ประสบการณ์ 3 เดือนกับธุรกิจของตัวเอง--แม่ค้าออนไลน์ นำเข้าจากจีน

ก๊อบมาลงในบล็อคอีกทีคะ เอาไว้อ่านตอนแก่ (แหะๆ)

อ่านกระทู้แชร์ประสบการณ์ล้มลุกคลุกคลานของคนที่อยากออกมาทำธุรกิจเป็นของตัวเองแล้วก็ทำให้เราอยากเอาประสบการณ์สั้นๆ (ที่ยังไม่รู้จุดจบชีวิต) มาเล่าบ้างไว้เป็นข้อคิดของคนที่ผ่านๆมาคะ

เวลาผ่านไปไวมาก หลังจากวันที่ตัดสินใจยื่นใบลาออกจากตำแหน่งจัดซื้อผู้อาวุโส (แต่จริงๆเราอายุไม่อาวุโสนะ 555+) จากบริษัทเทรดดิ้งที่ใหญ่บิ๊กของเยอรมัน ผ่านมา 3 เดือน กับการลงมือทำเว็บไซต์  นำเข้าจากจีน สั่งสินค้า พรีออเดอร์ จริงๆแล้วธุรกิจนี้เราทำมาเป็นฟรีแลนซ์ได้กว่า 5 ปีแล้ว เริ่มตั้งแต่สมัยที่ธุรกิจพรีออเดอร์ยังไม่บูมเท่าทุกวันนี้ เรียกว่าเป็นรุ่นแรกๆที่ทำเลยก็ว่าได้ แต่ตอนนั้นเราไม่มีเวลาทำเยอะมาก คือทำเล่นๆ เพราะมีงานประจำอยู่

3 เดือนก่อน เราตัดสินใจออกมาทำเอง เพราะมันเป็นความตั้งใจตั้งแต่แรกที่เริ่มเรียนสายบริการต่างประเทศแล้ว เป็นความฝันที่เนิ่นนานมาก " ธุรกิจเป็นของตัวเอง" ... หลังจากเบื่อกับชีวิตออฟฟิส 5 ปี เข้างาน กินข้าว กลับบ้าน ที่จำเจ อยากมีเวลาตื่นมาตอนเช้า นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ จิบกาแฟชิลๆ มีเวลาเดินห้างฯซื้อของในวันธรรมดา (ที่ไม่ใช่ไปเบียดกับชาวโลกในวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น) .. และนอนอยู่บ้านชิลๆวันเสาร์อาทิตย์  มีเวลาวันธรรมดาไปทำธุรกรรมต่างๆ โดยไม่ต้อง"ยื่นใบลา" และต้องดูสีหน้าเจ้านาย คอยเช็คอารมณ์ว่าจะยินดียินร้ายให้เราลาไปทำธุระหรือไม่ ... เรียกว่า "เวลา 24 ชม." อยู่ที่ฉันจัดสรรเลยละ ใคร่จะกินตอนตี 4 ก็กิน โดยไม่ต้องสนใจโลกว่าตอนเช้าจะตื่นมาทำงานไหวไหม จะอาบน้ำสระผมตอนบ่าย 2 ในวันนั้นของเดือนก็ไม่ผิดกฎใคร ..  จะตื่น 8 โมง / 9 โมง หรือ 10 โมงก็ตามใจฉันเลยละ ... มันเป็นสวรรค์ดีๆของพนักงานออฟฟิสคนนึงเลยเชียว

แต่ชีิวิตจริงมันไม่ได้สวยหรูขนาดนั้นหรอก ...

หากเราเริ่มต้นธุรกิจนำเข้าจากจีน พรีออเดอร์จากจีน ตั้งแต่ 5 ปีที่แล้วแบบจริงจังก็คงได้ทำทุกสิ่งอย่างที่กล่าวไปด้านบน แต่เพิ่งมาเริ่มจริงจังหลังจาก 5 ปีผ่านไป ในขณะที่ธุรกิจนี้ผุดขึ้นเยอะเป็นดอกเห็ดในฤดูฝนเลยทีเดียว แข่งขันกันเป็นทะเลแดงเดือดทั้งโปรที่ลิสยาวเป็นหางว่าว ฟรีค่าหิ้ว ฟรีค่าโอนร้าน ฟรีค่าเช็คของ ฟรีค่าเซ็นรับสินค้า เรียกว่าถ้าสินค้าฟรีให้ได้ จะฟรีให้ด้วย 555+  ยังไม่รวมค่านำเข้าสินค้าที่ถูกแสนถูก เรียกว่าคนที่เดินเข้ามาในแวดวงนี้ตอนหลังแทบกระอักกันเลยทีเดียว

ผ่านไป 1 เดือนกับการโปรโมทเว็บไซต์และลอยหน้าลอยตาชิลแบบไม่ได้ซีเรียสอะไร สามีบอกว่า "ฉันว่าเธอคงไปไม่รอด ค่านำเข้าคนอื่นถูกกว่าเธอหลายขุม"
บอกตรงๆว่าเราเองก็เสียเซวฟไปไม่น้อย เรียกว่าความฝันเริ่มสั่นคลอนกันเลยทีเดียว .. แต่เราเชื่อว่า "หากเราตั้งใจจะทำสิ่งใด ต้องมีความมุ่งมั่น ท้อแท้ได้ แต่ห้ามสิ้นหวังเด็ดขาด" .. คนอื่นอยากจะโปรถูกก็ถูกไป เราจะ"แพง" ของเราแบบนี้ต่อไป 555+ (อะ ล้อเล่น )
เราเป็นปลาตัวเล็ก แหวกว่ายหาน่านน้ำสีน้ำเงิน อย่าไปไปสู้ร้อนระอุกับน่านน้ำสีแดง

สำหรับเรา"จุดยืน" เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจที่มีคนทำอยู่แล้วค่อนข้างเยอะ คือเราต้องรู้ว่าเราต้องการ "ขาย" อะไร ...ขายความถูก ขายคุณภาพ ขายความแปลก ฯลฯ ...


ผ่านไป 1 เดือนกับการโปรโมทเว็บไซต์และลอยหน้าลอยตาชิลแบบไม่ได้ซีเรียสอะไร สามีบอกว่า "ฉันว่าเธอคงไปไม่รอด ค่านำเข้าคนอื่นถูกกว่าเธอหลายขุม"
บอกตรงๆว่าเราเองก็เสียเซวฟไปไม่น้อย เรียกว่าความฝันเริ่มสั่นคลอนกันเลยทีเดียว .. แต่เราเชื่อว่า "หากเราตั้งใจจะทำสิ่งใด ต้องมีความมุ่งมั่น ท้อแท้ได้ แต่ห้ามสิ้นหวังเด็ดขาด" .. คนอื่นอยากจะโปรถูกก็ถูกไป เราจะ"แพง" ของเราแบบนี้ต่อไป 555+ (อะ ล้อเล่น )
เราเป็นปลาตัวเล็ก แหวกว่ายหาน่านน้ำสีน้ำเงิน อย่าไปไปสู้ร้อนระอุกับน่านน้ำสีแดง

สำหรับเรา"จุดยืน" เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจที่มีคนทำอยู่แล้วค่อนข้างเยอะ คือเราต้องรู้ว่าเราต้องการ "ขาย" อะไร ...ขายความถูก ขายคุณภาพ ขายความแปลก ฯลฯ ...

เดือนแรก .. ยังเคว้งคว้าง มึนเบลอ และเงียบดุจป่าช้า
เรียกว่าไม่มีลูกค้าใหม่สักคนเดียว (หากไม่ใช่อาศัยว่ามีลูกค้าเก่าที่เคยทำอยู่ก่อนหน้านี้คงเก็บร้านเรียบร้อยโรงเรียนจีนไปนานแล้ว ลูกค้าเจ้านี้สั่งกับเราเยอะ เดือนนึงสั่งสินค้าไม่ต่ำกว่าแสนบาท เพราะความไว้วางใจที่ทำกันมานาน เลยทำให้เค้าค่อนข้างโอเคกับเรา และใช้บริการมานานหลายปี เพราะมีลูกค้าประจำเจ้านี้ด้วย ที่ทำให้เรา"กล้า" ที่จะออกมาทำธุรกิจเอง)

ย่างเข้าเดือนที่สอง .. ก็ยังเงียบกริบเหมือนเดิม คราวนี้มันเริ่มท้อแท้ สามีบอกว่าเธอมาช่วยฉันขายพลาสติกดีกว่าไหม คนรอบตัวก็ดูแล้วว่าสงสัยจะไปไม่รอด (บั่นทอนกันทุกวี่วัน) และแล้วเหมือนสิ่งดีๆที่เคยทำมาก็ดลบันดาลให้เกิดสิ่งดีๆขึ้นกับเรา  จู่ๆวันหนึ่งก็มีคนโทรมาให้เราเสนอ "เครื่องจักร" .. (ขอไม่ระบุแล้วกันว่าเป็นเครื่องจักรประเภทไหน) บังเอิญว่าสามีทำโรงงานและต้องสั่งเครื่องจักร เราก็เคยมีประสบกาณณ์ขายอยู่ เลยพอได้ .. และต้องนำเสนอถึงโรงงานลูกค้าเค้าเองเลย เพราะหากสั่งเครื่องจักรเครื่องละหลายแสนเข้ามาโดยไม่เคยเห็นหน้าค่าตา ไม่รู้ว่ามีตัวตนจริงหรือไม่ เขาก็คงไม่เอาด้วยหรอก ในเมื่อกล้าชวนมา อิชั้นก็กล้าเสนอละคะ .. ตื่นเต้นและเกร็งอยู่เหมือนกัน ก็ทำใบเสนอราคา เงื่อนไข และพรีเซ้นร้านค้าของเราไปด้วยให้ดูน่าเชื่อถือ ลูกค้าก็ดูโอเคกับเรามากๆ และอยากให้เราหาวัตถุดิบป้อนให้เขาด้วย .. รู้สึกใจชื้นขึ้นมาทีเดียว แต่วงการนี้ไม่ได้สู้กันด้วยความน่าเชื่อถือเท่านั้น "ราคา" ยังเป็นปัจจัยหลักอยู่วันยังค่ำ  เราก็ดีลเรื่องนี้มาเรื่อยๆ แต่ก็สู้อีกเจ้าไม่ไหว เพราะราคาเค้าเสนอถูกกว่า ไม่ได้เสียใจอะไร และไม่ได้ผิดหวังอะไร และเคารพการตัดสินใจลูกค้าเสมอ แถมยังรู้สึกขอบคุณเค้าด้วยที่ให้โอกาสนี้กับเรา ถือซะว่าเป็น ประสบการณ์.. สนุกดีไปอีกแบบ

การ"เริ่มต้นใดๆ" ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เราเชื่อเสมอว่าทุกๆความสำเร็จมันมี"เรื่องราว" ที่ขมขื่นซ่อนอยู่เสมอ
และตัวเราเองนี่แหละ ที่เป็น "กำลังใจให้ตัวเอง" .. ต้อง"ยืนหยัด" และ"เชื่อ" ในสิ่งที่ตัวเองอยากทำเท่านั้น

ต่อมาก็มีคนใกล้ตัวให้เสนอสินค้าอื่นๆ แต่การทำธุรกรรมกับคนใกล้ตัวลำบากใจเป็นไหนๆ เราก็เป็นพวกขี้ใจอ่อน ไม่กล้าบวกเยอะ แค่พออยู่ได้ก็โอเค แต่บางทีคนใกล้ตัวก็ไม่ได้เกรงอกเกรงใจและนึกถึงเราเหมือนที่เรานึกถึงจุดยืนของเค้าสักนิด ต่อราคาไม่พอ ยังต่อจำนวนอีก สมมุติต่อจาก 5000 เป็น 500 ชิ้นแบบนี้ ทำเอาเราเหนื่อยใจเหมือนกันนะ เกรงใจโรงงานที่ไปคุยด้วยเลย และสุดท้ายก็ไม่เอาสักชิ้นเดียว มีคนบอกว่า ถูกคนอื่นด่า ยังไม่เจ็บเท่าถูกคนใกล้ตัวด่า .. จริงที่สุด

หลังจากนั้นก็มีลูกค้าอื่นๆมาให้เสนอราคาสินค้าตัวโน้นตัวนี้ และก็มีเจ้านึงที่สั่งสินค้ากับเราเป็นของเล่นเด็ก
แม้ว่าคุณลูกค้าจะกดดันและต่อราคาแบบดุเดือดมาก แต่สุดท้ายคุณลูกค้าก็ไม่ได้ให้เราเหนื่อยฟรี รู้สึกดีมากๆ
เป็นกำลังใจที่ดีทีเดียว เรียกว่าเป็นลูกค้าเจ้าแรกหลังจากที่ลาออกมา ..

กำไรที่ได้ ไม่ได้เยอะเท่ากับเงินเดือนที่เคยได้ โชคดีที่สามียังพอเลี้ยงไหว เลยให้เลี้ยงๆไปก่อน 555+ (ซะงั้น)
เราเองก็เหนื่อยกับการทำเว็บ แต่มันสนุกมากกกก และไม่เคยเลยที่จะมีสักวันที่จะคิด "ไม่ทำ" ..

สรุปสั้นๆคือ การออกมาทำธุรกิจเองนั่นสิ่งที่ต้องคำนึงคือ

1. ควรมีเงินเก็บไว้สำหรับลงทุนก้อนนึง และใช้ชีวิตได้ประมาณ 3-6 เดือน
2. ควรมีฐานรายรับได้ส่วนหนึ่งอยู่แล้ว (เช่น มีฐานลูกค้าจากการขายของอยู่แล้ว เพื่อประทังชีพ)
2. ไม่ได้มีภาระหนี้สินอะไร
3. ใจต้องรัก และยืนหยัดจริงๆ เราต้องต่อสู้กับความผิดหวังในทุกวัน และต้องผ่านมันไปให้ได้

ข้อดีของการมีธุรกิจส่วนตัว
1. มี"โอกาส" แบบไร้ขีดจำกัด อยู่ที่ความพยายาม และขยันของเราเอง
2. มีเวลา จัดสรรเวลาเองได้อย่างสบาย

ข้อเสีย
1. รายได้ไม่คงที่ อดมื้อกินมื้อ
2. ชีวิตอยู่บนความเสี่ยง
3. สิ่งที่ทุ่มเทลงไป อาจไม่ได้ผลกลับมาอย่างที่คาดคิด

หวังว่าจะเป็นประโยชน์บ้างสำหรับคนที่ผ่านไปมาและได้อ่านนะคะ รอความเห็นเพิ่มเติมจากผู้มีประสบการณ์
ท่านอื่นๆด้วยคะ พิมพ์เร็วๆ ไม่ได้ตรวจสอบคำผิด ต้องขออภัยด้วยคะ




 

Create Date : 10 พฤษภาคม 2555   
Last Update : 10 พฤษภาคม 2555 12:49:59 น.   
Counter : 32209 Pageviews.  


ครบรอบตกงาน 1 เดือนเต็ม

ตั้งแต่ที่เริ่มเรียนอยู่นานาชาติปีที่สอง (เหมือนปวชปีสองนั่นเอง) เราก็ไม่เคยว่างงานอีกเลย ไม่ว่าจะซัมเมอร์วันหยุดไหน เราก็มีงานพิเศษนอกเวลาเรียนหนังสือคือ "สอนภาษาจีน" และสอนมาโดยตลอด จนเรียนจบมหาลัย และทำงาน เบ็ดเสร็จรวมเวลาสอนก็เกือบๆ แปดปีได้

ทันทีที่จบมหาลัยด้วยเกรดเฉลี่ยที่เรียกว่าค่อนข้างดีมาก ก็ทำงานเป็นเลขาให้กับบริษัทรถยนต์ญี่ปุ่นชื่อดัง ทำไปได้ปีกว่าๆก็ลาออกเพราะค้นพบว่ามันไม่ตรงสายจริงๆ และเราต้องการที่จะทำในสิ่งที่เรียนมา ทันทีที่ลาออกจากบริษัทญี่ปุ่นวันรุ่งขึ้นก็ทำที่ใหม่เป็นฝ่ายจัดซื้อและฝ่ายขายในเวลาเดียวกันให้กับบริษัทเยอรมัน ซึ่งงานตรงสายกับที่เรียนมาในด้านบริหารต่างประเทศ.. เรียกว่ามันส์กับตัวงานมาก ทำที่นี่อยู่ได้สองปีกว่าๆ เดือนที่แล้วยื่นใบลาออกไป ..เพราะอยากเริ่มต้นธุรกิจฟรีแลนซ์ของตัวเองให้ขยับขยายมากกว่านี้ นั่นก็คือการ "นำเข้าจากจีน" เป็นหลัก.. (จริงๆเราก็ทำอยู่โดยตลอดตั้งแต่เรียนมหาลัย แต่เป็นการนำเข้าแบบรับพรีออเดอร์ สินค้าน้อยชิ้น ไม่ได้เน้นอะไร เรียกว่าทำเอาประสบการณ์ ไม่ได้เน้นกำไร)

คราวนี้ออกมาทำเองแบบเต็มตัว ไม่ใช่งานฟรีแลนซ์อีกต่อไป ก็ต้องมาเริ่มต้นอะไรเองใหม่หมด โดยมีประสบการณ์เก่าใหม่ ทั้งรูปแบบเล็กใหญ่ เป็นแบคอัพให้ หนึ่งเดือนที่ผ่านมา ทำออเดอร์อุปกรณ์เครื่องเสียงและไฟฟ้าไปสองล๊อต (อันนี้ลูกค้าเก่าที่ดีลกันมาตั้งแต่สมัยเรายังทำงานเป็นเลขา) เหนื่อยเหมือนกันฮับ แต่ก็สนุกดี ลูกค้าในไลน์อื่นๆก็เข้ามาให้ช่วยเสนอราคาเรียกว่าค่อนข้างเยอะเลย ทั้งสินค้าโมเดลต้นไม้ ตุ๊กตายาง ผ้าไหม ของชำร่วยแต่งงาน ทั้งๆที่เรายังไม่ได้เริ่มต้นโฆษณาร้านอะไรมากมายนัก แต่บางทีเสนอๆราคาไปแล้วก็เงียบหายไป ทำเอาหมดกำลังใจไปหลายยกทีเดียว การเสนอราคามันใช้เวลาและความอดทนพอสมควร เพราะเราต้องไปหั่นราคากับทางโรงงานเพื่อให้ได้สินค้าที่ราคาถูกที่สุด และคุณภาพดี แล้วนำมาเสนอลูกค้า แต่พอเสนอไปแล้วเงียบหายไป โปรเจคนั่นๆถูกแช่แข็ง ก็ทำเอาท้อแท้ไปเลยนะ อย่างโมเดลต้นไม้เนี่ย เสนอราคาไปเกือบๆยี่สิบรายการได้ แต่ลูกค้าเอาจริงๆแค่ชิ้นเดียว ซึ่งกำไรไม่เท่าไหร่จริงๆ สะมีบอกว่า นี่เธอทำไปเหนื่อยฟรีรึป่าว แต่เราก็คิดว่าแม้จะกำไรน้อย แต่ถือว่าได้ลูกค้ามา ก็โอเคแหละ

วินาทีที่เราตัดสินใจจะทำอะไรที่เป็นของตัวเองแล้ว ก็เตรียมใจไว้สำหรับความ"ผิดหวัง" ซ้ำซากที่จะต้องเจอ ยังไงก็ต้องเดินหน้าลุยต่อไป หนทางของธุรกิจในสายนี้ไม่ได้ราบเรียบโรยด้วยกลีบกุหลาบ ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายดาย ทุกๆความสำเร็จย่อมมีเรื่องราวของความลำบากซ่อนไว้เสมอ

สู้ๆ




 

Create Date : 10 มีนาคม 2555   
Last Update : 10 มีนาคม 2555 13:40:31 น.   
Counter : 491 Pageviews.  


สิ่งที่ผู้นำเข้าหรือสั่งซื้อสินค้าจาก Taobao ต้องพิจราณาเมื่อจะเลื่อก "ตัวแทนหรือเอเย่นนำเข้า"

พักหลังๆนี้เวลาอ่านกระทู้ในห้องสีลมแล้วต้องเจอคำถาม "แนะนำการสั่งซื้อสินค้าจากเถาเป่า " หรือ " แนะนำชิปปิ้งดีๆเมื่อกต้องการนำเข้าสินค้า หรือสั่งซื้อจากเถาเป่า"

กระทู้ที่ตั้งคำถามแบบนี้วันนึงมีค่อนข้างเยอะ ในขณะที่เอเย่นและชิปปิ้งใหม่ๆในปัจจุบันก็เยอะเป็นดอกเห็ด ทำเอาผู้ใช้บริการตาดำๆถึงกับมึน และเราเชื่อว่าคนที่มาตั้งคำถามอยากได้คำแนะนำจากประสบการณ์โดยตรงของคนที่เคยสั่งซื้อมา แต่พื้นที่ตรงห้องคาเฟ่จำกัดการโฆษณาและอาจเจอแบนได้ ในขณะที่พวกหน้าม้ามาโฆษณาก็เยอะจริงๆ ทั้งหน้าไมค์ หลังไมค์ แบบเอียง แบบเฉียง .. ต้องใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจเอาเองจริงๆ

ขอแนะนำว่า พื้นฐานในการเช็คความน่าเชื่อถือของเอเย่นนำเข้า หรือชิปปิ้ง โดยการพิมพ์ชื่อเอเจ้นที่อยากใช้เข้าไปในกูเกิ้ลและลองดู หากบริการไม่ดี ต้องมีคนพูดถึงแน่ๆคะ ..

แต่จากประสบการณ์ของเราเองที่นำเข้าเองและจากประสบการณ์ที่อ่านความเห็นคนอื่นๆนั้น ส่วนตัวเราได้ข้อสรุปสั้นๆง่ายๆดังนี้

A. เอเย่นหรือชิปปิ้งที่ค่าบริการถูก ส่วนใหญ่แล้วจะบริการช้า และแก้ปัญหาไม่ได้ ไม่ชัว เพราะเค้าเน้นปริมาณ
B. เอเย่นค่าส่วนใหญ่ที่ค่าบริการแพง บริการดี รวดเร็ว แก้ปัญหาให้ เพราะเค้าไม่ได้เน้นปริมาณ บริการด้วยคุณภาพ เพราะเค้าต้องการเก็บลูกค้าไว้

ทั้งนั้นทั้งนั้น "คุณภาพการให้บริการนั้นๆขึ้นอยู่กับมูลค่าบริการที่ใช้ และ ระยะเวลาในการเป็นลูกค้าด้วยคะ "

สำหรับมือใหม่นั่น สามารถพิจราณาต่อได้อีกว่า สินค้าที่ต้องการนำเข้านั่น..

- สินค้าที่มีมูลค่าแพง หรือ ถูก
- จำนวนสินค้าที่ต้องการนำเข้ามา
- ต้องการด่วน หรือ รอได้ (ต้องเผื่อเวลาที่คลาดเคลื่อนจากที่เอเย่นบอกอีก)
- สินค้าที่มีปัญหาเยอะในเรื่องขนาด สี สต็อค ฯลฯ ... หรือ สินค้าที่ไม่ค่อยมีปัญหา

โดยเคร่าๆก็จะประมาณนี้ อาจจะมีเพิ่มเติมโดยที่ตัวเจ้าของบล็อคเองก็ยังไม่ประสบพบเจอ แต่ก็หวังว่าข้อมูลนั่นจะเป็นประโยชน์ในการช่วยในการเลือกเอเย่นนะคะ

ซินเจียยู่อี้ ซินนี้ฮวดใช้ สวัสดีวันตรุษจีนคะ




 

Create Date : 21 มกราคม 2555   
Last Update : 21 มกราคม 2555 23:07:03 น.   
Counter : 1733 Pageviews.  


เหตุผลที่คนไทยต้องสามัคคีกัน (ประสบการณ์จากการนำเข้าเรือยาง)

วันก่อนขับรถผ่านแถวบ้านแล้วก็เห็นว่ามีขายเรือยางกันเยอะมาก เลยแวะไปลองดูว่าเค้าขายกันยังไง ปรากฎว่าลำนึงเกือบ 8 พัน (สำหรับ 2 ที่นั่งเท่านั้น แต่นั่งได้ 4 ท่าน)

เรายังไม่เคยนำเข้าพวกเรือยาง แต่พอรู้ว่าราคาต้นทุนอยู่ที่เท่าไหร่
พอเห็นราคาขายแล้วก็รู้สึกสงสารคนซื้อ เวลานี้ทุกคนตกอยู่ในอาการอกสั่นขวัญหาย แต่ยังมีพ่อค้าแม่ค้าหลากหลายที่ออกมาขายสินค้าราคาไม่เห็นใจคนเดือดร้อนเลยสักนิด ..

ด้วยความเจ็บใจเลยลองสั่งเองบ้าง คุยราคาตบตีกับแม่ค้าทางโน้นนานพอสมควร เค้าก็โก่งราคาสุดฤทธิ์ คาดว่าคนซื้อจากไทยคงมีเยอะอยู่ เลยถือไพ่เหนือกว่ายังไงก็ขายได้ .. และก็เริ่มเข้าใจว่าทำไมแม่ค้าเหล่านั้นถึงขายแพง เพราะต้นทุนมันสูงอยู่ตรงค่าขนส่งนี่เอง ..

คนทั้งโลกรู้แล้วว่าเราเดือดร้อน และไม่ว่าที่ไหนๆก็กำลังมองหาโอกาสในการทำเงินช่วงวิกฤตแบบนี้โดยไม่สนใจเรื่องมนุษยธรรมเลย
และนี่แหละ เหตุผลที่ว่าทำไมเราต้องสามัคคีกัน ... เพราะหากเรายังทะเลาะกันเอง แล้วใครจะมาเห็นใจเรา ..

รอบนี้ลองสั่งเข้ามาไม่กี่เซต และขายราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด ครึ่งนึง
ไม่ได้ไปช่วยเค้ากรอกทรายหรือบริจาคสิ่งของ ก็ขอมีส่วนร่วมนำสินค้าจำเป็นมาขายในราคาที่ทำให้ทุกคนไม่ลำบากสักหน่อยแล้วกัน

คนเรายังต้องมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้อีกนาน และวันหนึ่งที่เราลาจากไปไม่มีอะไรเอาไปได้ ยกเว้นแค่ "ความดี" ที่เคยทำมาเท่านั้น

ขอให้ทุกคนที่คิดดี พูดดี ทำดี จงแคล้วคลาดปลอดภัยจากวิกฤตด้วยคับ




 

Create Date : 03 พฤศจิกายน 2554   
Last Update : 3 พฤศจิกายน 2554 11:44:16 น.   
Counter : 578 Pageviews.  


นานาสาระ"นำเข้าจีน" ซื้อจาก เถาเป่า Taobao

ช่วงนี้เป็นช่วงที่โรงงานจีนส่วนใหญ่แห่กันไปออกแฟร์ที่กวางเจา จึงทำให้กระบวนการทำงานชะล่าลงอย่างเห็นได้ชัด .. มีเวลาแว้บมาหาข้อมูลอ่านประสบการณ์ของคนอื่นๆในเว็บพันธุ์ทิพย์พอสมควร.. ซึ่งก็มีหลายเว็บที่เขียนประสบการณ์ให้มือใหม่ซื้อจากจีนได้อ่านกันอย่างเป็นประโยชน์ทีเดียว

อ่านแล้วก็เพลินๆ คันไม้คันมือ อยากพิมพ์เล่าบ้าง

ส่วนตัวเราเองนั่นนำเข้าจากจีนมาหลายปีแล้ว รูปแบบจัดซื้อใหญ่ + จัดซื้อเล็ก ..

จัดซื้อใหญ่ -- สั่งซื้อสินค้าผลิตตามความต้องการของลูกค้าในโซนยุโรป ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องมาตรฐานและคุณภาพสินค้าต้องเข้มงวดมากกว่าการสั่งซื้อเข้ามาในเอเชีย และโรงงานต้องมีความน่าเชื่อถือจริง ข้อมูลของโรงงานว่าผลิตให้กับแบรนด์ใดในยุโรปจึงเป็นข้อมูลจำเพาะที่สำคัญในการตัดสินใจเดินหน้าคุยราคาต่อ หรือถอยรูดไปตั้งหลักใหม่ .. ซึ่งนอกเหนือจากเครดิตการผลิตให้แบรนด์อื่นๆในยุโรปแล้ว ยังต้องมีเอกสารการตรวจสอบจากองค์กรที่น่าเชื่อถือ หรือการทดสอบส่วนประกอบของสินค้าว่ามีสารเคมีที่เป็นอันตรายหรือห้ามนำเข้าของยุโรปหรือไม่ ... หากเค้าน่าเชื่อถือจริง เราจึงค่อยเดินหน้าคุยราคากันต่อไปจนกระทั่งสั่งตัวอย่างมาเช็ค ทดสอบเอง อะไรเอง แล้วค่อยไปสั่งซื้อ ซึ่งกระบวนการจัดซื้อนั่นก็จะยิบย่อยจิปาถะมากกว่า ชนิดที่เรียกว่า ตามจิก จนกว่าจะได้มาซึ่งข้อมูลที่ต้องการ

จัดซื้อเล็ก -- สั่งสินค้าจากเว็บเถาเป่า ซึ่งก็มีทั้งรูปแบบลูกค้าหาร้านค้ามาให้เอง หรือให้เราช่วยหาร้านค้าให้ โดยที่ไม่ว่าจะมาแบบไหนเราก็จะสแกนให้หนึ่งรอบก่อนว่า ร้านนี้มีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน ดูว่าชาวบ้านเคยคอมเม้นไว้ว่ายังไง และเปิดทำการมานานแค่ไหนแล้ว เป็นร้านขายส่งเฉยๆ หรือตัวแทนจากโรงงาน .. ฯลฯ ...
และการสั่งซื้อก็ไม่ยิบย่อยเท่ากับจัดซื้อใหญ่ แต่ต้องจิกเรื่องการขนส่ง การแพคของเหมือนกัน ไม่เช่นนั้นสินค้ามูลค่ามากมายของลูกค้าอาจจะมาถึงโดยชำรุดหรือใช้งานไม่ได้ โดยบางครั้งที่เจอร้านค้าเคี่ยวๆเค้าก็ต้อง โหดกว่า .. ไม่งั้นการเจรจาล้มเหลวและคนเสียหายคือเราและลูกค้า ..

เรารักงานจัดซื้อและต่อรองเอามากทีเดียว จากประสบการณ์ทำงานด้านนี้มากว่า 5 ปี ทำให้เรียนรู้ว่า "ทักษะการเจรจาและไหวพริบในการแก้ปัญหา" แทบเป็นหัวใจสำคัญของการนำเข้าเลยทีเดียว..และลูกค้าหน้าเก่าหน้าใหม่ต้องการ "เอเย่นนำเข้า" ที่มองปัญหาของพวกเค้าเหมือนเป็นปัญหาของตัวเอง ไม่ใช่ว่าสั่งซื้อมาแล้ว ชำระเงิน ส่งของแล้ว ตัวใครตัวมัน .. การบริการแบบทิ้งขว้างลูกค้า ธุรกิจก็ไปไม่รอด .. เป็นเราเองเราก็ยังไม่กล้าฝากซื้อเลย

ในฐานะของผู้นำเข้า เราต้องมองเชิงลึกลงไปถึงความไม่แน่ใจของลูกค้าที่เป็นผู้ซื้อ และในตลาดผู้นำเข้าจากจีนที่ตอนนี้แข่งขันสูง มีเยอะแยะขึ้นเป็นดอกเห็ด เราจึงต้องทำงานแบบ "โปร่งใส" + "ไว้ใจได้" + "ไม่ทิ้งขว้าง" .. และเป็นทัพหน้าที่คอยจัดการเรื่องยุ่งยากทั้งหมดให้ลูกค้า เพื่อให้ธุรกิจของเรามีชีวิตอยู่รอดไปอีกนานแสนนาน ...

ตามสโลแกน --- Our Service is to take your risk as our risk ..and take your problems as our problems.




คราวหน้าค่อยมาโม้ต่อเรื่องเทคนิคการต่อรองกับผู้ขายในเถาเป่า

สุดท้ายนี้ขอให้คุณพระคุ้มครองให้พี่น้องคนไทยฝ่าวิกฤตน้ำท่วมนี้ไปให้ได้ ครอบครัวปลอดภัย ทรัพย์สินอยู่ครบ ..หากมีความอุตสาหะ ไม่มีคำว่าสายเกินไปที่จะเริ่มต้นใหม่เสมอคับ




 

Create Date : 26 ตุลาคม 2554   
Last Update : 26 ตุลาคม 2554 15:57:28 น.   
Counter : 1222 Pageviews.  


1  2  

GreenDaisy
 
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




นำเข้าสินค้าจากจีน ค้นหาสินค้า ต่อรองราคา ตรวจสอบสินค้า และขนส่งทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ
[Add GreenDaisy's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com