ข่าวเด่น-ประเด็นร้อน


‘แอน’หนีสื่อเมินข่าวเม้าท์
เป็นทอล์คออฟเดอะทาว์นเลยทีเดียวสำหรับคอลัมน์ดังในเว็บไซด์ข่าวบันเทิงออนไลน์ ที่มีเนื้อหาพาดพิงถึงดาราสาวทำนองว่าเป็นเมียน้อยน้องชายอดีตนายกรัฐมนตรี หนำซ้ำยังมีอาชีพเสริมพาดาราสาวเอ๊าะๆในวงการไปดูงานไกลถึงดูไบอีก ตามประสาผู้บริโภคข่าวคนไทยอ่านไปก็นึกกันไปว่าเป็นดาราไทยคนไหนดี จนกระทั่งไปละม้ายคล้ายคลึงดารา-พิธีกร ชื่อดังอย่าง “แอน-สิเรียม” งานนี้สาวแอนเลยงานเข้าโดนสื่อตามทุกฝีก้าว
จนล่าสุด (วานนี้) ในงาน “ตามหา 3 สุดยอดสาวสุขภาพดีเพียวฟู้ดส์” ที่เซ็นทรัล เวิล์ด นักข่าวนับร้อยชีวิตรอสัมภาษณ์เกี่ยวกับประเด็นที่สาวแอนเปลี่ยนชื่อเป็น “สิภาภัสส์” และข่าวฮอตประเด็นดังกล่าวด้วย แต่งานยังทันเสร็จดีสาวแอนก็อาศัยจังหวะเดินหน้าเนียนขึ้นบันไดเลื่อนไปตัวปลิว ไม่สนใจช่างภาพและสื่อที่วิ่งตามเป็นพรวนแม้แต่น้อย

‘โบวี่’แทงกั๊กเรื่องรัก ‘แมน-เต้’
สมกับเป็นเซ็กซี่สตาร์น้องใหม่แห่งวงการบันเทิงจริงๆ สาวโบวี่-อัฐมา ชีวนิชพันธ์ ที่เซ็กซี่ เปรี้ยวจี๊ดเข็ดฟันอย่างเดียวไม่พอ ขอเจริญรอยตามเซ็กซี่สตาร์รุ่นพี่คว้าฉายาเพลย์เกิร์ลมาครองอีกตำแหน่ง เพราะดันมีข่าวกุ๊กกิ๊กตามเฝ้าตามสวีทกับหนุ่มๆทีเดียว 2 คนรวดทั้งแมน-การิน และเต้-วิทย์สรัช ถามสาวโบเธอพูดตอบได้คำเดียว ‘เป็นเพื่อนกันค่ะ’
“กับพี่เต้ที่มีข่าวว่าโบไปหาพี่เขาที่แกรมมี่ โบยอมรับว่าโบไปจริงๆ แต่ไม่ได้ตั้งใจจะไปหาเขา โบไปทำงานของโบ พี่เต้ก็ทำงานของพี่เต้ พอกลางวันก็ลงมาทานข้าวด้วยกันแค่นั้น ส่วนตามคอนเสิร์ตถ้าพี่เต้เขาชวน แล้วโบว่างพอดีก็ไปค่ะ แต่ไม่ได้ไปทุกงานนะไม่ถึงขนาดต้องตามเฝ้าตลอดเวลาขนาดนั้น
ก็เป็นพี่ที่สนิทคนหนึ่งนะคะ รู้จักกันมาได้ 4 เดือนกว่าๆแล้ว พี่เต้เขาเป็นเพื่อนของเพื่อนโบอีกทีหนึ่ง ความสัมพันธ์ยังไม่ได้พัฒนาอะไรยังคุยกันแบบพี่อยู่ (ความสัมพันธ์กับแมนล่ะ) กับพี่แมนก็ยังเป็นพี่ที่สนิทเหมือนเดิมค่ะ เราเป็นข่าวกับพี่เต้พี่แมนเขาก็รู้นะ เขายังส่งข้อความมาแซวโบเลยว่าพักนี้เป็นข่าวกับหนุ่มๆบ่อยจัง โบไม่อยากให้คนมองว่าโบเจ้าชู้นะ เพราะถ้าโบมีแฟนโบจะคบแฟนแค่คนเดียว แต่นี่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะคบกับใครเป็นแฟนก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกได้อยู่นะคะ”

 

Create Date : 17 กันยายน 2552
Last Update : 17 กันยายน 2552 17:25:07 น.  

ฝันโคตรๆ

เส้นทางชีวิตจากชายธรรมดานาม “ภูพิงค์ พังสอาด” ที่อดีตเคยทำมาแล้วทุกสิ่งตั้งแต่นำปรบมือในรายการเกมโชว์, นักแสดงละครใบ้, ฝ่ายอาร์ทในโรงงานขนม หรือแม้แต่พนักงานล้างจานในร้านอาหาร กว่าที่ฟ้าจะมีตาส่งเส้นทางชีวิตแห่งวงการบันเทิงให้เขาในฐานะผู้กำกับและผู้เขียนบทโทรทัศน์มือทองที่น่าจับตามองที่สุด ชีวิตเกิดการเปลี่ยนแปลงเมื่อ “ภูพิงค์” ปรับปรุงชื่อเสียงเรียงนามเป็น “พิง ลำพระเพลิง” เขากลายเป็นคนโด่งดังในฐานะผู้กำกับฯ ที่ถนัดสร้างหนังรักจากปมด้อยของตัวเอง


หนังนี้เพื่อชีวิตผมSmiley


                “ตอบอย่างไม่กั๊กนะคนอื่นอาจจะหมั่นไส้ผม แต่คือบทมันออกมารองรับตัวผมอยู่แล้วจะไปให้คนอื่นเล่นทำไมครับ จริงๆผมจะเล่นหนังก็ต่อเมื่อมีบทที่เหมาะกับตัวเองเท่านั้น ซึ่งไม่ต้องห่วงเลยผมมั่นใจว่าบทที่เหมาะกับตัวผมเองคงมีออกมาเรื่อยๆ เพราะผมเป็นคนเขียนบทเองอยู่แล้ว (ยิ้ม)


                อีกอย่างผมดิ้นรนอย่างมากเลยนะที่จะเล่นเอง เรียกว่าดิ้นเป็นหมาโดนรถทับน่อง ดิ้นพราดๆเลยนะ ด้วยโครงสร้างหน้าตาอย่างพี่ โครงสร้างอายุที่ปาเข้าไป 43 ปีแล้วอีก มันยากมากเลยนะที่จะมีคนให้เล่นหนังเล่นละครเป็นบทนำ


                อย่างตอนทำเรื่อง “ฝันโคตรๆ” แรกๆมีแต่คนคัดค้าน แต่คือถ้าที่นี่ (สหมงคลฟิล์มฯ) ไม่ให้เล่น ผมก็ต้องเอาบทไปเสนอที่อื่นอยู่ดี ผมก็ดิ้นไปครับ อายุเยอะแล้วจะมารออะไรไม่ได้แล้วครับ เขาก็เลยให้เล่นเป็นพระเอกได้เพราะเห็นความตั้งใจของเรา ก็อยากให้มาดูกันสักหน่อยว่าเหตุผลที่ผมต้องเล่นเองเนี่ยะมันเป็นเพราะอะไร คำตอบทุกอย่างมันอยู่ในหนังครับ”


หนังรักไลน์ที่ 3Smiley


                “ในชีวิตมีหนัง 4 ไลน์ที่อยากทำ หนังรักก็ทำมาแล้วจากเรื่อง “โคตรรักเอ็งเลย” หนังตลกก็ทำมาแล้วใน “คนหิ้วหัว” พอมาถึงเรื่องนี้เป็นไลน์ที่เกี่ยวกับฝันเป็นเรื่องของ “ฝันโคตรๆ ตัวละครคือผู้ชายคนหนึ่งที่หนุ่มเกินกว่าจะแก่ แต่ในขณะเดียวกันก็แก่เกินกว่าจะหนุ่มมันเป็นช่วงชีวิตที่หักเหและหาทางไปตามฝันให้ได้ วัยที่โยราเลยไม่ถึงฝันสักที นอกจากนั้นตัวละครตัวนี้เขามีความตั้งใจสูงมากที่จะไม่ได้รักใครอีกนอกจากภรรยาที่เสียชีวิตไปแล้วของเขา


                แต่ดันมีผู้หญิงคนหนึ่งหลุดเข้ามาในชีวิตของมัน ซึ่งมีความตั้งใจมากที่จะจะรักผู้ชายคนใดคนหนึ่งก็ได้เพียงคนเดียวเท่านั้นแล้วดันเป็นผู้ชายคนนี้พอดี มันเลยเกิดเป็นภาพยนตร์เรื่องนี้ จากที่เชื่อว่าความรักคืออัตราแลกเปลี่ยนอีกสกุลหนึ่งเท่านั้น กลับกลายเป็นความรักคือการให้และความฝันนั้นกลับมีอยู่จริง ส่วนไลน์อัพที่ 4 นี่เขียนบทเสร็จแล้วนะเหลือแค่คนอนุมัติว่าเขาจะเอากับเราด้วยหรือเปล่า ชื่อเรื่องพรุ่งนี้ก็สายสะดือ”


‘ฝันโคตรๆ’ ภาคต่อ ‘โคตรรักฯ’Smiley         


                “คนที่อ่านบทเขาว่าอย่างนั้นนะ แต่ผมว่ามันไม่ใช่ทั้งภาคต่อและภาคเริ่มต้นแต่มันเป็นภาคที่ครอบกันอยู่ เหมือนว่าโคตรรักเอ็งเลยนี่เป็นแก่นของเรื่องมากกว่า ในภาคนี้ก็จะมีต้นไม้เหี่ยวต้นไม้เฉา มีกางเกงในเลข 8 มีบ้านหลังเดิมริมทะเล เก้าอี้สีแดงก็ยังอยู่ มีเยอะเหมือนกันนะที่เหมือนเดิม แต่ไอ้ที่แตกต่างมันก็มีเพราะเรื่องนี้จะเข้มข้นมากกว่า ความสมจริงของตัวละคร การต่อสู้ระหว่างความฝันกับความจริง


                ไม่ใช่แค่หนังซ้อนหนังนะ แต่มันเป็นหนังซ้อนหนังซ้อนหนังและซ้อนหนังอีกที มันเป็นเรื่องของโคตรรักทั้งเรื่องซ่อนอยู่ในเรื่องนี้ เรียกว่าอะไรดีล่ะครับ เอาเป็นว่าหนังเรื่องโคตรรักเอ็งเลยมันเป็นส่วนหนึ่งในหนังเรื่องนี้ครับ ใครที่ชอบโคตรรักเอ็งเลยมาดูเรื่องนี้ต้องชอบแน่นอนครับ


                ถามว่าจะได้เงินมหาศาลไหมไม่อยากคาดหวังนะ แต่คาดหวังอย่างหนึ่งว่าจะเห็นทุกคนที่เดินออกจากโรงหนังหลังจากที่ได้ดูหนังเรื่องนี้คืออิ่มเอิบ มีแรงตามความฝัน ดูแล้วจะได้ความสุข รอยยิ้ม หัวเราะไปพร้อมกัน ส่วนใครที่หมั่นไส้ผม ชิงชังผมก็อยากให้มาดูนะ จะได้ช่วยกันตำหนิผมจะได้ปรับตัวให้ดีขึ้น เพราะผมเชื่อว่าในวงการมายาสิ่งที่แย่กว่าการโดนด่า คือการไม่ถูกพูดถึง ฉะนั้นรู้สึกอะไรบางอย่างกับผมก็ได้ครับ”


เสน่ห์ของชายชื่อ ‘พิง ลำพระเพลิง’Smiley


                “(อุ้ย...ให้ตัวเองพูดถึงเสน่ห์ตัวเองเหรอ เดี๋ยวก็มีคนด่าตายเลย) เอาเป็นเสน่ห์ในหนังแล้วกันนะ พี่ว่าน่าจะเป็นความคลุมเครือที่เกิดกับหนังครับ คนมักจะถามและพูดถึงบ่อยๆว่า เอ๊ะ...ซีนนี้เป็นชีวิตจริงของมันหรือเปล่า ซึ่งความจริงแล้วหนังของพี่สร้างมาจากชีวิตจริงของเรามากกว่า เวลาพี่ไปเจอเรื่องของใคร ได้พูดคุยกับใครก็หยิบเอาประเด็นต่างๆในเรื่องนั้นมาสร้างเป็นหนังเป็นละคร


                พี่ไม่รังเกียจหรือไม่สนใจเลยนะว่าเรื่องที่อยู่ในหนังจะเป็นเรื่องจริงของใครคนไหนหรือเปล่า ตราบใดที่เรื่องเหล่านั้นมันทำให้หนังของพี่สนุกขึ้นได้ มันทำให้สารที่ต้องการสื่อไปถึงทุกคนได้ แค่นี้ก็พอใจแล้วครับ แต่คนดูต้องอินไปกับบทเราด้วยนะ ไม่อย่างนั้นมันก็ไม่มีประโยชน์ที่จะดูครับ


            หลายคนเลยมองว่าหนังผมเข้าใจยาก ผมว่าไม่ยากที่จะเข้าใจนะ เอออาจมีบ้างที่ไม่เข้าใจในบางจุด แต่ภาพรวมผมว่าก็ดูแล้วเข้าใจนะ เสน่ห์ของหนังอย่างหนึ่งคือไม่ต้องเคลียร์มากก็ได้นะ บ่อยครั้งที่เราดูหนังแล้วเราเฮ้ย...ไม่เข้าใจอ้ะ แต่รู้นะว่าจะสื่ออารมณ์แบบไหนนั่นต่างหากที่ทำให้หนังดูน่าสนใจ”


รักทั้งหนังและหนังสือSmiley


                “ให้เลือกระหว่างหนังกับหนังสือเหรอ ผมชอบหนังมากกว่านะ เพราะหนังทำชื่อเสียงให้เรา ให้เรามายืนในจุดที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ได้ ทำให้เราได้รับการยอมรับจากคนรอบข้าง ได้รับเกียรติ เพราะมันเป็นสื่อที่ออกสู่คนในวงกว้างมากกว่าน่ะ คนส่วนใหญ่ชอบดูหนังมากกว่าอ่านหนังสือ อันนี้ไม่นับพวกหนอนหนังสือนะ


                พี่ฝันอยากจะให้ทุกคนยอมรับในตัวพี่ มันเป็นปมด้วยของเรานะ ที่ไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าไหร่ในช่วงวัยรุ่น ทำอะไรใครๆก็ไม่เคยมองเห็น เราเลยโหยหา ใครจะว่าพิง ลำพระเพลิงทำหนังเพื่อสนองตัวเองก็ใช่ครับ แต่ถ้าจะพูดให้ถูกคือผมทำหนังเพื่อบำบัดตัวเองมากกว่า ดังนั้นหนังพี่คือหนังที่ทำจากปมด้วยของตัวเอง แต่ทุกวันนี้ก็ได้มาเกินฝันแล้วนะ เกินมาไกลจนบางครั้งแอบคิด โอ๊ย...ทำไมฉันช่างโชคดีอย่างนี้”      


ความรักของคนทำหนังรัก Smiley


                “ดีมากครับ ดีอย่างที่ไม่คิดว่าจะดีอะไรแบบนี้มาก่อน มีคนที่ชื่นชอบชื่นชมเราเข้ามาอยู่ในชีวิตบ้าง ใช้ชีวิตที่อายุ 43 ปีอย่างมีความสุขมาก ตื่นเช้ามายังมีแรงวิ่ง ไปไหนใครๆก็ยังเรียกพี่อยู่ ก็โอเคนะ ความรักเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตมากนะ แต่เรื่องแต่งงานอีกครั้งผมว่าผู้ชายที่มีลูกแล้ว ท้องลายๆอย่างผม ใครเขาจะมาสนใจใช้ชีวิตคู่กับเรา อยากมากก็แค่ตักตวงความสุขจากเรือนร่างเราแล้วก็จากไป แค่นั้นล่ะครับ (ยิ้ม)


                ชีวิตพี่สนุกนะ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพี่เป็นคนไม่สร้างหนี้ ใช้ชีวิตอย่างที่มันควรจะเป็น อยู่กับลูกชาย (น้องหนามเตย) 2 คน ในบ้านที่กว้าง 40 ตารางเมตร เมื่อไม่มีหนี้ก็ไม่เดือดร้อนอะไร ไม่ต้องรับงานที่ไม่อยากรับ ไม่ต้องดิ้นรนเพื่ออะไร เพราะเราพอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้แล้ว


                พี่ไม่ได้วางแผนอะไรในชีวิต อันนี้เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีเลยนะครับ พี่จะปล่อยให้ทุกอย่างไหลไปตามสิ่งที่ควรจะเป็น ทีนี้พออยากทำอะไรแล้วถึงค่อยพยายามไปให้ถึงในสิ่งที่ต้องการ จากนั้นก็รอ ส่วนตัวลูกก็ปล่อยมัน เอาจริงๆนะไม่บังคับอยากทำอะไรก็ทำ ไม่เคยว่า ไม่ตี ไม่ดุ ไม่ค่อยสอนอะไร อาศัยทำให้เห็นเลยมากกว่า ซึ่งพี่ว่าได้ผลว่าการสอนเยอะเลยนะ


                 ส่วนกับคนรอบข้าง สมมติว่าผมสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้ใครก็ได้ในชีวิตนะครับ ถ้าคุณอยากเป็นเหมือนผมอย่างแรกที่คุณจะต้องทำคืออย่าเดินตามรอยผม อยากเป็นแบบใครคุณต้องหารอยเท้าของตัวเองให้เจอ แล้วเดินออกรอยตามรอยเท้านั้นไปครับ แล้วจุดหมายปลายทางเราจะได้พบกัน"






Free TextEditor

 

Create Date : 17 กันยายน 2552
Last Update : 17 กันยายน 2552 16:38:35 น.  

สมัภาษณ์ "วันเดอร์เกย์จ้า"

Wonder Gay ผู้ชายหัวใจสาว


           


            จากเด็กมัธยมหัวเกรียนที่ใครเห็นต่างก็เรียกว่า “ตุ๊ด” กลายเป็นแรงผลักดันให้พวกเขา กิ,บิ๊ก,ไผ่,ไดซ์ และปอ ฝ่าฟันอุปสรรคและคำวิพากษ์วิจารณ์จากคนรอบข้าง ด้วยจำนวนคนดู กว่า 1.7 ล้านคน ที่พร้อมใจกันโหลดคลิปแสดงความสามารถของพวกเขาผ่านเว็บไซด์ยูทูป จนได้เป็น “Wonder Gay” มหัศจรรย์ 5 หนุ่มหัวใจสาว ศิลปินเบอร์แรกของค่าย Zheza Record ภายใต้สังกัดอาร์เอส โปรโมชั่น ที่ทีมงานไม่อยากพลาดพามาแนะนำให้คุณผู้อ่านได้รู้จักเส้นทางกว่าจะเป็นนักร้องของพวกเขาที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างใครคิด


กว่าจะเป็น ‘Wonder Gay’ Smiley


                ไผ่ : พวกเราเรียนที่โรงเรียนทวีธาภิเศกกันหมดเลย อยู่ม. 5 ครับ แต่ว่าอยู่กันคนละห้อง แต่ก็อยู่กลุ่มเดียวกันอยู่ดี (หัวเราะ) งงไหมพี่ คือที่มารวมกลุ่มกันได้เพราะว่ามีอยู่วันหนึ่ง อาจารย์สอนพละเขาให้พวกเราสอบเต้นเพลง Tell Me ของวันเดอร์เกิร์ลกับเพลงอะไรก็ได้อีก 1 เพลง


                บิ๊ก : ตอนนั้นก็ยังไม่รู้จะเต้นยังไง ท่าอะไร แต่ทีนี้เห็นไผ่เขาแกะท่าเต้นของวันเดอร์เกิร์ลอยู่ เราก็เห็นแล้วล่ะว่ามันเวิร์คนะ ก็เลยไปเต้นด้วย รวมๆกัน 15 คนได้ พอหมดวิชานั้นมาพวกเรา 5 คนก็เลยเริ่มจับกลุ่มกันแล้วก็เริ่มเต้นเพลงคัฟเวอร์อื่นๆของวันเดอร์เกิร์ลกันอีกค่ะ


1.7 ล้านในยูทูปSmiley


            Wonder Gay : โอ๊ย...ไม่คิดเลยว่าจะมีคนดูพวกเราเยอะขนาดนี้(หัวเราะ)


                กิ: ที่มาคือตอนสอบแล้วเพื่อนถ่ายคลิปให้ครับ แต่ทีนี้เวลาส่งผ่าน MSN ไฟล์มันใหญ่มากส่งยาก ส่งผ่านโทรศัพท์กันทีละคนก็มันยุ่งยากอีก เพื่อนเลยเอาไปโพสในเว็บ you tube จะได้ดูกันทีเดียวเลยไม่ต้องยุ่งยาก


                บิ๊ก : แล้วพอดีตอนนั้นมีให้ส่งคลิปประกวดเพื่อชิงบัตรคอนเสิร์ตวันเดอร์เกิร์ลด้วยค่ะ พวกเราก็เลยเหมือนกับว่าชอบวงนี้อยู่แล้ว มีคลิปแล้วด้วย ส่งประกวดเลยแล้วกัน ส่วนที่มาของชื่อมันเหมือนเราตั้งขึ้นมาล้อเลียนวันเดอร์เกิร์ลน่ะค่ะ


            ไผ่ : แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ไม่ได้ไปดู เพราะแพ้คะแนนโหวต เลยอดไปดูคอนเสิร์ตเลย แต่ก็ได้เจอนะ วันที่เขามาแถลงข่าว เจอไกลๆลิบๆโน่นเลย แต่คือพวกเราชอบพวกเขามาก ถ้าเจออยากจะกอดจะขอถ่ายรูปด้วย


                ไดซ์ : คือพวกเขาน่ารักมากเลยเป็นไอดอลของพวกหนู มีแบ่งด้วยนะคะว่าใครเป็นใคร อย่างไผ่เป็นซอนเย บิ๊กเป็นซอนมี กิเป็นยูบิน ปอเป็นเยอึน และหนูเป็นโซฮีค่ะ


ซีซ่าร์จีบ วันเดอร์เกย์เกิดSmiley


                บิ๊ก : พี่ที่ซีซ่าร์เขามาคอมเม้นท์ในยูทูปค่ะ ว่าสนใจอยากโชว์ในงานครบรอบ 2 ปีของซีซ่าร์ไหม แล้วก็ให้เบอร์โทรศัพท์ทิ้งไว้ด้วย ส่งคอมเม้นท์มาตอนบ่ายพวกหนูโทรไปตอนเย็นเลย


                กิ : ก็เลยได้ขึ้นโชว์คัฟเวอร์เพลงวันเดอร์เกิร์ลที่นั่นเป็นเวทีแรกเลยครับ คนเยอะมาก ตื่นเต้นมาก


                ไผ่ : หลังจากวันนั้นผลตอบรับมันดีมากครับ พี่เขาเลยติดต่อเข้ามาอีกทีว่า เออ...เนี่ยะพี่จะทำค่ายเพลงนะ คอนเซ็ปต์ค่ายคือ “เพี้ยน-แปลก-แหวกแนว” สนใจไหม


                ไดซ์ : พวกน้องตรงคอนเซ็ปต์ค่ายพี่มากเลย (หัวเราะ)


                ปอ : หนูก็แอบคิดนะ เอ๊ะ...พวกพี่จะหลอกพวกหนูไหมเนี่ยะ จะทำเพลงให้พวกหนูจริงๆเหรอ แต่คือก็ได้ทำจริงๆค่ะ


                ไผ่ : เป็นซิงเกิ้ลนะพี่ ชื่อเพลง “ก็แค่ผู้หญิง” เนื้อหาเพลงนี่ตรงตามชื่อเลย คือเราเป็นผู้ชายก็จริง แต่จิตใจเราก็เป็นผู้หญิงนะอะไรแบบนี้ เดี๋ยวจะมีมิวสิควีดีโอ มีท่าเต้นด้วย อย่าลืมซ้อมเต้นตามนะ


เสียงเล็กๆ จาก ‘เกย์’ กรุ๊ปSmiley


                บิ๊ก : แรกๆ หนูกลัวว่าคนรอบข้างจะไม่ยอมรับพวกเราที่เป็นแบบนี้ เพราะมันมีทั้งข่าวที่ดีแล้วก็ไม่ดี พูดถึงเราตามกระทู้ต่างๆ แล้วถ้ายิ่งเรามาออกซิงเกิ้ลอีก จะยิ่งวิจารณ์พวกเราเยอะกว่านี้ไหม ก็กลัวมาก ส่วนที่บ้านหนูเขาก็ไม่ได้ว่าอะไรเหมือนกันค่ะ เขาห่วงแค่ว่าอย่าให้มันกระทบกับเรื่องเรียนนะ เท่านั้นเอง


                ไผ่ : เขาเม้าท์ถึงพวกหนูกันแรงมากนะพี่ ประมาณว่าเดี๋ยวนี้อาร์เอสปั้นแบบนี้แล้วเหรอบ้างล่ะ เป็นกระเทย เป็นตุ๊ดบ้างล่ะ ว่าพวกเราทำให้บ้านเมืองเสื่อมเสียบ้างล่ะ เม้าท์หยาบๆก็มีนะพี่ แรกๆก็ร้องไห้ รับไม่ได้ แต่คือหนูอยากจะถามกลับมากเลยว่าพวกคุณเคยเห็นเหรอ คนที่รับสื่อจากพวกหนู แล้วติดเป็นตุ๊ดกันทั้งเมือง คือมันก็ไม่มีไงพี่ อย่างที่บ้านหนูเขาก็รับได้เพราะเราไม่ได้ไปติดยา ติดการพนัน หรือทำอะไรผิดเป็นกำลังใจให้ด้วยซ้ำ


                ปอ : ที่บ้านปอรับปอไม่ได้เลย แต่คือเราเองก็ไม่อยากฝืนตัวเรา ที่บ้านก็เลยเหมือนไม่ได้ว่าอะไรถ้าจะเป็นแบบนี้ก็ให้มันอยู่ในขอบเขต อย่างไปกรี๊ดกร๊าด หรือแรดมากจนเกินงามก็พอครับ


                ไดซ์ : พ่อกับแม่ไดซ์ไม่ว่าค่ะ แต่คือญาติๆฝ่ายพ่อนี่โทรมาถามเลยนะว่าลูกชายเป็นแบบนี้เหรอ ซึ่งพ่อเขาก็ชี้แจงว่าไดซ์เป็นแบบนี้ก็ตั้งใจเรียนนะ สร้างชื่อเสียงด้วย ไม่เห็นมีอะไรที่ดูเสียหายเลย ทำไมพวกคุณไม่เปิดใจดูล่ะ



                กิ : ที่โรงเรียนเขาก็เรียกไปพบนะ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร พูดแค่ว่าถ้าทำในทางที่มันดีก็ไม่ได้ว่าอะไรนะ ส่วนทางบ้านก็ไม่มีปัญหาเหมือนกัน สนับสนุนด้วยซ้ำครับ ก็ไม่อยากให้เรียกพวกเราว่าศัพท์อะไรก็ตามที่เรียกกันอยู่ อยากให้เรียกพวกเราว่า “Gay” หรือ “กลุ่มคนเพศที่สาม” ก็พอครับ


                ถ้าอยากรู้จัก 5 หนุ่มหัวใจสาว Wonder Gay มากกว่านี้ วันที่ 25 กรกฎาคมไปพบพวกเขาได้ในงาน “วัฏฏะมหกรรมสร้างโอกาส” ที่เดอะมอลล์ บางกะปิ ตั้งแต่เวลา 10 โมงเป็นต้นไปจ้า

กรอบเล็กๆ “เม้าท์มันส์ๆกับ Wonder Gay”

            ไปรู้จักกับพวกเขาให้มากยิ่งขึ้นจากเพื่อนในวงที่พร้อมมาเม้าท์เผาขนกันเองให้ฟัง


                ไผ่ : เจ้าแม่สายเสมอ คือคนนี้เลย สมมติว่านัด 9 โมง พอใกล้ๆจะถึง 9 โมงทุกคนก็ต้องมาแล้วใช่ไหมคะ แต่นี่คือ 9 โมงก็ยังไม่มาอยู่ สายตลอด


                บิ๊ก : เป็นคนขี้บ่นมาก แต่ไม่ได้บ่นอะไรที่มันร้ายแรง คือเวลาเรามาสายเขาก็จะบ่นๆทำยังไงดีๆ เหมือนเป็นคนจิตตกพะวงตลอดเวลา


                กิ : คุยโทรศัพท์ตลอดเวลา ว่างเมื่อไหร่เป็นต้องคุย ไม่รู้คุยกับเพื่อนคนไหน เดินทางขึ้นรถลงเรือชีได้คุยหมด ค่าโทรศัพท์ใครจ่ายให้เนี่ยะ


                ไดซ์ : ขี้ลืมได้โล่ เพื่อนๆต้องคอยเตือน ไดซ์แกลืมอะไรหรือเปล่า เมื่อเช้าชีก็ลืมมือถือไว้ในห้องน้ำ โชคดีมากที่พี่แม่บ้านเก็บไว้ให้ บางวันชีก็ไม่ได้ใส่กางเกงในมานะ


                ปอ : เขาจะต้องสวยที่สุดในวงตลอดเวลา ว่างเมื่อไหร่ชีจะโบ๊ะ คนอื่นอาจแต่งตัวเสร็จนานแล้วแต่ชียัง ต้องสวยที่สุด สวยกว่าเพื่อนอะไรแบบนี้



Free TextEditor

 

Create Date : 06 กรกฎาคม 2552
Last Update : 6 กรกฎาคม 2552 16:16:25 น.  

*25 ก.ค. วัฏฏะมหกรรม*

p>Smileyตอนนี้ที่ออฟฟิคกำลังคร่าเคร่งกับการเตรียมงาน "วัฏฏะมหกรรมสร้างโอกาส 2009"


สรุปรายชื่อศิลปินที่จะมางาน ดังนี้


-กลุ่ม B-Boy จากโซดาสิงห์


-พญ.แหวนทับทิม ธนโกเศศ เรื่อง "เรียนหมอดีไหม?"


-ตี๋อ้วน เรื่อง"คุยกับ...คนไม่หล่อ แต่ขอให้ขยัน"


-เต้ย-ต่าย จากภาพยนตร์ หนีตามกาลิเลโอ เรื่อง"ได้ดีทั้งงาน ได้ทั้งเรียน"


-ทอล์คโชว์ คุณวิกรม กรมดิษฐ์ เรื่อง"หาโอกาสดีๆให้กับชีวิต" 


-ธุรกิจร้านอาหาร กับกิ๊บซ่า


-น้ำตาล เดอะสตาร์ 5 เรื่อง"ชีวิตที่เลือกเอง"


-พริ้ง เอเอฟ 5 เรื่อง"สาวอักษร มาร้องเพลง"


-การแสดงกลุ่มศิลปิน "วันเดอร์เกย์"


-เผยชีวิตสาวสวย "พริตตี้" เปลืองเนื้อเปลืองตัวจริงหรือ?"


-ว่าด้วยเรื่องของบุคลิก กับ Elite Model


ทั้งหมดนี้จะสับเปลี่ยนกันขึ้นโชว์วันที่ 25 ก.ค. ที่จะถึงนี้


นอกจากนี้ในงานก็จะมีเปิดบูธของสถาบันการศึกษาต่างๆ


และผู้ประกอบการที่มาเปิดบูธรับสมัครงานโดยตรงอีกด้วย



เฮ้อ... Smiley พูดซะเยอะแยะ..ไม่รุ้จะมีใครมาร่วมงานไหม...



อ่อ...งานจัดที่ เดอะมอลล์ บางกะปิ...จ่ะ..Smiley






Free TextEditor

 

Create Date : 29 มิถุนายน 2552
Last Update : 6 กรกฎาคม 2552 16:05:03 น.  

 
 
*Tjjzzz*

Location :

[Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed [?]



 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com