ข่าวเด่น-ประเด็นร้อน

‘แอน’หนีสื่อเมินข่าวเม้าท์
เป็นทอล์คออฟเดอะทาว์นเลยทีเดียวสำหรับคอลัมน์ดังในเว็บไซด์ข่าวบันเทิงออนไลน์ ที่มีเนื้อหาพาดพิงถึงดาราสาวทำนองว่าเป็นเมียน้อยน้องชายอดีตนายกรัฐมนตรี หนำซ้ำยังมีอาชีพเสริมพาดาราสาวเอ๊าะๆในวงการไปดูงานไกลถึงดูไบอีก ตามประสาผู้บริโภคข่าวคนไทยอ่านไปก็นึกกันไปว่าเป็นดาราไทยคนไหนดี จนกระทั่งไปละม้ายคล้ายคลึงดารา-พิธีกร ชื่อดังอย่าง “แอน-สิเรียม” งานนี้สาวแอนเลยงานเข้าโดนสื่อตามทุกฝีก้าว
จนล่าสุด (วานนี้) ในงาน “ตามหา 3 สุดยอดสาวสุขภาพดีเพียวฟู้ดส์” ที่เซ็นทรัล เวิล์ด นักข่าวนับร้อยชีวิตรอสัมภาษณ์เกี่ยวกับประเด็นที่สาวแอนเปลี่ยนชื่อเป็น “สิภาภัสส์” และข่าวฮอตประเด็นดังกล่าวด้วย แต่งานยังทันเสร็จดีสาวแอนก็อาศัยจังหวะเดินหน้าเนียนขึ้นบันไดเลื่อนไปตัวปลิว ไม่สนใจช่างภาพและสื่อที่วิ่งตามเป็นพรวนแม้แต่น้อย

‘โบวี่’แทงกั๊กเรื่องรัก ‘แมน-เต้’
สมกับเป็นเซ็กซี่สตาร์น้องใหม่แห่งวงการบันเทิงจริงๆ สาวโบวี่-อัฐมา ชีวนิชพันธ์ ที่เซ็กซี่ เปรี้ยวจี๊ดเข็ดฟันอย่างเดียวไม่พอ ขอเจริญรอยตามเซ็กซี่สตาร์รุ่นพี่คว้าฉายาเพลย์เกิร์ลมาครองอีกตำแหน่ง เพราะดันมีข่าวกุ๊กกิ๊กตามเฝ้าตามสวีทกับหนุ่มๆทีเดียว 2 คนรวดทั้งแมน-การิน และเต้-วิทย์สรัช ถามสาวโบเธอพูดตอบได้คำเดียว ‘เป็นเพื่อนกันค่ะ’
“กับพี่เต้ที่มีข่าวว่าโบไปหาพี่เขาที่แกรมมี่ โบยอมรับว่าโบไปจริงๆ แต่ไม่ได้ตั้งใจจะไปหาเขา โบไปทำงานของโบ พี่เต้ก็ทำงานของพี่เต้ พอกลางวันก็ลงมาทานข้าวด้วยกันแค่นั้น ส่วนตามคอนเสิร์ตถ้าพี่เต้เขาชวน แล้วโบว่างพอดีก็ไปค่ะ แต่ไม่ได้ไปทุกงานนะไม่ถึงขนาดต้องตามเฝ้าตลอดเวลาขนาดนั้น
ก็เป็นพี่ที่สนิทคนหนึ่งนะคะ รู้จักกันมาได้ 4 เดือนกว่าๆแล้ว พี่เต้เขาเป็นเพื่อนของเพื่อนโบอีกทีหนึ่ง ความสัมพันธ์ยังไม่ได้พัฒนาอะไรยังคุยกันแบบพี่อยู่ (ความสัมพันธ์กับแมนล่ะ) กับพี่แมนก็ยังเป็นพี่ที่สนิทเหมือนเดิมค่ะ เราเป็นข่าวกับพี่เต้พี่แมนเขาก็รู้นะ เขายังส่งข้อความมาแซวโบเลยว่าพักนี้เป็นข่าวกับหนุ่มๆบ่อยจัง โบไม่อยากให้คนมองว่าโบเจ้าชู้นะ เพราะถ้าโบมีแฟนโบจะคบแฟนแค่คนเดียว แต่นี่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะคบกับใครเป็นแฟนก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกได้อยู่นะคะ”



Create Date : 17 กันยายน 2552
Last Update : 17 กันยายน 2552 17:25:07 น.
Counter : 141 Pageviews.

0 comment
ฝันโคตรๆ

เส้นทางชีวิตจากชายธรรมดานาม “ภูพิงค์ พังสอาด” ที่อดีตเคยทำมาแล้วทุกสิ่งตั้งแต่นำปรบมือในรายการเกมโชว์, นักแสดงละครใบ้, ฝ่ายอาร์ทในโรงงานขนม หรือแม้แต่พนักงานล้างจานในร้านอาหาร กว่าที่ฟ้าจะมีตาส่งเส้นทางชีวิตแห่งวงการบันเทิงให้เขาในฐานะผู้กำกับและผู้เขียนบทโทรทัศน์มือทองที่น่าจับตามองที่สุด ชีวิตเกิดการเปลี่ยนแปลงเมื่อ “ภูพิงค์” ปรับปรุงชื่อเสียงเรียงนามเป็น “พิง ลำพระเพลิง” เขากลายเป็นคนโด่งดังในฐานะผู้กำกับฯ ที่ถนัดสร้างหนังรักจากปมด้อยของตัวเอง


หนังนี้เพื่อชีวิตผมSmiley


                “ตอบอย่างไม่กั๊กนะคนอื่นอาจจะหมั่นไส้ผม แต่คือบทมันออกมารองรับตัวผมอยู่แล้วจะไปให้คนอื่นเล่นทำไมครับ จริงๆผมจะเล่นหนังก็ต่อเมื่อมีบทที่เหมาะกับตัวเองเท่านั้น ซึ่งไม่ต้องห่วงเลยผมมั่นใจว่าบทที่เหมาะกับตัวผมเองคงมีออกมาเรื่อยๆ เพราะผมเป็นคนเขียนบทเองอยู่แล้ว (ยิ้ม)


                อีกอย่างผมดิ้นรนอย่างมากเลยนะที่จะเล่นเอง เรียกว่าดิ้นเป็นหมาโดนรถทับน่อง ดิ้นพราดๆเลยนะ ด้วยโครงสร้างหน้าตาอย่างพี่ โครงสร้างอายุที่ปาเข้าไป 43 ปีแล้วอีก มันยากมากเลยนะที่จะมีคนให้เล่นหนังเล่นละครเป็นบทนำ


                อย่างตอนทำเรื่อง “ฝันโคตรๆ” แรกๆมีแต่คนคัดค้าน แต่คือถ้าที่นี่ (สหมงคลฟิล์มฯ) ไม่ให้เล่น ผมก็ต้องเอาบทไปเสนอที่อื่นอยู่ดี ผมก็ดิ้นไปครับ อายุเยอะแล้วจะมารออะไรไม่ได้แล้วครับ เขาก็เลยให้เล่นเป็นพระเอกได้เพราะเห็นความตั้งใจของเรา ก็อยากให้มาดูกันสักหน่อยว่าเหตุผลที่ผมต้องเล่นเองเนี่ยะมันเป็นเพราะอะไร คำตอบทุกอย่างมันอยู่ในหนังครับ”


หนังรักไลน์ที่ 3Smiley


                “ในชีวิตมีหนัง 4 ไลน์ที่อยากทำ หนังรักก็ทำมาแล้วจากเรื่อง “โคตรรักเอ็งเลย” หนังตลกก็ทำมาแล้วใน “คนหิ้วหัว” พอมาถึงเรื่องนี้เป็นไลน์ที่เกี่ยวกับฝันเป็นเรื่องของ “ฝันโคตรๆ ตัวละครคือผู้ชายคนหนึ่งที่หนุ่มเกินกว่าจะแก่ แต่ในขณะเดียวกันก็แก่เกินกว่าจะหนุ่มมันเป็นช่วงชีวิตที่หักเหและหาทางไปตามฝันให้ได้ วัยที่โยราเลยไม่ถึงฝันสักที นอกจากนั้นตัวละครตัวนี้เขามีความตั้งใจสูงมากที่จะไม่ได้รักใครอีกนอกจากภรรยาที่เสียชีวิตไปแล้วของเขา


                แต่ดันมีผู้หญิงคนหนึ่งหลุดเข้ามาในชีวิตของมัน ซึ่งมีความตั้งใจมากที่จะจะรักผู้ชายคนใดคนหนึ่งก็ได้เพียงคนเดียวเท่านั้นแล้วดันเป็นผู้ชายคนนี้พอดี มันเลยเกิดเป็นภาพยนตร์เรื่องนี้ จากที่เชื่อว่าความรักคืออัตราแลกเปลี่ยนอีกสกุลหนึ่งเท่านั้น กลับกลายเป็นความรักคือการให้และความฝันนั้นกลับมีอยู่จริง ส่วนไลน์อัพที่ 4 นี่เขียนบทเสร็จแล้วนะเหลือแค่คนอนุมัติว่าเขาจะเอากับเราด้วยหรือเปล่า ชื่อเรื่องพรุ่งนี้ก็สายสะดือ”


‘ฝันโคตรๆ’ ภาคต่อ ‘โคตรรักฯ’Smiley         


                “คนที่อ่านบทเขาว่าอย่างนั้นนะ แต่ผมว่ามันไม่ใช่ทั้งภาคต่อและภาคเริ่มต้นแต่มันเป็นภาคที่ครอบกันอยู่ เหมือนว่าโคตรรักเอ็งเลยนี่เป็นแก่นของเรื่องมากกว่า ในภาคนี้ก็จะมีต้นไม้เหี่ยวต้นไม้เฉา มีกางเกงในเลข 8 มีบ้านหลังเดิมริมทะเล เก้าอี้สีแดงก็ยังอยู่ มีเยอะเหมือนกันนะที่เหมือนเดิม แต่ไอ้ที่แตกต่างมันก็มีเพราะเรื่องนี้จะเข้มข้นมากกว่า ความสมจริงของตัวละคร การต่อสู้ระหว่างความฝันกับความจริง


                ไม่ใช่แค่หนังซ้อนหนังนะ แต่มันเป็นหนังซ้อนหนังซ้อนหนังและซ้อนหนังอีกที มันเป็นเรื่องของโคตรรักทั้งเรื่องซ่อนอยู่ในเรื่องนี้ เรียกว่าอะไรดีล่ะครับ เอาเป็นว่าหนังเรื่องโคตรรักเอ็งเลยมันเป็นส่วนหนึ่งในหนังเรื่องนี้ครับ ใครที่ชอบโคตรรักเอ็งเลยมาดูเรื่องนี้ต้องชอบแน่นอนครับ


                ถามว่าจะได้เงินมหาศาลไหมไม่อยากคาดหวังนะ แต่คาดหวังอย่างหนึ่งว่าจะเห็นทุกคนที่เดินออกจากโรงหนังหลังจากที่ได้ดูหนังเรื่องนี้คืออิ่มเอิบ มีแรงตามความฝัน ดูแล้วจะได้ความสุข รอยยิ้ม หัวเราะไปพร้อมกัน ส่วนใครที่หมั่นไส้ผม ชิงชังผมก็อยากให้มาดูนะ จะได้ช่วยกันตำหนิผมจะได้ปรับตัวให้ดีขึ้น เพราะผมเชื่อว่าในวงการมายาสิ่งที่แย่กว่าการโดนด่า คือการไม่ถูกพูดถึง ฉะนั้นรู้สึกอะไรบางอย่างกับผมก็ได้ครับ”


เสน่ห์ของชายชื่อ ‘พิง ลำพระเพลิง’Smiley


                “(อุ้ย...ให้ตัวเองพูดถึงเสน่ห์ตัวเองเหรอ เดี๋ยวก็มีคนด่าตายเลย) เอาเป็นเสน่ห์ในหนังแล้วกันนะ พี่ว่าน่าจะเป็นความคลุมเครือที่เกิดกับหนังครับ คนมักจะถามและพูดถึงบ่อยๆว่า เอ๊ะ...ซีนนี้เป็นชีวิตจริงของมันหรือเปล่า ซึ่งความจริงแล้วหนังของพี่สร้างมาจากชีวิตจริงของเรามากกว่า เวลาพี่ไปเจอเรื่องของใคร ได้พูดคุยกับใครก็หยิบเอาประเด็นต่างๆในเรื่องนั้นมาสร้างเป็นหนังเป็นละคร


                พี่ไม่รังเกียจหรือไม่สนใจเลยนะว่าเรื่องที่อยู่ในหนังจะเป็นเรื่องจริงของใครคนไหนหรือเปล่า ตราบใดที่เรื่องเหล่านั้นมันทำให้หนังของพี่สนุกขึ้นได้ มันทำให้สารที่ต้องการสื่อไปถึงทุกคนได้ แค่นี้ก็พอใจแล้วครับ แต่คนดูต้องอินไปกับบทเราด้วยนะ ไม่อย่างนั้นมันก็ไม่มีประโยชน์ที่จะดูครับ


            หลายคนเลยมองว่าหนังผมเข้าใจยาก ผมว่าไม่ยากที่จะเข้าใจนะ เอออาจมีบ้างที่ไม่เข้าใจในบางจุด แต่ภาพรวมผมว่าก็ดูแล้วเข้าใจนะ เสน่ห์ของหนังอย่างหนึ่งคือไม่ต้องเคลียร์มากก็ได้นะ บ่อยครั้งที่เราดูหนังแล้วเราเฮ้ย...ไม่เข้าใจอ้ะ แต่รู้นะว่าจะสื่ออารมณ์แบบไหนนั่นต่างหากที่ทำให้หนังดูน่าสนใจ”


รักทั้งหนังและหนังสือSmiley


                “ให้เลือกระหว่างหนังกับหนังสือเหรอ ผมชอบหนังมากกว่านะ เพราะหนังทำชื่อเสียงให้เรา ให้เรามายืนในจุดที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ได้ ทำให้เราได้รับการยอมรับจากคนรอบข้าง ได้รับเกียรติ เพราะมันเป็นสื่อที่ออกสู่คนในวงกว้างมากกว่าน่ะ คนส่วนใหญ่ชอบดูหนังมากกว่าอ่านหนังสือ อันนี้ไม่นับพวกหนอนหนังสือนะ


                พี่ฝันอยากจะให้ทุกคนยอมรับในตัวพี่ มันเป็นปมด้วยของเรานะ ที่ไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าไหร่ในช่วงวัยรุ่น ทำอะไรใครๆก็ไม่เคยมองเห็น เราเลยโหยหา ใครจะว่าพิง ลำพระเพลิงทำหนังเพื่อสนองตัวเองก็ใช่ครับ แต่ถ้าจะพูดให้ถูกคือผมทำหนังเพื่อบำบัดตัวเองมากกว่า ดังนั้นหนังพี่คือหนังที่ทำจากปมด้วยของตัวเอง แต่ทุกวันนี้ก็ได้มาเกินฝันแล้วนะ เกินมาไกลจนบางครั้งแอบคิด โอ๊ย...ทำไมฉันช่างโชคดีอย่างนี้”      


ความรักของคนทำหนังรัก Smiley


                “ดีมากครับ ดีอย่างที่ไม่คิดว่าจะดีอะไรแบบนี้มาก่อน มีคนที่ชื่นชอบชื่นชมเราเข้ามาอยู่ในชีวิตบ้าง ใช้ชีวิตที่อายุ 43 ปีอย่างมีความสุขมาก ตื่นเช้ามายังมีแรงวิ่ง ไปไหนใครๆก็ยังเรียกพี่อยู่ ก็โอเคนะ ความรักเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตมากนะ แต่เรื่องแต่งงานอีกครั้งผมว่าผู้ชายที่มีลูกแล้ว ท้องลายๆอย่างผม ใครเขาจะมาสนใจใช้ชีวิตคู่กับเรา อยากมากก็แค่ตักตวงความสุขจากเรือนร่างเราแล้วก็จากไป แค่นั้นล่ะครับ (ยิ้ม)


                ชีวิตพี่สนุกนะ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพี่เป็นคนไม่สร้างหนี้ ใช้ชีวิตอย่างที่มันควรจะเป็น อยู่กับลูกชาย (น้องหนามเตย) 2 คน ในบ้านที่กว้าง 40 ตารางเมตร เมื่อไม่มีหนี้ก็ไม่เดือดร้อนอะไร ไม่ต้องรับงานที่ไม่อยากรับ ไม่ต้องดิ้นรนเพื่ออะไร เพราะเราพอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้แล้ว


                พี่ไม่ได้วางแผนอะไรในชีวิต อันนี้เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีเลยนะครับ พี่จะปล่อยให้ทุกอย่างไหลไปตามสิ่งที่ควรจะเป็น ทีนี้พออยากทำอะไรแล้วถึงค่อยพยายามไปให้ถึงในสิ่งที่ต้องการ จากนั้นก็รอ ส่วนตัวลูกก็ปล่อยมัน เอาจริงๆนะไม่บังคับอยากทำอะไรก็ทำ ไม่เคยว่า ไม่ตี ไม่ดุ ไม่ค่อยสอนอะไร อาศัยทำให้เห็นเลยมากกว่า ซึ่งพี่ว่าได้ผลว่าการสอนเยอะเลยนะ


                 ส่วนกับคนรอบข้าง สมมติว่าผมสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้ใครก็ได้ในชีวิตนะครับ ถ้าคุณอยากเป็นเหมือนผมอย่างแรกที่คุณจะต้องทำคืออย่าเดินตามรอยผม อยากเป็นแบบใครคุณต้องหารอยเท้าของตัวเองให้เจอ แล้วเดินออกรอยตามรอยเท้านั้นไปครับ แล้วจุดหมายปลายทางเราจะได้พบกัน"






Free TextEditor



Create Date : 17 กันยายน 2552
Last Update : 17 กันยายน 2552 16:38:35 น.
Counter : 295 Pageviews.

3 comment

*Tjjzzz*
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



Group Blog